25 พฤษภาคม 2562
52.54 K
The Cloud x การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

แดดยามบ่ายของปราจีนฯ เต้นระบำส่องแสงระยิบระยับบนผิวน้ำ ราวกับเปิดฟลอร์การแสดงต้อนรับแขกผู้มาเยือน สายลมพัดเอื่อยชวนหลับตาเคลิ้มจนอยากเอนตัวพักกายบนสนามหญ้าเขียวขจี

ไม่ใช่ภาพในจินตนาการ แต่เป็นภาพจริงตนาการของบ้านอาทิตย์-ธารา บ้าน (เคย) ส่วนตัวของ อ๊าร์ต-หม่อมหลวงอภิชิต วุฒิชัย และ กบ-อาภาศิริ เทพหัสดิน ณ อยุธยา บ้านไม้เพิงหมาแหงน 4 หลัง 12 ห้อง เลียบริมแม่น้ำบางปะกง ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ ขนาดว่าหมุนตัว 360 องศาก็เจอเพียงสายลม แสงแดดและสองเรา เหมาะมากกับการหนีความวุ่นวาย หนีร้อน และบางทีอาจหนีรักมาพักสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชื่นใจเต็มสองปอด แถมบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกดินกลางแม่น้ำก็สุดแสนจะโรแมนติกว่าหนังรักทุกเรื่องของฮิว แกรนต์ มัดรวมกันเสียอีก

1

เบื่อคน เบื่อรถติด และเบื่อกรุงเทพมหานคร เป็นเหตุผลให้อ๊าร์ตตัดสินใจขอที่สักผืนจากคุณพ่อคุณแม่ ท่านพร้อมใจกางโฉนดและปักหมุดจังหวัดปราจีนบุรี ก่อนอ๊าร์ตจะเจอเพชรเม็ดงาม เขาต้องพึ่งชาวบ้านฟันป่าทึบเข้าไป จนกระทั่งเจอแม่น้ำบางปะกงและคุ้งโยธกา จุดบรรจบกันของแม่น้ำสายนครนายกและปราจีนฯ ซึ่งอยู่ถัดออกไป ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและบรรยากาศดีมากเกินบรรยาย ทำให้เขาเลือกสร้างบ้านไม้เพิงหมาแหงนหลังแรกบนที่ผืนนี้แทบจะทันที

“บ้านหลังแรกของเราน่าเอ็นดูมาก มันเรียบง่าย เดินเข้าไปเจอเตียงเลย ไม่มีทีวี ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เราเปิดหน้าต่างโล่งและใช้มุ้งสายบัวแทน บ้านของเราไม่มีคอนเซปต์ เราแค่หลงรักความเรียบง่าย เราออกแบบทุกอย่างเองตั้งแต่เป็นวิศวกะและสถาปนึก ไปซื้อไม้เก่าของชาวบ้านบ้าง เอาของจากบ้านกรุงเทพฯ มาบ้าง

“เราเป็นคนโรแมนติก ชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก เราว่าพระอาทิตย์ขึ้นกลางเขาไม่สวยเท่าพระอาทิตย์ตกกระทบผืนน้ำ ชื่อบ้านอาทิตย์-ธารามาอธิบายได้หลังจากเราพาลูกๆ ไปดูบ้านหลังแรก อยู่ดีๆ คำว่าอาทิตย์-ธาราก็โผล่ขึ้นมา เราไม่ได้เอาสมองคิด หัวใจมันคิด แล้วพระอาทิตย์กับสายน้ำมองไปทางไหนก็สวย” เจ้าของบ้านเล่าความหลังที่ยังชัดเจนในใจ

2

มีบ้านไม้เพิงหมาแหงนหลังแรก ย่อมมีบ้านไม้เพิงหมาแหงนหลังที่ 2 และ 3 ตามมา

“ตายละวา อยู่กันน้อยคนแต่ทำไมห้องพักมากมายขนาดนี้ ประกอบกับเพื่อนเราจากทั่วทุกมุมโลกเขาชอบมากเพราะบรรยากาศดี เลยแนะให้เราเปิดบ้านให้คนมาพัก เป็นการแบ่งความสุขให้คนอื่นด้วย เราเลยตัดสินใจลองเปิดดูก่อน 5 ห้อง ปรากฏว่าแขกชอบ ชอบอาหาร ชอบที่ได้นั่งคุยกับเรา

“เราเลยสร้างเรือนเพิ่มขึ้นอีก 8 ห้อง พร้อมสระว่ายน้ำ หลังจากนั้นคนนิยมใหญ่เลย ด้วยเป็นสระว่ายน้ำเกลือ ว่ายแล้วสบายตาสบายใจ กระโจนขึ้นจากสระก็เหมือนร่างกายได้รับการบำบัด”

บ้านไม้เพิงหมาแหงน 4 หลัง 12 ห้อง ถูกตั้งชื่อตามหลักฆราวาสธรรม 4 สัจจะ ทมะ ขันติ และจาคะ เจ้าบ้านให้เหตุผลว่า “เรากับกบธรรมะธัมโมอยู่แล้ว มีบ้าน 4 หลังพอดี ก็เห็นพ้องกันว่าน่าจะตั้งชื่อห้องเป็นหลักธรรมสัก 4 ข้อ เลยไปตกอยู่ที่ฆราวาสธรรม 4 เป็นการอยู่ร่วมกันฉันฆราวาส เป็นกฎเชิงธรรมะให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

 นอกจากการตั้งชื่อห้องพักเป็นหลักธรรมซึ่งแสดงถึงบุคลิกของเจ้าบ้านทั้งสองคน ยังมีห้องพระส่วนตัวอยู่บนเรือนไม้ 2 ชั้น เป็นห้องที่อ๊าร์ตและกบมักจะเข้าไปทำสมาธิ ไหว้พระ และเคยจัดงานโกนผมไฟตลอดจนงานแต่งงานมาแล้ว ส่วนชั้นล่างเป็นห้องส่วนกลาง เปิดให้แขกเข้ามาหย่อนใจได้ตลอดทั้งวัน จะนั่งทานเฉาก๊วยเหนียวนุ่มชื่นใจ หรือไอศครีมโฮมเมดเนื้อแน่นก็อร่อยสูสีกัน แต่เอาเข้าจริง แค่ได้นอนอ่านหนังสือเล่มโปรดบนเปลญวนริมน้ำก็มีความสุขแล้ว

3

ถ้าใครยังมีพลังเหลือเฟือ บ้านอาทิตย์-ธาราเตรียมกิจกรรมทางน้ำไว้ให้เลือกเล่นตามใจชอบ ไม่ว่าจะเล่นสกีน้ำ กระโดดน้ำ ปิกนิกกลางทุ่งนาเขียวขจี บางทีก็เหลืองทองอร่าม แต่เราขอแนะนำให้คุณลองนั่งเรือออกไปชมพระอาทิตย์ตกดินกลางคุ้งน้ำโยธกา ท่ามกลางความเงียบสงบ กลับมีเสียงนกนานาชนิดส่งเสียงร้องขณะบินกลับรัง แผ่นฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีราวกับจิตรกรค่อยๆ ใช้แปรงแต้มสีนู้นที สีนั้นทีลงบนผืนผ้าใบขนาดยักษ์ ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า แสงสีส้มกลมโตสะท้อนลงบนผิวน้ำ สวยจับใจ จนขอกดชัตเตอร์ด้วยสายตาแทนกล้องถ่ายภาพข้างกาย

เคยมีแขกบางคนแอบกระซิบกัปตันเรือขอซ่อนแหวนเพชรในถังน้ำแข็งใบจิ๋ว เพื่อเซอร์ไพรส์แฟนสาวด้วยการขอแต่งงานท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก โดยมีธรรมชาติรอบตัวอาสาเป็นพยานรัก

“มู้ดของพระอาทิตย์และท้องฟ้าแต่ละวันไม่เหมือนกันสักนาที ถ้ามีเพลงเพราะกับลำโพงเสียงดีไปเปิดกลางคุ้งน้ำ มีเครื่องดื่มจิบนิดหน่อย สวรรค์ใกล้กรุงเทพฯ อยู่แค่เอื้อม” อ๊าร์ตเสริม
เราเห็นด้วยเต็มเปา

หลังจากเอนกายพักผ่อนและทำกิจกรรมสนุกจนท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเข้ม เป็นสัญญาณดีให้แม่ครัวประจำบ้านอาทิตย์-ธาราจัดแจงเมนูพื้นบ้านอย่างไหลบัวไฟแดงรสจัดจ้าน ต้มยำกุ้งแม่น้ำตัวโตเนื้อเด้ง น้ำพริกกะปิแนมผักนึ่งพื้นบ้าน ตบท้ายด้วยไข่เจียวใส่หอมแดงพริกสุดคลาสสิก บอกเลยว่ารสมืออร่อยเด็ดดวง เพราะทุกเมนูผ่านการชิมและปรับรสชาติให้ถูกปากโดยฝีมือของอ๊าร์ตที่เรียบจบด้านการโรงแรมและอาหารมาพอดี

4

ความพิเศษของบ้านอาทิตย์-ธาราที่เราชอบมากคือการเป็นบ้านที่มาพักได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว บางครั้งอากาศในฤดูหนาวเย็นฉ่ำกว่าเชียงใหม่เสียอีก เพราะฝั่งตรงข้ามเป็นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เวลาลมพัดจากทางนู่นกระทบผิวน้ำแล้วมาโดนผิวเราอีกทีจะหนาวสนิทจนต้องนั่งล้อมวงพิงไฟเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย

“บ้านอาทิตย์-ธาราเป็นสถานที่ที่น่าอัศจรรย์อยู่อย่าง เราว่าคนจะได้ไปก็ได้ไปนะ บางคนไม่ได้ไปคือไม่ได้ไป ขับรถวนหาอยู่ค่อนวันก็หาไม่เจอ เรากำลังจะบอกว่าสถานที่แห่งนี้มีมนตร์ขลัง คนที่ได้ไปเหมือนคนที่เคยพบเคยเจอกันมาก่อน แล้วใครจะไปนึก แขกจองเข้ามาพักแต่กลับหิ้วของพะรุงพะรังมาฝากเรา จนหลายคนกลายเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้อง”

เป็นเช่นนั้นเพราะความเป็นกันเองและการต้อนรับสุดอบอุ่นเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกันของเจ้าบ้าน แถมอ๊าร์ตและกบยังใส่ใจแม้กระทั่งการเรียกผู้มาเยือนด้วยคำว่า แขก แทนคำว่า ลูกค้า

“เสน่ห์ของอาทิตย์-ธาราคือบ้านของอ๊าร์ตและกบ เราเลยไม่เรียกคนมาพักว่าลูกค้า เพราะเราไม่ได้เอาเงินเป็นตัวตั้ง จุดประสงค์แรกของเราเป็นการแบ่งปันความสุข เรามีความสุขมากทุกครั้ง เวลาได้เห็นแขกมีความสุข แต่สุดท้ายมันก็เป็นงานอยู่ดี แต่เป็นการทำงานที่เราไม่รู้สึกว่าเรากำลังทำงานอยู่ เพราะมันมีความสุข” อ๊าร์ตจบบทสนทนาด้วยน้ำเสียงสุขใจ

บ้านอาทิตย์-ธารา

ที่อยู่ 78-78/1 หมู่ 2 ตำบลบางยาง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี 25150
ติดต่อ 089 949 1956
Facebook: Arthit-Tara


Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

อาคารโบราณขนาด 3 คูหาสีขาวติดป้าย ‘โรงแรมออน ออน’ ดูโดดเด่นสะดุดตากลางถนนพังงา เมื่อก้าวผ่านประตูทางเข้าและโคมแดงสดหลายสิบลูกที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะ ฉันหลุดเข้าไปในโลกอดีตงดงาม

โรงแรมออน ออนโรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

The Memory at On On Hotel เหมือนกล่องเก็บความทรงจำที่พาเราย้อนเวลากลับไปสู่ยุคบาบ๋าย่าหยา ทางเดินหน้าประตูใหญ่ทอดยาวไปสู่ล็อบบี้ที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มและของตกแต่งแบบเพอรานากัน โครงสร้างอาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีส กระเบื้องพิมพ์ลายใต้ฝ่าเท้าและภาพขาวดำบนผนังริมบันได บรรจุร่องรอยของโรงแรมแห่งแรกของภูเก็ตไว้เต็มเปี่ยม

ในยุคที่การทำเหมืองรุ่งเรืองในไข่มุกอันดามัน ที่ตรงนี้เป็นตรอกใกล้ท่าเรือและมีห้างดังชื่อบั่นจินไถ่ เมื่อคนเข้ามาทำงานและค้าขายผ่านมาช้อปปิ้งจะต้องกลับไปนอนในเรือ เจ้าของห้างชื่ออาก๋งแปะเลี้ยวเปี่ยว จึงตั้งโรงแรมอัน อัน เป็นภาษาจีนแปลว่า ‘ความสุขสำหรับผู้มาเยือน’ ให้คนพักด้วยราคาประมาณ 80 สตางค์ แต่การเรียกชื่อเพี้ยนไปตามการสะกดภาษาอังกฤษ จึงได้ชื่อใหม่ว่า ออน ออน

โรงแรมออน ออนโรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

เมื่อภูเก็ตกลายเป็นเมืองท่องเที่ยว โรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย โรงแรมออน ออน กลายเป็นที่พักเก่าราคาย่อมเยาที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ต่อมา The Treasury Village Groupe เข้ามารับช่วงต่อและรีโนเวตโรงแรมแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2012 โดยปรับปรุงโครงสร้างเดิมที่เป็นไม้เก่าให้แข็งแรงขึ้น แต่ยังคงจุดเด่นอย่างการคงพื้นที่เปิดโล่งกลางลานบ้านและ ‘ฉิ่มแจ้’ หรือบ่อน้ำบาดาลรองรับน้ำฝน ทำให้พื้นที่ในตึกสว่างและอากาศถ่ายเทเย็นสบาย ระเบียงรอบๆ ชั้นสองยังเจาะเป็นช่องซุ้มโค้งเชื่อมกันไปตลอดเหมือนโบสถ์โปรตุเกส ขนาบด้วยเสาแบบกรีกโรมันตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบจีนและฝรั่ง หลังคากระเบื้องว่าวแบบโบราณได้รับการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงวันเวลาที่มันเคยสมบูรณ์

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือการกั้นห้องพักใหม่ตามธีมและสีแสนสนุก โรงแรมออน ออน รูปโฉมใหม่แต่งชั้นล่างเป็นห้องพักสีแดงธีมดอกโบตั๋นหรือ Red Peony

เมื่อขึ้นบันไดไม้ไปชั้นสองจะพบห้องพักคอนเซปต์วิถีชีวิตคนภูเก็ตยุคโบราณ แบ่งเป็นโซนสีน้ำเงินหรือโซนคหบดีที่หรูหรากว้างขวาง และโซนสีเขียวหรือโซน craftman บอกเล่าเรื่องราวของช่างฝีมือแบบต่างๆ เช่น ช่างตัดเย็บ ช่างไม้ จิตรกร ช่างถ่ายภาพ ไปจนถึงนักเดินเรือ ห้องเหล่านี้จึงหน้าตาไม่เหมือนกันสักห้องเดียว โดยตกแต่งด้วยอุปกรณ์ประกอบอาชีพแบบวินเทจ เช่น จักรเย็บผ้า เครื่องประดับ รองเท้าเจ้าสาวปักขนาดจำลอง กล้องโบราณ และแผนที่โลกยุคเก่า

ส่วนห้อง Memory Suite หรือห้องที่หรูหราใหญ่โตที่สุดคือห้องพ่อค้าวาณิช ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากอาก๋งแปะเลี้ยวเปี่ยว เจ้าของห้างบั่นจินไถ่และอดีตเจ้าของโรงแรมนี้นั่นเอง

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

ห้องพิเศษที่มีสีขาวห้องเดียวที่นี่คือห้อง The Beach ที่ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เคยมาถ่ายทำฉากห้องพักในหนังเรื่อง The Beach ในปี 2000 เป็นห้องที่ได้รับความนิยมเสมอ (ได้นอนในห้องนอนเดียวกับดาราหนุ่ม โก้เก๋น้อยอยู่ซะเมื่อไหร่) นอกจากนี้ยังมีห้องพักรวมแบบขายเป็นเตียง และมีพื้นที่ห้องกินข้าวและนั่งเล่นรวมกว้างขวางน่าสบายให้ใช้บริการหลายจุด

โรงแรมออน ออน

โรงแรมออน ออน

“คุณณัศรา ไตรสุวรรณ (เจ้าของ) ท่านชอบโรงแรมออน ออน มาก ชอบจนอยากทำให้แขกได้จดจำและกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อระลึกถึงภูเก็ตในสมัยก่อน และคิดถึงความสุขเมื่อเคยอยู่ที่นี่”

ดา-ปิยะนุช แวนรูช ผู้ช่วยผู้จัดการโรงแรม อธิบายความตั้งใจของการทำที่พักวินเทจระดับตำนาน แม้ฉันไม่เคยสัมผัสภูเก็ตในยุคเหมือง แต่ The Memory at On On Hotel ก็มอบความทรงจำสวยงามและความสุขสำหรับผู้มาเยือนสมชื่อจริงๆ

โรงแรมออน ออน

The Memory at On On Hotel

19 ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

http://thememoryhotel.com
FB: Memory at On On Hotel
เบอร์ติดต่อ 076-363-700 

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load