31 พฤษภาคม 2562
8 PAGES

สารภาพกันตามตรง ทันทีที่รู้ว่าจะได้ไปสัมภาษณ์ ซงจุงกิ หัวใจติ่งอย่างฉันก็เต้นผิดจังหวะไปหมด ตื่นเต้นถึงขนาดที่ว่านอนไม่หลับไปหลายคืน

หลังห่างหายไปจากวงการกว่า 3 ปี ตั้งแต่ซีรีส์เรื่อง Descendants of the Sun เขาก็มารับบทใหม่ พลิกบทบาทกัปตันหนุ่มชุ่มหัวใจ มาเป็นหนุ่มชาวเผ่าเลือดร้อน ผู้ต่อสู้เพื่อเผ่าพันธุ์ของตัวเองในเรื่อง Arthdal Chronicles (อาธดัล สงครามสยบบัลลังก์)

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

แค่ซงจุงกิคนเดียวยังทำใจลำบาก งานนี้ Netflix ยังชวน The Cloud ไปคุยกับ จางดงกอน คิมจีวอน และ คิมอ๊กบิน อีก 3 นักแสดงนำในเรื่อง Arthdal Chronicles นี้ด้วย

แทบไม่ได้นอนไปจนวันเดินทางกันพอดี!

เล่าก่อน เรื่อง Arthdal Chronicles เป็นซีรีส์แนวดราม่า-แฟนตาซี เกี่ยวกับการกำเนิดของอารยธรรมและรัฐชาติในยุคโบราณที่เกิดก่อนกาล ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความขัดแย้ง และการต่อสู้ของวีรบุรุษในตำนาน ณ เมืองอาธ (Arth) อาณาจักรโบราณ ซึ่งกำกับโดย คิมวอนซอก (จาก Sungkyunkwan Scandal, Misaeng, Signal และ My Mister) และเขียนบทโดย คิมยองฮยอน, ปาร์คซังยอน (จาก Deep Rooted Tree, Six Flying Dragons, Queen Seondeok)

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

2 นักเขียนผู้ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักเขียนบทซีรีส์ประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดในเกาหลี

“มันไม่เคยมีซีรีส์เกาหลีเรื่องไหนที่เล่าถึงยุคโบราณเลย สิ่งเดียวเกี่ยวกับยุคโบราณที่ผู้คนจะหยิบมาสร้างเป็นแก่นของเรื่องราวต่างๆ ก็คือ ปกรณัมกรีกและโรมันจากฝั่งโลกตะวันตก ซึ่งโลกยุคโบราณไม่ได้มีเพียงชาวคอร์เคเชียนเท่านั้น เราจึงคิดว่า Arthdal Chronicles จะเป็นโปรเจกต์ที่มีความหมายในการนำเสนอตำนานเกี่ยวกับวีรบุรุษที่มีหน้าตาเหมือนกับพวกเรา” เขาว่าอย่างนั้น

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

เรื่องราวใน Arthdal Chronicles ดำเนินเรื่องผ่านบทบาทของ ‘อึนซอม’ (ซงจุงกิ) ชายหนุ่มผู้ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเผ่าของตนเอง แม้จะมีรูปลักษณ์ที่ดูใสซื่อ แต่สัญชาตญาณแห่งการปกป้องของเขานั้นกลับแข็งแกร่ง และเกิดมาพร้อมกับพลังจากดาวหางสีฟ้า ทำให้เขาไม่เคยลังเลที่ต่อสู้กับใครหน้าไหน

‘ทากน’ (จางดงกอน) บุตรแห่งซานุง หัวหน้าเผ่าแซนยอก ผู้มีรูปโฉมงดงามและเปี่ยมล้นไปด้วยพรสวรรค์ วีรบุรุษผู้มีรอยยิ้ม (เลือดเย็น) เปื้อนใบหน้าอยู่เสมอ ทว่าทากนกลับอันตรายนัก เขามักเก็บงำความรู้สึกไว้ โดยที่ไม่เคยมีใครรู้เลยว่าเขาจะระเบิดโทสะออกมาเมื่อไหร่

‘ทันยา’ (คิมจีวอน) เธอเป็นทายาทแห่งมารดาของเผ่าวาฮัน ผู้ระลึกได้ว่าชะตาของเธอมีไว้เพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์และโอบอุ้มประชาชนของเธอจากเผ่าอื่นๆ

และ ‘แทอารา’ (คิมอ๊กบิน) บุตรีแห่งผู้นำเผ่าแฮ หญิงงดงามที่สุดแห่งอาธดัลซึ่งกลับกระหายซึ่งอำนาจ แทอาราเป็นนักรบที่เชี่ยวชาญเพลงดาบตั้งแต่อายุยังน้อย เธอมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สูงสุดในฐานะสมาชิกของเผ่าแฮ และเป็นผู้นำเทคโนโลยีทองแดงจากโลกตะวันตกเข้ามา

ขอสปอยล์เพียงเท่านี้…

Arthdal Chronicles กำลังจะฉายพร้อมกันทั่วโลกกว่า 190 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2562 ใน Netflix สตรีมมิ่งแพลตฟอร์มชื่อดัง

ก่อนตามไปชมเรื่องนี้ The Cloud ขอพาไปคุยกับ 4 นักแสดงนำถึงการทำงานในบทบาทที่ได้รับและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงาน ซึ่งพิสูจน์ความสามารถในการแสดงออกมาอย่างเต็มเปี่ยม สมกับที่ทีมผู้สร้างเอ่ยปากว่า พวกเขาเป็นตัวละครในซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกที่เล่าเรื่องราวยุคโบราณของเกาหลีและถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

อะไรทำให้คุณตัดสินใจเข้าร่วมโปรเจกต์ Arthdal Chronicles หลังจากที่ได้อ่านบท

ซงจุงกิ : ผมมีความเคารพนับถือในตัวนักเขียนบทและผู้กำกับอย่างมาก ทั้งเป็นการส่วนตัวและในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่การงาน ดังนั้น ผมจึงไม่ลังเลเลยที่จะตัดสินใจรับเล่นซีรีส์เรื่องนี้ นอกจากนี้ ตอนที่ผมได้อ่านบทครั้งแรกผมก็รู้สึกประทับใจมากในมิติและความลุ่มลึกของเนื้อเรื่อง ผมจำได้เลยว่าตอนนั้นรู้สึกทึ่งกับจินตนาการของนักเขียนบทมากๆ

จางดงกอน : อย่างแรกเลยคือ ผมเป็นแฟนคลับตัวยงของนักเขียนบทคิมยังฮยอนและนักเขียนบทพัคซังยอน ผมสนใจคอนเซปต์การสร้างโลกก่อนยุคประวัติศาสตร์มาก และสมาชิกในทีมนักแสดงทุกคนก็เป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม และเป็นคนที่ผมอยากร่วมงานด้วย มันเลยเป็นอีกตัวแปรสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ผมถูกดึงดูดโดย ‘ทากน’ ตัวละครที่ผมแสดง ผู้ยืนอยู่อย่างหมิ่นเหม่ระหว่างความดีและความชั่ว ดังนั้น ผมจึงรู้สึกเห็นอกเห็นใจตัวละครตัวนี้ ซึ่งนับว่าเป็นตัวละครที่ดีที่นักแสดงคนไหนก็ต้องอยากเล่น

คิมจีวอน : ตอนที่ฉันอ่านบทเรื่องนี้ครั้งแรกฉันคิดกับตัวเองว่าเรื่องนี้สามารถผลิตเป็นซีรีส์เกาหลีได้จริงๆ เหรอ และฉันยังคิดต่อไปว่าถ้ามันทำได้จริงๆ มันน่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนุกและน่าตื่นเต้นมากๆ แน่นอน ฉันหลงสเน่ห์คาแรกเตอร์ของทันยาตั้งแต่ได้อ่านบท และฉันชอบผลงานชิ้นก่อนๆ ของนักเขียนบททั้งสองท่าน และที่สำคัญที่สุดคือ พอรู้ว่าผู้กำกับคิมวอนซอกจะรับหน้าที่กำกับซีรีส์เรื่องนี้ มันทำให้ความตื่นเต้นของฉันทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก

คิมอ๊กบิน : ฉันหยุดตื่นเต้นไม่ได้เลยหลังจากที่ได้อ่านบท มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสร้างและพัฒนาเรื่องราวแบบนี้ และฉันก็รักตัวละครในเรื่องด้วย มันมีเผ่าพันธ์ุมากมายในเรื่อง และทุกๆ เผ่าพันธุ์มีความแตกต่างกัน

ทุกตัวละครในเรื่องมีเป้าหมายและความต้องการเป็นของตัวเอง มันน่าสนใจมากที่ได้อ่านว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อความต้องการเหล่านั้นซ้อนทับกัน บทดึงฉันไว้ให้คอยสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถัดไป ฉันคิดว่าตัวเองคงโง่มากถ้าไม่ตกลงรับเล่นเรื่องนี้

ที่ผ่านมาคุณรับบทบาทเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ เป็นผู้นำ ทำเพื่อคนอื่น คิดถึงคนอื่นอยู่เสมอ คาแรกเตอร์เหล่านี้เหมือนหรือต่างกับตัวตนจริงๆ ของคุณอย่างไร

ซงจุงกิ : มีทั้งเหมือนและไม่เหมือน ที่เหมือนชีวิตจริงของผมคือ คิดถึงคนอื่นก่อน และชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่เรื่องความเป็นผู้นำผมไม่รู้ว่าทำได้ดีหรือเปล่า คนที่เหมาะกับคำว่าผู้นำน่าจะเป็นจางดงกอนมากกว่า เพราะเขาได้รับบทบาทและมีตัวตนจริงๆ ที่น่าจะตรงกับคำว่าผู้นำ ส่วนคาแรกเตอร์อื่นๆ ก็เหมือนตัวตนของผมครึ่งหนึ่ง ไม่เหมือนครึ่งหนึ่ง ที่เหมือนที่สุดคือขี้เล่น ขี้แกล้ง ผมชอบแกล้งคนอื่น แล้วจางดงกอนก็รับมุกได้ดี ยิ่งทำให้ผมแกล้งคนอื่นได้มากกว่าเดิม

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

เรารู้มาว่าคุณเชี่ยวชาญการขี่ม้าอยู่แล้ว แต่การขี่ม้าในการถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้ต่างกันไหม

ซงจุงกิ : นับจากครั้งล่าสุดที่ผมซ้อมขี่ม้า ผมต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเพื่อที่จะกลับมาคุ้นเคยกับมัน ซึ่งในซีรีส์เรื่องนี้ม้าที่อึนซอมขี่ชื่อว่า ‘โดอึล’ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่นั้นไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่มนุษย์ควบคุมสัตว์ แต่พวกเขาคือเพื่อนที่เท่าเทียมกัน ผมต้องฝึกฝนทักษะเพิ่มเพื่อที่จะแสดงจังหวะการเคลื่อนไหวให้เป็นธรรมชาติ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมใช้เวลาเยอะมากเพื่อฝึกฝน แม้กระทั่งในช่วงพักเบรกผมก็ยังอยู่บนหลังม้าเพื่อใช้เวลากับม้าให้มากขึ้น

พูดกันตรงๆ ผมชอบที่จะอยู่ใกล้กับม้า เพราะว่าเสื้อผ้าของอึนซอมนั้นบางมาก การอยู่บนหลังม้าจึงช่วยให้ร่างกายผมอบอุ่น (หัวเราะ) เรามีประสบการณ์สนุกๆ ระหว่างถ่ายทำซีนมอนทาจ (Montage) ในเชจู ตอนที่อึนซอมบอกกับโดอึลว่า

“ขอข้าปีนขึ้นไปบนหลังเจ้าได้ไหม ได้โปรดให้ข้าขึ้นไปเถิด” แล้วโดอึลก็ผลักให้อึนซอมล้มลงบนพื้น ผู้กำกับคิมตัดสินใจปล่อยให้การถ่ายทำดำเนินต่อไปโดยไม่สั่งคัต ทำให้ผมต้องด้นสด หลังจากนั้นม้าก็ค่อนข้างเป็นมิตรกับผมมากขึ้น ผมนั่งหมอบอยู่บนพื้นเหมือนสัตว์และเงยหน้าขึ้นมองม้า ทันทีที่เราสบตากันม้าก็ทิ้งตัวลงกลิ้งบนพื้น ผู้กำกับจับภาพนั้นไว้ได้ และคุณก็คงจะได้ชมฉากนั้นในตอนใดตอนหนึ่งของซีรีส์ หลังจากที่เราถ่ายทำฉากนั้นเสร็จ ทีมงานทุกคนต่างปรบมือให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

ซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ที่มีช่วงเวลาย้อนไปในอดีตที่เก่าแก่มากๆ ข้อมูลที่คุณใช้ศึกษาอ้างอิงต้องหายากมากแน่ๆ คุณทำอย่างไรบ้างเพื่อสวมบทบาทนี้

ซงจุงกิ : ผมคิดว่าคำถามนี้มีคำตอบในตัวเองอยู่แล้ว ด้วยตัวเรื่องที่ย้อนกลับไปในอดีตที่ไกลมาก ตอนที่ถ่ายทำผมเลยไม่ได้เข้าถึงบทบาทในฐานะซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ ส่วนมากผมเลือกใช้การผสมผสานเทคนิคแอคติ้ง บุคลิก การพูด และท่าทาง ทั้งจากซีรีส์แนวย้อนยุคร่วมกับซีรีส์แนวสมัยใหม่ด้วย ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องจำกัดแนวทางของซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ แทนที่จะเปลี่ยนไปใช้เทคนิคแอคติ้งแบบอื่นเพียงเพราะว่านี่เป็นซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ ในทางกลับกัน ผมเลือกที่จะละทิ้งองค์ประกอบบางอย่างที่เรามักจะพบเห็นในซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ไป

นอกจากนี้ อึนซอมยังเป็นตัวละครที่ไม่อยู่นิ่ง ผมไม่ได้แสดงบทนี้โดยการยืนอยู่กับที่ในขณะที่ถ่ายทำ อึนซอมเคลื่อนไหวไปทั่ว ทั้งขี่ม้า วิ่งไปรอบๆ ว่ายน้ำ กระโดดหน้าผา กระโจนลงจากหลังม้า หรือแม้แต่ปีนหน้าผา เขาเป็นตัวละครที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ดังนั้น ผมจึงใช้เวลาครุ่นคิดถึงวิธีการที่ผมจะนำเสนอการเคลื่อนไหวเหล่านั้น ซึ่งในบรรดาทั้งหมดแล้ว การขี่ม้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมใช้เวลาส่วนมากไปกับการฝึกขี่ม้า แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็จับจังหวะเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยเช่นกัน

จางดงกอน : ซีรีส์นี้เกิดขึ้นในยุคสำริด สาเหตุที่อาธดัลมีความก้าวหน้าและเป็นเมืองศิวิไลซ์เมื่อเทียบกับชนเผ่าอื่นๆ นั่นเป็นเพราะเทคโนโลยีลับของพวกเขาซึ่งใช้สำริดเป็นเครื่องมือ แต่แน่นอนว่าคุณจะไม่ได้เห็นภาพของมนุษย์ยุคบรรพกาลวิ่งไปมาและส่งเสียงแทนการพูดภาษาคนหรอกนะ (หัวเราะ) เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกสมมติซึ่งสร้างขึ้นมาจากจินตนาการทั้งสิ้น ดังนั้น ตัวละครจึงมีปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ในยุคหลัง ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครจึงคล้ายคลึงกับสิ่งที่เรารู้สึกในทุกวันนี้มากๆ ผมจึงไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรที่ยากเป็นพิเศษในการแสดงความรู้สึกทั่วไป อย่างความสุขหรือความเศร้าของตัวละครของผม

เนื่องจากทากนเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาธดัลและเป็นตัวละครที่มีสเน่ห์มาก ผมคิดว่ามันจะดูสมจริงขึ้นหากตัวละครนี้มีร่างกายใหญ่โตกว่าคนอื่นๆ ผมจึงออกกำลังกายหนักมาก เหมือนจะหนักที่สุดในชีวิตเท่าที่ผมเคยทำเลยด้วยซ้ำ ผมตั้งใจจะเพิ่มน้ำหนักตัวให้ได้ 10 กิโลกรัม แต่ผมทำได้แค่ 8 กิโลกรัมเท่านั้นครับ

โดยซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงช่วงชีวิตตลอด 20 ปี เริ่มตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นเด็ก และแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของพลังในตัวเขา ดังนั้น ผมจึงตั้งใจถ่ายทอดเสียงและบุคลิกของทากนให้ค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ กระทั่งกลายเป็นชายหนุ่มที่น่าเชื่อถือในที่สุด

คิมจีวอน : เพราะมันเป็นยุคที่เก่ามาก ฉันไม่สามารถจินตนาการภาพออกมาได้ด้วยตัวเองเลย ต้องอาศัยศึกษาเอาจากหนังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แต่หลังจากที่เริ่มถ่ายทำและเผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ฉันก็เข้าใจขึ้นมาว่า ‘อ๋อ บทมันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อแบบนี้นี่เอง’

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

การได้ลองสวมบทบาทใหม่ๆ ทำให้นักแสดงแต่ละท่านได้เรียนรู้อะไรบ้าง โดยเฉพาะกับบทบาทในเรื่องนี้

ซงจุงกิ : อย่างแรกเลยผมอิจฉาอึนซอมในเรื่องนี้มาก เพราะถ้าเราทุกคนมีชีวิตและความคิดแบบอึนซอมในเรื่องคงจะไม่มีความเครียด ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องสงสัยใคร ไม่ต้องกลัวใครหักหลัง มีความบริสุทธิ์ในตัวเอง ถ้าเป็นแบบนี้ได้คงจะมีความสุขน่าดู

จางดงกอน : การได้รับบทบาทใหม่ๆ เหมือนการได้รับประสบการณ์ใหม่เรื่อยๆ เพราะชีวิตจริงของผมคงเป็นเหมือนบทบาทที่แสดงไม่ได้ สำหรับบททากน ตอนแรกคนดูคงอธิบายไม่ได้ว่าคนนี้เป็นคนดีหรือคนร้าย เพราะคนดูรู้อยู่แล้วว่าพระเอกเป็นใคร เขาก็จะมองว่าคนนี้ต้องเป็นตัวร้ายแน่เลย แต่มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป มันมีมุมที่เขาเป็นคนดีด้วย เขาทำเพื่อเผ่าพันธุ์ของเขา การตีบทนี้ให้แตกจึงยากพอสมควร ผมต้องเรียนรู้วิธีคิดของตัวละคร มันเป็นเหมือนผลงานชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งของผม ผมเล่นบทร้ายมาหลายเรื่อง เล่นหนังฟอร์มใหญ่มาหลายเรื่อง แต่เรื่องนี้ค่อนข้างยาก เป็นความท้าทายมาก

คิมจีวอน : ฉันได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับคนอื่น ในบทพูดถึงชีวิตของคนหลายเผ่าพันธุ์ เวลาแสดงจะไม่ค่อยมีบทบาทที่เน้นตัวละครคนเดียวหรือ 2 คน ไม่ได้มีซีนแสดงอารมณ์คนเดียวมากนัก เวลาเล่นต้องรู้บทคนอื่นที่ถ่ายร่วมกันด้วย นี่คือสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้มากที่สุด ละครเรื่องอื่นฉันไม่ได้แสดงร่วมกับนักแสดงคนอื่นเยอะขนาดนี้ เป็นประสบการณ์ใหม่ของฉัน

คิมอ๊กบิน : ฉันได้มิตรภาพใหม่ๆ จากการถ่ายทำครั้งนี้ เนื่องจากมีทั้งรุ่นพี่และคุณจีวอนมีของกินให้ฉันตลอดเวลา การถ่ายทำร่วมกันใช้เวลานาน แต่ทุกคนเป็นเพื่อนกัน เข้ากันได้ดี ตลอดการถ่ายทำจึงไม่น่าเบื่อ ถึงเหนื่อยก็ยิ้มได้ เพราะทุกคนเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็สู้ไปด้วยกัน

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

บทบาทของผู้หญิงในเรื่องต่างจากผู้หญิงในยุคปัจจุบันอย่างไร

ซงจุงกิ : ที่ผมรู้สึกได้คือ ยุคสมัยในเรื่องปกครองโดยผู้หญิง หัวหน้าเผ่าก็เป็นผู้หญิง เวลาส่งตำแหน่งต่อก็ส่งให้ผู้หญิง

คิมอ๊กบิน : ในซีรีส์สมัยโชซอนเราจะเห็นคาแรกเตอร์ของผู้หญิงที่น่าอึดอัด ซึ่งไม่ใช่ความผิดของผู้หญิง แต่สมัยนั้นมองว่าผู้หญิงต้องมีสถานะแค่นี้ ต้องไม่มีปากมีเสียง ต้องทำตามสิ่งที่ผู้ชายบอก แต่ในเรื่องนี้เผ่าของจีวอนก็มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าเผ่า แต่เผ่าของฉันไม่แบ่งหญิงชาย ผู้นำเป็นใครก็ได้ที่พิสูจน์ได้ว่ามีความเป็นผู้นำ ปกครองคนได้ แต่การจะรับตำแหน่งต่อได้ต้องตามสายเลือดเท่านั้น ในเรื่องนี้ทำให้เห็นว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องอยู่ข้างหลังผู้ชาย ทุกคนมีสิทธิ์ มีหน้าที่ เหมือนกัน แค่พิสูจน์ให้เห็นว่าเราทำได้

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

เรามองตัวละครผู้หญิงในเรื่องในมุมเฟมินิสม์ได้ไหม

คิมจีวอน : สมัยนั้นคนยังไม่คิดว่าผู้ปกครองต้องเป็นหญิงหรือชาย แค่พิสูจน์ได้ว่าฉันมีความสามารถพอจะปกป้องเผ่าพันธุ์ของฉันได้ก็พอ เนื่องจากบทบาทของทันยาคือรับอำนาจมาทางสายเลือด เขาก็คิดแค่เขาต้องเป็นผู้นำอย่างเดียว ไม่ได้มองว่าเป็นหญิงหรือชาย เพราะฉะนั้น ไม่น่ามีความคิดว่าต้องแบ่งแยกเรื่องหญิงชาย ฉันปกป้องเผ่าพันธุ์ของฉันได้ ฉันก็จะได้รับการยอมรับจากคนอื่นให้ดำรงตำแหน่งนี้

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

การต่อสู้ของตัวละครหญิงในเรื่องเป็นการต่อสู้ในฐานะของผู้หญิงคนหนึ่ง หรือการต่อสู้เพื่อบ้านเมือง

คิมอ๊กบิน : บทของฉันไม่ได้บอกว่าต่อสู้ในฐานะผู้หญิงหรือหัวหน้า แต่ในเรื่องนี้เป็นการต่อสู้เพื่อเอาชนะทันยา เขาเลยต้องสู้เพื่ออำนาจสูงสุด

ถ้าคุณคือแทอารา จะเลือกอะไรระหว่างอำนาจและความรัก

คิมอ๊กบิน : ฉันคิดว่าฉันก็คงจะเลือกอำนาจเหมือนกัน ความรู้สึกมันเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลา แต่อำนาจสิยั่งยืน แต่เดี๋ยว… อำนาจก็ถูกยึดไปจากคุณได้เหมือนกันนะ (หัวเราะ)

ความท้าทายในการรับบทบาทในเรื่องนี้

จางดงกอน : เป็นความยากเรื่องการแสดง เพราะตัวละครตัวนี้ต้องเก็บอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้ไม่บอกใคร การเก็บอารมณ์มันก็ยาก ผู้กำกับเลยบอกให้คิดตามความเป็นจริง คือไม่ต้องเก็บอารมณ์นั้นเอาไว้ และให้เรารู้สึกแบบเดียวกับทากน แล้วถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมา นี่คือสิ่งที่ยากที่สุดที่ต้องสื่อออกมาให้ได้เหมือนที่ผู้กำกับต้องการ

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

คิมจีวอน : ตอนแรกมันยากนิดหน่อยในการจินตนาการถึงบุคลิกและมารยาทในการพูดของตัวละคร แต่พอฉันให้เวลากับการอ่านบทมากขึ้น ฉันก็ตระหนักได้ว่าผู้คนจะมีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีโดยสัตว์หรือโรคภัย และฉันคิดว่ามนุษย์ที่แข็งแรงกว่า แกร่งกว่า และว่องไวกว่า หรือคนที่มีความสามารถพิเศษเท่านั้น ที่จะอยู่รอด ทำให้ฉันคิดไปถึงว่าเผ่าวาฮัน ทันยา หรืออึนซอม จะต้องเฉลียวฉลาด สามารถตอบสนองต่อภยันตรายได้อย่างรวดเร็ว และจะต้องระแวดระวังความเสี่ยงอยู่เสมอ

พูดอีกอย่างก็คือ ฉันสร้างตัวละครขึ้นมาตามที่ฉันจินตนาการ ในขณะเดียวกัน ฉันก็คิดว่าถึงแม้ว่าเรื่องราวที่เล่าอยู่ในช่วงยุคก่อน แต่การเป็นอยู่ของผู้คนและความต้องการต่างๆ ก็ไม่ได้ต่างไปจากทุกวันนี้เสียเท่าไหร่

คิมอ๊กบิน : ตัวละครในเรื่อง Arthdal Chronicles ค่อนข้างซื่อสัตย์ต่อความต้องการของตัวเอง แต่แทอาราเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่เธอถูกใช้เป็นวิธีในการสร้างอำนาจ  มันเลยขับเคลื่อนความกระหายของเธอ สร้างอำนาจเพื่อออกมาจากจุดนั้น คำพูดของเธอสามารถทิ่มแทงผู้คนได้เหมือนเหล็กใน และเธอก็เยือกเย็นและแหลมคมได้ราวกับดาบ ซึ่งฉันมองว่านั่นเป็นความน่าสนใจของตัวละครนี้ เธอปิดบังความเจ็บปวดทรมานของเธอในตอนที่เธอไร้อำนาจไว้ น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ชมเกิดความเห็นใจเธอ

และกับคนที่เธอแคร์จริงๆ เธอจะรักพวกเขามาก แต่ในฐานะที่เธอเป็นทายาทของหัวหน้าเผ่า เธอสามารถก้าวผ่านและกลายเป็นคนเยือกเย็น แม้แต่ตอนที่เธอเข้าใจทุกสิ่งในหัว เธอกลับพบว่ามันยากที่จะยอมรับสิ่งนั้นด้วยหัวใจของเธอ มันเลยทำให้เธอทำสิ่งที่ไม่คาดคิดลงไป นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดว่าน่าสนใจสำหรับตัวละครนี้ และฉันพยายามที่จะเน้นย้ำมัน

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

ซีรีส์เรื่องนี้มีความเป็นสากลแค่ไหน จะเข้าถึงคนทุกเชื้อชาติ ทุกภาษา ได้ไหม เหมือนอย่างที่มีคนบอกว่าเรื่องนี้จะเป็น Game of Thrones ยุคใหม่

ซงจุงกิ : คงเทียบกับ Game of Thrones ไม่ได้ เพราะผมยังไม่ได้ดู เลยไม่รู้ว่าจะเหมือนแค่ไหน เรื่องนี้พระเอกเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น ทุกอย่างจะมีส่วนคล้ายกับชีวิตผู้ชม เรื่องความรัก ความโลภ ความหลงต่างๆ ที่มีอยู่ในตัวมนุษย์ ไม่ว่าจะในยุคสมัยไหนก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน พื้นที่ไหน ก็เหมือนกัน ตัวเนื้อเรื่องน่าจะทำให้ทุกคนสนุกได้ไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหน

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

การที่ซีรีส์เรื่องนี้จะเผยแพร่บน Netflix กว่า 190 ประเทศ และมีผู้ชมมากถึง 148 ล้านคน คุณรู้สึกยังไงบ้าง

ซงจุงกิ : ผมอยากรู้ว่าผู้ชมจะมีความเห็นอย่างไรต่อซีรีส์เรื่องนี้ ผมหวังว่าผู้ชมจะรู้สึกบันเทิงไปกับเรื่องราว แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ผมหวังว่าผู้ชมจะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างและความเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์เรื่องนี้ อยากให้ผู้ชมรับรู้ว่าคุณสามารถมองหาซีรีส์ที่มีคุณภาพน่าจับตามองได้ในประเทศเกาหลี อย่างที่หลายคนคงทราบว่าคุณภาพของซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องในปัจจุบันนั้นอยู่ในระดับดีมาก แต่เนื่องจากว่าซีรีส์ของเราจะถูกเผยแพร่ในหลายประเทศ ผมจึงอยากที่จะเห็นกระแสตอบรับจากผู้ชมที่อยู่ต่างประเทศ ต่างวัฒนธรรม ช่วยแชร์ความเห็นกับผมด้วยนะครับ ผมอยากรู้มากๆ

จางดงกอน : โดยปกติแล้วเมื่อภาพยนตร์หรือซีรีส์เรื่องหนึ่งถูกผลิตขึ้นมา กลุ่มผู้ชมหลักที่เราสนใจก็คือคนเกาหลี แต่สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ Netflix เปิดโอกาสให้พวกเราสามารถผลิตซีรีส์ที่มีกลุ่มผู้ชมหลักจากทั่วโลก นั่นทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกประหม่าอยู่นิดๆ ด้วย

อย่างแรกสุดเลย ผมอยากขอบคุณผู้ชมจากทั่วโลกที่รอชม Arthdal Chronicles อยู่ การถ่ายทำซีรีส์เรื่องนี้คือการเดินทางอันแสนยาวนานที่ใช้เวลาไปกว่า 9 เดือน นักแสดงและทีมงานทุกคนต่างก็ทำงานกันอย่างหนักเพื่อโปรเจกต์นี้ ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจที่จะบอกว่า พวกเรามีซีรีส์ที่ดีเยี่ยมจะนำเสนอให้คุณได้รับชม

คิมจีวอน : การที่ได้ยินและคิดว่า Arthdal Chronicles จะมีผู้ชมที่มากมายขนาดนั้นผ่าน Netflix ทำให้ฉันรู้สึกประหม่าเลย ฉันยังไม่ได้เห็นผลงานหลังจากที่ใส่เสียง VFX และผ่านการตัดต่อทั้งหมดจนเสร็จสิ้นแล้ว ดังนั้น ฉันคิดว่าฉันเองก็คงจะได้สนุกไปพร้อมๆ กับผู้ชมท่านอื่นนั่นแหละ พวกเราทุกคนตั้งใจทำงานกันอย่างหนักเพื่อซีรีส์เรื่องนี้ ฉันคาดหวังว่าคนดูจะสนุกและคิดว่า ว้าว สิ่งนี้มันสุดยอดไปเลย ฉันไม่เคยคิดถึงภาพประวัติศาสตร์แบบนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย

คิมอ๊กบิน : ฉันเองก็เป็นแฟนตัวยงของ Netflix ดังนั้น นี่เลยเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นและตื้นตันมาก ฉันหวังว่าจะมีผู้ชมมากมาย

และเพราะนี่เป็นซีรีส์ที่พูดถึงจุดแรกเริ่มของเกาหลี ฉันคิดว่าคงจะได้ผลตอบรับที่แตกต่างไปจากซีรีส์เกาหลีย้อนยุคเรื่องอื่นๆ พวกเราพยายามอย่างหนักในการสร้างซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมา ฉันเลยตื่นเต้นว่าเราจะได้รับผลตอบรับแบบไหน แฟนพันธ์ุแท้หนังย้อนยุคจะต้องชอบเรื่องนี้แน่ๆ มันเต็มไปด้วยพลังอำนาจ ความขัดแย้ง ฉากต่อสู้ และฉากที่น่าตกตะลึงมากมาย

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

อะไรคือเหตุผล 3 ข้อที่เราต้องดูเรื่องนี้

ซงจุงกิ : หนึ่ง มีซงจุงกิ สอง มีจางดงกอน สาม มันสนุก

คิมจีวอน : บรรยากาศธรรมชาติในเรื่องไม่เหมือนในซีรีส์เรื่องไหน มีความลี้ลับ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วฉันชอบ และอยากให้ผู้ชมได้เห็นบรรยากาศที่เป็นฉากของเรื่องที่สมจริง

Arthdal Chronicles, ซงจุงกิ, จางดงกอน

Writer

ปาริฉัตร คำวาส

บรรณาธิการสื่อโซเชียล ประจำ The Cloud อดีตกองบรรณาธิการนิตยสารแต่งบ้านและงานออกแบบ ขีดเขียนเป็นงานหลัก งานเวลาพักคือนัก(ทดลอง)ชงโกโก้ที่ @berightback.bkk