ท่ามกลางการจราจรติดขัดบนถนนรัชดาภิเษก หากขับรถลัดเลี้ยวเข้ามาในซอยรัชดาภิเษก 32 คุณจะพบความสงบอย่างไม่น่าเชื่อสายตา หน้าประตูบานใหญ่ เราเงยหน้ามองป้ายด้านบน ‘Angelo Family Suites’ 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

ใช่แน่ เรามาไม่ผิด ความคิดยังแย้งในใจว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่พักจริงหรือ เพราะประตูดูเหมือนปิดตลอดเวลา

พลันหัวคิด แต่เท้าก้าวผ่านรอยแง้มของประตูเข้าไปในโรงแรมเสียแล้ว ความรู้สึกเหมือนข้ามไปเยือนโลกอีกใบ นกร้องเจื้อยแจ้วส่งเสียงทักทาย ลมพัดลู่เอาใบไม้สีเหลืองอ่อนพลัดลงจากต้น ปราศจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

น้ำตาล-ฐาติณุฏ วงศ์วริศรา เจ้าของบ้านโบกมือต้อนรับพร้อมส่งรอยยิ้มมาให้ หญิงตรงหน้าเป็นเจ้าบ้านที่แปลงโฉมโรงงานกระเบื้องให้เป็นโรงแรมอิสระ (Independent Hotel) ด้วยแนวคิดและวิธีการบริหารงานไม่เหมือนใครที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความอินดี้ของเธอ แยบยลไปกว่านั้น คุณจะเห็นตัวตนของน้ำตาลผ่านภาพหญิงสาวที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 23 บู๊และบุ๋นจนทำให้ Angelo Family Suites กลายเป็นฝันที่เป็นจริง 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

ฝันอยากมีโรงแรมในฝัน

จากการทำงานเสริมหลังเลิกเรียนที่โรงแรมมีชื่อแห่งหนึ่งของหัวหิน ทำให้เด็กสาวที่ตั้งใจเรียนด้านการบินพลิกผันเข้าสู่วงการโรงแรม โอกาสและโชคชะตาทำให้เธอเห็นมุมมองใหม่ในการประกอบอาชีพ น้ำตาลรู้ตัวเองเร็ว เธอเรียนจบปริญญาโทด้วยวัยเพียง 23 และเป็นผู้เชี่ยวชาญงานบริหารระดับสูงของโรงแรมระดับ 5 ดาวหลายแห่ง

ด้วยประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้เธอกล้าฝัน น้ำตาลอยากมีโรงแรมเป็นของตัวเอง จนกระทั่งเธอพบรักแท้กับชายอายุห่างกันลิบ หญิงสาวเปลี่ยนบทบาทจากบริหารงานมาเป็นบริหารชีวิต (คู่) จากสาวเก่งที่คอยรับคำสั่งและทำตามมอบหมาย กลายเป็นสาวแกร่งที่พร้อมคิด-พร้อมทำธุรกิจโรงแรม จากประสบการณ์ที่เธอสั่งสมมาค่อนชีวิต 

“บนโลกใบนี้ ไม่สำคัญว่าใครคิดก่อน แต่สำคัญว่าใครทำก่อน
“ถ้าทำทีหลัง เท่ากับเราคิดทีหลัง แม้เราจะคิดมาก่อนคนอื่นห้าปี ถ้าไม่กล้าทำก็จบ” น้ำเสียงเธอเด็ดเดี่ยว

น้ำตาลยึดหลัก Independent Hotel เป็นแนวคิดของการทำโรงแรม

Independent แปลว่า อิสระ แต่กับเธอคงต้องนิยามคำนี้ว่า ‘การไม่ขึ้นอยู่กับใคร’ แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง อินดี้บนหลักความเป็นจริงและสัจธรรม โปรเจกต์ทดลองของเธอเป็นบ้านพักตากอากาศ ชื่อ บ้านสีขาวริมทะเล หัวหิน

เมื่อมองเห็นลู่ทางและมีแนวคิดชัดเจน เธอเริ่มมองหาสถานที่เพื่อทำโรงแรมตามความฝัน 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

เปลี่ยนโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรม

ที่ผืนสวยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล พงษ์-อริยพงษ์ วงศ์วริศรา นักออกแบบตกแต่งภายใน เจ้าของโรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดที่ทำมือทุกแผ่นด้วยเทคนิคเฉพาะ คู่ชีวิตของน้ำตาลแบ่งสันปันส่วนพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงงานกระเบื้องให้กับเธอ เพราะช่วงนั้นเศรษฐกิจฝืดเคือง ทำให้พื้นที่การผลิตบางส่วนไม่ได้ใช้งาน เข้าทาง เธอเลยลงมือทำโรงแรมในโรงงานกระเบื้อง ที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมของสถานที่เอาไว้ (กระซิบ โรงงานกระเบื้องบางส่วนยังอยู่นะ ใกล้กันเพียงบานประตูกั้น)

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

เธอและสามีใช้เวลาปรับปรุงทั้งหมด 13 เดือน พงษ์รับหน้าที่ออกแบบและตกแต่งภายในตามความถนัด ส่วนน้ำตาลอาสาประดิดประดอยของตกแต่งเองทั้งหมด อย่างการทำผ้าม่านลินินสีธรรมชาติเอง การสั่งพิมพ์ลายปลอกหมอนและตัดเย็บเอง ฯลฯ ด้วยความภูมิใจและดีใจ เธอแอบโพสต์ภาพความตั้งใจทั้งหมดลงบนโลกออนไลน์เป็นระยะ ปรากฏว่ามีแขก 17 คน จากฮ่องกง-สิงคโปร์เห็นโพสต์ของเธอและตัดสินใจจองเข้าพักทันที เธอรับคำขอและจัดข้าวของให้เข้าที่ก่อนแขกเข้าพักเพียง 3 วัน แม้ตอนนั้นที่พักยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยทักษะการบริหารที่ดี เธอทำได้!

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

หลังจากแขกชุดแรกกลับถึงประเทศ เธอได้รับรีวิวทั้งด้านดีและด้านที่ควรปรับปรุง ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ใจเธอสู้และตอกย้ำว่าน้ำตาลเลือกทางเดินไม่ผิด เธอชัดเจนว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้จะสร้างความสุขให้เธอได้ในอนาคต

โรงแรมกึ่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะ

เราขอบรรยายความงามให้คุณเห็นภาพพร้อมกัน หลังจากก้าวเท้าผ่านประตูบานใหญ่ ความรู้สึกเหมือนข้ามไปเยือนโลกอีกใบ นกร้องเจื้อยแจ้วส่งเสียงทักทาย ลมพัดลู่เอาใบไม้สีเหลืองอ่อนพลัดลงจากต้น อาคารไม้เรียงร้อยต่อกัน

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

สถานที่ประดับด้วยของสะสมของเจ้าบ้าน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้ ภาพวาด แต่ที่เห็นแล้วคุณต้องร้องว้าวด้วยความทึ่ง คงเป็นกระเบื้องโมเสกชิ้นจิ๋วที่บรรจงวางทีละชิ้น ทีละสี ให้เป็นภาพสารพัดนึกราวกับมีชีวิต สะท้อนตัวตนของโรงแรมในโรงงานกระเบื้องได้เป็นอย่างดี จะว่าไปก็เหมือนเรากำลังพาคุณเดินชมงานศิลปะชิ้นเอกในพิพิธภัณฑ์ชั้นดี 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

“บางคนบอกว่าที่นี่ตกแต่งแบบจีน บางมุมก็เหมือนแขก บางมุมก็ตุรกี โมร็อกโกบ้าง แต่ความจริงเราตกแต่งแบบ Spanish Colonial แนวคิดหลักของเรา คือที่พักเน้นที่ประสบการณ์ศิลป์ เป็นการอยู่ร่วมกันของคนกับศิลปะ” น้ำตาลเล่า

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

นอกจากความสวยงามที่เด้งโดด เธอยังเน้นความเป็นส่วนตัวของแขกที่เข้าพักเป็นสำคัญ ยกตัวอย่างไอเดียน่ารัก Angelo Family Suites มีตะกร้าส่วนตัวประจำห้อง บรรจุน้ำดื่ม ทิชชู ถุงขยะ กาแฟ ขนม และผลไม้ บริการฟรีทุกวัน เพียงแขกนำตะกร้าเปล่ามาวางไว้ที่สถานีคืนตะกร้าข้างห้องอาหารเพื่อเติมเสบียง แล้วมารับกลับห้องตอนเช้า

แถมมีมุมทำความสะอาดให้ด้วยนะ อุปกรณ์ครบครัน แต่ถ้าเข้าพัก 5 คืนขึ้นไปก็มีบริการทำความสะอาดฟรี! ฟังเหมือนต้องบริการตัวเอง แต่เปล่าเลย เพราะเธออยากให้ทุกคนมีความเป็นส่วนตัว ไม่มีแม่บ้านคอยรบกวนต่างหาก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

น้ำตาลคงสังเกตความตื่นเต้นดีใจของเรามานาน เธอเลยชวนเราเดินสำรวจห้องพักจำนวน 6 ห้อง

ชั้นล่างสุดมีห้อง Sino Family Suite เป็นห้องพักขนาดใหญ่สำหรับครอบครัว แวบแรกเหมือนอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ มีห้องครัว ห้องน้ำกว้างขว้าง ยิ่งห้องนอนยิ่งอบอุ่น รับสมาชิกในบ้านได้ถึง 6 คน ตกแต่งด้วยสีฟ้าและสีน้ำเงินสบายตา ที่เราชอบเป็นพิเศษ ยกให้ผ้าคลุมเตียงสีครามปั๊มเทียน น้ำตาลบอกว่าสั่งทำลายขึ้นมาใหม่เพื่อห้องนี้โดยเฉพาะ

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

ดื่มด่ำกับห้องแรกจนหนำใจ เธอพาเราเดินขึ้นบันไดวนที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกชิ้นสี่เหลี่ยมทั่วทั้งบันได สวยงามเกินบรรยาย อยากให้คุณมาสัมผัสด้วยตาตัวเอง เราขึ้นมาถึงชั้นสองด้วยแววตาเป็นประกาย น้ำตาลเดินทะลุผ่านห้องที่เธอเรียกว่าพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม จัดแสดงอิฐช่องลมและกระเบื้องเกือบร้อยแบบ คล้ายเป็นโชว์รูมสินค้าไปในตัว

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

เพียงสองสามก้าว เราก็ถึง Green Gallery Suite สีห้องเขียวตรงตัว เป็นห้องที่เราอยากแนะนำคุณมากที่สุด ห้องนอนกั้นแยกกับห้องน้ำด้วยกระจกบานใหญ่ ยิ่งเวลาแสงแดดพาดผ่านแผ่นไม้สีเขียวด้านนอก อบอุ่นอย่าบอกใคร ยิ่งเป็นคู่รักด้วยแล้ว ไม่ควรพลาด! เราทำใจอยู่นานกว่าจะเดินออกไปชมห้องสุดท้าย ระหว่างเดินก็เห็นกระเบื้องชิ้นเล็กวางเป็นลายหมูอู๊ด เก้าอี้ม้าโยกสำหรับเด็ก และราชาไก่สุดน่ารัก ขอยกนิ้วให้กับความใส่ใจในดีเทล

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

Ping Suite เป็นห้องสุดท้ายที่เราแวะทักทาย น้ำตาลบอกว่าเธอภูมิใจกับห้องนี้มาก เพราะเธอตกแต่งเอง แค่เห็นก็อยากปันใจให้ทั้งหมด ก็ห้องดันสวยเหมือนหลุดออกมาจาก Pinterest เจ้าบ้านเล่าเกร็ดว่า ก่อนจะชื่อห้อง Ping เคยชื่อห้อง Pink มาก่อน แต่เปลี่ยนเพราะว่าใครมาเห็นห้องนี้ครั้งแรกต่างก็ปิ๊งเสียทุกราย ไม่เว้นแม้แต่เราด้วย 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

โรงแรมที่ทำด้วยหัวใจ

ถ้านักอ่านจดจ้องห้องไหนไว้แล้วอดใจไม่ไหว อยากเข้าพักเสียเดี๋ยวนี้ เราขอชวนทำความเข้าใจการเข้าพัก Angelo Family Suites กันสักนิด เพราะความเป็นโรงแรมอิสระ เจ้าบ้านเลยขอทำความรู้จักแขกที่เข้าพักให้ละเอียด

เพื่อหานักนอนเที่ยวที่เข้าใจความเป็นเธอและโรงแรมของเธออย่างแท้จริง น้ำตาลบอกว่า เธอได้ไอเดียนี้จากที่พักแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ แขกที่เข้าพักต้องส่งอีเมลแนะนำตัวกับเจ้าบ้านก่อน ถ้าถูกใจตรงชะตา ก็ติดต่อให้เข้าพักทันที

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

กว่าจะมาถึงจุดที่ความฝันกลายเป็นความจริง คงไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งทำสิ่งปกติธรรมดาแล้วรอคนมายอมรับ คงยากกว่าหลายเท่า แต่น้ำตาลเลือกทำสิ่งที่แตกต่าง เพราะเธอไม่ได้รอการยอมรับจากใครและชัดเจนในเส้นทางที่เดิน 

“โรงแรมของเราไม่ต้องการเงินเยอะ เราขอแค่ความสุข ถึงแม้ไม่ได้มาในรูปแบบเงิน แต่ก็ทำให้หัวใจเราพองโต”

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

ตลอดการสนทนา เราได้เห็นมุมมองการทำโรงแรมอิสระที่ไม่ได้ใช้เงินเป็นตัวตั้ง แต่ใช้ใจขับเคลื่อนต่างหาก
สิ่งนี้คงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำ Angelo Family Suites สำหรับเธอ


Angelo Family Suites

ที่อยู่ : รัชดา 32 อาภาภิรมย์ 422 ซอยจามจุรี แขวงจันทรเกษม กรุงเทพมมหานคร

Facebook : Angelo Family Suites

ท่ามกลางการจราจรติดขัดบนถนนรัชดาภิเษก หากขับรถลัดเลี้ยวเข้ามาในซอยรัชดาภิเษก 32 คุณจะพบความสงบอย่างไม่น่าเชื่อสายตา หน้าประตูบานใหญ่ เราเงยหน้ามองป้ายด้านบน ‘Angelo Family Suites’ 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

ใช่แน่ เรามาไม่ผิด ความคิดยังแย้งในใจว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่พักจริงหรือ เพราะประตูดูเหมือนปิดตลอดเวลา

พลันหัวคิด แต่เท้าก้าวผ่านรอยแง้มของประตูเข้าไปในโรงแรมเสียแล้ว ความรู้สึกเหมือนข้ามไปเยือนโลกอีกใบ นกร้องเจื้อยแจ้วส่งเสียงทักทาย ลมพัดลู่เอาใบไม้สีเหลืองอ่อนพลัดลงจากต้น ปราศจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

น้ำตาล-ฐาติณุฏ วงศ์วริศรา เจ้าของบ้านโบกมือต้อนรับพร้อมส่งรอยยิ้มมาให้ หญิงตรงหน้าเป็นเจ้าบ้านที่แปลงโฉมโรงงานกระเบื้องให้เป็นโรงแรมอิสระ (Independent Hotel) ด้วยแนวคิดและวิธีการบริหารงานไม่เหมือนใครที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความอินดี้ของเธอ แยบยลไปกว่านั้น คุณจะเห็นตัวตนของน้ำตาลผ่านภาพหญิงสาวที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 23 บู๊และบุ๋นจนทำให้ Angelo Family Suites กลายเป็นฝันที่เป็นจริง 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

ฝันอยากมีโรงแรมในฝัน

จากการทำงานเสริมหลังเลิกเรียนที่โรงแรมมีชื่อแห่งหนึ่งของหัวหิน ทำให้เด็กสาวที่ตั้งใจเรียนด้านการบินพลิกผันเข้าสู่วงการโรงแรม โอกาสและโชคชะตาทำให้เธอเห็นมุมมองใหม่ในการประกอบอาชีพ น้ำตาลรู้ตัวเองเร็ว เธอเรียนจบปริญญาโทด้วยวัยเพียง 23 และเป็นผู้เชี่ยวชาญงานบริหารระดับสูงของโรงแรมระดับ 5 ดาวหลายแห่ง

ด้วยประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้เธอกล้าฝัน น้ำตาลอยากมีโรงแรมเป็นของตัวเอง จนกระทั่งเธอพบรักแท้กับชายอายุห่างกันลิบ หญิงสาวเปลี่ยนบทบาทจากบริหารงานมาเป็นบริหารชีวิต (คู่) จากสาวเก่งที่คอยรับคำสั่งและทำตามมอบหมาย กลายเป็นสาวแกร่งที่พร้อมคิด-พร้อมทำธุรกิจโรงแรม จากประสบการณ์ที่เธอสั่งสมมาค่อนชีวิต 

“บนโลกใบนี้ ไม่สำคัญว่าใครคิดก่อน แต่สำคัญว่าใครทำก่อน
“ถ้าทำทีหลัง เท่ากับเราคิดทีหลัง แม้เราจะคิดมาก่อนคนอื่นห้าปี ถ้าไม่กล้าทำก็จบ” น้ำเสียงเธอเด็ดเดี่ยว

น้ำตาลยึดหลัก Independent Hotel เป็นแนวคิดของการทำโรงแรม

Independent แปลว่า อิสระ แต่กับเธอคงต้องนิยามคำนี้ว่า ‘การไม่ขึ้นอยู่กับใคร’ แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง อินดี้บนหลักความเป็นจริงและสัจธรรม โปรเจกต์ทดลองของเธอเป็นบ้านพักตากอากาศ ชื่อ บ้านสีขาวริมทะเล หัวหิน

เมื่อมองเห็นลู่ทางและมีแนวคิดชัดเจน เธอเริ่มมองหาสถานที่เพื่อทำโรงแรมตามความฝัน 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

เปลี่ยนโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรม

ที่ผืนสวยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล พงษ์-อริยพงษ์ วงศ์วริศรา นักออกแบบตกแต่งภายใน เจ้าของโรงงานกระเบื้องแฮนด์เมดที่ทำมือทุกแผ่นด้วยเทคนิคเฉพาะ คู่ชีวิตของน้ำตาลแบ่งสันปันส่วนพื้นที่ส่วนหนึ่งของโรงงานกระเบื้องให้กับเธอ เพราะช่วงนั้นเศรษฐกิจฝืดเคือง ทำให้พื้นที่การผลิตบางส่วนไม่ได้ใช้งาน เข้าทาง เธอเลยลงมือทำโรงแรมในโรงงานกระเบื้อง ที่ยังคงกลิ่นอายดั้งเดิมของสถานที่เอาไว้ (กระซิบ โรงงานกระเบื้องบางส่วนยังอยู่นะ ใกล้กันเพียงบานประตูกั้น)

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

เธอและสามีใช้เวลาปรับปรุงทั้งหมด 13 เดือน พงษ์รับหน้าที่ออกแบบและตกแต่งภายในตามความถนัด ส่วนน้ำตาลอาสาประดิดประดอยของตกแต่งเองทั้งหมด อย่างการทำผ้าม่านลินินสีธรรมชาติเอง การสั่งพิมพ์ลายปลอกหมอนและตัดเย็บเอง ฯลฯ ด้วยความภูมิใจและดีใจ เธอแอบโพสต์ภาพความตั้งใจทั้งหมดลงบนโลกออนไลน์เป็นระยะ ปรากฏว่ามีแขก 17 คน จากฮ่องกง-สิงคโปร์เห็นโพสต์ของเธอและตัดสินใจจองเข้าพักทันที เธอรับคำขอและจัดข้าวของให้เข้าที่ก่อนแขกเข้าพักเพียง 3 วัน แม้ตอนนั้นที่พักยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยทักษะการบริหารที่ดี เธอทำได้!

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

หลังจากแขกชุดแรกกลับถึงประเทศ เธอได้รับรีวิวทั้งด้านดีและด้านที่ควรปรับปรุง ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ใจเธอสู้และตอกย้ำว่าน้ำตาลเลือกทางเดินไม่ผิด เธอชัดเจนว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้จะสร้างความสุขให้เธอได้ในอนาคต

โรงแรมกึ่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะ

เราขอบรรยายความงามให้คุณเห็นภาพพร้อมกัน หลังจากก้าวเท้าผ่านประตูบานใหญ่ ความรู้สึกเหมือนข้ามไปเยือนโลกอีกใบ นกร้องเจื้อยแจ้วส่งเสียงทักทาย ลมพัดลู่เอาใบไม้สีเหลืองอ่อนพลัดลงจากต้น อาคารไม้เรียงร้อยต่อกัน

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

สถานที่ประดับด้วยของสะสมของเจ้าบ้าน ทั้งเฟอร์นิเจอร์ไม้ ภาพวาด แต่ที่เห็นแล้วคุณต้องร้องว้าวด้วยความทึ่ง คงเป็นกระเบื้องโมเสกชิ้นจิ๋วที่บรรจงวางทีละชิ้น ทีละสี ให้เป็นภาพสารพัดนึกราวกับมีชีวิต สะท้อนตัวตนของโรงแรมในโรงงานกระเบื้องได้เป็นอย่างดี จะว่าไปก็เหมือนเรากำลังพาคุณเดินชมงานศิลปะชิ้นเอกในพิพิธภัณฑ์ชั้นดี 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

“บางคนบอกว่าที่นี่ตกแต่งแบบจีน บางมุมก็เหมือนแขก บางมุมก็ตุรกี โมร็อกโกบ้าง แต่ความจริงเราตกแต่งแบบ Spanish Colonial แนวคิดหลักของเรา คือที่พักเน้นที่ประสบการณ์ศิลป์ เป็นการอยู่ร่วมกันของคนกับศิลปะ” น้ำตาลเล่า

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

นอกจากความสวยงามที่เด้งโดด เธอยังเน้นความเป็นส่วนตัวของแขกที่เข้าพักเป็นสำคัญ ยกตัวอย่างไอเดียน่ารัก Angelo Family Suites มีตะกร้าส่วนตัวประจำห้อง บรรจุน้ำดื่ม ทิชชู ถุงขยะ กาแฟ ขนม และผลไม้ บริการฟรีทุกวัน เพียงแขกนำตะกร้าเปล่ามาวางไว้ที่สถานีคืนตะกร้าข้างห้องอาหารเพื่อเติมเสบียง แล้วมารับกลับห้องตอนเช้า

แถมมีมุมทำความสะอาดให้ด้วยนะ อุปกรณ์ครบครัน แต่ถ้าเข้าพัก 5 คืนขึ้นไปก็มีบริการทำความสะอาดฟรี! ฟังเหมือนต้องบริการตัวเอง แต่เปล่าเลย เพราะเธออยากให้ทุกคนมีความเป็นส่วนตัว ไม่มีแม่บ้านคอยรบกวนต่างหาก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

น้ำตาลคงสังเกตความตื่นเต้นดีใจของเรามานาน เธอเลยชวนเราเดินสำรวจห้องพักจำนวน 6 ห้อง

ชั้นล่างสุดมีห้อง Sino Family Suite เป็นห้องพักขนาดใหญ่สำหรับครอบครัว แวบแรกเหมือนอพาร์ตเมนต์ต่างประเทศ มีห้องครัว ห้องน้ำกว้างขว้าง ยิ่งห้องนอนยิ่งอบอุ่น รับสมาชิกในบ้านได้ถึง 6 คน ตกแต่งด้วยสีฟ้าและสีน้ำเงินสบายตา ที่เราชอบเป็นพิเศษ ยกให้ผ้าคลุมเตียงสีครามปั๊มเทียน น้ำตาลบอกว่าสั่งทำลายขึ้นมาใหม่เพื่อห้องนี้โดยเฉพาะ

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

ดื่มด่ำกับห้องแรกจนหนำใจ เธอพาเราเดินขึ้นบันไดวนที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกชิ้นสี่เหลี่ยมทั่วทั้งบันได สวยงามเกินบรรยาย อยากให้คุณมาสัมผัสด้วยตาตัวเอง เราขึ้นมาถึงชั้นสองด้วยแววตาเป็นประกาย น้ำตาลเดินทะลุผ่านห้องที่เธอเรียกว่าพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อม จัดแสดงอิฐช่องลมและกระเบื้องเกือบร้อยแบบ คล้ายเป็นโชว์รูมสินค้าไปในตัว

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

เพียงสองสามก้าว เราก็ถึง Green Gallery Suite สีห้องเขียวตรงตัว เป็นห้องที่เราอยากแนะนำคุณมากที่สุด ห้องนอนกั้นแยกกับห้องน้ำด้วยกระจกบานใหญ่ ยิ่งเวลาแสงแดดพาดผ่านแผ่นไม้สีเขียวด้านนอก อบอุ่นอย่าบอกใคร ยิ่งเป็นคู่รักด้วยแล้ว ไม่ควรพลาด! เราทำใจอยู่นานกว่าจะเดินออกไปชมห้องสุดท้าย ระหว่างเดินก็เห็นกระเบื้องชิ้นเล็กวางเป็นลายหมูอู๊ด เก้าอี้ม้าโยกสำหรับเด็ก และราชาไก่สุดน่ารัก ขอยกนิ้วให้กับความใส่ใจในดีเทล

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

Ping Suite เป็นห้องสุดท้ายที่เราแวะทักทาย น้ำตาลบอกว่าเธอภูมิใจกับห้องนี้มาก เพราะเธอตกแต่งเอง แค่เห็นก็อยากปันใจให้ทั้งหมด ก็ห้องดันสวยเหมือนหลุดออกมาจาก Pinterest เจ้าบ้านเล่าเกร็ดว่า ก่อนจะชื่อห้อง Ping เคยชื่อห้อง Pink มาก่อน แต่เปลี่ยนเพราะว่าใครมาเห็นห้องนี้ครั้งแรกต่างก็ปิ๊งเสียทุกราย ไม่เว้นแม้แต่เราด้วย 

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum
Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

โรงแรมที่ทำด้วยหัวใจ

ถ้านักอ่านจดจ้องห้องไหนไว้แล้วอดใจไม่ไหว อยากเข้าพักเสียเดี๋ยวนี้ เราขอชวนทำความเข้าใจการเข้าพัก Angelo Family Suites กันสักนิด เพราะความเป็นโรงแรมอิสระ เจ้าบ้านเลยขอทำความรู้จักแขกที่เข้าพักให้ละเอียด

เพื่อหานักนอนเที่ยวที่เข้าใจความเป็นเธอและโรงแรมของเธออย่างแท้จริง น้ำตาลบอกว่า เธอได้ไอเดียนี้จากที่พักแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ แขกที่เข้าพักต้องส่งอีเมลแนะนำตัวกับเจ้าบ้านก่อน ถ้าถูกใจตรงชะตา ก็ติดต่อให้เข้าพักทันที

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

กว่าจะมาถึงจุดที่ความฝันกลายเป็นความจริง คงไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งทำสิ่งปกติธรรมดาแล้วรอคนมายอมรับ คงยากกว่าหลายเท่า แต่น้ำตาลเลือกทำสิ่งที่แตกต่าง เพราะเธอไม่ได้รอการยอมรับจากใครและชัดเจนในเส้นทางที่เดิน 

“โรงแรมของเราไม่ต้องการเงินเยอะ เราขอแค่ความสุข ถึงแม้ไม่ได้มาในรูปแบบเงิน แต่ก็ทำให้หัวใจเราพองโต”

Angelo Family Suites รีโนเวตโรงงานกระเบื้องเป็นโรงแรมที่เหมือนนอนอยู่ใน Art Museum

ตลอดการสนทนา เราได้เห็นมุมมองการทำโรงแรมอิสระที่ไม่ได้ใช้เงินเป็นตัวตั้ง แต่ใช้ใจขับเคลื่อนต่างหาก
สิ่งนี้คงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำ Angelo Family Suites สำหรับเธอ


Angelo Family Suites

ที่อยู่ : รัชดา 32 อาภาภิรมย์ 422 ซอยจามจุรี แขวงจันทรเกษม กรุงเทพมมหานคร

Facebook : Angelo Family Suites

Writer

มัลลิกา มาลี

หญิงสาวผู้มีชื่อเล่นยาวเท่ากับชื่อจริง ชอบสะสมสติ๊กเกอร์เป็นอาจิน และมีคลังงาน Exhibition ในหัวตลอดเวลา พร้อมวางแผนไปคาเฟ่ต่อทุกครั้ง เลี้ยงแมวสามตัว แต่อีกไม่นานคงเอาไปปล่อย เพราะดื้อเกิน ล้อเล่นค่ะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ที่พักหายใจ

คือคำที่เกิดขึ้นในความคิดหลังจากมา ‘บ้านกรอด้าย’ เกสต์เฮาส์เล็กๆ บนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

และไม่มีคำไหนจะเหมาะกับที่นี่ไปมากกว่านี้ เพราะความคิดที่แตกต่างของ อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์ ทำให้เธอและเขาตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของครอบครัวบนเกาะเมืองอยุธยา เป็นเกสต์เฮาส์ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้พบความสงบผ่านลมหายใจ และสงบมากพอที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก

อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์

อ้อ และ ป๊อน เป็นคู่รักที่ค้นพบความสงบผ่านแนวทางการเจริญสติและปฏิบัติธรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ และกลับมาใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ด้วยการเปิดเกสต์เฮาส์ที่เมืองพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของอ้อ โดยนำหลักเจริญสติและปฏิบัติธรรมมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่พักของพวกเขาด้วย

“เราสองคนชอบเรื่องการปฏิบัติธรรม การเจริญสติ และต้องการใช้ชีวิตที่สงบ พอมีโอกาสกลับมาอยู่อยุธยา เราเลยอยากเลือกอาชีพที่ส่งเสริมกับแนวทางการปฏิบัติของเรา มองหาอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ไม่มีความซับซ้อนหรือมีกลยุทธ์อะไรมาก และมอบชีวิตที่เรียบง่ายให้กับเราได้ เลยเกิดความคิดที่จะทำเกสต์เฮาส์ขึ้นมา” 

ชายหนุ่มเริ่มต้นอธิบายจุดเริ่มต้นของบ้านกรอด้าย, เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของอยุธยา ซึ่งเคยผลิตผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นจำนวนมากภายใต้ตรา ‘สิงห์เดี่ยว’ ก่อตั้งโดย คุณยายสุมล สุขปรีชา

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เดิมเคยเป็นโรงทอผ้าของคุณยายอ้อค่ะ ตอนแรกโรงงานเคยตั้งอยู่ที่ตลาดหัวรอ ชื่อโรงงานทอผ้าไทย ต่อมาเขาไม่ให้มีเครื่องจักรอยู่ตรงนั้น เลยย้ายโรงงานมาตั้งที่นี่ตอน พ.ศ. 2497 แล้วก็จดทะเบียนชื่อ ห้างหุ้นส่วนสุมลการทออยุธยา เป็นชื่อของคุณยายอ้อเอง ต่อมาทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้ใช้สารเคมีย้อมผ้าบนตัวเกาะ ตัวโรงงานก็เลยต้องย้ายอีก

“คราวนี้ย้ายไปอยู่ที่ตลาดแกรนด์ พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บไม้และเก็บของต่างๆ จนช่วงประมาณ พ.ศ. 2538 ธุรกิจทอผ้าที่อยุธยาเริ่มซบเซา เพราะการนำเข้าผ้ามีราคาถูกกว่า หลายโรงงานก็เริ่มปิดตัว รวมถึงโรงงานของเราด้วย พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บของที่ถูกปล่อยรกร้างเกือบยี่สิบปี”

“ตอนอ้อยังเด็กก็เข้ามาช่วยงานคุณยายที่โรงงานบ่อยๆ คอยเป็นเด็กกรอด้าย ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วไพเราะดีนะ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเกสต์เฮาส์ว่าบ้านกรอด้าย” อ้อเล่าความทรงจำของเธอต่อสถานที่นี่ให้ฟัง 

จนกระทั่งทั้งคู่นำไอเดียของบ้านกรอด้ายไปปรึกษากับสถาปนิก

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ คือเราต้องการให้ที่นี่โปร่ง สบาย ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง เพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างปฏิบัติธรรม โดยสถานที่ก็ช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยงบเท่าที่เรามี” ป๊อนส่งไอเดียออกแบบให้สถาปนิก

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ในที่สุดความคิดของพวกเขาก็แปลงร่างให้กลายเป็นความจริง

บ้านกรอด้ายเป็นอาคารยกสูงสีขาวสะอาดตา เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับพื้นที่สีเขียวสงบกลางอาคารรูปทรงตัว L โดยมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน หากตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี เราจะค่อยๆ ได้ยินเสียงน้ำไหล ประกอบกับเสียงนกนานาพันธุ์ที่ขับร้องอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ และหากลองตั้งใจสังเกตลมหายใจให้ดี เราจะค่อยๆ พบกับกลิ่นหอมบางๆ ของดอกชมนาดที่ปลูกไว้ในสวน ส่งกลิ่นหอมให้ชื่นหัวใจ

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เพราะผมเคยบวชมาก่อน ผมเลยพอจะเข้าใจว่าบรรยากาศแบบไหนเอื้อให้เกิดความสงบ ส่งเสริมการเจริญสติ ซึ่งส่วนตัวเราชอบฟังเสียงน้ำ ไม่จำเป็นต้องเห็นแม่น้ำหรือตัวน้ำก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกสงบลงได้ ส่วนสีเขียวก็ช่วยให้เกิดความสงบ เลยทำให้มีจุดที่มองออกจากตัวอาคารแล้วเห็นสวน ได้เจอกับสีเขียวของต้นไม้ บริเวณสวนตรงกลางเราก็ทำทางไว้เดินจงกรม เราตั้งใจให้ทางเดินเป็นดิน เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่า

“สังเกตว่าที่นี่มีความโปร่ง นอกจากช่วยให้ลมพัดเย็นสบายแล้ว ยังทำให้พื้นที่ไม่ดูแน่นหรือวุ่นวายจนเกินไป ของบางอย่างที่วางชิดกัน ถ้าเราวางแยกให้มันเกิดพื้นที่ว่างระหว่างกัน มันก็เกิดเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง เราเลยพยายามให้ที่นี่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ” ป๊อนค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น ขณะพาเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเกสต์เฮาส์

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ด้วยความที่แต่เดิม สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก็บไม้และของเก่าจากโรงงานมาก่อน ไม้และของหลายอย่างที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้างก็ถูกนำออกมาใช้ เหมือนชุบชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นความทรงจำที่เคยซ่อนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อน เราเลยได้เห็นป้ายของโรงงานทอผ้าในยุคต่างๆ นำมาแขวนประดับบนผนัง แถมตัวผนังก็เกิดจากการนำไม้ที่ใช้กับเครื่องสืบผ้า ซึ่งมีรอยบากให้แหว่งเป็นช่องสำหรับเส้นด้าย นำมาวางเรียงจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงาม แผ่นไม้ต่างๆ ที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้าง ก็นำมาประกอบเป็นตั่งและเป็นพื้นทางเดินต่างๆ ภายในเกสต์เฮาส์

“ตอนแรกเราและสถาปนิกอยากเก็บโครงสร้างเดิม เพื่อคงความเป็นโรงงานทอผ้าเอาไว้ แต่พอเข้ามาดูโครงสร้างแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโครงสร้างเริ่มเก่าจนผุ รับน้ำหนักไม่ไหว เลยตัดสินใจเก็บไว้บางส่วน เช่น แนวเสาต่างๆ รวมถึงบ้านไม้ในสวนที่เราทำเป็นห้องพระ หรือ ‘ห้องไม่ปรุงแต่ง’ เพื่อให้คนเข้ามานั่งสมาธิหรือใช้พื้นที่สงบ 

“เดิมบ้านไม้หลังนั้นเคยเป็นที่พักคนงาน หน้าต่างที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นก็เป็นของเดิม แต่ก็มีบางบานที่เราต้องใช้ของใหม่เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง” ชายหนุ่มเล่าการทำงานร่วมกับสถาปนิก

บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้ายมีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักสำหรับ 2 คน จำนวน 4 ห้อง เลือกได้ทั้ง Twin Beds และ Double Bed ส่วนห้องพักครอบครัว สำหรับ 4 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร 

แต่ละห้องมีชื่อของตัวเองที่ป๊อนและอ้อตั้งใจตั้งชื่อเอาไว้

“เราตั้งชื่อห้องเรียงไปตั้งแต่ Peacefulness, Joyfulness, Happiness, Emptiness, Mindfulness และ Awareness” อ้ออธิบาย ก่อนป๊อนช่วยเสริม “คนที่เคยเจริญสติรู้ดีว่าการเจริญสติใหม่ๆ จะได้ความรู้สึกสงบก่อน แล้วเกิดความปีติ เกิดความสุขจากความว่าง เริ่มเกิดสติและความรู้ตัว ชื่อเหล่านี้เป็นลำดับการรับรู้จากการเจริญสติครับ”

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

นอกจากชื่อห้อง เรายังสังเกตว่าตามจุดต่างๆ ของบ้านกรอด้ายมีป้ายตัวอักษรที่มีกิมมิกน่ารักๆ ให้คนได้มีสติกับตัวเองผ่านลมหายใจ อย่างป้าย Breath Refill Here เป็นเหมือนจุดเติมลมหายใจ หรือตรงขั้นบันไดก่อนเดินเข้าห้องพักติดตัวอักษร Breath & Mind The Step ให้คนได้หยุดหายใจและมีสติกับตัวเอง ณ ขณะนั้น

ทุกรายละเอียดของทุกอย่างภายในบ้านกรอด้ายล้วนได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อให้ผู้มาพักได้หยุดอยู่กับลมหายใจตัวเอง และขณะที่เรากำลังพูดคุยกับอ้อและป๊อน จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังไพเราะดังขึ้นเป็นเวลาชั่วครู่

เราทั้งหมดหยุดฟัง

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“เราได้ไอเดียจากหมู่บ้านพลัมครับ ที่นั่นทุกๆ สิบห้านาทีจะมีเสียงระฆังดัง ให้เราหยุดสิ่งที่ทำ เพื่อเตือนให้ตัวเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ พอเสียงจบก็ค่อยกลับมาทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ” ป๊อนเล่าที่มาให้ฟังหลังสิ้นเสียงระฆัง

ภายในห้องพักก็มีการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสงบเช่นเดียวกัน 

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกห้องภายในบ้านกรอด้ายไม่มีโทรทัศน์เลยสักห้อง รวมถึงตู้เย็นก็เช่นกัน

“เหตุผลที่เราไม่มีตู้เย็นให้ในห้อง เพราะเราอยากให้ที่นี่มีความรู้สึกของบ้าน เราเลยวางตู้เย็นไว้ใต้ถุน ให้เกิดความรู้สึกการแบ่งปัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ภายในห้อง เราอยากให้มีการเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนมกับกาแฟที่วางไว้ตรงส่วนกลาง เราก็ให้ทุกคนที่มาพักหยิบทานได้ตลอด โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บางทีก็มีน้ำผลไม้และน้ำผักที่อ้อทำมาวางไว้ หรือใครที่รู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็นำมาวางด้วยกันได้ 

“ส่วนของส่วนตัวที่ผู้พักต้องการนำมาแช่ในตู้เย็น เราก็มีสติกเกอร์แปะเลขห้องแยกไว้ให้ด้วยค่ะ อาหารของที่นี่เราจะซื้อจากร้านในอยุธยา เพราะเราพยายามแนะนำร้านดีๆ ของคนท้องถิ่นให้ผู้มาพักได้รู้จัก และลองไปทานด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส” อ้ออธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“ก่อนจะเปิดเกสต์เฮาส์ เรามีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษากับ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างนี้เราควรวางใจยังไง ท่านก็กรุณาแนะนำว่า หากเราปรารถนาให้คนมาที่นี่แล้วเกิดความสุข ทุกอย่างก็จะดีเอง เราก็จะโฟกัสกับความสุขของคนที่มาพัก ไม่ใช่โฟกัสว่าเราจะได้เงินจากเขาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่โฟกัสที่ความสุขของเขาอย่างเดียวจนตัวเราต้องทุกข์ใจ ก็ไม่ใช่นะครับ ตัวเราต้องมีความสุขก่อนด้วย เราถึงจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ 

“เราต้องรักษาความสุขของเราไว้ด้วย เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์การให้บริการของที่นี่ และที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่กัลยาณมิตร สำหรับผมและอ้อ เรามองทุกคนที่มาที่นี่เป็นเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนมาพัก เราเหมือนได้เพื่อนใหม่ครับ เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา 

“เด็กบางคนที่มาพักกับครอบครัวอยู่กันห้าถึงหกวัน บางคนเอาเกมมานั่งเล่นกับเรา พอจะกลับเขายกให้เราเลย บางคนช่วยงานแม่บ้านก็มีนะครับ ช่วยยกของต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ หลังจากเขากลับไปแล้ว บางคนก็ยังติดต่อกันตลอดเหมือนเพื่อน” ป๊อนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนอ้อจะช่วยเสริม “บางคนส่งเมล็ดดอกไม้มาให้เราปลูกด้วย เราก็ไม่น้อยหน้า ส่งเมล็ดผักกลับไปให้เขาปลูกบ้าง” เจ้าบ้านหัวเราะอารมณ์ดี

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“แม้ว่าทุกๆ อย่างของที่นี่จะเกี่ยวข้องกับการเจริญสติ แต่เราก็ไม่ได้บังคับให้ผู้ที่มาพักต้องทำตามทุกคนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เขาเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจ การเจริญสติเบื้องต้นก็คือความสงบ แต่โจทย์ของมันจริงๆ คือการยอมรับในทุกๆ สถานการณ์ เพราะชีวิตจริงมีขึ้นมีลง ไม่ต่างอะไรกับธรรมชาติที่มีฝนตก มีแดดออก ซึ่งหลายอย่างเราก็ไม่อาจควบคุมได้ แต่เราสามารถกลับมาอยู่กับลมหายใจ เห็นความคิดของตัวเราเอง จะช่วยให้เรารู้สึกสงบลง ช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้น และเราหวังว่าคนที่มาพักกับเรา เขากลับจากบ้านกรอด้ายไป เขาจะเกิดความสบายใจ และใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปได้ดียิ่งขึ้น” ป๊อนพูดทิ้งท้าย ขณะเขาและอ้อเดินมาส่งเรากลับด้วยรอยยิ้ม

การค้นพบที่พักหายใจ ทำให้เราสงบลงและมีกำลังใจมากขึ้นกับการใช้ชีวิตในลมหายใจต่อๆ ไปเช่นกัน

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้าย

ที่ตั้ง : 23/5 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครพระนครศรีอยุธยา 13000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6771 7177

*บ้านกรอด้ายจัดกิจกรรมเจริญสติที่เกสต์เฮาส์ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาลองปฏิบัติกันได้ ติดตามรายละเอียดและการสมัครได้ทาง Facrbook : บ้านกรอด้าย

ที่พักหายใจ

คือคำที่เกิดขึ้นในความคิดหลังจากมา ‘บ้านกรอด้าย’ เกสต์เฮาส์เล็กๆ บนเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา 

และไม่มีคำไหนจะเหมาะกับที่นี่ไปมากกว่านี้ เพราะความคิดที่แตกต่างของ อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์ ทำให้เธอและเขาตัดสินใจเปลี่ยนโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของครอบครัวบนเกาะเมืองอยุธยา เป็นเกสต์เฮาส์ที่ทำให้ผู้เข้าพักได้พบความสงบผ่านลมหายใจ และสงบมากพอที่ร่างกายและจิตใจได้หยุดพัก

อ้อ-กฤตยา พรรคอนันต์ และ ป๊อน-บุณยวัฒน์ สมทัศน์

อ้อ และ ป๊อน เป็นคู่รักที่ค้นพบความสงบผ่านแนวทางการเจริญสติและปฏิบัติธรรม เมื่อ 3 ปีที่แล้วทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ และกลับมาใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ด้วยการเปิดเกสต์เฮาส์ที่เมืองพระนครศรีอยุธยาบ้านเกิดของอ้อ โดยนำหลักเจริญสติและปฏิบัติธรรมมาเป็นไอเดียหลักในการออกแบบที่พักของพวกเขาด้วย

“เราสองคนชอบเรื่องการปฏิบัติธรรม การเจริญสติ และต้องการใช้ชีวิตที่สงบ พอมีโอกาสกลับมาอยู่อยุธยา เราเลยอยากเลือกอาชีพที่ส่งเสริมกับแนวทางการปฏิบัติของเรา มองหาอาชีพที่ไม่ต้องใช้ความคิดเยอะ ไม่มีความซับซ้อนหรือมีกลยุทธ์อะไรมาก และมอบชีวิตที่เรียบง่ายให้กับเราได้ เลยเกิดความคิดที่จะทำเกสต์เฮาส์ขึ้นมา” 

ชายหนุ่มเริ่มต้นอธิบายจุดเริ่มต้นของบ้านกรอด้าย, เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงงานทอผ้าเก่าแก่ของอยุธยา ซึ่งเคยผลิตผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นจำนวนมากภายใต้ตรา ‘สิงห์เดี่ยว’ ก่อตั้งโดย คุณยายสุมล สุขปรีชา

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เดิมเคยเป็นโรงทอผ้าของคุณยายอ้อค่ะ ตอนแรกโรงงานเคยตั้งอยู่ที่ตลาดหัวรอ ชื่อโรงงานทอผ้าไทย ต่อมาเขาไม่ให้มีเครื่องจักรอยู่ตรงนั้น เลยย้ายโรงงานมาตั้งที่นี่ตอน พ.ศ. 2497 แล้วก็จดทะเบียนชื่อ ห้างหุ้นส่วนสุมลการทออยุธยา เป็นชื่อของคุณยายอ้อเอง ต่อมาทางจังหวัดประกาศห้ามไม่ให้ใช้สารเคมีย้อมผ้าบนตัวเกาะ ตัวโรงงานก็เลยต้องย้ายอีก

“คราวนี้ย้ายไปอยู่ที่ตลาดแกรนด์ พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บไม้และเก็บของต่างๆ จนช่วงประมาณ พ.ศ. 2538 ธุรกิจทอผ้าที่อยุธยาเริ่มซบเซา เพราะการนำเข้าผ้ามีราคาถูกกว่า หลายโรงงานก็เริ่มปิดตัว รวมถึงโรงงานของเราด้วย พื้นที่ตรงนี้เลยกลายเป็นโรงเก็บของที่ถูกปล่อยรกร้างเกือบยี่สิบปี”

“ตอนอ้อยังเด็กก็เข้ามาช่วยงานคุณยายที่โรงงานบ่อยๆ คอยเป็นเด็กกรอด้าย ซึ่งเป็นคำที่ฟังแล้วไพเราะดีนะ เลยเอามาตั้งเป็นชื่อเกสต์เฮาส์ว่าบ้านกรอด้าย” อ้อเล่าความทรงจำของเธอต่อสถานที่นี่ให้ฟัง 

จนกระทั่งทั้งคู่นำไอเดียของบ้านกรอด้ายไปปรึกษากับสถาปนิก

“คอนเซปต์ใหญ่ๆ คือเราต้องการให้ที่นี่โปร่ง สบาย ประหยัดพลังงาน เป็นบ้านที่มีใต้ถุนสูง เพื่อใช้พื้นที่ด้านล่างปฏิบัติธรรม โดยสถานที่ก็ช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมด้วยงบเท่าที่เรามี” ป๊อนส่งไอเดียออกแบบให้สถาปนิก

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ในที่สุดความคิดของพวกเขาก็แปลงร่างให้กลายเป็นความจริง

บ้านกรอด้ายเป็นอาคารยกสูงสีขาวสะอาดตา เมื่อเดินผ่านโถงทางเดินเข้ามาข้างใน เราจะพบกับพื้นที่สีเขียวสงบกลางอาคารรูปทรงตัว L โดยมีบ้านไม้หลังเก่าตั้งอยู่ด้านในสุดของสวน หากตั้งใจเงี่ยหูฟังให้ดี เราจะค่อยๆ ได้ยินเสียงน้ำไหล ประกอบกับเสียงนกนานาพันธุ์ที่ขับร้องอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ชนิดต่างๆ และหากลองตั้งใจสังเกตลมหายใจให้ดี เราจะค่อยๆ พบกับกลิ่นหอมบางๆ ของดอกชมนาดที่ปลูกไว้ในสวน ส่งกลิ่นหอมให้ชื่นหัวใจ

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

“เพราะผมเคยบวชมาก่อน ผมเลยพอจะเข้าใจว่าบรรยากาศแบบไหนเอื้อให้เกิดความสงบ ส่งเสริมการเจริญสติ ซึ่งส่วนตัวเราชอบฟังเสียงน้ำ ไม่จำเป็นต้องเห็นแม่น้ำหรือตัวน้ำก็ได้ ขอแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลเบาๆ ก็ทำให้รู้สึกสงบลงได้ ส่วนสีเขียวก็ช่วยให้เกิดความสงบ เลยทำให้มีจุดที่มองออกจากตัวอาคารแล้วเห็นสวน ได้เจอกับสีเขียวของต้นไม้ บริเวณสวนตรงกลางเราก็ทำทางไว้เดินจงกรม เราตั้งใจให้ทางเดินเป็นดิน เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนวัดป่า

“สังเกตว่าที่นี่มีความโปร่ง นอกจากช่วยให้ลมพัดเย็นสบายแล้ว ยังทำให้พื้นที่ไม่ดูแน่นหรือวุ่นวายจนเกินไป ของบางอย่างที่วางชิดกัน ถ้าเราวางแยกให้มันเกิดพื้นที่ว่างระหว่างกัน มันก็เกิดเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง เราเลยพยายามให้ที่นี่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างเยอะ” ป๊อนค่อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น ขณะพาเราเดินชมส่วนต่างๆ ของเกสต์เฮาส์

บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ
บ้านกรอด้าย : โรงงานทอผ้าสู่เกสต์เฮาส์สงบบนเกาะอยุธยา ที่ชวนแขกทำสมาธิและเจริญสติ

ด้วยความที่แต่เดิม สถานที่แห่งนี้เคยเป็นโกดังเก็บไม้และของเก่าจากโรงงานมาก่อน ไม้และของหลายอย่างที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้างก็ถูกนำออกมาใช้ เหมือนชุบชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เผยให้เห็นความทรงจำที่เคยซ่อนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อน เราเลยได้เห็นป้ายของโรงงานทอผ้าในยุคต่างๆ นำมาแขวนประดับบนผนัง แถมตัวผนังก็เกิดจากการนำไม้ที่ใช้กับเครื่องสืบผ้า ซึ่งมีรอยบากให้แหว่งเป็นช่องสำหรับเส้นด้าย นำมาวางเรียงจนเกิดเป็นแพตเทิร์นสวยงาม แผ่นไม้ต่างๆ ที่เคยถูกเก็บไว้จนรกร้าง ก็นำมาประกอบเป็นตั่งและเป็นพื้นทางเดินต่างๆ ภายในเกสต์เฮาส์

“ตอนแรกเราและสถาปนิกอยากเก็บโครงสร้างเดิม เพื่อคงความเป็นโรงงานทอผ้าเอาไว้ แต่พอเข้ามาดูโครงสร้างแล้วทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะโครงสร้างเริ่มเก่าจนผุ รับน้ำหนักไม่ไหว เลยตัดสินใจเก็บไว้บางส่วน เช่น แนวเสาต่างๆ รวมถึงบ้านไม้ในสวนที่เราทำเป็นห้องพระ หรือ ‘ห้องไม่ปรุงแต่ง’ เพื่อให้คนเข้ามานั่งสมาธิหรือใช้พื้นที่สงบ 

“เดิมบ้านไม้หลังนั้นเคยเป็นที่พักคนงาน หน้าต่างที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นก็เป็นของเดิม แต่ก็มีบางบานที่เราต้องใช้ของใหม่เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยเสริมโครงสร้างให้แข็งแรง” ชายหนุ่มเล่าการทำงานร่วมกับสถาปนิก

บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
บ้านกรอด้าย เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้ายมีห้องพักทั้งหมด 6 ห้อง แบ่งเป็นห้องพักสำหรับ 2 คน จำนวน 4 ห้อง เลือกได้ทั้ง Twin Beds และ Double Bed ส่วนห้องพักครอบครัว สำหรับ 4 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณชั้นบนของอาคาร 

แต่ละห้องมีชื่อของตัวเองที่ป๊อนและอ้อตั้งใจตั้งชื่อเอาไว้

“เราตั้งชื่อห้องเรียงไปตั้งแต่ Peacefulness, Joyfulness, Happiness, Emptiness, Mindfulness และ Awareness” อ้ออธิบาย ก่อนป๊อนช่วยเสริม “คนที่เคยเจริญสติรู้ดีว่าการเจริญสติใหม่ๆ จะได้ความรู้สึกสงบก่อน แล้วเกิดความปีติ เกิดความสุขจากความว่าง เริ่มเกิดสติและความรู้ตัว ชื่อเหล่านี้เป็นลำดับการรับรู้จากการเจริญสติครับ”

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

นอกจากชื่อห้อง เรายังสังเกตว่าตามจุดต่างๆ ของบ้านกรอด้ายมีป้ายตัวอักษรที่มีกิมมิกน่ารักๆ ให้คนได้มีสติกับตัวเองผ่านลมหายใจ อย่างป้าย Breath Refill Here เป็นเหมือนจุดเติมลมหายใจ หรือตรงขั้นบันไดก่อนเดินเข้าห้องพักติดตัวอักษร Breath & Mind The Step ให้คนได้หยุดหายใจและมีสติกับตัวเอง ณ ขณะนั้น

ทุกรายละเอียดของทุกอย่างภายในบ้านกรอด้ายล้วนได้รับการออกแบบอย่างใส่ใจ เพื่อให้ผู้มาพักได้หยุดอยู่กับลมหายใจตัวเอง และขณะที่เรากำลังพูดคุยกับอ้อและป๊อน จู่ๆ ก็มีเสียงระฆังไพเราะดังขึ้นเป็นเวลาชั่วครู่

เราทั้งหมดหยุดฟัง

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“เราได้ไอเดียจากหมู่บ้านพลัมครับ ที่นั่นทุกๆ สิบห้านาทีจะมีเสียงระฆังดัง ให้เราหยุดสิ่งที่ทำ เพื่อเตือนให้ตัวเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ พอเสียงจบก็ค่อยกลับมาทำสิ่งที่ทำอยู่ต่อ” ป๊อนเล่าที่มาให้ฟังหลังสิ้นเสียงระฆัง

ภายในห้องพักก็มีการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสงบเช่นเดียวกัน 

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทุกห้องภายในบ้านกรอด้ายไม่มีโทรทัศน์เลยสักห้อง รวมถึงตู้เย็นก็เช่นกัน

“เหตุผลที่เราไม่มีตู้เย็นให้ในห้อง เพราะเราอยากให้ที่นี่มีความรู้สึกของบ้าน เราเลยวางตู้เย็นไว้ใต้ถุน ให้เกิดความรู้สึกการแบ่งปัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ภายในห้อง เราอยากให้มีการเดินมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขนมกับกาแฟที่วางไว้ตรงส่วนกลาง เราก็ให้ทุกคนที่มาพักหยิบทานได้ตลอด โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายใดๆ บางทีก็มีน้ำผลไม้และน้ำผักที่อ้อทำมาวางไว้ หรือใครที่รู้สึกอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ ก็นำมาวางด้วยกันได้ 

“ส่วนของส่วนตัวที่ผู้พักต้องการนำมาแช่ในตู้เย็น เราก็มีสติกเกอร์แปะเลขห้องแยกไว้ให้ด้วยค่ะ อาหารของที่นี่เราจะซื้อจากร้านในอยุธยา เพราะเราพยายามแนะนำร้านดีๆ ของคนท้องถิ่นให้ผู้มาพักได้รู้จัก และลองไปทานด้วยตัวเองเมื่อมีโอกาส” อ้ออธิบายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“ก่อนจะเปิดเกสต์เฮาส์ เรามีโอกาสเข้าไปขอคำปรึกษากับ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถ้าเราจะทำธุรกิจอย่างนี้เราควรวางใจยังไง ท่านก็กรุณาแนะนำว่า หากเราปรารถนาให้คนมาที่นี่แล้วเกิดความสุข ทุกอย่างก็จะดีเอง เราก็จะโฟกัสกับความสุขของคนที่มาพัก ไม่ใช่โฟกัสว่าเราจะได้เงินจากเขาเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่โฟกัสที่ความสุขของเขาอย่างเดียวจนตัวเราต้องทุกข์ใจ ก็ไม่ใช่นะครับ ตัวเราต้องมีความสุขก่อนด้วย เราถึงจะทำให้คนอื่นมีความสุขได้ 

“เราต้องรักษาความสุขของเราไว้ด้วย เลยเป็นที่มาของคอนเซปต์การให้บริการของที่นี่ และที่นี่ไม่มีคนแปลกหน้า มีแต่กัลยาณมิตร สำหรับผมและอ้อ เรามองทุกคนที่มาที่นี่เป็นเพื่อน ทุกครั้งที่มีคนมาพัก เราเหมือนได้เพื่อนใหม่ครับ เขาเองก็รู้สึกเหมือนกันกับเรา 

“เด็กบางคนที่มาพักกับครอบครัวอยู่กันห้าถึงหกวัน บางคนเอาเกมมานั่งเล่นกับเรา พอจะกลับเขายกให้เราเลย บางคนช่วยงานแม่บ้านก็มีนะครับ ช่วยยกของต่างๆ เป็นบรรยากาศน่ารักๆ หลังจากเขากลับไปแล้ว บางคนก็ยังติดต่อกันตลอดเหมือนเพื่อน” ป๊อนพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนอ้อจะช่วยเสริม “บางคนส่งเมล็ดดอกไม้มาให้เราปลูกด้วย เราก็ไม่น้อยหน้า ส่งเมล็ดผักกลับไปให้เขาปลูกบ้าง” เจ้าบ้านหัวเราะอารมณ์ดี

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ
เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

“แม้ว่าทุกๆ อย่างของที่นี่จะเกี่ยวข้องกับการเจริญสติ แต่เราก็ไม่ได้บังคับให้ผู้ที่มาพักต้องทำตามทุกคนนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เขาเข้ามาที่นี่แล้วรู้สึกสบายใจ การเจริญสติเบื้องต้นก็คือความสงบ แต่โจทย์ของมันจริงๆ คือการยอมรับในทุกๆ สถานการณ์ เพราะชีวิตจริงมีขึ้นมีลง ไม่ต่างอะไรกับธรรมชาติที่มีฝนตก มีแดดออก ซึ่งหลายอย่างเราก็ไม่อาจควบคุมได้ แต่เราสามารถกลับมาอยู่กับลมหายใจ เห็นความคิดของตัวเราเอง จะช่วยให้เรารู้สึกสงบลง ช่วยให้เรามองเห็นชัดขึ้น และเราหวังว่าคนที่มาพักกับเรา เขากลับจากบ้านกรอด้ายไป เขาจะเกิดความสบายใจ และใช้ชีวิตข้างหน้าต่อไปได้ดียิ่งขึ้น” ป๊อนพูดทิ้งท้าย ขณะเขาและอ้อเดินมาส่งเรากลับด้วยรอยยิ้ม

การค้นพบที่พักหายใจ ทำให้เราสงบลงและมีกำลังใจมากขึ้นกับการใช้ชีวิตในลมหายใจต่อๆ ไปเช่นกัน

เกตส์เฮาส์เล็กๆ ของคู่รักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อยากให้แขกค้นพบความสงบทั้งกายและใจ

บ้านกรอด้าย

ที่ตั้ง : 23/5 ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครพระนครศรีอยุธยา 13000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 6771 7177

*บ้านกรอด้ายจัดกิจกรรมเจริญสติที่เกสต์เฮาส์ด้วย สำหรับผู้ที่สนใจเข้ามาลองปฏิบัติกันได้ ติดตามรายละเอียดและการสมัครได้ทาง Facrbook : บ้านกรอด้าย

Writer & Photographer

อนิรุทร์ เอื้อวิทยา

นักเขียน และ ช่างภาพอิสระ ปัจจุบันชนแก้วอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่เชียงใหม่

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load