ข้างๆ ฉันคือ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง

หลังส่งเทปแคสบทสั้นๆ ที่ตั้งกล้องถ่ายในร้านข้าวต้มไปตอนสี่ทุ่ม รู้ตัวอีกทีก็กำลังนั่งให้พี่ช่างแต่งหน้าตบแป้งเตรียมเข้าฉาก

“หลังจาก ฉลาดเกมส์โกง ก็ไม่ค่อยเห็นออกแบบเลย ช่วงที่ผ่านมาไปทำงานอะไรสนุกๆ มาบ้าง” ฉันใช้จังหวะที่พี่ช่างแต่งหน้าหันไปเลือกสีลิปสติกยิงคำถาม ก่อนจะถูกขอให้เม้มปากเพื่อเกลี่ยสีที่ปากให้เสมอกัน โดยไม่ลืมชำเลืองไปยังจุดที่ผู้กำกับนั่งอยู่ เตรียมการในใจแล้วว่าถ้า เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ หันมามองพอดี จะชูมือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจที่วันนี้ไม่ได้หยิบเครื่องอัดเสียงติดตัวมาเหมือนทุกครั้ง

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

“เราไปทำงานที่จีนมา” เสียงเครื่องเป่าผมดังกลบเสียงของออกแบบ

อยู่ๆ จิตวิญญาณก็เหมือนถูกปลุกขึ้นมา ฉันเลิกจดจ่อกับบทพูด 5 ประโยคของตัวเอง แล้วยกเก้าอี้ไปนั่งชิดกับออกแบบซึ่งนั่งเตรียมเข้าฉากอยู่ข้างๆ กัน

มีเรื่องที่แฟนๆ ชาวจีนทำรูปปั้นครูพี่ลินไว้บูชาขอพรช่วงสอบ มีเรื่องการทำงานที่จีน ความมืออาชีพในการถ่ายทำ และวัฒนธรรมฟานฟานในกองถ่าย ตัดสลับรับกันพอดีกับช่วงพักกองเปลี่ยนมุมกล้อง 

เดิมตั้งใจจะเก็บเรื่องราวข้างล่างนี้ไว้กับตัว จนกว่าจะถึงวันที่ 26 ธันวาคม หรือวันที่ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เข้าฉายวันแรก 

แต่เราอยากให้ผู้อ่าน The Cloud ได้รู้จักออกแบบก่อน 

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

ออกแบบเป็นเด็กสาวอายุ 23 ปี ที่เริ่มต้นบทบาทนางแบบเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ก่อนดังเป็นพลุแตกขึ้นแท่นนางเอกพันล้านจากบทครูพี่ลินใน ฉลาดเกมส์โกง โกอินเตอร์ได้ทำงานที่ประเทศจีนในบทบาทนักแสดง และกำลังจะมีผลงานล่าสุด ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

เท่าที่สัมผัสตัวตนออกแบบในเวลาสั้นๆ เราพบว่าการ Go Inter ที่จีน (ชื่อประเทศ) ของเธอ ส่งต่อ Go Inside หรือการเติบโตข้างในอย่างมาก เธอทำให้เราเชื่อว่าเป็นจีน (ชื่อตัวละคร) อย่างมีนัยยะสำคัญ

ก่อนพี่เต๋อจะสั่งเทคเราอีกรอบ ออกแบบ เธอช่วยบอกวิธีจำบท 5 ประโยคทีนี้ได้ไหม

“ไม่ต้องจำ พี่แค่ต้องเข้าใจว่าทำไมตัวละครพูดแบบนี้และมันจะจำได้เอง ยิ่งจำยิ่งพูดไม่ได้” และเราก็ได้รู้ว่า การเป็นนักเขียนก็ไม่ได้แย่เสมอไป อย่างน้อยก็ง่ายกว่าเป็นนักแสดงเป็นไหนๆ

จีน

จีน (น.) 1. ชื่อประเทศและชนชาติหนึ่งอยู่ในเอเชียตะวันออก

หลังจาก ฉลาดเกมส์โกง หรือ Bad Genius เข้าฉายในประเทศจีน ออกแบบก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น ถึงขนาดมีแฟนๆ ทำรูปปั้นตัวละครครูพี่ลินไว้บูชาช่วงสอบ

ต่อมาได้รับการทาบทามให้เข้ารับบทนางเอกในภาพยนตร์ Blooming Blossom ซึ่งชื่อยังไม่เป็นทางการ เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากละครเวที The Secret Musical (2018) ของ Jay Chou ดัดแปลงจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันของไต้หวันซึ่งฉายครั้งแรกเมื่อปี 2007

เรื่องราวความรักสามเศร้า ของหญิงสาวที่ฐานะทางบ้านไม่ดี ประสบอุบัติเหตุและชีวิตเปลี่ยนไปเพราะคนที่ขับมาชนรับผิดชอบ และจากเหตุการณ์รถชนครั้งนั้นทำให้เธอความจำเสื่อมกลายเป็นอีกคนหนึ่ง ใช้ชีวิตเรื่อยมาจนพบกับพระเอก ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรอเข้าฉายที่ประเทศจีน

“ชีวิตช่วงนั้นเหมือนอ่านหนังสือสอบทุกวัน นอกจากเรียนภาษา ต้องมีเรียนเปียโนและกีตาร์ และต้องพูดจีนทั้งเรื่อง แม้จะมีการอัดเสียงทับเข้าไปแต่ปากก็ต้องตรง ไม่เหมือนซีรีส์ที่เราพูดไทยได้เลย ซึ่งคำศัพท์เยอะมาก ตอนทำงานจะมีล่ามประกบ และในแต่ละวันพอถ่ายเสร็จก็คุยกับล่ามต่อถึงฉากพรุ่งนี้” ออกแบบเล่าชีวิตที่ถ่ายทำภาพยนตร์ 10 ซีนต่อวันเป็นเวลาเดือนกว่าอย่างย่นย่อ

ผลงานอีกเรื่องเป็นซีรีส์ล่าสมบัติสมัยใหม่ ความยาว 36 ตอน

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

“แสดงว่าติดใจการทำงานที่จีนแล้วใช่ไหม” เราถาม

ออกแบบซึ่งหลบแดดในร่มข้างกันรีบตอบเหตุผลที่ตัดสินใจรับบทนำในซีรีส์โรแมนติก-ไซไฟเรื่องนี้ แม้จะทำให้เสียโอกาสทำงานอื่นๆ เพราะต้องอยู่ประเทศจีนถึง 4 เดือน แต่นี่เป็นโอกาสเดียวเธอได้ทำทุกอย่างที่ไม่เคยทำที่ไหน

“ฝึกกังฟู เรียนดำน้ำ ขึ้นสลิง มีฉากต่อสู้ ได้ทำอะไรเยอะ” ออกแบบเล่าด้วยตาเป็นประกาย

ในเรื่องออกแบบรับบทนางเอก ซึ่งเป็นนักชีววิทยา อยู่มาวันหนึ่งพ่อป่วย ทำให้ต้องออกตามหาหยก 7 ชิ้นมาประกอบเพื่อทดลองช่วยให้พ่อเป็นอมตะ เป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ใช้เงินลงทุน 2 – 3 พันล้านบาทไทย และใช้บริษัทคอมพิวเตอร์กราฟิก 4 บริษัทสำหรับการถ่ายทำซีรีส์เรื่องเดียว

ไม่บอกคุณก็คงรู้ว่าการเป็นนักแสดงที่จีนยากแค่ไหน ไม่ใช่แค่เป็นคนดัง แต่ใครที่จะเข้ามายืนตรงจุดนี้ต้องมีความสามารถที่เพียบพร้อมและจริงจังกับการทำงาน

“การทำงานที่ไทย ออกกองถ่ายสามถึงสี่วันแล้วหยุด แต่ที่นู่นเราต้องถ่ายทุกวันเป็นเวลา สี่เดือน” แม้จะกลับไทย 1 – 2 ครั้ง แต่ก็เป็นการบินกลับมาเพื่อทำงานตอนเช้าและบินกลับเลย

ในการถ่ายทำ สิ่งที่ยากไม่ใช่สำเนียงเสียงภาษา แต่คือการทำความเข้าใจสำนวนจีนในบทซึ่งแปลจากภาษาจีนเป็นภาษาไทย รวมไปถึงการถ่ายทำทั้ง 36 ตอน ในเวลา 4 เดือน ซึ่งนักแสดงทุกคนต้องพร้อมที่จะถ่ายทำด้วยกัน 

“แปลว่าคุณต้องสามัคคีมากๆ เพื่อทำให้เสร็จในเวลาที่กำหนด ไม่มีใครวิ่งไปรับงานอีเวนต์ใดๆ ได้ทั้งนั้น ตารางชีวิตออกแบบที่จีน เริ่มต้นที่แต่งหน้าตอนหกโมงเช้า ถ่ายจนเกือบจะครบเบรกดาวน์ มีบ้างที่ถ่ายทำจนถึงตีสามและวันต่อมาเริ่มถ่ายตอนแปดโมงเช้า ไม่ใช่แค่เรานะ ทุกคนในกองต้องพร้อมเพรียงกัน” ฟังแล้วจินตนาการภาพจำนวนคนในกองถ่ายขนาดใหญ่นี้ไม่ออก

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

ออกแบบเล่าวัฒนธรรมแปลกๆ ที่เจอในกองให้ฟังว่า กองถ่ายจีนมีวัฒนธรรมที่ทุกคนกินข้าวพร้อมกันไม่มีใครกินก่อนกินหลัง 

“พอเที่ยงปุ๊บ ผู้กำกับจะประกาศออกไมโครโฟนว่า ‘ฟานฟาน’ ทุกคนก็จะวางทุกอย่างในมือแล้วรีบไปกินข้าวก่อนกลับมาทำงาน เหมือนอยู่ในค่ายนิดนึง เป็นระเบียบมาก หรืออย่างช่วงเทศกาลเขาก็จริงจังมากเรื่องขอความร่วมมือให้ทุกคนไปร่วมงานและตรงเวลา” 

เจอตัวเป็นๆ ทั้งที ไม่ถามถึงฉากยากๆ ที่เจอระหว่างถ่ายทำคงไม่ได้

“มีครั้งหนึ่งเป็นฉากปีนเสาหนีตาย แต่เสาไม่แข็งแรงพอเราจึงตกลงมา โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากแต่ร้องไห้หนักมาก (หัวเราะ) อีกฉากเป็นตอนที่จะวิ่งเข้าไปช่วยพ่อที่ติดอยู่ด้านในแต่ไม่ทันแล้วเพราะสถานที่กำลังจะถล่ม โดยมีอีกตัวละครจับยื้อเราไม่ให้เข้าไป ในการถ่ายทำเขาใช้ระเบิดถล่มฉากนั้นจริง ก็ซักซ้อมกันก่อนว่าระเบิดถล่มถึงเสาต้นที่เท่าไหร่แล้วถึงวิ่ง หากช้าผิดคิวเพียงนิดเดียวอันตรายแน่ๆ ปรากฏว่าเขาจำเสาผิดต้น เสาขนาด 8 เมตรก็หล่นลงมาทับ โชคดีที่เสาไม่ได้กระแทกเราโดยตรง แต่โดนนักแสดงชายหัวแตกด้านหน้าและหลัง ความโหดคือวันต่อมาถ่ายทำต่อเลย ซึ่งในการทำงานก็จะมีวันพักที่เขาให้เรานอนพักทั้งวันแบบจริงจัง ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน” 

ฟังแล้วฮึกเหิม หวังให้พี่เต๋อให้ผ่านไวๆ จึงเลือกบังคับใจให้จำบทตามที่ออกแบบบอก แล้วเข้าใจตามสิ่งที่เกิดขึ้น

รู้สึกโชคดีที่ฉากวันนี้ไม่มีต้องปีนเสา 

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

จีน

จีน (น.) 2. ชื่อหญิงสาวคนหนึ่ง

จีน เป็นนักออกแบบที่ใช้ชีวิตโลดแล่นอยู่ที่โคเปนเฮเกน แต่มีเหตุให้ต้องกลับมาอยู่ที่ไทย จีนอยากทำบ้านใหม่ให้สวยเข้ากับวิถีชีวิตมินิมอลเหมือนตอนอยู่ที่นั่น ก็เลยต้องรื้อบ้าน ทิ้งของที่ไม่ใช้ออก เกิดเป็นเรื่องราวที่ต้องเอาของไปคืนกับที่ต้องไปทิ้ง

“เมื่อจะต้องทิ้งมันก็เลยยาก” ออกแบบเล่าเรื่องอย่างย่นย่อให้เราฟัง

ส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้พูดถึงความสัมพันธ์ และในตัวอย่างภาพยนตร์ เราเห็นการทิ้ง การเก็บ เห็นสถานะแฟนเก่า แฟนใหม่ (สารภาพว่าเจอฉาก ‘จีน นี่มี่แฟนเรา’ เข้าไป ทำฉันซึมไปหลายวันเลยพี่เต๋อ เดี๋ยว กลับมาที่คำถามก่อน) มีมินิมอล แม็กซิมอล

ออกแบบเชื่อมโยงกับคำเหล่านี้ยังไง เราถาม

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

“เราแม็กซิมอลกับเรื่องกิน เราเลือกกินแต่ของที่อร่อย อธิบายไม่ได้เลยว่าอร่อยยังไง แต่กินแล้วรู้สึกอร่อย เพราะงานทำให้เราต้องควบคุมน้ำหนัก ดังนั้นเราจะไม่กินมั่วซั่ว ถ้าจะมี Cheat Day สักครั้ง วันนั้นต้องคุ้ม ส่วนเรื่องที่มินิมอลของเรา คือเราเป็นคน Move On ง่าย (ตัดใจแล้วไปข้างหน้า)

“เราเลือกทิ้งบรรจุภัณฑ์ที่คนชอบเก็บไว้เติม Refill และเราเลือกเก็บของที่มีคุณค่ากับจิตใจ เก็บการ์ดที่เพื่อนทำให้วันเกิด มีการแบ่งเป็นกองๆ ด้วยนะตามความสนิท 

“เกี่ยวกับแฟนเก่าและแฟนใหม่ สำหรับเราเป็นความรู้สึกหน่วงๆ ถ้าแฟนเก่ากลับมาเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องที่ปรารถนาดีมีอะไรก็ปรึกษากัน แต่ถ้าเลิกไปไม่ดีแล้วบังเอิญเจอหน้า มันก็หน่วงๆ เรารู้สึกกับคำว่าแฟนเหมือนที่รู้สึกกับคำว่าเพื่อน เราเชื่อว่าสุดท้ายความสัมพันธ์ไม่ได้มากไปกว่านั้น เหมือนป๊าม๊าอยู่ด้วยกัน ก็รักกันแต่ก็ดูเป็นเพื่อนกัน ยืดยาวเพราะไม่ได้ยึดติดผูกมัดกันเกินไป” ออกแบบเล่า เธอยอมรับว่าประโยคสุดท้ายคือความสัมพันธ์ในอุดมคติ

เมื่อต้องมารับบทจีน ออกแบบคาดหวังอะไรจากงานนี้ เราถาม

“ไม่ได้คาดหวัง เรากลัวด้วยซ้ำว่าจะทำได้ไม่ดีเพราะเรากับจีนห่างกันมาก จีนเป็นตัวละครที่โตกว่าตัวออกแบบ ประสบการณ์ชีวิตเราไม่เยอะเท่าเขา ก็ต้องหาคนเล่าให้ฟังว่าชีวิตจริงตัวละครเจอกระบวนการแบบไหน มีวิธีคิดยังไง หรือเวลาเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นเขาจะรู้สึกยังไง งานเราคือทำให้คนเชื่อว่าจีนเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้เอง ซึ่งเทปแคสติ้งตอนก่อนและหลังเป็นจีนนี่คนละแบบเลย ปกติกองถ่ายจะมีแอคติ้งโค้ชดีดนิ้วปุ๊บเข้าบทปั๊บ แต่หนังพี่เต๋อ พี่เต๋อกำกับเอง เป็นแอคติ้งโค้ชเอง เขาทำให้เราเข้าใจจีน” 

กับงานที่แล้วถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ ออกแบบรู้สึกกดดันบ้างไหม

“ไม่นะ เพราะทำดีที่สุดแล้ว และเราเต็มที่กันทุกคนแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่า ณ เวลานั้นเราเต็มที่ได้มากกว่านั้นได้แค่ไหน เราสัมผัสได้เลยว่าทุกคนในกองถ่ายตั้งใจกับงานนี้มากๆ อยากทำงานชิ้นนี้ออกมาให้ดี มีซีนที่ถ่ายฉากร้องไห้ ทุกคนเงียบมาก เงียบเหมือนผีผ่าน ดีมากเลย ไม่มีเสียงมารบกวนให้เสียสมาธิเลย” เรายืนยันความตั้งใจจริงของทีมงานทุกคนอีกเสียง ไม่เคยพบเจอกองถ่ายไหนที่สนิทกันเช่นนี้ ยังจำภาพต้องเลี้ยงปิดกล้องได้ดี

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

เพราะชื่นชมฉากจบของตัวอย่างภาพยนตร์ อย่างตอนที่ตัวละครจีนแสดงสีหน้าที่ดูไม่ออกว่ายิ้มหรือเศร้า ออกแบบก็รีบบอกว่านั่นไม่ใช่ฉากยากที่สุดของเธอ 

ฉากที่ยากที่สุดของเรื่อง ซึ่งออกแบบบอกให้ไปดูในโรง ก็คือฉากที่ต่อจากการเจอเอ็มครั้งแรก

“ยาก อันนั้นรู้สึกว่ายากจริง” เล่ามาถึงตอนนี้ ไม่รู้ว่าคุณเรียกสิ่งนี้ว่าสปอยล์หรือเปล่า แต่นั่นแหละ ไม่ทันแล้ว

ตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าฉากที่ไปเข้าร่วมจะถูกผู้กำกับทิ้งหรือเก็บ แต่ไม่ว่าวันที่ 26 ธันวานี้จะเกิดอะไรขึ้น การพูดคุยสั้นๆ กับออกแบบในวันนั้นถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สุดในรอบปีเลย

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

คู่สนทนาของฉันในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ร้านอาหารใจกลางทองหล่อในเสื้อยืดสีดำ สกรีนคำว่า ‘ขาดสติ’ เขาคือชายคนหนึ่งที่ฉันเคยชมผลงานการแรปของเขาในอินเทอร์เน็ต ซึ่งฉันชื่นชอบเป็นการส่วนตัว

คู่สนทนาที่ว่าคือหนึ่งในผู้แข่งขันที่ตกรอบอย่างสมศักดิ์ศรีจากรายการ The Rapper จากการแข่งขันในรอบ Play-off ของสาย B ซึ่งเป็นการแข่งขันที่สุดแสนจะรักพี่เสียดายน้องเหลือเกิน

ชื่อตามบัตรประชาชนของเขาคือ กัลชาญ อัทรัณ

ชื่อเล่นของเขาคือ โตโย แต่ชื่อในวงการฮิปฮอป หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า aka คือ KQ

โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop

หนุ่มช่างไฟฟ้าแรงสูงจากเชียงรายคนนี้ คือผู้แข่งขันที่ปรากฏตัวในรายการเป็นคนแรก ด้วยไรม์แสนยียวน และการเลือกเพลงอันแสนชาญฉลาดอย่าง ลูกเสือจับมือ ทำให้เราจดจำเขาได้ในทันที

หนึ่งในเสน่ห์ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการมัดใจผู้ชมจนมีแฟนๆ ที่ติดตามเขาอย่างเหนียวแน่นไม่แพ้ผู้แข่งขันคนอื่น คือภาษา ลูกล่อลูกชน และการเล่าเรื่องของเขาในแต่ละโชว์เฉกเช่นนักเล่าเรื่องมือฉมัง เมื่อเขาได้กำไมค์เมื่อไหร่ เขาพร้อมจะพรั่งพรูเรื่องราวสุดแสนจะเหนือความคาดหมาย แต่สนุกสนาน และมีสารบางอย่างให้เราได้ฉุกคิด หลังการแสดงของเขาจบลง

เชื่อได้เลยว่า ถ้าคุณได้ชมผลงานของเขาสักครั้ง ไม่ว่าจะหน้าจอช่องเวิร์คพอยท์ 23 ในคืนวันจันทร์ หรือคลิปสั้นย้อนหลังบนยูทูบ คุณคงหลงรักเขาได้ไม่ยาก และปฏิเสธไม่ได้ด้วยว่าแรปของเขามันติดหูจริงๆ ถึงแม้เราจะไม่ได้เจอเขาในรอบ Final Rhyme ก็ตาม

ก่อนที่เราจะได้ผู้ชนะของรายการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และการมาถึงของ The Rapper Concert ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน อันเป็นโอกาสที่เขาจะได้วาดลวดลายอันฉกาจฉกรรจ์บนเวทีอีกครั้ง (แถมบัตรจวนเจียนจะ Sold Out แล้วด้วย) ฉันจึงขอนัดพบเขา ก่อนที่เขาจะมีงานต่อในช่วงเย็น

เพื่อขอให้โตโยเล่านิทานชีวิตของเขาให้ฉันฟัง

โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop

“กูแรปมานานนม มานมนาน”

นับจากวินาทีนี้ย้อนกลับไป 15 ปี ก็คงจะประมาณปีพุทธศักราช 2546

ขณะที่เด็กชายกัลชาญอยู่ในวัยที่ต้องทำบัตรประชาชนใบแรก เขายังคงใช้ชีวิตสนุกสนานเฉกเช่นเด็กมัธยมคนอื่น แต่เมื่อเขาได้ฟังเพลงของวง Thaitanium ที่ชมรมบีบอยในโรงเรียนของเขาเปิดเพื่อประกอบการเต้น

เขาเริ่มรู้สึกว่าเพลงนี้มันมีจังหวะอะไรบางอย่าง

“ที่โรงเรียนมีชมรมเต้นบีบอย ผมก็เข้าชมรมนี้เพราะว่าอยากเต้น แต่ก็เต้นไม่ไหว ตอนเด็กตัวอ้วนขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยมาแรปดีกว่า เพราะจากเพลงของไทยเทเนียมที่ผมได้ยินวันนั้น เลยคิดว่าน่าสนใจ

“ผมเริ่มสนใจแรปจริงๆ ตอน ม.3 ตอนนั้นผมหาเพลงแรปฟังเยอะมาก วันหนึ่งผมเข้าเว็บสยามฮิพฮอพ (www.siamhiphop.com-ปัจจุบันปิดตัวแล้ว) ตอนนั้นที่เว็บแจกโปรแกรมทำเพลงฮิปฮอปให้ฟรี ผมก็โหลดโปรแกรมมาลงในคอม แล้วก็ขโมยไมค์แม่ไปอัด ตอนนั้นยังไม่มีเพลงก็เอาทำนองจากเกม Ragnarok มาแล้วก็แรปกับเพลงมั่วๆ ตอนนั้นผมรู้สึกตื่นเต้นมากเลยนะ ตื่นเต้นตั้งแต่เอาเสียงเราอัดลงไปในคอมได้แล้ว (หัวเราะ) ผมก็คิดในใจเลยว่า ‘อย่างนี้เราก็ต้องทำซีดีขายได้สิวะ’ แต่ก็ไม่ได้ทำขายจริงจัง

“ผมเคยเอาเพลงไปให้เพื่อนฟังด้วยนะ เพื่อนกลุ่มแรกๆ มันก็บอกว่า ‘แรปอะไรของมึงวะ’ ‘Slang Slang Shit Shit Man’ มันก็เอาไรม์ผมไปอ่าน มันก็แรปมั่ง ‘Slang Slang Shit Shit Man’ มันก็ร้องอย่างนั้นทั้งเพลง เห็นเพื่อนๆ สนุกก็เลยชวนเพื่อนไปอัดเพลงด้วยกัน โตโยเล่าเรื่องในวัยเด็กของเขาซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop

“แรปมาแหลกลาน แรปตั้งแต่สมัยที่หัวนมกูยังไม่แตกพาน”

เด็กชายกัลชาญในตอนนั้นสู่นายกัลชาญในเวลาต่อมา แม้ลักษณะทางกายภาพเปลี่ยนไปแต่ความเชื่อในฮิปฮอปยังคงเหนียวแน่นไปเปลี่ยนแปลง

จนในที่สุด เขาเริ่มพาตัวเองสู่การประกวดแข่งขันที่เกี่ยวกับฮิปฮอป

“ตอนนั้นผมเคยแข่งออดิโอแบทเทิลกับ ‘ปู่จ๋าน ลองไมค์’ ด้วย” เขาพูดถึงบุคคลที่สุดท้ายจะเวียนมาบรรจบพบเจอในเวลาต่อมา “วันนั้นเราก็แข่งกัน แรปด่ากัน ตอนนั้นผมแพ้ปู่จ๋านยับเลย เขาด่าผมเป็นมาสคอตของยางมิชลิน (หัวเราะ) “ปู่จ๋านๆ MC วิเศษ KQ คนละเกรด” ประมาณนี้ครับ

“หลังจากแข่งจบปู่จ๋านก็ทักมาบอกผมว่า ทำเพลงกันมั้ย ผมก็ตอบตกลงไป ผมก็หาบีทให้แก เลือกเพลงไร้สาระนี่แหละ เพราะทำกันสนุกๆ ทำกันประมาณ 2 วันแล้วก็ลงเลย ก็แบ่งให้กันฟังในวงการเล็กๆ ครับ เพื่อนๆ ที่ได้ฟังก็บอกว่าเพลงนี้พูดได้หลายเรื่องมากเลย ตอนนั้นก็สนุกดีครับที่ได้ทำงานกับปู่จ๋าน”

“แรปกระชับมิตร บางทีก็แรปแบบแดกดัน”

กลับมาที่ปี 2560 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าวงการฮิปฮอปไทย ‘เดือด’ ขนาดไหน

จากชายที่คลั่งไคล้ในการแรป เขาตัดสินใจลงแข่งขันแรปแบทเทิลนอกกระแสที่โด่งดังมากอย่าง Rap is Now, The War is On Season 3 ซึ่งผลการแข่งขันในครั้งนั้น เขาเป็นรองชนะเลิศ โดยแพ้ OAK แชมป์ในปีนั้นไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ

โตโยพาตัวเองเข้าสู่การแข่งขันแรปแบทเทิลมาหลายต่อหลายเวที แต่การแข่ง Rap is Now ในครั้งนั้น คือสถานที่ ‘ฉายแสง’ ของเขาให้เปล่งประกายในวงการฮิปฮอปไทย และทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่เมื่อมีคนรัก ก็ต้องยอมรับกับคำติชมที่เป็นก้อนหินให้ได้

นั่นคือสัจธรรมประการหนึ่งเมื่อใครสักคนอยู่ในที่แจ้ง

“การแข่ง Rap is Now เครียด แต่มัน เราขึ้นเวทีขึ้นไปให้คนอื่นด่าเรา เราลงจากเวทีมีคนตามด่าเราในคอมเมนต์ด้วย ผู้แข่งขันทุกคนก็โดนครับ แต่มันดีตรงที่ว่าแข่งเสร็จแล้วได้เพื่อนนะ เราขอโทษขอโพยกัน ได้เพื่อน มิตรภาพ ได้สังคมเยอะ ได้คอนเนกชันดีๆ” โตโยพูดถึงการแข่งขัน Rap is Now

1 ปีต่อมาหลังจากการแข่งขัน Rap is Now จบลง มีรายการแข่งขันแรปชื่อว่า The Rapper เกิดขึ้น จึงเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่โตโยจะพาตัวเองเข้าสู่การแข่งขันแรปบนสื่อกระแสหลัก

ว่าแต่การพาตัวเองเข้าสู่สมรภูมิรบครั้งใหม่ เขากลัวอะไรบ้างไหม

“กลัวแรปหลุดครับ กลัวอย่างเดียวเลย สำหรับเวทีประกวดแล้วแรปหลุดคือคนที่ตายแล้วบนเวที ถึงคุณจะเก่งแค่ไหนก็ตาม คุณแรปหลุด คุณมีโอกาสตกรอบสูงเลยนะ ผมอาจจะโดนมาตั้งแต่ Rap is Now แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนต้องแรปหลุด และแรปเปอร์จะกลัวเรื่องนี้มากที่สุด”

โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop

“ถ้าอยากจะโชว์สปิริตต้องแรปอาทิตย์ละแปดวัน”

ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าการที่เขามีศิลปะในการแรปที่ไม่เหมือนใคร เขามีวิธีคิดจากอะไร และได้คำแนะนำจากโค้ชหรือโปรดิวเซอร์ในรายการ The Rapper อย่างไรบ้าง

“ผมแต่งมาจากการเล่นคำตลอดเลยครับ แต่ผมไม่ได้คิดวางโครงเรื่องอะไรก่อนเลยนะ ผมจะเล่นคำเน้นเชื่อมโยง ต่อยอดไปเรื่อยๆ เช่น โชว์กระบี่ไร้เทียมทานตอนรอบ Play-off คำว่ากระบี่จะเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง จังหวัดกระบี่ ไปตีกระบี่ กระบี่เป็นเหมือนมีดนี่หว่า อะไรเปรียบเทียบกับกระบี่ได้บ้าง ก็เป็นมีดปอกผลไม้ เป็นดาบไลต์เซเบอร์ ผมจะเน้น ตอนแรกผมจะเอาแบบเป็นหนังจีนกำลังภายในเลย แต่พอผมไปปรึกษาพี่กอล์ฟ (ฟักกลิ้ง ฮีโร่-ณัฐวุฒิ ศรีหมอก) ผม Respect แก แกก็บอกว่าเอาแค่กลิ่นของหนังจีนกำลังภายในพอ ที่เหลือก็เป็นตัวของตัวเอง

“หรือรอบ Battle ที่ผมต้องแข่งกับพี่อุ้ย (ICE Maiden) ปู่จ๋านให้โจทย์เป็นเพลง บาปบริสุทธิ์ ของ คาราบาว ปู่ให้เล่าเรื่องของผู้ชายที่ผู้หญิงไม่เข้าใจ กับเรื่องของผู้หญิงที่ผู้ชายไม่เข้าใจ ผมก็ปรึกษากับพี่อุ้ยแล้วตกลงกันว่า เราแสดงเป็นสามีภรรยาเลยดีกว่า จะเห็นภาพชัดกว่า ระหว่างซ้อมผมกับพี่อุ้ยจะแลกไรม์ให้กันดูตลอด ช่วยกันปรับว่าอย่างนี้ดีมั้ยๆ ตอนแรกผมก็แต่ง ‘A Yo A Yo What’s up Girl’ พี่อุ้ยเขาก็ ‘A Yo A Yo What’s up boy ว่ายังไงจ้ะ’ ล้อผมกลับมา”

สำหรับเด็กคนหนึ่งที่มีความเป็นฮิปฮอปในตัวอย่างเข้มข้น การที่ได้เข้ามาสู่สังเวียนการแข่งขันที่มีแรปเปอร์มากหน้าหลายตาจากทั่วทุกสารทิศ ถือเป็นการท่องยุทธจักรที่โตโยแทบไม่มีโอกาสสัมผัสในชีวิต ทั้งการแรปต่อหน้าโปรดิวเซอร์ทั้งสอง ซึ่งเป็นที่สุดของวงการฮิปฮอปไทยอย่างโจอี้ บอย และ ขันเงิน เนื้อนวล รวมถึงได้อยู่ในทีมโค้ชปู่จ๋าน ลองไมค์ ที่เคยทำเพลงร่วมกันเมื่อหลายปีก่อน และได้แข่งกับแรปเปอร์หญิงสาย Underground คนแรกๆ ของไทยอย่าง ICE Maiden

“พี่อุ้ยแกเป็นกันเองดีครับ แกเป็นตำนาน ผมฟังแกตั้งแต่ ม.2 ผมหัดแรปก็ได้ยินเสียงแกในอัลบั้ม Mixtape พอมาเจอแก ตอนแรกผมก็เกร็งๆ อยู่ เหมือนแกเป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจ ผมก็ไม่กล้าเล่นอะไรมาก แต่ได้รู้จักแก แกเป็นอัธยาศัยดีครับ

“ส่วนปู่จ๋าน แกสอนผมว่า ทำยังไงก็ได้ให้คนดูสนุกที่สุด และไม่ใช่แค่สนุก แต่ต้องให้คนดูได้อะไรจากเราไปด้วย”

โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop

“กูหายใจไม่ค่อยจะทัน”

ถึงแม้ว่า KQ จะตกรอบ Play-off ไปอย่างน่าเสียดาย แต่การตกรอบของเขาก็สร้างคำถามในใจให้กับผู้ชม

ในรอบ ‘8 บาร์เข้าชิง’ ผู้แข่งขันจะต้องแรปสดในโจทย์เดียวกัน และบีทเพลงเดียวกันภายใน 8 บาร์

ซึ่งโจทย์จากโปรดิวเซอร์ประจำรายการในวันนั้นคือ การแรปนำเสนอตัวเอง โดย KQ เล่าถึงการเตรียมตัวในการแข่งขันวันนั้นว่า

“จริงๆ ทีมงานให้โจทย์มาก่อน พอได้ฟังบีตแล้วไรม์ของพี่ขันในเพลงธีมรายการก็โผล่มาในหัว เนื้อเพลงท่อนที่ว่า “ถ้ากรีดเลือดกูไหลออกมา มันหลั่งเป็นเพลงฮิปฮอป” ผมก็คิดว่า เราลองล้อโค้ชกับเพลงธีมดีกว่า ก็เลยแปลงเนื้อเป็น “ถ้ากรีดเลือดออกมา กูบอกได้เลยว่ากรุ๊ปบี”

“แล้วท่อนที่พี่กอล์ฟร้องว่า ถึงเรียนไม่จบ แต่แรปเป็นงาน ปอ-รอ-อะ-จอ-อำ (ประจำ)” ผมก็เอามาล้อเป็น ไม่ได้แรปเป็นงานประจำ ก็ปีนเสาไฟอยู่ทุกที” เพราะผมไม่ได้แรปเป็นงานประจำจริงๆ ส่วนท่อนของปู่จ๋านที่ร้องว่า “พ่อตาผมยังไม่มองหน้าและยังไม่รับเป็นเขยเลย” เราก็หยิบลูกเขยมาเล่น คือเราล้อโค้ชกับโปรดิวเซอร์ทีละคนๆ ตามบีท แล้วบาร์สุดท้ายผมก็ขอโทษ เพราะผมไม่ได้มีเจตนาจะไป Disrespect พี่ๆ เขา”

แรปขนาด 8 บาร์ที่ KQ แรปไปบนเวทีในโชว์นั้น เหมือนจะเป็นการโชว์ศักยภาพที่เอื้อให้เขาได้ไปต่อในรอบ Final Rhyme แต่กลายเป็นว่าไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขาจะสื่อเลย

“ตอนแข่งในห้องส่งไม่มีใครเข้าใจเลยครับ จริงๆ พี่โจ้อาจจะรู้ก็ได้ แต่แกก้มหน้าตอนผมแรปอยู่ ผมก็คิดในใจ ‘เอาแล้ว แกโกรธกูเปล่าวะ’ วันต่อมาหลังถ่ายรายการจบ ผมก็ส่งข้อความไปขอโทษแกว่า “พี่ ผมขอโทษนะครับ เมื่อวานอาจจะแบบล่วงเกินหรือลามอะไร” แต่ก็ไม่มีเจตนาจะไป Disrespect อะไรพี่เขา แต่เพื่อความบันเทิง”

เมื่อรายการ The Rapper เทปนั้นออกอากาศ มีแฟนรายการส่วนหนึ่งที่หยิบไรม์เจ้าปัญหาของ KQ มาวิเคราะห์และตีความ จึงทราบว่า นั่นคือการล้อเลียนที่เหนือคาดกว่าที่เขาได้แสดงในการแข่งขัน

จึงเป็นการ ‘ตกรอบ’ ที่น่าเสียดายเสียเหลือเกิน ในความคิดของฉันและผู้ชมหลายๆ คน

“แต่กูจะยังไม่ยอมตาย มึงยังไม่ต้องมาขายประกัน”

ในภาพของแรปเปอร์ที่ลีลาแพรวพราวไม่เป็นสองรองใคร จริงๆ แล้วโตโยยังคงทำงานประจำเป็นช่างไฟแรงสูง ประจำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดเชียงราย

“ตอนแรกพี่ชายไปเรียนก่อนตั้งแต่ ม.3 แล้วแม่ก็ส่งผมไปเรียนต่อ เขาเห็นว่าเรียนจบออกมาแล้วจะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำของการไฟฟ้าฯ แม่ก็เลยส่งให้ไปเรียน เรียนจบมาผมก็ทำงานที่นี่ครับ” โตโยเล่าจุดเริ่มต้นของการเข้าเรียนในโรงเรียนช่างไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

สิ่งหนึ่งที่ฉันสนใจในอาชีพนี้ ไม่ใช่เพียงแต่การเล่นกับไฟฟ้า แต่เป็นเนื้องานที่โตโยรับผิดชอบในแต่ละวัน

“งานของอาชีพช่างไฟฟ้าแรงสูงก็คือเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ยังจ่ายไฟปกติ ไปจ่ายหม้อแปลงใหม่ หรือขยายเขตส่งไฟฟ้าใหม่ หรือเวลาการจ่ายไฟฟ้ามีปัญหา ผมสามารถซ่อมไฟฟ้าแบบไม่ต้องดับไฟ ชาวบ้านก็ยังใช้ไฟได้ปกติ”

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาชีพของโตโย คือการได้รับผิดชอบการซ่อมบำรุงไฟฟ้าในสถานการณ์ไม่ปกติ เช่น การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการค้นหาน้องๆ นักฟุตบอลและโค้ชทีมหมูป่าอคาเดมี่ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

“ผมเข้าไปช่วง 4 – 5 วันแรกที่มีการค้นหาน้องๆ 13 คน ก็ได้รับมอบหมายให้ไปติดหม้อแปลงเพิ่มและเชื่อมไฟในถ้ำ ผมเข้าไปตอนกลางคืนก็เอารถไปจอดรอ คืนนั้นรถเต็มเส้นทางเข้าหน้าถ้ำ และมีคนเยอะมากเลยครับ กว่าจะเริ่มงานได้ กว่าจะเข้าไปได้ก็ตีหนึ่ง แต่ใช้เวลาทำงานไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว

“ผมเห็นความเหนื่อยของเจ้าหน้าที่ เห็นพี่ๆ ทหารนั่งหมดเรี่ยวหมดแรงกันอยู่หน้าถ้ำ ความเปียก ความแฉะของพื้นที่ปฏิบัติงาน ตอนผมไปรอจะเชื่อม เราก็นั่งมองข้างนอกถ้ำ ผมก็คิดถึงน้องๆ ที่อยู่ข้างในถ้ำ ขนาดเราไปไม่กี่ชั่วโมงเราก็ยังหิว ยังเหนื่อย ผมสงสารน้องๆ มาก ผมนั่งมองอยู่นอกถ้ำก็รู้สึกภูมิใจครับที่ได้ไปช่วย”

โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop

“จะแรปไปถึงวันที่กูมีสายระโยงระยาง”

ฉันเคยดูบทสัมภาษณ์ของ KQ อยู่บ้าง ซึ่งเขาพูดว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนเงียบๆ

KQ ที่อยู่ตรงหน้าฉันก็เหมือนกัน เขาไม่ได้มีภาพที่ตรงกับตัวตนในรายการมากสักเท่าไหร่ ในทางกลับกัน เขาบอกเองว่าเขาเป็นคนที่ไม่มี ‘วิถีฮิปฮอป’ อยู่ในตัวอีกด้วย

แล้วมันจะไปด้วยกันได้ยังไงล่ะ ฉันสงสัย

“ผมไม่ได้มีวิถีฮิปฮอปนะ ชีวิตประจำวันก็คือทำงาน กลับมาก็อยู่บ้านเหมือนคนธรรมดา วิถีฮิปฮอปก็อาจจะเป็นแค่ภาพในรายการ แค่ทำเพลง แต่ถ้าจะไปเป็นแก๊งเป็นกลุ่ม ผมไม่มีเลยนะ เมื่อก่อนอาจจะมีนะตอนเด็กๆ ตอนอยู่กรุงเทพฯ ผมก็มีแก๊ง ไม่ใช่ว่าไม่มีใครคบกูเลยนะ (หัวเราะ) ก็มีเพื่อนอยู่ แต่ก็อาจจะเลิกทำเพลงไปแล้ว”

ฉันมีคำถามสงสัยเกี่ยวกับวิถีฮิปฮอปที่ฉันอยากรู้อยู่หลายประการ หนึ่งในนั้นคือการดิสแรป หรือการแรปด่ากันด้วยคำผรุสวาท แรปด่าทอเสียๆ หายๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันแรปแบทเทิลหลายๆ เวที

ฉันสงสัยว่าแรปเปอร์จะแรปด่ากันไปทำไม

“มันก็เหมือนนักมวยครับ ทำไมต้องตีกัน ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ มันอาจจะเป็นวัฒนธรรมฮิปฮอป ถ้าไม่มีมันก็ไม่ใช่แรป แต่ก็ไม่ใช่การด่าแบบโกรธแค้นกันนะ ส่วนตัวผมไม่โกรธหรอก อย่างตอน Rap is Now ที่บอกว่าเตี๊ยมมันก็ไม่มีนะ คนแข่งไม่ได้แบ่งไรม์ให้กันนดู ถ้าเตรียมมาก็ต้องเตรียม ถ้าคุณไม่ได้ขึ้นมาแรปสดบนเวที คุณก็ต้องเตรียมไรม์มาแก้เขาด้วย เขาจะด่าเรื่องอะไรผม ผมก็เตรียมไป เขาจะด่าว่าผมอ้วน ไอ้เอ๋อ ไอ้ปัญญาอ่อน ก็ต้องเตรียมไปว่าเขาจะด่าแบบนี้”

อีกหนึ่งคำถามที่ฉันอยากถามเขา คือเขาเชื่ออะไรมากกว่ากัน ระหว่างแรปสด กับแรปจดที่เตรียมมากจากบ้าน

“ตอนแรกการแข่งแบทเทิลในเมืองไทยคือแรปสด พอขึ้นมาอยู่บนเวทีแข่งขัน จะมีช่วงหนึ่งที่ผมไปดูการแข่งแรปแบทเทิลสดแล้วมันน่าเบื่อมากเลยครับ ยืนดูแล้วก็มีคำซ้ำๆ เดิมๆ เช่น ไอ้ควาย พ่อมึงตาย วนไปวนมา เลยต้องมีการ ‘จด’ เข้ามาช่วย แต่ผมว่ามันไม่เกี่ยวกัน มันอยู่ที่ว่าคุณจะถนัดอะไรมากกว่า แต่ผมถนัดจดมากกว่า เพราะว่าบางทีผมก็คิดไม่ทัน แต่สำหรับคนแรปสดแล้วคิดก็ถือว่าสุดยอดเลย เจ๋งกว่าเยอะเลย”

โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop

“ไม่ว่าชีวิตจะขึ้นสูงสุด หรือชีวิตจะลงสะพาน”

“ตลอด 15 ปีที่คุณสนใจแรปและฮิปฮอป คุณเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในวงการฮิปฮอปไทย” ฉันถาม

“เปลี่ยนแปลงเยอะมากเลยครับ เปลี่ยนจากเพลงนอกกระแสมาเป็นเพลงกระแสหลักไปเลย เมื่อก่อนมันก็มีคนฟังอยู่เฉพาะกลุ่ม ไปไหนก็มีแต่กลุ่มเล็กๆ งานปาร์ตี้เล็กๆ แต่เดี๋ยวนี้ก็เดินไปไหนใครก็ฟังฮิปฮอป ขนาดแม่ผมเอาเพลงกระบี่ไร้เทียมทานที่ผมแรปเปิดออกเสียงตามสายในโรงเรียน”

ฉันถึงกับหัวเราะร่ากับคำตอบนั้น เพราะถ้าขนาดคนในครอบครัวยังนำเพลงของลูกไปเผยแพร่ในที่สาธารณะ ไม่ต้องสืบเลยว่า คนเป็นแม่จะภูมิใจในลูกของเขาขนาดไหน

เส้นทางในวงการแรปของโตโยจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ไม่มีใครรู้ เพราะเจ้าตัวเองบอกกับฉันว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

การท่องยุทธจักรในครั้งนี้ยังไม่จบ แต่การเดินทางแวะในจุดหมายต่างๆ ย่อมมีบทเรียน

ฉันจึงถามเขาว่า บทเรียนที่สำคัญที่สุดของการอยู่ในวงการฮิปฮอปไทย คืออะไร

“ผมได้บทเรียนสองข้อ ข้อแรกคือ เราไม่ได้เจ๋งที่สุด มีคนที่เก่งกว่าเราอีกเยอะ ผมเรียนรู้จากการตกรอบ จากการพ่ายแพ้ แล้วมันทำให้ผมเอาข้อผิดพลาดกลับไปพัฒนาตัวเอง อีกข้อคือ การวางตัวครับ เราต้องวางตัวให้ดี บางทีเรามีชื่อเสียงแล้วเราก็อาจจะหลงระเริงไปบ้าง เราต้องไม่ลืมว่า เราเป็นคนธรรมดาที่ยังทำงานหาเช้ากินค่ำอยู่”

ก่อนที่เราจะแยกกัน ฉันขอให้เขาแรปสั้นๆ ขนาด 8 บาร์ ในหัวข้อ ‘นิทานชีวิตของ KQ’ ให้ฟัง

นื่คือไรม์ที่เขาแรปให้ฉันฟัง

“กูแรปมานานนม มานมนาน แรปมาแหลกหลาน แรปตั้งแต่สมัยที่หัวนมกูยังไม่แตกพาน

แรปกระชับมิตร บางทีก็แรปแบบแดกดัน ถ้าอยากจะโชว์สปิริตต้องแรปอาทิตย์ละแปดวัน

กูหายใจไม่ค่อยจะทัน แต่กูจะยังไม่ยอมตาย มึงยังไม่ต้องมาขายประกัน

จะแรปไปถึงวันที่กูมีสายระโยงระยาง ไม่ว่าชีวิตจะขึ้นสูงสุด หรือชีวิตจะลงสะพาน”

โตโย, kq, แรป, แรปเปอร์,  The Rapper, Rapper, ฮิปฮอป, hiphop

ขอขอบคุณสถานที่
โครงการ The Commons

Writer

Avatar

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographers

Avatar

วริศรา ศิริพลไพบูลย์

เด็กบัญชี ปีสอง ถิ่นกำเนิดจากขอนแก่น ชอบตื่นเช้ามาออกกำลังรับวิตามินดี รักการท่องเที่ยวธรรมชาติ กำลังเรียนรู้วิถีการเป็นช่างภาพ

Avatar

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load