7 มกราคม 2563
6 PAGES
1 K

คามิน เลิศชัยประเสริฐ เพิ่งชักชวนเพื่อนศิลปินร่วมสมัยอีก 24 ท่าน ส่งผลงานส่วนตัวมาจัดงานประมูลศิลปะภายใต้โครงการ ART Auction for AIR เพื่อระดมทุนสำหรับให้กลุ่ม ‘สภาลมหายใจเชียงใหม่’ นำไปเป็นค่าดำเนินการเคลื่อนไหวแก้ปัญหาฝุ่นละอองในเชียงใหม่และภาคเหนืออย่างจริงจัง โดยจะจัดประมูลกันวันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2563 ที่โครงการ One Nimman

ศิลปะเพื่อลมหายใจ : โครงการศิลปะของ  คามิน เลิศชัยประเสริฐ  และเพื่อน เพื่ออากาศที่ดีของเชียงใหม่และโลก

นอกเหนือจากเป็นงานประมูลศิลปะสาธารณะครั้งแรกในเชียงใหม่ที่รวมผลงานของศิลปินร่วมสมัย ‘บิ๊กเนม’ ของประเทศไว้มากมาย (อินสนธิ์ วงศ์สาม, สมลักษณ์ ปันติบุญ, ชาติชาย ปุยเปีย, อารยา ราษฎร์จำเริญสุข, อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ฯลฯ) หากผมสนใจบทบาทของการเป็น ‘ตัวตั้งตัวตี’ ในการทำงานศิลปะโดยมีเป้าประสงค์ต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงซีรีส์ผลงานล่าสุดของเขาที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกำลังจะจัดแสดงในนิทรรศการ ART for AIR เดือนเมษายน ปี 2020 นี้ ที่จังหวัดเชียงใหม่

และนั่นคือที่มาของการสนทนา และบทความนี้

ศิลปะเพื่อลมหายใจ : โครงการศิลปะของคามินและเพื่อน เพื่ออากาศที่ดีของเชียงใหม่และโลก

เกรต้า ธันเบิร์ก

เกรต้า ธันเบิร์ก ทำหน้าถมึงทึงอยู่บนแคนวาสที่พิงไว้บนผนังกลางสตูดิโอของคามิน เลิศชัยประเสริฐ

เป็นงานศิลปะ งานจิตรกรรมชิ้นล่าสุดของศิลปิน กระนั้นผมก็กลับได้ยินเสียงแว่วมาจากในรูป ทักทายผมด้วยประโยค How dare you?

เกรต้า ธันเบิร์ก โดย คามิน เลิศชัยประเสริฐ

ที่บ้านของศิลปินในซอยวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ เรานัดพบกันในปลายเดือนธันวาคม ในปีที่อากาศหนาวเย็นกว่าปีไหนๆ หากปัญหาฝุ่นควันที่ควรจะมา (อยู่เป็นประจำ) ในเดือนมีนาคม ก็กลับมาเยือนคนเชียงใหม่เร็วกว่าปีใดๆ

เจ้าของบ้านทักทายผมด้วยคำถาม รู้สึกอย่างไรกับผู้หญิงในรูป

คามินวาดรูปด้วยการเปิดคลิปสุนทรพจน์ฉบับเต็มของ เกรต้า ธันเบิร์ก ที่เธอพูดบนเวที UN Climate Summit 2019 เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562 ที่นิวยอร์ก ผ่านช่องข่าวของ Workpoint News ในยูทูบ หยุดเวลาไว้ตรงนาทีที่ 0.51 ณ ขณะที่เกรต้าพูดขึ้นว่า “และระบบนิเวศกำลังล้มลง”

แตกต่างจากรูปต้นฉบับตรงบริเวณซับไตเติลภาษาไทยของคามิน คำว่า ‘ล้มลง’ นั้นได้ล้มลงไปจากบรรทัดตามความหมายจริงๆ

เกรต้า ธันเบิร์ก โดย คามิน เลิศชัยประเสริฐ

ขณะที่หลายคนมองว่านี่คือสุนทรพจน์ที่สั่นสะเทือนจิตสำนึกของผู้ใหญ่และของโลก บางส่วนก็มองว่านี่เป็นเพียงอาการดราม่าโดยไม่ดูบริบทของเด็กหญิงคนหนึ่ง หรือถึงขั้นมองว่านี่เกรต้าเป็นเพียงหุ่นเชิดให้เอ็นจีโอผ่านการเขียนบท กระทั่งกับคนที่มีจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกันยังมีมุมมองตอบรับเกี่ยวกับสุนทรพจน์ของเกรต้าแตกต่างกัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคามินจึงถาม

หนึ่งในศิลปินไทยร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับระดับสากลมากที่สุด สร้างชื่อจากผลงานด้วยเทคนิคอันหลากหลาย ตั้งแต่ภาพถ่าย จิตรกรรม ประติมากรรม รวมถึงศิลปะติดตั้ง และภาพเคลื่อนไหว คามินก่อตั้งมูลนิธิที่นาร่วมกับฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช และสถาปนาพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยของทศวรรษที่ 31 พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งใจนำเสนอสิ่งของซึ่งเชื่อมโยงกับความทรงจำหรือจิตวิญญาณของผู้คนในฐานะงานศิลปะ จากคานาซาวา ประเทศญี่ปุ่น ไปถึงชิคาโก เชียงใหม่ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ปีก่อนที่เขาจะได้รับรางวัลศิลปาธร (ประจำ พ.ศ. 2560) ศิลปินเปลือยกายนั่งสมาธิแทนประติมากรรมเปลือยของเขาเอง ซึ่งจัดแสดงที่ Palais de Tokyo ประเทศฝรั่งเศส และล่าสุดเขากำลังมีนิทรรศการเดี่ยว “…” (อ่านว่า ‘ว่าง’) จัดแสดงที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ซึ่งจะสิ้นสุดไปในวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2563 

หากใครติดตามผลงานของคามินจะทราบดีว่างานส่วนใหญ่ของเขาสะท้อนมุมมองปรัชญาตะวันออก โดยเฉพาะปรัชญาเต๋าและเซน ชิ้นงานจิตรกรรมฝีแปรงหนาและหนัก บ้างเป็นกลุ่มคำที่ทำให้ผู้ชมได้ฉุกคิด หรือไม่ก็ภาพเขียนนามธรรมที่ชวนให้ไตร่ตรอง หากไม่นับงานประติมากรรมที่เขาถอดแบบและสร้างสรรค์ขึ้นมาจากการทำเหมือนบุคคลจริง ภาพเขียนเรียลลิสติกของเกรต้า ธันเบิร์ก ที่เขาเพิ่งวาดเสร็จ ถือเป็นงานที่แปลกออกไปจากเส้นทางการทำงานตลอดหลายปีของเขา ราวกับเป็นผลงานของศิลปินคนละคน

ศิลปะเพื่อลมหายใจ : โครงการศิลปะของคามินและเพื่อน เพื่ออากาศที่ดีของเชียงใหม่และโลก

“จริงๆ ผมเพิ่งรู้จักเกรต้าไม่กี่วันมานี้เองนะ” คามินพูดขึ้น โดย ‘ไม่กี่วัน’ ที่ว่านั้น คือไม่กี่วันหลังจากที่เกรต้าขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ไปหลายเดือน ฝุ่นตลบจากดอกไม้และก้อนอิฐในโลกอินเทอร์เน็ตที่มีต่อท่าทีของเธอจางหายไปนานแล้ว

“เปิดวนดูอยู่หลายรอบมาก นานมากแล้วที่ผมไม่ได้ดูสุนทรพจน์ที่รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า”

เช่นเดียวกับผู้ใหญ่อีกหลายคน คามินเข้าใจถึงความเดือดดาลของเกรต้าและตระหนักถึงความเฉยเมยและปล่อยปละละเลยในการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง แต่แทนที่เขาจะแชร์คลิปวิดีโอดังกล่าวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เหมือนอีกหลายล้านคนบนโลกโซเชียล เขากลับเลือกที่สร้างงานจิตรกรรมทำซ้ำรูปของเกรต้าขณะกล่าวสุนทรพจน์อย่างตรงไปตรงมา

วางกาน้ำชาบนโต๊ะ นั่งลง และบรรจงรินน้ำชาลงถ้วยเซรามิก

“คุณคิดเห็นอย่างไรกับคนในรูป” ศิลปินถามผมอีกครั้ง

เกรต้า ธันเบิร์ก โดย คามิน เลิศชัยประเสริฐ

สภาลมหายใจเมืองเชียงใหม่

ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ คือคนที่นำพาเกรต้า ธันเบิร์ก เข้ามาในจิตสำนึกของคามิน

ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาชัชวาลย์โทรศัพท์หาคามิน บอกจุดประสงค์ว่าเขากับพันธมิตรกำลังจะก่อตั้ง ‘สภาลมหายใจเชียงใหม่’ ภาคประชาสังคมที่ระดมกำลังทุกภาคส่วนในการแก้วิกฤตฝุ่นละอองในเชียงใหม่ ชัชวาลย์อยากให้คามินช่วยออกแบบโลโก้ให้แก่กลุ่ม เพื่อจะได้นำโลโก้ดังกล่าวไปทำเป็นของที่ระลึกวางจำหน่าย นำเงินมาสมทบทุนในการดำเนินกิจกรรม

อย่างไรก็ดี คามิน-ศิลปินที่นับถือชัชวาลย์ในฐานะคนทำงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยอุดมการณ์อย่างแท้จริงกลับปฏิเสธ

“ผมบอกพี่ชัชวาลย์ไปว่า ในเวลาเท่ากันกับการออกแบบโลโก้ ผมวาดรูปชิ้นเดียว แล้วเอาไปขาย ยังได้เงินมามากกว่า ให้ผมช่วยพี่ด้วยวิธีอื่นดีกว่า เลยเสนอไอเดียในการชวนเพื่อนศิลปินคัดเลือกชิ้นงานของตัวเองคนละหนึ่งชิ้น มอบให้กองทุนนี้เอาไปประมูล หาเงินมาขับเคลื่อนโครงการจะดีกว่า” คามินกล่าว และนั่นคือที่มาของงานประมูลศิลปะที่กำลังจะเกิดขึ้น

คามินไล่โทรศัพท์หาเพื่อนศิลปิน ชวนให้พวกเขาบริจาคผลงานมาประมูล ซึ่งแน่นอน ทุกคนมีคำถาม-เอาเงินไปทำอะไร สภาลมหายใจเชียงใหม่คืออะไร ใครคือสภาลมหายใจฯ เคยทำอะไรมาแล้วบ้าง อนาคตจะทำอะไร และอีกมากมาย ซึ่งคามินตอบคำถามไม่ได้

“ผมบอกแค่ว่าผมเชื่อพี่ชัชวาลย์ เขาทำงานจริงและน่าจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เลยนัดทุกคนมาที่บ้าน และนัดให้พี่ชัชมาเล่าถึงโครงการให้ทุกคนฟัง ใครไม่เชื่อไม่เป็นไร แต่ผมเชื่อเขา” คามินกล่าว

ศิลปะเพื่อลมหายใจ : โครงการศิลปะของคามินและเพื่อน เพื่ออากาศที่ดีของเชียงใหม่และโลก

หากคุณทำงานภาคประชาสังคม ไม่มีทางที่จะไม่รู้จัก ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ผู้ก่อตั้งโฮงเฮียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา และประธานมูลนิธิสืบสานล้านนา พร้อมไปกับการขับเคลื่อนด้านศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา ชัชวาลย์อยู่ในแวดวงเอ็นจีโอเพื่อสิ่งแวดล้อมมาทั้งชีวิต เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมทำกิจกรรมต่อต้านการสร้างบ้านพักของข้าราชการศาลที่ขึ้นไปปลูกบนเนินเขาเชิงดอยสุเทพ (บ้านป่าแหว่ง) และขับเคลื่อนในการรณรงค์เพื่อแก้ปัญหามลภาวะของเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง

เพื่อภาพของสภาลมหายใจฯ ที่สมบูรณ์ นี่คือปากคำของเขา

“ทุกคนมีส่วนทำให้เกิดหมอกควัน เราโทษกันไปมาอีกไม่ได้แล้ว นี่เป็นปัญหาที่เชื่อมกันหมด ทั้งสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตทั้งในเมืองและชนบท และเศรษฐกิจ สภาลมหายใจเชียงใหม่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำงานประสานกันทุกส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชาวบ้าน อย่างการหาวิธีการจัดการไร่ข้าวโพดอย่างยั่งยืน การจัดการกับป่าผลัดใบโดยไม่ต้องเผาใบไม้ หรือรณรงค์ด้านขนส่งมวลชนเพื่อลดการใช้พาหนะส่วนตัวในเมือง เป็นต้น

“อย่างที่บอกว่าปัญหามันเชื่อมกันหมด ถ้าจะแก้ไขก็ต้องแก้กันในทุกส่วน เพื่อให้วิกฤตมันหายไปอย่างยั่งยืน” ชัชวาลย์กล่าว

แน่นอน เมื่อมองว่าทุกคนในเมืองมีส่วนทำให้เกิดหมอกควัน แม้ไม่ได้เป็นคนเผาใบไม้หรือขยะ การที่คามินระดมเงินทุนผ่านการประมูลศิลปะ ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่เขาหวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังของเมืองที่เขาอาศัย

“ตอนแรกคิดกันว่าจะชวนศิลปินสร้างงานขึ้นมาใหม่และทำการประมูลกัน แต่ด้วยเวลาที่จำกัด ก็กลัวกันว่าจะทำไม่ทันหรือทำแล้วงานอาจไม่มีคุณภาพมากพอ ซึ่งอาจหาเงินจากการประมูลไม่ได้ เลยให้ศิลปินแต่ละท่านเลือกงานที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ส่งมาประมูลดีกว่า ขณะเดียวกันก็ชวนศิลปินร่วมสมัยที่อยู่ในภาคเหนือ มาสร้างงานขึ้นมาใหม่โดยมีเนื้อหาเชื่อมโยงไปกับปัญหาสิ่งแวดล้อม แล้วจัดแสดงนิทรรศการกันอีกทีเดือนเมษายนนี้” คามินกล่าว

ศิลปะเพื่อลมหายใจ : โครงการศิลปะของคามินและเพื่อน เพื่ออากาศที่ดีของเชียงใหม่และโลก
ภาพ : พรเทพ จิตต์ผ่อง

คามินเลือก Miracle งานจิตรกรรมสีอะคริลิก เขียนคำว่า ‘ปาฏิหาริย์’ จากชุด “…” ส่งเข้าประมูล ขณะที่งานที่เขาจะทำขึ้นมาใหม่เพื่อจัดแสดงในหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ (หอศิลป์สามกษัตริย์) ในเดือนเมษายนนี้ เขาคิดถึงการสร้างงานที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการรับรู้เรื่องสภาวะอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ยังรวมถึงสภาพแวดล้อมของทั้งโลก เนื่องจากทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกัน

และนั่นทำให้เขาคิดถึงเกรต้า ธันเบิร์ก

Pure Perception

คุณบอกว่าคุณเพิ่งรู้จักเกรต้า ธันเบิร์ก จากการรีเสิร์ชเรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อทำงานศิลปะไม่กี่วันที่ผ่านมา

ใช่ มันเหมือนถูกตบหน้า ไม่ใช่เพิ่งมารู้จักนะ เห็นข่าวตั้งแต่วันที่เด็กคนนี้กล่าวสุนทรพจน์แล้ว แต่ผมไม่ได้ตั้งใจฟัง มองว่าเป็นอีกข่าวหนึ่งในชีวิตประจำวัน จนกระทั่งมารีเสิร์ชจริงจัง และเปิดฟังอย่างตั้งใจ ผมเหมือนถูกเขาตบหน้า เด็กอายุ 16 ที่จริงจังกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ขณะที่ผมอายุปูนนี้แล้ว ตระหนักด้วยว่าโลกมันกำลังแย่ แต่ก็กลับเฉยเมยมาตลอด ทำไมเราจึงมักง่ายได้มากขนาดนี้ และไอ้ความมักง่ายของเรามันก็สะสมมากขึ้นๆ จนเด็กคนหนึ่งทนไม่ไหว และลุกขึ้นมาเรียกร้องให้ทุกคนช่วยกันแก้ปัญหา

แล้วยิ่งพอไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับเกรต้า เขาไม่ใช่เพิ่งจะมาทำวันสองวัน เขาทำมาหลายปีแล้ว ซึ่งผมก็รู้สึกได้ถึงพลังงาน ซึ่งเป็นพลังงานที่ผมคิดมาตลอด แบบเดียวกับที่ผมทำพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณ แห่งศตวรรษที่สามสิบเอ็ด เปรียบร่างกายเป็นพิพิธภัณฑ์ และจิตวิญญาณคืองานศิลปะ ผมเห็นถึงจิตวิญญาณของความทุ่มเท ความห่วงใย ความรักที่เขามีต่อธรรมชาติ จนทำให้เราขนลุก เด็กตัวแค่นี้มันกล้าหาญ มันไม่ประนีประนอมต่อโลก และผมกำลังสูญเสียความสร้างสรรค์แบบเด็กคนนี้ไป

เลยคิดจะวาดรูปเกรต้าเสียเลย

เหมือนโมเนต์ มองดอกบัวแล้วประทับใจ ก็เลยวาดรูปดอกบัว ผมเห็นเกรต้าในยูทูบ ก็วาดรูปจากยูทูบ

ผมอยากพูดถึงเรื่องพลังงานของคนคนหนึ่ง เด็กคนหนึ่งที่คิดเรื่องนี้ทั้งชีวิตแล้วทุ่มเท มันทำให้เราเกิด Awareness ผมคิดว่าคนที่ดูรูปนี้ คลิปนี้ อาจจะรู้สึกอย่างเดียวกับผม ที่ทำให้เรารู้สึกไม่อยากเมินเฉยกับมันอีกต่อไป คำพูดของเด็กคนนี้มีพลัง เพราะมันบริสุทธิ์ มันมีข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ต้องเชื่อตัวเด็กก็ได้ แต่ให้เชื่อนักวิทยาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ค้นคว้ามาหลายสิบปี เมื่อเด็กคนนี้ตระหนักได้ดีและหยิบขึ้นมาพูด บางคนอาจมองว่าเด็กคนนี้ใช้อารมณ์ แต่เขากำลังพูดข้อเท็จจริง

คุณเชื่อว่าเกรต้าเป็นสัญลักษณ์ที่เปลี่ยนให้คนเมินเฉย หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม

อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่ง แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นคนที่เมินเฉยต่อสิ่งแวดล้อมหรอก เพียงแต่เห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญเร่งด่วน ผมสนใจในด้านศาสนา แต่ในทางปฏิบัติมันทำไม่ได้ ถ้าอากาศมันเป็นพิษ ถ้าน้ำท่วมโลก เกิดภัยพิบัติ หรือกระทั่งสงคราม คนที่ยึดถือในศาสนาจะมีความสุขได้อย่างไร จากที่ไม่คิดว่ามันเป็นความเร่งด่วน แต่พอรีเสิร์ชข้อมูล น้ำจะท่วมหลายๆ ที่ของโลกแค่ชั่วอายุคนเองนะ

คามิน เลิศชัยประเสริฐ

คนมักเข้าใจว่าการศึกษาเซนอย่างที่คุณศึกษาคือการปล่อยวาง พาตัวให้หลุดพ้นจากปัญหา

ไม่เลย เซนมันคือการเชื่อมโยง เรามองว่าทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกัน ชีวิตเราจะมีความสุขได้อย่างไร ถ้าคนรอบตัวไม่มีความสุข สังคมที่คุณอยู่ไม่มีความสุข เราคือสังคม เราแยกตัวออกจากมันไม่ได้ ถ้าเราคิดดี ผลดีก็ส่งต่อถึงคนอื่น เช่นเดียวกับถ้าเราคิดชั่ว ความชั่วมันก็ถูกส่งต่อให้คนอื่น

หลายคนมักเข้าใจการปล่อยวางคือการไม่ทำอะไรเลย ซึ่งผิด นั่นคือความขี้เกียจ การปล่อยวางคือการที่เราลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างด้วยศักยภาพของเราอย่างเต็มที่แล้ว และสุดท้ายผลลัพธ์มันอาจไม่เป็นใจ แต่เราก็รับมือกับมันได้

เซนจริงๆ คือการเข้าใจกฎธรรมชาติ ซึ่งมันไม่ใช่แค่ระบบนิเวศ การเข้าใจในหน้าที่ของตัวเองในสังคมก็เป็นการเข้าใจกฎธรรมชาติ ในฐานะศิลปิน ผมสามารถทำงานศิลปะเพื่อระดมเงินทุนให้คนที่ทำงานด้านให้การศึกษาหรือการรณรงค์ขับเคลื่อนต่อไปได้ ใครทำอะไรได้ก็ช่วยกันไป อย่างคุณเป็นนักข่าว คุณมีหน้าที่นำความจริงมาเผยแพร่ ก็เป็นหน้าที่หนึ่งในกฎธรรมชาติ

การมองอากาศก็เป็นส่วนหนึ่งของเซน ท้องฟ้าอากาศมันไม่มีประเทศไง มันไม่ได้บอกว่านี่อากาศของไทย อันนี้ของพม่า แต่มันคืออากาศเดียวกันทั้งโลก เวลาผมมองปัญหามลภาวะของเชียงใหม่ จึงไม่ได้เห็นแค่ในเชียงใหม่ แต่มันส่งผลกระทบไปทั่วประเทศ รวมถึงต่อเพื่อนบ้าน และต่อโลก 

ถ้ามีคนโต้แย้งว่าโลกเดินทางมาไกลเกินจะหันหลังกลับแล้ว ตื่นตัวไปก็เท่านั้น

แต่คุณจะทนอยู่ในเชียงใหม่ หรือในประเทศที่ทุกฤดูแล้งก็มีมลภาวะทางอากาศรุนแรงอย่างนี้ได้ตลอดหรือ คุณจะต้องหาหน้ากากมาสวมตอนออกจากบ้านทุกวันในรอบหนึ่งหรือสองเดือนของทุกปีได้หรือ

คนส่วนใหญ่ก็คิดแบบนี้ เพราะคิดว่าชีวิตประจำวันเราไม่อาจเลี่ยงอะไรได้เลย เราไม่สามารถนั่งเรือข้ามมหาสมุทรแทนการนั่งเครื่องบินแบบเกรต้าได้ ขณะเดียวกันลำพังแค่กินเนื้อสัตว์ ก็ส่งเสริมการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อให้นายทุนนำมาเลี้ยงอาหารสัตว์ ซึ่งทำให้ต้องเกิดการเผาไร่ เผาป่าอีก แต่ถ้าเราตระหนัก และรู้จักเลือกใช้ เลือกบริโภคเท่าที่จำเป็นจริงๆ ทำคนเดียวมันไม่เห็นผลหรอก แต่ถ้าคนตระหนักพร้อมกันในจำนวนมหาศาล มันสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

ผมมาคิดเลยว่าทำไมเกรต้าทำได้ เขาไม่ได้เปลี่ยนแค่ตัวเอง แต่เขาเปลี่ยนพ่อแม่ เปลี่ยนเพื่อนที่โรงเรียน และกำลังเปลี่ยนวิธีคิดของคนอีกหลายล้านคนทั่วโลก

คามิน เลิศชัยประเสริฐ

แต่ขณะเดียวกันหลายคนก็ไม่เชื่อในตัวเกรต้า

ความคุ้นชินกับบริโภคนิยมทำให้สิ่งที่เกรต้าพูดจากข้อเท็จจริงกลายเป็นความเชื่อไป เช่นที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มอง เพราะเขาเห็นว่าตัวเองสำคัญที่สุด และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญ เขาเชื่ออย่างนั้น อีกเรื่องสำคัญที่ผมกลับมาวาดรูปเชิงเรียลลิสติกอีกครั้ง เพราะผมสนใจชั่วขณะของการรับรู้แบบ Pure Perception คือการรับรู้ที่บริสุทธิ์ โดยไม่ผ่านอีโก้หรืออคติส่วนตัว อย่างที่ผมถามคุณว่ารู้สึกอย่างไรกับเกรต้า เพราะสาสน์เดียวกัน คนฟังอาจมีปฏิกิริยาตอบรับไม่เหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์หรือรสนิยมส่วนตัวของใครคนนั้น

เราสามารถมองสิ่งใดๆ โดยปราศจากความคิดหรือประสบการณ์ส่วนตัวได้จริงหรือ

จริงอยู่มันยากที่เมื่อเรามองอะไรแล้วจะไม่เอาตัวตนของเราเข้ามาจับ แต่การตระหนักรู้ว่าเรามีตัวตนนี่แหละ มันทำให้ตัวตนเราหายไป พอตระหนักรู้ มันทำให้เราหยุดคิดปรุงแต่ง เพ่งจิตไปที่ข้อมูลเพื่อมองเห็นสัจธรรม ซึ่งมันบริสุทธิ์มาก คือคุณมองเห็นข้อมูลของเกรต้าที่กำลังบอกคุณ คุณศึกษาจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เธอเอามาอ้างอิง คุณจะเห็นว่าอีกไม่นานโลกกำลังจมน้ำ คุณกำลังจมน้ำ ถ้าคุณเมินเฉยกับมัน คุณอาจตายก่อน แต่คุณจะมีความสุขอยู่ได้จริงหรือหากลูกหลานของคุณต้องมารับผลกรรมจากความเมินเฉยของคุณ

นอกจากงานเกรต้า งานในชุด Pure Perception ของคุณมีเรื่องเกี่ยวกับอะไรบ้าง

ผมเขียนงานชุดนี้มาได้สองปีแล้ว เขียนจากชั่วขณะหรือเหตุการณ์ที่ผมเห็นว่ามันเป็นการรับรู้ที่บริสุทธิ์ของเรา ภาพแรกที่ผมเขียน ก่อนหน้านี้ผมเบื่อกับแวดวงศิลปะ คิดจะเลิก จะขายบ้าน ขายสตูดิโอ ย้ายไปอยู่นอกเมือง และหันไปทำการเกษตร มีอยู่วันหนึ่งผมไปเจอพี่จอห์น เขาเป็นศิลปินที่เปิดร้านขายรูปอยู่ท่าแพ วันนั้นเขาสวมเสื้อยืดที่เพนต์เอง เสื้อยืดเขียนว่า Live for today, no amount of worries can change tomorrow, not amount of guilt can change yesterday. เห็นแล้วประทับใจ ก็เลยขอถ่ายรูปเขาที่สวมเสื้อตัวนั้นไว้

ภาพนั้นมันทำให้ผมตระหนักว่าผมคิดมากไปเรื่องอนาคต จากที่คิดลังเลว่าจะเลิกทำศิลปะอย่างสิ้นเชิง หรือเป็นศิลปินต่อไป จริงๆ ไม่ต้องไปคิดกับมันเลยก็ได้ มันไม่จำเป็นต้องถูกกับผิด หรือขาวกับดำชัดเจน ผมก็เลยวาดรูปจากพี่จอห์นจากภาพถ่ายลงแคนวาส เป็นภาพเรียลลิสติกภาพแรกในรอบสามสิบปี

จากนั้นผมก็เขียนบทบันทึกลงไปด้านหลังแคนวาส งานชิ้นนี้จัดแสดงในนิทรรศการ “…” ซึ่งพูดถึงความว่าง ในส่วนจัดแสดงตรงนี้ ภาพเขียนทั้งหมดเป็นแคนวาสว่างเปล่า ผมกลับภาพจิตรกรรมไว้ด้านหลังเฟรม เพื่อแสดงให้เห็นถึงความว่างในหลายมิติ โดยรูปพี่จอห์นเป็นรูปสุดท้ายของส่วนนี้ นี่เป็นรูปเดียวที่ไม่ว่างเปล่า แต่มันก็สะท้อนความว่างของตัวผม ว่างจากการเป็นตัวเรา

หลังจากนั้นผมก็เริ่มเขียนรูปเรียลลิสติกในประเด็น Pure Perception เรื่อยมา เขียนเท่าที่ทักษะของคนไม่ได้วาดรูปแบบนี้มาสามสิบปีจะวาดได้ สวย ไม่สวยไม่ใช่เรื่องสำคัญ ผมแค่พบเห็น รู้สึก และเขียนมันออกมา

เขียนแต่เรียลิสติกมาตลอดสองปี

ไม่ ก็เขียนภาพอย่างอื่นด้วย แต่กับงานชุด Pure Perception ผมเขียนมาได้สี่สิบรูปแล้ว ด้านหลังของทุกรูปจะมีข้อเขียนเกี่ยวกับการรับรู้ที่ผมมีต่อเหตุการณ์นั้นๆ มีภาพหนึ่งที่ผมแคปเจอร์หน้าจอยูทูบมาวาดเหมือนกัน เป็นคลิปสัมภาษณ์ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น นักร้องลูกทุ่งที่เป็นดราม่าอยู่ตอนนี้

เด็กคนนี้มันแต่งเพลง เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว เด็กคนนี้เก่ง ฉลาด ผมชื่นชม แต่ก็ไม่ได้อะไร จนไปเจอคลิปสัมภาษณ์ที่เขาออกมาแก้ดราม่าเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าเนรคุณพ่อตัวเอง เหมือนรวยแล้ว แต่ไม่ช่วยเหลือพ่อนี่แหละ ซึ่งก็โดนชาวเน็ตรุมด่า แต่มาดูจริงๆ แล้ว เขาไม่ได้ไม่ช่วยเหลือ เขาก็ยังให้เงินอยู่ แต่ไม่ได้ให้มากมายอะไร เพราะพ่อทิ้งเขาไปตั้งแต่เด็ก ไม่ดูดำดูดีเลย กลับกันเขาดูแลแม่เต็มที่ ให้เงินเดือนเป็นแสนบาท เพราะแม่เลี้ยงเขามาทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีจะกิน ประมาณนี้

ก่อนจะมีคลิปดังกล่าว ข่าวสารในอินเทอร์เน็ตที่พูดถึงเด็กคนนี้มันมีความหลากหลายมาก บางสำนักก็ชื่นชม บางสำนักก็โจมตีอย่างหนัก มันทำให้ผมย้อนคิดว่าเวลาเจอข่าวเนี่ย บางครั้งเราก็ไม่ได้ชั่งตวงข้อมูลด้วยตัวเองก่อน พร้อมจะเชื่อในข่าวที่เขาเขียนทันที จนมาเจอคลิปสัมภาษณ์ที่เจนนี่ออกมาเล่าชีวิตของเธอทั้งหมดให้ฟังนี่แหละ ผมฟังแล้วตื้นตันใจ เลยเขียนรูปนี้ขึ้นมา

คามิน เลิศชัยประเสริฐ

ผมว่าน่าแปลกใจมากกว่าที่ศิลปินอย่างคามินติดตามชีวิตของ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น

ผมติดตามหมดแหละ มองโดยที่ไม่ได้เอาตัวเราเข้าไป พบเห็นเรื่องอะไรที่ทำให้เราร้องไห้ได้ หรือรู้สึกว่าตัวเองหลงลืมหรือสูญเสียความเป็นมนุษย์ไป ก็เขียนมันขึ้นมา

ล่าสุดที่ผมชวนพี่ชัชวาลย์มาพูดเรื่องสภาลมหายใจเชียงใหม่ให้เพื่อนศิลปินฟัง ผมก็ถ่ายรูปบันทึกและเขียนภาพขึ้นมา ผมเขียนรูปนี้เพราะรู้สึกว่าก่อนหน้าที่ทุกคนจะมา ผมโทรชวนเพื่อน และเพื่อนก็จะถามด้วยความกังวลหลากหลายมาก พี่ชัชวาลย์คือใคร เอาเงินไปทำอะไร เชื่อถือได้มากแค่ไหน แล้วถ้าให้งานไปประมูล ถ้าประมูลไม่ได้ราคาจะทำยังไง

ผมก็บอกว่ามึงก็ต้องมาฟังไง แล้วผมก็มานั่งคิด จริงๆ ทุกคนก็อยากช่วยเหลือเมือง ช่วยเหลือสังคม แต่เราเชื่อใครไม่ได้เลย ไม่มีใครให้กูเชื่อ ไม่มีองค์กรให้เชื่อ รัฐบาลก็ไม่น่าเชื่อถือ เราขาดความเชื่อถือความเป็นมนุษย์ของคนอื่น

ประเด็นที่เขียนก็คือ ไม่ใช่ว่าผมเชื่อสภาลมหายใจฯ แบบร้อยเปอร์เซ็นต์นะ สิ่งที่ผมทำนี่คือผมเชื่อพี่ชัช เพราะผมรู้จักเขาเมื่อสามสิบปีก่อน เขาชวนผมมาทำโครงการป่าต้นน้ำ แล้วทุกวันนี้เขาก็ยังทำเรื่องธรรมชาติกับการอนุรักษ์เหมือนเดิม ผมไม่อยากเชื่อว่าคนเราสามสิบปีแล้ว ยังทำเรื่องเดียวกันนี้อยู่ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้เป็นงานที่มีผลตอบแทนส่วนตัวมากมายอะไรเลย

ปีที่แล้วอากาศเชียงใหม่แย่มาก หายใจไม่ออก ผมคุยกับภรรยาว่าจะขายบ้านทิ้ง ย้ายจังหวัดไปอยู่ที่อื่นดีกว่า เชียงใหม่อากาศแย่ติดอันดับโลก ไม่น่าอยู่แล้ว แต่คุณคิดดู ขณะที่ผมคิดแก้ปัญหาด้วยการทิ้งมันไป พี่ชัชสู้เพื่อคนอื่นตลอดมา สู้เพราะคิดว่าเราทำให้อากาศมันดีขึ้นได้ คนพวกนี้ของจริง จิตละเอียดกว่าเราอีก แล้วเราพูดเรื่องศิลปะ ธรรมะ ไม่มีเลยในตัวเรา หลอกชาวบ้านได้ แต่หลอกตัวเองไม่ได้ ไอ้ Pure Perception คือการมองเข้าไปวิพากษ์ในตัวเอง แล้วตัวเราน่ะคือปัญหา การทำงานชุดนี้คือการพยายามก้าวข้ามตัวเราเอง ก้าวข้ามความคิดว่าเราเป็นศูนย์กลาง

คุณมีแผนจะจัดแสดงผลงานชุดนี้เมื่อไหร่

ผมตั้งใจจะทำให้ครบหนึ่งร้อยชิ้น หาที่จัดแสดง และทำเป็นหนังสือ งานทุกชิ้นผมมีข้อเขียนอยู่ด้านหลังภาพ พอเป็นหนังสือ ภาพเขียนจะทำงานเป็นภาพประกอบ ประกอบบทความนั้นๆ

ส่วนภาพเกรต้า ธันเบิร์ก ก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่จะจัดแสดงเกรต้าแยกมาต่างหากในนิทรรศการ ART for AIR ด้วยที่เชียงใหม่ด้วย โดยคิดว่าจะจัดแสดงพร้อมกับทำวิดีโอแอนิเมชันบอกเล่าถึงเหตุปัจจัยในการเผาขยะหรือป่าในพื้นที่เล็กๆ ก่อนจะลามไปถึงระบบนิเวศใหญ่ๆ ตั้งใจให้วิดีโอนี้เป็นเครื่องมือสื่อสารว่าปัญหามลภาวะทางอากาศที่กระทบต่อโลก และเผยแพร่ในยูทูบต่อไป

เป็นสื่อประชาสัมพันธ์

จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ มันเป็น Perception ของคุณ ผมไม่มานั่งคิดว่าอะไรเป็นศิลปะหรือไม่เป็น แค่คิดว่าหากงานชิ้นนี้มันสร้างผลกระทบต่อส่วนรวมได้ หรือเปลี่ยนอะไรใครได้บ้าง ก็พอใจแล้ว

คามิน เลิศชัยประเสริฐ
  • ART  Auction for AIR จะมีการประมูลงานขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2563 ห้อง Nimman Convention Center ชั้น 5 โครงการ One Nimman เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ดูรายชื่อศิลปินและงานที่จะนำมาประมูลได้ที่ www.facebook.com/webreaththesameair
  • ติดตามการเคลื่อนไหวของสภาลมหายใจเชียงใหม่ผ่าน Facebook : สภาลมหายใจเชียงใหม่

Writer

จิรัฏฐ์​ ประเสริฐทรัพย์

ประกอบอาชีพรับจ้างทำหนังสือ แปลหนังสือ และผลิตสื่อ ใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีงานอดิเรกคือเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย ผลงานล่าสุดคือรวมเรื่องสั้น ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!