ถ้าพูดถึงย่านอารีย์ หลายคนคงนึกถึงสารพัดคาเฟ่และแหล่งแฮงเอาต์ ทว่ากลางดงร้านรวงสุดเก๋ยังมีร้านนวดแผนไทย ระดับ Hidden Gem ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ตึกแถวขนาดหนึ่งคู่หาสีขาวสะอาดตา บริเวณซอยพหลโยธิน 11

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

  บานประตูไม้สีเขียวเข้มตัดกับอาคารสีขาว เหมือนมีพลังดึงดูดให้เรารีบเปิดเข้าไปตามหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในตั้งแต่แรกเห็น แม้ว่าปราดตามองรอบตัวจะเจอเพียงร้านตัดสูทขนาดจิ๋ว แต่กลิ่นหอมหวนชวนผ่อนคลายที่ลอยอวลรอบตัวทำให้เรามั่นใจว่ามาถึง ‘Armarapa’ ร้านนวดแผนไทยสไตล์โมเดิร์นที่เป็นเพชรเม็ดงามของอารีย์เรียบร้อยแล้ว

อาร์มาราภา ถ้าคุณจะรู้สึกคุ้นหูชื่อนี้อยู่บ้างก็คงไม่น่าแปลกใจ เพราะ แคท-ทัตยา ขำเจริญ เจ้าของ Armarapa คิดชื่อสุดสร้างสรรค์จากการหยิบพุทธวจน ‘อโรคายา ปรมาลาภา’ มาบิดเป็น ‘อโรม่า ปรมาลาภา’

จาก การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เป็น การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ (จริงๆ)

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

การเปิดร้านนวดแผนไทยเป็นการต่อยอดจากแบรนด์ยาดม ARMAherbal ของ ตั้ม-กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ดีไซเนอร์จาก Dots Design Studio แคทยกระดับการนวดแผนไทยให้เข้ากับยุคสมัย ด้วยสโลแกน A Modernise Thai Massage สอดแทรกประสบการณ์ให้ลูกค้าผ่าน Armarapa 5 Senses พร้อมมอบความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่

ถ้ารู้สึกปวดตรงโน้น ตึงตรงนี้ ขอเชิญเปลี่ยนชุดเตรียมนวด แล้วให้เรื่องราวตรงหน้าคลายความเมื่อยล้า

เปิดสัมผัสทั้ง 5 รอรับความผ่อนคลาย

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

เราเดินตามกลิ่นหอมขึ้นชั้นสองของอาคารพาณิชย์ ดีไซน์ไฉไลของแผนกต้อนรับทำให้เราตื่นตะลึงเหมือนหลุดจากโลกอารีย์ แค่เห็นเพียง ‘รูป’ ความผ่อนคลายก็บังเกิด ตาเป็นประกายอยู่สักพักจนพนักงานสาวส่งยิ้มทักทาย ก่อนแคทเฉลยว่า พื้นที่ตรงนี้เป็น Flagship Store ของยาดม ARMAherbal ด้วยเหมือนกัน จบครบในสถานที่เดียว!

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

ก่อนตรงดิ่งเข้าห้องนวดส่วนตัว พนักงานจะสอบถามข้อมูลตั้งแต่ประวัติส่วนตัว โรคประจำตัว จนถึงน้ำหนักมือของหมอนวด เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การนวดที่มีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการมากที่สุด

การนั่งนวด นอนนวด ที่ Armarapa ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส โดยร้อยเรียงให้อยู่ภายใต้เรื่องราวเดียวกัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แคทอยากให้ลูกค้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง

“มีช่วงหนึ่งร้านนวดต้องปิด ลูกค้าอยากให้ทำนวดเดลิเวอรี่ แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้ทำ เพราะหัวใจหลักของอาร์มาราภาคือประสบการณ์ ถ้าเขาให้เราไปนวด เขาจะได้รับแค่เซนส์เดียวคือการสัมผัส ซึ่งเรามีทั้งหมดห้าเซนส์”

จิบชาร้อนที่เบลนด์มาอย่างดี แล้วมาเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยกัน 

รูป

ต่อยอดงานดีไซน์สู่สไตล์ไทยโมเดิร์น

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

ตอนแรกก็แอบคิดว่า ตึกแถวขนาดเล็กจะมอบความสบายให้เราได้มากแค่ไหน จนกระทั่งเดินทัวร์รอบบริเวณ ซึ่งตกแต่งร้านด้วยสีขาวผสานสีเอิร์ธโทน มีแซมสีเขียวจากต้นไม้ล้อกันตั้งแต่เคาน์เตอร์ต้อนรับจนถึงห้องนวด ช่างสบายตา แถมเป็นข้อดีที่นักออกแบบใช้สีสันมาแก้ไขข้อจำกัดของพื้นที่ ทำให้โปร่งโล่ง จนลืมว่ากำลังอยู่ในตึกแถวหนึ่งคูหา

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’
ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

ตั้ม แฟนหนุ่มที่เป็นดีไซเนอร์มือรางวัลรับหน้าที่ดูแลงานออกแบบทั้งหมด ใส่ใจตั้งแต่รายละเอียดเล็กๆ ยันเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ ขนาดเตียงนวดก็ดีไซน์ขึ้นมาใหม่ให้รับสรีระ จะนอนพลิกซ้าย พลิกขวา ก็สบายตัวจนต้องบอกต่อ

“ด้วยคอนเซปต์ร้านของเราเป็นแบบไทย เตียงนวดก็เลยจำลองจากการนวดบนตั่ง เป็นตั่งที่ไม่สูง แล้วก็ไม่เตี้ย เพราะส่วนตัวเราไม่ชอบนอนนวดกับพื้น วัยรุ่นบางคนอาจรู้สึกไม่สบายตัวที่ต้องนอนนวดแบบนั้น แต่เราก็ไม่อยากให้สูงเหมือนเตียงสปา เลยเป็นที่มาของการออกแบบเตียงให้เหมือนกับตั่ง โดยผสานความโมเดิร์นเข้าไปด้วย”

แคทอธิบายว่า นอกจากการออกแบบและระดับความสูงแล้ว ความกว้างของเตียงก็เป็นจุดขายที่ลูกค้าติดใจ เพราะกว้างพอจะพลิกตัวได้อย่างสะดวกสบายและไม่รู้สึกอึดอัด ทำให้ผ่อนคลายกับการนวดได้อย่างเต็มที่

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

แม้แต่ชุดเปลี่ยนสำหรับนวด เธอก็เลือกจับคู่เสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงออกกำลังกายผ้าสบายสีเทา เข้าชุดกับเสื้อคลุม แทนชุดผ้าฝ้ายเนื้อบางสีพื้น เพราะเธอตีความเสื้อผ้านอนนวดให้เหมาะกับความโมเดิร์น ลูกค้าจะรู้สึกเหมือนสวมใส่ชุดลำลองอยู่บ้านในวันสบาย แถมลูกค้าบางคนก็ขออุดหนุนชุดนวดกลับไปสวมใส่ที่บ้านด้วย

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

‘รูป’ ลักษณ์อีกอย่างที่เห็นแล้วสะดุดตา คืองานออกแบบที่เลือกมาตกแต่งร้าน ล้วนเป็นผลงานของนักออกแบบไทย เช่น เสื่อวงกลมจาก PDM โคมไฟระย้าขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงช่องแสงกลางร้าน หน้าตาละม้ายเครื่องมือดักปลา เป็นฝีมือของ กรกต อารมย์ดี นักออกแบบจากเพรชบุรี เจ้าของผลงานจักสานไม้ไผ่ที่ได้รับการยอมรับระดับโลก 

งานของกรกตโดดเด่นจนแคทบอกว่า แค่มายืนดูหรือถ่ายภาพเป็นที่ระลึกก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว 

รส

สัมผัสแห่งความผ่อนคลายที่ได้จากการดื่ม

เปิดสัมผัสด้วยรสชาติของความผ่อนคลายจาก Welcome Drink ดับร้อน กับ Infused Water น้ำดื่มเย็นๆ อวลกลิ่นผลไม้ที่ยกมาเสิร์ฟให้ผ่อนคลายตั้งแต่ต้อนรับ เพื่อเตรียมร่างกายก่อนจะผ่อนคลายด้วยการนวดที่คุณเลือก

แต่นั่นไม่ใช่เพียงรสสัมผัสเดียวที่คุณจะได้รับจากที่นี่

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

หลังจากปล่อยให้ความสบายแผ่ซ่านสู่ร่างกายแล้ว Armarapa ก็มีชาร้อนๆ หอมกรุ่น แคทบอกว่าเธอเฟ้นหาและเบลนด์มาอย่างดี เสิร์ฟคู่กับขนม เพื่อดื่มด่ำความผ่อนคลายให้ถึงขีดสุดก่อนจะออกไปใช้ชีวิตต่อ และการจิบชาสมุนไพรถ้วยอุ่นสักถ้วยหลังการนวด ยังช่วยปรับสมดุลภายในร่างกายและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลมให้ดีขึ้นด้วย

แคทแอบกระซิบว่ามีลูกค้าหลายคนติดใจ จนอยากซื้อชากลับไปชงดื่มที่บ้านเลยทีเดียว

กลิ่น

สูดความผ่อนคลายกับกลิ่นอายความเป็นไทย

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

กลิ่นหอมน่าจะเป็นสัมผัสแรกเสียด้วยซ้ำที่ทำให้รู้ว่ามาถึงร้านนวดแห่งนี้แล้ว เพียงแค่ข้ามประตูบานใหญ่เข้าไปในอาคาร กลิ่นหอมในอากาศก็ชวนให้พลันคิดถึงการนอนทิ้งตัวและปล่อยใจให้เคลิบเคลิ้มไปกับความสบาย

กลิ่นหอมฟุ้งจากก้านน้ำหอมที่ใช้เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายทั่วร้านตั้งแต่ประตูทางเข้า เคาน์เตอร์ต้อนรับ ยันห้องนวด คือ กลิ่น Sense น้ำมันอโรม่ากลิ่นซิกเนเจอร์ของอาร์มาราภาที่เบลนด์จากโรสแมรี่และตะไคร้

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

หากคุณเลือกการนวดฉบับอาร์มาราภา จะมีการใช้ Aroma Treatment รักษาอาการปวดเมื่อย เติมความผ่อนคลาย และบำรุงผิว มีกลิ่นอโรม่าให้เลือก 3 กลิ่น ได้แก่ กลิ่น Sense กลิ่น Thai Herb กลิ่นที่ตอกย้ำความเป็นร้านนวดซึ่งต่อยอดจาก ARMAherbal ด้วยความหอมที่มีแรงบันดาลใจจากยาดมสมุนไพร สร้างการจดจำแบรนด์ได้ดีเยี่ยม

กลิ่นสุดท้ายคือกลิ่น Pure ความบริสุทธิ์ที่ปราศจากกลิ่น แต่บรรจุวิตามินและน้ำมันบำรุงผิวไว้เต็มเหนี่ยว เหมาะมากกับลูกค้าที่ชอบนวดอโรม่าแต่ไม่อยากมีกลิ่นน้ำมันติดผิวกาย เจ้าของร้านว่าลูกค้าผู้ชายชอบกลิ่นนี้มาก

เสียง

เสียงบรรเลงไม่ซ้ำใครชวนปล่อยใจไปกับความสบาย 

“ทำไมเพลงไม่เหมือนร้านนวดทั่วไป”

ฟีดแบ็กที่แคทได้รับหลังจากเลือกใช้เพลงบรรเลงที่มีจังหวะจะโคนแทนเสียงน้ำไหล นกร้อง ป่าฝน

เจ้าของร้านสาวลงความเห็นว่า เสียงดนตรีที่มีบีทพอเร้าใจทำให้ไม่น่าเบื่อ แถมถูกใจลูกค้าวัยรุ่น ลูกค้าหลักของอาร์มาราภา และเสียงเพลงจากทั่วทุกมุมยังเป็นการร้อยเรียงและเล่าเรื่องราวความโมเดิร์นของร้านนวดด้วย 

อีกอย่างที่เราชอบคือ การนวด นวด นวด ที่ปราศจากเสียง แคทให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ห้องนวดจึงถูกแยกออกเป็นห้อง 1 คน 1 หมอ 1 ห้อง (ห้องคู่ก็มีนะ) เพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวนระหว่างนวด

“ลูกค้าจะไม่ได้เจอหน้ากัน เขามาถึงก็เข้าห้องเลย เป็นแบบนั้นเพราะว่าเราเคยนวดแล้วเจอห้องนวดที่คนพลุกพล่าน พอทำร้านนวดเองเราเลยอยากส่งมอบความรู้สึกเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้า” เธอเล่าประสบการณ์

แคทบอกว่าหมอนวดก็ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีให้เข้าใจความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ถ้าคุณเคยนวดแล้วถูกชวนสนทนาจนหูไหม้ รับรองว่าเหตุการณ์เช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับร้านนวดแห่งนี้เป็นแน่ อาร์มาราภาขอการันตี

สัมผัส

ความสบายจากวัฒนธรรมที่ถูกถ่ายทอดผ่านฝ่ามือ

“ตอนจะเปิดร้าน เราศึกษาว่าการนวดมีสองแบบ คือ นวดแบบราชสำนักกับนวดแบบเชลยศักดิ์ นวดราชสำนักจะคุกเข่าและยืนนวด ร้านเราเน้นนวดแผนโบราณ เลยเลือกการนวดแบบเชลยศักดิ์ หนักแน่นตามฉบับนวดไทย”

แคทเล่าว่านวดไทยถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเมื่อ พ.ศ. 2562 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เธอรู้สึกว่า การนวดไทยเป็นวัฒนธรรมที่น่าหยิบยกขึ้นมาให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งหมอนวดของอาร์มาราภาก็มากประสบการณ์ บางท่านเคยบริการในโรงแรมระดับหลายดาว บางท่านอายุขึ้นเลข 6 แต่ Young at Heart แถมฝีมือเต็ม 10

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

การนวดไทยร่วมสมัยของอาร์มาราภานำเสนอผ่าน 4 คอร์สเรียบง่าย แต่ตอบโจทย์ทุกความผ่อนคลาย

‘Armarapa Signature’ คอร์สนวดที่ขายดีที่สุด เป็นการผสานศาสตร์นวดไทยกับ Aroma Treatment รักษาอาการปวดเมื่อยและสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย พร้อมกับการบำรุงผิวกายจากน้ำมันอโรม่าสูตรเฉพาะอาร์มาราภา

แคทแนะว่าควรอาบน้ำก่อนนวดเพื่อให้น้ำมันซึมเข้าผิว หลังนวดเสร็จก็กลับบ้านได้เลยโดยไม่ต้องล้างออก

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

‘Office Syndrome Therapy’ ถูกใจหนุ่มสาวออฟฟิศด้วยการนวดรีดเส้นบริเวณคอ บ่า ไหล่ บรรเทาอาการเมื่อยล้าจากการนั่งทำงานตลอดวัน เหมาะกับพนักงานที่นั่งติดเก้าอี้และคนที่อยากนวดเน้นแก้อาการเฉพาะจุด

‘Body Balance Massage’ สูตรนวดไทยฉบับอาร์มาราภาที่มอบความสบายทั่วร่างกาย พิเศษด้วยลูกประคบสมุนไพร คุณสมบัติลดอาการช้ำ 

และ ‘Foot Massage’ คลายกล้ามเนื้อฝ่าเท้าที่เป็นจุดรวมของเส้นประสาท ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด การทำงานของระบบประสาท และปรับสมดุลร่างกาย เมื่อย (เท้า) แค่ไหนก็คลาย!

การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ

“เราค่อนข้างผูกพันกับอารีย์ บ้านอยู่ใกล้แถวนี้ แฮงเอาต์ นัดทานข้าวกับเพื่อนก็แถวนี้ ณ วันนั้นที่เราอยากทำ ยังไม่ได้ทำเลด้วยซ้ำ จน COVID-19 ร้านปล่อยเช่ากันเยอะ เราเห็นว่าเป็นโอกาสดี ซึ่งตอนเปิดร้านก็สวนกระแสกับคนอื่น เขาเริ่มจะเซ้งกันแล้ว แต่เรายังกล้าเปิด เพราะเรารู้ตัวเองชัดเจนว่าสินค้าเราไม่ได้มีแค่อย่างเดียว เรายังมียาดม

“ยอดขายของยาดมอุ้มร้านเราได้ แล้วคอนเซปต์ก็เป็นเรื่องราวเดียวกันกับร้านนวด บวกกับเราเป็นนักการตลาดและชอบนวดอยู่แล้ว เราเลยรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราคือใคร แล้วเขาดันคล้ายตัวเรามาก เหมือนเราเป็น Voice of Customer มันทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าจริงๆ ว่าเขาต้องการอะไร เพราะเราก็เป็นหนึ่งในกลุ่มลูกค้าด้วย”

ข้อดีอีกอย่างของอารีย์คือทุกซอยทะลุถึงกันหมด มีที่พักอาศัยและโฮมออฟฟิศเยอะ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น หนุ่มสาวพนักงานออฟฟิศ และคนย่านใกล้เรือนเคียงที่มักแวะเวียนเดินมาใช้บริการมากกว่าขับรถคันใหญ่

ARMARAPA ร้านนวด Hidden Gem ย่านอารีย์ที่เชื่อว่า ‘การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’

ความ Hidden Place ของย่านเสริมเสน่ห์ให้อาร์มาราภาและลูกค้าอยากกลับมานวดแล้วนวดอีก

“เราอยากให้ลูกค้าผ่อนคลายกับ 5 Senses ของเรา เขาทำงานเหนื่อยมาตลอดห้าวัน เราอยากให้ช่วงเวลาที่เขามาหาเรามันบรรเทาความเมื่อยล้า เป็นสองชั่วโมงที่เขารู้สึกผ่อนคลายจริงๆ จนอยากกลับมาใช้บริการอีก

“การทำร้านนวดสนุกดีนะ” เธอยิ้ม “เราทำในสิ่งที่เรารัก แล้วมีคนมาแชร์สิ่งนี้ร่วมกับเรา มันเลยกลายเป็นความสุข แต่ถ้าเราไม่ได้รักมัน คงยอมแพ้ตั้งแต่ COVID-19 ระลอกแรก ยิ่งเรารู้สึกรักแล้ว ก็ยิ่งอยากทำมันต่อไปเรื่อยๆ”

นัยตาของสาวเจ้าของร้านนวดเปี่ยมด้วยความภูมิใจ ภูมิใจกับการนำเสนอวัฒนธรรมไทยมุมทันสมัย ภูมิใจกับอาร์มาราภาและตัวเธอเองที่พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ‘อโรม่าปรมาลาภา การได้นวดเป็นลาภอันประเสริฐ’ (จริงๆ)

Armarapa

36/8 ซอยพหลโยธิน 11 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 8623 2163

เว็บไซต์ : armaherbal.com/armarapa

Facebook : Armarapa

ภาพ : Armarapa

Writers

อาสา งามกาละ

มือใหม่หัดเขียน ที่ตกหลุมรักการทิ้งตัวบนโซฟานุ่มๆ ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ และรายล้อมด้วยพลังงานบวก มีงาน (บังเอิญ) ประจำคือ พี่เลี้ยงของลูกแมวกำลังโต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อยู่เมืองไทย ใครเลยจะไม่เคยเห็นครุฑ

สัตว์ใหญ่ในตำนาน อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งนก พาหนะของพระนารายณ์ผู้ทรงเป็นหนึ่งในสามมหาเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์

คติความเชื่อที่ไล่เรียงมาข้างต้น ล้วนเป็นคำตอบว่าทำไมครุฑจึงมีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งในสังคมไทย แม้ว่าเราทุกคนจะไม่เคยเห็นครุฑองค์เป็น ๆ แต่ศิลปะรูปครุฑกลับปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่งหน ทั้งในจิตรกรรมฝาผนัง วัตถุมงคล ผืนธง ตราแผ่นดิน ไปจนกระทั่งประติมากรรมหน้าห้างร้านหรือธนาคารต่าง ๆ ที่เด็กทุกคนน่าจะเคยถูกผู้ใหญ่ชี้ชวนให้ดูกันทั้งนั้น

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

แต่จะมีสถานที่ใดในไทย (และในโลก) ที่มีครุฑให้เห็นมากเท่าที่นี่ไหม

ทดคำถามนี้ไว้ในใจ แล้วให้ตัวอักษรพาทุกท่านเยี่ยมยลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ครุฑหน้าธนาคาร

หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า ตราครุฑที่ติดอยู่หน้าธนาคารเรียกว่า ‘ตราตั้งห้าง’ หรือ ‘ตราตั้ง’ เป็นรูปครุฑพ่าห์หรือครุฑซึ่งเป็นพาหนะ ตราครุฑพ่าห์ (พระครุฑพ่าห์) ถูกใช้ในส่วนราชการมาช้านาน ก่อนจะมีการออกแบบตราครุฑพ่าห์สำหรับใช้เป็นตราตั้งห้างของภาคเอกชนให้มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย ธุรกิจเอกชนสามารถขอตราตั้งห้างประดับอาคารที่ทำการได้ ด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสำนักพระราชวัง ซึ่งมีเงื่อนไขว่ากิจการนั้นจะต้องปลอดหนี้สิน ทำธุรกิจด้วยความสุจริต และทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เป็นต้น

ธนาคารเอกชนมากมายได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ติดตั้งตราครุฑ หลายแห่งยังดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่บางแห่งก็สิ้นชื่อไปจากสารบบนานแล้ว ตัวอย่างเช่น ‘ธนาคารนครหลวงไทย’ ซึ่งควบรวมกิจการกับธนาคารธนชาตไปเมื่อ พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เนื่องจากนครหลวงไทยเป็นธนาคารเก่าแก่ ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 8 ประกอบธุรกิจการเงินนานกว่า 70 ปี ในวันที่ยุบรวมกับธนชาต ย่อมเป็นธรรมดาที่ธนาคารนี้จะได้รับพระราชทานครุฑ แต่เมื่อกิจการถูกโอนสู่มือเจ้าของใหม่อย่างธนาคารธนชาต องค์ครุฑที่เคยกางปีกเป็นสง่าอยู่หน้าสาขาธนาคารนครหลวงไทยทั่วประเทศจำต้องถอดลงตามกฎหมาย แต่แทนที่จะเก็บครุฑทั้งหมดไว้ให้เปล่าดาย ผู้บริหารธนาคารกลับเล็งเห็นคุณค่าของตราครุฑพระราชทานเหล่านี้

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’ ที่รวบรวมองค์ครุฑจากธนาคารนครหลวงไทยสาขาต่าง ๆ มาจัดแสดงไว้ที่บางปู

ในระยะแรก พิพิธภัณฑ์ครุฑสงวนไว้ให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ติดต่อเข้ามาเป็นกรณีพิเศษ เช่น คณะนักเรียนที่เข้ามาทัศนศึกษา กระทั่งธนาคารธนชาตได้ควบรวมกิจการกับธนาคารทหารไทยใน พ.ศ. 2564 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ที่นี่จึงเปิดสู่สาธารณชนเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนของทีทีบี ที่เราได้วางแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเยาวชน ชุมชน และการจุดประกายความเป็นไทย ซึ่งองค์ครุฑอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม ซึ่งไม่ว่าโลกจะทันสมัยไปอีกสักแค่ไหน แต่ 3 สิ่งนี้ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่เราควรรักษา”

คุณกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาดและประสบการณ์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวกับพวกเราชาว The Cloud ไว้

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัว ด้วยเรื่องราวของพญาครุฑ การอนุรักษ์และจัดแสดงครุฑพระราชทานกว่า 150 องค์ รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่จะส่งผ่านถึงคนรุ่นหลังให้ตระหนักถึงคุณค่าขององค์ครุฑ ในรูปแบบการจัดแสดงที่ทันสมัยทั้งแอนิเมชันและมัลติมีเดียที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งการเปิดให้ชมสำหรับบุคคลทั่วไปครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี จึงนับเป็นโอกาสดีที่พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนจะได้ร่วมภาคภูมิใจ”

ครุฑองค์ใหญ่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้เห็นเมื่อมุ่งหน้ามาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ก็คือประติมากรรมรูปครุฑองค์ใหญ่สูงกว่า 4 เมตร สยายปีกต้อนรับผู้มาเยือนอยู่เหนือป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ สีสันที่ลอกเลือนตามกาลเวลาบอกให้รู้ว่าครุฑองค์ใหญ่นี้มีอายุไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษ

ครุฑองค์นี้ได้รับการอัญเชิญมาจากหน้าสำนักงานใหญ่ของอดีตธนาคารนครหลวงไทยบนถนนเพชรบุรี ไม่นานหลังเกิดการรวมกิจการเมื่อ พ.ศ. 2554 พร้อมกับเสียงร่ำลือมากมายเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพญาครุฑองค์นี้ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่จะเชื้อเชิญให้ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนได้จุดธูปสักการะครุฑองค์ใหญ่ก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 

ตึกทรงครุฑ

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้อยู่ในอาคารหลังเดียวกับศูนย์ฝึกอบรมธนาคารธนชาต บางปู

ตอนที่ถอดครุฑลงจากธนาคารนครหลวงไทยแต่ละสาขา องค์ครุฑพระราชทานเหล่านั้นก็ได้รับการอัญเชิญมาไว้ศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมากที่อาคารนี้มีปีกยื่นออกไปสองข้าง แผนผังคล้ายกับพญาครุฑในอิริยาบถกางปีกอันคุ้นตา หากมองมาจากมุมสูง

สถานที่นี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ประดิษฐานองค์ครุฑซึ่งอัญเชิญมาจากทั่วสารทิศ โดยพื้นที่ที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์คืออาคารกลางและปีกขวาบางส่วน

ภายในพิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 ส่วน มีเจ้าหน้าที่พาชมและคอยให้ความรู้เป็นรอบ ๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกชีวิตก้าวสู่โลกของพญาครุฑไปพร้อม ๆ กัน

โถงต้อนรับ

ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติสองบานตั้งขนาบกลางป้ายประกาศสรรพคุณของที่นี่ว่า ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน’ เพราะแม้ว่าเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับพญาปักษีจะมีอยู่ทั่วอุษาคเนย์ แต่ก็ไม่มีพิพิธภัณฑ์ใดในภูมิภาคนี้ที่มีครุฑเป็นธีมหลัก นอกจากที่นี่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เมื่อเราย่างเท้าผ่านประตูบานนี้ไป สายตาก็จะเผชิญกับผนังทรงโค้งวาดลวดลายธรรมชาติของป่าหิมพานต์ ความเจ๋งของฝาผนังนี้อยู่ที่ QR Code ซึ่งสแกนเพื่อใช้ฟิลเตอร์ใหม่ในอินสตาแกรมสตอรี่ได้ หากนำกล้องมือถือไปส่องกับผนัง ก็จะพบภาพกราฟิก AR (Augmented Reality) เล่าขานศึกสายเลือดระหว่างครุฑกับนาคโดยมีป่าหิมพานต์เป็นพื้นหลัง

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ
พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

ส่วนจัดแสดงนี้ยังมีห้องฉายภาพยนตร์สั้นที่จะพาผู้ชมไปรู้จักประวัติพิพิธภัณฑ์ และเรื่องราวเบื้องต้นของพญาครุฑ เริ่มตั้งแต่จุดกำเนิด ข้อแตกต่างระหว่างครุฑในศาสนาฮินดูกับพุทธ ธรรมชาติของครุฑ ฯลฯ เพื่อปูทางความรู้เรื่องครุฑก่อนไปชมส่วนจัดแสดงต่อไป

ครุฑพิมาน

เสร็จจากการเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงชั้นล่าง เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราทุกคนขึ้นไปชั้นบนโดยผ่านบันไดที่ตกแต่งด้วยก้อนหินและสุมทุมพุุ่มไม้หนาทึบประหนึ่งผืนป่าใจกลางตึก

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เป็นภาพจำลองของป่าหิมพานต์ตามคติความเชื่อของชาวไทยในอดีต ซึ่งภาพจำลองนั้นยิ่งดูแจ่มชัดขึ้นเมื่อเราไปถึงส่วนจัดแสดงที่สองอันมีชื่อว่า ‘ครุฑพิมาน’

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

โถงใหญ่กลางชั้นสองคือห้องเรียนจักรวาลไตรภูมิ และดินแดนในเทพนิยายอย่างป่าหิมพานต์ ป่าเชิงเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่อยู่ของสิงสาราสัตว์นานาชนิด

ช่องว่างกลางโถงถูกดัดแปลงเป็นสระอโนดาต สระน้ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตที่ไม่มีวันแห้งเหือดตราบเท่าที่กลียุคยังไม่มา มุมสระทั้ง 4 ทิศมีทางน้ำไหลระบายออกจากปากสัตว์มงคล 4 ชนิด ประกอบด้วยราชสีห์ ช้าง ม้า และโค รอบพื้นที่จัดแสดงเดียรดาษไปด้วยต้นไม้ สัตว์หิมพานต์ ฤๅษี คนธรรพ์ วิทยาธร รวมถึงต้นไม้ประหลาดอย่าง ‘นารีผล’ หรือ ‘มักกะลีผล’ ที่ออกผลเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่น มีหน้าตาสะสวยราวนางอัปสร ดึงดูดให้เหล่าเทวดาเพศชายพากันหมายปองและแย่งชิงกันเด็ดไปเชยชม

นครนาคราช

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

เมื่อพูดถึง ‘ครุฑ’ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงการพูดถึง ‘นาค’ ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดาและศัตรูตัวฉกาจของเจ้าแห่งนก

ส่วนจัดแสดงที่ 3 มีชื่อว่า ‘นครนาคราช’ ซึ่งมาในธีมโลกบาดาล ฉากพรรณไม้ในป่าหิมพานต์เมื่อห้องที่แล้วถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินของเกลียวคลื่นและผืนสมุทร เมื่อมาถึงห้องนี้ ผู้เข้าชมจะได้รู้จักความเชื่อเรื่องโลกบาดาลในพุทธศาสนา บทบาทของพญานาคผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะสัตว์พาหนะของพระนารายณ์ขณะบรรทมอยู่เหนือเกษียรสมุทร ปิดท้ายด้วยตำนานความบาดหมางระหว่างพญานาคกับพญาครุฑที่เป็นพี่น้องต่างมารดาของกัน แต่กลับต้องบาดหมางกันเพราะนางวินตา มารดาพญาครุฑตกเป็นทาสของนางกัทรุ มารดาแห่งนาค 1,000 ตน นานถึง 500 ปี พญาครุฑจึงใช้สติปัญญาของตนชิงเอาน้ำอมฤตไปไถ่ความเป็นทาสแก่ผู้ให้กำเนิดได้สำเร็จ เป็นเหตุให้นาคกับครุฑกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันสืบมา

อมตะเจ้าเวหา

ส่วนจัดแสดงที่ 4 มีลักษณะเป็นห้องทรงกลมโอบล้อมด้วยประติมากรรมครุฑพ่าห์ 

เมื่อสาวเท้าเข้าสู่ห้องนี้ รอบตัวเราจะมืดสนิท ก่อนที่แสงแรกจะฉายฉานขึ้นบนหน้าจอทรงโค้ง เพื่อสดุดีคุณธรรมอันสูงส่งขององค์ครุฑ อันได้แก่ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความกตัญญูกตเวทิตา

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

แอนิเมชันลายเส้นสวยในห้องนี้บรรยายเหตุการณ์ตอนที่พญานาคตั้งข้อแลกเปลี่ยนกับพญาครุฑให้ไปชิงน้ำอมฤตมาเพื่อปลดปล่อยนางวินตาสู่ความเป็นไทอีกครั้ง แม้ว่าพระนารายณ์จะเสด็จขึ้นมาจากการบรรทมหลับกลางทะเลน้ำนมเพื่อหยุดยั้งการชิงน้ำอมฤตของพญาครุฑ แต่พญาครุฑก็ยังดึงดันจะช่วยมารดาให้ได้ทั้งที่ต้องเสี่ยงถึงชีวิต ทั้งสองฝ่ายจึงประจัญบานกัน ผลลงเอยที่ไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือชนะ พระนารายณ์จึงทรงแลกเปลี่ยนกับครุฑ ด้วยการขอใช้ครุฑเป็นพาหนะยามที่พระองค์เสด็จไปไหนต่อไหน และทรงยินยอมให้ครุฑอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ พร้อมประทานความเป็นอมตะให้ เป็นที่มาของชื่อห้อง ‘อมตะเจ้าเวหา’

ล้นเกล้าจอมราชัน

แอนิเมชันอันน่าตื่นเต้นจบลงพร้อมกับความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น ผู้เข้าชมอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้เข้าใจกันแล้วว่าเหตุใดพญาครุฑถึงมีความผูกพันกับพระนารายณ์อย่างแนบแน่น แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจเกิดความฉงนใจก้อนใหม่ขึ้นมาแทนว่า ครุฑเกี่ยวข้องอย่างไรกับชาติไทย สัญลักษณ์รูปครุฑจึงโผล่มาอยู่ในเอกสารราชการให้เราเห็นได้แทบทุกวัน

‘ล้นเกล้าจอมราชัน’ ส่วนจัดแสดงที่ 5 ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยม ด้วยสื่อผสมผสานทั้งวิดีโอและป้ายให้ข้อมูล ทำให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้รู้ว่าศิลปกรรมรูปครุฑนั้นพบในดินแดนไทยมาตั้งแต่ยุคทวารวดีแล้ว ก่อนจะทวีความสำคัญขึ้นในสมัยอยุธยา เมื่อตรา ‘ครุฑพ่าห์’ เริ่มได้รับการใช้เป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ เหตุเพราะคติเทวราชที่ไทยรับมาจากเขมรมีความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์เป็นอวตารของพระนารายณ์ ผู้ทรงครุฑเป็นพาหนะ

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

สื่อจัดแสดงในห้องนี้เล่าย้อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงยุคปัจจุบัน อธิบายสาเหตุที่ธงตราครุฑบนพื้นเหลืองอันมีชื่อเรียกว่า ‘ธงมหาราช’ ต้องถูกเชิญขึ้นเหนือเสาพระราชวังเมื่อพระมหากษัตริย์ไทยประทับอยู่ การออกแบบตราครุฑพ่าห์โดยฝีพระหัตถ์เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หรือมูลเหตุที่ตราครุฑพ่าห์กลายเป็นตราแผ่นดินไทยสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 

นอกจากนี้ ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดทำการครั้งแรกใน พ.ศ. 2554 อันเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พื้นที่หนึ่งในส่วนจัดแสดงนี้จึงถูกใช้บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรัชสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

ห้องจัดแสดงครุฑ

ห้องที่เป็นทั้งไฮไลต์และจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์ครุฑ ถือเป็นส่วนจัดแสดงสุดท้ายที่เราจะได้ชมกัน

ห้องโถงใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่งเจาะหน้าต่างยาวตลอดแนว คือสถานที่ประดิษฐานครุฑตราตั้งห้างพระราชทานทั้ง 150 องค์ ซึ่งรับรองได้ว่าไม่มีที่ใดรวบรวมงานศิลปะเฉพาะตราครุฑไว้มากเท่าที่นี่มาก่อน

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

องค์ครุฑที่เห็นอยู่นี้ส่วนใหญ่เป็นงานไม้ ย้ายมาจากธนาคารนครหลวงไทยกว่า 100 สาขา ต่างได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิมวันที่อัญเชิญมาจากแหล่งเก่า โดยที่ไม่มีการซ่อมแซมแก้ไขเลยแม้แต่จุดเดียว เพื่อให้เห็นความเก่าแก่และสภาพจริงของครุฑองค์นั้นนั้น

การจะอัญเชิญองค์ครุฑมาจัดแสดงรวมกันที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเอาเสียเลย เพราะว่าครุฑเป็นของสูง เจ้าหน้าที่ผู้รับบทวิทยากรนำชมได้เล่าให้เราฟังว่า ก่อนจะเชิญแต่ละองค์ลงจากอาคารที่ติดตั้งไว้ ต้องมีการปิดตาครุฑเสียก่อน เพื่อไม่ให้สัตว์กึ่งเทพที่ปกติอยู่บนที่สูงเช่นครุฑมองในที่ต่ำ เมื่ออัญเชิญมาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑแล้วจึงต้องทำพิธีเบิกเนตรเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกครั้งหนึ่ง

ทอดสายตาดูครุฑที่ประดับอยู่บนผนังและบนแท่นกลางห้อง แม้มองเพียงผ่าน ๆ ตาก็จะดูรู้ว่าครุฑแต่ละองค์มี ‘ครุฑลักษณะ’ แตกต่างกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะครุฑที่เห็นอยู่เป็นผลงานของนายช่างคนละคนกัน ต่างคนก็ต่างฝีมือ ต่างแนวคิด ต่างค่านิยมในการสร้าง ยังผลให้ครุฑเกือบทุกองค์ดูผิดแผกจากกันด้วยสรีระ ใบหน้า เครื่องทรง ไปจนถึงสีสันผ้านุ่งที่สวมใส่

อ้อ มาถึงห้องนี้แล้วอย่าลืมมองหาครุฑองค์แรกของธนาคารนครหลวงไทย กับครุฑจากสาขาเยาวราชด้วยนะ แล้วตอบตัวเองให้ได้ด้วยล่ะว่าครุฑสององค์นี้มีความพิเศษอย่างไรบ้าง

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต กำลังจะเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 โดยจะเปิดให้ชมเฉพาะวันศุกร์และเสาร์วันละ 3 รอบ ได้แก่ เวลา 10.00 น., 13.00 น. และ 15.00 น. มีผู้นำชมทุกรอบ และไม่มีค่าใช้จ่าย

เรื่องการเดินทาง ถึงแม้พิพิธภัณฑ์จะอยู่ไกลจากถนนใหญ่สักหน่อย แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะทางธนาคารได้จัดรถตู้คอยจอดรอรับ-ส่ง จากพิพิธภัณฑ์เคหะ วันละ 3 รอบ ตามเวลาเข้าชม

ส่วนใครที่อยากเข้าชม แต่ไปไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ก็ไม่ต้องเสียใจอีกเช่นกัน เพราะพิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดให้ชมทางออนไลน์ที่ Garuda Virtual Tour 

นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่จะเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับพวกเราคนไทยว่า ครุฑนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากกว่าจะเป็นแค่ตราสัญลักษณ์ที่เห็นบ่อยจนชินชา

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต

ที่ตั้ง : นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-เสาร์ เวลา 10.00 น., 13.00 น., 15.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8882 3900

เว็บไซต์ : /www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/

หมายเหตุ

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครุฑจะได้รับของที่ระลึกเป็นแผ่นผ้าองค์ครุฑ พร้อมข้อความแสดงถึงคุณธรรมสำคัญที่องค์ครุฑทั้งสามข้อ เฉพาะผู้เข้าชม 500 ท่านแรกเท่านั้น

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load