ข้างๆ ฉันคือ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง

หลังส่งเทปแคสบทสั้นๆ ที่ตั้งกล้องถ่ายในร้านข้าวต้มไปตอนสี่ทุ่ม รู้ตัวอีกทีก็กำลังนั่งให้พี่ช่างแต่งหน้าตบแป้งเตรียมเข้าฉาก

“หลังจาก ฉลาดเกมส์โกง ก็ไม่ค่อยเห็นออกแบบเลย ช่วงที่ผ่านมาไปทำงานอะไรสนุกๆ มาบ้าง” ฉันใช้จังหวะที่พี่ช่างแต่งหน้าหันไปเลือกสีลิปสติกยิงคำถาม ก่อนจะถูกขอให้เม้มปากเพื่อเกลี่ยสีที่ปากให้เสมอกัน โดยไม่ลืมชำเลืองไปยังจุดที่ผู้กำกับนั่งอยู่ เตรียมการในใจแล้วว่าถ้า เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ หันมามองพอดี จะชูมือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจที่วันนี้ไม่ได้หยิบเครื่องอัดเสียงติดตัวมาเหมือนทุกครั้ง

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

“เราไปทำงานที่จีนมา” เสียงเครื่องเป่าผมดังกลบเสียงของออกแบบ

อยู่ๆ จิตวิญญาณก็เหมือนถูกปลุกขึ้นมา ฉันเลิกจดจ่อกับบทพูด 5 ประโยคของตัวเอง แล้วยกเก้าอี้ไปนั่งชิดกับออกแบบซึ่งนั่งเตรียมเข้าฉากอยู่ข้างๆ กัน

มีเรื่องที่แฟนๆ ชาวจีนทำรูปปั้นครูพี่ลินไว้บูชาขอพรช่วงสอบ มีเรื่องการทำงานที่จีน ความมืออาชีพในการถ่ายทำ และวัฒนธรรมฟานฟานในกองถ่าย ตัดสลับรับกันพอดีกับช่วงพักกองเปลี่ยนมุมกล้อง 

เดิมตั้งใจจะเก็บเรื่องราวข้างล่างนี้ไว้กับตัว จนกว่าจะถึงวันที่ 26 ธันวาคม หรือวันที่ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เข้าฉายวันแรก 

แต่เราอยากให้ผู้อ่าน The Cloud ได้รู้จักออกแบบก่อน 

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

ออกแบบเป็นเด็กสาวอายุ 23 ปี ที่เริ่มต้นบทบาทนางแบบเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ก่อนดังเป็นพลุแตกขึ้นแท่นนางเอกพันล้านจากบทครูพี่ลินใน ฉลาดเกมส์โกง โกอินเตอร์ได้ทำงานที่ประเทศจีนในบทบาทนักแสดง และกำลังจะมีผลงานล่าสุด ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

เท่าที่สัมผัสตัวตนออกแบบในเวลาสั้นๆ เราพบว่าการ Go Inter ที่จีน (ชื่อประเทศ) ของเธอ ส่งต่อ Go Inside หรือการเติบโตข้างในอย่างมาก เธอทำให้เราเชื่อว่าเป็นจีน (ชื่อตัวละคร) อย่างมีนัยยะสำคัญ

ก่อนพี่เต๋อจะสั่งเทคเราอีกรอบ ออกแบบ เธอช่วยบอกวิธีจำบท 5 ประโยคทีนี้ได้ไหม

“ไม่ต้องจำ พี่แค่ต้องเข้าใจว่าทำไมตัวละครพูดแบบนี้และมันจะจำได้เอง ยิ่งจำยิ่งพูดไม่ได้” และเราก็ได้รู้ว่า การเป็นนักเขียนก็ไม่ได้แย่เสมอไป อย่างน้อยก็ง่ายกว่าเป็นนักแสดงเป็นไหนๆ

จีน

จีน (น.) 1. ชื่อประเทศและชนชาติหนึ่งอยู่ในเอเชียตะวันออก

หลังจาก ฉลาดเกมส์โกง หรือ Bad Genius เข้าฉายในประเทศจีน ออกแบบก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น ถึงขนาดมีแฟนๆ ทำรูปปั้นตัวละครครูพี่ลินไว้บูชาช่วงสอบ

ต่อมาได้รับการทาบทามให้เข้ารับบทนางเอกในภาพยนตร์ Blooming Blossom ซึ่งชื่อยังไม่เป็นทางการ เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากละครเวที The Secret Musical (2018) ของ Jay Chou ดัดแปลงจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันของไต้หวันซึ่งฉายครั้งแรกเมื่อปี 2007

เรื่องราวความรักสามเศร้า ของหญิงสาวที่ฐานะทางบ้านไม่ดี ประสบอุบัติเหตุและชีวิตเปลี่ยนไปเพราะคนที่ขับมาชนรับผิดชอบ และจากเหตุการณ์รถชนครั้งนั้นทำให้เธอความจำเสื่อมกลายเป็นอีกคนหนึ่ง ใช้ชีวิตเรื่อยมาจนพบกับพระเอก ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรอเข้าฉายที่ประเทศจีน

“ชีวิตช่วงนั้นเหมือนอ่านหนังสือสอบทุกวัน นอกจากเรียนภาษา ต้องมีเรียนเปียโนและกีตาร์ และต้องพูดจีนทั้งเรื่อง แม้จะมีการอัดเสียงทับเข้าไปแต่ปากก็ต้องตรง ไม่เหมือนซีรีส์ที่เราพูดไทยได้เลย ซึ่งคำศัพท์เยอะมาก ตอนทำงานจะมีล่ามประกบ และในแต่ละวันพอถ่ายเสร็จก็คุยกับล่ามต่อถึงฉากพรุ่งนี้” ออกแบบเล่าชีวิตที่ถ่ายทำภาพยนตร์ 10 ซีนต่อวันเป็นเวลาเดือนกว่าอย่างย่นย่อ

ผลงานอีกเรื่องเป็นซีรีส์ล่าสมบัติสมัยใหม่ ความยาว 36 ตอน

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

“แสดงว่าติดใจการทำงานที่จีนแล้วใช่ไหม” เราถาม

ออกแบบซึ่งหลบแดดในร่มข้างกันรีบตอบเหตุผลที่ตัดสินใจรับบทนำในซีรีส์โรแมนติก-ไซไฟเรื่องนี้ แม้จะทำให้เสียโอกาสทำงานอื่นๆ เพราะต้องอยู่ประเทศจีนถึง 4 เดือน แต่นี่เป็นโอกาสเดียวเธอได้ทำทุกอย่างที่ไม่เคยทำที่ไหน

“ฝึกกังฟู เรียนดำน้ำ ขึ้นสลิง มีฉากต่อสู้ ได้ทำอะไรเยอะ” ออกแบบเล่าด้วยตาเป็นประกาย

ในเรื่องออกแบบรับบทนางเอก ซึ่งเป็นนักชีววิทยา อยู่มาวันหนึ่งพ่อป่วย ทำให้ต้องออกตามหาหยก 7 ชิ้นมาประกอบเพื่อทดลองช่วยให้พ่อเป็นอมตะ เป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ใช้เงินลงทุน 2 – 3 พันล้านบาทไทย และใช้บริษัทคอมพิวเตอร์กราฟิก 4 บริษัทสำหรับการถ่ายทำซีรีส์เรื่องเดียว

ไม่บอกคุณก็คงรู้ว่าการเป็นนักแสดงที่จีนยากแค่ไหน ไม่ใช่แค่เป็นคนดัง แต่ใครที่จะเข้ามายืนตรงจุดนี้ต้องมีความสามารถที่เพียบพร้อมและจริงจังกับการทำงาน

“การทำงานที่ไทย ออกกองถ่ายสามถึงสี่วันแล้วหยุด แต่ที่นู่นเราต้องถ่ายทุกวันเป็นเวลา สี่เดือน” แม้จะกลับไทย 1 – 2 ครั้ง แต่ก็เป็นการบินกลับมาเพื่อทำงานตอนเช้าและบินกลับเลย

ในการถ่ายทำ สิ่งที่ยากไม่ใช่สำเนียงเสียงภาษา แต่คือการทำความเข้าใจสำนวนจีนในบทซึ่งแปลจากภาษาจีนเป็นภาษาไทย รวมไปถึงการถ่ายทำทั้ง 36 ตอน ในเวลา 4 เดือน ซึ่งนักแสดงทุกคนต้องพร้อมที่จะถ่ายทำด้วยกัน 

“แปลว่าคุณต้องสามัคคีมากๆ เพื่อทำให้เสร็จในเวลาที่กำหนด ไม่มีใครวิ่งไปรับงานอีเวนต์ใดๆ ได้ทั้งนั้น ตารางชีวิตออกแบบที่จีน เริ่มต้นที่แต่งหน้าตอนหกโมงเช้า ถ่ายจนเกือบจะครบเบรกดาวน์ มีบ้างที่ถ่ายทำจนถึงตีสามและวันต่อมาเริ่มถ่ายตอนแปดโมงเช้า ไม่ใช่แค่เรานะ ทุกคนในกองต้องพร้อมเพรียงกัน” ฟังแล้วจินตนาการภาพจำนวนคนในกองถ่ายขนาดใหญ่นี้ไม่ออก

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

ออกแบบเล่าวัฒนธรรมแปลกๆ ที่เจอในกองให้ฟังว่า กองถ่ายจีนมีวัฒนธรรมที่ทุกคนกินข้าวพร้อมกันไม่มีใครกินก่อนกินหลัง 

“พอเที่ยงปุ๊บ ผู้กำกับจะประกาศออกไมโครโฟนว่า ‘ฟานฟาน’ ทุกคนก็จะวางทุกอย่างในมือแล้วรีบไปกินข้าวก่อนกลับมาทำงาน เหมือนอยู่ในค่ายนิดนึง เป็นระเบียบมาก หรืออย่างช่วงเทศกาลเขาก็จริงจังมากเรื่องขอความร่วมมือให้ทุกคนไปร่วมงานและตรงเวลา” 

เจอตัวเป็นๆ ทั้งที ไม่ถามถึงฉากยากๆ ที่เจอระหว่างถ่ายทำคงไม่ได้

“มีครั้งหนึ่งเป็นฉากปีนเสาหนีตาย แต่เสาไม่แข็งแรงพอเราจึงตกลงมา โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากแต่ร้องไห้หนักมาก (หัวเราะ) อีกฉากเป็นตอนที่จะวิ่งเข้าไปช่วยพ่อที่ติดอยู่ด้านในแต่ไม่ทันแล้วเพราะสถานที่กำลังจะถล่ม โดยมีอีกตัวละครจับยื้อเราไม่ให้เข้าไป ในการถ่ายทำเขาใช้ระเบิดถล่มฉากนั้นจริง ก็ซักซ้อมกันก่อนว่าระเบิดถล่มถึงเสาต้นที่เท่าไหร่แล้วถึงวิ่ง หากช้าผิดคิวเพียงนิดเดียวอันตรายแน่ๆ ปรากฏว่าเขาจำเสาผิดต้น เสาขนาด 8 เมตรก็หล่นลงมาทับ โชคดีที่เสาไม่ได้กระแทกเราโดยตรง แต่โดนนักแสดงชายหัวแตกด้านหน้าและหลัง ความโหดคือวันต่อมาถ่ายทำต่อเลย ซึ่งในการทำงานก็จะมีวันพักที่เขาให้เรานอนพักทั้งวันแบบจริงจัง ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน” 

ฟังแล้วฮึกเหิม หวังให้พี่เต๋อให้ผ่านไวๆ จึงเลือกบังคับใจให้จำบทตามที่ออกแบบบอก แล้วเข้าใจตามสิ่งที่เกิดขึ้น

รู้สึกโชคดีที่ฉากวันนี้ไม่มีต้องปีนเสา 

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

จีน

จีน (น.) 2. ชื่อหญิงสาวคนหนึ่ง

จีน เป็นนักออกแบบที่ใช้ชีวิตโลดแล่นอยู่ที่โคเปนเฮเกน แต่มีเหตุให้ต้องกลับมาอยู่ที่ไทย จีนอยากทำบ้านใหม่ให้สวยเข้ากับวิถีชีวิตมินิมอลเหมือนตอนอยู่ที่นั่น ก็เลยต้องรื้อบ้าน ทิ้งของที่ไม่ใช้ออก เกิดเป็นเรื่องราวที่ต้องเอาของไปคืนกับที่ต้องไปทิ้ง

“เมื่อจะต้องทิ้งมันก็เลยยาก” ออกแบบเล่าเรื่องอย่างย่นย่อให้เราฟัง

ส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้พูดถึงความสัมพันธ์ และในตัวอย่างภาพยนตร์ เราเห็นการทิ้ง การเก็บ เห็นสถานะแฟนเก่า แฟนใหม่ (สารภาพว่าเจอฉาก ‘จีน นี่มี่แฟนเรา’ เข้าไป ทำฉันซึมไปหลายวันเลยพี่เต๋อ เดี๋ยว กลับมาที่คำถามก่อน) มีมินิมอล แม็กซิมอล

ออกแบบเชื่อมโยงกับคำเหล่านี้ยังไง เราถาม

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

“เราแม็กซิมอลกับเรื่องกิน เราเลือกกินแต่ของที่อร่อย อธิบายไม่ได้เลยว่าอร่อยยังไง แต่กินแล้วรู้สึกอร่อย เพราะงานทำให้เราต้องควบคุมน้ำหนัก ดังนั้นเราจะไม่กินมั่วซั่ว ถ้าจะมี Cheat Day สักครั้ง วันนั้นต้องคุ้ม ส่วนเรื่องที่มินิมอลของเรา คือเราเป็นคน Move On ง่าย (ตัดใจแล้วไปข้างหน้า)

“เราเลือกทิ้งบรรจุภัณฑ์ที่คนชอบเก็บไว้เติม Refill และเราเลือกเก็บของที่มีคุณค่ากับจิตใจ เก็บการ์ดที่เพื่อนทำให้วันเกิด มีการแบ่งเป็นกองๆ ด้วยนะตามความสนิท 

“เกี่ยวกับแฟนเก่าและแฟนใหม่ สำหรับเราเป็นความรู้สึกหน่วงๆ ถ้าแฟนเก่ากลับมาเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องที่ปรารถนาดีมีอะไรก็ปรึกษากัน แต่ถ้าเลิกไปไม่ดีแล้วบังเอิญเจอหน้า มันก็หน่วงๆ เรารู้สึกกับคำว่าแฟนเหมือนที่รู้สึกกับคำว่าเพื่อน เราเชื่อว่าสุดท้ายความสัมพันธ์ไม่ได้มากไปกว่านั้น เหมือนป๊าม๊าอยู่ด้วยกัน ก็รักกันแต่ก็ดูเป็นเพื่อนกัน ยืดยาวเพราะไม่ได้ยึดติดผูกมัดกันเกินไป” ออกแบบเล่า เธอยอมรับว่าประโยคสุดท้ายคือความสัมพันธ์ในอุดมคติ

เมื่อต้องมารับบทจีน ออกแบบคาดหวังอะไรจากงานนี้ เราถาม

“ไม่ได้คาดหวัง เรากลัวด้วยซ้ำว่าจะทำได้ไม่ดีเพราะเรากับจีนห่างกันมาก จีนเป็นตัวละครที่โตกว่าตัวออกแบบ ประสบการณ์ชีวิตเราไม่เยอะเท่าเขา ก็ต้องหาคนเล่าให้ฟังว่าชีวิตจริงตัวละครเจอกระบวนการแบบไหน มีวิธีคิดยังไง หรือเวลาเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นเขาจะรู้สึกยังไง งานเราคือทำให้คนเชื่อว่าจีนเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้เอง ซึ่งเทปแคสติ้งตอนก่อนและหลังเป็นจีนนี่คนละแบบเลย ปกติกองถ่ายจะมีแอคติ้งโค้ชดีดนิ้วปุ๊บเข้าบทปั๊บ แต่หนังพี่เต๋อ พี่เต๋อกำกับเอง เป็นแอคติ้งโค้ชเอง เขาทำให้เราเข้าใจจีน” 

กับงานที่แล้วถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ ออกแบบรู้สึกกดดันบ้างไหม

“ไม่นะ เพราะทำดีที่สุดแล้ว และเราเต็มที่กันทุกคนแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่า ณ เวลานั้นเราเต็มที่ได้มากกว่านั้นได้แค่ไหน เราสัมผัสได้เลยว่าทุกคนในกองถ่ายตั้งใจกับงานนี้มากๆ อยากทำงานชิ้นนี้ออกมาให้ดี มีซีนที่ถ่ายฉากร้องไห้ ทุกคนเงียบมาก เงียบเหมือนผีผ่าน ดีมากเลย ไม่มีเสียงมารบกวนให้เสียสมาธิเลย” เรายืนยันความตั้งใจจริงของทีมงานทุกคนอีกเสียง ไม่เคยพบเจอกองถ่ายไหนที่สนิทกันเช่นนี้ ยังจำภาพต้องเลี้ยงปิดกล้องได้ดี

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

เพราะชื่นชมฉากจบของตัวอย่างภาพยนตร์ อย่างตอนที่ตัวละครจีนแสดงสีหน้าที่ดูไม่ออกว่ายิ้มหรือเศร้า ออกแบบก็รีบบอกว่านั่นไม่ใช่ฉากยากที่สุดของเธอ 

ฉากที่ยากที่สุดของเรื่อง ซึ่งออกแบบบอกให้ไปดูในโรง ก็คือฉากที่ต่อจากการเจอเอ็มครั้งแรก

“ยาก อันนั้นรู้สึกว่ายากจริง” เล่ามาถึงตอนนี้ ไม่รู้ว่าคุณเรียกสิ่งนี้ว่าสปอยล์หรือเปล่า แต่นั่นแหละ ไม่ทันแล้ว

ตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าฉากที่ไปเข้าร่วมจะถูกผู้กำกับทิ้งหรือเก็บ แต่ไม่ว่าวันที่ 26 ธันวานี้จะเกิดอะไรขึ้น การพูดคุยสั้นๆ กับออกแบบในวันนั้นถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สุดในรอบปีเลย

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

บ่ายวันหยุดวันหนึ่ง ฉันมีนัดกับ กรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

วันนี้เป็นวันทำงานของเราทั้งคู่

ในร้านกาแฟเงียบสงบ กรรณนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ เขาลุกขึ้นยืนทักทายแล้วส่งยิ้มให้ ฉับพลันแดดที่ส่องเข้ามาก็อบอุ่นเรืองรอง ปากเขายิ้มกว้าง และนัยน์ตาโศกหลังแว่นตานั่นก็ยิ้มตามไปด้วย แม้เคยเห็นใบหน้าเดียวกันนี้ยิ้มแย้มอยู่บนโฆษณารถไฟฟ้า แต่เวอร์ชันมีเลือดเนื้อตรงหน้าดูดีกว่าหลายสิบเท่า

‘คุ้มแล้วที่ทำงานวันเสาร์’

ฉันคิดในใจขณะนั่งลงตรงข้ามนักแสดงหนุ่ม เพื่อทำงานที่ได้รับมอบหมาย-ทำความรู้จักผู้ชายคนนี้

เราคุยกันเรื่องการเรียนรู้ของคนอายุ 25 คนหนึ่ง จากนักแสดงจำเป็นให้พี่ๆ เพื่อนๆ ในคณะที่ศิลปากร จับพลัดจับผลูกลายเป็นพระเอกมิวสิกวิดีโอ โฆษณา หนังไวรัลสารพัด ละครโทรทัศน์อย่าง รัตนาวดี และ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะ ซีรีส์ ซีซั่น 2 ล่าสุดเขากลายเป็นพิธีกรรับเชิญให้กับรายการ พื้นที่ชีวิต แถมยังหุ้นกับเพื่อนเปิดโปรดักชันเฮาส์เล็กๆ ที่ต้องทำงานทุกอย่างกันเองอีกต่างหาก

เพลงในร้านกาแฟไร้ความหมาย โซดาในแก้วสิ้นรสชาติ ชั่วขณะที่กรรณตอบทุกคำถามอย่างชัดเจนและเข้มข้น

นี่คือบทสนทนาของเรากรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

ท่านชายดนัยวัฒนา

I เด็กดื้อ

สิ่งที่คนมักเข้าใจกรรณผิดคืออะไร

คิดว่าผมเซอร์มาก (หัวเราะ) ผมว่าก็ไม่มากนะ ผมอาจจะแต่งตัวสบายๆ ชิลล์ๆ สกปรกๆ หน่อยในบางอารมณ์ แต่ในการใช้ชีวิต ผมให้ความสำคัญกับเรื่องเวลาและการทำงานมาก อีกอย่างคือคิดว่าผมสบาย จากนามสกุล จากฐานะที่บ้าน ซึ่งผมว่าไม่เกี่ยว ไม่ว่าที่บ้านเป็นยังไง ข้อจำกัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่มีใครสบายซะทีเดียว

แล้วจริงๆ ชีวิตของกรรณง่ายไหม

หมายถึงการใช้ชีวิตหรือสิ่งที่เจอในชีวิต

สิ่งที่เจอ

ผมคงไม่เรียกว่าง่าย แต่มีคนลำบากกว่าผมเยอะ ไม่ถึงขั้นมีชีวิตเรียบง่าย ไม่เจออะไรเลย ไม่งั้นผมคงไม่เป็นคนคิดเยอะเท่านี้

ผมเจออะไรมาบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นลำบาก มีคนลำบากกว่าผมมากมายร้อยเท่าพันเท่า เลยรู้สึกว่าเรายังโชคดี และพอเจอบางอย่าง เราจะคิดเยอะขึ้นว่าจะทำอะไร จะใช้ชีวิตยังไง

สมมติชีวิตคือโรงเรียน ตอนนี้คุณเรียนอยู่ขั้นไหนแล้ว

ผมอยากอยู่อนุบาลมากเลย ตอนนั้นรู้สึกว่าทุกอย่างสีสดมาก ตัวผมขาดไปเพราะเจอโลกเร็ว ผมเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก ต้องดูแลตัวเอง มันทำให้เราต้องโตเร็วตั้งแต่อายุ 11 – 12 ถ้าอยู่เมืองไทยจะมีแม่ถามว่าอยากกินอะไรมั้ย เดี๋ยวแม่ทำให้กิน แต่อยู่ออสเตรเลียคือบินคนเดียว นั่งรถบัสคนเดียว นอนคนเดียว ถ้าไปกินข้าวไม่ทันก็ไม่มีให้กินแล้ว

การดูแลตัวเองตั้งแต่เด็กทำให้ผมโตเร็วมาก ผมไม่ได้เก็บความเป็นเด็กที่ควรจะมีไว้ เพราะรู้สึกว่าต้องโตเลย และต้องเข้าใจทุกอย่าง มันทำให้เราไม่มองทุกอย่างว่าใหม่ มองอะไรไม่สนุก ถ้าย้อนเวลาได้ ผมจะย้อนไปมองโลกแบบอนุบาล เข้าใจทุกอย่างอย่างเรียบง่าย และมองโลกด้วยสายตาสดใหม่

การเรียนหรือทำงานมันทำให้เรามองทุกอย่างลบไว้ก่อน คิดว่าโลกมีหลายเฉด น่ากลัว มัวแต่คิดว่าอะไรดีไม่ดี ซึ่งจริงๆ ตัวงานมันไม่มีแค่อยากหรือไม่อยากทำ น่าสนใจหรือไม่สนใจ ดีไม่ดีมันตามมาทีหลัง ผมอยากเดินทางกลับไปเด็กลงแบบ Benjamin Button

กำลังเอาวัยเด็กกลับมารึเปล่า

ใช่ มีความต้องการ มีความดื้อ บวกกับความรู้สึกว่า เออ ผมเข้าใจพี่ แต่อีกใจหนึ่งก็ ไม่ได้ อยากทำแบบเนี้ย ผมอยากทำงานดี ดื้อมากเลยเรื่องนี้ ผมอยากทำให้ดีที่สุดไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม งานเบื้องหน้า เบื้องหลัง และชีวิตส่วนตัว

เพราะแบบนี้รึเปล่า งานเบื้องหน้าของคุณถึงประสบความสำเร็จ

ยัง (ตอบทันที) ผมยังยืนอยู่บนพื้น ไม่ได้ขึ้นบันไดเลย ตอนนี้มีแต่เดินไปข้างหน้า ถ้าไม่หยุดก็ยังโอเค มันคงขึ้นอยู่กับความพอใจของคนว่าจะหยุดตรงไหน ความอยากเก่งของผมยังไม่สิ้นสุด ผมยังอยากเดินต่อ เหมือนพี่ตูนที่ก้าวต่อไป (ยิ้ม) แต่คงไม่ไกลเท่าพี่ตูน เพราะพี่ตูนเดินข้ามประเทศ

ถ้าวันไหนไปต่อไม่ได้ คงแปลว่าไม่มี passion กับมันแล้ว ไม่รู้ว่าตัวผมในวัย 30 จะคิดยังไงนะ แต่ตอนนี้ที่อายุ 25 ถ้าผมยังเดินต่อไปได้ก็อยากพัฒนาไปเรื่อยๆ อยากแสดงสิ่งที่เราทำได้ และเราทำได้คนเดียว

II คนบ้างาน

กรรณ

สามีแห่งชาติ

คุณหลงใหลอะไรในศิลปะการแสดง

ผมไม่ใช่คนเปิดเผยตัวเองกับคนใหม่ๆ ในชีวิตประจำวันจริงๆ ติดบ้าน อยู่คนเดียวเยอะ แต่การแสดงทำให้ผมไม่ต้องคิดว่าผมเป็นตัวเอง มันเปิดให้เราทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องคิดว่าทำแล้วดีหรือไม่ดี แค่ต้องรู้ว่าสถานการณ์คืออะไร ตัวละครต้องการอะไร และสื่อความต้องการตัวละครออกมา โดยลืมไปเลยว่าตัวเองเป็นใคร อย่าง MV ง่ายๆ นั่งอยู่หน้าคอม จะเล่นเป็นตัวเองก็ได้ แค่ทำท่าลุ้นจังเลย แต่ผมคิดว่าผู้ชายคนนี้ต้องเป็นคนแบบไหนวะถึงต้องมานั่งดูคอมแบบนี้ มันต้องงอแงแล้วอยากกลับไปคุยกับผู้หญิงคนนี้ขนาดไหน ชีวิตจริงมันมีรึเปล่า มันสนุกตรงที่ว่ามันเป็นเรื่องของใคร แล้วเราจะสื่อออกไปยังไง ผ่านตัวเรา แต่ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นผม ผมจะทำแบบนี้นะ แต่ผมคิดเผื่อทีมงานเลยว่าเขาอยากได้แบบไหน

การแสดงทำให้เราเป็นใครก็ได้ ไม่มีผิดถูก อาจจะมีดีไม่ดี แต่ตอนถ่ายอยู่ สำหรับผมมันไม่เคยแย่ การลองอีกหนึ่งเทคก็ไม่อาย ชีวิตจริงจะให้ผมเดินไปกลางถนนแล้วตะโกนว่า “เหนื่อยจังเลย!” คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าอยู่ในบท มันก็กล้าขึ้นมา อยู่ดีๆ จะให้ทำอะไรก็ได้

คุณเรียนรู้การแสดงยังไง

ผมเรียนเบสิกการแสดงเล็กน้อย แต่ไม่เคยเรียนจริงจังเป็นเดือนเป็นปี มีคนสอนก็จดๆ ดูๆ เอาไว้ ผมเรียนรู้จากการดูหนัง ฟังบทสมภาษณ์ก็แค่บันดาลใจเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่ามันช่วยขนาดนั้น ที่สำคัญต้องลองเก็บชั่วโมงบิน ลองเอาเองถึงจะรู้ ต้องเริ่มจากงานเล็กน้อยๆ ไปทีละก้าว นั่นช่วยเยอะสุด วิธีของผมคือทำการบ้านของตัวละครให้เยอะ พอไปถึงจะได้ไม่ต้องคิดว่าเราต้องทำอะไร

พอลองทำจริงๆ แล้วเฟลมันจะโต ถ้างานไหนรู้สึกว่าเล่นไม่ได้แบบที่ต้องการ ผมค่อยมานั่งตอบคำถามตัวเองว่าทำไมตอนนั้นเราเล่นไม่ดี ตรงไหนที่เรารู้สึกว่ามีปัญหา

เล่นเป็นคุณชายก็แล้ว เกย์ก็แล้ว คนตาจะบอดก็แล้ว คาแรกเตอร์แบบไหนที่คุณอยากเล่นอีก

ผมไม่รู้ตัวเอง แต่ทุกคนจะบอกว่าต้องเป็นบทผู้ชายที่มีชีวิตไม่โอเคใช่ไหม กรรณถึงจะรับ (หัวเราะ) ผมว่าก็มีส่วน ผมชอบตัวละครที่มีจุดบกพร่อง มีความชำรุด มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา ไม่งั้นไม่รู้จะเชื่อมโยงยังไง ถึงไม่เคยเจอเรื่องพวกนั้น แต่เพราะมีมันถึงน่าสนใจ น่าค้นหา น่าสื่อสาร ถ้าเป็นคนที่เพอร์เฟกต์มากแล้วเราจะเล่าอะไร ตัวละครเพอร์เฟกต์สุดๆ ไม่รู้จะมีทำไม

ผมสงสัยว่าคาแรกเตอร์คนที่ตากำลังจะบอดรู้สึกยังไง อย่างตอนเล่น FOCUS (เบลอว่ารักแถบ) ผมเป็นคนสายตาสั้นประมาณ 300 ก็ถ่ายแบบไม่ใส่คอนแทคเลนส์ พอเบลอจริงๆ มันเกิดความน่าสนใจ เวลามองต้องเข้าใกล้มากแค่ไหน หรือต้องใช้เวลาตอบคำถามนานเท่าไหร่ สนุกดี ถือว่าโชคดีที่สายตาสั้น

จริงๆ ผมไม่มีเกณฑ์รับงาน ถ้าดูแล้วรู้สึกว่าผมเล่นได้ก็รับ ไม่ได้พูดเพื่อหลอกตัวเองหรือดูมั่นใจ มันมีความรู้สึกนั้นลึกๆ แต่มนุษย์มันก็ตลก บางอย่างรู้สึกว่าเล่นไม่ได้แต่ก็ยังอยากลอง

กรรณ

กรรณ

งานแบบไหนที่ยาก แต่คุณก็รับอยู่ดี

จริงๆ แล้วยากหมด อะไรที่คิดว่าง่ายก็ยาก ไม่มีเกณฑ์เลย มันยากกันคนละแบบ แล้วมันสอนคนละอย่างหมด เป็น MV ก็ยาก เพราะต้องสื่อทุกอย่างโดยไม่พูด ถ้าเล่นแล้วพูดเยอะ ดูเล่นจริง มันก็ขัดมู้ด MV ที่ไม่ต้องการไดอะล็อก โฆษณาก็ยากที่มุมกล้อง จังหวะ บางทีเล่นดีให้ตายแต่กล้องรับไม่ทัน จังหวะไม่ได้ก็ไม่ได้อะไร ต้องเป๊ะ เพราะใน 30 วินาทีทุกช็อตมีความหมาย หนังก็มีความยากของมัน

ผมว่าทุกอย่างยากหมด ขึ้นอยู่กับว่าเรารับมือยังไง แล้วทำการบ้านมาพอรึเปล่า แต่บางอย่างก็ทำการบ้านไม่ได้ เรารู้คร่าวๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่พอไปถึงเราไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้างจริงๆ บางทีเราก็เตรียมตัวไม่ได้ การเป็นนักแสดงถึงสนุก เราแค่ต้องตามน้ำไปกับมัน คือเอาตัวรอดให้ได้นั่นเอง

แล้วเอาตัวรอดเก่งมั้ย

บางทีก็ตายกลางทางครับ (หัวเราะ) บางอย่างมันเอาตัวรอดไม่ได้ โชคมันไม่ได้เข้าข้างเราตลอด บางทีเราก็เป็นผู้โดนกระทำ ดวงไม่เจ๋งก็มีเยอะ

การแสดงเกี่ยวกับดวงตรงไหน

เกี่ยวนะ ผมเชื่อในจังหวะ บางวันทุกอย่างลงตัวมันก็ดีไปหมด บางวันต่อให้เป็นนักแสดงทีมเดิม แต่มีสักอย่างที่ไม่ดี มันไม่ดีไปทั้งวันเลยนะ ทุกคนจะรู้สึกว่าทำไมมันแห้ง เล่นยังไงก็จืดอย่างกับแกงจืด ซึ่งมันบอกไม่ได้ว่าวันไหนจะดีจะร้าย เราแค่ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดตรงนั้น

การแสดงครั้งไหนที่ดีสำหรับคุณ

ตอนถ่าย ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ฯ ดีมาก เพราะทีมงาน นักแสดง ผู้กำกับ ทุกอย่างจังหวะลงตัวพอดี แล้วทำงานง่าย เล่นอะไรก็เคลียร์ไปหมด เปลี่ยนอะไรนิดหน่อยเราก็เข้าใจ หรือเล่นโฆษณาไวรัลก็ดี ผมชอบทำงานหลายแบบ ได้เจอคน เจองานใหม่ๆ ถ้าเรารับงานสเกลเดียวก็รู้แล้วว่าต้องเจออะไร ไม่พูดถึงลำบากไม่ลำบากนะ ไม่เกี่ยวกัน งานไม่มีงบ ไม่ใช่ตลาดสเกลใหญ่ บางทีก็สนุก มันให้อิสระเราในการทดลอง เปิดกว้าง น่าสนใจ ส่วนงานสเกลใหญ่ก็สนุกในความเป๊ะ ความเป็นมืออาชีพ

III นักทดลอง

ยิ้ม

สามีแห่งชาติ

ทำไมคุณถึงลองเป็นพิธีกรรับเชิญให้ พื้นที่ชีวิต

อย่าเรียกว่าพิธีกรเลย ผมยังไม่รู้สึกว่านำเสนออะไรได้เชี่ยวชาญ (หัวเราะ) อย่างพี่นิ้วกลมหรือพี่วรรณสิงห์ เขาเป็นพิธีกรที่ทำงานมานาน เขาสนใจเรื่องพวกนี้ การเดินทาง พบปะผู้คน ส่วนผมรู้สึกเหมือนเป็นคนพาไปเจอสิ่งต่างๆ มากกว่า ผมอยากเที่ยวอยู่แล้ว และชอบเก็บประสบการณ์ที่แปลกๆ ที่ไม่ใช่บ้าน ออกจาก comfort zone ไปนิดหนึ่งก็น่าจะดี

นิสัยส่วนตัวผมเป็นคนขี้อาย คุยอย่างนี้ยังพอได้ แต่ถ้าให้ผมเดินไปถามพี่ยามว่าวันนี้สบายดีเปล่า ขอนั่งรอรถตรงนี้ได้ไหม มันเป็นเรื่องใหญ่กว่าแสดงอีก ผมทำตัวไม่ถูก บางคนจะโปรมาก แต่ผมรู้ตัวว่ามันจะ awkward ไม่รู้จะเก็บมือไม้ไว้ที่ไหน คิดเยอะ ยากกับการทำงานแบบนี้เหมือนกัน เพราะเขาต้องการความเป็นมิตรสูงมาก ความพุ่งทะลุไปข้างหน้า ซึ่งผมไม่มี

ผมแค่ได้โอกาสนี้มา และผมก็หยิบโอกาสนี้ไปด้วย ให้ผมเจอจริงๆ ได้ ไม่กลัว โจทย์ของ พื้นที่ชีวิต ช่วงนี้คือการเรียนรู้แง่มุมต่างๆ ตอนของผมคือการเรียนรู้มุมมองของพระ และการเรียนรู้ของเด็กที่อังกฤษ ซึ่งให้ผมไปเข้าวัดหรือพาเด็ก 3 ขวบข้ามถนน ผมทำได้ และผมจะบอกว่ามันดียังไง หรือได้อะไรบ้าง

เทปแรกที่ไปเข้าวัดป่าสุคะโต คุณได้ค้นพบอะไรบ้าง

ได้นอน 2 ทุ่ม ตื่นตี 4 ทำวัดเช้าเย็น แต่ไม่เบื่อ ไม่เหนื่อย รู้สึกว่าที่นี่เงียบดีจัง 2 ทุ่มก็ง่วงแล้ว ไม่เพลีย ไม่ห่อเหี่ยว เทปนั้นเราไปเรียนรู้ว่าการบวชให้อะไรบ้าง แบ่งเป็น 3 ส่วน หนึ่ง เล่าว่าคนที่บวชใหม่ มีปัจจัยอะไรบ้างที่ต้องบวช รู้สึกยังไงกับการบวชครั้งแรก อีกส่วนสำหรับคนที่บวชแล้ว สึกแล้ว แล้วกลับมาบวชอีก ก็น่าสนใจ และคนที่บวชไม่สึก แต่ก่อนหน้าจะบวชประสบความสำเร็จแล้ว ใช้ชีวิตเมืองนอก มีร้านอาหาร มีทุกอย่างของตัวเอง แล้วก็ขายทุกอย่าง แล้วบวชไม่สึกอีกเลย สำหรับผมเรื่องนี้น่าสนใจมาก (เน้นเสียง)

ผมไม่เคยบวช ไม่ใช่เพราะไม่อยาก แต่พูดไปแล้วก็ไม่ได้บวช ผมบอกที่บ้านว่าจะบวชตอนเรียนจบ แต่พอจบก็เป็นช่วงที่ทำงานเยอะที่สุดเลย เลยไม่ได้บวช หลังจากนั้นเลยไม่พูดอีกแล้วว่าจะบวชเมื่อไหร่ แต่ถ้าผมเห็นช่องว่างที่ไม่ส่งผลกระทบกับงานและที่บ้าน ผมกะจะบวชเลย ไม่ต่างจากคนที่ว่างแล้วบินไปญี่ปุ่น

สามีแห่งชาติกรรณ

ไปถ่ายรายการที่วัดยังไม่เพียงพอ

มันไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างเหมือนฝรั่งมาเที่ยวบ้านเรา เห็นประเทศไทยสบายๆ ตัดภาพมาคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้ มันไม่ง่ายเลย ลองมาอยู่สัก 2 ปีสิ จะรู้ว่าเหนื่อยนะ ถ้าแค่มาลองๆ อะไรคงดีไปหมด แต่ถ้าได้ใช้ชีวิตจริงๆ ได้เจออุปสรรคหรือสิ่งต่างๆ ระหว่างถือศีลสองร้อยกว่าข้อ ต้องทำทุกอย่างให้กระจ่าง มันไม่ง่าย เป็นสิ่งที่ต้องลองถึงจะรู้ว่าเป็นยังไง ผมกะจะบวชสักพรรษาหนึ่ง หรือนานเท่าที่จะทำได้ ผมเคยโดนพระทักตอนเด็กๆ ด้วยว่า นี่ท่าทางบวชแล้วจะไม่สึกนะเรา (หัวเราะ)

แล้วการไปถ่ายเทปต่อมาที่อังกฤษเป็นยังไงบ้าง

การเรียนรู้ของเด็กที่นี่เป็นวิธีที่ใช้ในแถบสแกนดิเนเวียมาสักพักแล้ว โรงเรียนไม่มีห้องเรียนเลย เป็นการเรียนรู้โดยสิ่งรอบตัว ตอนแรกผมคิดว่าเป็นโรงเรียนกลางป่า เด็กๆ ต้องใช้ survival mode ตลอดเวลา ต้องจุดไฟ ยิงกระต่ายกิน แต่จริงๆ มันเป็นโรงเรียนชานเมืองที่วิธีการเรียนการสอนไม่ได้อยู่บนกระดานดำ ที่นั่นเป็นโรงเรียนเล็กๆ มีหนังสือภาพ ของเล่น การเล่นบทบาทสมมติ มีครูใหญ่ 1 คนและครูดูแลเด็กๆ ไม่มีการยืนหน้าชั้นสอน แต่จะตีเนียนเข้าไปนั่งกับเด็ก ทำตัวเป็นเด็กและถามคำถามที่เด็กควรจะตอบ

เขาพาเด็กๆ เดินไปสวนป่า ไปกินแอปเปิ้ล สอนเด็กใส่ชุดกันฝน ถ้าฝนตกก็ให้ลุยฝนเลย ทำให้เด็กกล้า ไม่เลี้ยงแบบกลัวว่าจะเจ็บ เด็กจะเดินลงคูก็ปล่อยไป ถ้าไม่ต้องการความช่วยเหลือก็ยืนดู เราไปเรียนรู้ว่าการเรียนการสอนแบบนี้ต่างจากเรายังไง แล้วได้อะไรที่ไม่เหมือนกับการเรียนในห้องบ้างพื้นที่ชีวิต

พื้นที่ชีวิต

พื้นที่ชีวิต

ผลลัพธ์จากการทดลองออกจาก comfort zone ครั้งนี้คืออะไร

ถ้าเราอยากเข้าใจอะไรสักอย่าง เราต้องลอง มันไม่เกี่ยวกับเรื่องใหญ่ มันเกี่ยวกับเรื่องที่เล็กที่สุดที่เราต้องทำ ต้องสัมผัสเอง ผมตกลงรับงาน พื้นที่ชีวิต ไม่ใช่เพราะต่อไปผมอยากเป็นพิธีกรการเดินทาง แต่การออกจากโซนที่เราสบายๆ เป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่กับคนใหม่ๆ ไม่งั้นผมก็เป็นคนที่อยู่บ้านชิลล์ๆ มีงานก็ไปทำ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ไม่ต้องไปคุยกับใคร นี่เราไม่รู้เลยว่าจะเจออะไร จะต้องรับมือกับคนแบบไหน

กรอบอะไรที่คุณอยากจะก้าวข้ามไปอีก

ตอนนี้ผมได้เล่น MV โฆษณา ซีรีส์ ละคร แต่ยังไม่เคยลองเล่นหนังยาว ถ้ามีโอกาสก็อยากจะลอง เพราะถ้าเราได้มีโอกาสเป็นตัวละครหนึ่งทั้งเรื่อง เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาสักชั่วโมง-ชั่วโมงครึ่งก็น่าสนุก เพราะการเล่นหนังสั้นมีอย่างอื่นช่วยเยอะ กิมมิกของผู้กำกับ การใช้ซาวนด์ มันช่วยเล่าเรื่องได้ แต่หนังยาวคาแรกเตอร์ต้องเสถียร แม้กระทั่งละครเวทีผมก็อยากจะลองนะ แต่มันเป็นอีกสเต็ปหนึ่งที่น่าจะยากสุดแล้ว จะโปรเจกต์เสียงไปถึงคนดูหลังสุดยังไง การขยับร่างกายเพื่อสื่อสารก็น่าสนใจมาก

IV คนเบื้องหลัง

สามีแห่งชาติ

สามีแห่งชาติ

ทำไมคุณถึงตัดสินใจทำงานเบื้องหลังควบคู่กับงานเบื้องหน้าไปด้วย

พอจบมหา’ลัย ผมอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจว่าเราจะทำงานแสดงเป็นอาชีพหลักอย่างเดียวหรือทำอย่างอื่นที่เราเคยเรียนทำโปรดักชันมา ผมอยากมีเวลากลับไปเป็นผู้ช่วย หรือกำกับอะไรเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าไปช่วยคนอื่นเขาแล้วบอกว่าพรุ่งนี้ผมมาไม่ได้ เพราะผมติดแสดง มันเป็นข้ออ้างที่จับปลาสองมือมาก จะเอายังไง ซ้ายหรือขวาคงต้องเลือก

สุดท้ายผมเลยหุ้นกับเพื่อนสนิทและญาติที่อยากทำสื่อวิดีโอ เขามาชวนเปิดโปรดักชันเฮาส์เล็กๆ ผมรู้สึกว่ามันเข้าทางพอดี แต่ถามว่าเหนื่อยมั้ย มาก เราเริ่มต้นมาไม่ถึงปี มีกันแค่ 4 – 5 คน ทำเองแทบทุกอย่าง ค่อนข้างยาก เพราะผมมีเวลาน้อยกว่าคนอื่น บางทีผมก็รู้สึกผิดกับเพื่อนว่าทำงานไม่เต็มที่ คนอื่นเขาทำงานเต็มเวลา แต่ผมมี 2 อาชีพ แสดงเสร็จกลางคืนก็มาตัดต่อ หรือบางวันว่างก็นั่งตัดงานไป หลังๆ พองานเยอะขึ้นก็ต้องแยก งานนี้ผมกำกับ งานนี้เป็นครีเอทีฟให้ งานนี้โปรดิวซ์ให้ ไม่งั้นทำไม่ทัน หลักๆ ตอนนี้ผมเป็น Creative / Director

คิดว่าจะทำงานคู่ขนานแบบนี้ต่อไปอีกนานแค่ไหน

ผมต้องทำให้ได้ พูดกันตรงๆ การทำงานเบื้องหน้ามีอายุขัยของมัน เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่วันไหนจะบูม วันไหนจะไส้แห้ง ผมไม่รู้อนาคต ไม่รู้ว่าต่อไปประเทศเราจะขยายช่วงอายุนักแสดงรึเปล่า แต่ตอนนี้ผมไม่รู้ว่ายังทำงานนี้ได้ถึงเมื่อไหร่ ก็อยากทำให้มันสุดนะ แต่งานเบื้องหลังถ้าทำไปทีละขั้น ต่อไปเราทำให้มันมั่นคงได้

พอมาทำแล้วถึงได้รู้ว่ามันเป็นธุรกิจ ไม่ใช่แค่เราได้งานมา เฮ้ย เดี๋ยวเราคิด นายกำกับ ชีวิตจริงพอได้งานมาคือมีแต่ตัวเลขเพียบ เงินพอไหม ภาษีเท่าไหร่เนี่ย

ผมอยากทำให้ดีทั้งคู่ เห็นผู้กำกับบางคนก็มีบริษัทโปรดักชันของตัวเอง มันอาจจะยากหน่อยสำหรับนักแสดง แต่ผมพยายามเก็บมันไว้แยกกัน

งานไหนที่คุณอยากตื่นเช้ามาทำที่สุด

ขึ้นอยู่กับโปรเจกต์ๆ ไป แต่แทบจะทุกงานเลย บางทีพี่โทรมาบอกว่ามีงานตัดต่อ ตอนตี 4 นี่อยากไปมาก รอตื่นเลย วันไหนมีขายงานจะตื่นเต้น และงานง่ายๆ อย่างกินข้าวเช้ากับแม่นี่ตื่นเต้นที่สุด เพราะกลัวตื่นไม่ทัน (หัวเราะ)

ถ้ายังหลงใหลในงานอยู่ ไม่ว่าเบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ผมก็ตื่นเต้นอยากทำทั้งนั้น ถ้าไม่ชอบคงรู้ตัวไปแล้ว คงหยุดไปแล้ว เพราะผมไม่ใช่คนที่ทนทำอะไรที่ไม่ชอบได้ขนาดนั้น ถ้าไม่ตื่นเต้นคงมีปัญหาแล้วล่ะครับ

กรรณ

ยิ้ม

ขอขอบคุณ: เพ็ญพิชชา พัฒนจักร
ขอบคุณสถานที่
ACMEN Ekkamai Complex

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load