ถ้าพูดถึงย่านอารีย์ หลายคนคงนึกถึงสารพัดคาเฟ่และแหล่งแฮงเอาต์ ทว่ากลางดงร้านรวงสุดเก๋ยังมีร้านนวดแผนไทย ระดับ Hidden Gem ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ตึกแถวขนาดหนึ่งคู่หาสีขาวสะอาดตา บริเวณซอยพหลโยธิน 11

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

  บานประตูไม้สีเขียวเข้มตัดกับอาคารสีขาว เหมือนมีพลังดึงดูดให้เรารีบเปิดเข้าไปตามหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในตั้งแต่แรกเห็น แม้ว่าปราดตามองรอบตัวจะเจอเพียงร้านตัดสูทขนาดจิ๋ว แต่กลิ่นหอมหวนชวนผ่อนคลายที่ลอยอวลรอบตัวทำให้เรามั่นใจว่ามาถึง ‘Armarapa’ ร้านนวดแผนไทยสไตล์โมเดิร์นที่เป็นเพชรเม็ดงามของอารีย์เรียบร้อยแล้ว

อาร์มาราภา ถ้าคุณจะรู้สึกคุ้นหูชื่อนี้อยู่บ้างก็คงไม่น่าแปลกใจ เพราะ แคท-ทัตยา ขำเจริญ เจ้าของ Armarapa คิดชื่อสุดสร้างสรรค์จากการหยิบพุทธวจน ‘อโรคายา ปรมาลาภา’ มาบิดเป็น ‘อโรม่า ปรมาลาภา’

จาก การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เป็น การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ (จริงๆ)

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

การเปิดร้านนวดแผนไทยเป็นการต่อยอดจากแบรนด์ยาดม ARMAherbal ของ ตั้ม-กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ดีไซเนอร์จาก Dots Design Studio แคทยกระดับการนวดแผนไทยให้เข้ากับยุคสมัย ด้วยสโลแกน A Modernise Thai Massage สอดแทรกประสบการณ์ให้ลูกค้าผ่าน Armarapa 5 Senses พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่

ถ้ารู้สึกปวดตรงโน้น ตึงตรงนี้ ขอเชิญเปลี่ยนชุดเตรียมนวด แล้วให้เรื่องราวตรงหน้าคลายความเมื่อยล้า

เปิดสัมผัสทั้ง 5 รอรับความผ่อนคลาย

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

เราเดินตามกลิ่นหอมขึ้นชั้นสองของอาคารพาณิชย์ ดีไซน์ไฉไลของแผนกต้อนรับทำให้เราตื่นตะลึงเหมือนหลุดจากโลกอารีย์ แค่เห็นเพียง ‘รูป’ ความผ่อนคลายก็บังเกิด ตาเป็นประกายอยู่สักพักจนพนักงานสาวส่งยิ้มทักทาย ก่อนแคทเฉลยว่า พื้นที่ตรงนี้เป็น Flagship Store ของยาดม ARMAherbal ด้วยเหมือนกัน จบครบในสถานที่เดียว!

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

ก่อนตรงดิ่งเข้าห้องนวดส่วนตัว พนักงานจะสอบถามข้อมูลตั้งแต่ประวัติส่วนตัว โรคประจำตัว จนถึงน้ำหนักมือของหมอนวด เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การนวดที่มีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการมากที่สุด

การนั่งนวด นอนนวด ที่ Armarapa ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส โดยร้อยเรียงให้อยู่ภายใต้เรื่องราวเดียวกัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แคทอยากให้ลูกค้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง

“มีช่วงหนึ่งร้านนวดต้องปิด ลูกค้าอยากให้ทำนวดเดลิเวอรี่ แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ทำ เพราะหัวใจหลักของอาร์มาราภาคือประสบการณ์ ถ้าเขาให้เราไปนวด เขาจะได้รับแค่เซนส์เดียวคือการสัมผัส ซึ่งเรามีทั้งหมดห้าเซนส์”

จิบชาร้อนที่เบลนด์มาอย่างดี แล้วมาเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยกัน 

รูป

ต่อยอดงานดีไซน์สู่สไตล์ไทยโมเดิร์น

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

ตอนแรกก็แอบคิดว่า ตึกแถวขนาดเล็กจะมอบความสบายให้เราได้มากแค่ไหน จนกระทั่งเดินทัวร์รอบบริเวณ ซึ่งตกแต่งร้านด้วยสีขาวผสานสีเอิร์ธโทน มีแซมสีเขียวจากต้นไม้ล้อกันตั้งแต่เคาน์เตอร์ต้อนรับจนถึงห้องนวด ช่างสบายตา แถมเป็นข้อดีที่นักออกแบบใช้สีสันมาแก้ไขข้อจำกัดของพื้นที่ ทำให้โปร่งโล่ง จนลืมว่ากำลังอยู่ในตึกแถวหนึ่งคูหา

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’
ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

ตั้ม แฟนหนุ่มที่เป็นดีไซเนอร์มือรางวัลรับหน้าที่ดูแลงานออกแบบทั้งหมด ใส่ใจตั้งแต่รายละเอียดเล็กๆ ยันเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ ขนาดเตียงนวดก็ดีไซน์ขึ้นมาใหม่ให้รับสรีระ จะนอนพลิกซ้าย พลิกขวา ก็สบายตัวจนต้องบอกต่อ

“ด้วยคอนเซปต์ร้านของเราเป็นแบบไทย เตียงนวดก็เลยจำลองจากการนวดบนตั่ง เป็นตั่งที่ไม่สูง แล้วก็ไม่เตี้ย เพราะส่วนตัวเราไม่ชอบนอนนวดกับพื้น วัยรุ่นบางคนอาจรู้สึกไม่สบายตัวที่ต้องนอนนวดแบบนั้น แต่เราก็ไม่อยากให้สูงเหมือนเตียงสปา เลยเป็นที่มาของการออกแบบเตียงให้เหมือนกับตั่ง โดยผสานความโมเดิร์นเข้าไปด้วย”

แคทอธิบายว่า นอกจากการออกแบบและระดับความสูงแล้ว ความกว้างของเตียงก็เป็นจุดขายที่ลูกค้าติดใจ เพราะกว้างพอจะพลิกตัวได้อย่างสะดวกสบายและไม่รู้สึกอึดอัด ทำให้ผ่อนคลายกับการนวดได้อย่างเต็มที่

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

แม้แต่ชุดเปลี่ยนสำหรับนวด เธอก็เลือกจับคู่เสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงออกกำลังกายผ้าสบายสีเทา เข้าชุดกับเสื้อคลุม แทนชุดผ้าฝ้ายเนื้อบางสีพื้น เพราะเธอตีความเสื้อผ้านอนนวดให้เหมาะกับความโมเดิร์น ลูกค้าจะรู้สึกเหมือนสวมใส่ชุดลำลองอยู่บ้านในวันสบาย แถมลูกค้าบางคนก็ขออุดหนุนชุดนวดกลับไปสวมใส่ที่บ้านด้วย

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

‘รูป’ ลักษณ์อีกอย่างที่เห็นแล้วสะดุดตา คืองานออกแบบที่เลือกมาตกแต่งร้าน ล้วนเป็นผลงานของนักออกแบบไทย เช่น เสื่อวงกลมจาก PDM โคมไฟระย้าขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงช่องแสงกลางร้าน หน้าตาละม้ายเครื่องมือดักปลา เป็นฝีมือของ กรกต อารมย์ดี นักออกแบบจากเพรชบุรี เจ้าของผลงานจักสานไม้ไผ่ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก 

งานของกรกตโดดเด่นจนแคทบอกว่า แค่มายืนดูหรือถ่ายภาพเป็นที่ระลึกก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว 

รส

สัมผัสแห่งความผ่อนคลายที่ได้จากการดื่ม

เปิดสัมผัสด้วยรสชาติของความผ่อนคลายจาก Welcome Drink ดับร้อน กับ Infused Water น้ำดื่มเย็นๆ อวลกลิ่นผลไม้ที่ยกมาเสิร์ฟให้ผ่อนคลายตั้งแต่ต้อนรับ เพื่อเตรียมร่างกายก่อนจะผ่อนคลายด้วยการนวดที่คุณเลือก

แต่นั่นไม่ใช่เพียงรสสัมผัสเดียวที่คุณจะได้รับจากที่นี่

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

หลังจากปล่อยให้ความสบายแผ่ซ่านสู่ร่างกายแล้ว Armarapa ก็มีชาร้อนๆ หอมกรุ่น แคทบอกว่าเธอเฟ้นหาและเบลนด์มาอย่างดี เสิร์ฟคู่กับขนม เพื่อดื่มด่ำความผ่อนคลายให้ถึงขีดสุดก่อนจะออกไปใช้ชีวิตต่อ และการจิบชาสมุนไพรถ้วยอุ่นสักถ้วยหลังการนวด ยังช่วยปรับสมดุลภายในร่างกายและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลมให้ดีขึ้นด้วย

แคทแอบกระซิบว่ามีลูกค้าหลายคนติดใจ จนอยากซื้อชากลับไปชงดื่มที่บ้านเลยทีเดียว

กลิ่น

สูดความผ่อนคลายกับกลิ่นอายความเป็นไทย

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

กลิ่นหอมน่าจะเป็นสัมผัสแรกเสียด้วยซ้ำที่ทำให้รู้ว่ามาถึงร้านนวดแห่งนี้แล้ว เพียงแค่ข้ามประตูบานใหญ่เข้าไปในอาคาร กลิ่นหอมในอากาศก็ชวนให้พลันคิดถึงการนอนทิ้งตัวและปล่อยใจให้เคลิบเคลิ้มไปกับความสบาย

กลิ่นหอมฟุ้งจากก้านน้ำหอมที่ใช้เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายทั่วร้านตั้งแต่ประตูทางเข้า เคาน์เตอร์ต้อนรับ ยันห้องนวด คือ กลิ่น Sense น้ำมันอโรม่ากลิ่นซิกเนเจอร์ของอาร์มาราภาที่เบลนด์จากโรสแมรี่และตะไคร้

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

หากคุณเลือกการนวดฉบับอาร์มาราภา จะมีการใช้ Aroma Treatment รักษาอาการปวดเมื่อย เติมความผ่อนคลาย และบำรุงผิว มีกลิ่นอโรม่าให้เลือก 3 กลิ่น ได้แก่ กลิ่น Sense กลิ่น Thai Herb กลิ่นที่ตอกย้ำความเป็นร้านนวดซึ่งต่อยอดจาก ARMAherbal ด้วยความหอมที่มีแรงบันดาลใจจากยาดมสมุนไพร สร้างการจดจำแบรนด์ได้ดีเยี่ยม

กลิ่นสุดท้ายคือกลิ่น Pure ความบริสุทธิ์ที่ปราศจากกลิ่น แต่บรรจุวิตามินและน้ำมันบำรุงผิวไว้เต็มเหนี่ยว เหมาะมากกับลูกค้าที่ชอบนวดอโรม่าแต่ไม่อยากมีกลิ่นน้ำมันติดผิวกาย เจ้าของร้านว่าลูกค้าผู้ชายชอบกลิ่นนี้มาก

เสียง

เสียงบรรเลงไม่ซ้ำใครชวนปล่อยใจไปกับความสบาย 

“ทำไมเพลงไม่เหมือนร้านนวดทั่วไป”

ฟีดแบ็กที่แคทได้รับหลังจากเลือกใช้เพลงบรรเลงที่มีจังหวะจะโคนแทนเสียงน้ำไหล นกร้อง ป่าฝน

เจ้าของร้านสาวลงความเห็นว่า เสียงดนตรีที่มีบีทพอเร้าใจทำให้ไม่น่าเบื่อ แถมถูกใจลูกค้าวัยรุ่น ลูกค้าหลักของอาร์มาราภา และเสียงเพลงจากทั่วทุกมุมยังเป็นการร้อยเรียงและเล่าเรื่องราวความโมเดิร์นของร้านนวดด้วย 

อีกอย่างที่เราชอบคือ การนวด นวด นวด ที่ปราศจากเสียง แคทให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ห้องนวดจึงถูกแยกออกเป็นห้อง 1 คน 1 หมอ 1 ห้อง (ห้องคู่ก็มีนะ) เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนระหว่างนวด

“ลูกค้าจะไม่ได้เจอหน้ากัน เขามาถึงก็เข้าห้องเลย เป็นแบบนั้นเพราะว่าเราเคยนวดแล้วเจอห้องนวดที่คนพลุกพล่าน พอทำร้านนวดเองเราเลยอยากส่งมอบความรู้สึกเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้า” เธอเล่าประสบการณ์

แคทบอกว่าหมอนวดก็ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีให้เข้าใจความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ถ้าคุณเคยนวดแล้วถูกชวนสนทนาจนหูไหม้ รับรองว่าเหตุการณ์เช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับร้านนวดแห่งนี้เป็นแน่ อาร์มาราภาขอการันตี

สัมผัส

ความสบายจากวัฒนธรรมที่ถูกถ่ายทอดผ่านฝ่ามือ

“ตอนจะเปิดร้าน เราศึกษาว่าการนวดมีสองแบบ คือ นวดแบบราชสำนักกับนวดแบบเชลยศักดิ์ นวดราชสำนักจะคุกเข่าและยืนนวด ร้านเราเน้นนวดแผนโบราณ เลยเลือกการนวดแบบเชลยศักดิ์ หนักแน่นตามฉบับนวดไทย”

แคทเล่าว่านวดไทยถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเมื่อ พ.ศ. 2562 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เธอรู้สึกว่า การนวดไทยเป็นวัฒนธรรมที่น่าหยิบยกขึ้นมาให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งหมอนวดของอาร์มาราภาก็มากประสบการณ์ บางท่านเคยบริการในโรงแรมระดับหลายดาว บางท่านอายุขึ้นเลข 6 แต่ Young at Heart แถมฝีมือเต็ม 10

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

การนวดไทยร่วมสมัยของอาร์มาราภานำเสนอผ่าน 4 คอร์สเรียบง่าย แต่ตอบโจทย์ทุกความผ่อนคลาย

‘Armarapa Signature’ คอร์สนวดที่ขายดีที่สุด เป็นการผสานศาสตร์นวดไทยกับ Aroma Treatment รักษาอาการปวดเมื่อยและสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย พร้อมกับการบำรุงผิวกายจากน้ำมันอโรม่าสูตรเฉพาะอาร์มาราภา

แคทแนะว่าควรอาบน้ำก่อนนวดเพื่อให้น้ำมันซึมเข้าผิว หลังนวดเสร็จก็กลับบ้านได้เลยโดยไม่ต้องล้างออก

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

‘Office Syndrome Therapy’ ถูกใจหนุ่มสาวออฟฟิศด้วยการนวดรีดเส้นบริเวณคอ บ่า ไหล่ บรรเทาอาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานตลอดวัน เหมาะกับพนักงานที่นั่งติดเก้าอี้และคนที่อยากนวดเน้นแก้อาการเฉพาะจุด

‘Body Balance Massage’ สูตรนวดไทยฉบับอาร์มาราภาที่มอบความสบายทั่วร่างกาย พิเศษด้วยลูกประคบสมุนไพร คุณสมบัติลดอาการช้ำ 

และ ‘Foot Massage’ คลายกล้ามเนื้อฝ่าเท้าที่เป็นจุดรวมของเส้นประสาท ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด การทำงานของระบบประสาท และปรับสมดุลร่างกาย เมื่อย (เท้า) แค่ไหนก็คลาย!

การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ

“เราค่อนข้างผูกพันกับอารีย์ บ้านอยู่ใกล้แถวนี้ แฮงเอาต์ นัดทานข้าวกับเพื่อนก็แถวนี้ ณ วันนั้นที่เราอยากทำ ยังไม่ได้ทำเลด้วยซ้ำ จน COVID-19 ร้านปล่อยเช่ากันเยอะ เราเห็นว่าเป็นโอกาสดี ซึ่งตอนเปิดร้านก็สวนกระแสกับคนอื่น เขาเริ่มจะเซ้งกันแล้ว แต่เรายังกล้าเปิด เพราะเรารู้ตัวเองชัดเจนว่าสินค้าเราไม่ได้มีแค่อย่างเดียว เรายังมียาดม

“ยอดขายของยาดมอุ้มร้านเราได้ แล้วคอนเซปต์ก็เป็นเรื่องราวเดียวกันกับร้านนวด บวกกับเราเป็นนักการตลาดและชอบนวดอยู่แล้ว เราเลยรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราคือใคร แล้วเขาดันคล้ายตัวเรามาก เหมือนเราเป็น Voice of Customer มันทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าจริงๆ ว่าเขาต้องการอะไร เพราะเราก็เป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าด้วย”

ข้อดีอีกอย่างของอารีย์คือทุกซอยทะลุถึงกันหมด มีที่พักอาศัยและโฮมออฟฟิศเยอะ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น หนุ่มสาวพนักงานออฟฟิศ และคนย่านใกล้เรือนเคียงที่มักแวะเวียนเดินมาใช้บริการมากกว่าขับรถคันใหญ่

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

ความ Hidden Place ของย่านเสริมเสน่ห์ให้อาร์มาราภาและลูกค้าอยากกลับมานวดแล้วนวดอีก

“เราอยากให้ลูกค้าผ่อนคลายกับ 5 Senses ของเรา เขาทำงานเหนื่อยมาตลอดห้าวัน เราอยากให้ช่วงเวลาที่เขามาหาเรามันบรรเทาความเมื่อยล้า เป็นสองชั่วโมงที่เขารู้สึกผ่อนคลายจริงๆ จนอยากกลับมาใช้บริการอีก

“การทำร้านนวดสนุกดีนะ” เธอยิ้ม “เราทำในสิ่งที่เรารัก แล้วมีคนมาแชร์สิ่งนี้ร่วมกับเรา มันเลยกลายเป็นความสุข แต่ถ้าเราไม่ได้รักมัน คงยอมแพ้ตั้งแต่ COVID-19 ระลอกแรก ยิ่งเรารู้สึกรักแล้ว ก็ยิ่งอยากทำมันต่อไปเรื่อยๆ”

นัยตาของสาวเจ้าของร้านนวดเปี่ยมด้วยความภูมิใจ ภูมิใจกับการนำเสนอวัฒนธรรมไทยมุมทันสมัย ภูมิใจกับอาร์มาราภาและตัวเธอเองที่พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ‘อโรม่าปรมาลาภา การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’ (จริงๆ)

Armarapa

36/8 ซอยพหลโยธิน 11 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 8623 2163

เว็บไซต์ : armaherbal.com/armarapa

Facebook : Armarapa

ภาพ : Armarapa

Writers

อาสา งามกาละ

มือใหม่หัดเขียน ที่ตกหลุมรักการทิ้งตัวบนโซฟานุ่มๆ ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ และรายล้อมด้วยพลังงานบวก มีงาน (บังเอิญ) ประจำคือ พี่เลี้ยงของลูกแมวกำลังโต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เนื้อน้ำค้าง ข้าวแรมฟืน ข้าวปุกงา ซาโมซ่า ต้มใบกระเจี๊ยบ ปาปาซอย 

เมนูชื่อแปลกที่หลายคนอ่านแล้วไม่คุ้น คือของดีของชาวมุสลิมเชื้อสายจีนยูนนานในจังหวัดเชียงใหม่ พวกเขาจะนำเมนูที่เรากล่าวมาและยังไม่ได้กล่าวอีกมากมาขายที่ ‘กาดนัดจีนยูนนาน’ หรือ ‘กาดบ้านฮ่อ’ ทุกเช้าวันศุกร์จนถึงเที่ยง

ตลาดนัดแห่งนี้อยู่คู่กับชุมชนมุสลิมบ้านฮ่อและเชียงใหม่มามากกว่า 30 ปี โดยเริ่มต้นจากคำชักชวนของคนในชุมชนให้ลองเอาของมาขาย กระทั่งเริ่มมีร้านค้ามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรรยากาศภายในตลาดมีความเป็นกันเอง พ่อค้า แม่ค้า รวมถึงลูกค้า ต่างทักทายกันอย่างสนิทสนม ราวกับเป็นวันนัดพบของครอบครัวใหญ่

ส่วนอายุของชุมชนบ้านฮ่อ เก่าแก่กว่าตัวตลาดเสียอีก โดยย้อนกลับไปได้ไกลถึง 116 ปี 

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

เริ่มจากพ่อค้าแม่ค้าชาวมุสลิมจีนยูนนานที่ตัดสินใจนำสินค้าของตนแบกขึ้นม้าต่างหรือล่อ เดินทางเป็นคาราวานฝ่าดงและดอยสูงชันเพื่อมาเร่ขายของตามเมืองต่างๆ ในบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2446 พ่อค้าแม่ค้านักเดินทางบางส่วนเริ่มลงหลักปักฐานจนกลายเป็นชุมชนมุสลิมบ้านฮ่อ และนอกจากสินค้าต่างๆ ที่พวกเขาขนข้ามภูเขามาขาย ชาวมุสลิมจีนยูนนานยังได้นำวัฒนธรรมการกินติดตัวมาด้วย ซึ่งต่อมาก็มีเมนูหนึ่งที่ถูกดัดแปลงให้เหมาะกับรสชาติคนไทย จนได้รับความนิยมไปทั่วทั้งภูมิภาคตอนเหนือ นั่นก็คือ ‘ข้าวซอย’

เช้าวันนี้เราชวน ชัยวัฒน์ บุญส่ง ผู้ดูแลกาดนัดจีนยูนนาน มาเป็นไกด์พาทุกคนแอ่วตลาดเช้า เรียนรู้เรื่องราวของตลาด ทำความรู้จักเมนูอาหารชื่อแปลกจากมณฑลยูนนาน และตามรอยข้าวซอยแบบดั้งเดิมกัน

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

“กาดนัดจีนยูนนาน หรือที่คนเชียงใหม่อาจคุ้นกันในชื่อ กาดบ้านฮ่อ ซึ่งจริงๆ แล้ว คนในชุมชนไม่ชอบที่จะถูกเรียกว่า จีนฮ่อ นะครับ ตอนหลังเราเลยตัดสินใจเปลี่ยนชื่อตลาดมาเป็น ‘กาดนัดจีนยูนนาน’ แทน 

“ตลาดนัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาดห้าไร่ มีแลนด์มาร์กสำคัญที่หลายคนจดจำได้คือ บ้านไม้โบราณกลางตลาด อายุกว่าร้อยปี เป็นบ้านของคหบดีเมืองเชียงใหม่ ท่านขุนชวงเลียง วงศ์ลือเกียรติ หรือนามเดิม เจิ้งชงหลิ่ง พ่อค้าชาวจีนยูนนานผู้นับถือศาสนาอิสลามที่เดินทางนำสินค้าขึ้นม้าต่างจำนวนหนึ่งร้อยตัว เดินทางผ่านสิบสองปันนา เชียงตุง และเข้าสู่ภาคเหนือของประเทศไทยจนถึงจังหวัดเชียงใหม่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ในสมัย เจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ เจ้าหลวงองค์ที่ 8 ผู้ครองเชียงใหม่ ซึ่งตอนนั้นตรงกับสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5″ ชัยวัฒน์เล่าประวัติ

นอกจากการค้าขาย ตอนที่ประเทศไทยกำลังมีการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือ ช่วงขุดอุโมงค์ขุนตานซึ่งอยู่ท่ามกลางดอยล้อมรอบ ทำให้การขนส่งต่างๆ ยากลำบาก ท่านขุนชวงเลียงได้นำม้า วัว และล่อของตนเข้ามาช่วยเหลือ ขนวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ จนการก่อสร้างสำเร็จ และยังช่วยขนส่งพัสดุไปรษณีย์กับเอกสารราชการไปตามจังหวัดทางตอนเหนือ ทำให้ เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงผู้ครองเชียงใหม่องค์ที่ 9 จึงประทานที่ดินจำนวน 5 ไร่ให้แก่ท่านขุนชวงเลียง ต่อมาท่านจึงสร้างบ้านไม้ขึ้นมาเป็นที่อาศัย ซึ่งคือที่ตั้งของกาดจีนยูนนานในปัจจุบัน

ความดีความชอบของท่านขุนชวงเลียงยังคงเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อคราวก่อสร้างสนามบินเชียงใหม่ ท่านขุนชวงเลียงได้บริจาคที่ดินของตนจำนวน 100 ไร่ ซึ่งกลายเป็นที่ตั้งของสนามบินเชียงใหม่ในปัจจุบัน ทำให้ขุนชวงเลียงได้รับความดีความชอบ จนได้รับประทานนามสกุล วงศ์ลือเกียรติ จากในหลวงรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ประวัติของท่านขุนชวงเลียงยังมีความน่าสนใจ เมื่อสืบค้นจนพบว่าท่านขุนคือทายาทของ เจิ้งเหอ ยอดแม่ทัพกองเรือของจีนที่เดินทางรอบโลกเมื่อ 600 ปีที่แล้ว ซึ่งมีทฤษฎีกล่าวว่าเจิ้งเห้อคือผู้ค้นพบทวีปอเมริกาก่อน คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (Christopher Columbus) แต่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน เจิ้งเห้อเดินทางไปหลายทวีปตั้งแต่แอฟริกา ซึ่งปรากฏในบันทึกว่าท่านเคยนำสัตว์จากแอฟริกา อาทิ ม้าลาย นกกระจอกเทศ ยีราฟ ฯลฯ ถวายแด่จักรพรรดิหย่งเล่อ

เจิ้งเห้อยังเดินทางไปยังประเทศในทวีปเอเชียที่อยู่ติดกับทะเล รวมถึงประเทศไทยในรัชสมัย สมเด็จพระรามราชาธิราช แห่งราชวงศ์อู่ทอง ผู้ปกครองกรุงศรีอยุธยา ซึ่งคนไทยในปัจจุบันรู้จักท่านในนาม ‘เทพเจ้าซำปอกง’ หรือ หลวงพ่อโตจากวัดกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ ซึ่งว่ากันว่าเกิดจากความเข้าใจผิด สาเหตุที่ชาวจีนมาไหว้วิญญาณเทพเจ้าซำปอกงที่วัดกัลยาณมิตรนั้น เกิดจากชาวจีนที่นับถือศาสนาพุทธกลุ่มหนึ่งเลื่อมใสในหลวงพ่อโตที่วัดกัลยาณมิตร จึงเขียนตัวอักษรจีนไว้ที่หน้าวิหารว่า ‘ซำปอฮุดกง’ หมายถึง พระเจ้า 3 พระองค์

นั่นคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ชาวจีนที่นับถือเจ้าพ่อซำปอกงอ่านป้ายนั้นคลาดเคลื่อนเป็น ‘ซำปอกง’ จึงคิดว่าเป็นสถานที่เซ่นไหว้วิญญาณของซำปอกงหรือเจิ้งเห้อ จึงกลายเป็นสถานที่สักการะซำปอกงมาถึงปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ บ้านไม้ของท่านขุนชวงเลียงที่เป็นแลนด์มาร์กของกาดนัดจีนยูนนาน จึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย ทั้งในชุมชนบ้านฮ่อ จังหวัดเชียงใหม่ จนถึงระดับประเทศ

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ
กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

“ในอดีตบ้านไม้ของขุนชวงเลียง ถูกใช้เป็นที่รวมตัวของชาวจีนยูนนานในพื้นที่ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม กระทั่งต่อมามีการสร้างมัสยิดบ้านฮ่อขึ้นใกล้ๆ กัน ก็เลยย้ายไปทำพิธีกรรมในมัสยิดแทน และทุกๆ วันศุกร์ คนในชุมชนจะเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนาภายในมัสยิดกันทุกคน ลูกหลานของท่านขุนชวงเลียงจึงเปิดพื้นที่รอบบ้านให้คนในชุมชนเริ่มนำของมาขาย จากหนึ่งร้านก็ชักชวนต่อๆ กัน จนกลายเป็นตลาดนัดที่เกิดขึ้นทุกวันศุกร์ถึงวันนี้”

ชัยวัฒน์พาเราเดินชมรอบๆ บ้านเจิ้งเหอที่ตอนนี้อยู่ในสภาพทรุดโทรม จึงปิดไว้ไม่ให้ใครเข้า เขาชี้ให้เราเห็นร่องรอยการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยที่แสดงให้เห็นจากการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของบ้านไม้โบราณหลังนี้

“เราจะเห็นว่ามีความพยายามซ่อมแซมบ้านหลังนี้อยู่ตลอด เช่น กระเบื้องดินเผาบนหลังคา ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามีกระเบื้องสองชนิด แบบแรกมีปลายโค้งคล้ายเกล็ดมังกร กับแบบเรียบที่นำมาซ่อมแซมภายหลัง เสาใต้ถุนบ้านก็พบว่ามีการเสริมเสาปูนเข้ามา เสาไม้หลายอันก็มีการเสริมให้แข็งแรงโดยชาวบ้าน บ้านไม้อายุขนาดนี้ต้องใช้เงินในการซ่อมแซมไม่ต่ำกว่าล้าน ซึ่งชาวบ้านดูแลไม่ไหว ตอนที่บริษัทของเจ้านายผมเข้ามาซื้อพื้นที่ตรงนี้จากทายาทของท่านขุนชวงเลียง เราบอกความตั้งใจว่าจะเก็บบ้านไม้หลังนี้เอาไว้ 

“ในอนาคต เราปรึกษากับ อาจารย์จุลพร นันทพานิช ว่าจะซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์และใช้เป็นพื้นที่แสดงนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านฮ่อ เพราะที่นี่คือสถานที่ในความทรงจำของชุมชนทุกคน หลายคนเคยวิ่งเล่นที่นี่ตั้งแต่เด็ก เราปล่อยให้บ้านนี้พังลงไปไม่ได้”

กาดบ้านฮ่อ ตลาดเช้ามุสลิมจีนยูนนานแห่งเดียวของเชียงใหม่ อาหารและวัตถุดิบสนุกเพียบ

ระหว่างที่เดินตามชัยวัฒน์เข้าไปในตลาด แผงพ่อค้าแม่ค้าต่างทักทายเขาอย่างสนิทสนม บ้างก็ปรึกษา

“ผมเองเป็นคนในพื้นที่ เติบโตมาในบริเวณนี้ ผมทำงานที่ตลาดนี้มายี่สิบสองปี เราเลยรู้จักกันหมด พ่อค้าแม่ค้าบางคนที่ขายมาตั้งแต่สมัยก่อตั้งตลาด หลายคนเริ่มทยอยเสียไปแล้วและได้ทายาทรุ่นสองมารับช่วงต่อ มันเหมือนครอบครัวใหญ่ เวลาเขามีปัญหาอะไรเราก็คุยกันได้ ตอนนี้หลายคนในตลาดกำลังกังวลเรื่องยอดขายที่น้อยลงเพราะสถานการณ์โควิด-19 เราก็พยายามช่วยเขาให้ขายได้ดีเหมือนเดิม สร้างเพจของตลาดขึ้นมา ช่วยถ่ายรูปสินค้าโปรโมตลงเพจให้ผู้คนทั่วไปได้เห็น ได้รู้จัก เราเติบโตและเห็นคุณค่าของตลาดนัดแห่งนี้ เลยอยากสื่อสารให้คนอื่นได้รู้เช่นกัน 

“สิ่งแรกที่ผมอยากสื่อสารเลยคือ ของที่นำมาขายที่นี่เป็นของดี เป็นผัก ผลไม้ คุณภาพดี สด และปลอดภัย ซึ่งปกติของที่มีคุณภาพแบบนี้มักจะถูกนำไปขายในซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งชาวบ้านทั่วไปสู้ราคาไม่ได้ แต่ที่นี่เราตั้งใจเปิดโอกาสให้ชาวบ้านหรือคนทั่วไปเข้าถึงของดีได้ในราคาไม่แพงมาก แถมยังสนับสนุนสินค้าเกษตรจากเกษตรกรที่มาขายโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง” ชายที่เติบโตมากับพ่อค้า แม่ขาย และพื้นที่แห่งนี้ เล่าใจความสำคัญให้เราฟัง

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี
ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ในตลาด คือคนที่อยู่แถวดอยอ่างขาง ดอยหลวงเชียงดาว อำเภอไชยปราการ ที่มีอากาศค่อนข้างหนาว ทำให้ปลูกผลผลิตเมืองหนาวได้ดี ที่ตลาดแห่งนี้เราจึงเห็นผักผลไม้เมืองหนาวในแต่ละฤดูกาลมาวางขายในราคาถูก ไม่ว่าจะเป็น ลูกพลับ เชอรี่ บ๊วย หรืออะโวคาโดที่มีให้ซื้อตลอดปี ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบทำอาหารสไตล์จีนยูนนานที่ใหญ่และครบครันที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุงที่นำเข้าจากจีน ไก่ดำ เต้าหู้ยี้ กิมจิหรือผักดองที่มีทั้งสูตรแบบไทย แบบจีน และไทใหญ่ให้ลอง 

หนึ่งในไฮไลต์ก็คือเนื้อหรือเป็ดน้ำค้าง ภูมิปัญญาการเก็บรักษาเนื้อของจีนยูนนานที่นำเนื้อมาพอกกับเหลือแล้วตาก นำมาผัดกับเครื่องเทศต่างๆ ได้รสชาติที่เข้มข้น

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

“เนื้อน้ำค้างหรือเป็ดน้ำค้างเป็นหนึ่งในสินค้าเด่นของที่นี่ และน่าจะเป็นตลาดเดียวที่มีสินค้านี้ขายเยอะที่สุด แต่ละเจ้าเขาก็จะมีสูตรประจำครอบครัว และมีลูกค้าประจำของแต่ละคนมาคอยต่อคิวซื้อกลับไปทำกินที่บ้าน”

ระหว่างที่เดินในตลาด เราต้องหยุดเดินหลายครั้งเพื่อแวะถามชื่อของวัตถุดิบต่างๆ ที่ไม่คุ้นตาเสียเลย เช่น ใบกระเจี๊ยบแดง ให้รสเปรี้ยวกำลังดี นำไปต้มตัดเลี่ยนกับขาหมู ทำเป็นแกงหรือผัดกับเนื้อสัตว์ได้รสชาติอร่อย แถมยังมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรที่มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตาด้วยนะ

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี
ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

เดินมาอีกหน่อย เราก็พบเมนูของทอดสีเหลืองหน้าตาน่ารับประทาน นั่นคือข้าวโพดทอด อาหารทานเล่นของจีนยูนนาน ที่นำข้าวโพดหวานหมักกับแป้งสาลี ก่อนนำมาทอดในกระทะแบน เมื่อกัดเข้าไปแล้วได้ความกรอบ และยังมีเมล็ดข้าวโพดให้เคี้ยว ทานได้อย่างเพลิดเพลินด้วยรสหวานกำลังดี ไม่เลี่ยน ถัดมาอีกนิดเป็นแผงของทอดรูปทรงสามเหลี่ยมน่าทาน เป็นแป้งทอดยัดไส้คล้ายปอเปี๊ยะในแบบฉบับชาวมุสลิมที่เรียกว่า ซาโมซ่า มีทั้งไส้ผักและเนื้อสัตว์

อีกเมนูที่คนต่อคิวซื้อเยอะมาก คือ ข้าวปุกงา หรือ ข้าวหนุกงา เป็นการนำข้าวเหนียวมาตำกับงาขี้ม่อน แล้วนำไปย่าง ราดด้วยน้ำอ้อยหรือน้ำผึ้ง แล้วห่อใบตองถือทาน ได้กลิ่นข้าวและงาหอมฟุ้ง หวานกำลังดี หนึบน่าเคี้ยว

“สำหรับบางคนที่ไม่อยากทานทันที ก็ซื้อข้าวปุกงาแบบแผ่นกลับบ้านได้ จะทอดให้กรอบนิดหน่อย หรือปิ้งให้หอมก็อร่อยเหมือนกัน ข้าวปุกงาเป็นอาหารของคนบนดอยที่เขาทำกินในช่วงเทศกาลเท่านั้น ถ้ามาตลาดนัดจีนยูนนานจะได้กินทุกวันศุกร์ เนอะแม่” ชัยวัฒน์หันไปแซวคุณป้าเจ้าของร้านข้าวปุกงา สร้างเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี 

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

เราเดินเล่นในตลาดจวนจะเที่ยง แม้จะแวะชิมอาหารแปลกตาต่างๆ แต่ก็ยังมีพื้นที่ในกระเพาะเหลือไว้สำหรับเมนูอร่อยจานถัดไปที่ชัยวัฒน์กำลังจะพาเราไป 

“อันนี้เป็นอีกร้านเก่าแก่ของตลาดครับ ขายมาตั้งแต่รุ่นแม่ ปัจจุบันรุ่นลูกเข้ามารับช่วงต่อ เป็นร้านอาหารที่ขายข้าวแรมฟืนร้อน ข้าวแรมฟืนเย็น และก๋วยเตี๋ยวยูนนาน” ไกด์หนุ่มประจำตลาดแนะนำอย่างเชี่ยวชาญ

เมนูทีเกิดจากการนำข้าวหรือแป้งจากถั่วเขียวมาโม่และหมักทิ้งไว้จนจับเป็นก้อน แล้วหั่นเป็นแท่ง ลูกเต๋า หรือซอยเป็นเส้นก็ได้ ราดน้ำซุปพร้อมเครื่องปรุง ทานคู่กับผักดอง ส่วนก๋วยเตี๋ยวยูนนาน จะนำแป้งข้าวมาซอยเป็นเส้น ราดด้วยซุปน้ำใสและเนื้อที่ผัดกับเครื่องเทศ ทานพร้อมผักดอง ต่อมาชาวเชียงใหม่หยิบมาดัดแปลงให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น ด้วยการใส่กะทิเพิ่มเข้าไปให้เข้มข้น และเปลี่ยนมาใช้เส้นบะหมี่แทน โดยคำว่าข้าวซอย ก็มาจากกระบวนการนำก้อนแป้งมาซอยให้เป็นเส้นนั่นเอง 

ซึ่งที่ตลาดนัดจีนยูนนาน คุณจะได้ลองกินบรรพบุรุษของข้าวซอย และหากยังอยากตามรอยพัฒนาการของข้าวซอย ให้ลองเดินออกมาจากตลาดเล็กน้อย ใกล้ๆ กันจะมีร้านข้าวซอยอิสลาม ร้านเจ้าดังที่อยู่กับย่านมานาน มีเมนูข้าวซอยที่เริ่มวิวัฒนาการโดยมีการใส่กะทิ แต่ยังคงใช้เส้นจากข้าวอยู่ให้คุณลองชิม

ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี
ตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอย ชิมอาหารมุสลิมจีนยูนนาน ช้อปผักผลไม้เมืองหนาวจากยอดดอย ในชุมชมอิสลามบ้านฮ่ออายุ 116 ปี

เราทำภารกิจตามรอยบรรพบุรุษข้าวซอยสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ตลาดก็วายทันกันพอดี

ขณะที่ชัยวัฒน์เดินมาส่งเรากลับบ้าน เขาก็เริ่มเล่าสิ่งที่อยู่ในใจให้ฟัง

“ผมเชื่อว่าผู้คนในย่านหรือแม้แต่คนเชียงใหม่เอง รู้สึกผูกพันกับตลาดแห่งนี้ เดี๋ยวนี้เราหาตลาดที่มีความสัมพันธ์แบบนี้ได้ยากแล้วนะครับ มันเป็นเสน่ห์ของที่นี่ รวมถึงบ้านไม้โบราณ สินค้าต่างๆ หรือแม้แต่การจัดวางร้าน 

“เมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ อาจจะดูรก ไม่วางตัวเป็นเส้นตรงเป๊ะๆ อยู่ในกรอบ แต่สำหรับผมมันคือเสน่ห์ของที่นี่ เป็นสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนมาแล้วรุ่นต่อรุ่น เราไม่อยากเปลี่ยนอะไรถ้ามันจะส่งผลไม่ดี ในอนาคตเราจะพยายามพัฒนาให้มีกิจกรรม มีการสื่อสารเรื่องราวที่อยู่ภายในตลาดแห่งนี้ให้คนรู้จักมากขึ้น ในสถานการณ์โรคระบาดแบบนี้ เมื่อมันเริ่มดีขึ้น ผมก็อยากให้คนกลับมาสนุกกับการเดินตลาดอีกครั้ง” ชัยวัฒย์ส่งต่อความในใจด้วยรอยยิ้ม

กาดนัดจีนยูนาน (กาดบ้านฮ่อ)

ที่ตั้ง : ซอยเจริญประเทศ 1 ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50100 (แผนที่)

เปิดเฉพาะวันศุกร์ เวลา 05.00 – 12.00 น. 

โทรศัพท์ : 06 2592 3447

Facebook : กาดนัดจีนยูนาน

Writer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load