ผมไม่แน่ใจนักว่าก่อนหน้านี้ห้องสมุดของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั้นเป็นที่นิยมในหมู่นิสิตมากน้อยแค่ไหน

แต่ในวันนี้ แม้ในอีกไม่กี่นาทีจะหมดเวลาให้บริการ ห้องสมุดก็ยังคงหนาแน่นไปด้วยผู้คนที่เกาะตามโต๊ะและชั้น อีกทั้งยังมีเสียงพูดคุยดังคลอเสียงเพลงในบรรยากาศ จนดูๆ ไปแล้ว หากจะเรียกที่นี่ว่าเป็นร้านกาแฟหรือสตูดิโอออกแบบ ก็ยังดูน่าเชื่อกว่าความเป็นห้องสมุดจากภาพจำเดิมใดๆ

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แต่ก็ใช่ ก่อนหน้าที่จะมีสภาพอย่างปัจจุบัน ที่นี่เคยเป็นสตูดิโอทำงานของชาวคณะฯ รุ่นบุกเบิก ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นห้องสมุดอย่างจริงจังมายาวนานเกือบ 30 ปี และเพิ่งจะผ่านการปรับปรุงครั้งใหญ่อีกครั้ง ตามแผนพัฒนาที่เริ่มต้นเมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยความร่วมใจของศิษย์เก่ามากมายนับไม่ถ้วน เริ่มต้นจากผู้ริเริ่มไอเดียคือ คุณเสริมสิน สมะลาภา, รศ. ดร.ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ และ ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข ก่อนจะชักชวนสถาปนิกมารวมหัวกันออกแบบ ด้วยทุนทั้งสิ้น 90 ล้านบาท ที่สนับสนุนโดยคุณเสริมสิน

คุณเสริมสิน สมะลาภา, รศ. ดร.ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ และ ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข

ในบรรดาผู้คนที่มีส่วนร่วมทั้งหลาย วันนี้เราได้รับเกียรติจากผู้มีบทบาทสำคัญ 4 คน ที่ได้ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งนี้ พร้อมกับคำถามที่ว่า ในยุคที่อินเทอร์เน็ตดูจะมีบทบาทต่อผู้คนทั่วไปเหนือกว่าหนังสืออย่างเห็นได้ชัด อะไรคือความสำคัญของหนังสือและวิธีการศึกษาของเหล่าว่าที่สถาปนิก รวมถึงสถานที่ที่เรียกกันว่า ห้องสมุด ที่ที่รู้กันว่าทุกคนจะต้องแต่งกายให้สุภาพ สำรวมกิริยา ไม่พูดคุยเสียงดัง หรือต้องถอดรองเท้าวางที่ชั้น แสดงบัตรสมาชิกทุกครั้งที่เข้าใช้ เก็บหนังสือในตำแหน่งเดิมบนชั้นวาง ห้ามนำอาหารหรือเครื่องดื่มเข้าไปรับประทาน ฯลฯ จะยังคงบทบาทอย่างไร ในยุคที่ภาพบนจอเคลื่อนเร็วยิ่งกว่าชั่วกระดาษพลิก

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เปลี่ยนแปลงเพราะพฤติกรรม

“ห้องสมุดเดิมก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ เป็นห้องสมุดสามชั้น เดิมเรามีห้องสมุดไว้สำหรับอ่านหนังสือ แต่ความต้องการของนิสิตเปลี่ยนไป ตอนนี้มันจึงกลายเป็นที่ที่นิสิตจะมานั่งทำงานด้วยกัน”

รศ. ดร.ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มเล่าที่มาที่ไปของการเปลี่ยนแปลง

รศ. ดร.ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“เดิมก็เป็นห้องสมุดปกติที่จะเงียบๆ นิสิตเขาก็เข้ามานั่งใช้ นั่งทำงานกันอยู่บ้าง แต่ว่าสเปซมันก็เป็นสเปซห้องสมุดน่ะค่ะ มันก็ไม่เอื้อให้นำคอมพิวเตอร์เข้ามาทำแบบหรือออกแบบได้”

“มันคือค่านิยมห้องสมุดแบบเดิมน่ะครับ” ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข ผู้ช่วยอธิการบดีงานด้านพัฒนานิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์ กล่าวเสริม

ผศ.สรายุทธ ทรัพย์สุข ผู้ช่วยอธิการบดีงานด้านพัฒนานิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์

“ต้องเงียบ ส่งเสียงรบกวนกันหรือเอางานมานั่งทำไม่ได้ ลักษณะโต๊ะก็มีไว้ใช้ค้นคว้าหาความรู้เท่านั้น ก็มีความขัดแย้งของการใช้พื้นที่อยู่”

ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ประกอบกับปัจจัยหลักอย่างการมาถึงของอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย วิธีการศึกษาหาความรู้ไปจนถึงการทำงานออกแบบจึงเปลี่ยนแปลงตามโลก พื้นที่ศึกษาหาความรู้ในแบบเก่าอย่างห้องสมุดจึงไม่พ้นต้องประสบความท้าทายด้านการใช้งาน

จากแต่เดิมที่เป็นห้องสมุดมีหนังสือราวสามหมื่นกว่าเล่ม รวมถึงเป็นที่เก็บเอกสารอ้างอิง ตำรา แผนที่เก่า และวิทยานิพนธ์เพื่อใช้อ้างอิงสำหรับงานวิจัย เมื่อการเปลี่ยนแปลงมาถึง หลายตำราก็ถูกทำให้เป็นดิจิทัลให้เข้าถึงด้วยคอมพิวเตอร์แทน วิทยานิพนธ์เก่าถูกย้ายออกไปเก็บรักษา และลดจำนวนหนังสือที่อาจไม่เคยถูกยืมเลย จนเหลือหนังสือรวมราว 26,000 เล่มในปัจจุบัน

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้วยเหตุผลที่อาจารย์สรายุทธกล่าวว่า

“เราแทนที่หนังสือด้วยคน เราเอาหนังสือออกไปบางส่วนเพื่อให้คนเข้ามา เพราะเราต้องอุทิศพื้นที่ให้คนมากขึ้น”

เพิ่มมากขึ้นกว่าการอ่าน

สิ่งที่เหมือนเมื่อก่อนคือ ห้องสมุดยังถูกแบ่งเป็น 3 ชั้น โดยชั้นแรกของห้องสมุดจะเริ่มที่ชั้น 2 ของอาคารคณะสถาปัตย์ฯ  แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ พื้นที่ทั้งหมดถูกรื้อออกและให้นิยามใหม่ ภายใต้แนวคิดร่วมกันของ รศ. ดร.ปิ่นรัชฎ์ กาญจนัษฐิติ และ คุณเสริมสิน สมะลาภา ศิษย์เก่าคนสำคัญผู้มอบทุนก้อนใหญ่ให้คณะสำหรับการเปลี่ยนแปลงห้องสมุดครั้งนี้ รวมถึงทีมสถาปนิก ว่าจะต้องทำห้องสมุดใหม่ให้เป็นพื้นที่พบปะและสร้างแรงบันดาลใจมากกว่าการเป็นห้องสมุดธรรมดา

“ห้องสมุดในสังคมปัจจุบันและอนาคตมันคงไม่เหมือนในอดีตที่ผ่านมาแล้ว”

ทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ ศิษย์เก่าของคณะฯ ผู้รับหน้าที่เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบในนามบริษัท Department of Architecture เล่าให้ฟังถึงแนวคิด

“โจทย์ก็คือ เราต้องมาค้นหาหรือให้คำนิยามใหม่ว่า ห้องสมุดในปัจจุบันหรืออนาคตมันคืออะไรกันแน่ เพราะเดี๋ยวนี้เราก็จะเข้าใจกันว่าข้อมูลต่างๆ มันก็มีอยู่ในอินเทอร์เน็ตเยอะแยะ ทีนี้คนจะใช้ห้องสมุดอย่างไร หรือใช้อีกทำไม”

ทวิตีย์ วัชราภัย เทพาคำ Department of Architecture

คุณทวิตีย์ยังเล่าว่า โจทย์ตั้งต้นที่การให้ความรู้ของห้องสมุด หากแต่การส่งต่อความรู้ในโรงเรียนออกแบบ โดยเฉพาะในคณะสถาปัตย์ฯ นั้น อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่รูปแบบของหนังสือที่วางเรียงบนชั้น แต่มีรูปแบบอิสระอย่างสิ่งที่เรียกว่าความคิดสร้างสรรค์หรือแรงบันดาลใจ สถานที่ให้ความรู้ที่จะเกิดขึ้นใหม่นี้จึงควรเป็นเหมือนแหล่งบ่มเพาะจินตนาการ หรือที่คุณทวิตีย์ใช้คำว่า ‘Creative Incubator’ และเมื่อมองผ่านแว่นนี้ การใช้งานแบบใหม่ในห้องสมุดจึงจะแตกต่างหลากหลาย มีสีสันมากกว่าเดิม เอื้อให้การเรียนรู้พึ่งพาสื่อหลายสื่อมากขึ้น

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แนวคิดที่ว่านี้สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในทุกๆ ชั้น เริ่มจากชั้นแรกที่ทั่วทั้งชั้นเต็มไปด้วยโต๊ะพร้อมปลั๊กไฟ มีจุดเด่นที่รอบผนังเป็นโครงเหล็กเกาะตลอดผนัง เป็นแนวคิดการทำพื้นที่ให้เป็น ‘Co-working and Thinking Space’ ซึ่งอาศัยธรรมชาติของพื้นที่ชั้นแรกที่ค่อนข้างเป็นสาธารณะ เข้าถึงง่ายที่สุด ผู้คนผ่านไปมามากที่สุด ให้เป็นพื้นที่ทำงานแบบ Co-working จากที่เคยปิดก็จะกลายเป็นพื้นที่เปิดให้คนคุยกันได้ ตรวจงานอย่างไม่เป็นทางการได้ หรือแม้แต่ห้อยแขวนหรือจัดนิทรรศการเล็กๆ โดยอาศัยโครงเหล็กโดยรอบได้อย่างอิสระ

ความยืดหยุ่นและเป็นสาธารณะมากของชั้นนี้ต่างจากอีกชั้นที่สงบเงียบ คือส่วนจัดเก็บหนังสือ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิด แม้จะมีโต๊ะพร้อมปลั๊กไฟไว้ใช้ขีดเขียนงาน คุยกันได้ตามเหมาะสม แต่พื้นที่ก็สงบพอสำหรับการเรียนรู้เงียบๆ

แม้ว่าจะออกแบบด้วยแนวคิดสมัยใหม่ แต่ทุกคนในที่นี้ล้วนเห็นตรงกันว่าความสำคัญที่แท้จริงของพื้นที่ห้องสมุด ก็ยังคงเป็นหนังสือ ซึ่งยังมีความสำคัญในแง่ที่เป็นแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้ เนื่องจากมีการสอบทานมาแล้วในระดับหนึ่ง หรือเป็นความรู้เชิงลึกที่ยังคงมีแต่หนังสือเท่านั้นเป็นสื่อพื้นฐาน ซึ่งไม่ว่าจะนิสิตหรือคนทั่วไปขาดไม่ได้

“ก็กลับมาสู่คำถามตั้งแต่แรกที่ทำครับ ว่าเรามีอินเทอร์เน็ตก็จริง แต่ที่เราอ่านในอินเทอร์เน็ตนั้นเพียงพอแล้วหรือยัง”

ชัยภัฏ มีระเสน อีกหนึ่งสถาปนิกผู้ออกแบบจาก Department of Architecture ให้ข้อมูล

ชัยภัฏ มีระเสน Department of Architecture

“ในชั้นสาม จากการจัดเก็บหนังสือเป็นชั้นๆ ที่ค่อนข้างเข้าถึงยาก เราอยากให้คนเข้าถึงหนังสือได้ง่ายขึ้น โดยการให้นิสิตมานั่งทำงานได้ตรงกลาง แล้วคลี่ชั้นหนังสือทั้งหมดออกรอบห้อง หันปกหนังสือบางเล่มออกมา ดิสเพลย์คล้ายๆ ร้านขายหนังสือ เมื่อนิสิตนั่งทำงาน อาจเห็นหนังสือบางเล่มน่าสนใจ ก็เข้าไปหยิบมาอ่านได้ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้อยากอ่านหนังสือมากขึ้นด้วยอีกทางหนึ่ง”

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การให้ความสำคัญกับตำราและการอ้างอิงเด่นชัดที่ชั้นบนสุด เพราะมีพื้นที่เอื้อให้ความเงียบโดยเฉพาะในส่วน Quiet Zone สำหรับนิสิตที่ต้องการสมาธิเพื่อค้นคว้าข้อมูลอย่างจริงจัง รวมถึงมีส่วนเก็บแผนที่เก่าและเอกสารอ้างอิงต่างๆ จัดวางให้ค้นคว้าได้โดยง่าย ในขณะเดียวกัน บนชั้น 4 ก็มีส่วนขึ้นบันไดที่นั่งหรือ Auditorium ขนาดย่อม ตามแนวคิดการขยายขอบเขตวิธีเรียนรู้ให้กว้างออกไป นอกเหนือจากวิธีเรียนรู้แบบเดิม ด้วยการเอื้อให้มีการฉายหนัง จัดเสวนา หรือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านสื่ออื่นอย่างภาพยนตร์หรือการจัดการบรรยายด้วย

และในขณะเดียวกัน เนื่องจากในช่วงเริ่มต้นโครงการปรับปรุงห้องสมุดเป็นช่วงเดียวกับพระราชพิธีสำคัญเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งมั่นใจว่าทุกคนจำได้ดี การออกแบบฝ้าเพดานในบริเวณนี้จึงมีความพิเศษตรงที่คุณเสริมสินนำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในกรุงเทพฯ มาสร้างสรรค์เป็นแผนที่ขนาดใหญ่ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพทางด้านผังเมือง ด้านการคมนาคม ด้านการบริหารจัดการน้ำ และด้านสิ่งแวดล้อม ของพระองค์ท่าน

กล่าวได้ว่าสิ่งที่เป็นหัวใจของการเปลี่ยนแปลงห้องสมุดนี้ คือสิ่งที่ปรากฏให้เห็นตั้งแต่แรกเข้ามาในพื้นที่โถง ตลอดจนแทบทั่วทุกชั้น ด้วยโครงเหล็กสีเงินที่กรุรอบห้องและบันไดที่สร้างขึ้นใหม่ เหมือนเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ร้อยรัดพื้นที่ตั้งแต่ชั้นแรกของห้องสมุดทะลุจนสุดสู่ชั้นบน

“ระบบในพื้นที่ที่เราเห็นซึ่งดูเป็นโครงมันไม่ใช่การตกแต่ง” คุณทวิตีย์อธิบาย

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“เราสร้างโครงขึ้นในพื้นที่ เหมือนเป็นระบบพื้นฐานที่คนเอาของมาเสียบ มาเกี่ยว มาผูก มามัด มาทำอะไรได้หลายอย่าง เพื่อให้เกิดบางอย่างขึ้น ซึ่งอาจจะใช้จัดนิทรรศการก็ได้ หรือจะใช้นำเสนองาน เช่นการตรวจแบบในกลุ่มเล็กๆ เหมือนเป็นการกระตุ้นอย่างหนึ่งว่าเราจะทำอะไรกับมันได้บ้าง 

“เพราะการเรียนรู้ของนิสิตสถาปัตย์ฯ ไม่ได้เกิดจากการรับข้อมูลเข้ามาอย่างเดียว มันอาจจะเกิดจากการที่เราได้ทดลองด้วย ก็เลยเริ่มทำให้เราจัดการพื้นที่ให้เป็นเหมือนพื้นที่เชิงทดลองที่นิสิตมาทดลองอะไรกับมันก็ได้ สร้างพื้นที่ใหม่ขึ้นมาจากมันได้ เป็นการที่เขาได้คิดอะไรใหม่ๆ ขณะเดียวกัน เมื่อเขาทำแล้วคนอื่นได้เห็น มันก็เป็นแรงบันดาลใจต่อคนอื่นๆ ที่ได้เห็น

“มันยังไม่จบน่ะ มันรอให้คนมาทำอะไรกับมัน”

แลกเปลี่ยน พบปะ เพื่อเรียนรู้ระหว่างกัน

ไม่แปลกใจแล้วว่าแรงบันดาลใจสำคัญต่ออนาคตนักออกแบบอาชีพ ไม่แพ้ความรู้ในตำรา แต่การพบปะหรือการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นสำคัญแค่ไหนต่อการทำงานออกแบบ

ข้อนี้อาจารย์สรายุทธได้ให้ความคิดเห็นไว้อย่างน่าสนใจ

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“มันมีข้อสังเกตคือ ที่บ้านเขามีปัจจัยสามอย่าง เช่น แอร์ ปลั๊ก กับไวไฟไหม มี ที่หอพักมีไหม ก็มี แล้วทำไมเขาไม่ไปทำงานแบบตัวใครตัวมัน

“คำตอบก็คือเขาต้องการสังคม เขาไม่ต้องการอยู่คนเดียว เขาอยากทำงานที่เห็นคนอื่น แม้จะนั่งอยู่ในห้องเงียบๆ อย่างในห้องสมุด แต่เขาก็ต้องการมีเพื่อนอยู่ข้างๆ คืออยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ”

หากไม่ใช่ในสตูดิโอ ก็อาจเป็นโถงใต้คณะฯ ถ้าอากาศร้อนเกินกว่าจะนั่งทำงาน นิสิตคณะสถาปัตย์ฯ ก็มักจะเลือกร้านกาแฟ จึงเหมือนเป็นธรรมชาติของนิสิตที่คงไม่เพียงแต่คณะสถาปัตย์ แต่อาจเป็นทุกๆ คณะและทุกๆ มหาวิทยาลัย ที่ขอแค่ได้เห็นหน้าค่าตากันในช่วงเวลาเคร่งเครียด ภาระในใจก็อาจจะทุเลาลงได้บ้าง แม้เพียงเล็กน้อย ชั่วครั้งชั่วคราว

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับห้องสมุดใหม่ ทั้งสี่ท่านก็ให้ความเห็นตรงกันว่า ตอบรับความต้องการของทั้งนิสิตและอาจารย์เป็นอย่างดี เพราะไม่เพียงแต่จะถูกใช้เป็นที่ทำงาน เป็นที่งีบพักระหว่างรอคาบเรียน แต่มันได้กลายเป็นพื้นที่สร้างความเชื่อมต่อให้ทุกๆ ชั้นของตึกเข้าถึงห้องสมุดได้โดยตรง จากที่แต่เดิมจำเป็นต้องเดินลงมาข้างล่างก่อน รวมถึงเป็นครั้งแรกเสียด้วยซ้ำที่ผู้ใช้รถเข็นจะเข้าถึงห้องสมุดนี้ได้อย่างสะดวกสบาย 

โดยเฉพาะบนชั้น 2 ที่เมื่อถูกเปลี่ยนจากพื้นที่ปิดอย่างห้องสมุดเป็นพื้นที่เชื่อมต่อผู้คนอย่าง Co-working Space พื้นที่พบปะของผู้คนที่ตั้งอยู่ในใจกลางคณะ ซึ่งนานๆ ครั้งเกิดขึ้น ก็นับได้ว่าเป็นอีกความสำเร็จที่งอกงามขึ้นโดยธรรมชาติ

“มันเป็นพื้นที่ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของนิสิตในปัจจุบันและในอนาคตด้วย” อาจารย์ปิ่นรัชฎ์กล่าวเสริม

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“มันเป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้นิสิตได้ดีมาก แล้วมันก็เหมือนเป็นแลนด์มาร์กหนึ่งสำหรับของคณะและมหาวิทยาลัยเลย ทุกคนจึงอยากเข้ามาดูหรือมีส่วนร่วม เราก็จะเห็นว่านิสิตใช้ส่วน Co-working Space เยอะ เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้เราต้องคิดต่อว่าเราจะทำอย่างไรที่จะรองรับความต้องการเหล่านี้เพิ่ม” 

หรือดังที่อาจารย์สรายุทธกล่าวโดยสรุป

“ด้วยพื้นที่ที่อยู่ใจกลางคณะ แต่ก่อนเคยเป็นสตูดิโอ เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์ของเรา พอถูกเปลี่ยนเป็นห้องสมุด มันก็เลยถูกตัดขาดจากการเป็นพื้นที่สตูดิโอ เป็นเหมือนทางตัน ไม่ลื่นไหลอย่างก่อน ทำให้คนไม่เจอกัน

“ตอนนี้เรากำลังเอาคนกลับเข้ามาเจอกัน เหมือนในอดีตที่มันเคยเป็น”

ห้องสมุด คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ห้องสมุดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดบริการสำหรับนิสิตคณะสถาปัตย์ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30 – 18.00 น. วันเสาร์เปิดบริการเวลา 10.00 – 16.00 น. พื้นที่ชั้น 2 วันธรรมดาเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 – 22.00 น. นิสิตคณะอื่นใช้บริการได้ในวันพุธ ส่วนนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ ต่างสถาบันและบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจด้านสถาปัตยกรรม ใช้บริการได้ในวันเสาร์

Writer

กรกฎ หลอดคำ

เขียนเรื่องบ้านและงานออกแบบเป็นงานประจำ สนใจเรื่องราวทางสังคมและวัฒนธรรมในงานสถาปัตยกรรมเป็นพิเศษ

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

18 พฤศจิกายน 2565
3 K

“นี่เป็นองุ่นพันธุ์ Cabernet Franc นะครับ ปกติในตำราที่เราจะเห็น Cabernet Sauvignon ซะส่วนใหญ่ แต่ Cabernet Franc เป็นพ่อของ Cabernet Sauvignon อีกทีหนึ่ง พ่อเขามีความ Light Body และ Elegant มากกว่าลูก ถ้าลูกจะออกแนว Full Body ไวน์หนัก ๆ เลย แต่ว่าจะมี Pyrazines เหมือนกัน Pyrazines เป็นสารที่มีอยู่ในตระกูล Cabernet เท่านั้นนะครับ สารตัวนี้จะทำให้ได้ความเขียว เขียวคล้าย ๆ กลิ่นพริกหยวก…”

ช้าก่อน! อย่าเพิ่งคิดว่ายากและปิดจอเลิกอ่านบทความไปตั้งแต่เนิ่น ๆ

วันนี้เราอยู่กันที่ ‘Wine Academic’ และเป็นตามชื่อ ผู้รู้เรื่องไวน์ที่นี่จะค่อย ๆ สอน ไม่ปล่อยให้เรางง ใครอยากรู้เบื้องต้นก็มายืนถาม ใครอยากรู้ลึกหน่อยก็เข้าร่วมกิจกรรม เข้าคลาสเกี่ยวกับไวน์ที่ทางร้านจัดอยู่เป็นประจำได้

“วัยรุ่นในสังคมเดี๋ยวนี้เข้ามาในโลกของไวน์มากขึ้น บางคนก็อยากรู้ แต่ไม่รู้จะไปหาคอร์สเรียนที่ไหนที่ให้ความรู้เขาได้” แนน-เฌอญาดา เจียระไนรุ่งโรจน์ หนึ่งในเจ้าของร้านเล่าถึงเหตุผลที่เปิดที่นี่ขึ้นมา “ปกติทั่วไปเราเห็นร้านหรู ๆ แพริ่งกับอาหารอิตาเลียน เปิดเมนูมาก็ไม่รู้จะสั่งอะไร ไม่มีใครแนะนำเรา แต่มาที่นี่ เหมือนมานั่งเล่นบ้านเพื่อนหลังเลิกงาน แล้วพูดคุยกับยุ่น ถามเรื่องไวน์ได้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมร้านเราชื่อ Wine Academic

‘ยุ่น’ ที่แนนหมายถึง คือ พุฒิณัฐ บุญญฤกษ์บวร เจ้าของร้าน Wine Academic อีกคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ไวน์เนิร์ด’ ตัวยง เขาชอบเครื่องดื่มชนิดนี้มากแบบที่ถามอะไรก็ตอบได้ ถึงบรรยากาศที่นี่จะดูสบาย ๆ เป็นกันเอง แต่เมื่อก้าวเข้ามาในร้านแล้ว คุณจะดื่มไวน์เป็น เข้าใจเครื่องดื่มชนิดนี้มากขึ้น ชนิดรู้ลึกไปถึงประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

ร้านนี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 เหนือร้าน BURR everyday ย่านฝั่งธนฯ เป็นร้านเล็ก ๆ ที่มีแค่โต๊ะยาวกลางร้าน และขวดไวน์ประเภทต่าง ๆ ล้อมรอบ แต่เรื่องราวเบื้องหลังนั้นสนุกน่าสนใจไม่แพ้ใคร

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย
Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

Meet The Wine Nerd

ก่อนจะพาเยี่ยมชมร้าน เราขอพาไปรู้จักเจ้าของร้านไฟแรงอย่างยุ่นกับแนนสักหน่อย

‘ยุ่น’ เป็นบัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์ที่จบมาทำงานเป็นกุ๊ก จุดเริ่มต้นของยุ่นในเส้นทางนี้เกิดขึ้นในวันเกิดอายุ 25 ปีของเขา ซึ่งตรงกับ National Drink Wine Day พอดี (Born to be อะไรเช่นนี้) เมื่อยุ่นได้ทราบความจริงข้อนี้จากกูเกิล เขาจึงลองเดินเข้าไปในร้าน Riedel ห้างเกสร ที่มีตู้กดไวน์ให้ลองกด

“ด้วยความที่เราเพิ่งเริ่มลอง เราก็อยากดื่มเยอะ ๆ อยากลองตัวนู้นตัวนี้” ยุ่นตั้งใจเล่า “ไวน์แต่ละตัวมันต่างกันนะ ตอนนั้นบ้ากลิ่นแบบเสื้อหนัง แล้วมันมีไวน์ตัวหนึ่งกลิ่นเหมือนเสื้อหนัง เราชอบมากเลย”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ยุ่นก็เริ่ม ‘ศึกษาไวน์’ อย่างจริงจัง ทั้งอ่านหนังสือ พยายามเข้าร่วมอีเวนต์ Wine Tasting ซึ่งทำให้เขาเริ่มรู้จักเพื่อน ๆ ในกลุ่มไวน์มากขึ้น และเริ่มเรียนคอร์สของ WSET ด้วยการสนับสนุนจากพ่อ โดย WSET หรือ Wine & Spirit Education Trust องค์กรระดับโลกที่จัดหลักสูตรและการสอบในด้านไวน์ สุรา และสาเก ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการการศึกษาด้านไวน์ชั้นนำของโลกด้วย

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

“จริง ๆ WSET ไม่ต้องเรียนทุกเลเวลก็ได้นะ แต่ยุ่นเรียน” แนนเมาท์เพื่อน ความเนิร์ดของยุ่นนี่เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ เขาเป็นถึงคนที่ได้เรตติ้งอันดับ 1 ในไทยของแอพดื่มไวน์ Vivino หมายความว่าเขารีวิวไวน์ถี่ที่สุดจนไต่อันดับขึ้นมาขนาดนี้

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ‘ซอมเมอลิเยร์’ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ยุ่นเป็น ซอมเมอลิเยร์มาจากคนละสถาบัน คนละสายกับที่ยุ่นเรียนมา ทางนั้นจะได้รับการเทรนเรื่องเซอร์วิสหรือการบริการลูกค้า แต่ WSET เป็นการเรียนเพื่อให้ได้ความรู้ลึก ๆ เรื่องไวน์เสียมากกว่า

“ผมเรียนเพราะแพสชันล้วน ๆ เรียกว่าไวน์เนิร์ดก็ได้ครับ”

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

ส่วน ‘แนน’ เจ้าของร้านอีกคนที่นั่งอยู่ข้างยุ่น เรียนจบ Modern Management and Information Technology กลางวันเธอเป็นพนักงานประจำบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พอตกกลางคืนก็มาประจำที่ร้านไวน์แห่งนี้ ยุ่นและแนนรู้จักกันผ่านเพื่อน ๆ ในกลุ่มไวน์ และเจอกันในงาน Wine Tasting

“จริง ๆ แนนก็เหมือนคนทั่วไปเลย ที่เริ่มดื่มไวน์ก็ดื่มเฉย ๆ เพิ่งมามีความรู้ก็ตอนที่รู้จักยุ่น แล้วก็ฝึกจากตรงนั้นมาเรื่อย ๆ ได้ยินเยอะ ๆ ได้ชิมเยอะ ๆ เราก็จำ ถามว่าตอนนี้แนนเก่งไหม ก็ไม่ได้ถึงกับเก่งเหมือนยุ่น แต่ว่าพอรู้บ้าง” แนนถ่อมตัว แต่สำหรับคนไม่มีความรู้เรื่องไวน์อย่างเราแล้ว เธอก็จัดเป็นกูรูคนหนึ่งเลย

เมื่อพูดถึงบทบาทในร้าน ยุ่นจะเป็นผู้ให้ข้อมูลแก่ลูกค้าและเหล่านักเรียน ส่วนแนนดูแลเรื่องอาหาร การจัดการ ติดต่อลูกค้า และวางแผนการทำงานต่าง ๆ รวม 2 คน แท็กทีมกันทำ Wine Academic ได้อย่างลงตัว

สำหรับคนรักไวน์อย่างทั้งคู่ การที่ได้เปิดพื้นที่นี้ขึ้นมา เลือกซื้อของเข้าร้าน พบปะผู้คนคอเดียวกัน คงมีความสุขมาก ๆ เลย

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

เปิดประตูสู่โลกของไวน์

“ปกติลูกค้าชอบไวน์ขาวหรือไวน์แดง” เป็นคำถามแรกที่ยุ่นและแนนจะถามลูกค้า

และ “ปกติลูกค้าดื่ม Full Body หรือ Light Body” เป็นคำถามต่อไป แต่หากตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเขาแค่ถามให้รู้ เผื่อว่าลูกค้าที่รู้จักไวน์จะมีความชอบแบบไหนเป็นพิเศษ

เมื่อลูกค้าตัดสินใจเปิดขวดไหนแล้ว จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของยุ่นที่จะไปยืนอธิบายว่าขวดนั้นคือองุ่นอะไร มาจากแคว้นไหน ประเทศไหน มีกระบวนการทำอย่างไร ทำไมจึงออกมาเป็นแบบนี้ และจุดเด่นของขวดนี่คืออะไร

“สิ่งที่ลูกค้าจะได้กลับไป คือหากครั้งหน้าไปสั่งที่อื่น เขาจะรู้ว่าองุ่นพันธุ์นี้คาแรกเตอร์เป็นแบบนี้ ๆ นะ” แนนกล่าว

เมื่อบทสนทนาเกิดขึ้น บรรยากาศก็ผ่อนคลายตาม ที่นี่เป็นเหมือนคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนแล้วได้รู้จักคนใหม่ ๆ ได้คอนเนกชัน แรก ๆ ลูกค้าที่นี่ก็มีแต่กลุ่มเพื่อนของยุ่นและแนน หรือคนในกลุ่มไวน์ที่บอกต่อ ๆ กัน เมื่อเวลาผ่านไปเริ่มมีลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนมานั่งที่โต๊ะกลางร้านตัวนี้ ซึ่งบทสนทนาก็พาให้ลูกค้ารู้จักกันเอง แล้วนัดกันมาที่นี่ในครั้งถัดไป

“ตอนนี้มีลูกค้าค่อนข้างหลากหลายค่ะ มีตั้งแต่เด็ก ๆ นักศึกษาที่เป็นบีกินเนอร์ เพิ่งเริ่มดื่ม ไปจนถึงอายุ 40 – 50 แต่ส่วนใหญ่เรียกได้ว่าเป็นวัยทำงาน”

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

คุณคิดว่าคนที่ชอบไวน์ สนใจไวน์ มีอะไรร่วมกันไหม – เราถาม

“ผมสังเกตว่าจะเป็นคนชอบกิน ใช้เงินไปกับอาหาร” ยุ่นตอบ ก่อนแนนเสริมว่า “แล้วก็ชอบสำรวจ ชอบศึกษา เพราะไวน์มีอะไรให้เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด คุณไม่สามารถดื่มไวน์ทุกขวดบนโลกใบนี้ พอไปเจอขวดใหม่ก็เป็นความแปลกใหม่”

คล้าย ๆ คนชอบกาแฟเลยเนอะ

“ความจริงศาสตร์ใกล้กันค่ะ กาแฟกับไวน์ ลูกค้าที่มาเรียนกับเราเขาก็ไปทำกาแฟมาก่อน เปิดร้านกาแฟมาก่อน ความจริงมันใกล้เคียงกันมาก” แนนเผย

“หลายคนก็เริ่มมาจากคราฟต์เบียร์นะ” ยุ่นพูดขึ้นมาราวกับอ่านใจเราได้ “พอเริ่มศึกษาคราฟต์เบียร์หรือกาแฟมา ก็จะเริ่มแยกแยะกลิ่นออก พอมาไวน์ก็จะเกี่ยวข้องกัน เพราะไวน์แต่ละตัว องุ่นแต่ละพันธุ์ ก็จะต่างกัน”

Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย
Wine Academic BKK บ้านฝั่งธนฯ ที่สอนชิมไวน์ เข้าถึงง่าย ทำให้ไวน์ไปกันได้ดีกับของกินไทย

ทั้งคู่บอกว่า เสน่ห์ของไวน์ที่แตกต่างไปจากอีก 2 เครื่องดื่ม คือมีการ Oxidation ไม่โดนอากาศก็มีกลิ่นอับ ๆ แบบหนึ่ง ครั้นพอปล่อยให้โดนอากาศกลิ่นก็จะเปลี่ยนไป หากเทไวน์แล้วดื่มเลยก็จะได้รสชาติแบบหนึ่ง แต่หากตั้งทิ้งไว้ ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เสมือนได้ชิมหลายขวดทั้งที่มีแค่ขวดเดียว

นั่นแหละคือความซับซ้อนของมัน ไวน์เป็นเครื่องดื่มที่เซนซิทีฟมาก มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้มีรสชาติหรือกลิ่นไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะสถานที่ปลูก ดิน อากาศ หรือความเก่าแก่

“บางทีก็เลือกไวน์จากอากาศ” ยุ่นตอบเมื่อเราถามว่า ปกติแล้วเขาเลือกไวน์ให้ตัวเองดื่มจากอะไร “อย่างวันนี้อากาศชื้น ๆ ฝนตก ก็อยากเปิดอะไรที่มีกลิ่นดินเปียก เห็ด ๆ ให้มันเข้ากับอากาศ”

นั่นไง มีกลิ่นแปลก ๆ มาอีกแล้ว เมื่อกี้ก็กลิ่นเสื้อหนัง คราวนี้ก็กลิ่นดินเปียก

“จริง ๆ เราต้องมีกลิ่นพวกนั้นในหัวก่อน พอเราไปเจอไวน์ เราก็จะบอกว่าตัวนี้กลิ่นเหมือนเสื้อหนัง เหมือนหญ้าในฟาร์ม เหมือนสิ่งนั้นสิ่งนี้” แนนพูด

ไวน์ที่เห็นใน Wine Academic ไม่ใช่ขวดที่เราเห็นตามตลาดทั่วไป แต่มาจากความชอบของยุ่น หากยุ่นไปชิมไวน์ตัวไหนตามงาน Wine Tasting มาแล้วชอบ ก็จะนำตัวนั้นเข้ามาในร้าน ซึ่งพวกเขาจะเปลี่ยนกันทุกอาทิตย์ หากลูกค้าถามหา Wine List ที่นี่จึงไม่มีให้

ปัจจุบันที่นี่มีไวน์ไทยอยู่ 1 ตัวในร้าน เป็นของกรานมอนเต้ ปลูกจากไร่ในไทย ปกติแล้วความร้อนจะทำให้ Acid ในไวน์หายไป แต่ตัวนี้ยังมีอยู่ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ยุ่นเลือกตัวนี้เข้ามา และเป็นที่ถามหาของลูกค้าต่างชาติมากเป็นพิเศษ

สารพัดกิจกรรมกินดื่ม

ที่นี่ไม่ใช่ร้านอาหาร โดยปกติแล้วหากจะมาก็ต้องรองท้องมาก่อนส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ที่นี่มีอาหารทานเล่นอย่างหมูปิ้ง เฟรนช์ฟรายส์ นักเก็ต ขนมจีบ หรือ Cold Cuts and Cheese เผื่อไว้ให้กินแกล้ม โดยมียุ่นกับแนนแนะนำการจับคู่เบื้องต้น แต่วันที่จัดอีเวนต์ที่จะได้กินดื่มแบบจัดหนักจัดเต็มก็มี โดยอีเวนต์ที่ว่าก็มี Chef’s Table บ้าง Pairing อาหารบ้าง

กิจกรรม Pairing อาหารของร้านนี้น่าสนใจมาก ถ้าเห็นลิสต์อาหารทานเล่นก็คงพอเดาได้ว่าที่นี่ชอบจับคู่ไวน์กับอาหารไทย เวลามีกิจกรรม Pairing อาหารจะล้ำไปกว่านั้นอีก ไม่ได้มีแค่หมูปิ้งหรือขนมจีนเท่านั้น

“เวลาเราดื่มไวน์ ไม่จำเป็นต้องกินอาหารอิตาเลียนหรืออาหารฝรั่งเศสอยู่ตลอด จริง ๆ ถ้าเรา Pairing อาหารไทยได้ถูกต้อง มันก็ไปกันได้หมด” แนนบอก

ยุ่นอธิบายเกี่ยวกับ ‘กฎการจับคู่อาหาร’ ให้เราฟังโดยคร่าวว่า ไวน์แดงที่มีแทนนินเยอะ ๆ และมีรสฝาด ส่วนใหญ่จับคู่กับเนื้อ เพราะว่าความฝาดจะช่วยตัดเลี่ยนมันเนื้อ ส่วนไวน์ขาวที่มี Acidity หรือความเปรี้ยว มีความสดชื่น เหมาะทานคู่กับซีฟู้ด ซึ่งกฎพื้นฐานนั้นก็ประยุกต์ใช้กับอาหารไทยได้

“ส่วนใหญ่เวลาผมจะจับคู่ ผมก็จะนั่งดูก่อนว่า ไวน์ตัวนี้มีกลิ่นอะไรบ้าง มีเท็กซ์เจอร์ประมาณไหน องุ่นพันธุ์นี้มีเลเวลของแทนนินเท่าไหน บอดี้ประมาณไหน เราควรมาจับคู่กับอะไร

“อย่างเราอยู่ร้านเนี่ย ก็คงสั่งอาหารอิตาเลียน สั่งอาหารฝรั่งมากินไม่ได้ทุกวัน” แนนพูดต่อ “เราสั่งก๋วยเตี๋ยวบ้าง ข้าวผัดกะเพราบ้าง แล้วก็คิดว่าเอาไปจับคู่กับอะไรดีน้า”

เราถามเขาว่ามีอาหารอะไรที่ไม่เหมาะกับไวน์บ้างไหม พวกเขาตอบทันควันว่า ไม่มี แม้แต่ขนมก็มีไวน์หวานหรือ Dessert Wine ไว้จับคู่ แต่ต้องจำกฎข้อหนึ่งไว้ว่า ไวน์ต้องหวานกว่าขนม

ล่าสุดพวกเขาจัดกิจกรรม Pairing ‘ของดีฝั่งธน’ ขึ้นมา โดยนำ 10 ของอร่อยมาจับคู่กับไวน์ ไม่ว่าจะเป็นสตรีทฟู้ด กุยช่ายตลาดพลู สมศักดิ์ปูอบ เนื้อตุ๋นเจริญนคร ห่านพะโล้ท่าดินแดง หรือขนมไทยต่าง ๆ โดยคู่ที่ลูกค้าประทับใจที่สุด คือกุยช่ายตลาดพลูกับไวน์ขาว Muskateller

เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน

“เราพยายามคิดนอกกรอบจากค่านิยมปัจจุบัน ทำไมล่ะ ทำไมไวน์แดงต้องดื่มคู่กับเนื้อสเต๊กอย่างเดียว ดื่มคู่กับหมูปิ้งก็ได้”

จากที่ดูเป็นของหรูหราก็ดูจับต้องได้ขึ้นมาทันที

“เวลาจัดกิจกรรม เราจะยกมาทีละคู่ แล้วแนะนำคาแรกเตอร์ของไวน์ก่อน จากนั้นค่อยบอกว่าอาหารในจานคืออะไร รสชาติที่ชูออกมาคืออะไร ทำไมเราถึงเอาทั้งไวน์และอาหารจานนี้มาจับคู่กัน มันจะไปด้วยกันได้ยังไง เข้ากันแบบไหน”

ระหว่างรอคู่ถัดไปมาเสิร์ฟ เราต้องล้างปากก่อนไหม? – เราถาม นึกภาพว่าลิ้นคงจะเพี้ยนไปหมดถ้าต้องชิมหลาย ๆ ตัวในมื้อเดียว

“ส่วนใหญ่ผมเอาไวน์ล้างเลยครับ หรือจะเป็นน้ำเปล่าก็ได้” นักดื่มไวน์ตอบ “อีกอย่างหนึ่งที่โอเคก็คือ พวกขนมปังหรืออะไรแป้ง ๆ ที่ไม่ค่อยมีรส กินขนมปังล้างปากก็ได้แล้วค่อยดื่มอีกขวด”

“มีพี่คนหนึ่งใช้ข้าวเหนียวคลีนพาเลต มันก็โอเคนะ” เขาหัวเราะร่า

ถ้าคิดว่าการเข้าร่วม Chef’s Table หรือกิจกรรม Pairing ยังได้ใกล้ชิดกับไวน์แบบไม่สาแก่ใจ ที่นี่มีคลาสเรียนราคาเข้าถึงได้ให้ลงตั้งแต่เริ่มต้น เรียกว่า Wine Academic 101 ซึ่งสิ่งที่จะได้รู้จากคอร์สนี้ก็คือวิธีอ่านฉลาก ความแตกต่างของไวน์จากแคว้นหรือประเทศต่าง ๆ อโรม่าของไวน์ วิธีดื่มว่าไวน์แบบไหนควรใช้แก้วแบบไหน วิธีPairing กับอาหารเบื้องต้น

“นอกเหนือไปจากนั้น เรามีคลาสที่สอนเรื่องเจาะจงลงไปอีก เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้ลึกในไวน์ของแคว้นต่าง ๆ เราก็เปิดสอนคลาส Burgundy บ้าง Bordeaux บ้าง”

เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน

ยุ่นวางชีทหนาปึ้ก อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาประวัติศาสตร์ลงตรงหน้าเรา พร้อมโชว์รูปในคลาสเรียนที่มีเขาและเพื่อนในวงการไวน์อีกคนช่วยกันเลกเชอร์ ดูเป็นบรรยากาศที่จริงจัง ทว่าสนุกสนานไปพร้อมกัน เพราะทุกคนที่นั่งล้อมโต๊ะนั้นได้เรียนรู้ในสิ่งที่อยากรู้ เราคิดว่าถ้านักเรียนมีพื้นฐานความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ในแง่มุมอื่น ๆ มาก่อน คงจะเรียนเรื่องไวน์ได้สนุกกว่าเดิมเสียอีก

เราเองยังไม่มีโอกาสได้เรียนกับ Wine Academic แต่เท่าที่ได้มาเยี่ยมเยียนร้านสั้น ๆ วันนี้ ก็ได้เรียนรู้วิธีการดื่มไวน์เบื้องต้นว่าต้องมีขั้นตอนในการลิ้มรสอย่างไรบ้าง

เท่านี้ก็ไปโม้ให้เพื่อนฟังได้บ้างแล้ว

เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน
เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน

มามะ มาจอยกัน

“เราดีใจที่ครั้งที่เห็นคนอยากรู้เรื่องไวน์ ทุกคนไม่ได้เข้ามาดื่มอย่างเดียว แต่เข้ามาเพราะอยากรู้” แนนพูดอย่างดีใจ เมื่อเราถามถึงความสุขของการเปิดร้านนี้ “มีคนส่งข้อความมาถามเรื่อย ๆ ว่า ถ้าไม่มีความรู้เรื่องไวน์มาได้ไหม เราก็บอกว่ามาเลย แล้วถ้าคุณอยากรู้อะไรคุณถามได้หมด มาคนเดียวก็ได้ไม่เป็นไร เดี๋ยวเรานั่งเป็นเพื่อน”

“ส่วนความท้าทาย ช่วง 3 – 4 เดือนแรกคือโลเคชันค่ะ ด้วยความที่ร้านอยู่ข้างบน แทบจะไม่มีใครรู้จักเลย

“แต่ตอนนี้ ความท้าทายคือลูกค้าที่เข้ามาค่อนข้างมีหลายกลุ่ม เราอยากจะคีพลูกค้าไว้ อย่างคลาสเรียนหรือกิจกรรม เราก็ต้องคิดในสิ่งที่แปลกใหม่ นอกกรอบ คิดสิ่งที่ไม่เคยมีคนทำ ครั้งหน้าอาจจะเป็นของดีเยาวราชก็ได้” แนนเล่าไอเดีย ฟังแล้วน่าจะจัดกิจกรรมสนุก ๆ ได้อีกเยอะ ไม่ได้จำกัดแค่ฝั่งธนฯ ที่เป็นที่ตั้งของร้าน

“ตอนนี้อุตสาหกรรมกำลังจะบูมนะครับ อย่างที่ผมบอกไปว่า คนรุ่นใหม่หันมาชอบดื่มไวน์มากขึ้น ผมก็คิดว่าอนาคตอยากให้คนที่เริ่มดื่มได้เปิดโลกใหม่ ๆ มากขึ้น สนใจอะไรก็ศึกษา” ยุ่นพูด

“แล้วก็อยากให้คอมมูนิตี้ไวน์กว้างขึ้น ตอนนี้ยังแคบ” แนนเสริม เธอบอกว่ามีน้อยคนที่จะมานั่งดื่มไวน์แล้วเถียงกันว่านี่เป็นองุ่นอะไร จากประเทศไหน ปีอะไร 

อาจจะเพราะเมื่อก่อนเครื่องดื่มชนิดนี้ค่อนข้างเข้าถึงยาก ทั้งเรื่องราคา ทั้งเรื่องความรู้ที่ต้องไปลงเรียนคอร์สแพง ๆ หรือลงทุนหาข้อมูลเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาษาอังกฤษ

“เราอยากให้มีคนแบบนี้เข้ามาเล่นกับเราเยอะ ๆ นะ เราจะได้รู้สึกว่าเราไม่บ้าอยู่คนเดียว” แนนปิดท้าย พร้อมเอ่ยชักชวนให้คนมาที่ Wine Academic กันเยอะ ๆ 

“อะไรที่คุณไม่รู้ มาที่นี่คุณจะรู้”

เปิดโลกไวน์ไปกับ ยุ่น-แนน สองเจ้าของร้าน ไวน์อะคาเดมี่ ที่ตั้งใจแบ่งปันความรู้ พรัอมชักชวนคนรุ่นใหม่มาบ้าไปด้วยกัน

Wine Academic

ที่ตั้ง : 77 ถนนกรุงธนบุรี แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 17.30 – 23.30 น. (ปิดวันจันทร์)

โทรศัพท์ : 06 1136 6999

Facebook : Wine Academic BKK

Writer

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load