ข้างๆ ฉันคือ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง

หลังส่งเทปแคสบทสั้นๆ ที่ตั้งกล้องถ่ายในร้านข้าวต้มไปตอนสี่ทุ่ม รู้ตัวอีกทีก็กำลังนั่งให้พี่ช่างแต่งหน้าตบแป้งเตรียมเข้าฉาก

“หลังจาก ฉลาดเกมส์โกง ก็ไม่ค่อยเห็นออกแบบเลย ช่วงที่ผ่านมาไปทำงานอะไรสนุกๆ มาบ้าง” ฉันใช้จังหวะที่พี่ช่างแต่งหน้าหันไปเลือกสีลิปสติกยิงคำถาม ก่อนจะถูกขอให้เม้มปากเพื่อเกลี่ยสีที่ปากให้เสมอกัน โดยไม่ลืมชำเลืองไปยังจุดที่ผู้กำกับนั่งอยู่ เตรียมการในใจแล้วว่าถ้า เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ หันมามองพอดี จะชูมือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจที่วันนี้ไม่ได้หยิบเครื่องอัดเสียงติดตัวมาเหมือนทุกครั้ง

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

“เราไปทำงานที่จีนมา” เสียงเครื่องเป่าผมดังกลบเสียงของออกแบบ

อยู่ๆ จิตวิญญาณก็เหมือนถูกปลุกขึ้นมา ฉันเลิกจดจ่อกับบทพูด 5 ประโยคของตัวเอง แล้วยกเก้าอี้ไปนั่งชิดกับออกแบบซึ่งนั่งเตรียมเข้าฉากอยู่ข้างๆ กัน

มีเรื่องที่แฟนๆ ชาวจีนทำรูปปั้นครูพี่ลินไว้บูชาขอพรช่วงสอบ มีเรื่องการทำงานที่จีน ความมืออาชีพในการถ่ายทำ และวัฒนธรรมฟานฟานในกองถ่าย ตัดสลับรับกันพอดีกับช่วงพักกองเปลี่ยนมุมกล้อง 

เดิมตั้งใจจะเก็บเรื่องราวข้างล่างนี้ไว้กับตัว จนกว่าจะถึงวันที่ 26 ธันวาคม หรือวันที่ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ เข้าฉายวันแรก 

แต่เราอยากให้ผู้อ่าน The Cloud ได้รู้จักออกแบบก่อน 

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

ออกแบบเป็นเด็กสาวอายุ 23 ปี ที่เริ่มต้นบทบาทนางแบบเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ก่อนดังเป็นพลุแตกขึ้นแท่นนางเอกพันล้านจากบทครูพี่ลินใน ฉลาดเกมส์โกง โกอินเตอร์ได้ทำงานที่ประเทศจีนในบทบาทนักแสดง และกำลังจะมีผลงานล่าสุด ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

เท่าที่สัมผัสตัวตนออกแบบในเวลาสั้นๆ เราพบว่าการ Go Inter ที่จีน (ชื่อประเทศ) ของเธอ ส่งต่อ Go Inside หรือการเติบโตข้างในอย่างมาก เธอทำให้เราเชื่อว่าเป็นจีน (ชื่อตัวละคร) อย่างมีนัยยะสำคัญ

ก่อนพี่เต๋อจะสั่งเทคเราอีกรอบ ออกแบบ เธอช่วยบอกวิธีจำบท 5 ประโยคทีนี้ได้ไหม

“ไม่ต้องจำ พี่แค่ต้องเข้าใจว่าทำไมตัวละครพูดแบบนี้และมันจะจำได้เอง ยิ่งจำยิ่งพูดไม่ได้” และเราก็ได้รู้ว่า การเป็นนักเขียนก็ไม่ได้แย่เสมอไป อย่างน้อยก็ง่ายกว่าเป็นนักแสดงเป็นไหนๆ

จีน

จีน (น.) 1. ชื่อประเทศและชนชาติหนึ่งอยู่ในเอเชียตะวันออก

หลังจาก ฉลาดเกมส์โกง หรือ Bad Genius เข้าฉายในประเทศจีน ออกแบบก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น ถึงขนาดมีแฟนๆ ทำรูปปั้นตัวละครครูพี่ลินไว้บูชาช่วงสอบ

ต่อมาได้รับการทาบทามให้เข้ารับบทนางเอกในภาพยนตร์ Blooming Blossom ซึ่งชื่อยังไม่เป็นทางการ เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากละครเวที The Secret Musical (2018) ของ Jay Chou ดัดแปลงจากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันของไต้หวันซึ่งฉายครั้งแรกเมื่อปี 2007

เรื่องราวความรักสามเศร้า ของหญิงสาวที่ฐานะทางบ้านไม่ดี ประสบอุบัติเหตุและชีวิตเปลี่ยนไปเพราะคนที่ขับมาชนรับผิดชอบ และจากเหตุการณ์รถชนครั้งนั้นทำให้เธอความจำเสื่อมกลายเป็นอีกคนหนึ่ง ใช้ชีวิตเรื่อยมาจนพบกับพระเอก ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างรอเข้าฉายที่ประเทศจีน

“ชีวิตช่วงนั้นเหมือนอ่านหนังสือสอบทุกวัน นอกจากเรียนภาษา ต้องมีเรียนเปียโนและกีตาร์ และต้องพูดจีนทั้งเรื่อง แม้จะมีการอัดเสียงทับเข้าไปแต่ปากก็ต้องตรง ไม่เหมือนซีรีส์ที่เราพูดไทยได้เลย ซึ่งคำศัพท์เยอะมาก ตอนทำงานจะมีล่ามประกบ และในแต่ละวันพอถ่ายเสร็จก็คุยกับล่ามต่อถึงฉากพรุ่งนี้” ออกแบบเล่าชีวิตที่ถ่ายทำภาพยนตร์ 10 ซีนต่อวันเป็นเวลาเดือนกว่าอย่างย่นย่อ

ผลงานอีกเรื่องเป็นซีรีส์ล่าสมบัติสมัยใหม่ ความยาว 36 ตอน

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

“แสดงว่าติดใจการทำงานที่จีนแล้วใช่ไหม” เราถาม

ออกแบบซึ่งหลบแดดในร่มข้างกันรีบตอบเหตุผลที่ตัดสินใจรับบทนำในซีรีส์โรแมนติก-ไซไฟเรื่องนี้ แม้จะทำให้เสียโอกาสทำงานอื่นๆ เพราะต้องอยู่ประเทศจีนถึง 4 เดือน แต่นี่เป็นโอกาสเดียวเธอได้ทำทุกอย่างที่ไม่เคยทำที่ไหน

“ฝึกกังฟู เรียนดำน้ำ ขึ้นสลิง มีฉากต่อสู้ ได้ทำอะไรเยอะ” ออกแบบเล่าด้วยตาเป็นประกาย

ในเรื่องออกแบบรับบทนางเอก ซึ่งเป็นนักชีววิทยา อยู่มาวันหนึ่งพ่อป่วย ทำให้ต้องออกตามหาหยก 7 ชิ้นมาประกอบเพื่อทดลองช่วยให้พ่อเป็นอมตะ เป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ใช้เงินลงทุน 2 – 3 พันล้านบาทไทย และใช้บริษัทคอมพิวเตอร์กราฟิก 4 บริษัทสำหรับการถ่ายทำซีรีส์เรื่องเดียว

ไม่บอกคุณก็คงรู้ว่าการเป็นนักแสดงที่จีนยากแค่ไหน ไม่ใช่แค่เป็นคนดัง แต่ใครที่จะเข้ามายืนตรงจุดนี้ต้องมีความสามารถที่เพียบพร้อมและจริงจังกับการทำงาน

“การทำงานที่ไทย ออกกองถ่ายสามถึงสี่วันแล้วหยุด แต่ที่นู่นเราต้องถ่ายทุกวันเป็นเวลา สี่เดือน” แม้จะกลับไทย 1 – 2 ครั้ง แต่ก็เป็นการบินกลับมาเพื่อทำงานตอนเช้าและบินกลับเลย

ในการถ่ายทำ สิ่งที่ยากไม่ใช่สำเนียงเสียงภาษา แต่คือการทำความเข้าใจสำนวนจีนในบทซึ่งแปลจากภาษาจีนเป็นภาษาไทย รวมไปถึงการถ่ายทำทั้ง 36 ตอน ในเวลา 4 เดือน ซึ่งนักแสดงทุกคนต้องพร้อมที่จะถ่ายทำด้วยกัน 

“แปลว่าคุณต้องสามัคคีมากๆ เพื่อทำให้เสร็จในเวลาที่กำหนด ไม่มีใครวิ่งไปรับงานอีเวนต์ใดๆ ได้ทั้งนั้น ตารางชีวิตออกแบบที่จีน เริ่มต้นที่แต่งหน้าตอนหกโมงเช้า ถ่ายจนเกือบจะครบเบรกดาวน์ มีบ้างที่ถ่ายทำจนถึงตีสามและวันต่อมาเริ่มถ่ายตอนแปดโมงเช้า ไม่ใช่แค่เรานะ ทุกคนในกองต้องพร้อมเพรียงกัน” ฟังแล้วจินตนาการภาพจำนวนคนในกองถ่ายขนาดใหญ่นี้ไม่ออก

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

ออกแบบเล่าวัฒนธรรมแปลกๆ ที่เจอในกองให้ฟังว่า กองถ่ายจีนมีวัฒนธรรมที่ทุกคนกินข้าวพร้อมกันไม่มีใครกินก่อนกินหลัง 

“พอเที่ยงปุ๊บ ผู้กำกับจะประกาศออกไมโครโฟนว่า ‘ฟานฟาน’ ทุกคนก็จะวางทุกอย่างในมือแล้วรีบไปกินข้าวก่อนกลับมาทำงาน เหมือนอยู่ในค่ายนิดนึง เป็นระเบียบมาก หรืออย่างช่วงเทศกาลเขาก็จริงจังมากเรื่องขอความร่วมมือให้ทุกคนไปร่วมงานและตรงเวลา” 

เจอตัวเป็นๆ ทั้งที ไม่ถามถึงฉากยากๆ ที่เจอระหว่างถ่ายทำคงไม่ได้

“มีครั้งหนึ่งเป็นฉากปีนเสาหนีตาย แต่เสาไม่แข็งแรงพอเราจึงตกลงมา โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากแต่ร้องไห้หนักมาก (หัวเราะ) อีกฉากเป็นตอนที่จะวิ่งเข้าไปช่วยพ่อที่ติดอยู่ด้านในแต่ไม่ทันแล้วเพราะสถานที่กำลังจะถล่ม โดยมีอีกตัวละครจับยื้อเราไม่ให้เข้าไป ในการถ่ายทำเขาใช้ระเบิดถล่มฉากนั้นจริง ก็ซักซ้อมกันก่อนว่าระเบิดถล่มถึงเสาต้นที่เท่าไหร่แล้วถึงวิ่ง หากช้าผิดคิวเพียงนิดเดียวอันตรายแน่ๆ ปรากฏว่าเขาจำเสาผิดต้น เสาขนาด 8 เมตรก็หล่นลงมาทับ โชคดีที่เสาไม่ได้กระแทกเราโดยตรง แต่โดนนักแสดงชายหัวแตกด้านหน้าและหลัง ความโหดคือวันต่อมาถ่ายทำต่อเลย ซึ่งในการทำงานก็จะมีวันพักที่เขาให้เรานอนพักทั้งวันแบบจริงจัง ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน” 

ฟังแล้วฮึกเหิม หวังให้พี่เต๋อให้ผ่านไวๆ จึงเลือกบังคับใจให้จำบทตามที่ออกแบบบอก แล้วเข้าใจตามสิ่งที่เกิดขึ้น

รู้สึกโชคดีที่ฉากวันนี้ไม่มีต้องปีนเสา 

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

จีน

จีน (น.) 2. ชื่อหญิงสาวคนหนึ่ง

จีน เป็นนักออกแบบที่ใช้ชีวิตโลดแล่นอยู่ที่โคเปนเฮเกน แต่มีเหตุให้ต้องกลับมาอยู่ที่ไทย จีนอยากทำบ้านใหม่ให้สวยเข้ากับวิถีชีวิตมินิมอลเหมือนตอนอยู่ที่นั่น ก็เลยต้องรื้อบ้าน ทิ้งของที่ไม่ใช้ออก เกิดเป็นเรื่องราวที่ต้องเอาของไปคืนกับที่ต้องไปทิ้ง

“เมื่อจะต้องทิ้งมันก็เลยยาก” ออกแบบเล่าเรื่องอย่างย่นย่อให้เราฟัง

ส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้พูดถึงความสัมพันธ์ และในตัวอย่างภาพยนตร์ เราเห็นการทิ้ง การเก็บ เห็นสถานะแฟนเก่า แฟนใหม่ (สารภาพว่าเจอฉาก ‘จีน นี่มี่แฟนเรา’ เข้าไป ทำฉันซึมไปหลายวันเลยพี่เต๋อ เดี๋ยว กลับมาที่คำถามก่อน) มีมินิมอล แม็กซิมอล

ออกแบบเชื่อมโยงกับคำเหล่านี้ยังไง เราถาม

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

“เราแม็กซิมอลกับเรื่องกิน เราเลือกกินแต่ของที่อร่อย อธิบายไม่ได้เลยว่าอร่อยยังไง แต่กินแล้วรู้สึกอร่อย เพราะงานทำให้เราต้องควบคุมน้ำหนัก ดังนั้นเราจะไม่กินมั่วซั่ว ถ้าจะมี Cheat Day สักครั้ง วันนั้นต้องคุ้ม ส่วนเรื่องที่มินิมอลของเรา คือเราเป็นคน Move On ง่าย (ตัดใจแล้วไปข้างหน้า)

“เราเลือกทิ้งบรรจุภัณฑ์ที่คนชอบเก็บไว้เติม Refill และเราเลือกเก็บของที่มีคุณค่ากับจิตใจ เก็บการ์ดที่เพื่อนทำให้วันเกิด มีการแบ่งเป็นกองๆ ด้วยนะตามความสนิท 

“เกี่ยวกับแฟนเก่าและแฟนใหม่ สำหรับเราเป็นความรู้สึกหน่วงๆ ถ้าแฟนเก่ากลับมาเป็นเพื่อนหรือเป็นพี่น้องที่ปรารถนาดีมีอะไรก็ปรึกษากัน แต่ถ้าเลิกไปไม่ดีแล้วบังเอิญเจอหน้า มันก็หน่วงๆ เรารู้สึกกับคำว่าแฟนเหมือนที่รู้สึกกับคำว่าเพื่อน เราเชื่อว่าสุดท้ายความสัมพันธ์ไม่ได้มากไปกว่านั้น เหมือนป๊าม๊าอยู่ด้วยกัน ก็รักกันแต่ก็ดูเป็นเพื่อนกัน ยืดยาวเพราะไม่ได้ยึดติดผูกมัดกันเกินไป” ออกแบบเล่า เธอยอมรับว่าประโยคสุดท้ายคือความสัมพันธ์ในอุดมคติ

เมื่อต้องมารับบทจีน ออกแบบคาดหวังอะไรจากงานนี้ เราถาม

“ไม่ได้คาดหวัง เรากลัวด้วยซ้ำว่าจะทำได้ไม่ดีเพราะเรากับจีนห่างกันมาก จีนเป็นตัวละครที่โตกว่าตัวออกแบบ ประสบการณ์ชีวิตเราไม่เยอะเท่าเขา ก็ต้องหาคนเล่าให้ฟังว่าชีวิตจริงตัวละครเจอกระบวนการแบบไหน มีวิธีคิดยังไง หรือเวลาเกิดเรื่องราวแบบนี้ขึ้นเขาจะรู้สึกยังไง งานเราคือทำให้คนเชื่อว่าจีนเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้เอง ซึ่งเทปแคสติ้งตอนก่อนและหลังเป็นจีนนี่คนละแบบเลย ปกติกองถ่ายจะมีแอคติ้งโค้ชดีดนิ้วปุ๊บเข้าบทปั๊บ แต่หนังพี่เต๋อ พี่เต๋อกำกับเอง เป็นแอคติ้งโค้ชเอง เขาทำให้เราเข้าใจจีน” 

กับงานที่แล้วถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ ออกแบบรู้สึกกดดันบ้างไหม

“ไม่นะ เพราะทำดีที่สุดแล้ว และเราเต็มที่กันทุกคนแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่า ณ เวลานั้นเราเต็มที่ได้มากกว่านั้นได้แค่ไหน เราสัมผัสได้เลยว่าทุกคนในกองถ่ายตั้งใจกับงานนี้มากๆ อยากทำงานชิ้นนี้ออกมาให้ดี มีซีนที่ถ่ายฉากร้องไห้ ทุกคนเงียบมาก เงียบเหมือนผีผ่าน ดีมากเลย ไม่มีเสียงมารบกวนให้เสียสมาธิเลย” เรายืนยันความตั้งใจจริงของทีมงานทุกคนอีกเสียง ไม่เคยพบเจอกองถ่ายไหนที่สนิทกันเช่นนี้ ยังจำภาพต้องเลี้ยงปิดกล้องได้ดี

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

เพราะชื่นชมฉากจบของตัวอย่างภาพยนตร์ อย่างตอนที่ตัวละครจีนแสดงสีหน้าที่ดูไม่ออกว่ายิ้มหรือเศร้า ออกแบบก็รีบบอกว่านั่นไม่ใช่ฉากยากที่สุดของเธอ 

ฉากที่ยากที่สุดของเรื่อง ซึ่งออกแบบบอกให้ไปดูในโรง ก็คือฉากที่ต่อจากการเจอเอ็มครั้งแรก

“ยาก อันนั้นรู้สึกว่ายากจริง” เล่ามาถึงตอนนี้ ไม่รู้ว่าคุณเรียกสิ่งนี้ว่าสปอยล์หรือเปล่า แต่นั่นแหละ ไม่ทันแล้ว

ตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าฉากที่ไปเข้าร่วมจะถูกผู้กำกับทิ้งหรือเก็บ แต่ไม่ว่าวันที่ 26 ธันวานี้จะเกิดอะไรขึ้น การพูดคุยสั้นๆ กับออกแบบในวันนั้นถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สุดในรอบปีเลย

เบื้องหลังของจีนใน ฮาวทูทิ้ง และaการแสดงซีรีส์แฟนตาซีทุน 3 พันล้านที่จีนของ ออกแบบ ชุติมณฑน์

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

สู้ ซ่า – ผมคิดถึงคำสองคำที่ว่าหลังสนทนากับ ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ

ในยุคที่เพลงไทยสากลยังไม่เกิดขึ้น เธอเริ่มฟังเพลงร็อกจากวงดนตรีสากลและซึมซับสิ่งที่ได้ฟังไว้กับตัว

ในยุคที่อาชีพนักร้องยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม-โดยเฉพาะเจาะจงที่ผู้หญิง อัญชลีเลือกเดินบนเส้นทางนักร้องกลางคืนแทนที่จะเลือกเส้นทางเกี่ยวกับการเงินและการธนาคารที่ร่ำเรียนมา

ในยุคที่นิตยสารอยู่ในช่วงขาลง หลายหัวทยอยปิดตัว วันหนึ่งเธอประกาศตัวเป็นบรรณาธิการของนิตยสารแจกฟรีที่ชื่อ Pet Hipster ทั้งที่ออกตัวว่างานหนังสือไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในความสนใจของเธอมาก่อน

จากการคุยกับเธอเพียงไม่นานเรื่องการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยในวงการที่เธออยู่อาศัย เราพบว่าเธอทั้งสู้และซ่าไม่น้อย ในความหมายของการยืนยันสิ่งที่ตัวเองเชื่อโดยไม่ให้ปัจจัยภายนอกมาสั่นคลอนสิ่งที่ทำ

ที่สำคัญคือ เธอสามารถยืนระยะมาอย่างยาวนานจนปัจจุบันอายุนำหน้าด้วยเลข 6 ก็ยังดูไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป

ในวัยที่หลายคนยึดเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน เธอยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องทั้งงานร้องเพลง และงานนิตยสารที่รับผิดชอบ

เมื่อมีโอกาสได้พบกัน ผมจึงเลือกจะชวนนักร้องผู้นี้พูดคุยถึงวงการที่เธอเกี่ยวข้องในทุกวันนี้ ทั้งวงการดนตรีและสิ่งพิมพ์

และเหนืออื่นใด ท่ามกลางผู้คนในวงการที่ลบเลือนหายไป ผมอยากรู้ว่าอะไรทำให้เธอยังยืนอยู่ตรงนี้

ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ

พ.ศ. 2527

“รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นำเรามาถึงจุดนี้ได้”

คล้ายหลายๆ ครั้งที่บทสนทนามักเริ่มต้นที่อดีต

“ตอนเด็กๆ อย่าพูดถึงความฝันเลย” นักร้องตรงหน้าออกตัวทันทีเมื่อผมชวนย้อนความหลังว่าการเป็นนักร้องคือความใฝ่ฝันในวัยด็กใช่ไหม

“ตอนเด็กๆ เราไม่รู้หรอกว่าเราฝันอยากเป็นอะไร ชอบอะไรยังไม่รู้เลยตอนนั้น แต่เมื่อก่อนคุณพ่อชอบฟังเพลง เมื่อก่อนก็จะมีเพลงสุนทราภรณ์ แล้วก็ไล่มาถึงเพลงฝรั่งในยุคสมัยที่มี เอลวิส เพรสลีย์ มี The Beatles ซึ่งตอนนั้นดังมาก เริ่มมีพวกร็อกเบาๆ มาเรื่อยๆ เราก็เลยได้รับอิทธิพลจากการฟังเพลงช่วงนั้นมา ทีนี้พี่สาวเขาก็เริ่มเล่นโฟล์กซอง เราเริ่มชอบ ก็เลยหัดจับคอร์ดกีตาร์จากเขา ก็เริ่มเล่นเป็น จนกระทั่งโตขึ้นมาหน่อยพี่ชายเริ่มมีวง แล้วไม่รู้จะไปชวนใครก็มาชวนเรา แล้วก็บังคับให้เราเล่นเบส (หัวเราะ) จนกระทั่งเรามีวงเป็นเรื่องเป็นราว

“ช่วงนั้นกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากนั้นเราก็มีออดิชันที่โรงแรมมณเฑียร ปรากฏว่าวงเราผ่านก็เลยได้ไปเล่นในช่วง Happy Hour ถามว่าฝันมั้ย ไม่ได้ฝันจะเป็นนักร้อง เหมือนกับที่ไม่เคยฝันจะเป็นอะไรแล้ว รู้ตัวอีกทีก็เป็นความจริง”

ทุกวันนี้อาชีพนักร้องอาจเป็นความใฝ่ฝันของคนหนุ่มสาว แต่ ณ ปี พ.. นั้น อาชีพนี้ยังเป็นงานที่ผู้คนไม่ยอมรับ

เต้นกินรำกิน-เราคงได้ยินคำนี้มาจนชินหู

“ไม่ต้องอะไร แม่เราไม่ชอบเลย ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นแค่ช่วงเราเรียนแล้วเล่นสนุกๆ แต่หลังจากเรียนจบเราก็ยังร้องเพลงอยู่ ไม่ยอมไปทำงาน

“ในสังคมตอนนั้นอาชีพนักร้องคือเต้นกินรำกินสำหรับผู้หญิง มันไม่ใช่อาชีพที่คนนิยมแบบตอนนี้ หนึ่ง มันไม่มั่นคง มันก็อยู่แค่นั้น สอง เป็นอาชีพกลางคืน มันก็ไม่เหมาะอยู่แล้ว ฉะนั้น สมัยก่อนจะมีนักร้องผู้หญิงไม่กี่คนเอง มีเราอยู่ในนั้นคนหนึ่ง พ่อกับแม่เขาก็พยายามให้เราไปสมัครงานตามบริษัทเงินทุน เพราะเราเรียนจบการเงินการธนาคารมา บางแห่งก็มีเรียกไปสัมภาษณ์ แต่เราก็ไม่ไป แล้วบอกที่บ้านว่าไม่ผ่าน (หัวเราะ) หรือไปก็อาจจะไม่ผ่านจริงๆ ก็ได้ แต่เราไม่ได้อยากทำงานอย่างนั้น”

นักร้องสาวยืนยันความเชื่อความชอบของตัวเองมาได้เกือบ 2 ปี จนมาถึงจุดหักเหสำคัญจนทำให้เธอมีอัลบั้มแรกในชีวิต

“ตอนนั้นเริ่มเริ่มไปออกรายการโทรทัศน์ เพราะมีคนติดต่อให้เราไปร้องเพลงในรายการพิเศษวันหยุดชื่อ น้ำแข็งใส่น้ำหวาน ซึ่งเป็นรายการร้องเพลง ก็เริ่มมีคนสนใจว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครนะ ร้องเพลงดี ก็เริ่มมีแมวมองมา แล้วก็ได้ไปเล่นหนังอยู่เรื่องหนึ่ง เป็นหนังฟอร์มเล็กๆ เรื่อง ถามหาความรัก แล้วก็เป็นช่วงนั้นแหละที่มีแมวมองมาติดต่อมาอยากให้เราทำอัลบั้ม จนกลายเป็นอัลบั้มแรกชื่อ หนึ่งเดียวคนนี้

“เราก็ถือว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตนำเรามาถึงจุดนี้ได้”

ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ ปุ๊ อัญชลี

พ.ศ. 2528

“ถ้าตอนนั้นปฏิเสธไปเราคงเสียใจ”

อัลบั้มแรกของเธอที่ชื่อ หนึ่งเดียวคนนี้ โด่งดังเหนือความคาดหมาย ผลักให้ชื่อของ อัญชลี จงคดีกิจ เป็นที่พูดถึง จนกลายเป็นกระแส ‘อัญชลีฟีเวอร์’ อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง จนมีงานถ่ายแบบและภาพยนตร์เข้ามาในตอนนั้น

ขณะเดียวกันกับที่แบรนด์เครื่องดื่มอย่าง Pepsi กำลังขับเคลื่อนแคมเปญใหญ่ระดับโลก โดยการคัดเลือกนักร้องระดับซูเปอร์สตาร์แต่ละประเทศเพื่อมา Featuring กับซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง Tina Turner 

และไฮไลต์สำคัญของชีวิต ปุ๊ อัญชลี ก็เกิดขึ้นในช่วงนั้น เมื่อเธอได้รับการคัดเลือกจาก เป๊ปซี่ ประเทศไทย ให้ร่วมถ่ายมิวสิกวิดีโอร่วมกับทีน่า

โฆษณาเป๊ปซี่

“ตอนนั้นเป็นโปรเจกต์ใหญ่มากที่ทีน่าจะตระเวนไปตามประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อถ่ายโฆษณาตัวนี้ร่วมกับนักร้องแต่ละประเทศ โดยในทวีปเอเชียมี 5 ประเทศที่ได้รับคัดเลือก ซึ่งเขาก็เลือกเฉพาะประเทศที่ยอดขายดี แล้วประเทศไทยเป๊ปซี่ถือว่ายอดขายดีมาก” อัญชลีย้อนเล่าถึงความป็อปของแบรนด์เป๊ปซี่เมื่อ 30 กว่าปีก่อน

“สิ่งที่เราภูมิใจมากคือเป็ปซี่ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ส่งรายชื่อนักร้องเป็นผู้หญิงไป เมืองนอกเขาไม่เอานักร้องผู้หญิง เขาเลือกผู้ชาย ทั้งหมด 5 ประเทศในเอเชียมีเราเป็นผู้หญิงคนเดียว ซึ่งเขาก็บอกว่าเราเหมาะกับทีน่า เทอร์เนอร์ ที่สุด เพราะว่าตอนนั้นบ้านเราอาจจะยังไม่มีนักร้องผู้ชายที่เป็นร็อกชัดเจน

ทีน่า เทอร์เนอร์ ปุ๊ อัญชลี

“ตอนแรกเรากลัวมากว่าจะทำได้มั้ย เหมือนเราสวยในซอยอย่างเดียวแล้วต้องไปประกบทีน่า เทอร์เนอร์ อะเธอ (หัวเราะ) ตัวเราก็เล็กนิดเดียว แล้วเรื่องเสียงอีก ทีน่าเป็นคนที่สุดยอดแล้ว ตอนแรกเราปฏิเสธ ตอนนั้นเราวิตกจริต เราเป็นคนขี้กลัวมาก เราก็คิดว่าไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวคนจะรู้ความจริงว่าฉันไม่เก่ง พ่อเราก็เดือดร้อนใจมาก เพราะมีเพื่อนร่วมงานคุณพ่อมาบอกว่า ‘รู้มั้ยว่าถ้าปฏิเสธปุ๊จะพลาดสิ่งสำคัญไปเลย เขาจะเสียใจภายหลังนะ’ พ่อก็เลยมาอ้อนวอน แล้วสุดท้ายพอได้คุยกับทางทีมความกลัวก็ลดลง เพราะรู้สึกว่าเขามั่นใจว่าเราทำได้ ก็ตกลง

“แล้วถ้าตอนนั้นปฏิเสธไปเราคงเสียใจ”

ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ

พ.ศ. 2561

“ไม่ว่าวงการอะไร มันต้องมีประวัติศาสตร์ของวงการ”

เมื่อชวนคุยถึงความแตกต่างของนักร้องใน พ.. นี้กับเมื่อวันวาน นักร้องที่ผ่านกาลเวลามาหลายยุคหลายสมัยก็บอกอย่างเข้าใจว่าแต่ละยุคมีความยากง่ายแตกต่างกันไป

ถ้าให้มองภาพรวม เราว่ายุคของเราง่ายกว่า ความกดดันน้อยกว่า ในแง่ของการแข่งขัน สมัยนี้มีช่องทางเยอะ และเป็นยุคที่ผู้คนใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องนักแสดง เพราะเป็นอาชีพที่นำความสำเร็จมาได้เร็วที่สุดไม่ว่าจะชื่อเสียง เงินทอง และที่เราว่ายากกว่าตรงที่เด็กสมัยนี้เก่งกว่าสมัยก่อนเยอะในเรื่องดนตรี เรื่องความรู้ เรื่องการศึกษา อย่างเรื่องการเรียนดนตรีเรานี่ไม่มีเลย สมัยก่อนนักดนตรีเรียนโดยการฟังอย่างเดียว แล้วแกะเอา

“เมื่อก่อนมีที่ไหนโรงเรียนดนตรี ไม่มี แต่ทุกวันนี้อายุไม่เท่าไหร่ร้องเพลงเป็นแล้ว เก่งแล้ว เต้นได้แล้ว เพราะฉะนั้นยากตรงนี้ การแข่งขันสูง แล้วคนเก่งระดับเดียวกันเยอะมาก 10 คนร้องเก่งไปแล้ว 5 สมัยก่อน 10 คนเด่นคนสองคนมันก็โดดขึ้นมาแล้ว แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ได้เลย คุณต้องเก่งจริงๆ เก่งพื้นๆ ไม่ได้ ความยากมันต่างกันตรงนี้

แล้วอะไรทำให้เธอสามารถยืนระยะมาจนถึงทุกวันนี้ได้-ผมสงสัย

“ประการหนึ่งคิดว่าเป็นแฟนเพลงด้วย ที่เขาไม่ลืมเรา แล้วเราก็ยังพอมีผลงานออกมา แม้ไม่ได้บ่อย แต่ถ้าผลงานเราออกมาแล้วเขาชอบ เราก็จะได้แฟนเพลงอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มใหม่ขึ้น มันก็เหมือนเป็นการต่อลมหายใจไปอีก แล้วโชคดีที่เราอยู่ในยุคที่เพลงเรโทรกลับมา ไม่สังเกตหรือว่าศิลปินสมัยก่อนช่วงที่ผ่านมาขายดีมาก ทั้งคอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งคนต้องการฟังเพลงยุคเรา เพลงที่เขาเติบโตมา

“สำหรับเราเรื่องดนตรีมันไม่ทิ้งกัน เด็กรุ่นใหม่ยังนึกถึงเรา รุ่นเราก็ยังนึกถึงรุ่นก่อนหน้า มันมีคุณค่า เพราะถ้าไม่มีรุ่นก่อนหน้าก็ไม่มีวันนี้ มันต้องมีประวัติศาสตร์ของวงการ ไม่ว่าวงการอะไร วงการสิ่งพิมพ์ก็ต้องมีเหมือนกัน แม้ว่ามันจะซาไปแต่วันหนึ่งคนก็ต้องกลับมาระลึกถึง อะไรที่เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าที่จะเป็นเทคโนโลยีทั้งหมด ความเป็นคนยังต้องการสิ่งที่สัมผัสได้ ระลึกถึงความสัมพันธ์ มันเป็นอะไรที่สืบทอดกันได้”

อัญชลี จงคดีกิจ

พ.ศ. 2561

“แม้จะเล็กน้อยแต่เราได้ทำสิ่งที่คนคนหนึ่งทำได้”

ในขณะที่นิตยสารทยอยปิดตัว ผมจึงค่อนข้างประหลาดใจที่ในวันหนึ่งเธอลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ใครหลายคนบอกลาบอกเลิก

“เราไม่ได้มีแพสชันเกี่ยวกับหนังสือ เราแค่มีแพสชันเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง” นักร้องผู้เป็นบรรณาธิการนิตยสารสัตว์เลี้ยงชื่อ Pet Hipster ออกตัวเมื่อผมไถ่ถามถึงเส้นทางใหม่ที่ทำให้เธอดูกระชุ่มกระชวยอีกครั้ง

“จุดเริ่มต้นคือมีคนที่เขารู้ว่าเรารักสัตว์ชวนเรามาทำ ซึ่งพอได้คุยกับเขาแล้ววัตถุประสงค์เขาดีมาก คือเขารักสัตว์ เขาอยากกระตุ้นคน อยากให้มีหนังสือดีๆ เล่มหนึ่งที่ได้เห็นความเป็นไปของกลุ่มคนที่มีความรักสัตว์ เขาอยากทำเพราะความรัก พร้อมที่จะควักกระเป๋า เพื่อที่จะทำสิ่งนี้ ฟังแค่นี้ก็จับใจแล้ว และเขามาเชิญให้เกียรติเราเป็นบรรณาธิการ เราก็โอเค ลองทำดูแล้วกัน

“เราก็เอาเรื่องราวเกี่ยวกับคนเลี้ยงสัตว์มานำเสนอว่า คนในสังคมควรจะมีเมตตากับสัตว์ที่เราเห็นในชีวิตประจำวัน เราอยากให้เรื่องพวกนี้ไปแตะต้องสังคมและเด็กๆ ในยุคนี้บ้าง เพราะบางทีเขาอาจจะไม่ได้มองรอบข้าง เขาอาจจะไม่ได้มองหมาจรจัดด้วยความเมตตา แต่ถ้าหนังสือเรามีส่วนไปกระตุ้นหรือทำให้เกิดจิตสำนึก ค่านิยมที่ดีขึ้นในเรื่องการรักสัตว์ การดูแลเอาใจใส่ เมตตา แล้วก็รับผิดชอบร่วมกัน แม้จะเล็กน้อย แต่เราก็ได้ทำเท่าที่คนคนหนึ่งทำได้ เท่าที่หนังสือเล่มหนึ่งจะทำได้”

อัญชลี จงคดีกิจ

ทุกวันนี้ในวัย 62 เธอยังคงทำงานราวคนหนุ่มสาว

อายุเป็นเพียงตัวเลขอาจเป็นประโยคที่คลิเช่ไปเสียหน่อย แต่ผมก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เมื่อได้นั่งฟังเธอร้องเพลง หรือเห็นแววตาของเธอขณะเล่าเรื่องสิ่งที่ทำ

“ทุกวันนี้ความสุขความทุกข์หรือสิ่งที่มีความหมายเปลี่ยนไปมั้ยจากแต่ก่อน” ผมชวนเธอคุยสิ่งที่ไม่อาจสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า

“เปลี่ยนมาก เปลี่ยนไปตามวัย เปลี่ยนไปตามสิ่งที่เราเติบโตขึ้น ตอนเด็กๆ มีความรู้สึกว่าอยากรวย เพราะครอบครัวเราไม่ด้รวย คุณแม่ลำบาก คุณพ่อทำมาหากินอย่างหนัก กว่าจะเลี้ยงลูก 5 คนจนเติบโต เราเลยมีความรู้สึกว่าความรวยนี่สำคัญ คิดว่ามีอาชีพอะไรบ้างที่ทำแล้วรวย คิดแบบเด็กๆ ไปโรงเรียนเห็นคนนั่งรถยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ก็อยากได้อยากมีอย่างเขา นั่นคือความสุขสมัยเราเป็นเด็ก จนเราเรียนหนังสือ เราก็อยากจะมีอาชีพที่ประสบความสำเร็จ อยากมีชื่อเสียง มันจะได้นำมาซึ่งสิ่งที่เราอยากได้

“ทีนี้พอมาถึงยุคที่เราประสบความสำเร็จแล้ว ถึงจุดที่เรามีทุกอย่างที่ต้องการ เรากลับเกิดความกลัวว่า เราจะอยู่อย่างนี้ไปอีกนานไหม เราจะมีอย่างนี้อีกนานไหม อาชีพที่เราประสบความสำเร็จมันจะอยู่ได้อีกนานมั้ย แล้วมันก็มีความรู้สึกว่าความสุขมันแป๊บเดียวเองหรือนี่ การได้เป็นคนมีชื่อเสียงมันแป๊บเดียวเองหรือนี่ ก็เริ่มคิดในใจว่าอะไรคือความสุข แล้วผ่านมาสักระยะ เราก็มีการต่อสู้ดิ้นรนกับความรู้สึกตัวเอง กับสิ่งที่ต้องเจอ กับการแข่งขัน จนกระทั่งเรามาเป็นคริสเตียนทัศนคติความสุขก็เปลี่ยนไป ความสุขแท้จริงมันก็อยู่ในใจของเราเอง ต่อให้มีของหรือไม่มีของ ถ้าเรามีจิตใจที่มีสันติสุขที่แท้จริงมันก็ไม่มีอะไรมาทำให้ความสุขลดลงได้ นี่คือความสุขที่แท้ เพราะฉะนั้นความสุขของเรามันไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยภายนอกแล้ว มันขึ้นอยู่กับใจของตัวเอง”

“แล้วทุกวันนี้สิ่งที่ขับเคลื่อนในการทำงานคืออะไร ในเมื่อไม่ได้อยากได้อยากมีแล้ว” ผมชวนให้เธอทบทวน

“ความรัก” เธอตอบทันที “การที่มีคนที่ยังเห็นคุณค่าเรา คนยังอยากฟัง ทำให้เราทำต่อไปได้ การที่มีคนที่รักเรา คนที่ยังเห็นคุณค่าของเรา นั่นก็คือแรงขับเคลื่อนพอแล้ว คุณไม่ต้องโด่งดังอะไรมากมายแล้ว ขอให้รักษาความสุขของคนรอบข้างที่เขายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเรา ให้คุณค่ากับเรา นี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิต

“คนอายุ 60 จะเอาอะไรมากกว่านี้” เธอทิ้งท้ายด้วยคำถามที่ไม่จำเป็นต้องตอบ

อัญชลี จงคดีกิจ อัญชลี จงคดีกิจ

Writer

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load