การปลูกไม้น้ำเป็นอีกทางเลือกในการปลูกต้นไม้ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้มากนัก เพราะเราแค่เติมน้ำซึ่งอาจจะอยู่ได้นานนับสัปดาห์หรืออาจจะถึงเดือนเลยทีเดียว นอกจากนี้ไม้น้ำยังมีให้เลือกหลายชนิด หลายทรง บางชนิดก็มีดอก เป็นการเพิ่มความหลากหลายในการปลูกต้นไม้ของเรา 

แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนก็คือ ไม้น้ำต้องการแดดค่อนข้างมาก ไม่ต่างจากไม้ดอก เราสามารถเลี้ยงไม้น้ำได้ทั้งในสระ ริมตลิ่ง ไปจนถึงใส่กระถางบัว วิธีการดูแลไม่มีอะไรยุ่งยาก ไม้น้ำชอบดินเหนียว หรือดินที่ใช้สำหรับปลูกบัว ส่วนปุ๋ยก็ใช้ได้ทั้งปุ๋ยเม็ดฝังในดินสำหรับบัว หรือปุ๋ยปกติหว่านลงไปก็ได้

ตอนนี้เราจะพาไปดูว่า ถ้าอยากลองปลูกไม้น้ำ มีต้นไม้ประเภทไหนที่น่าสนใจบ้าง

01

ผักหนามบราซิล

Montrichardia arborescens (L.) Schott

ผักหนามบราซิล
ผักหนามบราซิล

เราอยากให้เปลี่ยนภาพจำของไม้น้ำแบบเดิมๆ ที่คุ้นเคย ว่าเป็นไม้ต้นเล็กๆ อยู่ในบ่อปลาหรืออ่างบัว ไม้น้ำมีมากกว่านั้น ทั้งรูปทรง ขนาด และความรู้สึก เริ่มต้นที่ผักหนามบราซิล ต้นไม้ที่ยังมีคนปลูกไม่มากนัก ต้นนี้มีหลายสายพันธุ์ หลายรูปทรง โดยรวมแล้วมีลำต้นเป็นกอ มีขนาดใหญ่มาก มีหนามที่ลำต้น บางพันธุ์ก็มีดอกสีขาว ต้องใช้พื้นที่ในการปลูกมากหน่อย ข้อดีคือ มีรูปทรงสวยแปลกตา และให้ความรูู้สึกดิบๆ ชื้นๆ แบบป่าแอมะซอนในสวนของเรา

02 

กล้วยน้ำ

Typhonodorum lindleyanum Schott

กล้วยน้ำ
ภาพ : www.floresefolhagens.com.br

กล้วยน้ำเป็นต้นไม้แปลกที่น่าปลูกมาก เพราะดูเผินๆ เหมือนต้นกล้วยที่ปลูกอยู่ในน้ำ แต่ดูดีๆ มันแค่คล้ายต้นกล้วย ลำต้นเป็นกาบหุ้มซ้อนเป็นชั้นๆ ส่วนใบถ้าดูดีๆ จะคล้ายไปทางบอนมากกว่า มีถิ่นกำเนิดมาจากมาดากัสการ์ ไม่มีเหง้าหรือหน่อเหมือนกล้วยทั่วไป ชอบน้ำตื้น ปลูกในกระถางได้ ว่ากันว่าผลคล้ายขนุนขนาดเล็ก ภายในมีเมล็ดเอาไปขยายพันธุ์ต่อได้ เพราะปลูกในไทยจะไม่แตกหน่อหรือเหง้า 

03 

บอนดำ

Colocasia esculenta (L.) Schott ‘Black Magic’ 

บอนดำ

บอนเป็นไม้น้ำอีกชนิดที่คนปลูกต้นไม้ต่างคุุ้นเคยกันดี นอกจากบอนที่มีใบสีเขียวและใบด่างแล้ว ก็ยังมีบอนดำที่มีใบสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ เป็นต้นไม้ที่ทนมาก ปลูกได้ทั้งบนดินและในน้ำ ปลูกในที่น้ำท่วมขังได้ ปลูกในกระถางบัวก็ได้ ถ้าปลูกกลางแดดใบจะมีสีดำเข้ม แต่ถ้าปลูกในที่แสงไม่มากพอ ใบจะมีสีเขียวมากกว่าดำ

04 

กกอียิปต์

Cyperus papyrus L.

กกอียิปต์

พืชตระกูลกกถือเป็นไม้น้ำยอดนิยมปลูกในสระได้ ปลูกในกระถางก็ได้ มีหลายพันธุ์ให้เลือก ขอแนะนำกกอียิปต์ เพราะมีรายละเอียดเยอะ เลยช่วยให้สวนดูนุ่มนวลขึ้น ใบของกกอียิปต์มีแฉกแบบซี่ร่ม ก้านดอกเป็นเหลี่ยมพุ่งสูงขึ้นไป ปลายก้านแตกเป็นพู่สีเขียว แล้วมีดอกสีน้ำตาลออกเป็นช่อเล็กๆ ออกดอกตลอดทั้งปี พอดอกแก่จะมีลูก เอาไปขยายพันธุ์ต่อได้ 

05 

บัวอเมซอน

Echinodorus cordifolius (L.) Griseb. 

บัวอเมซอน
บัวอเมซอน

บัวอเมซอนเป็นไม้น้ำที่เลี้ยงง่ายมาก ใบสีเขียวสด แตกกอเร็ว มีก้านดอกพุ่งตรง มีดอกสีขาว ตัดมาปักแจกันได้ เลี้ยงได้ทั้งในสระ อ่างบัว และในตู้ปลา 

06 

ฝาดแดง

Lumnitzera littorea Voigt.

ฝาดแดง

ฝาดแดงเป็นต้นไม้ป่าชายเลนที่นำมาเลี้ยงแช่น้ำในกระถางได้ ถ้าเลี้ยงในพื้นที่จำกัดและมีการตัดแต่งทรงพุ่ม จะได้ต้นที่มีลักษณะแบบบอนไซ แต่ถ้าอยากได้ต้นสูงใหญ่ก็ต้องเลี้ยงในภาชนะที่ใหญ่ จุดเด่นของฝาดแดงคือ มีทรงพุ่มที่สวย และมีดอกสีแดง ถ้าอยากให้ออกดอกก็ต้องวางไว้ในจุดที่มีแสงมากพอ

07 

กกแก้ว

Rynchospora nervosa Boeck

กกแก้ว
กกแก้ว

กกแก้วเป็นต้นไม้ที่เหมือนกอหญ้า แต่มีดอกสีขาวๆ เล็กๆ คล้ายดอกนกกระยาง ออกดอกตลอดทั้งปี เหมาะจะปลูกริมตลิ่งเพื่อสร้างความเป็นธรรมชาติให้กับสระน้ำ และจะสวยขึ้นอีกถ้าปลูกเป็นกอขนาดใหญ่หรือเป็นทุ่ง แต่ก็ปลูกในกระถางได้เช่นกัน

08

บัวบา

Nymphoides indica

บัวบา

บัวบา หรือ ตับเต่าใหญ่ เป็นไม้ลอยน้ำขนาดเล็ก มีใบเหมือนบัวและมีดอกสีขาว ออกดอกตลอดทั้งปี จุดเด่นอยู่ที่พู่เล็กๆ บริเวณกลีบดอก ให้ความรู้สึกที่พิเศษกว่าดอกบัว เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่กำลังอยากปลูกบัว และเนื่องจากมีต้นขนาดเล็กจึงเหมาะจะเลี้ยงในบ่อปลาด้วย

09

พัดโบกริ้วทอง

Homalomena expedita A.Hay & Hersc.

พัดโบกริ้วทอง

เป็นไม้น้ำที่ทนร่มได้ดี เลี้ยงในแสงรำไรได้ ใบหนาใหญ่ มีลายริ้วสีทอง และมีดอกสีขาวครีมด้วย 

10

เหงือกปลาหมอ

Acanthus ebracteatus Vahl 

เหงือกปลาหมอ
เหงือกปลาหมอ

เหงือกปลาหมอ หรือ หนามหมอ เป็นไม้พุ่มขนาดกลางที่ขึ้นอยู่ตามชายเลนและชายน้ำ คนมักจะรู้จักในแง่เป็นสมุนไพร แต่ด้วยทรงพุ่ม และลักษณะใบที่มีขอบใบเว้าและมีหนาม รวมไปถึงมีดอกสีม่วง ก็เหมาะจะปลูกเป็นไม้ประดับเช่นเดียวกัน

11 

ลานไพลิน

Bacopa caroliniana (Walter) B.L.Rob. 

ลานไพลิน

ลานไพลินเป็นไม้ที่เหมาะกับการเลี้ยงในกระถางแช่น้ำ เพราะมีใบเล็กละเอียด ตัดแต่งทรงพุ่มได้ แล้วก็มีดอกสีม่วงเล็กๆ ที่ออกตลอดปี ถือเป็นไม้น้ำที่มีสีสัน และมีความกระจุกกระจิก ต้องหาตำแหน่งวางให้เหมาะสม เพราะถ้าได้รับแสงไม่พอ จะไม่ออกดอก แต่ถ้าได้รับแสงมากเกินไป ใบจะเป็นสีเขียวซีดไม่สด 

12

คล้าน้ำช่อห้อย

Thalia geniculata L.

คล้าน้ำช่อห้อย
คล้าน้ำช่อห้อย

คล้าน้ำ หรือ พุทธรักษาน้ำ หรือ สังฆรักษา เป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ริมน้ำ นิยมใช้จัดสวนบาหลี จุดเด่นคือ มีลำต้นที่สูงเด่นและมีดอกสีม่วง มี 2 สายพันธุ์คือ คล้าน้ำช่อห้อย (Thalia geniculata L.) และ คล้าน้ำช่อตั้ง (Thalia dealbata J. fraser.) เอกลักษณ์ของคล้าน้ำช่อห้อยก็คือ ดอกจะออกอยู่บนปลายก้านดอกที่มีลักษณะซิกแซก ปลูกได้ทั้งริมน้ำและใส่กระถาง

13 

กระจับแคระ

Trapa bispinosa Roxb

กระจับแคระ
กระจับแคระ

กระจับแคระเป็นไม้ลอยน้ำที่สวยทั้งฟอร์มของลำต้น ใบ และดอก คือมีก้านใบสีแดงรวมกันเป็นช่อ ใบเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ขอบใบหยักเล็กน้อย มีดอกสีเหลืองเล็กๆ ออกตามซอกใบ ลำต้นเป็นไหลทอดตามระดับน้ำ ปลูกได้ทั้งในสระน้ำและอ่างบัว

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

ช่วงที่สวยที่สุดของต้นไม้ คือวินาทีที่เรายื่นเงินให้คนขายแล้วหยิบมันออกมาจากร้าน

นักปลูกต้นไม้มือใหม่หลายคนเชื่อแบบนี้ เพราะต้นไม้ที่วางขายในร้านมันช่างสวยเตะตา ใบเขียวแข็งแรง ออกดอกสะพรั่งล้นกระถางจนนึกว่าเป็นช่อดอกไม้ เราเห็นแล้วก็จินตนาการไปว่าเดี๋ยวความงามนี้จะมาเฉิดฉายอยู่ในบ้านเรา ก็เลยควักเงินคว้าตัวมันกลับมา

แต่พอย้ายมาอยู่บ้านเรา มันก็เริ่มร่วงโรย ดอกหาย ใบเหี่ยว และค่อยๆ ขาดใจตายไปในที่สุด

เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้กันมาแล้วทั้งนั้น

ดังนั้น ถ้าอยากซื้อต้นไม้กลับมาปลูกในบ้าน ในห้อง หรือบนโต๊ะทำงาน แล้วให้มันยังคงความงามและชีวิตเอาไว้ เราขอแนะนำว่าอย่างนี้

วิธีดูแลต้นไม้

1. ต้นไม้ที่ปลูกในห้องจะไม่งามเท่าต้นไม้ที่ปลูกนอกห้อง

ความจริงข้อแรกที่ควรทราบคือ ต้นไม้ที่เอามาปลูกในที่ร่มอย่างในห้อง โดยเฉพาะในห้องแอร์ ยากมากที่จะสุขภาพดีและงดงามเท่าตอนปลูกแบบโดนแดดโดนลมด้านนอก ดังนั้น การที่เราซื้อต้นไม้ซึ่งโตมาในเรือนเพาะชำมาปลูกในห้อง มันย่อมไม่มีทางงามเท่าตอนอยู่ที่ร้าน ถ้าปลูกแล้วความสดชื่นของมันลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเขียว ไม่ทิ้งใบ แตกใบใหม่ ก็ถือว่าโอเค แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มันเริ่มโรยราแล้วไร้ซึ่งการเจริญเติบโต ก็ได้เวลาที่เราต้องเข้าไปแก้ไข

2. หาข้อมูลต้นไม้ก่อนปลูก

ถ้าคุณทำการบ้านมาอย่างดีว่าอยากได้ต้นนั้นต้นนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องศึกษาคือ มันต้องการแสงมากน้อยแค่ไหน อยู่ในแสงรำไรได้หรือไม่ เพราะต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการแสงแดด ต้นที่ต้องการแสงมากควรปลูกกลางแจ้ง แต่ถ้าเราเอาต้นที่ต้องการแสงมากอย่างกระบองเพชรมาอยู่ในห้องที่โดนแสงน้อย ยังไงก็ไม่รอด

วิธีดูแลต้นไม้
วิธีดูแลต้นไม้

3. รู้เท่าทัน Pinterest

หลายคนเลือกต้นไม้มาปลูกในห้องตามรูปใน Pinterest หรือ Instagram ซึ่งเน้นสไตล์ของต้นไม้ที่เข้ากับห้องเป็นหลัก เราขอแนะนำให้คุณดูเลยไปถึงตำแหน่งของต้นไม้ในรูป ดูว่าที่มันงามขนาดนั้นมันโดนแสงมากน้อยขนาดไหน แล้วจุดที่เราจะเอามาวางในห้องของเรามีแสงแบบนั้นไหม และสิ่งที่สำคัญที่สุดระดับที่ต้องใส่ดอกจันไว้ 3 ดอกก็คือ อย่าปักใจเชื่อภาพที่เราเห็นแบบหมดใจ เพราะหลายครั้งเขาก็แค่ยกมันมาตั้งตรงนั้นเพื่อถ่ายรูปเท่านั้นเอง การหาข้อมูลนิสัยใจคอของมันด้วยตัวเองจึงสำคัญที่สุด

4. ควรคุยกับพ่อค้าแม่ค้า แต่อย่าเชื่อทั้งหมด

เวลาเราเห็นต้นไม้ถูกใจในร้านขายต้นไม้ คำถามแรกที่ทุกคนมักจะถามคือ “ชื่อต้นอะไร” คำถามถัดมาที่ต้องถามให้รู้ก่อนซื้อก็คือ มันชอบแดด ชอบน้ำยังไง บ่อยครั้งที่คนขายมักจะตอบแบบกลางๆ เช่น ปลูกแดดได้ ปลูกรำไรได้ บางครั้งเขาก็ตอบตามความจริง แต่บางครั้งก็ไม่จริงเพราะเขาอยากขาย และหลายๆ ครั้งก็ไม่จริงเพราะเขาไม่ใช่คนปลูก เขาแค่ไปรับมาจากผู้เพาะต้นไม้แล้วเอามาขายเท่านั้นเอง คำตอบของเขาจึงมาจากประสบการณ์หรือความเข้าใจของเขา ดังนั้น เพื่อความชัวร์ เราควรถามเขาว่า เขาเพาะต้นนี้เองหรือเปล่า ถ้าใช่ เขาก็น่าจะเข้าใจนิสัยใจคอของมันจริงๆ แต่ไม่ว่าอย่างไร วิธีการที่ดีที่สุดคือหาข้อมูลจากหลายๆ แห่ง เช่นถามจากหลายๆ ร้าน ถ้าข้อมูลตรงกัน ก็น่าจะเชื่อได้

วิธีดูแลต้นไม้
วิธีดูแลต้นไม้

5. ไม้ดอกส่วนใหญ่ปลูกในห้องไม่ได้

ไม้ดอกเกือบทุกชนิดต้องการแสงมาก ดังนั้น ถ้าเอามาปลูกในห้องมันก็อาจจะไม่ออกดอก กลายร่างเป็นไม้ใบ หรือไม่ก็อาจจะตายได้ แต่ไม้ใบส่วนใหญ่อยู่ในห้องได้ แต่ก็ต้องเป็นจุดที่ไม่อยู่ห่างจากแสงธรรมชาติมากนัก ถ้าปล่อยมันไว้กับความสว่างจากหลอดไฟอย่างเดียวก็อาจจะไม่รอด (ยกเว้นเป็นไฟสำหรับปลูกต้นไม้)


6. ให้เวลาต้นไม้ปรับตัว

ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดและเติบโตมากับแสงแบบหนึ่ง (ส่วนใหญ่โตมาในโรงเพาะชำซึ่งได้รับแสงค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้แรงขนาดแสงกลางแจ้ง) เมื่อเราเอามันเข้ามาในบ้าน เราก็ควรวางให้โดนแสงในจุดที่ไม่หักดิบจนเกินไป ค่อยๆ ให้ต้นไม้ได้ปรับตัว โดยเฉพาะการเอาไปโดนแดดเต็มๆ ตามระเบียงหรือดาดฟ้า ก็อาจจะช็อกแดด ใบไหม้ได้ อย่างเฟิร์น เราเชื่อกันว่าต้องอยู่ในที่ร่ม แต่เฟิร์นอยู่กลางแดดได้ เพียงแต่ต้องรอให้เขาชินแล้วแตกใบใหม่ขึ้นมารับแดดกลางแจ้ง ส่วนต้นไม้ที่โดนแดดน้อยลงแบบไม่ทันได้ตั้งตัว มักจะทิ้งใบแล้วไม่ยอมแตกใบใหม่ แต่ถ้าแตกใบใหม่เมื่อไหร่ก็แปลว่ามันปรับตัวกับสภาพนั้นได้แล้ว

วิธีดูแลต้นไม้, บ้านและสวน
วิธีดูแลต้นไม้, บ้านและสวน

7. อย่าดูแลต้นไม้ในห้องเหมือนต้นไม้กลางแจ้ง

ต้นไม้กระถางที่อยู่ในห้องต้องการการดูแลแตกต่างจากต้นไม้กลางแจ้งโดยสิ้นเชิง เราพูดเรื่องแดดกันไปแล้ว ต่อไปคือเรื่องน้ำ ต้นไม้กระถางต้องการน้ำน้อยกว่าต้นไม้กลางแจ้ง เนื่องจากแดดและอุณหภูมิในห้องทำให้น้ำระเหยช้ากว่า ถ้ารดน้ำเท่ากับต้นไม้กลางแจ้งก็อาจจะเน่าได้ ดังนั้น เราต้องรดน้ำด้วยปริมาณและความถี่ที่น้อยลง ถ้าจะให้บอกจำนวนคงยาก เพราะขึ้นกับสภาพห้องและการดูดน้ำของต้นไม้ แต่หลักที่เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ ดินแห้งเมื่อไหร่ค่อยรดเมื่อนั้น ส่วนปุ๋ยก็ควรใช้ปุ๋ยละลายช้า (ตอนหน้าเราจะมาอธิบายเรื่องนี้กันต่อ) ให้ปุ๋ยในปริมาณที่น้อยกว่าต้นไม้กลางแจ้ง และให้ปุ๋ย 3 – 4 เดือนครั้งก็พอ

8. จับสัญญาณให้ได้ว่ามันไม่เหมือนเดิม

ถ้าหมั่นสังเกตต้นไม้สักหน่อย เราอาจจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของต้นไม้ ถ้าเราเห็นอาการบางอย่างแล้วปล่อยทิ้งไว้ ก็อาจจะนำมาซึ่งความป่วยไข้ และล้มตายในที่สุด เอาเป็นว่าถ้าใบเริ่มมีอาการผิดปกติ เราก็ควรต้องตรวจโรคพืชแบบง่าย ถ้าใบสลด ต้องเริ่มจากสังเกตสภาพดินว่าดินแห้งหรือแฉะไป ถ้าดินแห้งก็ลองรดน้ำแล้วรอดูว่าจะฟื้นไหม ถ้าดินแฉะก็เป็นได้ว่ารดน้ำมากไปจนทำให้รากเน่า ซึ่งถ้าโชคร้ายเจอเชื้อราลามจากรากเข้าต้นสู่ใบ ก็อาจตายได้ ดังนั้น ต้นไม้ที่อยู่ในห้อง ถ้ารดน้ำมากไปก็อันตรายมาก

10 วิธีดูแลต้นไม้ ในร่มให้อยู่รอดและสวยเหมือนตอนซื้อจากร้านสำหรับนักปลูกมือใหม่
วิธีดูแลต้นไม้, บ้านและสวน

9. ถ้าอาการไม่ดี อย่าเพิ่งทิ้ง

การปฐมพยาบาลต้นไม้ที่เริ่มเน่าเพราะดินแฉะหรือโดนเชื้อราทำได้หลายวิธี ง่ายๆ คือ เอาต้นไม้ขึ้นมาจากดิน ตัดรากเสียทิ้ง ล้างรากให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง แล้วปลูกอีกครั้งด้วยวัสดุปลูกใหม่ ถ้าปลูกด้วยดิน รดน้ำเยอะไปดินอาจจะจับเป็นก้อน หรือละลายเป็นเลน ลองเปลี่ยนมาปลูกด้วยกาบมะพร้าวสับ พีทมอส หรือสแฟกนัมมอส ใช้แทนดินได้เลย วัสดุพวกนี้มีความพรุนสูงมาก จะช่วยให้รากเดินเร็ว

10. ย้ายที่

ต้นไม้แต่ละชนิดต้องการปริมาณน้ำและแสงแดดไม่เท่ากัน ดังนั้นถ้าวางในมุมหนึ่งของห้องแล้วอาการไม่ดี ก็ลองขยับเปลี่ยนมุมให้โดนแสงมากขึ้น หรือเอาออกไปตั้งนอกห้องให้ได้รับแสงรับอากาศเต็มๆ จนแข็งแรงแล้วค่อยเอากลับเข้ามา ก็จะช่วยให้ต้นไม้อยู่กับเราได้นานขึ้น

10 วิธีดูแลต้นไม้ ในร่มให้อยู่รอดและสวยเหมือนตอนซื้อจากร้านสำหรับนักปลูกมือใหม่

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

ธัชชา ศุภกิจเจริญ

นักเรียนกราฟิคดีไซน์ชื่อฟ้า ผู้ฝึกงานถ่ายภาพกับบริษัทก้อนเมฆ หลงรักกล้องฟิล์ม และออกเดินทางเพื่อสะสมเรื่องราวลงกลักฟิล์มม้วนใหม่เสมอๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load