Anne with an E (2017–2019)

ประเภท TV Series

ประเทศ Canada

ผู้สร้าง  Moira Walley-Beckett

นักแสดงนำ Amybeth McNulty, Geraldine James และ R.H. Thomson

ความยาว 3 ภาค, 27 ตอน

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

เมื่อปี 2017 – 2019 ที่ผ่านมา Anne with an E  ซีรีส์สัญชาติแคนาดาความยาวขนาด 3 ภาค 27 ตอน สร้างจาก Anne of Green Gables วรรณกรรมคลาสสิกในดวงใจของ ลูซี โมด มอนต์โกเมอรี (Lucy Maud Montgomery) นำเสนอบทเรียนการเติบโตของเด็กสาวผมเปียสีแดงที่มาพร้อมสมองอันเฉียบแหลม ไหวพริบอันเฉียบคม ความกล้าสุดบ้าบิ่นและความเพ้อฝันแสนวิเศษ

เรื่องราวพาเราย้อนกลับไปปลายศตวรรษที่ 19 ชีวิตของแอนที่สะกดลงท้ายด้วยตัว E เด็กสาวกำพร้าวัย 13 ปีที่โหยหาความรักและการยอมรับ เธอออกเดินทางตามหาสิ่งที่เรียกว่า ‘บ้าน’ แอนเหมือนคนหลงทาง เธอพานพบกับความเจ็บช้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการถูกทอดทิ้ง ทั้งการอาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มักถูกรังแกอยู่เสมอ จนเธอถูกรับเลี้ยงจากผู้อุปถัมภ์ที่มีคุณสมบัติแคลนน้ำใจไมตรี แถมยังถูกกีดกันทางสังคมเพียงเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

จนกระทั่งเธอถูกรับเลี้ยงอีกครั้งจากสองพี่น้องครอบครัวคัตเบิร์ต แห่ง Green Gables แอนได้พบมิตรภาพจากเมือง Avonlea ที่เธอย้ายเข้าไปเริ่มต้นเส้นทางบทใหม่ในวัยเพียง 13 ชีวิตของแอนเปรียบดั่งนิยายโรแมนติกแสนเศร้า แต่เธอกลับจุดเทียนแห่งความหวังด้วยจินตนาการไร้ขอบเขต ต่อเติมไฟแห่งความหวังนั้นด้วยเปลวเพลิงอันอบอุ่น 

กว่าจะกลายเป็นที่รักนั้นไม่ง่าย แอนต้องผ่านบทพิสูจน์ตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน 

เธอหกล้ม ต่อสู้ และเติบโต

Season 1 

Your Will Shall Decide Your Destiny

“I am enraptured by this glorious landscape!”

เสียงตะโกนตื่นเต้นปนดีใจของเด็กสาวดังลั่น เมื่อโชคชะตาเป็นใจให้แอนเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ในเมือง Avonlea ชนบทบนเกาะห่างไกลผู้คน ที่มีทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตาโอบล้อมด้วยทิวเขาและป่าสน หมู่ดอกไม้สีขาวผลิบาน ผิวน้ำทะเลสาบส่องแสงระยิบระยับ งดงามจนอยากจะหยิกตัวเองย้ำสักหลายทีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน 

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

เธอแปลงความประทับใจตรงหน้าด้วยถ้อยคำที่พูดกับแมทธิว คัตเบิร์ต หนึ่งในสองพี่น้องผู้อุปถัมภ์เธอมาเลี้ยง ก่อนรถม้าจะแล่นสู่รั้วของไร่ Green Gables และพบความจริงจากปากของมาริลลา คัตเบิร์ต น้องสาวผู้อุปถัมภ์ว่า แท้จริงแล้วพวกเขาต้องการเด็กผู้ชายมาช่วยงานที่ไร่ ไม่ใช่เธอ ผู้เป็นเพียงเด็กผู้หญิงบอบบาง

จากความเข้าใจผิด ทำให้แอนถึงกลับทรุดลงกับพื้น ความกลัวการถูกทิ้งแล่นเข้ามาอีกครั้ง แต่แทนที่เธอจะยอมแพ้ หัวใจนักสู้ของเธอกลับเรียกร้องให้เธอลุกขึ้นมาต่อกรกับมันอีกหน ด้วยประโยคฮุกใจเราอย่าง

“Girls can do anything a boy can do and more.”

หากแต่ยุคสมัยนั้น ความทัดเทียมของผู้หญิงถูกลิดรอน หญิงสาวให้คุณค่ากับการเป็นศรีภรรยาที่ดี ไม่จำเป็นต้องร่ำเรียนสูง แต่จงแต่งงานเพื่อให้สามีเลี้ยงดูและรับบทคุณแม่ทำงานบ้านเลี้ยงลูก นิยามบทบาททางสังคมของผู้หญิงถูกตีกรอบ

แต่แอนเป็นเด็กสาวที่มาก่อนกาล เธอเป็นผู้นำที่ขบถต่อกรอบความเชื่อนั้น และไม่ได้มีแบบอย่างตามฉบับผู้หญิงยุคนั้นเลยสักข้อ สาวน้อยช่างฝันคนนี้ชอบเรียนหนังสือ มีเป้าหมายชีวิตมากกว่าแต่งงาน เธอเชื่อว่าเธอทำทุกอย่างได้ไม่ต่างจากผู้ชาย ทั้งหมดทั้งมวลนี้เองทำให้เธอแตกต่าง ขณะเดียวกันก็ทำให้เธอแตกแยกจากเพื่อนร่วมชั้น

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ
Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

เมื่อก้าวเท้าเข้าโรงเรียน จากเด็กหญิงที่กล้าแสดงออกกลายเป็นคนอวดฉลาดในสายตาคนอื่น ภาพลักษณ์สาวผมแดงและตัวตนของเด็กกำพร้าที่เธอไม่ได้เลือก กลับถูกตัดสินจากเพื่อนร่วมชั้นด้วยถ้อยคำดูถูก มีเพียงไดอาน่าและกิลเบิร์ต สองเพื่อนแท้ที่คอยให้กำลังใจ แต่กลับไม่มากพอที่จะทำให้แอนกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง เธอสูญเสียความเป็นตัวเอง

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่บ้านเพื่อนร่วมชั้น แอนใช้ความชาญฉลาดเข้าไปดับไฟอย่างไม่กลัวตาย เมื่อไฟมอดทุกคนรอดอย่างปลอดภัย นั่นจึงเป็นข้อพิสูจน์ที่ทำให้ชาวเมือง Avonlea เปิดใจและทำความรู้จักแอนในมุมใหม่

ครอบครัวคัตเบิร์ตเดินทางมาพบกับบทพิสูจน์ใจครั้งใหญ่ เมื่อเรือขนส่งผลิตผลในไร่อับปาง รายได้หลักของครอบครัวขาดหาย รุนแรงถึงขั้นแมทธิวคิดฆ่าตัวตาย แต่ด้วยพลังของคนข้างกายได้ร่วมกันผลักดันสถานการณ์เลวร้าย ทั้งตัดใจขายสมบัติมีค่า รับทำความสะอาดตามบ้าน เปิดบ้านให้คนนอกพัก แต่นั่นก็ไม่มากพอที่จะทำให้ปลดหนี้ทั้งหมด แอนจึงโน้มน้าวมาริลลาให้ยอมรับน้ำใจจากเพื่อนบ้าน 

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ
Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

“​Love isn’t charity.” 

“Sometimes, you just have to let people love you, Marilla.”

บางครั้งคุณต้องยอมรับความรักจากคนอื่นบ้าง เพราะถ้าเป็นเธอก็ทำเช่นเดียวกัน 

แอนทำให้สองพี่น้องคัตเบิร์ตตระหนักถึงความรักของมิตรภาพรอบข้างอีกครั้ง

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

Season 2 ​

Youth is the Season of Hope

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

เรื่องราวของ Anne of Green Gables เดินทางเรื่อยมาจนถึงวันที่เด็กทุกคนนั่งล้อมเป็นวงกลมเล่นเกมหมุนขวดพูดความจริง แอนพบคำตอบจากกลุ่มเพื่อนว่าเธอไม่เป็นที่รัก เพราะเธอแปลกแตกต่าง พร้อมกับโคล์ดเด็กชายหน้าหวานผู้ถักเปียให้แอน แต่กลับถูกดูแคลนจากปากของครูว่า “ดูท่าทางเธอจะชอบทำอะไรเหมือนผู้หญิง งั้นไปนั่งกับพวกผู้หญิงแล้วกัน”

คำพูดแทงใจเชื่อมสัมพันธ์สองคู่หูที่ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวประหลาด แอนสาวน้อยกำพร้าที่คนมองว่าไม่สวยนิยมตามเด็กสาวยุคนั้น และโคล์ด เด็กหนุ่มที่ค้นพบว่าตัวเองต่างจากคนอื่นเพียงรู้ตัวว่าชอบเพศเดียวกัน

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

“You’re unique.” แอนปลอบ

“Unique means weird.” โคล์ดโต้กลับด้วยแววตาเศร้า

แอนตอบกลับด้วยประโยคหนักแน่นว่า “I think it means singular and extraordinary.” 

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

หลายครั้งที่ผู้คนมองข้ามพรสวรรค์เพียงเพราะตัดสินจากคำครหาว่าเป็นแบบที่เขาเชื่อ ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วโคล์ดซ่อนพรสวรรค์ในการเป็นศิลปินมากฝีมือ และแอนผู้ฉลาดใช้คำมากพอจะเป็นนักเขียนระดับตำนาน 

ถึงแม้เธอจะพูดปลอบใจโคล์ดได้ขนาดนั้น แต่ส่วนลึกในใจก็ยังคิดว่าผมสีแดงช่างน่าเกลียดน่าชัง แอนไม่เคยพอใจกับสีผมของตัวเอง ถึงคราวสบโอกาส เธอตัดสินใจย้อมผมให้กลายเป็นสีดำขลับ แต่เมื่อลืมตาตื่นก็ต้องเผชิญกับความจริงอันน่าตกใจ ผมดำที่คาดไว้กลายเป็นสีเขียวประหลาด มาริลลาตัดผมเธอจนสั้น ทำให้นึกย้อนถึงประโยคที่เคยสอนเด็กสาวว่า

“More important things than beauty. You must try and remember what’s real and good.”

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

เหล่าเพื่อนซี้ แอน โคล์ด และไดอาน่า มีโอกาสได้เข้าร่วมงานเลี้ยงของป้าโจเซฟีน (ป้าของไดอาน่า) ปาร์ตี้ที่เต็มไปด้วยสีสันหลากหลาย แหล่งรวมบรรดาคนน่าทึ่ง แต่แปลกในสายตาผู้คนยุคนั้น ทุกคนต่างปลดปล่อยความเป็นตัวเอง แอนเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลก มิติแตกต่างที่มีที่ยืนสำหรับตัวเธอ

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ
Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

และแล้วครูมิสสเตซี่ก็มาถึง เธอคือครูหญิงล้ำยุคศตวรรษที่ 19 ผู้สวมกางเกงขี่มอเตอร์ไซค์ สอนการลงมือปฏิบัติทำจริง แทนการท่องจำจากตำราเพียงอย่างเดียว ตัวตนของครูขัดต่อสังคม พร้อมทั้งรูปแบบการสอนที่แตกต่างจากยุคเดิม ทำให้กลุ่มแม่บ้านหัวก้าวหน้าไม่เห็นด้วย  ถึงขั้นจัดการประชุมลงมติว่าเธอควรอยู่ต่อหรือไม่ แอนนำเหล่านักเรียน รวบรวมหลอดไฟที่มีทั้งหมด ต่อกระแสไฟด้วยพลังงานจากมันฝรั่ง บทเรียนที่ครูสอนเพียงไม่กี่ครั้ง  

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

พวกเธอเดินมาพร้อมกับหลอดไฟสว่างไสวกลางที่ประชุม ก่อนแอนจะพูดขึ้นว่า 

“Miss Stacy is an inspiration. We learned more from her in a week than we learned in a year.” 

“Tell me and I forget, teach me and I remember, involve me and I learn.”

ไม่เพียงเท่านั้น แอนยังจุดประกายความหวังครั้งใหม่สู่เมือง Avonlea 

“Different isn’t bad, it’s just not the same.”

Season 3 

The Better Feelings of My Heart

“It finally happened! I’m 16!”

แอนก้าวสู่ขวบปีที่ 16 เธอเป่าเทียนอธิษฐานถึงพรวันเกิดอันปรารถนามากที่สุด คือการได้พบกับครอบครัวแท้จริงของตัวเอง ถึงแม้จะหลงเหลือเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวที่บอกต่อ เธอก็ยังต้องการค้นหาคำตอบ หวังเพียงตอกย้ำว่าตนเคยเป็นที่รัก ไม่ได้ถูกทอดทิ้งจากการไม่เป็นที่ต้องการ 

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

สิ่งที่แอนปรารถนามากที่สุด กลับเป็นสิ่งที่ครอบครัวคัตเบิร์ตกลัวมากที่สุด หากแอนพบบ้านกำเนิดที่แท้จริง เธออาจทิ้งบ้านคัตเบิร์ตก็เป็นได้ หรือหากพบความจริงที่กรีดหัวใจ กังวลเหลือเกินว่าแอนจะต้องร้องไห้ 

แต่สุดท้ายแมทธิวก็ปล่อยให้เธอทำตามหัวใจปรารถนา และบอกเหตุผลชวนฉุกคิดกับมาริลลาว่า

“You’re afraid that we’ll lose her because of what she might find. But we’re losing her right now.”

แอนออกเดินทางพร้อมกับโคล์ด การผจญภัยของเธอเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

เธอกลับไปยังโบสถ์ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ขณะที่กำลังหาคำตอบ แอนกลับซ้ำรอยบาดแผลลึกของตัวเอง ยิ่งตามหา ยิ่งไม่พบคำตอบ หลงเหลือเพียงความเคว้งคว้างกลางใจ ก่อนโคล์ดจะปลอบโยนเธอว่า 

“Your reality is effervescent, beautiful, and made you who you are, able to see and dream what’s possible.”

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

ข่าวลือหนาหูถึงโจซี ไพ หญิงสาวเพื่อนร่วมชั้นของแอน ชาวเมืองลือเสียหายถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสม เรื่องสมยอมจูบกับบิลลี่อย่างไม่หวงตัว ทั้งที่เป็นเพียงคู่หมั้น แท้จริงแล้วโจซีปฏิเสธ แต่ข่าวเรื่องเธอกลับแพร่กระจายในเชิงเสียหาย ทางกลับกันแทบไม่มีใครพูดถึงเด็กหนุ่มบิลลี่ในทางไม่ดี แอนคิดว่าเธอควรลุกขึ้นมาเรียกร้องความยุติธรรมในครั้งนี้ 

“Women are not made whole by man. Women are made whole the moment they enter this world.”

รุ่งเช้าหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์โรงเรียน เต็มไปด้วยเรื่องเรียกร้องสิทธิความเป็นหญิง ตั้งคำถามกับความเท่าเทียมของหญิง-ชาย โดยแอน เชอร์ลีย์ คัตเบิร์ต หากแต่ยุคสมัยนั้นเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่ถูกยอมรับ และเป็นที่เกรงกลัวของผู้ใหญ่ว่าอาจนำพาให้เกิดการยั่วยุ 

การกระทำบุ่มบ่ามโดยไม่ปรึกษาใครของแอน กลับทำร้ายเพื่อนสาว โจซี ไพ อับอายจนไม่กล้าสู้หน้าชาวเมือง แอนพูดในสิ่งที่ควรพูด แต่กลับไม่ได้นึกถึงผลกระทบที่ตามมา เธอขอโทษ โจซี ไพ แต่ยังเชื่อในสิ่งที่เธอควรเรียกร้อง ครูหญิงมิสสเตซีและเหล่าเพื่อนเห็นด้วยกับเธอ จึงร่วมกันหาทางออก แอนนำเหล่าผู้ศรัทธาลุกออกไปแสดงให้เห็นว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด ก่อนถือป้ายแสดงเจตนารมณ์กลางที่ประชุมคณะกรรมการว่า

“Freedom of Speech is a Human Right”

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

แอนและเพื่อนเข้าสู่รั้วมหาลัยควีน แห่งเมือง Charlottetown สองพี่น้องคัตเบิร์ตตามหาเรื่องราวครอบครัวแอนที่แท้จริงจนพบ และเมือง Avonlea เริ่มเปลี่ยนแปลงสู่เมืองที่ดีขึ้น ทุกคนต่างเติบโตในเส้นทางของตัวเอง โดยเฉพาะแอนที่ผ่านทั้งวัยแรกเริ่ม 13 ปีที่ต้องการผู้คนยอมรับ ย่างเข้าอายุ 14  เรียนรู้ที่ยอมรับภาพลักษณ์ของตัวเอง เติบโตจนวัย 16 กลับมาหาตัวตนที่แท้จริง  แอนได้เข้ามากุมหัวใจชาวเมือง Avonlea ขณะเดียวกันความรักจากครอบครัวคัตเบิร์ต และมิตรแท้รอบกายได้เข้ามาโอบอุ้มหัวใจที่บอบช้ำของเธอ

“Sometimes life hides gifts into the darkest places.”

แอนควรค่าแก่การเป็นที่รัก 

แด่ทุกคนผู้ควรได้รับความรัก

Anne with an E เด็กสาวเปียแดงช่างฝันวัย 13 ผู้กล้าขบถต่อสังคมและสิทธิความเป็นหญิง, รีวิว, เรื่องย่อ

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

The Road to Red Restaurants List (2020)

Starring : Takayuki Hamatsu, Wakana Sakai, Ruka Nishimura

Country : Japan

Episode : 12

Original Network : Netflix

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายล้วนเฝ้ารอ Friday Night ด้วยกันทั้งนั้น サラリーマン (Salaryman) แสนขยันใน ‘The Road to Red Restaurants List’ หรือ ‘มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม’ มินิซีรีส์เรต 7+ จากแดนอาทิตย์อุทัยก็เช่นกัน

The Road to Red Restaurants List เล่าเรื่องราว 2 วัน 1 คืน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ของพนักงานบริษัทวัยกลางคนที่ออกเดินทางไปพบกับ ‘อาหารใกล้สูญพันธุ์’ หลากหลายเมนู ความตื่นเต้นในค่ำคืนวันศุกร์ของเขา คือการได้แปลงมินิแวนคันเก่งของครอบครัว เป็น Camping Car ขนาดย่อม ออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ใช้เวลาขับรถจากโตเกียวออกไปไม่กี่ชั่วโมง เพราะการพิชิตสถานที่มิใช่จุดมุ่งหมายหลัก หากแต่เขาต้องการอยู่กับตัวเอง พร้อมทั้งรับฟังเรื่องราวของอาหารที่ใกล้จะสูญหายไปต่างหาก 

มาให้อาหารเยียวยากันเถอะ

いらっしゃいませ。

ยินดีต้อนรับ 

หากสวมหมวกคนวัย 20 กลางๆ ที่ยังไม่ก้าวพ้นความเป็นจูเนียร์ในที่ทำงาน ค่ำคืนวันศุกร์ดูจะหรรษากว่าวันไหนๆ เพราะถึงเวลาจะได้พับหน้าจอโน้ตบุ๊กที่ทำงานหนักจนเครื่องร้อนจี๋ ปิดแจ้งเตือนแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็น และโยนร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนตามอัธยาศัย แต่หากสลับมาเป็นหมวกของคนวัย 40 ซึ่งได้รับสมญาว่าเป็นซีเนียร์หรือรุ่นพี่ตัวเก๋าของน้องๆ แล้วไซร้ ค่ำคืนวันศุกร์ของพวกเขาจะเป็นอย่างไรกันนะ 

The Road to Red Restaurants List การตามหา 'อาหารใกล้สูญพันธุ์' ของหนุ่มออฟฟิศแสนขยัน

Tamio Suda (รับบทโดย Takayuki Hamatsu) คือตัวแทนของพนักงานแสนขยันวัยกลางคนที่เฝ้ารอคืนวันศุกร์ด้วยใจเปี่ยมสุข กิจกรรมในค่ำคืนนี้ของเขาไม่ใช่การออกไปก๊งเหล้าหรือเข้าคาราโอเกะกับเพื่อนฝูง แต่เป็นการตรงดิ่งกลับบ้านไปพบกับความเงียบสงบ เพราะลูกสาวและภรรยาก็ใช้สุดสัปดาห์ไปกับการเดินสายรับชมคอนเสิร์ตศิลปินคนโปรด เหลือเพียงเขากับมินิแวนเพื่อนยาก ที่กำลังจะออกเดินทางตามหา ‘อาหารใกล้สูญพันธุ์’

ความตั้งใจแรกของชายคนนี้ มีแค่การออกผจญภัยเล็กๆ เพื่อใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ภายใต้กฎเหล็กที่น่าทำตาม 3 ข้อ

หนึ่ง ออกเดินทางในคืนวันศุกร์และกลับบ้านตอนเย็นวันเสาร์ 

สอง ไม่ชวนใครหรือให้ใครมายุ่งเกี่ยวด้วย 

สาม ค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะต้องอยู่ในงบเงินเดือน 

The Road to Red Restaurants List การตามหา 'อาหารใกล้สูญพันธุ์' ของหนุ่มออฟฟิศแสนขยัน

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องแปลงมินิแวนแบรนด์ตลาด ซึ่งเป็นพาหนะของครอบครัวให้เป็นที่พักชั่วคราว พร้อมหยิบไอเดีย DIY ข้าวของเครื่องใช้จากรถคันข้างๆ มาปรับให้เข้ากับ Night Routine ของตัวเอง

เพราะเป็นทริปที่มีเวลาเพียง 1 คืนกับอีกเกือบ 2 วัน สถานที่ที่เขาเลือกไปเยือนจึงขับรถไปไม่ไกลจากโตเกียว และเนื่องจากมีโอกาสรับประทานอาหารได้เพียง 1 มื้อ เขาจึงพิถีพิถันเลือกร้านที่กระตุกต่อมน้ำลายได้มากสุด ต้องเป็นร้านท้องถิ่น เมนูธรรมดาแต่ว่ามีเอกลักษณ์ รวมถึงได้คะแนนรีวิวว่านักชิมทั้งหลายต่างยกนิ้วโป้งให้!

 いただきます。

จะกินแล้วนะครับ

ตอนแรกของ The Road to Red Restaurants List เปิดด้วยจุดมุ่งหมายการไปชม Fujisan แต่เมฆหมอกกลับเวียนมาบดบังซะมิดชิด Tamio Suda จึงฝากความหวังไว้ที่ภารกิจสองอย่างการหาของอร่อยเติมกระเพาะ เปิดเว็บรีวิวพร้อมคีย์ชื่อร้านลงระบบนำทาง จนได้มาพบกับร้านอุด้งที่ได้คะแนนสูงลิ่ว แต่ภาพไม่ตรงปกเบื้องหน้ากลับทำเอาแทบจะสตาร์ทรถหนี โชคดีที่เขาขอท้า! เลยได้ลิ้มรสอุด้งเนื้อโฮมเมดอร่อยเหาะในราคา 400 เยน สูตรเด็ดเคล็บลับเดียวของร้านนี้คือ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ส่งต่อจากรุ่นแม่ถึงมาถึงลูกสาว แต่น่าเสียดายที่จะไม่มีใครสานต่อ หมดรุ่นนี้ไปก็หาทานไม่ได้อีกแล้ว

The Road to Red Restaurants List การตามหา 'อาหารใกล้สูญพันธุ์' ของหนุ่มออฟฟิศแสนขยัน
The Road to Red Restaurants List การตามหา 'อาหารใกล้สูญพันธุ์' ของหนุ่มออฟฟิศแสนขยัน

ต่อตอนสองด้วยคืนวันศุกร์แสนเศร้า เพราะชายหนุ่มเก็บเอาคำถามที่ไม่ควรถามจากเจ้านายกลับบ้านมาด้วย โชคดีที่เมนูหมูทอดราคา 1,000 เยน จากร้านอาหารราคาประหยัดแห่งหนึ่งช่วยเจือจางความทุกข์ของเขาไว้ ร้านนี้อยู่คู่กับชุมชนมากว่า 46 ปี เพิ่มเมนูไปตามที่ลูกค้าประจำอยากกิน และด้วยความกลัวว่าลูกค้าจะไม่รัก แม่ครัวก็เลยจัดเต็มทั้งเนื้อ ซุป ผัก แถมด้วยบทสนทนาแสนอบอุ่น ดูแล้วคิดได้แค่ว่าอยากให้มีร้านแบบนี้อยู่ใกล้ๆ และก็ตามคอนเซ็ปต์ใกล้สูญพันธุ์ แม้แม่ครัวร้านนี้จะมีลูกชายมาฝึกหัดเพื่อสืบทอด แต่ฝีมือยังห่างชั้นต้นตำหรับอยู่ไม่น้อย ต้องลุ้นต่อไปว่าเขาจะเป็นทายาทรุ่นสองที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ 

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์
The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

เรื่อยมายังตอนสาม ถึงเวลาที่ซาลารี่แมนแสนขยันจะต้องกำพาราฯ เพราะรุ่นน้องสารพัดพิษ แต่ไม่เป็นไร คืนวันศุกร์หรรษาจะพาความดีงามมาชุบชูจิตใจนายเอง คราวนี้เขาไปพบเข้ากับร้านราเมนที่เน้นโชว์หินมากกว่าเมนูอาหาร แต่เมื่อลูกค้าชุดก่อนหน้าเปิดเมนูเล่มหนาสั่งราเมนสารพัดรูปแบบ พ่อครัวผมสีดอกเลาที่ออกมารับออเดอร์กับเขาจึงเอ่ยเพียงว่า ขอทำให้แค่เมนูเดียวได้มั้ย พร้อมกับมีน้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลออกมาจากหัวตา หนุ่มนักเดินทางของเราก็ได้แต่สงสัยและเผยวาจาสั่งราเมนชามใหญ่มาทาน จึงได้เข้าใจแจ่มแจ้งว่าเพราะเหตุใด ชายชราจึงอยากขายแค่เมนูนี้ 

เพราะกว่าจะออกมาเป็นอาหารพร้อมเสิร์ฟ คุณตาต้องทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจทำมันขึ้นมา ถ้าต้องขยับไปทำเมนูอื่น ก็เท่ากับว่าคือการเริ่มนับหนึ่งถึงร้อยอีกครั้ง ที่สำคัญ ราเมนรสเด็ดหาทานที่ไหนไม่ได้ชามนี้ใกล้ถึงกำหนดหยุดเสิร์ฟเข้าไปทุกที ทางที่ดี ควรรีบทานก่อนจะสายเกินไป

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

ごちそうさまでした。

ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้

แม้ว่าเรื่องราวใน The Road to Red Restaurants List จะในตอนถัดๆ ไป จะไม่ได้หวือหวาแหวกแนวไปกว่า 3 ตอนที่เกริ่นให้ฟังข้างต้น และซีรีส์ก็ไม่ได้พาเราไปถึงจุดที่ช่วยกอบกู้หรือต่อชีวิตให้เมนูใดๆ แต่วิถีชีวิตของ Tamio Suda ตัวแทนคนทำงานหลายล้านคนในโลก กลับกินใจและชวนเราย้อนกลับมามองตัวเองว่า ทุกคนคงจะได้เผชิญทั้งค่ำคืนวันศุกร์ที่ปิดจ๊อบด้วยความเปี่ยมสุข หรืออาจมีบางศุกร์ที่อมทุกข์หม่นหมอง ชายหนุ่มในเรื่องมีวิธีชาร์จพลังให้ตัวเองด้วยการออกเดินทาง หาอาหารที่ใกล้สูญพันธุ์ รับฟังความตั้งใจใช้ชีวิตของคนแปลกหน้า แล้วคุณล่ะ มีวิธีให้รางวัลคนเก่งที่ผ่านสัปดาห์แห่งความยากลำบากมาได้อย่างไร 

ส่วนเรื่องราวของอาหารใกล้สูญพันธุ์ที่ปรากฏในเรื่อง นับว่าฉลาดล้ำที่แต่ละเมนูในซีรีส์ ล้วนเป็นเมนูทั่วไปทั้งอุด้ง ราเมน อาหารชุด และอีกมากมาย ซึ่งการที่อาหารประจำชาติเหล่านี้หาทานง่าย การหายไปของพวกมันกลับกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่า เพราะแม้ว่าจะหาทานที่ร้านประจำไม่ได้ ห่างไปเพียงมุมถนน ก็คงมีเมนูเดียวกันพร้อมเสิร์ฟ มิหนำซ้ำ เมนูคุ้นตานี้อาจไปปรากฏตัวอยู่บนชั้นวางสินค้าในร้านสะดวกซื้อ เพียงหยิบไปจ่ายเงินและอุ่นให้ร้อนก็พร้อมทาน สะดวก สบาย แต่มีหลายอย่างหล่นหายไประหว่างทาง

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

นอกเหนือจากความคิดถึงดินแดนอาทิตย์อุทัยอย่างสุดหัวใจ หนึ่งสิ่งที่เราตระหนักได้จากมินิซีรีส์เรื่อง The Road to Red Restaurants List คือความพยายามมอบคุณค่าให้กับเบื้องหลังการรังสรรค์เมนูอาหาร ทั้งในมุมคนทำ กับการเคี่ยวกรำ ใส่ใจ ใช้วัตถุชั้นเยี่ยมที่พรีเมี่ยมสุดๆ ในย่านนั้น กว่าจะได้อาหารพร้อมเสิร์ฟที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยรสมือแห่งความพิถีพิถัน ส่งต่อมาถึงในมุมคนทาน กับความอิ่มเอมที่ได้ไปเยือนร้านรักในความทรงจำ ร้านอาหารอันเปรียบเสมือนตู้กับข้าวประจำบ้าน การได้ลิ้มลองเมนูโปรดที่รสชาติไม่เคยเปลี่ยน รวมถึงได้บอกเล่าความดีงามของร้านนั้นให้ลูกค้าหน้าใหม่รับฟัง ซึ่งการบอกเล่าแบบปากต่อปากเช่นนี้ มีพลังกว่าบทความรีวิวหรือคะแนนสูงลิ่วจาก Food Bloggger หลายเท่าตัว 

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

ส่วนการหยิบคอนเซ็ปต์ ‘อาหารที่กำลังจะสูญพันธุ์’ ขึ้นมาเป็นตัวชูโรง ก็ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างร้านอาหาร คนทำอาหาร และลูกค้าในร้าน ให้โรแมนติกขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เราก็มักให้ความสำคัญกับสิ่งที่ใกล้จะจากไปเสมอ โดยเฉพาะกับอาหารที่รวบรวมชีวิต จิตวิญาณ และหัวใจบริการของเหล่าพ่อครัว แม่ครัวเอาไว้ การได้สั่งเมนูที่นับถอยหลังวันออกจำหน่าย พินิจหน้าตา ละเลียดรสชาติไปทีละคำ พร้อมทั้งเอ่ยคำว่า ごちそうさまでした。หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ‘ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้’ 

เราว่านั่นถือเป็นพิธีอำลาที่มีคุณค่าและน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง 

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

รับชม The Road to Red Restaurants List – มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม ได้ที่ Netflix

ภาพ : Netflix

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load