ขนมปัง

อ่านคำนี้แล้วคุณเห็นภาพ หรือได้กลิ่นอะไรคะ

ก้อนแป้งสีน้ำตาลอ่อน หอมกรุ่นจากเตา เอามือฉีกแล้วเห็นเนื้อข้างในขาวเนียนละเอียด ฟูนุ่ม…

หรือก้อนแป้งสี่เหลี่ยมเป็นแผ่น บางทีก็เป็นก้อนกลม ใส่อยู่ในถุงพลาสติก บางทีก็มีไส้เค็มไส้หวาน หาซื้อสะดวกง่ายดาย หยิบได้จากชั้นตามร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ต

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
ภาพ : www.happyskylondon.com

แล้วถ้าใครเคยลงมือทำขนมปัง ขั้นตอนของคุณประกอบด้วยอะไรบ้างคะ

ซื้อแป้งกับยีสต์มาจากร้าน ลงมือนวดจนกล้ามโต ยอมรอเป็นชั่วโมงให้ขนมปังขึ้น เพราะขนมปังอบเองมันหอมชื่นใจคุ้มค่าความเหนื่อย

หรือเปิดสูตรที่มากับเครื่องทำขนมปัง ใส่ส่วนผสม กดปุ่ม ไม่นานก็ได้ขนมปังอบเสร็จใหม่หอมน่ากิน

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
เตาอิฐสำหรับอบขนมปังของ Tabor Bread
ภาพ : www.taborbread.com

คราวนี้ลืมคำตอบข้างบนทั้งหมดไปก่อนนะคะ เพราะอุ้มจะมาชวนกันทำขนมปังอีกแบบ

ยังไม่ต้องไปล้างมือเตรียมนวดแป้งนะคะ ก่อนอื่นต้องไปก่อเตาอิฐก่อน แล้วไปหาฟืน จากนั้นต้องไปเลี้ยงยีสต์ค่ะ ได้ยินถูกแล้วค่ะ เลี้ยง… หรือถ้าจะให้ถูกต้องเรียกว่าไปจับ… ยีสต์กับแบคทีเรียจากในอากาศ แล้วค่อยๆ ให้อาหารจนมันโตแข็งแรง สัก 10 วันน่าจะอยู่

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
ภาพ : www.motherearthnews.com

ระหว่างนี้ไปหาเมล็ดข้าวสาลีค่ะ ไม่ใช่แป้งสาลีนะคะ เมล็ดข้าวสาลี เพราะเราจะหาเครื่องโม่แป้งมาด้วย (พักเอาแขนเสื้อปาดเหงื่อแพร้บ)

พร้อมค่ะ… โม่แป้งได้

จากนั้นเอาไปผสมกับยีสต์ที่ประคบประหงมมาร่วมอาทิตย์ ใส่น้ำให้เพียงพอ ใส่เกลือในจังหวะที่เหมาะสม นานๆ ก็มาพลิกแป้งสักสองสามที แล้วทิ้งไว้ในที่เย็นๆ สัก… ไม่นานหรอกค่ะ วันหนึ่งก็พอ เอ… ข้ามคืนเลยดีกว่า

ใกล้จะได้กินแล้วค่ะ ขอแค่ 2 ชั่วโมงก่อนอบ ช่วยจุดไฟในเตา เผาจนอิฐร้อนจี๋ แล้วเอาฟืนออก ปล่อยให้ความร้อนจากก้อนอิฐอบขนมปังของเราจนสุกเกรียมสวย

เอาออกจากเตาแล้วอย่าลืมฟังเสียงกรุกๆ กริกๆ ข้างใน ที่เขาเรียกกันว่า Bread Song ด้วยนะคะ

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
ขนมปังซาวร์โดของ Tabor Bread
ภาพ : www.taborbread.com

ได้แล้วค่ะ ขนมปังซาวร์โดอบในเตาฟืน Wood Fired Sourdough Bread ขนมปังที่ดั้งเดิม เรียบง่าย และอุดมด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ที่สุดเท่าที่มนุษย์เราจะหาได้จากแป้งอบไหนๆ

อุ้มไปรู้เรื่องพวกนี้มาได้ยังไงน่ะหรือคะ

ปากซอยบ้านมีร้านชื่อ Tabor Bread ค่ะ

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก

ตั้งแต่อุ้มย้ายมาอยู่บ้านที่บนถนน 51st ในโซนตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองพอร์ตแลนด์เมื่อ 6 ปีที่แล้ว บ้านอุ้มก็กลายมาอยู่ในย่านที่มี 2 อย่างเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ภูเขาไฟสงบแล้วชื่อเมาท์เทเบอร์ (Mt.Tabor) กับร้านขนมปังที่ดังระดับประเทศชื่อ Tabor Bread

ทุกเช้า เวลาอุ้มมองออกไปนอกหน้าต่าง จะเห็นทิสซ่า (Tissa Stein) เจ้าของร้านที่บังเอิญเป็นเพื่อนบ้านของอุ้มด้วย เดินไปทำงานที่ร้านทุกวัน บ้านอุ้มเองก็เป็นลูกค้าประจำของทิสซ่า ซื้อทั้งขนมปัง ขนมอบ หรือแม้แต่บางทียีสต์ที่เลี้ยงไว้สิ้นชีพไปเพราะลืมให้อาหาร ก็ไปขอแบ่งมาจากร้าน Tabor Bread ได้อีก

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
ทิสซ่า
ภาพ : www.saveur.com

ลืมเล่าไปค่ะ ว่าตลอดชีวิตวัยทำงานของอุ้ม ถ้าเป็นโทรทัศน์ ก็คือรายการไล่ล่าหาสุดยอดขนมปังในฝันดีๆ นี่เอง ไปประเทศไหนก็ต้องหาขนมปังกิน หัดทำเองผิดๆ ถูกๆ ไปเรียนที่โรงเรียนขนมปังชื่อดังแถวสุขุมวิท ซื้อตำราสอนทำขนมปังและหนังสือว่าด้วยขนมปังของโลกมาเป็นตั้ง ขาดอยู่อย่างเดียวคือไม่เคยใช้เครื่องทำขนมปัง เพราะยังไงก็ชอบจับชอบขึ้นรูปแป้งโด

แต่เท่าไหร่ก็ยังไม่เจอ ‘สุดยอด’ ขนมปังที่ว่านั้นเสียที

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
Artisan Bread
ภาพ : www.theperfectloaf.com

จนกระทั่งมาอยู่พอร์ตแลนด์นี่แหละค่ะ ถึงได้มาเจอขนมปังแบบ Artisan Bread ทั่วไปหมด เรียกว่าเบเกอรี่ไหนๆ ก็มีขนมปังแบบ Rustic หรือหน้าตาดิบๆ รูปทรงกลมๆ รีๆ และส่วนใหญ่จะมี Sourdough Bread หรือใช้เชื้อหมักจากยีสต์ธรรมชาติขาย แม้แต่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแถวบ้านยังบอกว่าใช้หัวเชื้อซาวร์โดอายุร้อยกว่าปี! มาตรฐานการกินขนมปังของอุ้มก็เลยเริ่มเปลี่ยนไปสิคะทีนี้

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
Chad Robertson

แล้วกินเฉยๆ ก็เริ่มไม่พอ อุ้มลองเริ่มหาข้อมูลแล้วก็หัดทำขนมปังซาวร์โดเองตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน เพราะสุดท้ายไปซานฟรานซิสโกแล้วได้ลองชิมขนมปังของร้าน Tartine อันลือลั่น แล้วเชฟแชด โรเบิร์ตสัน (Chad Robertson) แกเขียนตำราออกมาชื่อว่า Tartine Bread เล่มนั้นแหละค่ะ ซื้อเลยค่ะ สาบานว่าถ้าใครมีพื้นฐานการทำขนมปังอยู่บ้าง อ่านแล้วทำตามทุกบรรทัด ขนมปังซาวร์โดก้อนแรกจะออกมาหน้าตาแบบนี้

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
ขนมปังที่อุ้มทำ

คือน้ำตาไหลค่ะ บอกเลย แทบเอาไปนอนด้วย (ฮ่าๆ) แล้วพอกัดเข้าไปคำแรกนะคะ โอ้โห… มันทั้งกรอบนอก นุ่มใน เคี้ยวหนึบนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ กำลังดี ทาเนยตอนยังอุ่นๆ นี่ปิดคดีเลยค่ะ ไม่อยากกลับไปกินขนมปังขาวๆ ชืดๆ เต็มไปด้วยสารเคมีอีกเลย

ถามว่าขนมปังแบบนี้มันดีกว่าขนมปังที่มาจากโรงงานยังไง

คำตอบมีหลายประเด็นด้วยกันค่ะ

ประเด็นแรกคือต้องเข้าใจคำว่า Artisan Bread กับ Sourdough Bread ก่อนนิดหนึ่ง

Artisan Bread ไม่ได้มีคำตอบแน่นอนตายตัวว่าต้องเป็นขนมปังอย่างไรเป๊ะๆ แต่ประมวลได้ว่า คือขนมปังที่ทำด้วยมือ ส่วนผสมหลักคือยีสต์ แป้ง น้ำ และเกลือ มีเท่านี้เองค่ะ บางคนอาจจะใส่ถั่ว ใส่สมุนไพร ใส่มะกอกอะไรก็ว่าไป แต่ยังไงก็ยังเป็นส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ และขนมปังที่อบเสร็จแล้วจะมี Crust กรอบเกรียม เนื้อข้างในมีความชื้นสูง และรสชาติซับซ้อนกว่าขนมปังจากโรงงาน

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
ขนมปังซาวร์โดของ Tabor Bread
ภาพ : www.taborbread.com

ส่วน Sourdough Bread หมายถึงขนมปังที่หมักจากหัวเชื้อธรรมชาติ ที่เรียกว่า Sourdough Starter ซึ่งเกิดจากการเพาะเลี้ยงยีสต์และแบคทีเรียที่อยู่ในแป้งและอากาศ จนมีความแข็งแรงพอที่จะมาทำให้ขนมปังมีโครงสร้างและรสชาติดี

ความประเสริฐของการใช้ทั้งยีสต์ธรรมชาติและแบคทีเรียแบบนี้คือ มันมีความสัมพันธ์แบบ Symbiotic Relationship คือเกื้อกูล ช่วยกันทำมาหากินน่ะค่ะ พอยีสต์ย่อยแป้งแล้วก็จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กับเอทานอลออกมา เอทานอลเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย พออิ่มหนำสำราญแล้วก็จะปล่อยกรดแลกติก ซึ่งเป็นที่มาของความเปรี้ยวอ่อนๆ ในเนื้อขนมปังอันเป็นที่มาของชื่อซาวร์โดนี่เอง ส่วนคาร์บอนไดออกไซด์ที่ไม่ถูกหม่ำก็จะถูกกักอยู่ในโพรงอากาศ ทำให้ขนมปัง ‘ขึ้น’ และมีความเบา

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
ภาพ : www.historicalcookingproject.com

ว่ากันว่ามนุษย์เรารู้จักทำขนมปังหมักด้วยหัวเชื้อธรรมชาติแบบนี้มาตั้งแต่หลายพันปีก่อน สมัยอียิปต์โบราณโน่น จนมาถึงช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นี่เองที่คนเริ่มเอายีสต์ผง ซึ่งใช้กันแพร่หลายในวงการน้ำเมาอย่างเบียร์ มาใช้เป็นทางลัด เพราะทำให้ขนมปังขึ้นฟูเร็วกว่าเดิมหลายเท่า

แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ยีสต์ทำขนมปังที่มีขายอยู่ทุกวันนี้ เป็นสิ่งมีชีวิตในกลุ่ม Saccharomyces Cerevisiae (กรุณาอย่าถามว่าอ่านว่าอะไร) มาจากสิ่งมีชีวิตตระกูลเห็ด ที่ถึงแม้จะทำให้ขนมปังขึ้นฟูในเวลาอันรวดเร็ว แต่ผลพลอยได้มีแค่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่มีเอทานอล จึงไม่เหมาะให้แบคทีเรียมามีชีวิต เท่ากับไม่มีกรดแลกติกเกิดขึ้นเป็นผลพลอยได้

ในขณะที่ของดีมีประโยชน์ส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะ การปล่อยทิ้งให้ยีสต์กับแบคทีเรียค่อยๆ ทำงานหลายชั่วโมงหรือข้ามวัน ทำให้ขนมปังซาวร์โดย่อยง่ายกว่า เพราะกลูเตนจำนวนมากถูกย่อยไปก่อนแล้ว แถมกรดแลกติกที่ปล่อยออกมา ก็ไปลดปริมาณไฟเตท (Phytates) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ขัดขวางไม่ให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ อย่างแคลเซียมและธาตุเหล็ก ซึ่งมีอยู่มากในขนมปัง

เพราะฉะนั้น ขนมปังซาวร์โดก็เลยถือว่าเป็นพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) คือมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อแบคทีเรียดีๆ ในระบบย่อยอาหารของเราด้วย (คนละอย่างกับโพรไบโอติกส์นะคะ ไม่ได้พิมพ์ผิด รู้นะว่าคิด ฮ่าๆ)

จำง่ายๆ เลยค่ะ ขนมปังซาวร์โดนั้น กินง่าย แอนด์ ถ่ายคล่อง!

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
งาน Natural Yeast Bread Market
ภาพ : www.facebook.com/naturalyeastbreadmarket

อุ้มดีใจมากเลยที่ตอนนี้คนไทยเริ่มสนใจทำขนมปังด้วย ‘ยีสต์ธรรมชาติ’ กันมากขึ้น เมื่อต้นปียังเห็นมีงาน Natural Yeast Bread Market ดูคึกคักน่ารักทีเดียว แถมมีทั้งคาเฟ่และโรงเรียนสอนทำซาวร์โดตั้งหลายแห่ง อย่าง Sunny Bear Coffee Roasters หรือ Lyn Loaf เว็บไซต์เกี่ยวกับซาวร์โดเดี๋ยวนี้ก็มีท่วมอินเทอร์เน็ต ใครจะเริ่มต้นอุ้มว่าเป็นจังหวะที่ดีและสะดวกมากเลยค่ะ

แต่จะจบบทความเพียงเท่านี้มันก็ง่ายไป… หึๆ

เพราะไหนๆ ก็จะมาสายนี้กันแล้ว อุ้มว่าอีกนิดเดียวก็จะสุด เป้าหมายต่อไปคือควรโม่แป้งเอง และที่สุดของที่สุด คือสร้างเตาอิฐสำหรับอบขนมปังด้วยค่ะ

เรื่องโม่แป้งนี่ก็อยู่ในความคิดอุ้มมาหลายปีแล้วค่ะ ตั้งแต่เริ่มทำซาวร์โดใหม่ๆ เพราะรู้มาว่ามีเครื่องโม่แป้งเล็กๆ ตั้งบนเคาน์เตอร์ได้ และสั่งเมล็ดข้าวสาลีมาจากฟาร์มอินทรีย์แถวนี้ได้อีกเหมือนกัน แต่เท่าไหร่ก็ไม่ได้ฤกษ์ลงมือสั่งเสียที หลักๆ เลยคือรู้สึกว่าจะเยอะไปนะ แป้งออร์แกนิกก็มีขายตามซูเปอร์ฯ จะหาเรื่องให้ชีวิตลำบากทำไมนะ เดี๋ยวก็มีคนทำเสื้อยืด อยู่เมืองดัดจริต คิดจะโม่แป้ง ออกมาแซะอีกหรอกนะ

จนกระทั่งได้ไปคุยกับน้าทิสซ่าเพื่อนบ้านเมื่อวันก่อนนี้แหละค่ะ …บรรลุเลย

ทิสซ่าบอกว่าเหตุที่มีเครื่องโม่แป้งเองอยู่ในร้าน ก็เพราะมันดีกว่าซื้อแป้งที่คนอื่นโม่หลายสิบเท่า! เพราะเมล็ดข้าวสาลีนั้น เหมือนหีบห่อที่ปิดอยู่มิดชิด แต่ทันทีที่ถูกบด มันจะปลดปล่อยเอาโปรตีน ไขมันและสารอาหารออกมา เมื่อไขมันโดนอากาศ แสงแดด และความชื้น มันจะเหม็นหืนได้ง่าย 

เพราะฉะนั้น แป้งที่โม่ในระบบอุตสาหกรรม (ซึ่งมีปริมาณไม่มากเท่าไหร่หรอกค่ะ แค่ 99 เปอร์เซ็นต์ของแป้งทั้งหมดในโลกเอ๊ง ฮือๆ) ถึงแม้จะบอกว่าเป็นแป้งโฮลวีต แต่ทั้งรำและจมูกข้าวจะถูกร่อนเอาไปผ่านกระบวนการ ก่อนจะถูกใส่กลับมาในแป้งขาว เพื่อทำให้แป้งมีอายุยืนยาวกว่าบนชั้น ส่วนแป้งสาลีอเนกประสงค์หรือแป้งขนมปังสีขาวนั้น พูดง่ายๆ ก็คือแทบไม่มีชีวิตและคุณค่าอาหารเหลืออยู่แล้ว

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
เมล็ดข้าวสาลีแยกส่วน

ความจริงอันแอบเศร้านิดๆ ก็คือ ถึงแม้คุณจะทำ Sourdough เพราะรักสุขภาพ แต่ถ้ามันทำมาจากแป้งที่ด้อยคุณค่าทางอาหาร ผลลัพธ์ที่ได้ ก็ยังเป็นขนมปังที่ ‘ดีประมาณหนึ่ง’ แต่ไม่ได้มีสารอาหารหลายสิบอย่างที่ธรรมชาติบรรจุไว้ในเมล็ดข้าวสาลี แล้วบดออกมาเป็นแป้ง แล้วเอาไปทำขนมปังเดี๋ยวนั้น

ลองนึกว่าถ้าเราเป็นคอกาแฟ ก็จะไม่มีทางซื้อเมล็ดกาแฟที่บดแล้วแน่นอนใช่ไหมคะ จะชงเมื่อไหร่ถึงจะบดเมื่อนั้น โม่แป้งเองนี่ยิ่งสำคัญกว่าอีกค่ะอุ้มว่า คนไทย Crafty ออก จะทำให้อะไรก็ต้องให้ถึง สั่งเครื่องโม่แป้งเล็กๆ ที่โม่ได้ละเอียดๆ มาใช้ในครัวกันนะคะ

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
ขนมปัง Einkorn ของ Tabor Bread
ภาพ : www.taborbread.com

อ้อๆๆๆๆ จะบอกอีกอย่างด้วยค่ะ ว่าที่ Tabor Bread นะ มีขนมปังจากแป้งข้าวสาลีที่เก่าแก่ที่สุดในโลกด้วย! เรียกว่า Einkorn ค่ะ (อ่านว่าไอน์คอร์น) อร่อยและคุณค่าทางอาหารสูงมาก แถมไม่มีโครโมโซม D ที่ทำให้คนแพ้แป้งสาลี ตอนนี้มีคนปลูกหลายที่ สั่งเบอร์รี่จาก Amazon ยังได้เลยค่ะ สูตรทำขนมปังซาวร์โดจากไอน์คอร์นก็มีเต็มอินเทอร์เน็ตเลย

ฟังอย่างนี้ยิ่งมีแรงบันดาลใจอยากลองแล้วใช่มั้ยล่า ยืนยันจากประสบการณ์ตัวเองเลยนะคะ ว่าแป้งโฮลเกรนเพิ่งโม่ใหม่ๆ (อุ้มไปขอซื้อมาจาก Tabor Bread) เอามาทำขนมปังซาวร์โดแล้วรู้สึกเลยว่ามันมีชีวิตชีวามาก อุ้มใช้แป้งโฮลวีต 100 เปอร์เซ็นต์ เลยด้วย ไม่ได้แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ เหมือนอย่างในสูตรของ Tartine ขนมปังออกมาเผลอๆ จะดีกว่าแป้งขาวด้วยซ้ำค่ะ

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก
Alan Scott และเตาอิฐอบขนมปัง
ภาพ : www.sfgate.com

แล้วก็มาถึงเรื่องสุดท้าย… เตาอิฐอบขนมปัง

เรื่องนี้มันมีที่มาอย่างนี้ค่ะ คือทิสซ่าเนี่ย ก่อนจะย้ายมาอยู่พอร์ตแลนด์ เมื่อ 30 ปีก่อน เขาเคยอยู่ที่เปตาลูมา (Petaluma) แคลิฟอร์เนียร์ (California) แล้วมีเพื่อนบ้านชื่อ อลัน สก็อต (Alan Scott) ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน บิดาแห่งการสร้างเตาอิฐสำหรับอบขนมปัง และคนที่ทำให้ Wood Fired Sourdough Bread เป็นที่แพร่หลายในอเมริกานี่เอง

ทิสซ่าบอกว่าหลงรักขนมปังของอลันตั้งแต่ตอนนั้น ถึงกับให้อลันมาสร้างเตาอบที่หลังบ้าน แล้วก็หัดทำทดลองสูตรของตัวเอง จนมาพอร์ตแลนด์ถึงได้เปิดเบเกอรี่ที่สืบทอดอุดมการณ์และรสชาติขนมปังเตาฟืน ที่บรรพบุรุษของเราทำกันมาช้านาน

ถามว่าเตาอิฐดีกว่าเตาอบไฟฟ้ายังไง

คำตอบก็คือ ความร้อนสม่ำเสมอกว่า ทำให้ได้ขนมปังสูญเสียความชื้นน้อยกว่าและอร่อยกว่าค่ะ

เพราะเตาอิฐเนี่ย เราต้องเผาฟืนในเตาก่อนเป็นเวลานาน (อย่างเตาของ Tabor Bread นี่ถ้าหยุด ต้องเริ่มจุดใหม่ 7 วันก่อนถึงจะใช้ได้ ย้าก!) เพื่อให้ก้อนอิฐร้อนจัด แล้วถึงเอาฟืนออก ความร้อนที่ใช้ในการอบขนมปัง จึงมาจากความร้อนที่คายออกมาจากก้อนอิฐ ซึ่งร้อนนาน ร้อนยาวสม่ำเสมอ (ทิสซ่าบอกว่าถ้าหยุดเติมฟืนตอนเช้า เตาจะยังร้อนพอทำอาหารต่อไปได้อีก 4 วันแน่ะค่ะ) ขนมปังที่อบจึงมี Crust ที่พิเศษ และเนื้อขนมปังจะมีความชุ่มฉ่ำมากกว่าอบด้วยเตาไฟฟ้า ซึ่งมี Thermostat พออุณหภูมิตกก็จะติดขึ้นมาใหม่ ทำให้ความร้อนไม่สม่ำเสมอ

Portland เมืองแห่ง Artisan Bread จากหัวเชื้อ Sourdough ร้อยปีและแป้งข้าวสาลีเก่าแก่ที่สุดในโลก

ใครสนใจเรื่องนี้ หาอ่านได้จากหนังสือที่อลันเขียนไว้อย่างละเอียด ชื่อ The Bread Builders ซึ่งพ่อหนุ่มหน้ามนที่หน้าปก คือคุณแชด โรเบิร์ตสัน ของเรานี่เอง! (ทิสซ่าเล่าว่าสมัยนู้น แชดยังเสื่อผืนหมอนใบ มาหัดทำขนมปังเป็นผู้ช่วยอลันอยู่เลย ก่อนจะไปยุโรปแล้วกลับมาเริ่มทำร้าน Tartine) สุดท้ายก็วนไปมา แต่ว่าเกี่ยวข้องกันไปหมดจริงๆ

เอาล่ะค่ะ จบได้เสียที เล่าเรื่องซาวร์โดก็ต้องใช้เวลานานๆ ให้สมฐานะขนมปังขึ้นช้าใช่ไหมล่ะคะ แต่ช้าแบบนี้แหละค่ะ ดีทั้งต่อปาก ต่อใจ แม้แต่ลำไส้ใหญ่ก็จะพลอยเบิกบาน ใครอยากมีสุขภาพดีเปลี่ยนมาทำขนมปังใช้ยีสต์และแบคทีเรียธรรมชาติ และใช้แป้งโม่ใหม่ๆ กันดีกว่าค่ะ!

ใครที่อยากได้แรงบันดาลใจหรืออยากศึกษาเรื่อง Sourdough Bread อย่างลึกซึ้ง อยากแนะนำเว็บไซต์เหล่านี้ค่ะ

https://taborbread.com

https://tartinebakery.com/about/our-story

https://www.theperfectloaf.com

http://thebreadlab.wsu.edu

http://robdunnlab.com/projects/wildsourdough

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

ผลข้างเคียงของโควิดคืออะไร

คือทำให้หมา แมว และต้นไม้ในบ้านขายดีมาก!

ที่พอร์ตแลนด์นี่หมาแมวถึงกับขาดตลาดน่ะค่ะ ใครอยาก Adopt ต้องรอคิวยาวเหยียด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังเห็นคนเดินจูงหมาไปมากันขวักไขว่ เรียกว่า Covid Dogs (and Cats) นี่ กลายเป็นคำเรียกคุ้นหู อย่างกับยุค Baby Boomers เลยเชียว

คือติดแหง็กอยู่กับบ้าน เลยหันมาเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวกันยกใหญ่

แต่ทีนี้ หมาแมวมันก็มีเรื่องต้องรับผิดชอบระดับน้องๆ มีลูกเลยใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นบางคนก็เลยบอกว่า ฉันอยากได้สิ่งมีชีวิตมาอยู่เป็นเพื่อนในบ้าน แต่เอาแบบไม่ต้องดูแลมากขนาดนั้นได้ไหมเล่า

ต้นไม้ในบ้าน (Houseplants) ก็เลยขายดีระเบิดระเบ้อขึ้นมาสิคะ

ลำพังในพอร์ตแลนด์เอง ร้านต้นไม้ที่อยู่มาเก่าแก่ก็มีไม่น้อย ร้านเกิดใหม่หน้าตาอย่างกับคาเฟ่ก็แข็งแรงอยู่กันได้สบาย คุณ-ภาพ-ชี-วิต ตอนนี้ อุ้มเลยจะพาทัวร์ร้านต้นไม้ในบ้านของพอร์ตแลนด์ แบบคัดสรรมาแล้วว่าเก๋จริงอะไรจริง แบบเดินเข้าไปแล้วต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพราะมันช่างน่ารัก ทำให้การหาข้อมูลมาเขียนตอนนี้มีการเสียทรัพย์ไปเยอะมาก มากกว่าค่าเรื่อง (กระซิกๆ) หวังว่าชาวเดอะคลาวด์จะได้แรงบันดาลใจไปเปิดร้านต้นไม้ของตัวเองกันให้สวยกิ๊งเลยนะคะ

01

Solabee

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านแรก เลือกมาเพราะว่าเขาดังจริง สวยจริง อยู่มาจนจะเป็นตำนาน ได้รางวัลเยอะแยะมากมาย เริ่มจากเป็นร้านดอกไม้ก่อน แล้วตอนหลังถึงมาเพิ่มต้นไม้ ก็เลยกลายเป็นมีฐานลูกค้าเหนียวแน่น ร้านอยู่ตรงหัวมุมในย่านอยู่อาศัย (นึกถึงประมาณซอยกลาง หรือรอยต่อระหว่างทองหล่อ-เอกมัย) ขับรถหรือเดินผ่านไปแล้วไม่อยากเข้านี่ให้เตะ การที่มีทั้งต้นไม้และดอกไม้ ก็ทำให้ร้านมีความหอมสดชื่น มีสีสันมากกว่าเขียวๆ ขาวๆ แล้วก็ดูมีกิจกรรม เพราะหลังร้านมีคลาสและมีช่างจัดดอกไม้ทำงานเกือบจะตลอดเวลา

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

จุดเด่นอีกอย่างของร้านนี้ คือมีบริการออกแบบ จัดส่ง และดูแลต้นไม้ให้ถึงบ้าน เลือกได้ด้วยว่าให้มารดน้ำเดือนละกี่หน เปลี่ยนกระถางใหม่เดือนไหน อ้อ แล้วถ้าใครจะจัดงานแต่งงานแต่ไม่อยากใช้ดอกไม้เพราะรู้สึกว่าสิ้นเปลือง เลือกเป็นต้นไม้ก็ได้ด้วย เสร็จงานแล้วเอาไปใช้เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ต่อได้เลย ดี๊ดีอะ

Website : www.solabeeflowers.com

Instagram : solabeeflowers

02

Dennis’ 7 Dees

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้น่าสนใจตรงที่เริ่มจากธุรกิจครอบครัวทำเนอร์สเซอรี่ขายส่งต้นไม้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1927 โน่น แต่ก่อนตอนมาอยู่พอร์ตแลนด์ใหม่ๆ พูดถึง Dennis’ 7 Dees ทีไร อุ้มจะนึกถึงร้านต้นไม้หน้าตาบ๊านบ้าน อารมณ์เหมือนไปจตุจักรฝั่งที่ขายกล้วยไม้น่ะค่ะ คือไม่ได้อยู่ในรายชื่อร้านเก๋ที่คุณต้องไปอะไรแบบนั้นเลย แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็รีแบรนดิ้งค่ะคุ๊ณณณ อุ้มไปซื้อโคมไฟที่ร้าน Rejuvenation ซึ่งเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเจ้าใหญ่เจ้าดังของพอร์ตแลนด์ แล้วอยู่ดีๆ ก็หลุดพลัวะเข้าไปในร้านใหม่ของ Dennis’ 7 Dees เฮ้ยยยยยย….ทำไมมันน่ารัก!

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ข้อดีของที่นี่คือต้นไม้คุณภาพดีแน่ เพราะเขาเป็นชาวสวนตัวจริง มีไม้แปลกๆ ต้นใหญ่ๆ ให้เลือกเยอะ และมีกระถางสวยๆ ราคาไม่แพง ส่วนใหญ่เป็นแบบเรียบๆ สีสะอาดๆ ซึ่งร้อยทั้งร้อยก็ต้องถูกสอยกลับบ้านพร้อมต้นไม้ แล้วโลเคชั่นคือใช่มาก คนซื้อเฟอร์นิเจอร์ ซื้อของแต่งบ้านเสร็จ เดินเลยมาด้านหลังก็เข้าร้านต้นไม้มาเลยแบบเนียนๆ เกื้อกูลกันราวยีสต์และแบคทีเรียในสโคบี้หมักคอมบูฉะทีเดียวเชียว (เปรียบเทียบอะไรของคุณคะ)

Website : dennis7dees.com/rejuvenation-provisional-plant-shop/

Instagram : dennis7dees

03

Arium Botanicals

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

วาวววว…ได้แต่พูดว่า…วาวววว ตอนขับรถเข้าไปจอดหน้า Arium Botanicals

คือเขาเอาตึกเก่า (น่าจะเป็นอู่ซ่อมรถมาก่อน) มาปรับโฉมใหม่กลายเป็นร้านต้นไม้โคตรของโคตรเท่ คือเท่ทั้งข้างนอกข้างในด้วยเอ้า ข้อดีคือตึกโล่งกว้างหลังคาสูง ทำให้จัดต้นไม้แล้วดูน่าเดิน จัดเป็นหมวดหมู่ เลือกง่าย มองเห็นอะไรชัดเจน (บาดเจ็บกระเป๋าตังค์ไปเยอะ) ต้นไม้อยู่ทาง กระถางอยู่อีกทาง ยิ่งช่วงโควิดนี่สะดวกมากกับการวางลูกศรแล้วให้คนเดินไปทางเดียว

การมีที่จอดรถกว้างขวางเป็นของตัวเองนี่ก็แอบจำเป็นอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะลองนึกภาพว่าซื้อต้นไม้ใหญ่ๆ (หรือต้นเล็กๆ หลายๆ ต้น บวกกระถางอีก) แบกออกมา เอาใส่รถได้เลย ย่อมทำให้อยากกลับไปซื้อ มากกว่าร้านที่จอดแล้วต้องเดินไกล หรือร้ายที่สุดคือไม่มีที่จอดรถนี่แล

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ที่ชอบอีกอย่างของ Arium ก็คือเว็บไซต์ค่ะ ถ่ายรูปต้นไม้ได้ซิ่งมากอะ คือไม่ได้ทำอะไรมาก แต่ทำให้จำได้เลย แถมข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ก็ละเอียดดีจัง ทำให้เลือกง่าย รู้ว่าต้นไหนเหมาะกับสภาพแสงและความสามารถของเรา ไม่ใช่จะเอาเพราะชอบสีชอบทรงของใบ แต่เอามาแล้วตาย เพราะไม่เหมาะกับบ้านเราไรงี้

ใครมีโกดังพร้อมที่จอดรถกว้างๆ ทำแบบนี้เลยค่ะ คือในร้านทั้งหมดที่เอามาแนะนำ อุ้มชอบเลย์เอาต์ของร้านนี้ที่สุด คือไปแล้วรู้สึกว่าง่ายดี เพราะอุ้มว่าจากนี้ไป การมีต้นไม้ในบ้านมันจะเป็นเรื่องเนี้ยบๆ คลีนๆ ไม่ใช่ยุคเหงื่อซึมมาสคาร่าละลาย เหมือนตอนไปตลาดต้นไม้แบบสมัยก่อนแล้ว

Website : ariumbotanicals.com

Instagram : ariumbotanicals

04 

Appetite

ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา
ร้านต้นไม้ยอดนิยมในพอร์ตแลนด์ และไม้ในบ้านขวัญใจอเมริกันชน 14 ชนิดที่ฮิตเหมือนบ้านเรา

ร้านนี้ชอบตรงที่เข้าไปแล้วรู้สึก Cozy ปลอดภัย อุ่นๆ แน่นๆ เหมือนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของบ้านคนรู้จัก เจ้าของเป็นสองสาวพี่น้องที่สมัยเด็กโตมาที่รัฐ New Mexico แล้วแม่เป็นคนชอบประดิดประดอย เพราะฉะนั้นพอทั้งคู่ย้ายมาพอร์ตแลนด์แล้วอยากเปิดร้านต้นไม้ ก็เลยเย็บกระถางผ้าใบพิมพ์ลายเกี่ยวเนื่องกับทะเลทรายและอินเดียนแดง ซึ่งต่อมากลายเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของ Appetite คือเห็นกระถางผ้าแบบนี้ทีไรก็รู้ได้ทันทีว่ามาจากร้านนี้

ที่อุ้มชอบมากคือ ถ้าซื้อต้นไม้กับกระถางพร้อมกัน เขาจะเอาต้นไม้ย้ายลงกระถางใหม่ให้ จริงๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยนะคะ แต่บอกแล้วว่าคนเลี้ยงต้นไม้สมัยนี้ ถ้ามือไม่เปื้อนได้ก็ขอไม่เปื้อนนะ (จริงป่ะ) คือจ่ายเงินเสร็จ ขอถือกระถางเอากลับไปวางที่บ้านได้เลย รดน้ำอย่างเดียว

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

อีกเรื่องที่น่ารักก็คือ มีบริการเจาะรูกระถางให้ด้วย! คือนึกออกไหมคะ กระถางที่สวยๆ บางทีก็ไม่มีรูระบายน้ำ เพราะเขาแค่อยากให้เอาต้นไม้ใส่กระถางพลาสติกเสียบลงไป แต่มีหลายทีมากที่อุ้มอยากปลูกลงกระถางเลยเพราะมันดูสวยกว่า ร้อนต้องเอาหินรองก้น รดน้ำทีก็ต้องกะไม่ให้เยอะเกิน หรือต้องคอยเทน้ำออกมาให้หมด ยุ่งยากมั้ยอะ พอได้ยินน้องคนขายบอกว่า ร้านนี้มีบริการเจาะรูระบายน้ำให้กระถางสวยแต่ก้นปิดของเราด้วย อุ้มแทบจะเข้าไปกอด คือเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยคิดให้เนอะ เขาบอกใช้ดอกสว่านพิเศษที่เจาะดินเผาได้ ค่าเจาะก็แค่ 5 เหรียญอะไรงี้ โอยย รักเลย (กระถางที่นี่ใบเล็กๆ ก็ 20 – 30 เหรียญแล้วนะคะ ถ้าใบใหญ่ๆ มีเป็นร้อยเหรียญ เจาะเองแล้วแตกจะคุ้มมั้ย

Website : appetiteshop.com

Intagram : appetiteshop

05

Artemisia; Collage With Nature

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านอื่นอาจจะเด่นเรื่องต้นไม้ แต่ร้านนี้เขามีดีตรง Terrarium ค่ะ! หนังสือ Terrarium Craft ที่เขียนโดยเจ้าของร้าน Amy Bryant Aiello เป็นประกัน แต่ก่อนนี้อุ้มเคยอยู่แถวๆ ร้าน Artemisia เลยเข้าไปเดินเล่นดูโน่นดูนี่อยู่บ่อยๆ ยังเคยซื้อขวดโหลกับกรวดมาทำ Terrarium ของตัวเองเลย แล้วก็จำได้ว่าร้านนี้มีความ ‘แปลกๆ’ แบบ Mystic มีความแม่หมอนิดๆ พอไปดูประวัติของคุณเอมี่นี่ก็เลยเข้าใจ เพราะเขาโตมาในบ้านที่มีทั้งนักธรรมชาติวิทยา ศิลปิน นักธรณีวิทยา หรือแม้กระทั่งนักดาราศาสตร์ ความชอบของเขาก็เลยมีทั้งธรรมชาติและความเหนือจริงปนๆ กัน มีทั้งขายต้นไม้ ขายหินมีค่า และขายน้ำมันหอมด้วย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

เรื่องน่ารักของร้านนี้ตอนนี้ก็คือ เขาไม่ได้เปิดให้คนเข้าไปเดินเล่นในร้านเพราะโควิด แต่มี 3D Barcode ให้สแกนสั่งของที่หน้าร้าน หรือสั่งจากเว็บไซต์แล้วไปรับที่ร้าน มีชุดต้นไม้สำหรับคนเพิ่งเริ่มเลี้ยง ที่เลือกจากสภาพแสงในบ้าน มี Terrarium Kit ให้เอาไปทำเอง มี Virtual Class หลายแบบ ที่ขายของด้วย ขายคลาสด้วย (อยากเรียนทำ Kokedama กับทำน้ำหอม) คือเรียกว่าปรับตัวปรับธุรกิจให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจและสังคมได้ดีมาก เหมือนกับต้นไม้ที่ปรับตัวได้กับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป น่าชื่นชมเนอะ

Website : www.collagewithnature.com 

Instagram : artemisiacollagewithnature

06 

Pistils Nursery

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

ร้านสุดท้าย แต่อยู่ในพอร์ตแลนด์มานานที่สุด เรียกว่าเป็น Portland Institution สถาบันต้นไม้แห่งพอร์ตแลนด์เลยก็ว่าได้ เจ้าของคือคุณ Mégan Twilegar นี่เขาได้ลงหนังสือ The Earth in Her Hands; 75 Extraordinary Women Working In the World of Plants เชียวนะ เพราะว่าเป็นคนแรกๆ ที่เริ่มทำร้านสำหรับ Urban Homesteader มาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เป็นคนที่ทำให้ Backyard Chickens หรือการเลี้ยงไก่หลังบ้าน กลายมาเป็นเรื่องฮิตจนเป็นกระแสหลักในพอร์ตแลนด์ และเป็นคนแรกๆ ที่จริงจังเรื่องการขายต้นไม้ในบ้าน จนตอนนี้ใครก็รู้ว่า Pistils Nursery นี่คือตัวจริง เก๋าจริง วันที่อุ้มไปร้าน ทันทีที่ประตูเปิดตอน 11 โมง คนก็เริ่มเข้ามาเดินกันเต็มร้านแล้ว (คือคนเยอะที่สุดในร้านทั้งหมดที่ไปมา)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก
เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

แต่อาจจะเพราะอยู่มานาน อุ้มเลยรู้สึก (ไปเองมั้ยไม่รู้) ว่าร้านมันมีพลังงานแก่ๆ เหนื่อยๆ นิดหน่อย ไม่คึกคักไฟแรงเหมือนร้านใหม่ๆ อย่าง Arium หรือ Dennis’ 7 Dees อันนี้ก็ถือว่าเป็นกำลังใจให้คนที่จะเริ่มทำใหม่ๆ จะได้ไม่ต้องกลัวคนที่อยู่มานานๆ เพราะบางทีความสด ความตั้งใจ อาจจะส่งผลต่อต้นไม้และบรรยากาศในร้านด้วยก็ได้นะคะ

Website : pistilsnursery.com

Instagram : pistilsnursery

พูดถึงร้านต้นไม้ จะไม่พูดถึงต้นไม้ก็กระไรอยู่ใช่ไหมคะ งั้นขอเอาตัวอย่างต้นไม้ที่ฮิตๆ ที่นี่ตอนนี้มาส่งท้ายแล้วกันค่ะ ทั้งหมดที่อุ้มเลือกมา มีคุณประโยชน์ช่วยกรองอากาศในบ้านด้วย นอกจากจะเขียวสวยเจริญตา คุณ-ภาพ-ชี-วิต และสุขภาพของเรายิ่งจะดีขึ้นด้วย

1. Snake Plant หรือ Mother-in-law’s Tongue (ชื่อทางพฤกษ์ศาสตร์คือ Sansevieria) คนไทยเรียกว่าต้นลิ้นมังกร เป็นต้นที่ควรมีไว้อย่างยิ่งในห้องนอน เพราะเขาคายออกซิเจนออกมาตอนกลางคืน นอกจากจะเลี้ยงง่ายแล้วยังดูก้ำๆ กึ่งๆ ระหว่างกระบองเพชรกับไม้ใบ สวยไปอีกแบบ ข้อควรระวังคือไม่ค่อยชอบน้ำ เพราะฉะนั้นอย่ารดน้ำมากเกินไป ไม่อย่างนั้นจะรากเน่าจ้ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

2. Spider Plant ไทยเรียกเศรษฐีเรือนใน (คือแถบสีเหลืองอ่อนอยู่ข้างใน แต่ถ้าแถบสีอ่อนอยู่ข้างนอกก็เรียกเศรษฐีเรือนนอก) เป็นไม้มงคลที่เลี้ยงง่ายยยยยยยมาก และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ดี (นึกถึงว่าบ้านอยู่ใกล้ๆ ถนนนี่เหมาะเลย) ที่น่ารักอีกอย่างคือ พอเขาโตเต็มที่จะออกดอกเป็นช่อยาว แล้วปลายช่อจะมีต้นอ่อนที่เอาไปปลูกต่อได้ด้วย ใบไม่เป็นพิษ เพราะฉะนั้น ถ้ามีหมาแมวก็ไม่ต้องกลัวว่ามันมาเล็มกินแล้วจะเป็นอันตรายเหมือนต้นอื่นๆ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

3. Pothos หรือ Devil’s Ivy เห็นพลูพวกนี้แล้วขำนะคะ เพราะเราปลูกกันมาตั้งแต่อยู่ประถม เรียกว่าบ้านไหนบ้านนั้นต้องมีพลูด่างห้อยกันทั่ว ตอนนี้ที่นี่ก็ฮิ้ตฮิต ราคาไม่แพงด้วย เนื่องจากเขาชอบแสงและความชื้น ไว้ในห้องน้ำก็แอบเหมาะ หรือถ้าไว้ในห้องอื่น อย่าลืมคอยรดน้ำหรือใช้สเปรย์ฉีดให้มีความชื้นอยู่เสมอนะคะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

4. Rubber Plant (Ficus Elastica) หรือยางอินเดีย นอกจากจะท้นทน ดูแลง่าย และสวยแปลกตาแล้ว ยังมีงานวิจัยที่ยืนยันโดย NASA ว่า ยางอินเดียเป็นต้นไม้ในบ้านที่กรองอากาศได้ดีที่สุด! ข้อควรระวังคือมันเป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง เพราะฉะนั้น ต้องคอยระวังอย่าให้น้องหมาน้องแมวมางับเล่น

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

5. Peace Lily ภาษาไทยเรียกว่า เดหลี เป็นไม้มงคลที่ดูแลง่าย และช่วยกรองอากาศได้ดีมาก มีดีอีกอย่างตรงที่มีดอกสีขาวครีมตัดกับใบเขียว ดูสวยน่ามอง แต่ต้นนี้ก็เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ต้องคอยระวังกันให้ดีนะจ๊ะ แม้แต่คนเองก็ตาม ถ้าจับต้นแล้วควรจะไปล้างมือเพื่อความปลอดภัย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

6. Philodendron พวกตระกูลฟิโลนี่ยังไงก็ต้องมีไว้สักต้น ไม่ว่าจะใบมะละกอ หูช้าง ก้านส้ม ซานาดู หรืออีกไม่รู้กี่ชนิด ใบสวยๆ น่าสะสมทั้งนั้น นอกจากฟิโลจะเลี้ยงง่าย ยังช่วยฟอกอากาศให้สะอาด ปราศจากฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารเคมีที่ระเหยออกมาจากวัสดุก่อสร้าง ใครเพิ่งแต่งคอนโดฯ เสร็จใหม่ๆ ย้ายเข้าบ้านพร้อมฟิโลสักสามสี่ต้นนี่ก็แจ๋วไปเลย

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

7. Calathea Makoyana ชื่อไทยคือคล้าแววมยุรา ชอบน้ำและความชื้น เพราะมีถิ่นกำเนิดมาจากป่าดิบชื้นในบราซิล คนชอบเพราะใบมีลายและทรงสวย ส่วนต้นคล้าชอบดูดซับสารพิษในอากาศ จึงมีคุณงามความดีที่คู่ควรนำมาประดับบ้าน เหมือนแต่งงานกับคนลุคแนวๆ แล้วชอบทำอาหารชอบทำงานบ้านไรงี้นะ (มาอีกละเปรียบเทียบอะไรบ้าๆ บอๆ เนี่ย)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

8. Anthurium Clarinervium ไทยเรียกหัวใจเศรษฐีหรือหน้าวัวหัวใจลาย ช่วยกรองอากาศ เลี้ยงง่าย ชอบแดดรำไร ไม่ต้องรดน้ำเยอะ ใบนิ่มเหมือนกำมะหยี่และมีเส้นเปล่งปลั่งตรงกลาง ที่นี่ขายแพงมาก ต้นเล็กนิดเดียวเกือบ 200 เหรียญแน่ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

9. Zanzibar Gem หรือ Zizi Plant ไทยเรียกว่ากวักมรกต เป็นต้นไม้ที่ทนมากถึงมากที่สุด ใบหนาเขียวสดมันวาว แตกหน่อใหม่เรื่อยๆ ทำให้แยกไปปลูกในกระถางใหม่ได้ง่าย ช่วยกรองสารพิษในอากาศด้วย คนโบราณเชื่อว่าปลูกต้นกวักมรกตแล้วจะโชคดีมีสตางค์ (แต่ข่าวว่าเพิ่งไปเสียสตางค์ซื้อมานะ ฮ่าๆ)

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

10. Chinese Money Plant (หรือ Pilea – ไพเลีย) บางคนเรียกว่าต้นแพนเค้กหรือต้นยูเอฟโอ เลี้ยงง่าย ใบสวยน่ารัก ถือว่าเป็นไม้มงคล ช่วยเรียกเงินทองโชคลาภหรือพลังบวกมาสู่บ้าน เป็นต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ ด้วย

11. Aglaonema หรือ Chinese Evergreen ชื่อไทยเพราะเชียวว่า แก้วกาญจนา หรือเขียวหมื่นปี หรือบางทีก็เรียกทับศัพท์ไปเลยว่าอโกลนีมา เด่นมากตรงที่ใบมีสีมีลายให้เลือกเยอะมาก และช่วยกำจัดสารพิษในบ้านได้ดีมากถึงมากที่สุด

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

12. Parlor Palm หรือ ปาล์มใบไผ่ ฮิตมาตั้งแต่ยุควิกตอเรีย และยังคงฮิตต่อไปในยุคควีนมัม เป็นต้นไม้ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า ดูดซับสารพิษและกรองอากาศได้ดีมากกกกกก แถมยังช่วยคายความชื้นออกมาด้วย ใบและทรงต้นก็สวยดี เหมาะจะมีไว้ซักมุมนึงในบ้านหรือในออฟฟิศนะจ๊ะ

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

13. Monstera Deliciosa ไทยเรียกพลูฉีก หรือพลูแฉก เป็นไม้เลื้อยเขตร้อน สีเขียวสด ใบไม่ค่อยร่วง ดูแลง่าย ปลูกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งแสงแดดรำไร (แต่แดดแรงเกินไปใบจะไหม้) ถ้ามีเสาหรือแผ่นไม้ให้เลื้อยจะโตเร็วกว่ามาก เป็นอีกต้นที่ช่วยกรองอากาศได้ดีมาก แล้วเวลาโตใบใหญ่ๆ นี่คือสวยล้ำหน้าต้นอื่นๆ อย่างแรง

14. Ficus หรือ Fiddle Leaf Fig ไทยเรียกว่าไทรใบสัก อันนี้เอามาไว้สุดท้ายเพราะเป็นต้นที่อุ้มชอบมากที่สุด ข่าวว่าที่เมืองไทยเคยฮิตจนเลิกฮิตไปแล้ว แต่อุ้มว่าความสวยของต้นนี้ยังไงก็ Timeless แถมเป็นต้นที่ฟอกอากาศได้เก่งมากอีก ยังไงก็ควรจะมีไว้สักต้น บางคนบอกว่าเลี้ยงยาก แต่เพื่อนอุ้มบอกว่าถ้าหาจุดในบ้านที่แสงกำลังดีแล้วเขาชอบ ก็อย่าย้ายไปไหน คอยเปิดเพลงหรือเล่นดนตรีเบาๆ ให้ฟัง พร้อมกับเขย่าต้นนิดๆ ให้เหมือนโดนลมพัด เขาจะชอบมาก ใบใหญ่สวยเชียว

เชื่อว่ายังมีต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าสะสมอีกเยอะเลย แต่เริ่มจากเท่านี้ก่อนก็แล้วกันนะคะ เอาให้พอเห็นภาพ เพราะต่อไปร้านต้นไม้ในบ้านสวยๆ น่าเดินในเมืองไทยจะเกิดขึ้นอีกเยอะมากแน่เลย ซึ่งก็จะเป็นเรื่องดีให้คนเมืองมีทางเลือกในการหาต้นไม้สวยๆ มาใส่บ้าน ใส่คอนโดฯ หรือใส่ออฟฟิศกันได้ง่ายขึ้นมาก

Happy (House)planting ค่าทุกคน!

เทรนด์ปลูกต้นไม้ในพอร์ตแลนด์บานสะพรั่งเหมือนเมืองไทย ร้านต้นไม้ที่คนชอบเป็นแบบไหน ต้นอะไรที่อเมริกันชนชอบปลูก

Writer

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load