อิตาเลียนเป็นชาติที่รักสัตว์ หากคุณไปอิตาลี ภาพที่คุณจะได้เห็นจนชินตาคือ ผู้คนเดินจูงหมาไปที่ต่าง ๆ แมวอยู่ตามสถานที่ทางประวัติศาสตร์ อย่างเช่น โคลอสเซียม และถึงกับมีปฏิทินแมวตามมุมต่าง ๆ ของโบราณสถานออกมาขายทุกปีอีกด้วย

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : www.gruppolozzi.it

หากนั่นยังยืนยันความรักสัตว์ของคนอิตาเลียนได้ไม่ดีพอ มาดูความรักจากทางภาครัฐกันบ้าง ในปี 2016 นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งกรุงโรม เรียกร้องให้ทางจ่ายค่าแรงในช่วง 2 วันที่เธอลาไปดูแลน้องหมา โดยอ้างเอากฎหมายข้อที่ว่า คนที่ละทิ้งสัตว์ให้ทรมานร้ายแรง จะโดนจำคุก 1 ปี และโดนปรับราว 4 แสนบาท ผลคือ เธอชนะคดีฉลุย

เดินไปตามซอกเล็กซอยน้อยในอิตาลี คุณอาจจะได้ยินเสียงซิญญอราส่งเสียงร้อง “มิ…….โช….” ด้วยเสียงสูงแหลมโหยหวน ปล่อยให้หางเสียงจางหายไปอย่างมีชั้นเชิง แล้วน้องแมวที่หลบอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ก็จะออกมารับของสังเวยจากทาสผู้ซื่อสัตย์ของเธอ

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : redarmyscreaming.tumblr.com

จำนวนแมวในอิตาลีนั้นมีมากกว่าจำนวนหมา แต่ถ้าดูตามสถิติการเลี้ยงสัตว์ภายในบ้าน จะพบว่า มีจำนวนหมามากกว่าแมว จำนวนแมวที่อยู่นอกสำมะโนประชากรนั้น ก็อยู่ตามโบราณสถานอย่างที่เล่าไป เหมือนลิงที่พระปรางค์สามยอด เพียงแต่เป็นเวอร์ชันที่ไม่ขโมยของและเข้าทึ้งหัวเราเท่านั้นเอง 

แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เมื่อมีแมวจรจัด พระเจ้าก็ต้องสร้างให้มีหญิงให้อาหารแมวมาด้วย ที่โคลอสเซียมนี้ถึงกับมีสมาคมผู้ดูแลแมว อันมีสมาชิกอยู่ราว 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นหญิง แต่ก็มีที่เป็นชายด้วยเช่นกัน และพบว่าแมวที่ยั้วเยี้ยอยู่ตามโคลอสเซียมนี้มีชื่อด้วยนะ เนื่องจากมีผู้เจอหญิงให้อาหารแมวคนหนึ่ง เรียกชื่อแมวแต่ละตัวไม่ซ้ำกันเลย

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : redarmyscreaming.tumblr.com

การที่คนให้อาหารแมวเป็นหญิงเสียส่วนใหญ่นั้น ก็พ้องกันกับข้อมูลเชิงสถิติจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่บอกว่า เด็กหญิงมักชอบแมว เด็กชายมักชอบหมา อันที่จริง ผลวิจัยดังกล่าวยังบอกอีกว่า รองจากหมาแมว เด็กอิตาเลียนชอบม้า เสือ นก สิงโต และโลมา

เด็กส่วนใหญ่ (81.7 เปอร์เซ็นต์) มีหรือเคยมีสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมากับแมวนั่นล่ะ แต่ก็พบว่ามีสัตว์อื่น ๆ อีกด้วย เช่น เต่า (14.5 เปอร์เซ็นต์) แฮมสเตอร์ (10.6 เปอร์เซ็นต์) กระต่าย (4.8 เปอร์เซ็นต์) มีแค่ 1 ใน 5 คนเท่านั้นที่ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงในบ้าน

การสำรวจไม่ได้ถามแค่ ‘มี’ แต่ถามว่า อยาก ‘เป็น’ อะไรด้วย ผลออกมาว่า 1 ใน 5 อยากเป็นนก 1 ใน 10 อยากเป็นหมา ตามมาด้วยสิงโต แมว โลมา เสือชีตาห์ ม้า

เด็กผู้ชายมักจะอยากเป็นสัตว์ที่โชว์ความแข็งแรงหรือวิ่งเร็ว เช่น สิงโตหรือเสือชีตาห์ เด็กผู้หญิงมักอยากเป็นสัตว์สวย ๆ งาม ๆ อย่างผีเสื้อ

และสัตว์ที่เด็กเกลียดกลัวที่สุดก็คือ งู

แต่สัตว์ก็มีมากมายหลายประเภท และความรู้สึกของคนอิตาเลียนก็มิได้มีแค่ความ ‘รัก’ อย่างเดียวเท่านั้น เราเข้าใจว่าคนอิตาเลียนคิดอย่างไรต่อสัตว์ได้หลายวิธี

ทำแบบเด็กอักษรฯ วิธีหนึ่งคงไม่พ้นการศึกษาผ่านสำนวนในภาษา การอุปมาอุปไมย เริ่มจากที่คล้ายของไทยก่อน ข้อมูลที่ได้ต่อจากนี้รวบรวมมาจากพจนานุกรมที่บ้าน

หมาจิ้งจอก เปรียบกับความเจ้าเล่ห์ แต่เรื่องนี้ แมว ก็เข้ารอบด้วย

เต่า เปรียบกับความเชื่องช้า หอยทาก ก็เช่นกัน

งู เปรียบกับคนที่ร้ายกาจ มีพิษสง คดในข้องอในกระดูก

เสือ เปรียบกับความดุ

เพราะฉะนั้น ในแง่นี้จึงอาจกล่าวได้ว่า คนอิตาเลียนกับคนไทยมีทัศนคติต่อสัตว์เหล่านี้คล้าย ๆ กัน

แต่ก็มีบางสำนวนที่คนไทยเปรียบกับอย่างอื่น หรือไม่ก็ไม่คิดจะเปรียบเลย แต่คนอิตาเลียนเปรียบคุณลักษณะต่าง ๆ กับสัตว์เหล่านี้

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : www.europlan.it

เงียบเป็น ปลา

แดงเป็น กุ้ง

โง่เหมือน ห่าน

ตาบอดเหมือน ตัวตุ่น

หยิ่งยะโสเหมือน นกยูง

ขี้กลัวเหมือน กระต่าย อันนี้น่าจะมาจากนิทานอีสปเรื่อง กระต่ายตื่นตูม

อ่อนติ๋มหงิมเป็น แกะ

ดื้อเป็น ลา

เก็บเนื้อเก็บตัวเหมือน หมี

น่าเกลียดเหมือน ลิง/คางคก

กล้าหาญเหมือน สิงโต

ปราดเปรียวเหมือน ละมั่ง

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : pixels.com/profiles/shawn-obrien

ปราดเปรียวเหมือน ละมั่ง

บางสำนวนก็ฟังแปลกหู เพราะคนไทยเราจะไม่มีวันเปรียบ เปรียบทำไม เช่น

ล่อนจ้อนเป็น หนอน (อ้อ อันนี้คนไทยโบราณจะเปรียบเป็นเปรต)

สุขภาพแข็งแรงดีเหมือน ปลา อันนี้คืออะไร ที่อิตาลีปลาไม่ป่วยเหรอ

น่าเบื่อเหมือน เห็บหมัด ยุง ตัวต่อ 2 อันแรกเข้าใจได้ว่าน่ารำคาญ แต่ตัวต่อนี่ออกไปทางน่ากลัวนะ

ร้องเพลงเพี้ยนเหมือน กบ

ตัวพองเป็น กบ เขาไม่ได้หมายถึงอ้วน แต่หมายถึงจองหองพองขน ลำพองตนจนตัวป่องเป็นอึ่งอ่าง อะไรทำนองนั้น

มาถึงคำถามคาใจใครบางคน แล้วตอนด่ากันล่ะ บ้านเรามองสัตว์บางประเภทว่าเป็นสัตว์ชั้นต่ำ ควรค่าแก่การหยิบยกขึ้นมาด่าให้คนฟังรู้สึกเจ็บ ๆ แสบ ๆ แล้วอิตาเลียนล่ะ เขาเอาสารพัดสัตว์บกมาด่ากันแบบเราไหม

เริ่มจาก ไอ้ สัตว์ เขาไม่ด่ากันพร่ำเพรื่อ แต่จะหมายถึง ความป่าเถื่อน รุนแรง ไร้การศึกษา

ไอ้ เหี้ย ด่าไปอิตาเลียนหลายคนคงยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ มิพักพูดถึงว่า มันมีคุณสมบัติอันใดหรือที่เราจะต้องมารู้สึกเจ็บแค้นเคืองโกรธกับการได้รับการอวยยศเช่นนี้

ไอ้หน้าหมา ไม่ว่าจะไอ้หน้าหมา หรืออีหน้าอวัยวะอื่น ก็ไม่มีใครด่าทั้งสิ้น ถ้าด่าไป อิตาเลียนอาจยืนปรบมือให้แก่ความคิดสร้างสรรค์ของเราก็เป็นได้

งั้นด่าว่าหมาก็ไม่หยาบคายอย่างนั้นสิ

จริงอยู่ หมา มักเปรียบกับความซื่อสัตย์ ความโดดเดี่ยว แต่ก็ยังเปรียบกับความไม่ได้เรื่องด้วย

มุมมองคนอิตาลีที่มีต่อหมาแมวและสัตว์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงคำด่าว่า 'ไอ้สัตว์' แปลว่าอะไร
ภาพ : www.dailypaws.com

เพราะฉะนั้น ถ้าบอกเพื่อนว่า เธอเหมือนหมาเลย ด้วยหวังใจว่าเขาจะเข้าใจว่าเราชมว่าเขาซื่อสัตย์ อาจจะเป็นการหวังสูงไปนิด ยังไงเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะ

แล้ว หมู ในตำนานล่ะ มีคนบอกว่า หมู หยาบมากกกกกก ฟังไม่ได้ (เอามือปิดหูดิ้นเร่า ๆ )

หมูถูกเปรียบกับความสกปรก อันรวมไปถึงความสกปรกในจิตใจด้วย มันจึงไปในทางความหื่น ลามก

แต่ก็ถ้ามีคนบอกว่า แหม เธอนี่เหมือน กระต่าย เลยนะ ก็อย่าได้คิดว่าเขาชมว่าเราปราดเปรียวแสนซน เพราะสำหรับคนอิตาเลียนแล้ว นอกจากเขาจะมองกระต่ายว่า ‘ขี้กลัว’ แล้ว เขาอาจจะหมายถึงว่าเราเซ็กส์จัด เพราะกระต่ายได้ชื่อว่ามีลูกเร็วมาก เหมือนวัน ๆ ไม่ทำอะไรนอกจากประกอบกิจกรรมอันสุนทรี

ควาย ล่ะ เปรียบเทียบกันไหม

มีเหมือนกัน แต่ไม่ได้แปลว่า โง่ เขามักเปรียบกับการกินแบบไม่บันยะบันยังมากกว่า ตรงข้ามกับการกินน้อย เขาจะเทียบกับ นก บางทีก็เป็น นกคีรีบูน ด้วยนะ

คราวนี้มาดูสุภาษิต คำพังเพย บ้าง ว่าเขาเอาสัตว์มาสั่งมาสอนอะไรลูกหลานเขาบ้าง

Can che abbaia non morde.

หมาเห่ามักไม่กัด อันนี้เหมือนของไทย แต่อย่าไปจริงจังมากนะ มันเป็นความเปรียบ หมาเห่าอุ่นเครื่องก่อนกัดก็มีถม อันที่จริงมันมีนัยยะหมายรวมไปถึงว่า คนที่ร้าย ๆ กับเราเนี่ย มักจะไม่พูดพล่ามหรอก

Meglio un giorno da leone che cento da pecora.

อยู่อย่างสิงโตวันเดียว ดีกว่าอยู่อย่างแกะ 100 วัน

หลายคนอาจจะคิดแบบไทย ๆ ว่า เปรียบการอยู่อย่างมีเกียรติกับอยู่อย่างกระจอก แต่ถ้าไปดูคุณลักษณะของสัตว์ทั้งสองที่อิตาเลียนมักใช้เปรียบดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น จะเห็นว่าเกียรติที่ว่า (ถ้าจะเปรียบ) ไม่ได้หมายถึงเงินทองหรือยศถาบรรดาศักดิ์ใด ๆ แต่คือความกล้าหาญ และกระจอกนี้ก็ไม่ได้อยู่ที่เงินทองหรือสถานภาพทางสังคม แต่คือความขี้ขลาด ไม่สู้เพื่อความถูกต้องมากกว่า

ภาพ : www.thelocal.it

Il lupo perde il pelo, ma non il vizio.

หมาป่าผลัดขน แต่ไม่ผลัดสันดาน

อันนี้เป็นสุภาษิตที่ไม่ให้โอกาสคนเลย มันมีความหมายว่า คนชั่ว ต่อให้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกอย่างไร เขาว่ากันว่านะ สันดอนน่ะขุดได้ แต่สันดานน่ะสิ (เดินกอดอก ก้าวออกมา 2 ก้าว ยิ้มเยาะมุมปาก แค่นหัวเราะเบา ๆ มองกล้อง ตาวาวโรจน์) ขุดไม่ได้!

Chi pecora si fa, il lupo se lo mangia.

“อ่อนแอก็แพ้ไป” เวอร์ชันอิตาเลียน แปลตรงตัวว่า ใครทำตัวเป็นแกะ หมาป่าก็จะกิน อันนี้น่าจะเป็นอันเดียวที่สะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า ทำไมอิตาเลียนเวลามีปัญหาจึงต้องเล่นใหญ่ เพราะถ้าหงอก็จะถูกข่มทันที

ภาพ : www.telegraph.co.uk

จะเห็นว่าสัตว์ที่เป็นตัวโกง ตัวร้าย สำหรับคนอิตาเลียนคือ หมาป่า ถ้าให้คาดเดา ก็คงจะเป็นเพราะว่ามันเป็นอุปสรรคหลักของปศุสัตว์ อันเป็นอาชีพหลักของสังคมเกษตรกรรมในอิตาลีสมัยก่อน หมาป่ากับแกะถูกนำมาเปรียบของผู้ล่าอันชั่วร้ายกับเหยื่ออันน่าสงสารอยู่ตลอดเวลา

แต่ในขณะที่หมาป่าดูเป็นตัวโกง แต่ก็หมาป่าอีกเช่นกันที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงโรม เพราะในตำนาน นางเป็นผู้ให้นมโรมูลุสกับเรมุส ผู้ให้กำเนิดกรุงโรม ผิดตรงที่หมาป่าตัวนี้เป็นนางหมาป่า

ภาพ : commons.wikimedia.org

แล้วนักภาษาศาสตร์เชิงประวัติก็เสนอความเห็นแบบไม่อิงตำนานว่า ผู้ให้นมแต่เด็กทั้งสองเนี่ย อาจจะไม่ใช่หมาป่าหรอก แต่เป็นคนนี่ละ

เพราะคำว่า นางหมาป่า ในภาษาอิตาเลียนโบราณ เป็นสแลงหมายถึง หญิงโสเภณี

ข้อมูลอ้างอิง

– Il Ragazzini 2021, Zanichelli

– Maria Balì, Giovanna Rizzo, Nuovo Espresso 2, Alma Edizioni

 – www.bbc.com/thai/international-41599355

agricommerciogardencenter.edagricole.it

www.the-colosseum.net/ita/around/gatti_it.html

Writer

Avatar

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

Miss Italy

ครูก้า-สรรควัฒน์ ประดิษฐ์พงษ์ พาท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมสนุกๆ ของอิตาลี

เป็นที่รู้กันในหมู่คนดูภาพยนตร์ว่า อิตาลีทำภาพยนตร์ออกมาได้อย่างวิเศษประเทศหนึ่ง หลักฐานสนับสนุนอย่างง่าย ๆ ก็คือ ในเวทีออสการ์นั้น สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะนับอย่างไร อิตาลีก็ได้รับรางวัลนี้สูงสุด นั่นคือ 11 ตัว 

ที่บอกว่า “ไม่ว่าจะนับอย่างไร” เป็นเพราะว่า ก่อนหน้าที่จะมีรางวัลในสาขานี้เป็นการถาวร ได้มีการมอบรางวัลพิเศษให้แก่ภาพยนตร์ชาติอื่น ๆ มาก่อนแล้ว นัยว่า ดีจนคณะกรรมการทนไม่ได้ และประเทศแรกที่ได้รับรางวัลนี้ก็คือ อิตาลี นั่นเอง และจากนั้นไม่นานก็ได้รับอีกครั้ง รวมเป็น 2 เมื่อรวมกับ 11 ตัวที่กล่าวไป ก็เป็น 13 ตัว แต่ในบางครั้งก็มีผู้นับว่า 11+3 เนื่องจากหนังอีกหนึ่งเรื่องที่ได้รับรางวัลเกียรติยศนี้เป็นหนังที่ทำร่วมกับฝรั่งเศส แต่ไม่ว่าจะนับอย่างไรก็ตาม อิตาลีก็ถือว่าเป็นประเทศที่ได้รับรางวัลนี้ถี่ที่สุดนั่นเอง

สำหรับมือใหม่หัดดูหนังอิตาเลียน ลองเริ่มจากหนังอิตาเลียนที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในเวทีออสการ์ก่อนเป็นไร เพราะอาจจะหาดูได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ได้เรียงรายชื่อมาให้ข้างล่างนี้แล้ว และเกริ่นเรื่องอย่างสั้นมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เพราะไม่อยากสปอยล์เลยจริง ๆ 

La strada

ปีที่ออกฉาย 1954

ผู้กำกับ Federico Fellini

ออสการ์ครั้งที่ 29 (ปี 1957)

อิตาลี ประเทศที่หนังได้รางวัลออสการ์บ่อยที่สุด กับลิสต์แนะนำ 11 เรื่องเด็ดแบบไม่สปอยล์
ภาพ : en.wikipedia.org/wiki/La_Strada

เรื่องราวของเจลโซมีนา (Gelsomina) เด็กสาวที่ถูกครอบครัวขายให้ไปเป็นผู้ช่วยของซัมปาเนาะ (Zampanò) ซึ่งเป็นนักแสดงปาหี่ร่อนเร่ ซัมปาเนาะทั้งใช้งานและทำร้ายจิตใจเธอต่าง ๆ นานา จนในที่สุด และมารู้ใจตัวเองว่ารักเธอ ก็เมื่อสายเสียแล้ว

Cabiria’s Nights (Le notti di Cabiria)

ปีที่ออกฉาย 1957 

ผู้กำกับ Federico Fellini 

ออสการ์ครั้งที่ 30 (ปี 1958)

อิตาลี ประเทศที่หนังได้รางวัลออสการ์บ่อยที่สุด กับลิสต์แนะนำ 11 เรื่องเด็ดแบบไม่สปอยล์
ภาพ : www.postermania.it

คาบีเรีย เป็นชื่อของหญิงโสเภณีคนหนึ่ง เธอถูกคนรักชิงทรัพย์และผลักเธอตกแม่น้ำ แต่เธอรอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์ จากนั้นชีวิตของเธอก็ผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งได้พบกับชายที่เธอคิดจะแต่งงานด้วย 

เมื่อนึกถึงหนังเรื่องนี้ หลายคนจะนึกถึงภาพคาบีเรียเดินยิ้มอยู่กลางถนนที่ครึกครื้น มีน้ำตาสีดำหนึ่งหยดในช่วงท้ายของเรื่อง

นักแสดงนำฝ่ายหญิงของเรื่อง คือคนเดียวกันกับเรื่อง La strada เธอคือ จูลิเย็ตตา มาซีนา (Giulietta Masina) ภรรยาของเฟลลีนี่นั่นเอง

ปีที่ออกฉาย 1963

ผู้กำกับ Federico Fellini

ออสการ์ครั้งที่ 36 (ปี 1964)

อิตาลี ประเทศที่หนังได้รางวัลออสการ์บ่อยที่สุด กับลิสต์แนะนำ 11 เรื่องเด็ดแบบไม่สปอยล์
 ภาพ : distribuzione.ilcinemaritrovato.it/8-mezzo

เป็นเรื่องของผู้กำกับที่ประสบปัญหา ‘สมองตัน’ ทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ไม่ได้ ชื่อเรื่องมาจากจำนวนหนังที่เฟลลีนีทำมาก่อนนั่นเอง ส่วนที่เป็นครึ่งนั้น คือเรื่องที่กำกับร่วมกับผู้อื่น

บรรยากาศของหนังเป็นแนวฝัน ๆ ฟุ้ง ๆ และเหนือจริง

เรื่องนี้ได้อีก 1 รางวัลคือ รางวัลการออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (ภาพยนตร์ขาว-ดำ)

Yesterday, Today and Tomorrow (Ieri, oggi, domani)

ปีที่ออกฉาย 1963

ผู้กำกับ Vittorio De Sica

ออสการ์ครั้งที่ 37 (ปี 1965)

อิตาลี ประเทศที่หนังได้รางวัลออสการ์บ่อยที่สุด กับลิสต์แนะนำ 11 เรื่องเด็ดแบบไม่สปอยล์
aforismi.meglio.it/film/ieri-oggi-domani

หนังแบ่งออกเป็น 3 เรื่องย่อย เขียนบทโดยนักเขียนใหญ่ของอิตาลี 3 คน คือ เด ฟิลิปโป้ (Eduardo De Filippo), โมราเวีย (Alberto Moravia) และ ซาวัตตีนี (Cesare Zavattini) ทั้ง 3 เรื่องเป็นเรื่องของชีวิตคู่สามีภรรยาใน 3 เมืองต่างกัน คือ นโปลี มิลาน และ โรม โดยใช้นักแสดงคู่เดิม คู่เดียวกัน คือ โซเฟีย ลอเรน (Sophia Loren) และ มาร์แชลโล มัสโตรยันนี (Marcello Mastroianni)

Investigation of a Citizen Above Suspicion (Indagine su un cittadino al di sopra di ogni sospetto)

ปีที่ออกฉาย 1970

ผู้กำกับ Elio Petri

ออสการ์ครั้งที่ 43 (ปี 1971)

อิตาลี ประเทศที่หนังได้รางวัลออสการ์บ่อยที่สุด กับลิสต์แนะนำ 11 เรื่องเด็ดแบบไม่สปอยล์
ภาพ : www.mymovies.it

ภาพยนตร์ชื่อยาวเรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อในประเภทบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย (แต่ไม่ได้รับ) เป็นเรื่องของนายตำรวจใหญ่ที่ฆ่าชู้รักของตัวเอง และกลมกลืนอยู่ในทีมสอบสวนการฆาตกรรมครั้งนี้ โดยมั่นใจว่า จะไม่มีใครสงสัยตน หรืออาจจะสงสัย แต่ไม่กล้าจับกุม

The Garden of the FInzi-Continis (Il giardino dei Finzi-Contini)

ปีที่ออกฉาย 1970

ผู้กำกับ Vittorio De Sica

ออสการ์ครั้งที่ 44 (ปี 1972)

อิตาลี ประเทศที่หนังได้รางวัลออสการ์บ่อยที่สุด กับลิสต์แนะนำ 11 เรื่องเด็ดแบบไม่สปอยล์
ภาพ : www.postermania.it

ภาพยนตร์รางวัลออสการ์ตัวที่ 4 ของเดซีกาเรื่องนี้ นำมาจากนวนิยายของ โจร์โจ บัซซานี (Giorgio Bassani) 

เนื้อเรื่องพูดถึงชีวิตอันสงบสุขของครอบครัวฟินซี-คอนตีนี ชาวยิวผู้มีอันจะกินที่มีบ้านหลังงามอยู่ที่เมืองแฟร์รารา เมื่อเกิดมีกฎหมายแบ่งแยกเชื้อชาติของฟาชิสม์และสงครามโลก เหตุการณ์เศร้าต่าง ๆ ก็ประดังประเดเข้ามาสู่ชีวิตแสนสุขของครอบครัวนี้และผู้คนที่เกี่ยวข้อง

Amarcord

ปีที่ออกฉาย 1973

ผู้กำกับ Federico Fellini

ออสการ์ครั้งที่ 47 (ปี 1975)

อิตาลี ประเทศที่หนังได้รางวัลออสการ์บ่อยที่สุด กับลิสต์แนะนำ 11 เรื่องเด็ดแบบไม่สปอยล์
ภาพ : www.inkroci.it

หนังที่ได้รับรางวัลออสการ์ตัวที่ 4 และตัวสุดท้ายของเฟลลีนี เป็นการเดินทางไปในกาลเวลาที่ฝันฟุ้งของเฟลลีนี ไปสู่วัยเด็กของตนในยุคทศวรรษที่ 30 ที่บ้านเกิดแถบเมืองรีมีนี (Rimini) 

ฟังดูเหมือนจะเป็นอัตชีวประวัติ แต่เฟลลีนีย่อมมีดีกว่าจะเล่าเรื่องของตนไปดื้อ ๆ ตัวละครที่โดดเด่นอันเป็นที่จดจำมีหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นช่างทำผมสุดเซ็กซี่ หรือหญิงขายบุหรี่ทรงโต และภาพนกยูงรำแพนหางกลางหิมะ ยังคงติดตาตรึงใจคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้แม้ว่าจะสงสัยว่า ต้องตีความหรือเปล่า หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

อมาร์คอร์ด เป็นภาษาถิ่น แปลว่า “ฉันจำได้” แต่ผู้ร่วมเขียนบทได้บอกไว้ว่า มันยังเป็นคำเพี้ยนเสียงจากคำว่า Amaro Cora อันเป็นคำที่เรามักได้ยินที่ร้านขายเครื่องดื่ม เมื่อมีคนสั่งเหล้าบิตเทอร์ชื่อ โครา อีกด้วย

(Nuovo) Cinema Paradiso

ปีที่ออกฉาย 1988

ผู้กำกับ Giuseppe Tornatore

ออสการ์ครั้งที่ 62 (ปี 1990)

แนะนำหนังอิตาเลียน 11 เรื่องที่คว้ารางวัลจากเวทีออสการ์ ตอกย้ำว่าอิตาลีได้รับรางวัลนี้ถี่ที่สุด
 ภาพ : it.wikipedia.org

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างความงุนงงให้แก่ฉันเมื่อครั้งยังเด็ก เนื่องจากชื่อภาษาอิตาเลียนมีคำว่า Nuovo (ใหม่) แต่ในภาษาอังกฤษไม่มี ตอนแรกนึกว่ามีการตัดต่อแบบ 2 เวอร์ชัน นั่ง ๆ ดูก็หาไม่เจอ อ้าว เรื่องเดียวกันนี่เอง

หลังจากห่างหายการเดินขึ้นเวทีไปรับรางวัลมานาน โตร์นาโตเรก็พาอิตาลีกลับไปรับรางวัลอีกครั้ง หนังเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตผู้กำกับหนังคนดังคนหนึ่งที่หลงใหลในภาพยนตร์และขลุกอยู่ในโรงหนังมาตั้งแต่เด็ก ๆ หนังแสดงให้ภาพอันน่าประทับใจของคนในหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมทะเลแห่งหนึ่งที่โรงหนังเป็นเหมือนความบันเทิงอย่างเดียวในชีวิตของพวกเขา ดนตรีประกอบอันไพเราะ ภาพการฉายหนังออกมานอกโรงและภาพตอนจบของเรื่อง ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังในดวงใจของใครหลายคน

Mediterraneo

ปีที่ออกฉาย 1991

ผู้กำกับ Gabriele Salvatores

ออสการ์ครั้งที่ 64 (ปี 1992)

แนะนำหนังอิตาเลียน 11 เรื่องที่คว้ารางวัลจากเวทีออสการ์ ตอกย้ำว่าอิตาลีได้รับรางวัลนี้ถี่ที่สุด
 ภาพ : www.amazon.it

สงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารอิตาเลียนกลุ่มหนึ่งได้รับคำสั่งให้ไปยึดเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในทะเลอีเจียส ประเทศกรีซ แต่กลับถูกทิ้งลืมไว้ที่เกาะนั้น ติดต่อโลกภายนอกไม่ได้ จนในที่สุดก็ได้กลับอิตาลีโดยที่พวกเขาก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็ได้นัดเจอกันที่เกาะนั้นอีกครั้ง

Life is beautiful (La vita è bella)

ปีที่ออกฉาย 1997

ผู้กำกับ Roberto Benigni

ออสการ์ครั้งที่ 71 (ปี 1999)

แนะนำหนังอิตาเลียน 11 เรื่องที่คว้ารางวัลจากเวทีออสการ์ ตอกย้ำว่าอิตาลีได้รับรางวัลนี้ถี่ที่สุด
ภาพ : www.mposter.com

ว่าด้วยเรื่องของพ่อที่หลอกลูกว่า ชีวิตของพวกเขาในค่ายกักกันชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเพียงแค่เกมสนุก หนังเล่าเรื่องสงครามด้วยความตลกและเสียดสี คนดูหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อม ๆ กันในหลายฉากหลายตอนของเรื่อง

หนังเรื่องนี้มิได้เป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยมภาษาต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยม (Nicola Piovani) ส่วนเบนิญญี (Roberto Benigni) เอง ซึ่งเป็นทั้งผู้กำกับและนักแสดงนำ ก็ได้รับรางวัลนักแสดงนำฝ่ายชายด้วย

The Great Beauty (La grande bellezza)

ปีที่ออกฉาย 2013

ผู้กำกับ Paolo Sorrentino

ออสการ์ครั้งที่ 86 (ปี 2014)

แนะนำหนังอิตาเลียน 11 เรื่องที่คว้ารางวัลจากเวทีออสการ์ ตอกย้ำว่าอิตาลีได้รับรางวัลนี้ถี่ที่สุด
ภาพ : www.mymovies.it

15 ปีผ่านไป ซอร์เรนตีโนก็พาอิตาลีไปกอดตุ๊กตาชื่อเดิมอีกครั้ง

เนื้อเรื่องว่าด้วยภาวะคิดงานไม่ออกของศิลปินอีกครั้ง คราวนี้เป็นนักเขียนรุ่นใหญ่ ที่ไม่มีงานเขียนออกสู่สาธารณะมาหลายปีแล้ว เขาจึงออกเดินทางเพื่อค้นหาความงามที่แท้จริงยิ่งใหญ่ ซึ่งเขาก็มิได้ไปไหนไกล หากแต่เดินทางซอกซอนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงโรมนั่นเอง

ลองตาม ๆ ดูกันนะ สารภาพว่าบางเรื่องก็ยังไม่ได้ดู ใครรู้แหล่งที่จะหาดูได้ รบกวนใส่ไว้ในคอมเมนต์ จะตรงนี้หรือที่เพจ ‘ครูก้า’ ก็ได้จ้ะ

Writer

Avatar

สรรควัฒน์ ประดิษฐพงษ์

‘ครูก้า’ ของลูกศิษย์และลูกเพจ ผู้เชื่อ (ไปเอง) ว่าตัวเองเป็นครูสอนภาษาอิตาเลียนมือวางอันดับหนึ่งของเอเชียอาคเนย์ หัวหน้าทัวร์ผู้ดุร้าย นักแปลผู้ใจเย็น ผู้เชิดหุ่นกระบอกมือสมัครเล่น และนักเขียนมือสมัครเล่นเข้าไปยิ่งกว่า

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load