19 มิถุนายน 2564
9 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

เท่าที่คุยกับคนอ่างทอง เขาว่าอ่างทองเป็นเมืองเล็ก มีเมืองหน้าด่านคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซ้ายมือติดจังหวัดลพบุรี-สิงห์บุรี ขวามือติดสุพรรณบุรี และมีชื่อเดิมว่า ‘วิเศษไชยชาญ’ ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจังหวัดที่มีเพียง 7 อำเภอแห่งนี้ กลับรุ่มรวยด้วยพืชพันธุ์ธัญญาอาหาร ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ดังตราประจำจังหวัดอ่างทอง

บ้านเรือนไทย ทุ่งนา คนตกปลา หัตถกรรมพื้นถิ่น ซึ่งเป็นวิถีชาวบ้านดั้งเดิมของที่นี่ยังอยู่ครบ เป็นเมืองสงบ ผู้คนอยู่กันอย่างเรียบง่าย และใบหน้าของคนที่นี่มักแต้มด้วยรอยยิ้มเมื่อคนต่างถิ่นเข้ามาเยือน แถมมีช่างฝีมืออยู่เพียบ ช่างไม้ ช่างปั้น ช่างกลึง ช่างกลอง ฯลฯ และช่างเป็นการดีถ้าจะชวนคนบ้านนู้น บ้านนี้ แวะมาเที่ยวบ้านเพื่อนนามว่า ‘อ่างทอง’ มาทำความรู้จักเมืองนี้ผ่านช่างฝีมือรุ่นเก๋า ภูมิปัญญาที่สืบทอดส่งต่อกันมา จนถึงคนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นที่ช่างใช้ความสามารถอย่างถูกที่ถูกทาง เพื่อมาช่วยในการพัฒนาอ่างทองให้น่ารักแช่มชื่น จนอยากใคร ๆ ก็อยากแวะ

ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อ่างทองก็มี ! ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อ่างทองก็มี !

ชวนเพื่อนเก็บกระเป๋า สตาร์ทรถ แล้วมาตะลุยอ่างทองฉบับสารพัดช่างกัน

01

อุตสาหกรรมดินเผา บปก

โรงอิฐเก่าแก่อายุ 77 ปี คู่บ้านคู่เมืองอ่างทอง

อุตสาหกรรมดินเผา บปก, โรงอิฐเก่าแก่อายุ 77 ปี คู่บ้านคู่เมืองอ่างทอง

ถ้าเคยผ่านตาอาคารทรงสวยของบ้านป้อมเพชร อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ที่มีก้อนอิฐสีแดงส้มเป็นส่วนหนี่งของโครงสร้าง นั่นคือก้อนอิฐที่มาจาก ‘อุตสาหกรรมดินเผา บปก’ แห่งเมืองอ่างทอง นับเป็นโรงอิฐเก่าแก่ของไทย

บปก ที่ประทับอยู่บนอิฐย่อมาจากตำบลที่ตั้ง คือ บางปลากด ย้อนกลับไปพ.ศ. 2487 อากงผู้ก่อตั้งนำทักษะที่หอบจากเมืองจีนมาตั้งโรงงานเฮ้งมุ่ยหลี ผลิตอิฐโชว์แกร่งและกระเบื้องรายแรกของประเทศ ส่วนวัตถุดิบหลักในการทำอิฐก็มาจากผิวหน้าดิน ซึ่งอ่างทองเป็นแหล่งดินดี เนื้อดินละเอียดเนียนสวย มีสีแดงส้มตามแร่ธาตุที่ซ่อนอยู่ด้านใน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก
9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ผลิตภัณฑ์ของที่นี่มีทั้งอิฐและกระเบื้อง โดยเน้นอิฐตกแต่ง โชว์พื้นผิวเรียบสุดคลาสสิก ขณะเดียวกันอิฐช่องลมก็ถูกเลือกใช้โดยสถาปนิกมากฝีมือ เพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน พลางแสง และสร้างมิติให้งานสถาปัตยกรรม

ปัจจุบันโรงอิฐแห่งนี้อยู่ในมือทายาทรุ่นสองและรุ่นสามที่คอยพัฒนาคุณภาพและสร้างมาตรฐานที่ดีอยู่เสมอ จนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้าและคนวงการสถาปัตย์ โดยมีความแกร่งและทนทานของผลิตภัณฑ์เป็นท่าไม้ตาย 

อ้อ โรงงานอิฐคู่เมืองอ่างทองแห่งนี้เปิดให้เข้าชมเพื่อการเรียนรู้สำหรับนิสิต นักศึกษา และหน่วยงานที่สนใจด้วย แต่ต้องติดต่อสอบถามข้อมูลและนัดหมายวัน-เวลาล่วงหน้าก่อนนะ รับรองว่าจะร้องว้าว! ทุกไลน์การผลิต

ที่ตั้ง : 80/ก หมู่ 1 ตำบลบางปลากด อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1852 4209

Website : www.bpkbrick.co.th

Facebook : อิฐบปก อิฐโชว์ กระเบื้องดินเผา

02

Photograph Slow Bar

บ้านช่างภาพฉบับคาเฟ่น้ำผลไม้สกัดเย็นของคนรักสุขภาพ

Photograph Slow Bar, บ้านช่างภาพฉบับคาเฟ่น้ำผลไม้สกัดเย็นของคนรักสุขภาพ

จุดพลุต้อนรับ Photograph Slow Bar คาเฟ่น้องใหม่เมืองอ่างทองของ โปเต้-มนัญชัย แสงโพธิ์ทอง ช่างภาพแอคชันมือรางวัลของไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดอุบัติใหม่ จนกลับบ้านมาแปลงโฉมโรงจอดรถเก่าเป็นคาเฟ่เพื่อสุขภาพขนาดกะทัดรัด แค่มองจากด้านนอกก็รู้ว่าบรรยากาศต้องอบอุ่นเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนแน่นอน

แม้จะเห็นเครื่องชงเอสเพรสโซ่วางเด่นบนบาร์ไม้ แต่เจ้าบ้านกระซิบว่าตัวชูโรงคือผลไม้สกัดเย็นต่างหาก เพราะเขาเห็นอนาคตว่าเทรนด์สุขภาพจะมาแรง คนจะหันมารักตัวเองและรักสุขภาพมากขึ้น แถมน้ำผลไม้สกัดเย็นก็มีสารอาหารครบถ้วน นอกจากจิบให้ชื่นใจแล้วยังรับวิตามินเข้าร่างกาย เติมผิวให้สวย ท้องไส้แข็งแรงไม่ปั่นป่วน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

คาเฟ่ในบ้านหลังนี้มีเมนูน้ำผลไม้สกัดเย็นให้เลือกดื่ม 3 สูตร สูตรบิวตี้ (แครอท ส้ม แอปเปิ้ล) สูตรดีท็อกซ์ (แตงกวา แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง เซเลอร์รี่) และสูตรสู้โควิด ผสานพลังกระชายกับสับปะรด อยากลิ้มสูตรไหนบอกเจ้าบ้านได้เลย พร้อมจัดให้! 

และอีกหนึ่งกิมมิกของ Photograph Slow Bar คือ ถ้าคุณมาเยือนที่นี่จะได้รับภาพสวย ๆ ฝีมือช่างภาพแอคชันกลับบ้านไปด้วย น่ายกนิ้วให้โปเต้ที่ใช้ความถนัดของ ‘ช่างภาพ’ มาสร้างจุดเด่นให้โฮมคาเฟ่น้องใหม่

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

เสริมอีกนิด โปเต้ยังเป็นเจ้าของเพจอ่างทอง เพจรีวิวอ่างทอง ฯลฯ ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้คนต่างถิ่นมาเยือนบ้านเกิดของพี่น้องชาวอ่างทองด้วย นั่นเป็นเพราะเขาหยิบความรู้จากการเรียนด้านวิศวกรมัลติมีเดียและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาต่อยอดและสร้างประโยชน์ คนอ่างทองยกป้ายให้ 10 คะแนนเต็ม

ที่ตั้ง : 11/2 ถนนบ้านรอ ซอย 3 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

ทางร้านรับลูกค้าเพียง 4 รอบต่อวัน (รอบละ 6 คน) สอบถามและจองคิวได้ที่

โทรศัพท์ : 08 8884 7107

Facebook : Photograph Slow Bar

03

โรงมีดตามใจฝัน

บ้านช่างมีดรุ่นใหม่รายแรก ๆ ของอ่างทอง

โรงมีดตามใจฝัน, บ้านช่างมีดรุ่นใหม่รายแรก ๆ ของอ่างทอง

ถ้าคุณหลงใหลเสน่ห์ของวัตถุมีคม ขอชวนทำความรู้จัก ช่างโจ-บรรจง เหมทอง หนุ่มอ่างทางที่เป็นนักสะสมมีดจนผันตัวมาเป็นช่างมีดสมัยใหม่ เหตุต้องต่อท้ายด้วย ‘สมัยใหม่’ ช่างโจบอกว่าช่างมีดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท หนึ่ง ช่างมีดที่สืบทอดภูมิปัญญามาแต่โบราณ สอง ช่างมีดสมัยใหม่ที่ใช้วิทยาการเข้ามาช่วย อย่างวิชาโลหะวิทยา

นายช่างคนนี้ศึกษาเรียนรู้วิชามีดกับครูมีดและช่างโบราณถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ด้วย บวกกับหาความรู้เรื่องวิทยากรและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำมีด จนกลายมาเป็นอาชีพเข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

มีดของช่างโจมีทั้งมีดพื้นบ้าน เช่น มีดเหน็บ มีดเชี่ยนหมาก (คนนิยมซื้อฝาก) และมีดคัสตอม เรื่องคุณภาพไม่ต้องพูดถึง เพราะช่างมีดเน้นเรื่องนี้เป็นสำคัญ ซึ่งมีดที่ดีของ ‘โรงมีดตามใจฝัน’ คือมีดที่ใช้งานได้จริง ต้องเป็นเครื่องทุ่นแรง ไม่ใช่ภาระ ช่างโจแถมคุณสมบัติของช่างมีดให้อีกข้อ ‘ต้องซื่อสัตย์’ ต่ออาชีพด้วย โดยชายคนนี้มีเป้าหมายว่า อยากทำให้คนรู้จักและเข้าใจกระบวนการทำมีด เพื่ออย่างน้อยจะได้เลือกมีดเป็น และฝันอยากเห็นวงการมีดไทยพัฒนา

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

หากอ่านแล้วชักอยากจะมีมีดสักเล่มเป็นของตัวเอง ช่างโจก็เปิดคอร์สระยะสั้น 3 วัน สอนวิชาทำมีดตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันขั้นตอนสุดท้าย คุณจะได้มีดกลับไป 2 เล่ม มีดที่คุณทำเองด้วยความภูมิใจและมีดฝีมือดีจากช่างโจ ซึ่งคอร์สนี้รวมที่พักและอาหาร 3 มื้อด้วยนะ น่าสนใจมาก นอกจากจะได้วิชา ยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนอ่างทองด้วย

เกร็ด : บ้านช่างโจอยู่แถวตำบลบางเสด็จ เป็นแหล่งหัตถกรรมพื้นบ้าน ปั้นตุ๊กตาชาววัง ช่างโจเลยหยิบสัญลักษณ์เด็กหัวจุกพร้อมแจงที่มา ‘บางเสด็จ’ มาประทับไว้บนมีด เพื่อบอกเล่าของดีประจำตำบล

ที่ตั้ง : 55 หมู่ 1 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 8265 5721

Facebook : โรงมีดตามใจฝัน-Jo knifemaker และ Thai Local Custom Knife มีดไทย มีดพื้นบ้าน มีดคัสตอม

04

บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก

บ้านช่างปั้นที่ต่อยอดภูมิปัญญาปั้นตุ๊กตาชาววังของแม่

บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก, บ้านช่างปั้นที่ต่อยอดภูมิปัญญาปั้นตุ๊กตาชาววังของแม่

ถ้าคุณมาถึงบ้านเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเห็นหุ่นมวยร่างกำยำกำลังตั้งการ์ดอยู่ แสดงว่าคุณมาถึงบ้านตุ๊กตามวยคาดเชือกแล้ว เพียงส่งเสียงสวัสดี อาจารย์บัณฑิต โกศลสิทธิ์ ก็ออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

สมัยหนุ่ม อาจารย์บัณฑิตเรียนจบจากเพาะช่าง สาขาศิลปะประจำชาติ แผนกหัตถศิลป์ คุณแม่เขาสั่งสมภูมิปัญญาการปั้นตุ๊กตาชาววังมาเนิ่นนาน เด็กหนุ่มเห็นและทดเอาไว้ในใจ จนถึงเวลาเหมาะสม คนหนุ่มจบหมาดกลายมาเป็นช่างปั้นตามรอยคุณแม่ ยุคก่อนอาจารย์บัณฑิตปั้นตุ๊กตาจิ๋ววิถีไทย อย่างคนตกปลา ตานวดยาย ฯลฯ 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ปั้นเดิม ๆ เข้าก็เกิดความเบื่อ จนนึกถึงวิถีเด็กวัดของตน ที่เคยถูกรุ่นพี่จับคู่ให้ต่อยกันในวัด หัวคิด สองมือปั้น ออกมาเป็นตุ๊กตามวยไทยขนาดเล็ก ปั้นไปปั้นมาดันถูกทาง บวกกับกระแสหนัง องค์บาก อาจารย์บัณฑิตเลยปั้นไม่ยั้ง มีแรงเท่าไหร่ทุ่มเทให้กับตุ๊กตามวยคาดเชือกทั้งหมด จนพัฒนารูปแบบให้กำยำสมชายชาตรี และปรับจากดินเป็นเรซิ่นเพื่อความแข็งแรงทนทาน ซึ่งช่างปั้นหลงเสน่ห์แม่ไม้มวยไทยเพราะความงดงามของลีลาท่าทาง แถมชื่อท้วงท่าก็ไพเราะเสนาะหู

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ไม่ว่าจะพระรามเดินดง ปักษาแหวกรัง จระเข้ฟาดหาง หักงวงไอยรา มณโฑนั่งแท่น หนุมานถวายแหวน และอีกหลายสิบท่า นับรวมทั้งสิ้น 82 ท่า โดยช่างปั้นต้องศึกษาและปรึกษาครูมวยเพื่อปั้นท่าทางออกมาให้แม่นยำที่สุด ซึ่งชิ้นงานของบ้านตุ๊กตามวยคาดเชือกโด่งดังถึงระดับประเทศ ในไทยเองก็ชวนอาจารย์บัณฑิตปั้นตุ๊กตามวยเป็นถ้วยรางวัลอยู่บ่อยครั้ง และอนาคตนายช่างจะปั้นท่ามวยไทยให้ครบ 82 ท่า เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตในบ้านหลังนี้

เข้าชมชิ้นงานและเรียนรู้ขั้นตอนการปั้นตุ๊กตามวยไทยได้ที่บ้านของอาจารย์บัณฑิต

ที่ตั้ง : 7 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7900 8081

05

Missyou Café

บ้านช่างดื่ม-ช่างชงชาและกาแฟ อันเป็นที่รักของคนอ่างทอง

Missyou Café, บ้านช่างดื่ม-ช่างชงชาและกาแฟ อันเป็นที่รักของคนอ่างทอง

แก้ม-พิชญนาถ ครองญาติ เจ้าของคาเฟ่ชื่อชวนคิดถึงบอกว่าที่นี่คือ ‘ร้านกาแฟตามสั่ง’

ก่อนจะเปิดร้านเครื่องดื่มจนเป็นที่รักของคนท้องถิ่น แก้มเคยคลุกคลีกับวงการสื่อสิ่งพิมพ์ไทยด้วยตำแหน่งนักพิสูจน์อักษร แต่แล้วต้องกลับบ้านมาดูแลคุณยาย ซึ่งเธอว่านิสัยส่วนตัวเป็นคนช่างดื่ม (ชาและกาแฟ) จนเกือบ 2 ปีที่แล้วเธอค่อยๆ ก่อร่างสร้าง Missyou Café ขึ้นมาในบ้านไม้หลังเล็ก ห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวแน่นขนัด เพราะเดิมเคยเป็นพื้นที่ขายต้นไม้ของคุณพ่อ ตอนนั้นร้านนี้นับว่าเป็นความแปลกใหม่ของอ่างทอง มีแต่เมนูน่าตื่นตาตื่นใจ

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

อย่างชาผลไม้ท็อปปิ้งด้วยผลไม้สด (เมนูนี้แก้มชอบทำ เพราะเธอชอบประดับประดา) มัทฉะช่อน้ำดอกมะพร้าว แก้วนี้สดชื่นมาก กลมกล่อมเกินคาด ถ้าเป็นคอคาเฟอีน เจ้าบ้านแนะนำกาแฟผสมน้ำผลไม้ มีให้เลือกทั้งอเมริกาโน่ส้ม อเมริกาโน่พีช อเมริกาโน่เสาวรส และอเมริกาโน่น้ำช่อดอกมะพร้าว เทรนด์สุขภาพกำลังมา ผลไม้เลยมาแรง

นอกเหนือจากนี้ก็ทำให้ได้นะ โอเลี้ยง ชาดำเย็น อเมริกาโน่กระเจี๊ยบ เหล่านี้เป็นเมนูตามสั่งจากนักดื่ม และความพิเศษอีกอย่างของแก้มคือ เธอจำเมนูของลูกค้าได้ ชนิดที่ว่าเพื่อนมาสั่งแล้วเปิดหน้าเพื่อนอีกคนเพื่อจะกินเมนูเหมือนกัน เธอก็จำได้และทำให้ได้ แม้จะเปิดร้านมาเฉียด 2 ปี แต่เรื่องราวและความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายที่นี่

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ตอนนี้ คิดถึงเสมอ คาเฟ่ กลายเป็นที่รักของคนในอ่างทอง มีตั้งแต่เด็กตัวเล็ก คุณลุง คุณป้า คู่รักที่ออกเดทกันที่นี่และมาถ่ายพรีเวดดิ้งกันที่นี่ จนถึงบรรดาคุณหมอฝึกงานที่จะแจกลายแทงร้านนี้ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น, แก้มบอกว่าเธออยากให้ Missyou Café เป็นพื้นที่สบายใจของทุกคน ถ้ามาเยือนบ้านเพื่อนหลังนี้แล้ว อย่าลืมคิดถึงกันเสมอนะ

ที่ตั้ง : 11/1 หมู่ 6 ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร เวลา 08.30 – 15.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 4775 9948

Facebook : Missyou Café คิดถึงเสมอ คาเฟ่

06

กลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง)

บ้านช่างไม้ที่อนุรักษ์บ้านทรงไทยดั้งเดิมของภาคกลาง

กลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง), บ้านช่างไม้ที่อนุรักษ์บ้านทรงไทยดั้งเดิมของภาคกลาง

พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี เป็นศูนย์รวมช่างฝีมือปรุงบ้านทรงไทย แถมเมืองอ่างทองก็มีโรงเลื่อยไม้กระจายอยู่เยอะมาก บ่งบอกว่าคนบ้านเมืองนี้ใช้ไม้กันเยอะ และไม้ก็เป็นหนึ่งในวัสดุสำคัญในการปรุงบ้านทรงไทยจำลองของ ช่างตู่-สมปอง ตันพานิช ช่างไม้ผู้หลงรักเสน่ห์ของความเป็นไทย สั่งสมประสบการณ์ในอาชีพมาถึง 26 ปี

ช่างตู่เติบโตมากับวิถีชีวิตคนอ่างทอง แน่นอนว่าเห็นบ้านทรงไทยมาตั้งแต่เด็ก จนถึงวันที่ต้องมาปรุงบ้านย่อส่วนก็ศึกษาของจริง ลงมือเขียนแบบและลดทอนขนาดให้เหมาะเหม็ง สิ่งสำคัญเลยคือรายละเอียด ต้องถอดแบบให้เหมือนเป๊ะ! ซึ่งความเก่งกาจของช่างยุคเก่าก่อนคือการปรุงบ้านโดยไม่ใช่ตะปู อาศัยการเข้าเดือยและเข้าลิ่มแทน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

บ้านเรือนไทยจำลองฝีมือช่างตู่ถูกส่งออกทั้งประเทศลาว สิงคโปร์ และอยู่ในหลายพิพิธภัณฑ์ของประเทศไทย อาทิ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ บางชิ้นงานก็สั่งทำขึ้นพิเศษเพื่อให้เด็ก ๆ สายสถาปัตย์ได้ศึกษาเรียนรู้ นอกจากบ้านทรงไทยดั้งเดิม ช่างตู่ยังทำบ้านโสนเรือนงาม เรือนปั้นหยา บ้านทรงโมเดิร์น ขอแค่บอกแบบในใจ ช่างมากฝีมือคนนี้จัดให้ได้ตามคำขอ เราขอแนะนำไฮไลต์ของที่นี่ ท้าดา! ศาลพระภูมิและศาลตายาย ได้รับความนิยมและยอดจองกระหน่ำ

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

หัวใจของการทำสิ่งนี้ของช่างตู่คือ การสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญา ชายคนนี้ทำงานไม่รู้มืด ไม่รู้สว่าง เพราะเขาหลงและเพลินกับสิ่งที่เขารัก นายช่างบอกเหตุผลของการมีอยู่ของกลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง) ว่า

“จุดแข็งของบ้านทรงไทยคือ มันไม่มีวันตาย” 

ป.ล. ช่างตู่ยินดีหากสนใจเข้าไปดูงานและเรียนรู้วิชาปรุงบ้านทรงไทยจำลอง ขอเพียงติดต่อล่วงหน้า

ที่ตั้ง : 1/27 หมู่ที่ 6 บ้านสระแก้ว ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 9507 3639

07

วิเศษศิลป์

บ้านช่างทองเหลืองที่ตี-ตัด-ดัด-เคาะ จนได้บัววิเศษ

วิเศษศิลป์, บ้านช่างทองเหลืองที่ตี-ตัด-ดัด-เคาะ จนได้บัววิเศษ

เยือนอำเภอที่เคยเป็นชื่อเมืองอย่าง ‘วิเศษชัยชาญ’ มาสนทนากับ ‘วิเศษศิลป์’ แบรนด์ของแต่งบ้านจากทองเหลืองของช่างฝีมือมากประสบการณ์ ลำพูน เต็มแป้น หนุ่มอ่างทองคนนี้เข้าวงการตี-ตัด-ดัด-เคาะ ตั้งแต่อายุ 14 จากคำชักชวนของคนรู้จักที่ตีทอง-ตีเงิน ฉบับภูมิปัญญาดั้งเดิมแถบภาคอีสาน นับนิ้วความเชี่ยวชาญก็ปาไป 35 ปี 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

จากทักษะการทำเครื่องประดับ ลำพูนต่อยอดมาทำของตกแต่งบ้านด้วยวัสดุทองเหลือง เน้นทำเป็นดอกบัว ซึ่งเป็นราชินีแห่งสายน้ำ ตอกย้ำความเป็นไทย และสืบสานหัตถกรรมพื้นถิ่น เอกลักษณ์ผลงานของลำพูนคือความอ่อนช้อยและพริ้วไหว เสมือนบัวเหล่านั้นกำลังขยับเรือนร่างตามสายน้ำ เหมาะแก่การแต่งแต้มให้มุมของบ้านมีชีวิตชีวา

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ผลิตภัณฑ์ของวิเศษศิลป์มีทั้งขนาดเล็กมากจนถึงขนาดใหญ่มาก จะอุดหนุนไปบูชาองค์พระเล็กๆ วางพวงมาลัย วางกระถางต้นไม้ เก็บเครื่องประดับ ตกแต่งบ้านก็ได้ สารพัดประโยชน์ตามแต่ไอเดียผู้ใช้งาน ถ้าดีไซเนอร์รุ่นใหม่หรือผู้ประกอบการสนใจทำงานร่วมกันหรือสั่งทำชิ้นงานพิเศษ ลำพูนก็ยินดีสนุกด้วยกัน และวิเศษศิลป์ยังทำงานร่วมกับเพื่อนบ้านในชุมชน คอยสร้างงาน กระจายรายได้ จนถึงเปิดให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้แวะเวียนมาเยี่ยมกันได้ถึงบ้าน

ที่ตั้ง : 22 หมู่ที่ 4 ตำบลไผ่ดำพัฒนา อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง 

โทรศัพท์ : 09 8225 6590

Facebook : วิเศษศิลป์

08

Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข

บ้านช่างศิลป์และร้านโกโก้ที่อยากให้คนดื่มสุขภาพ (จิตใจ) ดี

Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข, บ้านช่างศิลป์และร้านโกโก้ที่อยากให้คนดื่มสุขภาพ (จิตใจ) ดี

ห้องเรียนศิลปะขนาดจิ๋วเกิดจากหัวใจรักศิลปะของสองพี่น้อง กรีซ-ณัฐฐาพิรุฬห์ และ กรีก-พิรุฬห์ลักษณ์ แจ่มอำพร ที่มีความฝันตั้งแต่เด็กว่า ‘อยากเปิดห้องเรียนเล็ก ๆ สอนศิลปะ’ เพราะย้อนอดีตราว 10 ปีก่อน จังหวัดอ่างทองไม่มีโรงเรียนสอนศิลปะ บ้านจึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เธอสองคนจะระบายสี สาดความคิด เล่นบทบาทสมมติได้

เป็นเวลา 5 ปีที่ Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข ถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก ๆ ได้มาระบายความรู้สึกผ่านงานศิลปะ สองศรีพี่น้องออกแบบกระบวนการสอนไว้ 7 วิชา และพวกเธอก็ออกแบบกิจกรรมสนุกมาก เช่น หุ่นกระดาษนิ้วมือ ทำเพลงพร้อมออกแบบปกอัลบั้ม โต้วาทีและการเมือง ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

กรีกและกรีซเชื่อว่าศิลปะจะสอนให้เด็กรู้จักยอมรับตนเองและยอมรับผู้อื่น แม้กระทั่งการจัดการอารมณ์ การคิดวิเคราะห์ การอยู่ร่วมกันในสังคม ฯลฯ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและพิทักษ์ความสุขให้เด็ก ๆ

ยินดีและดีใจกับชาวอ่างทองที่มีพื้นที่ให้เด็กได้แสดงออกและโชว์ศักยภาพของตัวเองด้วยความกล้าหาญ เราชอบอยู่อย่างที่ตราปั๊มของห้องเรียนศิลปะแห่งนี้ไม่มีจำนวนดาวเป็นตัววัดความสามารถ มีแต่คำว่า ‘จงภูมิใจในตัวเอง’ ที่ประทับลงบนกระดาษของเด็ก ๆ  

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

กระซิบว่าหลังจบคลาส ห้องเรียนจะกลายเปลี่ยนเป็นนิทรรศการศิลปะ จากคุณครูก็กลายเป็นนักชงโกโก้ประจำร้าน My Heart Will Cocoa ที่มีชื่อเมนูน่ารักมาก อาทิ พระอาทิตย์ขึ้นและตกเหมือนกันทุกวัน ถ้าเหนื่อยก็กลับบ้าน ดีใจที่ได้เจอ หรือถ้าอยากรู้ว่ารสชาติของ ‘ชีวิต’ จะหวานหรือขม แวะมาชิมโกโก้แก้วอร่อยที่บ้านเพื่อนหลังนี้ได้นะ

ที่ตั้ง : 368 ถนนเลี่ยงเมืองอ่างทอง ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 9080 7401

Facebook : Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข

09

บ้านกลองลุงเหลี่ยม

บ้านช่างกลองที่รักดนตรีไทยและทำกลองมากกว่าหมื่นใบ

บ้านกลองลุงเหลี่ยม, บ้านช่างกลองที่รักดนตรีไทยและทำกลองมากกว่าหมื่นใบ

ป๊ะ โท่น ป๊ะ โท่น ป๊ะ โท่น โท่น

เสียงกลองจังหวะคุ้นหูดังมาจากบ้านกลองลุงเหลี่ยม ภายในมีกลองสารพัดแบบวางเรียงราย อีกด้านมีฐานผลิตขยาดย่อม พร้อมอุปกรณ์ที่ ลุงเหลี่ยม-สนั่น บัวคลี่ ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง เราแอบเห็นสากกะเบือด้วย ลักษณะเหมือนไม้ตีข้าวสมัยก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ทุ่นแรงในการนวดหนังวัว-หนังควายให้นุ่ม ก่อนนำมาประกอบเป็นชิ้นงาน

ประสบการณ์ 50 ปีของช่างทำกลองแห่งเมืองอ่างทองคนนี้ สร้างชื่อในวงปี่พาทย์มาแล้วทั่วไทย ใคร ๆ ก็อยากได้กลองฝีมือลุงเหลี่ยมมาครอบครอง ไม่เพียงเทคนิคพิเศษที่ทำให้กลองเสียงดี คุณภาพก็ชูเด่นเป็นจุดขาย ถ้าอยากได้กลองดี พร้อมใช้งาน ต้องมาที่นี่เท่านั้น! จนได้รับเลือกเป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม พ.ศ. 2558 ประเภทเครื่องหนัง (กลอง)

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก
9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

มาบ้านกลองทั้งที ครูช่างสาธิตให้ดูตั้งแต่ต้นจนจบ ได้เห็นหนังวัวเท่าขนาดจริงก่อนถูกตัดเป็นวงกลม (ขนาดวงเวียนนายช่างยังประดิษฐ์เอง) ผ่านกระบวนการตามขั้นตอน ยันขึงหนังกลองให้เห็นเป็นประจักษ์ ซึ่งล้วนทำด้วยสองมือของช่างฝีมือวัยเก๋า เราว่าคุณค่าของงานอยู่ตรงนี้แหละ ไม่แปลกใจเลยทำไมชีวิตนี้ต้องมีกลองของลุงเหลี่ยมสักใบ

ว่าแล้วก็ให้ลุงเหลี่ยมตีกลองให้ฟังสักหนึ่งยก เพลิน, ลุงเหลี่ยมใจดีมาก หากผู้ที่สนใจอยากศึกษาวิชาทำกลอง ลองติดต่อแบ่งปันความรู้จากยอดฝีมือคนนี้ได้ ซึ่งนายช่างขอคุณสมบัติเพียงข้อเดียวเท่านั้น ‘ขอให้ใจรัก’

ที่ตั้ง : 25/1 หมู่ที่ 7 ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1918 4787

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

มนัญชัย แสงโพธิ์ทอง

ช่างภาพแอคชั่น

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load