เชื่อไหม.. ‘ทอไหม’ มีเวทมนตร์? 

เปล่า เราไม่ได้หมายความว่าเธอจะเสกแสงไฟออกจากไม้กายสิทธิ์ เพียงตะโกนคำว่าลูมอส หรือทำให้ขนนกลอยเคว้งได้ในอากาศ เพียงเอ่ยคำว่าวิงกาเดียม เลวีโอซ่า 

แต่ อภิญานันท์ จงภักดี หรือ ทอไหมแห่ง Drag Race Thailand ซีซัน 2 ดีไซเนอร์เจ้าของ ทอไหม สตูดิโอ มีเวทมนตร์ที่เรียกว่า ‘มือ’ และ ‘หัวใจที่เต็มไปด้วยพลังแห่งเรื่องราว’ และนั่นทำให้เธอ ‘เสก’ ชุดสุดปังอลังการได้เพียงชั่วข้ามคืน จนเกิดแฮชแท็ก #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดคืนเดียว ทะยานว่อนไปทั่วโซเชียลมีเดีย และกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้แบรนด์ต่างจดจำ ทอไหม สตูดิโอ ในฐานะสตูดิโอที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ ประณีต และ ‘งานไว’

ทอไหม ดีไซเนอร์จากนครศรีฯ ที่มีเดดไลน์เป็นความท้าทาย เจ้าของ #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดคืนเดียว

วันนี้ เราชวนทอไหมมาเปิดประตูเข้าสู่โลกเวทมนตร์ ที่ ทอไหม สตูดิโอ รอยยิ้มเอียงอายถูกวาดขึ้นบนใบหน้าของเธอ แววตาส่องประกายอย่างหาตัวจับยาก โดยเฉพาะในยามที่เธอเอ่ยปากเล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นในการเป็นดีไซเนอร์

“เราไม่รู้เลยว่าเราสนใจด้านนี้ ตอนเด็กเราค่อนข้างเนิร์ด แล้วก็เป็นเด็กเรียน และโตมาในกรอบของสังคมที่พอเรียนเก่งจะโดนคาดหวังจากครู ครอบครัว ว่าเราต้องไปในสายวิชาการ แบบ เรียนเก่งอะ ต้องเป็นหมอสิ ดังนั้นเราจึงกล่อมตัวเองว่างั้นเรียนหมอแล้วกันตั้งแต่ประถม แต่จริง ๆ สิ่งที่เราชอบแล้วก็มีความสุขทุกวันคือการแต่งตัว”

เตรียมนาฬิกาย้อนเวลาของคุณไว้ให้ดี 

ก้าวเข้ามาใกล้พวกเราอีกหน่อย ทอไหมกำลังจะหมุนนาฬิกาพาเราย้อนกลับไป ณ ที่ที่เวทมนตร์ของเธอเริ่มต้นขึ้น 

ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 

ทอไหม ดีไซเนอร์จากนครศรีฯ ที่มีเดดไลน์เป็นความท้าทาย เจ้าของ #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดคืนเดียว

จากนครแห่งวัฒนธรรม สู่ดินแดนแห่งเวทมนตร์

“เราแต่งตัวให้คุณแม่ด้วยนะ แล้วก็จับคนนั้นคนนี้มาแต่งตัว” 

ทอไหมเริ่มต้นให้ฟัง เมื่อเราถามถึงเส้นทางจากไหมเส้นแรก ก่อนจะกลายมาเป็นตำนานคู่วงการแฟชั่นและวงการบันเทิงไทย เฉกเช่นเดียวกันกับเด็กไทยหลาย ๆ คน ทอไหมคือเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่พบเจอกับแพสชันของเธอผ่านสิ่งใกล้ตัว นั่นคือครอบครัว รวมถึงการมีโรงเรียนเป็นสนามทดลองให้เธอได้ลองร่ายมนต์ผ่านปลายนิ้ว 

“เพราะครอบครัวของเราตั้งแต่รุ่นคุณยายและคุณแม่ ทำเสื้อผ้ามาตั้งแต่แรกเป็นธุรกิจครอบครัว ส่วนคุณป้าเป็น Jewelry Designer เขาทำให้เรารู้สึกว่าเขาเข้ามาเปิดประสบการณ์ แล้วก็เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ว่างานในสายนี้อาจจะเหมาะกับเรานะ เพราะเขามาเห็นว่าเราทำพวกงานศิลปะได้ดี” เธอเล่าให้เราฟังอย่างตั้งใจ

นั่นทำให้เด็กหน้าห้องที่เรียนอยู่ห้องคิงในโรงเรียนประจำจังหวัด กลายมาเป็นผู้เสกชุดในงานโรงเรียน รวมถึงเสกเสื้อผ้าให้คุณแม่ของเธอใส่มาเข้าร่วมงานประชุมโรงเรียนเช่นกัน 

“ถ้าถามถึงชุดที่ชอบที่สุดของคุณแม่ คงเกิดขึ้นในช่วงที่เราอยู่ ม.ต้น ในวันประชุมผู้ปกครอง สิ่งที่เราทำหลังจากได้จดหมายเชิญผู้ปกครอง คือรื้อผ้าชิ้นที่แม่มีแล้วก็หยิบมา แล้วก็ลงมือวาด บอกแม่ว่าให้ตัดแบบนี้นะ แล้วก็บอกแม่ว่าให้ไปร้านทำผม ทำทรงนี้ เสื้อแบบนี้ กางเกงตัวนี้ รองเท้าคู่นี้ ทั้งหมดเพื่อให้ได้ลุคนี้ไปประชุมผู้ปกครอง”

นอกเหนือไปจากการเรียนหนังสือและแต่งตัวให้คุณแม่ ทอไหมยังมีความสุขกับการอ่านหนังสือนิยาย 

และหนึ่งในนิยายที่มีอิทธิพลกับเธอมากที่สุด คือ แฮร์รี่ พอตเตอร์

“เราดูหนังวน ๆ จนจำได้หมด อ่านหนังสือจนทุกคนรอบตัวจะรู้ว่าเราชอบมาก ๆ จนพูดตามไดอะล็อกได้” 

ไหนลองหน่อยค่ะ – เราว่า “ฉันชื่อรอน รอนวีสลีย์” 

เธอยิ้มกว้าง แล้วพูดว่า “ฉันแฮร์รี่ แฮร์รี่ พอตเตอร์.. ” 

เราชวนเธอให้เริ่มออกแบบโลกให้กับ ‘ฮอกวอตส์ ประเทศไทย’ ใน 1 นาที

“เราว่ามันต้องแฟนซีกว่าในโลกผู้วิเศษทั้งหมดเลยนะ ด้วยพื้นฐานจินตนาการของคนไทย ลองดูง่าย ๆ จากพวกละครจักร ๆ วงศ์ ๆ การที่เราโดนควักตาแล้วเอาลูกตากลับมาใส่เป็นปกติได้ อย่างพวก นางสิบสอง อะ มันเป็นไปไม่ได้ในโลกชีวิตจริงเลย แต่คนไทยคิดได้ หรือการที่เด็กคนหนึ่งที่มีพี่เลี้ยงเป็นทั้งงู นก ผี

“รวมถึงใน โสนน้อยเรือนงาม ที่ตัวละครคลอดลูกออกมาเป็นบ้าน มีที่ไหนในโลกจะวาไรตี้เท่าประเทศไทย เราว่ามันต้องเกินจินตนาการมาก ๆ ทุกคนจะต้องแข่งกัน อิทธิฤทธิ์จะต้องเกินจากที่ เจ.เค. โรว์ลิง เขียนแน่ ๆ เราอาจต้องมีบ้านตรี คทา จักร สังข์ หรือมีบ้านเหนือ บ้านกลาง บ้านใต้ เพราะแต่ละภาคมีวัฒนธรรมต่างกัน 

“อย่างภาคใต้จะมีกลิ่นอายของมลายู อีสานจะผสมกับความขอม เหนือจะเป็นความล้านนา ภาคกลางจะมีความเป็นลุ่มน้ำ ซึ่งแต่ละภูมิภาคมีเอกลักษณ์ที่ต่างกันชัดเจน ในหลาย ๆ ประเทศไม่มีนะ ที่แต่ละภูมิภาคต่างกันชัดเจนขนาดนี้ อันนี้เป็นเสน่ห์ที่ถ้าใส่ความเป็นไทยในโลกเวทมนตร์ มันคงจะน่าสนใจมาก ๆ แค่ป่าหิมพานต์เรายังรับวัฒนธรรมอื่นมาผสมกับจินตนาการความเป็นไทยแทรกเข้าไปเลย พอคิดแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก”

ทอไหม ดีไซเนอร์จากนครศรีฯ ที่มีเดดไลน์เป็นความท้าทาย เจ้าของ #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดคืนเดียว

นั่นเป็นเพราะทอไหมใช้ชีวิตวัยเด็กอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ดินแดนที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม และโรงเรียนของเธอตั้งอยู่ที่ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์ นั่นคือสระล้างดาบศรีปราชญ์ หรือแดนประหารของจังหวัด ทำให้เธอได้เห็นกำแพงเมืองเก่าตั้งแต่เด็กจนโต ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งเป็นแดนฝังศพของทหารพม่าในสงครามเก้าทัพ ที่ถูกคั่นกลางไว้ด้วยศาลหลักเมืองของจังหวัด

ในตอนนั้น ทอไหมไม่เคยรู้ตัวว่าเธอสนุกกับเสื้อผ้า นั่นทำให้เธอเลือกเบนเข็มไปเรียนวิชาโบราณคดีในช่วงมหาวิทยาลัยปีแรกด้วยความชื่นชอบประวัติศาสตร์ แม้เสียงหลายเสียงรอบตัวจะบอกให้เธอเข้าเรียนที่คณะแพทยศาสตร์ก็ตาม 

ด้วยการหยิบจับประวัติศาสตร์รอบตัวและความชื่นชอบในวิชาสังคมศึกษา ทำให้เธอเบนเข็มไปเข้าเรียนที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้เปิดประตูเข้าสู่โลกของประวัติศาสตร์อีกแขนงหนึ่ง นั่นคือ ‘ประวัติศาสตร์ศิลปะ’ 

“พอเราได้เรียนโบราณคดี ในวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ เรากลับได้คำตอบกับตัวเองชัดเจนว่าเราอยากเรียนแฟชั่น เพราะพื้นฐานวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะทำให้เราได้ปูพื้นฐานตัวเอง และพอย้ายไปเรียนแฟชั่น มศว ก็ทำให้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขจริง ๆ”

วินาทีนั้นเองที่เธอค้นพบว่าเธอสนุกกับแฟชั่นมากขนาดไหน ตั้งแต่ประถมจนโต นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เธอสนุกกับมัน และครั้งหนึ่งในเรื่องราวแห่งชีวิต เธอได้มองข้ามตัวตนที่ประกอบให้กลายเป็นเธอไป 

“ตั้งแต่เด็กจนโต เราเรียนรู้เรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้าโดยไม่รู้ตัว เราซึมซับประสบการณ์จากตรงนั้น และเรียนรู้จากมันโดยที่เราไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำ พอเรากลับมาเรียนแล้วเราทำได้ขนาดนี้ แม่ยังรู้สึกประหลาดใจว่าทำไมถึงทำได้ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยสอนให้เราทำอย่างจริงจัง แต่พอเราได้มาคุยกับตัวเองจริง ๆ ได้มานั่งถามตัวเอง ได้มานั่งตกตะกอนความคิดกับตัวเอง กลายเป็นว่านี่คือสิ่งที่เรามีความสุขกับมันและเราทำได้ดี” 

และมันเป็นเช่นนั้นมา 2 ทศวรรษแล้ว

ทอไหม ดีไซเนอร์จากนครศรีฯ ที่มีเดดไลน์เป็นความท้าทาย เจ้าของ #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดคืนเดียว

หยิบจับสิ่งใกล้ตัว เพื่อสานต่อเรื่องราว

อย่างไรนั้น ประวัติศาสตร์และมนุษย์คือส่วนหนึ่งของกันและกัน เธอชื่นชอบในประวัติศาสตร์ทุกยุค ทุกสมัย ที่ได้นำพามาพบกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้เธอได้คำตอบว่าทำไมแต่ละเส้นไหมของแต่ละยุค จึงสร้างสรรค์ออกมาเป็นลายเฉพาะตัวเส้นนั้น นับตั้งแต่เสื้อผ้าจนถึงสถาปัตยกรรม 

“ประวัติศาสตร์ได้ให้คำตอบว่า ทำไมคนในแต่ละยุคหรือสิ่งนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำไมคนเหล่านี้ถึงมีพื้นฐานความคิดหรือสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นมาได้ มันทำให้เราเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ สังคม หรือการพัฒนาอะไรต่าง ๆ” 

เพราะทอไหมบอกเราว่า หนังสือที่มีอิทธิพลในวัยเด็กของเธอ คือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ นั่นจึงเป็นปฐมบทหนึ่งที่ทำให้เธอมองเห็นภาพต่าง ๆ ชัดขึ้น รวมถึงหยิบจับวัฒนธรรมมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า เช่น การตัดชุดผีตาโขนได้ในคืนเดียว! 

ทอไหม ดีไซเนอร์จากนครศรีฯ ที่มีเดดไลน์เป็นความท้าทาย เจ้าของ #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดคืนเดียว

“สิ่งหนึ่งที่เรารู้ตัวว่าทำได้ดี คือการทำชุดขึ้นมาด้วยตัวเอง เพราะเวลาเราเห็นชุด เราเข้าใจแล้วจินตนาการออกว่า กว่าจะมาเป็นชุดนี้ มันมีขั้นตอนตั้งแต่หนึ่งจนถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ยังไง ต้องใช้อะไรบ้าง ต้องทำยังไง เพื่อที่จะให้ได้สิ่งนั้นออกมา หรือต้องเอาอะไรมา Adapt กับอะไร เพื่อที่จะให้ได้สิ่งนั้นออกมา อย่างตอนทำชุดผีตาโขน เป็นโจทย์ที่เราได้จาก นิสา (นัท นิสามณี ยูทูบเบอร์ชื่อดัง) ที่เป็นรูมเมตสมัยเรียน 

“เรารู้สึกว่าทุกงานเป็นการชาเลนจ์ตัวเอง เรามีความสุขกับงานที่ทำ พอมีความสุขกับทุกงานแล้วการที่เราเจองานไม่ซ้ำกันเลย มันทำให้รู้สึกว่าทุกวันที่ตื่นมาแล้วได้ทำงาน มันมีไฟ มีความท้าทาย กลายเป็นความสนุกในทุกวันที่ได้ทำงาน” 

วิธีการทำงานของเธอ นอกจากการทำงานที่เร็วแล้ว ทอไหมยังชอบฟังและเก็บรายละเอียดจากคนรอบตัว โดยเฉพาะในเมื่อเวลาอยู่ท่ามกลางคนเยอะ ๆ เธอจะกลายเป็นคนที่พูดน้อยมาก และชอบฟังมากกว่า เพื่อเก็บรายละเอียดให้มาสร้างสรรค์งานเสื้อผ้ามากมายให้กับผู้ที่เธอจะส่งต่องานให้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหรือเซเลบริตี้ก็ตาม ตั้งแต่สมัยที่เธออยู่ประถม จนถึงตอนนี้ที่เธออายุ 31 ปี 

งานไหนที่คุณคิดว่าเป็นงานที่ทำให้รู้สึกนึกถึงตัวเองที่สุดคะ – เราถาม

“เราคิดว่าน่าจะเป็นงานยูนิฟอร์มโรงพยาบาล” ทอไหมตอบพร้อมรอยยิ้ม 

“ตอนนั้นเราต้องไปรับบรีฟจากบุคลากรทางการแพทย์ และมันทำให้เราคิดถึงตอนมัธยม ที่เราจะต้องเอาตัวเองเข้าไปใช้ชีวิตในโรงพยาบาล เหมือนในวันนั้นมันกลับกลายเป็นว่าหน้าที่เราในวันนี้ คือการที่ต้องกลับไปทำยูนิฟอร์มให้เขาเหล่านั้น ตั้งแต่บุคลากร พนักงาน ไปจนถึงอาจารย์แพทย์ เหมือนได้พูดคุย มันย้อนกลับไปว่าก่อนหน้านี้เราก็เคยมีชีวิตส่วนหนึ่งที่อยู่ในโรงพยาบาล เพื่อเตรียมตัวสอบเข้าคณะแพทย์” 

แล้วถ้าสมมติว่าวันนี้คุณเป็นหมอ คุณคิดว่าชีวิตตอนนี้เป็นแบบไหน – เราถาม

“เราก็คงจะซิ่วอยู่ดี ถ้าเข้าไปเรียนแล้วมันไม่ใช่ เราก็จะหยุดมันทันที แล้วหาทางใหม่ในสิ่งที่ตัวเองชอบ” 

ในตอนนั้น ทอไหมได้ลุกขึ้นยืน แล้วเริ่มต้นพาเราไปเดินทางตามหาเรื่องราวที่ซ่อนไว้ในเบื้องหลังของชุดแต่ละชุด เธอพาเราไปพบกับชุดราตรีของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก พร้อมเล่าว่า 

“นี่คือชุดที่ทำให้เราใจเต้นที่สุด เพราะใบเฟิร์นจะไปรับรางวัลนาฏราชเมื่อสองปีที่แล้ว จากเรื่อง ใบไม้ที่ปลิดปลิว” 

“ตอนนั้นทั้งเรา ทั้งตัวน้องและผู้จัดการไม่รู้หรอกว่าจะได้รางวัลมั้ย แต่ในเมื่อน้องได้เสนอชื่อเข้าไปแล้ว เราก็อยากให้น้องสวยที่สุด นั่งคุยกันหลายวันมากว่าจะทำชุดยังไงดี ให้น้องใส่สีอะไร เพื่อที่จะไปงานแล้วรู้สึกว่า ต่อให้ได้หรือไม่ได้รางวัลนี้ น้องจะต้องสวยที่สุดในวันนั้น ก็เป็นชุดในสไตล์ที่น้องไม่เคยใส่ พอน้องได้รางวัล เราได้เห็นชุดเราขึ้นไปในโมเมนต์ที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งของชีวิตน้อง รู้สึกว่าเป็นงานที่เราภูมิใจมาก ๆ งานหนึ่ง” ทอไหมยิ้ม 

ตัดคืนเดียวไหมคะ

“ใช่ค่ะ ชุดนี้ตัดคืนเดียว”

ทอไหม ดีไซเนอร์จากนครศรีฯ ที่มีเดดไลน์เป็นความท้าทาย เจ้าของ #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดคืนเดียว
ทอไหม ดีไซเนอร์จากนครศรีฯ ที่มีเดดไลน์เป็นความท้าทาย เจ้าของ #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดคืนเดียว
ทอไหม ดีไซเนอร์จากนครศรีฯ ที่มีเดดไลน์เป็นความท้าทาย เจ้าของ #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดคืนเดียว

ใช่ค่ะ ชุดนี้ตัดคืนเดียว 

“จริง ๆ เดดไลน์มันกลายเป็นชีวิตประจำวันเราไปแล้ว กลายเป็นว่าทุกคนเข้ามาหาเราด้วยชาเลนจ์ที่เราทำได้ แล้วทุกคนจะบอกว่า ฉันรู้ว่าเธอทำได้ ฉันก็เลยให้เวลาแค่นี้ บางทีก็เจอเปลี่ยนแบบในข้ามวัน กลายเป็นว่านอกจากเราสนุกกับงาน ลูกค้าเองก็ดูสนุกเหมือนกัน อย่างล่าสุดเราต้องทำงานให้กับเกมเกมหนึ่ง ได้รูปต้นแบบมาไม่ค่อยชัด แต่ลูกค้าก็จะรู้ว่าต่อให้ได้รูปไม่ชัดมา เราก็ทำให้ได้” แล้วเธอก็ทำได้จริงอย่างคำที่ลูกค้าเชื่อมั่น

ทอไหมได้เสกชุดให้กลายมาเป็นปรากฏการณ์ทั้งในวงการบันเทิงและวงการแฟชั่น ดังเช่นชุดของนางงามที่ นัท นิสามณี ยูทูบเบอร์ชื่อดัง แต่งตัวตามนางงามที่ได้รางวัลเพียงชั่วข้ามคืน ทำให้เธอซึ่งในตอนนั้นเพิ่งจบการแข่งขัน Drag Race Thailand ซีซั่น 2 ใหม่ ๆ ได้ร่วมมือกันสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการบันเทิงไทย ด้วยชุดที่เหมือนนางงามบนเวทีใหญ่ไม่ผิดเพี้ยน และเกิดแฮชแท็ก #ใช่ค่ะชุดนี้ตัดวันเดียว ไปทั่วโซเชียลมีเดีย

แต่นั่นก็เป็นเหมือนดาบสองคม ท่ามกลางความสุขของการทำงาน ทอไหมต้องเผชิญกับโรคประจำตัวที่กำเริบขึ้นมาจากการพักผ่อนไม่เป็นเวลาตั้งแต่สมัยเรียน จนกระทั่งถึงอายุ 29 ปี 

“หัวใจเรากำเริบครั้งแรกน่าจะอายุประมาณยี่สิบเก้า” เธอเกริ่น

“จุดพีกที่สุดคืออยู่ ๆ หัวใจเราเต้นไม่ปกติ ก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นการพักผ่อนไม่พอ วันนั้นไม่ได้นอนมาประมาณสามหรือสี่วัน เรารู้สึกเหนื่อยง่ายจังเลย เลยบอกเพื่อนที่เป็นผู้ช่วยว่าขอไปพักแป๊บหนึ่งนะ แต่พอขึ้นไปนอนมันรู้สึกเหมือนร่างกายค่อย ๆ จมลง ค่อย ๆ จม พอจมปุ๊บ เราก็รีบกดมือถือโทรออก คิดว่าไม่น่าจะไหวแล้ว 

“เพื่อนก็พาไปโรงพยาบาลทันที พอไปถึงปุ๊บเหมือนหัวใจเราเต้นอยู่ประมาณสองร้อยสิบครั้งต่อนาที แล้วมันเต้นมาประมาณสามสี่ชั่วโมงแล้ว วันนั้นหมอบอกว่าเรากำลังเข้าสู่ภาวะหัวใจวาย ซึ่งเท่ากับว่าเราใช้ชีวิตเป็นรูทีนนี้มาสิบปีในการทำลายหัวใจและร่างกายของตัวเอง โดยที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นโรคหัวใจ เพราะเราคิดว่าไหว แล้วด้วยความที่เรายังเด็ก เอเนอจี้มันก็เยอะ ทุกอย่างสนุกไปหมด ทำงานมันสนุก ได้เจอเพื่อน ได้ทำงานที่มันท้าทายแล้วชาเลนจ์ตัวเอง พอสนุก มีความสุข เราก็มองข้ามการดูแลตัวเองไป แต่ตอนนี้ดูแลตัวเองมากขึ้นแล้วค่ะ”

จากนั้นมา ทอไหมเริ่มต้นทำงานที่เธอรักให้เป็นระบบมากขึ้น เธอเริ่มต้นเปิดบริษัทและมีผู้ช่วยร่วมทำงานมากขึ้น ทำให้ ทอไหม สตูดิโอ เต็มไปด้วยชีวิตของผู้คนที่มีแพสชันเหมือนกัน เพื่อที่เธอจะได้ทำงานที่รักต่อไป ควบคู่ไปกับการรักษาสุขภาพให้เป็นระบบมากขึ้นเช่นเดียวกัน 

ตัวตน เวทมนตร์ และความท้าทาย ของ ทอไหม-อภิญานันท์ จงภักดี เจ้าของ Tormai Studio

ทอไหม

นอกเหนือไปจากการเสกงานได้ในชั่วข้ามคืน ทอไหมยังมีชื่อเสียงในฐานะผู้เข้าแข่งขัน Drag Race Thailand และได้เสกชุดให้กับตัวเธอเองด้วย

“ชุดแรกที่เราทำให้ตัวเองน่าจะเป็นชุดออดิชัน แล้วก็เป็นชุดที่ถ่ายโปสเตอร์ก่อนถ่ายรายการ”

ตัวตน เวทมนตร์ และความท้าทาย ของ ทอไหม-อภิญานันท์ จงภักดี เจ้าของ Tormai Studio

ในรายการ ทอไหมได้เสกชีวิตให้กับ ‘ทอไหม’ ขึ้นมา เป็นอีกหนึ่งตัวตนที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นมาก่อน และได้ผสานกับเสื้อผ้าจนกลายเป็นอีกหนึ่งชีวิตจริง ๆ ที่เธอวางคาแรกเตอร์ให้กับการพัฒนาของทอไหมในทุก ๆ ตอนของรายการ 

“ถ้าพูดถึงชุดที่ชอบที่สุดในรายการ คงเป็นชุดโปสเตอร์ เพราะชุดโปสเตอร์เป็นคีย์เวิร์ดที่บอกเล่าเรื่องราวและความเป็นคาแรกเตอร์ของทอไหมได้ดีที่สุด ในการที่เราค่อย ๆ ตกตะกอนแล้วตั้งโจทย์กับตัวเอง มันคือคีย์ลุคที่จะเล่าเรื่องราวให้เราได้”

ทอไหมเปิดรูปให้เราดู แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องราวเบื้องหลังว่า “นี่คือผ้าไหม เพราะเราวางคาแรกเตอร์ว่าเราคือทอไหม ทอไหมในรายการคือสาวคันทรี่จากต่างจังหวัด ผู้โตมากับการใส่เสื้อผ้าและทุกอย่างที่เป็นของในท้องถิ่นตัวเอง เอเลเมนต์ทุกอย่างมีความเป็นเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เขาเข้ามาในเมือง ในกรุงเทพฯ ในเมืองหลวง เพื่อจะเรียนรู้ความเป็นสาวกรุงเทพฯ ความเป็นแฟชั่น ค่อย ๆ ซึมซับความเป็นแฟชั่น แล้วหาตรงกลางระหว่างแฟชั่น ความเป็นคันทรี่ และความเป็นพื้นบ้านของไทย เพื่อเป็นตัวเอง” 

สำหรับทอไหมแล้ว เธอได้หยิบจับความเชื่อที่มหัศจรรย์ให้กลายเป็นรายละเอียดต่าง ๆ สุดพิเศษ เธอมองว่าความเชื่อของไทยเป็นสิ่งมหัศจรรย์จากจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ที่กลายเป็นพญานาค และในอนาคตมันจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่นได้เช่นกัน 

“คนไทยเอาความไม่สมบูรณ์ที่สวยงามมาสร้างมูลค่าได้ นี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ก็คือเสน่ห์ คงจะน่าเสียดายนะ ถ้าเรามองเพียงแค่มุมมองว่ามันเป็นเรื่องงมงาย”

นับตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ทอไหมยังคงเชื่อในการหยิบจับสิ่งเล็ก ๆ ให้กลายมาเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ตัวตนในวันแรกที่เธอชื่นชอบ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ยังคงอยู่เสมอ รวมถึงความมหัศจรรย์เล็ก ๆ จากประวัติศาสตร์ที่เธอได้หยิบสรรขึ้นมากลายเป็นเรื่องสุดพิเศษ

นั่นทำให้ทอไหมในวันนี้ คือทอไหมที่เติบโตขึ้น และยังคงมีไฟอยู่เสมอ 

“สำหรับเราในวันนี้ ทอไหมคือคนที่มีความรักการทำงาน มีแพสชันในการใช้ชีวิต และมีไฟในทุกวัน เราคิดแค่ว่าในทุก ๆ วัน เราได้ตื่นขึ้นมาทำในสิ่งที่ชอบ เรามีความสุขแล้ว การได้เงินหรือได้ผลตอบรับที่ดีมันคือผลกำไร ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของการได้ทำในสิ่งที่รัก เลยเป็นกำลังใจที่ทำให้เราอยากจะตื่นขึ้นมาทำมันทุก ๆ วัน”

เพราะในทุก ๆ หนทางที่ได้ก้าวเดิน ทอไหมค้นพบความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ 

“ต่อให้ลูกค้าไม่ชาเลนจ์เรา เราก็ยังอยากชาเลนจ์ตัวเองในทุก ๆ วันนะ” 

และนี่คือการเดินทางของทอไหม จากวัยประถม จนถึงเธอในวัย 31 ปี 

ที่เวทมนตร์ยังคงอยู่ในทุกเส้นไหมเสมอ 

และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

ตัวตน เวทมนตร์ และความท้าทาย ของ ทอไหม-อภิญานันท์ จงภักดี เจ้าของ Tormai Studio
ตัวตน เวทมนตร์ และความท้าทาย ของ ทอไหม-อภิญานันท์ จงภักดี เจ้าของ Tormai Studio

Writer

Avatar

ฐาปนี ทรัพยสาร

อดีตนักเรียนหนังสือพิมพ์ที่ก้าวเข้าสู่วงการประชาสัมพันธ์ ผู้เชื่อมั่นว่าตัวอักษรสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ หลงใหลในวัฒนธรรมและมนุษย์

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ 

หลายคนคงไม่คุ้นเคยกับการที่ชื่อของเธอต่อท้ายด้วยชื่อจริงและนามสกุลเท่าไหร่ เพราะในหลายบทความ หลากบทสัมภาษณ์ ชื่อของเธอมักถูกพ่วงมาด้วยนามสกุลที่ติดตัวมานานกว่า 6 ปีว่า อร (อดีต) BNK48

อรอุทิศช่วงเวลากว่าครึ่งของวัยรุ่นตอนปลายและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นให้กับการเป็นไอดอล โดยไม่ยอมให้ภาพลักษณ์ใสซื่อมากีดกันตัวตนของเธอ อรเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ และตะโกนบอกความต้องการของตัวเองเสมอ นั่นทำให้เธอไม่เคยหลบอยู่ใต้แสงไฟ

ตั้งแต่การเป็นเซนเตอร์เพลง RIVER ในอัลบั้มแรกของวง ดีไซน์เสื้อผ้าร่วมกับ atmos bangkok ในโปรเจกต์ crush ORN you คว้ารางวัลจากเวที KAZZ awards 2 ปีซ้อน (2020, 2021) และออกพ็อกเกตบุ๊กท่องเที่ยว ORN THE WAY ก่อนจะประกาศจบการศึกษาในเวลาต่อมา

หรืออาจเป็นเพราะค่ายไม่ได้มองเธอในฐานะไอดอลตั้งแต่แรก 

ความจริงคืออรถูกปั้นมาให้กลายเป็นดั่ง ‘อั้ม พัชราภา’ ประจำวง

ปัจจุบัน อร ในวัย 25 ไม่ได้รับบทเป็นใครทั้งนั้น นามสกุล 6 ปีถูกถอดทิ้งไป เธอนั่งแท่นเป็นผู้บริหารค่าย UNEQ Entertainment ที่เพิ่งเปิดตัวสด ๆ ร้อน ๆ สนุกกับชีวิตใหม่อย่างสมเป็นอร และใช้เวลาว่างไปกับการอ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน แบบที่ตอนเป็นไอดอลทำไม่ได้

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

ORN that day

อะไรคือความทรงจำแรกที่นึกถึงถ้าพูดถึง BNK48

นึกถึงตอนเดบิวต์ที่เราฝึกหนักมาก ๆ ทุกวันเป็นของ BNK ไม่มีอะไรแทรกเข้าไปได้

ทำไมนึกถึงความทรงจำนั้น 

เพราะรู้สึกว่า จะเติบโตได้ต้องมีรากฐานที่ดี ก็เลยจะนึกถึงรากฐานของตัวเองเสมอ สิ่งที่เราทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด มันเติบโตมาเป็นต้นไม้ที่สวยงาม

แล้วต้นไม้ที่เติบโตมาอย่างสวยงามตลอด 6 ปี มีความรู้สึกอยากแกรดสักครั้งไหม

มีค่ะ ไปคุยเรียบร้อยเลย เพราะคิดว่าอยู่ข้างนอกเติบโตได้ดีกว่าตรงนี้ เบอร์มั่นมาก (หัวเราะ) 

คนข้างนอกพูดกับหนูเสมอ แม้แต่คนข้างในเขาก็จะพูดประมาณว่า อรไปได้ดีในวงการนะ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ BNK แล้วก็ตาม แต่หนูก็แอบหวั่น เฟลจากหลาย ๆ อย่าง อันดับเลือกตั้งตกด้วย แอบเถียงในใจว่า ถ้าอยากสนับสนุนก็สนับสนุนตั้งแต่หนูอยู่ในวงสิ 

แล้วก็ค่าฉีกสัญญาแพงมากค่ะ หนูเลยไม่ฉีกดีกว่า (หัวเราะ) อาจจะเป็นลูกรักลูกชังแหละ หนูก็เลย โอเค กลับลำก็ได้

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

นอกจากค่าฉีกสัญญา เหตุผลอะไรที่ทำให้ยังอยู่ต่อ

แฟนคลับด้วย เพื่อนด้วย อยากจบพร้อมเพื่อน อีก 2-3 ปีก็จะหมดสัญญาแล้ว

อรจินตนาการภาพวันสุดท้ายของการเป็น BNK ไว้ยังไง

หนูคิดมาตลอด (หัวเราะ) ก็เลยไม่ได้ใจหายขนาดนั้น ทำใจมาเป็นปีแล้วค่ะ

พอวันสุดท้ายมาถึงจริง ๆ เหมือนที่คุณคิดไว้ไหม

แตกต่างนะ คิดไว้ว่าต้องอาลัยอาวรณ์กว่านี้ (หัวเราะ) แต่ช่วงหลัง ๆ งานรุ่น 1 เยอะมาก จนไม่ได้เทกไทม์ในการเศร้าหรืออะไร 

Jiwaru DAYS เนี่ย เป็นซิงเกิลสุดท้ายที่เต้นยากมาก หนูให้เลย Top 3 ของ BNK ที่เต้นยากที่สุด เพราะใช้เวลาจำ 4 วันแล้วขึ้นเลย คือวันแรกรับท่าก็เอ๋อไปแล้ว ต้องทำการบ้านเยอะมาก 

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

เขาแกล้งให้เกิดการจดจำรึเปล่า

เป็นไปได้ หรือเขาแกล้งวะ (หัวเราะ)

เราไม่ค่อยได้เจอเพื่อนเท่าไหร่ พอรวมกันทีก็เป็นอะไรที่ เออ เดี๋ยวตี เดี๋ยวทะเลาะ เราก็นั่งดู (ปรบมือ) เป็นโรงเรียนหญิงล้วนของจริง ใช้เวลาอยู่กับเพื่อน แล้วก็ซ้อม แล้วก็เหนื่อย เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป เดี๋ยวมันก็จะจบละ อีกนิดเดียว คอนเสิร์ตสุดท้ายแล้วเนี่ย แต่ก็เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจในพาร์ตที่ว่า เราก็อดทนเก่งเหมือนกันนะ คิดว่าเป็นโปรเจกต์จบแล้วกัน ออกไปก็สนามจริงแล้ว

โมเมนต์ที่ดีที่สุดคือตอนลงไฮโดรลิกไปแล้ว 19 คนที่แกรดนั่งกอดกันร้องไห้ แบบจบแล้วเว้ย ไม่คุยอะไรกันเลย เรานั่งอยู่เงียบ ๆ รู้สึกว่าภาพนั้นจะไม่มีอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ เพราะบางคนก็ออกจากวงการ บางคนไปเติบโตในทางของตัวเอง แล้วหนูก็ไม่มั่นใจว่า ในอนาคตจะจัดคอนเสิร์ตที่มีคนดูเท่านี้ได้ด้วยตัวคนเดียวรึเปล่า มันเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตวัยรุ่นของเราจริง ๆ 

เช้าวันแรกที่ตื่นมาไม่มีนามสกุล BNK48 อีกแล้ว รู้สึกยังไง

รู้สึกแบบ เราออกจริงเหรอ ช่วงที่หยุดงานก็จะฟุ้งซ่าน ปกติจะมีซ้อม มีนู่นมีนี่ ไม่ค่อยว่าง แต่พอไม่มีแล้วแปลก ๆ ปกติจะส่อง #ornbnk แต่นี่ต้องรีบตั้งใหม่เป็น อรอุ๋ง อย่างการตั้ง OpenChat ก็ไม่รู้หรอกว่าการต้องรับมือกับแฟนคลับเป็นยังไง ปรับตัวไม่ถูก ต้องมานั่งปิดการแจ้งเตือน เป็นการเรียนรู้ใหม่ทั้งเราและแฟนคลับ

แล้วก็ตอนออกจากกรุ๊ปไลน์ BNK ที่มีเป็นร้อย ตั้งแต่งานแรกยันงานสุดท้าย คือนั่งไล่ Leave Leave Leave

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน
อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

ใช้เวลานานไหม

นาน เพราะเรากลับเข้าไปดู เซฟรูปบางรูป มีความอ้อยอิ่งในการร่ำลา หรือนี่คือความรู้สึกของคนที่อกหัก เพิ่งเลิกกับแฟน ต้องมาลบแชต เนยก็บอกเหมือนอกหัก 

การออกกรุ๊ปใหญ่เป็นเรื่องยากที่สุด เราใช้เวลาประมาณ 4 วัน รอดูว่าใครจะออกคนแรก (หัวเราะ) พอมีคนออกแล้วนี่ก็แบบ ต้องทำยังไงวะ ยิ่งพวกกัปตันทีมจะต้องมีการเขียนยาว ๆ แต่หนูกดออกเลย

สมเป็นอร

(หัวเราะ) 

รู้สึกว่าเดี๋ยวเราก็เจอกัน ไอจีเราก็เห็นกัน แล้วการอันฟอล BNK ก็เหมือนเป็นการเคลียร์ชีวิตด้วย

ไม่ใช่ไม่ชอบหรือว่าอะไร แค่ไม่อยากติดตามแล้ว ช่วงแรก ๆ เราไม่ได้อยากเห็นวงขนาดนั้น หนูก็เลยไม่รู้ข่าววงเลย หรือว่ามันคืออาการอกหัก

เสียใจไหมล่ะตอนนี้

ไม่เสียใจนะ แค่รู้สึกว่าไม่ใช่ที่ของเราแล้วก็เลยอันฟอล ไม่รู้เป็นการดีรึเปล่า

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

คิดว่าคือการจบการศึกษาจริง ๆ หรือเป็นการเริ่มต้นใหม่

เริ่มต้นใหม่ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการจบเลย ตราบใดที่เดินออกไป คุณยังมีนามสกุล BNK แม้เราจะไม่ได้พูดออกสื่อแล้ว แต่ก็ยังตามติดไปทั้งชีวิตอยู่ดี

ต้นปีก็คิดแล้วว่า เราต้องวางแผนยังไงต่อ จะหาคอนเนกชันยังไงดี เพื่อเรา เพื่อค่าย อ้อ ตอนนี้เปิดค่ายอยู่นะคะ ตอนแรกคิดว่าหมดสัญญา 21 ธันวาคมใช่ไหม จะปล่อยค่ายเลย วันที่ 23! แต่มันก็ดูน่าเกลียดไปไหมนะ

เอาจริงหนู Loyalty กับวงด้วย แม้แต่ผู้บริหารเองก็ตาม

จริงเหรอ

จริง แล้วก็เข้าใจความเป็นไปทั้งบทบาทเมมเบอร์ บทบาทของผู้บริหาร และแฟนคลับเอง เหมือนหนูเป็นตัวกลาง 

แต่การออกมาแล้วเปิดค่ายใหม่เป็นของตัวเอง หลายคนคงเข้าใจและคิดว่าถ้าเป็นอรก็ไม่แปลก

สมเป็นอร เออ เป็นพวกชอบเล่นใหญ่ (หัวเราะ) 

แค่รู้สึกว่าผู้จัดการที่ตรงตามความต้องการของเราเป็นสิ่งที่หายากมาก งั้นทำไมเราต้องเลือกผู้จัดการแค่คนเดียวล่ะ ในเมื่อเรารู้จักคนที่ดี ๆ มากมาย อย่างพี่แนน (ผู้จัดการ) ก็เป็นหนึ่งในนั้น อาจจะไม่ได้รู้จักกันนานมาก แต่หนูเห็นพี่แนนเป็นพี่ที่รัก เขาไม่เคยโกรธใคร เหมาะจะเป็นประสานงานในพาร์ตที่ต้องรับมือและแก้ปัญหา ต้องมีคนแบบนี้อยู่ในองค์กรของเรา แล้วก็ต้องมีคนที่เป็น Fighter คอยปกป้องเด็กอย่างพี่เหมา และมีพี่เอส ผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะคอยแนะนำว่าต้องทำยังไงให้ออกงานแล้วไม่จม หรือสคริปต์แบบไหนที่เหมาะสมกับเรา 

แล้วคุณเป็นอะไรในค่ายนี้ 

อร… เป็นเจ้าของค่ายค่ะ (หัวเราะ)

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

ORN progress

ค่าย UNEQ Entertainment ของอร มองว่าจะเป็นค่ายแบบไหน

ในมุมแรกเลย คิดแบบง่ายที่สุด แค่ลดหย่อนภาษีเฉย ๆ (หัวเราะ) เปิดค่ายไปเลยก็ดูยิ่งใหญ่ดี เป็นเมมเบอร์หนึ่งเดียวในนั้น อนาคตค่อยว่ากัน แล้วเพื่อน ๆ ก็เหมือนรู้ มีแบบ “ต้องการ Main Vocal ไปอยู่ในนั้นไหม” 

จากค่ายเล็ก ๆ ที่ใช้ลดหย่อนภาษี ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า ต้องจริงจังแล้ว เพราะมีคนอยากเข้ามา  

คิดว่าอะไรในตัวคุณที่ทำให้เพื่อน ๆ เชื่อมั่นและไว้วางใจ

แวบแรกหนูอาจเป็นคนหนึ่งที่เพื่อนคิดว่าน่าจะไปรอดในวงการ แต่ความจริงคือไม่มั่นใจขนาดนั้นนะ (หัวเราะ) 

วงการนี้น่ากลัวมาก เป็น BNK เหมือนมีหลังคามาครอบเอาไว้ เลยลดแรงกระแทกได้เยอะ แต่พอออกมาเองจริง ๆ มันต้องสู้ 300% แค่ 100% ไม่ได้ เราขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ไว้ใจ แอบอุ่นใจนิดหนึ่ง มีเพื่อนมาอยู่ด้วย ไม่ได้ต่อสู้เพียงคนเดียวบนโลกนี้ แต่ถ้าเกิดเพื่อนไปเจอทางที่มั่นคงกว่า เราก็ยินดี

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

ค่ายใหม่ของคุณจะช่วยแก้ปัญหาที่ไอดอลเคยเผชิญมาได้รึเปล่า

จะแก้ปัญหาวงการไอดอลไหม อันนี้ไม่ทราบได้ แต่การเชือดไก่ให้ลิงดูนั้น เราทำได้ 

แฟนคลับจะค่อนข้างเป็นห่วงเวลาเจออะไรที่ไร้สาระ หรือเรื่องที่มา Sexual Harassment หนูด้วย ซึ่งหนูเฉยมากเลย จริง ๆ มันไม่ควรเฉยเว้ย แต่หนูเจอแบบนี้มา 6 ปี แล้วค่ายหนูจัดการอะไรไม่ได้ พูดจริง ๆ ไม่สามารถทำอะไรได้ มันชินไปแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าคนพวกนี้มาทำอะไรชีวิตหนูได้ แค่อย่าเอาความคิดหยาบโลนของตัวเองมาป้ายคนอื่น

คือจะมองแค่เรื่องเพศอย่างเดียวเลยหรอวะ นี่ก็เลือก คนจะมาเป็นแฟนหนูแบรนดิ้งก็ต้องดีอยู่นะ เข้าใจปะ (หัวเราะ) อย่ามาคิดแทนค่า เปิดตัวเมื่อไหร่เดี๋ยวก็รู้ หรือเปิดตัวอีกทีมีลูก หนูคลอดแล้วค่า! 

ในมุมหนู มันเป็นสิทธิ์ที่เราพึงได้ เป็นสิทธิ์ที่ค่ายต้องปกป้องเราไม่ว่าทางใดก็ตาม เพื่อสภาพจิตใจ หรือหน้าตาของเราเองที่จะไม่โดนแบบนี้อีก เราแคปไว้หมดแล้ว มันต้องจับได้สักตัวแหละ เอาเงินเข้าค่ายสักหน่อย จะเชือดให้ดู

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

นอกจากเรื่อง Sexual Harassment ยังมีอะไรไม่เป็นธรรมที่อยากแก้ไขอีกบ้าง

นี่ก็ถามความเห็นเพื่อนว่ามาตรฐานของค่ายควรเป็นแบบไหน อยากมีอะไรเพิ่มเติมไหม และเราจะไม่ใช้คำว่าดูแลเป็นครอบครัว เราเป็นธุรกิจจริง ๆ นี่คือสิ่งที่เธอควรจะได้และเธอควรจะทำ

ซึ่งเพื่อนหนูทำได้อยู่แล้ว ประสบการณ์ 6 ปีในวงการบันเทิงหาไม่ได้ง่าย ๆ พูดตรง ๆ หนูคิดว่า BNK คือจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารในวงการบันเทิง ความกดดัน ทุกอย่าง แล้วยิ่งอยู่ต่ำเท่าไหร่ การที่เราจะไปสูงมันเร็วมากเท่านั้น เพราะมีแรงถีบเยอะ 

หนูว่าเด็ก BNK แม่งโคตรเก่งเลยว่ะ ถึงแม้จะไม่อยู่วงการบันเทิงแล้ว แต่จะมีสกิลบางอย่างที่ติดตัวไปตลอดชีวิตแน่นอน

ORN my way

หลังผ่านการเป็น BNK48 มาแล้ว รับมือกับเรื่องยาก ๆ ได้ดีขึ้นรึเปล่า

มีเรื่องใหม่ ๆ ที่ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา แค่คิดว่าเรารับมือกับอะไรที่ไม่ยุติธรรมได้ดีแน่ ๆ

คุณเป็นผู้หญิงที่ผ่านการต่อสู้มาเยอะ ในวัยเด็กคิดไหมว่าต้องมาถึงจุดนี้

คิด เพราะหม่าม้าเคยเป็นดาราตัวเล็กตัวน้อย แต่อากงไม่ให้เป็น เต้นกินรำกินไม่เหมาะกับครอบครัว ต้องเป็นคุณหมอ แล้วบ้านหนูก็เป็นบ้านหมอ ความฝันของหม่าม้าเลยมาตกที่ดิฉันที่เป็นผู้หญิง 

ตั้งแต่เด็กเขาเลยอยากให้หนูขึ้นเวทีตลอด ๆ ร้องเยอะ เต้นเยอะ มันเลยเป็นความฝันที่… เอาจริงตอนเด็กก็ไม่แน่ใจเป็นความฝันของหนูเองหรือของหม่าม้า แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเราชอบตรงนี้ ถึงไม่ใช่เพราะหม่าม้า หนูก็น่าจะอยู่วงการบันเทิง 

งั้นทำไมถึงเลือกมาเป็นไอดอล ไม่ใช่นักแสดง

อยากเป็นเกิร์ลกรุ๊ป (หัวเราะ) ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เกาหลีบุกประเทศไทย ฉันอยากจะเป็น ฉันจะทำให้ได้ ฉันจะส่งเดโม่ แล้วท่ามกลางเกาหลีก็มีญี่ปุ่นเข้ามา คิดว่าน่าสนใจดี ตอนสมัครก็มั่นใจว่าเราน่าจะได้แหละ ประมาณ 60% ดูจากคณะกรรมการ

แล้วอีก 40 ล่ะ

  40% ทำใจไว้ก่อน จะมั่นหน้าเกินไป (หัวเราะ)

อดีตอั้ม พัชราภา แห่ง BNK48 สู่ อร พัศชนันท์ ผู้บริหารค่ายที่อ่านนิยายจีนวันละ 50 ตอน

อรเป็นคนที่บอกความต้องการของตัวเองตลอดเวลาไหม

ใช่ แต่นี่เป็นสิ่งที่เพิ่งค้นพบมาเหมือนกันว่า ตะโกนเยอะก็ไม่ดี เพราะอาจจะมีบางคนที่เขาอยากเติบโต อยากโดดเด่นเหมือนกัน แต่เขาไม่กล้าพูด เขาจะอิจฉาคนแบบเรา หนูก็เลยไม่แปลกใจที่โดนอิจฉาบ่อย 

ความจริงก็คือ หนูไม่ได้แคร์ว่าเขาจะอิจฉาหรือไม่อิจฉา มานั่งด่าหนูหรือมานินทาลับหลังหนู แค่รู้สึกว่าการที่เขาคิดแบบนี้มันทำให้เขาไม่ไปไหนสักที ในเมื่อเธออิจฉาก็ทำให้ได้เท่าฉันสิ คือเราก็ไม่ได้เก่ง เรายังต้องเรียนรู้ตลอดเวลา มีพลาด มีคิดไม่ออก มีคิดไม่ถึง มีสิ่งที่เราต้องเรียนรู้

พี่ต้อม-จิรัฐ บวรวัฒนะ เขาพูดมาเสมอว่า “ผมนับถือคุณ ที่ให้รับผิดชอบงานเดี่ยวได้ เพราะว่าคุณทำ ไม่ใช่พูดอย่างเดียว” ง่าย ๆ แค่นั้นเลย

อย่าง ORN and ON ตอนแรกจะไม่ทำ แต่รู้สึกว่าควรมีผลงานสักชิ้นหนึ่ง หนูอยากให้แฟนคลับภูมิใจในตัวหนูเสมอ หนูเห็นเขาเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นพี่ เป็นน้อง เหมือนเด็กคนหนึ่งที่อยากทำให้พ่อแม่ชม อาจจะเป็นการคาดหวังที่ไม่ดีรึเปล่าก็ไม่รู้นะ

แล้วเอาตัวรอดยังไงในค่ายไอดอลที่เต็มไปด้วยกฎ

ทำตัวเป็นน้ำ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ

มีสักครั้งไหมที่ไปขวางเรือ

ก็ออกจากค่ายไงคะ (หัวเราะ) ครั้งเดียวจบเลย 

ORN my life

ตลอด 6 ปีของการเป็น BNK ถ้ามีคะแนนเต็ม 10 คุณเป็นตัวเองกี่คะแนน

6 เต็ม 10 เราพูดทุกอย่างที่คิดไม่ได้ขนาดนั้น

ถ้าเทียบกับเพื่อน ๆ คิดว่าคนอื่นได้กี่คะแนน

4 เต็ม 10 หนูคิดว่าเพื่อน ๆ ไม่ค่อยบอกความต้องการของตัวเองสักเท่าไหร่ หนูเด่นในการ Outstanding ออกมา แต่จริง ๆ แล้ว 6 คะแนนของเราคือธรรมดามาก 

ตอนอยู่ BNK ใครเป็นคนวางคาแรกเตอร์ให้คุณต้องเป็นคนแบบนี้

อยากรู้ว่าคนแบบนี้เป็นแบบไหน ในมุมของคนข้างนอก

เป็นผู้หญิงมั่นใจ มีความคิดเป็นของตัวเอง พูดจาฉะฉาน ไม่ค่อยยอมคน 

แต่ถ้าอะไรหยวนได้ก็หยวนนะ

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

ซึ่งค่ายเลือกให้หรือเราเป็นเอง

เป็นนิสัยหนูอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ค่ายวางให้หนูคือนักแสดงค่ะ ไม่ว่าจะอะไร เขาไม่ได้มองว่า หนูเป็นศิลปินเดี่ยว เกิร์ลกรุ๊ป เขามองว่าหนูเป็นนักแสดง

เพราะ

เขาบอกว่า อยากให้หนูเป็น พี่อั้ม พัชราภา (หัวเราะ) 

พูดจริง พี่ต้อมบอกว่า “ผมเห็นคุณเป็น อั้ม พัชราภา” วันแรกเขาบอกว่าหนูเป็นคนสวย (หัวเราะ) 

แล้วตอบกลับเขาไปว่าอะไร

หนูก็ อ๋อ ค่ะ อั้ม พัชราภา เลยหรอวะ เอาจริงหรอแม่ (หัวเราะ)

หนูอาจจะสวยสู้พี่เขาไม่ได้ แต่จะพยายามนะคะ ก็พูดไปอย่างนี้ แต่เขาวางแผนไว้ให้เป็นแบบนี้ ความเบอร์ใหญ่ ความแม่ เอาแซ่บ ๆ โต ๆ สาว ๆ ไปเลย  

ตั้งแต่ตอนออดิชัน เขาจะวางแล้วว่าคนนี้มีภาพลักษณ์แบบไหน คนนี้มาร้องเพลง เต้น หรือแสดง  

มองว่าตัวเองเป็น อั้ม พัชราภา ได้ไหม

ไม่นะ หนูไม่น่าเป็นพี่อั้มได้ 

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

ถ้าให้ตั้งชื่อตัวเองในวงการจะชื่อว่า

ตอนแรกหนูมีอยู่เกือบ 3 ชื่อ ชื่อจริง ๆ หนูคือแคทเธอรีน ซึ่งนี้มันเก่ามาก เพื่อนบูลลี่ บางคนไม่ยอมเรียกแคทเธอรีน แล้วอาเจ็ก น้องของพ่อ เขาชอบ ‘อรอนงค์ ปัญญาวงศ์’ หนูก็เลยชื่ออร

นี่คือที่มา แต่ก็อายที่ชื่ออรอยู่ดี รู้อย่างนี้ชื่อแคทเธอรีนดีกว่า แต่ตอนเด็กมันเลือกอะไรไม่ได้ไง 

แล้วชอบไหมที่แฟนคลับตั้งฉายาให้ว่าอุ๋ง

อรอุ๋ง ได้นะ รู้สึกเป็น อ อ่าง ๆ (หัวเราะ) ตอนนี้หนูก็ใช้อรอุ๋ง คนข้างนอกจะจำอรอุ๋งได้มากกว่าอร BNK แล้วแฟนคลับก็ไม่คิดด้วยว่าหนูจะใช้ชื่อนี้ เขาแบบ “อรอุ๋ง ฉันว่าไม่ใช่ แอคทวิตนี้มันไม่ใช่หรอก อรไม่อยากใช้อรอุ๋ง มันหนีอรอุ๋งมาตลอดทั้งชีวิต แล้วอยู่ดี ๆ จะมาใช้อรอุ๋ง” สุดท้ายก็คือ ใช่ว่ะ ใช่จ้า

อะไรที่อร BNK48 มักจะถูกถาม สัมภาษณ์ สงสัยเยอะที่สุด

ถ้าจากข้างนอกก็ ออกจากวงยัง (หัวเราะ)

ทำไมถูกถามบ่อย

หนูอาจจะลุคไม่เหมือนคนอยู่ BNK มั้ง เขาเลยสงสัยว่านี่ยังอยู่ในวงปะเนี่ย แต่จริง ๆ หนูอะกรีดเลือดออกมาสีม่วงเลยนะ

แล้วก็ที่โดนถามเยอะ คือ BNK ยังมีอยู่ไหม หลังจาก คุกกี้เสี่ยงทาย มีซิงเกิลอะไรล่ะ ทั้งที่ คุกกี้ฯ คือซิงเกิลที่ 2 เรามี 10 กว่าซิงเกิลแล้ว (หัวเราะ)

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน
ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

อะไรที่ได้มาจาก BNK แล้วทำให้อรเป็นอรทุกวันนี้

หนูว่า EQ หนูดีขึ้น แล้วก็รู้สึกว่า ผู้หญิงเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน (หัวเราะ) 

ความเป็น BNK คือ ผู้หญิงละเอียดอ่อน เดินไปห้องน้ำช้า เดินเป็นแก๊ง ไปเข้าห้องน้ำคนเดียวไม่ได้ หรือต้องอ้อยอิ่งนิดหนึ่ง หนูไม่เข้าใจ อย่างตาหวานก็บอกว่า “ตอนแรกเอ็งนี่มันตัวตึงอยู่นะ” ไม่แปลกที่น้องกลัว แต่ในระหว่างทางไม่ได้สวยงามขนาดนั้นเลย ก็เลยกลับมามองตัวเองว่า ไม่ใช่ให้คนอื่นมาปรับตัวกับเรา เราควรปรับตัวกับคนอื่น ปัญหาอยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่เขา

เรามี EQ มากขึ้น มี Human Skill มี Empathy เป็นสิ่งที่ควรมีในตัวทุกคน ไม่ได้หมายความว่าเราจะอ่อนลง เราแค่เข้าใจผู้อื่น แล้วก็เป็นผู้ฟังมากขึ้น เพราะจริง ๆ คนเราขาดคนฟัง ส่วนใหญ่เราจะมีแต่คนพูด แล้วพอเราเปิดใจฟัง เรารู้สึกได้มากกว่าที่พูดซะอีก การเป็นผู้ฟังที่ดีเป็นสกิลที่ยากมาก 

แล้วการเป็น BNK ทำให้อรเสียอะไรไปบ้าง 

เมมเบอร์ BNK คงจะตอบว่าเสียสละช่วงเวลาวัยรุ่นค่ะ ซึ่งมันจริง จริงแน่ ๆ 

เราเสียช่วงเวลาอยากสนุกไป เช่น หนูเพิ่งไปสถานบันเทิงเริงรมย์ตอน 25 ขวบ เพื่อนก็ถาม จริงหรอมึง นี่ก็แบบ จริง ฉันเพิ่งรู้สึกกล้าที่จะทำอะไรอย่างนี้

ถ้าย้อนกลับไปหนูก็อยากเดินจับมือแฟนที่สยาม เพราะหลังจากนั้นมันไม่มีทางที่จะทำได้อีก คือหนูทำอย่างอื่นเยอะมากจนคิดว่า ถ้าสิ่งที่… (นิ่งคิด) ที่รู้สึกเสียดายน่าจะเป็นเรื่องความรัก หนูอยากมีแฟน 

แต่ถึงยังไง หนูก็ไม่น่าจะเปิดตัวแฟน มันไม่คุ้ม (หัวเราะ) หนูไม่อยากให้คนมานั่งเสิร์ช ‘อร พัศชนันท์ แฟน’ 

พอเป็นดารา เราถูกโฟกัสมาตลอด ไม่ว่าทำอะไรคุณจะโดนนับเป็นสถิติเสมอ อรเลือกตั้งอันดับที่เท่าไหร่ เป็นดารา Top 10 ในไทยไหม มีรายได้เท่าไหร่ หนูเลยรู้สึกว่า ไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวมาให้โดนแสล็น เลยคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าเปิดตัว

มีอะไรที่ค้างคาหรือยังไม่ได้ทำในฐานะ BNK อยู่ไหม

ไม่มีค่ะ หนู Complete ทุกอย่างแล้ว เพราะเป็นสิ่งที่คิดมาเหมือนกันว่า เราเหลืออะไรอีกวะ กัปตันก็ไม่ได้อยากเป็น พูดจริง ๆ เลยตัดไป เซนเตอร์เป็นแล้ว แถวหน้า แถวกลาง แถวหลัง เป็นหมดแล้ว พรีเซนเตอร์เป็นหมดแล้ว 

เพลงใหม่ BNK ไง Iiwake ​Maybe โอ้ย เสียดาย ฉันอยากใส่ชุดลายสก็อตสีแดง 

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

งั้นต่อจากนี้คนคุยกับอรเรื่องอะไรถึงจะสนุกที่สุด

หนูชอบ Deep Conversation นะ ตอนนั้นเจอ พี่บาส ณัฐวุฒิ ที่งานแต่ง เขาถามว่า “สิ่งที่ได้จาก BNK คืออะไร” เป็นคำถามจากคนที่รู้จักกันครั้งแรก มา! มวยถูกคู่ว่ะ หนูชอบอะไรอย่างนี้ แต่ถ้าคนไหนปิดใจ หนูก็จะไม่ถามต่อ เปลี่ยนเรื่องอื่น เอาจอย ๆ แทน 

แล้วคุยกับตัวเองบ่อยไหม

บ่อย แต่ไม่ได้คุยออกมานะ คุยในความคิด แล้วหนูเพิ่งค้นพบวิธีที่แยกความคิดตัวเองคือ เขียนลงไป ช่วงนี้ก็จะมีไดอารี่

ส่วนมากสิ่งที่จดลงไปเป็นเรื่องอะไร

เรื่องค่ายหมดเลยค่ะ น้องคนนี้ต้องการแบบนี้ ๆ เป็นไปได้ไหม ทุกคนต้องมานั่งคุยกันว่าอะไรทำได้ไม่ได้

ชีวิตจะมีแต่เรื่องงานไหมนะ

การได้กินกาแฟแก้วหนึ่งก็มีความสุขแล้ว หนูรีแลกซ์ได้ หรือการได้มาทำหน้า กินไส้ย่างกับเพื่อนต่อ ฉันจะหาทางเติมพลังของฉันเอง หนูเป็นพวกชอบทำงาน อย่างตอนนี้ติดนิยายจีนก็มีความสุข อ่านไป 400 กว่าตอนแล้วค่ะ บัลลังก์หมอยาเซียน บอกชื่อเลย

เล่าให้ฟังหน่อย

เจอบนเฟซบุ๊ก แล้วหนูก็ไปอ่านเรื่องย่อ สักพัก อ้าว ติดว่ะ มี 2,000 กว่าตอน หนูอ่านไป 400 นี่ยังไม่ถึงครึ่งเลยนะ (หัวเราะ) หนูใช้วันหยุดปีใหม่ไปกับการอ่านนิยายและการนอน

ถ้าสมมติอ่านถึงตอนที่ 1,900 แล้วเขาบอกว่าจะเลิกแปล

ร้องไห้! เพราะมันติดแล้วอะ แล้วจะจบยังไงวะ หรือยังเขียนไม่จบ หนูก็เลยพยายามเบรกตัวเองให้อ่านช้า ๆ ลง แต่ก็ไม่ได้ ไม่รู้พี่ได้ประโยชน์จากการสัมภาษณ์นี้ไหมนะ แต่หนูคงจะเป็นภาวะซึมเศร้าหลังอ่านนิยายจบ หนูไม่อยากให้มันจบเลย

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

คุณเคยให้สัมภาษณ์ว่าอยากแต่งงานก่อนอายุ 30 ตอนนี้ยังอยากอยู่ไหม

(หัวเราะ) โอย หนูว่าหนูได้แต่งงานหลัง 30 

ก็ขนาดตอนนั้นยังให้สัมภาษณ์เลยว่าแพ้แอลกอฮอล์ แล้วหนูเพิ่งไปเที่ยวผับตอนอายุ 25 ค่า เราต้องอัปเดตเนาะ 

พูดไปจะโดนด่าไหมวะ ความรักมันเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน แต่หนูเป็นคนรักจริง ถ้าเปิดตัวก็คงแต่ง คงมั่นใจในระดับมากแล้ว และแบรนดิ้งก็อาจจะต้องดีมากด้วย จริง ๆ หนูเป็นคนสบายนะ แค่ต้องการคนที่รับได้กับการที่หนูนอน 14 ชั่วโมง หรือการที่…

อ่านนิยายวันละ 50 ตอน 

ใช่! หนูโลกส่วนตัวสูงมาก เคยคิดว่าถ้ามีแฟนแล้วต้องสร้างบ้านด้วยกัน คงต้องสร้างห้องแยก หนูกับเขา แล้วก็มีห้องของเราเป็นเบสหลักในการนอน เช่น หนูกลับดึกก็กลัวรบกวนการนอนเขารึเปล่า หนูคิดเยอะไปหมดเลย เพราะหนูแค่อยากเปิดตัวคนนี้แล้วแต่งเลย เหมือนซงฮเยคโย 

ส่วนแบรนดิ้งดีที่ว่าก็คือ ผู้ชายไม่มีข่าวเสียหาย หรือเจ้าชู้ มีแฟนคลับเคยมาจับมือแล้วก็บอกว่า “อรจะมีแฟนเป็นใครก็ได้ พี่ไม่ว่า จะรวยหรือจะจน ขอแค่อย่าทำร้ายอร พี่ไม่อยากเห็นข่าวอรโดนซ้อม” ถ้าจะมีแฟนก็ต้องเป็นคนที่ไม่มีคำครหาว่าคนนี้ไม่เหมาะสม 

แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าหนูจะรักคนนี้จริง ๆ ไม่ว่าจะยังไง แบรนดิ้งไม่ดี มันก็รักแหละค่า 

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

คิดถึงขั้นมีครอบครัวเลยเหรอ

หนูอยากมีลูก แต่ก็แอบกลัวว่าถ้าเกิดมาในสังคมตอนนี้อาจไม่แฟร์กับลูกเท่าไหร่ โทษนะ เจอ PM 2.5 เจอโควิด เจอผู้นำประเทศแบบนี้

หนูคิดว่าคงเลี้ยงลูกแบบเพื่อน ถ้าจะมีก็มี แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร คงต้องถามสามีว่าอยากมีลูกไหม แต่ถ้าอยากมีลูกเป็นคอกก็ไม่เอา นั่งอ่านนางเอกใน บัลลังก์หมอยาเซียน ก็คือแฝดสาม (ถอนหายใจ) แต่ถ้าอยากให้เลือก… อยากได้ผู้ชายมากกว่า เพราะว่าผู้หญิงเสียเปรียบในสังคม ขนาดในวงการบันเทิงยังเสียเปรียบเลย

แค่รู้สึกว่าถ้ามีลูกมันควรมีตอนนี้ แต่ตัวเองก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จะไปเลี้ยงลูกได้ไงวะ

ขอความสามารถพิเศษ 1 อย่างที่คนไม่รู้เกี่ยวกับคุณ

นอนได้เกินวันละ 14 ชั่วโมง

ไม่กินข้าวก็ได้ แต่ขอหลับ ถ้านอนเที่ยงคืน หนูตื่นอีกที 5 โมงก็ได้ ถ้าเกิดวันนั้นว่างจริง ๆ 

ถ้าได้จับมืออร BNK เป็นเวลา 8 วินาที จะบอกอะไรกับเธอ

แวบแรกคือ ในชีวิตนี้หนูไม่มีทางไปงานจับมือ (หัวเราะ) พูดตรง ๆ ไม่มีทาง 

แต่ว่าถ้าต้องไปจับอร BNK…

ภูมิใจในตัวเองเข้าไว้นะ จะใช้คำนี้ แค่นี้แหละค่ะ

ชีวิตหลัง BNK48 ของ ‘อร พัศชนันท์’ ผู้บริหารหน้าใหม่ที่เข้าผับตอนอายุ 25 อยากมีแฟน และใช้เวลา 14 ชั่วโมงไปกับการนอน

Writers

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load