หากกลับมาทบทวนดู การถ่ายภาพดูจะเป็นกิจกรรมสามัญที่ทำได้ง่ายจากการเข้าถึงอุปกรณ์ถ่ายภาพ แม้ไม่มีกล้องตัวโก้ แต่อย่างน้อยก็มีสมาร์ทโฟนที่จะหยิบขึ้นมาบันทึกความทรงจำ ทั้งตอนจะกิน ตอนจะนอน ตอนจะเที่ยว ฯลฯ

ถ้าลองคิดเล่นๆ ว่า ภาพที่ทุกคนถ่ายวันนี้จะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ในอีกร้อยหรือสองร้อยปีข้างหน้า คนรุ่นเหลน ลื่อ ลืบ และลืด คงตกตะลึงจนแอบหัวร่อกับภาพของเราในวันนี้ไม่น้อย ซึ่งในอำเภอเบตง (บ้านเกิดของผม) มีผู้มองเห็นความจริงข้อนี้อย่างถ่องแท้ถึงคุณค่าของภาพถ่าย ที่มีจำนวนอายุเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา โกไข่-ชาญ นกแก้ว ชายผู้ใช้เวลากว่า 30 ปีรวบรวมภาพถ่ายเก่าของอำเภอเบตงมากกว่า 300 ภาพ บางภาพอายุเกือบ 200 ปี

ด้วยความตั้งใจบันทึกประวัติศาสตร์ของบ้านเกิด ทำให้โกไข่ได้รับรางวัลผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น (พ.ศ. 2558) จากกรมศิลปากร และมีโอกาสเดินทางบรรยายตามหน่วยงานและมหาวิทยาลัยในฐานะ ‘นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น’ 

หากคุณได้ทำความรู้จักชายผู้นี้มากขึ้น ผมรับรองว่าคุณจะมองภาพถ่ายในมือเปลี่ยนไปทันที 

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

ณ บริเวณซอบแคบๆ หลังตลาดสดของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีร้านโกปี๊ขนาดเล็กที่มีโต๊ะพร้อมนั่งอยู่เพียง 2 – 3 โต๊ะ มีเมนูสามัญอย่างชาและกาแฟเป็นหลัก แต่สิ่งที่เรียกความสนใจของผมคงเป็นป้ายที่แขวนหน้าร้านว่า ‘อำเพอเบตง’ เจ้าของร้านบอกว่าตั้งตามภาพถ่ายป้ายอำเภอเบตงสมัยยังไม่มีการปรับตามตัวสะกดภาษาไทย

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

ผมกวาดสายตามองภายในร้าน ล้วนประดับด้วยของสะสมของโกมาดเข้ม แต่ที่เห็นมีมากคงเป็นภาพถ่าย ทั้งที่ใส่กรอบแขวนติดผนัง บางก็วางบนชั้น ในตู้ก็มี ลิ้นชักก็ด้วย มากมายจนผมมองไม่เห็นว่าตรงไหนบ้างที่ไม่มีภาพถ่าย

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“ภาพมีเสน่ห์นะ คุณลองดูสิ คนสมัยก่อนเขาแต่งตัวแบบนี้ ต้องใส่น้ำมันผมแบบนั้น รถเอย บ้านเอย เหมือนเราได้กลับเข้าไปอยู่ตรงนั้นเลย คุณว่ามั้ย” ผมพยักหน้าแทนคำตอบ ชายวัยหกสิบสนทนากับผมพลางชงกาแฟผ่านถุงกรองอย่างอารมณ์ดี แถมทักทายลูกค้าด้วยท่าทีแจ่มใส ภายใต้มาดคนขายกาแฟ เขาได้ซ่อนอีกบทบาทหนึ่งไว้อย่างแนบเนียน

ชายผู้พบรักกับภาพถ่าย

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“ผมเป็นคนเบตงแต่กำเนิด ช่วงมอปลายไปเรียนในกรุงเทพฯ แล้วก็จบศิลปกรรมมา ผมกลับมาบ้านก็เปิดร้านขายของโชห่วยอยู่ในตลาดสด ตอนนั้นผมไม่มีความสุขเลย เพราะวันทั้งวันก็นั่งขายของ ไม่ได้สร้างคุณค่าอะไร รู้สึกว่ามันไม่ใช่ชีวิตแล้ว เลยเซ้งร้านให้เขาเช่า แล้วมาเปิดร้านตรงนี้แทน” 

ย้อนกลับไปตอนโกไข่เปิดร้านกาแฟขนาดเล็กหน้าบ้านเพื่อตามหาความหมายของชีวิต ตอนนั้นแกกำลังง่วนกับการรื้อลิ้นชักและตู้ใบเก่า จนได้เจอภาพถ่ายวัยเด็กและภาพเก่าของครอบครัว ในสายตาของเด็กหนุ่มที่จากบ้านเกิดไปอยู่เมืองกรุงเสียนาน ทำให้ชายคนนี้ค้นพบว่า ตัวเขามีความสุขมากขนาดไหนเมื่อได้นั่งมองภาพเหล่านั้น แล้วหวนกลับไปคิดถึงความทรงจำวันเก่าเมื่อวัยเยาว์

“ผมมีภาพครอบครัวเยอะกว่านี้นะ พอดีมีน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2535 ภาพบ้านผมเลยหายไป ทำให้ผมรู้สึกว่าภาพพวกนั้นสำคัญนะ ถ้าเงินหายยังทำงานหาใหม่ได้ แต่ภาพหายไปแล้วจะหาใหม่จากไหน ผมเลยเริ่มต้นสะสมภาพตั้งแต่ พ.ศ. 2540”

หลังจบประโยค คงพอเดาได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างโกไข่กับภาพถ่ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ผมคิดว่าเป็นความชอบของแกเป็นทุนเดิม ทำให้เห็นคุณค่าของภาพถ่ายเก่า ผมขอย้ำว่า ทุกภาพที่ขวางหน้า! โกไข่เป็นคนทำอะไรทำจริงนะ 

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“ช่วงปีใหม่ ตรุษจีน ผมไปเห็นคนจีนที่เขากำลังจัดบ้านแล้วเอาภาพเก่าๆ ไปทิ้ง เห็นแล้วผมก็รู้สึกเสียดาย นึกไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานว่าคงไม่ได้เห็นแล้ว ผมเลยเริ่มขอภาพของคนอื่นมาเก็บไว้ แต่ทีนี้ดันโดนด่ากลับมาครับ โดนไล่ก็มี

“เขาบอกไม่ใช่รูปของเธอ จะเอาไปทำไม จะเอาไปทำไสยศาสตร์หรือเปล่า ผมตื๊อครับ ไปจนเขาใจอ่อน บางทีถ้าเขายังไม่ให้ ผมก็ไปคุยเล่นกับเขาแล้วค่อยถามถึงเรื่องภาพ ไม่ใช่ขอแล้วจะได้เลยนะ ใช้เวลานานมาก” โกไข่ย้อนความ

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

ภาพเก่าที่สะสมเลยหลากหลายมาก ทั้งภาพเมืองเก่า ภาพแต่งงาน ภาพไฟไหม้ ภาพน้ำท่วม แกมีหมด

“เวลาสะสมภาพ ผมไม่ได้มีเกณฑ์จะเลือกรูปคน รูปสถานที่ รูปบ้านเมือง ผมมีวิธีเลือกแค่เป็นภาพในอำเภอเบตงก็พอ ต่อให้ภาพสวยขนาดไหนแต่ถ่ายที่อื่นผมก็ไม่ได้เก็บไว้ ถึงใครจะว่าเป็นรูปธรรมดา แต่มันมีค่าสำหรับผม”

ของบางอย่างยิ่งใหม่ก็ยิ่งมีคุณค่า แต่สำหรับบางคนของยิ่งเก่าแต่กลับยิ่งมีเสน่ห์

สิ่งนั้นทำให้โกไข่พบว่า ความสุขของชีวิตคือการสะสมภาพเก่าของอำเภอเบตง อำเภอที่เป็นบ้านเกิดของเขา 

ผู้ส่งมอบความหลัง

“ช่วงสิบกว่าปีผมเก็บภาพได้ประมาณห้าสิบภาพ ตอนนั้นคิดว่าเยอะแล้วนะ ผมมีความคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเอาภาพพวกนี้ไปโชว์ให้คนเห็น ผมหอบภาพที่ผมมีไปเทศบาลเลย ไปเล่าให้เขาฟังว่าผมจะเอาภาพไปจัดแสดง”

การจัดแสดงภาพถ่ายครั้งแรกของโกไข่ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร แต่นั่นกลับทำให้คนในชุมชนเข้าใจสิ่งที่ชายคนนี้กำลังทำมากกว่าเดิม คล้ายเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าสิ่งที่เขาทำไม่ได้ทำเอาสนุก เป็นผลให้การเยือนตามบ้านเพื่อขอภาพมาเก็บไว้เป็นไปได้ง่าย แกมีภาพสะสมเยอะขึ้น จนกระทั่งได้จัดแสดงภาพถ่ายอีกครั้งในงานแสดงสินค้าโอทอป

“ครั้งนั้นคนมาดูเยอะมาก” แกเล่าด้วยรอยยิ้มดีใจ “บางคนเห็นภาพอากง อาม่าของเขา บางคนก็บอกว่ารู้จักคนนั้น คนนี้ในภาพ เขามาดูกันว่าเมื่อก่อนเบตงมีอะไร บางคนก็ลืมไปแล้ว มีครั้งหนึ่ง ลูกหลานของคนในภาพเข้ามากอดผมแล้วก็ร้องไห้ เขาบอกว่าขอบคุณมากที่ทำสิ่งนี้ บอกว่าผมเก็บภาพไว้ได้ดีกว่าที่บ้านเขาเก็บเสียอีก ผมประทับใจมาก”

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

หลังจากวันนั้น โกไข่แทบจะไม่ต้องเดินไปเคาะประตูหน้าบ้านให้ใครไล่ตะเพิด เพื่อนบ้านต่างตั้งใจค้นภาพเก่าแล้วเอามามอบให้โกไข่ด้วยมือตัวเอง “เขาบอกว่าเก็บไว้ที่ผมมีประโยชน์มากกว่า” จนทำให้โกไข่มีภาพหายากหลายใบ

ทั้งภาพคนจีนคนแรกที่อพยพมาอำเภอเบตงใน พ.ศ. 2443 ภาพข้าราชการยุคแรกที่เข้ารับราชการตั้งแต่กิ่งอำเภอโกร๊ะห์ยังไม่เสียดินแดนให้กับอังกฤษ ภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เมืองเบตงครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2519 และภาพสารพัดเหตุการณ์ในอำเภอเบตง เช่น ภาพถนนหน้าเบตงพลาซ่า พ.ศ. 2475 ภาพชนเผ่าซาไกที่ถ่ายไว้ในสวนยางคนจีน พ.ศ. 2497 ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้อาคาร พ.ศ. 2503 ภาพร้านตัดเสื้อของช่างชาวจีนใน พ.ศ. 2506 ไปจนถึงภาพชีวิตประจำวันอย่างงานประชุมกำนัน ขบวนขันหมาก งานบวชนาค และอีกมากมาย จนนิ้วมือผมและโกไข่รวมกันก็ยังนับไม่ถ้วน 

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

ถ้าจำนวนภาพถ่ายคือความสุขของโกไข่ในตอนนั้น ผมว่าแกคงมีความสุขเป็นล้นพ้น

หากคุณคิดว่าเรื่องราวของโกไข่กับภาพถ่ายเก่ากำลังจะจบลง ผมขอบอกว่าทั้งหมดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเมื่อใครสักคนหลงใหลอะไรจนหัวปักหัวปำเข้าแล้ว นับว่ายากที่จะคาดเดาว่ามันจะสิ้นสุดลงตรงไหน

ร้านโกปี๊ที่แถมความทรงจำ

“ผมได้ดูภาพพวกนี้ทุกวันเข้า ก็ชักอยากจะรู้ว่าคนในภาพเป็นใครหรือเป็นเหตุการณ์อะไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ อยู่ๆ มันก็อยากรู้ขึ้นมาเองนะ ผมเลยลองค้นหาข้อมูล เริ่มจากถามลูกหลานคนในภาพ ศึกษาประวัติศาสตร์ของเบตง 

“จนตอนนี้ผมเล่าได้ทุกภาพเลยว่ามีใครบ้าง ถ่ายตรงไหน คาดเดา พ.ศ. ที่ถ่ายได้ แต่ไม่ใช่ค้นข้อมูลแล้วจะรู้หมดเลย ผมก็ค่อยๆ เก็บข้อมูลทีละนิด ทีละหน่อย จนมันซึบซาบเข้ามาให้หัวของผม” โกไข่เล่าวิธีการสืบประวัติภาพเก่า

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

การไม่ได้เรียบจบประวัติศาสตร์มาโดยตรง ไม่ใช่ข้อจำกัดของโกไข่ กลับเป็นข้อดีเสียอีก เพราะเขาเลือกวิธีค้นคว้าข้อมูลที่เป็นไปตามสัญชาตญาณ ตามหาเบาะแสทีละจุด เสมือนการต่อจิ๊กซอว์ที่ปะติดปะต่อเรื่องราวทีละน้อยเข้าด้วยกัน จากคำบอกเล่าของเพื่อนบ้าน หนังสือ และบันทึกของข้าราชการในพื้นที่สมัยก่อนที่จดบันทึกประจำวันเอาไว้

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

แกยังมุ่งมั่นข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อค้นข้อมูลที่บันทึกไว้จากพิพิธภัณฑ์และการพูดคุยกับชาวไทยที่มีรกรากอยู่ที่นั่น เพราะเบตงเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซียก่อนจะเสียดินแดนให้กับประเทศอังกฤษ แถมโกไข่ยังเล่าด้วยความภูมิใจว่า ประวัติศาสตร์ของอำเภอเบตงได้บันทึกลงในสมองของแกเรียบร้อยแล้ว

ในทุกวัน เวลาว่างของชายนักค้นคว้าจะนั่งเขียนหนังสือเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นหลัง ทำให้ปัจจุบันแกตีพิมพ์หนังสือแบบง่ายๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เบตงครั้งละ 100 – 200 เล่ม รวมที่พิมพ์มาแล้วทั้งหมดก็พันเล่มได้ เพื่อส่งมอบความหลังของเมืองเบตงให้คนทั่วไปได้รู้จัก

“ที่ผมเขียนเป็นแค่ส่วนน้อย ผมคงต้องเขียนต่อไปเรื่อยๆ คุณลองไปดูบ้านเกิดของคุณดูสิ มันต้องมีแง่มุมไหนบ้างแหละที่น่าสนใจและมีคุณค่า อยู่ที่ว่าคุณจะมองเห็นมันมั้ย” ชายขายกาแฟที่มองเห็นคุณค่าและความงามของบ้านเกิดบอกกับผม

 หากร้านกาแฟมีการสะสมแต้มเป็นแสตมป์ ผมว่า ‘อำเพอเบตง’ ของโกไข่ก็มี ‘ความทรงจำ’ เป็นของแถม

นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

จากความพยายามและตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวของเบตงให้เป็นที่รู้จัก ใน พ.ศ. 2558 โกไข่หรือชาญ นกแก้ว ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อรับพระราชทานรางวัลผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น หนังสือและหลักฐานหลายชิ้นของเขาได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ และโกไข่ยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายตามหน่วยงานและมหาวิทยาลัย ในฐานะนักสะสมภาพเก่าบ้าง และบางครั้งชายผู้รักและหวงแหนบ้านเกิดก็ไปในฐานะ ‘นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น’

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“เคยมีคนถามผมเหมือนกันนะ ทำไมไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยสมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ เหมือนที่คนเขานิยมกัน ผมกลับรู้สึกว่าเรื่องพวกนั้นมีคนศึกษาเยอะแล้ว มีข้อมูลมากแล้ว หลักฐานถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี ไม่สูญหายแน่นอน แต่เรื่องบ้านเกิดและท้องถิ่นของผมน่ะสิ ถ้าผมไม่ทำ คงไม่มีคนทำต่อแล้วนะ ผมยังโชคดีได้คุยกับคนอายุเจ็ดสิบ แปดสิบหลายคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขายังเล่าได้ว่าสมัยพ่อแม่เขาเป็นยังไง อากง อาม่าของเขาเคยเล่าอะไรให้ฟังบ้าง

“บางทีผมเอาภาพถ่ายไปให้เขาดู เขาตกใจว่าผมไปเอาภาพพวกนี้มาจากไหน ผมก็ขอให้เขาเล่าให้ฟัง เล่าอะไรก็ได้ คุณเชื่อมั้ย เขาน้ำตาไหลเลยนะ พูดเสียงสั่นบอกกับผมว่า ขอบคุณนะอาตี๋ ขอบคุณที่ทำมัน ขอบคุณที่เก็บเรื่องราวของคนรุ่นเขาให้ลูกหลานได้รับรู้ ผมเลยค้นพบว่าคุณค่าของผมอยู่ตรงนี้ ถ้าผมศึกษาประวัติศาสตร์ที่ไกลตัว ผมจะไม่ได้รับความรู้สึกแบบนี้เลย ผมมีความสุขนะที่ได้ทำมัน” หลังสิ้นประโยคบอกเล่าความสุข แกเงียบอยู่ครู่จนได้ยินเสียงลมหายใจ

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“มันกลายเป็นความผูกพันไปแล้ว ถ้าวันไหนผมไม่ได้หยิบภาพขึ้นมาดูก็เหมือนขาดอะไรบางอย่าง คุณจะว่าผมเพ้อเจ้อก็ได้นะ แต่บางทีผมรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับคนในภาพด้วยซ้ำ ผมคงทำสิ่งนี้ต่อไปเรื่อยๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมทำได้อีกเยอะ ทำจนผมหมดแรงนั่นแหละ แต่ไม่ต้องห่วงนะ คนอย่างผมตายยาก” แกหัวเราะตามสไตล์คนใต้อารมณ์ดี

จะว่าไปผมนึกไม่ออกเลยว่าสมัยโกไข่ห่อเหี่ยวใจจากการขายของในร้านโชห่วยเป็นยังไง เพราะตอนนี้แกมีความสุขมาก ผมเผลอมองเวลาแกขายชา กาแฟ แล้วชักชวนลูกค้าไปดูภาพถ่ายเก่าภายในร้าน แถมเล่าเรื่องเบตงอย่างสนุกสนาน หากคุณได้มาเยือน ‘อำเพอเบตง’ ลองมาลองภูมิชายคนนี้ได้อย่างไม่ต้องกั๊ก เป็นต้นว่า คนจีนคนแรกที่อพยพมาเบตงคนแรกชื่ออะไร เบตงมีรถยนต์ครั้งแรกเมื่อไหร่ ศาลจังหวัด ตลาดสด หอนาฬิกา ที่ว่าการอำเภอสร้างขึ้นตอนไหน

ผมรับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง และความรู้สึกหลังจากคุณมองภาพถ่ายในมือจะเปลี่ยนไปทันที

“เฮ้ย นี่มันคือบันทึกประวัติศาสตร์ของยุคสมัยเราเลยนะ”

อำเพอเบตง

ที่อยู่ ซอยหลังตลาดสดเทศบาลเบตง ถนนเทศจินดา ตำบลเบตง จังหวัดยะลา 95110

เปิดบริการทุกวัน เวลาเช้าตรู่ – 22.00 น.

Writer & Photographer

ศฤงคาร แซ่โฮ่

ปัจจุบันอยู่บ้านที่ยะลาทำเกษตร ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและหมาหลายตัว เพื่อทบทวนชีวิตสักปีสองปี

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

ร้านกาแฟขายคู่กับอะไรได้อีกในความคิดของคุณ

ประเมินประมาณความนิยม แน่นอนว่ายืนหนึ่งต้องยกให้เมนูเบเกอรี่ บ้างนำเสนอขนมไทยโบราณ เชื่อไหมว่าบางแห่งมีบริการขนมจีนน้ำเงี้ยวด้วย ถ้าคิดว่า เห้ย! แล้ว อยากบอกว่าร้านนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะเขาขายคู่กับรองเท้า!

Basecamp Trail Provision’ คือร้านกาแฟที่ครั้นจะแนะนำให้นักวิ่ง ก็กลัวตัวเองจะหิ้วมะพร้าวห้าวมาขายสวน เพราะหากไม่ใช่หน้าใหม่นักหรือขาจรที่เพิ่งเคยมาเคาะเท้าแถวเชียงใหม่ คงรู้จักมักคุ้นกันดี เนื่องจากไม่เพียงเป็นคาเฟ่บรรยากาศร่มรื่นเขียวขจีที่ทั้งบริหารและบริการโดยนักวิ่งแถวหน้าและนักวิ่งแถวบ้านแทบทั้งทีม ทว่ายังมีโซนจำหน่ายรองเท้า ไม้โพล ไฟคาดหัว นาฬิกา สารพัดอุปกรณ์พื้นฐาน ตลอดจนบริการที่ดีต่อใจมิตรรักนักวิ่ง จึงทำให้ที่นี่เป็นเสมือนฮับของคนรักการวิ่งโดยเฉพาะสายเลนธรรมชาติ รวมถึงสำนักป้ายยาที่จะช่วยจุดประกายไฟในการออกกำลังกายให้ลุกโชน

เราเดินทางมุ่งหน้ามายังเชิงดอยสุเทพ เพื่อพูดคุยกับ เค้ก-ภาวิดา และ แฮรี่-แฮรี่ โวเวลส์ คู่รักนักวิ่งเทรลและเจ้าของร้าน ชวนไขแนวคิด แรงบันดาลใจ และเส้นทางการสรรค์สร้าง Basecamp Trail Provision จากร้านกาแฟเล็ก ๆ ใต้คอนโดสู่การเติบโตอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมเรื่องราวโปรเจกต์ที่พวกเขากำลังผลักดันให้เมืองหลวงแห่งการวิ่งเทรลแห่งนี้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

Max Heart R(el)ate

“ก่อนเปิดร้านกาแฟทำอะไรกันมาก่อนเหรอครับ”

ผมปูบทสนทนาด้วยคำถามคลาสสิก กระนั้นก็เดาไม่ออกเลยว่า เค้ก ที่ภายนอกดูเป็นผู้หญิงทะมัดทะแมงแต่งตัวเท่ จะเคยทำงานอยู่ฝ่ายกิจการนักเรียน ส่วนแฮรี่ ชายหนุ่มอัธยาศัยดีและสุภาพนอบน้อม ก่อนหน้าเคยสังกัดองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานประเทศที่สาม ทั้งคู่เป็นชาวเชียงใหม่ รักการวิ่ง แต่ได้มีโอกาสสบตากันจริงครั้งร่วมงานที่แม่ฮ่องสอน จากนั้นจึงออกวิ่งเคียงข้างกันพลันควงแขนกลับมาปักหลักจังหวัดบ้านเกิด

นับนิ้วย้อนไปราว 7 ปี เป็นช่วงที่เค้กและแฮรี่เริ่มเสพติดการวิ่งผจญป่า โดยมีเส้นทางวิ่งเทรลวัดผาลาด-วัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นสนามซ้อมประจำ แต่เรื่องของเรื่องคือ ทุกคราวที่ออกมาวิ่งแล้วอยากเติมคาเฟอีนหรือปวดห้องน้ำ กลับไม่มีร้านไหนให้พึ่งพา ท้ายสุดจึงผุดไอเดียเปิด ‘Basecamp Coffee House’ ร้านกาแฟสำหรับรองรับนักวิ่งและคนออกกำลังกายยามเช้าตรู่ ความใจเด็ดคือทั้งสองจับมือกันลาชีวิตมนุษย์เงินเดือน เพื่อสวมหมวกเจ้าของกิจการแบบนับหนึ่งใหม่หมดจด ชนิดไม่เคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจหรือแม้แต่หยิบแทมเปอร์มาก่อน

“มันเป็นความต้องการจากใจของพวกเรามากกว่าครับ” แฮรี่ตอบเมื่อถูกถามถึงความกล้าได้กล้าเสีย “แล้วเราก็ไม่ได้คิดว่าถ้าทำแล้วจะต้องรวยหรือมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เพียงแต่ต้องการมีความสุขกับการวิ่ง กับการกินกาแฟ และกับคอมมูนิตี้นักวิ่งเป็นหลักครับ”

ร้านกาแฟยุคตั้งไข่ของคู่รักนักวิ่ง อาศัยเช่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของโครงการคอนโดมิเนียม บรรยากาศกะทัดรัดและอบอุ่นด้วยลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ แต่เหนียวแน่น ทั้งนักวิ่ง นักปั่น หรือเหล่ายิปซีสะพายแล็ปท็อปที่พอได้แวะเวียนมาบ่อยเข้าก็เปลี่ยนไปสะพายเป้น้ำ สวมคอมเพรสชั่น รับและปันแรงบันดาลใจในเกมกีฬาแก่กัน พลางเติมไฟฟูมฟักคอมมูนิตี้ของคนที่ชอบวิ่ง ปั่น ออกกำลังกาย

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล
Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

Community Supporter

บนบันไดสีอ่อนทอดสู่ตัวร้านมีข้อความ ‘Start – Finish’ ประดับกึ่งกลางขั้น เค้กเชื่อมโยงว่ามันเป็นเสมือนหมุดหมายความตั้งใจที่เธออยากปลุกปั้นที่นี่ให้เป็นดัง Trailhead จุดเริ่มของการออกไปวิ่งเทรลในเส้นทางใกล้เมืองชิดเขาและจุดสิ้นสุดหลังวิ่งเสร็จสรรพ พร้อมสำหรับการผ่อนพักหรือทำงานต่อ

ขณะเดียวกันจุดเริ่มของ Basecamp Trail Provision กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ได้มีเพียงระยะเวลาที่ล่วงผ่าน แต่ยังโยกย้ายร้านมาแล้วถึง 2 คราว จึงก้าวมายืนอยู่อีกฝั่งของจุดสิ้นสุด ซึ่งบรรจบฝันของคนทั้งคู่

“จากเป็นห้องเล็ก ๆ ใต้คอนโด เราก็ขยับหาที่ใหม่ไม่ไกลกันเพื่อขยายร้าน ระหว่างทำร้านสองก็ได้ไอเดียขายอุปกรณ์วิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น จนประมาณกลางปี 2021 จึงตัดสินใจย้ายร้านมาตรงนี้ ซึ่งเป็นทำเลที่เราเล็งไว้ตั้งแต่เปิดร้านแรกแล้วล่ะ แค่ตอนนั้นหลายอย่างยังไม่พร้อม” เค้กพาย้อนเรื่องราวการเดินทางของร้าน ก่อนเสริมต่อ “เรารู้สึกว่ามันเป็นทำเลในฝันของเราเลย เพราะมีพื้นที่เกือบ 2 ไร่ เพียงพอรองรับลูกค้า แล้วก็ต่อเติมโซนจำหน่ายอุปกรณ์วิ่งแยกส่วนจากคาเฟ่ หรือปลูกสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุนชุมชนได้สบาย”

พื้นที่กว้างขวางที่เค้กบรรยายเดิมเคยเป็นป่ารกทึบ ปัจจุบันโปร่งโล่ง สดชื่น ทว่ายังคงเขียวครึ้มและเย็นรื่น เนื่องจากการออกแบบร้านนั้นให้ความสำคัญกับการรักษาลักษณะธรรมชาติของพื้นที่และดูแลต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศร้านจึงล้อมรอบไปด้วยร่มเงาของมะขาม ลำไย ขนุนป่า มะกอกป่า และอีกนานาชนิดพันธุ์ที่เจ้าตัวพยายามนึกแต่จนใจคล้ายติดอยู่ริมฝีปาก

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล
Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

“บรรยากาศตรงนี้ทำให้แนวคิดความเป็น Basecamp ชัดเจนขึ้น” แฮรี่พูด “อีกอย่างพอย้ายมาปุ๊บเราก็คุยกับเค้กว่าอยากปรับชื่อร้านจาก Basecamp Coffee House เป็น Basecamp Trail Cafe เพราะรู้สึกว่าชื่อเดิมเน้นไปทางการเป็นสเปเชียลลิตี้ด้านกาแฟ ซึ่งเรารู้ตัวเองว่าไม่ใช่ ส่วนฝั่งขายอุปกรณ์วิ่งเราใช้ Basecamp Trail Provision แต่พอสื่อสารออกไป คนส่วนใหญ่มักจะติดเรียกร้านเรารวม ๆ ว่า Basecamp Trail Provision มากกว่า”

แม้จะออกตัวว่าไม่ได้สเปเชียลลิตี้ แต่กาแฟของที่นี่ก็เปี่ยมความใส่ใจด้วยการเลือกใช้เมล็ดกาแฟคุณภาพจากผู้ผลิตท้องถิ่น พร้อมสร้างสรรค์เมนูสนุก ๆ มาให้ลองลิ้มทุกเดือน แต่ถ้าใครไม่ถนัดทางคาเฟอีน ก็มีน้ำผลไม้สดและคีเฟอร์เครื่องดื่มโปรไบโอติกเพื่อสุขภาพไว้เติมความสดชื่น ที่สำคัญทางร้านยังสนับสนุนผลิตภัณฑ์และบริการรักษ์โลก เช่น นำแก้วมาเองมีส่วนลด ใช้หลอดและแก้วพลาสติกย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ตลอดจนมุมจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล
Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

ส่วนสำนักป้ายยาในคราบของร้านขายอุปกรณ์การวิ่งนั้นจะเน้นนำเสนอแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ครบทั้งสายซ้อม สายแข่ง ยันสายแฟและไม่ซ้ำกับบนห้าง โดยเฉพาะแบรนด์เอเชียและแบรนด์ไทย อาทิ Milestone SCSL YUP Brooo ซึ่งทางร้านเทใจสนับสนุน ควบคู่ออกแบบบริการแพ็กเกจดูแลนักวิ่งต่างชาติที่อยากมาประลองสนามเทรลในบ้านเรา ทั้งเรื่องที่พัก การเดินทาง เซอร์วิสก่อน-หลัง และระหว่างแข่งขัน เพื่อให้พวกเขาได้โฟกัสกับการวิ่งอย่างเต็มที่ มอบความสุข ความประทับใจ เพื่อร่วมผลักดันวงการวิ่งเทรลไทยให้เติบโต

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าอีกฝันคือการได้เป็นพื้นที่อำนวยความสะดวกสำหรับนักวิ่ง Basecamp Trail Provision จึงชักชวนเพื่อนฝูงมาเปิดร้านบริการความอร่อยคลายหิว พร้อมโหลดคาร์บ ทั้ง ‘ร้านลุงไก่’ สไตล์ตามสั่งครอบจักรวาล และ Treespoon ที่เสิร์ฟเบรกฟาสต์และสโมกบาร์บีคิว รวมถึงมีบริการพิเศษอย่างห้องอาบน้ำ

“ที่ร้านเรามีห้องอาบน้ำ 2 ห้องค่ะ เพื่อช่วยให้นักวิ่งประหยัดเวลาไม่ต้องกลับไปอาบน้ำที่พัก วิ่งเสร็จแล้วแวะมาอาบน้ำได้ที่ร้าน ใครอยากนั่งชิลล์กินกาแฟ หรือทำงานทำธุระต่อก็ลุยได้เลย”

เจ้าของร้านมาดเท่กระซิบว่าห้องอาบน้ำมีบริการน้ำอุ่น สบู่ แชมพู ครีมนวดผม และไดร์เป่าผมครบเซ็ต แถมไม่คิดค่าบริการ เพราะเป็นสิ่งที่พวกเขาอยากตอบแทนเพื่อนนักวิ่งที่คอยสนับสนุนทางร้านเสมอมา

Great Pacer

ทั้งเห็นมากับตาว่ามักมีบรรดานักวิ่งระดับอีลิตเวียนมาปรากฏกายถ่ายภาพลงโซเชียลอยู่เนือง ๆ ซึ่งดูเหมือนจะช่วยตอกย้ำสิ่งที่ได้ยินกับหูว่า “หากนักวิ่งคนไหนไม่ได้แวะ Basecamp ก็คงเหมือนยังไม่ถึงเชียงใหม่” ให้ดูเป็นเรื่องจริงจัง เมื่อได้อยู่ต่อหน้าผู้อยู่เบื้องหลังเสียงเล่าอ้าง เราจึงถือโอกาสถามกุญแจดอกลับที่ทำให้ Basecamp Trail Provision เดินทางมาถึงจุดนี้

เค้กครุ่นคิด “น่าจะความจริงใจนะคะ”

เรียบง่ายปานนั้น ผมคิด และคำตอบนี้พาให้คิดย้อนไปในคราวแรกที่โทรมาติดต่อขอนัดหมายสัมภาษณ์ผ่านหมายเลขที่แปะหน้าเฟซบุ๊กแฟนเพจของร้าน แนะนำตัวพลางพูดคุยพักใหญ่ กว่าจะรู้ว่าปลายสายสนทนานั่นแหละคือเค้ก หาใช่พนักงาน จนต้องหัวเราะกลบเกลื่อนแก้เก้อ เช่นกับแรกมาถึงที่เจอแฮรี่ทักทายพลันขอโทษขอโพยอย่างรู้สึกผิด เนื่องจากเค้กติดลูกค้าอยู่นานสองนาน

Basecamp Trail Provision คาเฟ่สีเขียวและเทรลฮับเชียงใหม่ของสองคู่รักนักวิ่งเทรล

“เค้กทุ่มเทกับร้านมากครับ เช้ายันเย็นเขาจะติดอยู่กับมือถือตลอด นั่งตอบลูกค้า คุยกับลูกค้าเองหมดเลย” แฮรี่บอก

เค้กอธิบายอย่างเก็บอาการเขิน “เพราะเรารู้สึกว่าเราเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่า ก่อนหน้านี้เคยให้น้อง ๆ เป็นแอดมินช่วยตอบ แต่บางครั้งคำตอบมันไม่ได้ไปในทางเดียวกัน เราจึงเลือกตอบเองมากกว่า เบอร์โทรร้านก็ใช้เบอร์ส่วนตัวเลย เนื่องจากเราแคร์เรื่องการให้ข้อมูลลูกค้ามาก ๆ เรายังคงรักษาความตั้งใจแรกว่าอยากเปิดร้านเพราะแค่ต้องการมีความสุขกับการวิ่ง การกินกาแฟ ไม่ใช่นักธุรกิจมองตัวเลขหาผลกำไร ถ้ามีสิ่งไหนที่เราให้ลูกค้าได้เราให้ หรืออันไหนที่มันไม่ขาดทุนจนเกินไป พอจะช่วยส่งเสริมคอมมูนิตี้ได้เราก็ดัน”

แฮรี่เสริมว่านอกจากปัจจัยข้างต้น สิ่งที่ทำให้ Basecamp เติบโตแข็งแรงคือพลังของทีมงาน บางคนล้มลุกคลุกคลานด้วยกันมาตั้งแต่ออกสตาร์ท บ้างช่วยฉุดลากราวเพเซอร์ที่พร้อมเคียงข้างเข้าเส้นชัย

“สมัยทำร้านแรกเรามีลูกค้าคนแรกชื่อน้องบัว ซึ่งน้องบัวนี่แหละที่อยู่กับมาเราจนถึงทุกวันนี้ จากนักศึกษาปี 1 รู้จักกันในฐานะลูกค้ากลายมาเป็นผู้จัดการคาเฟ่ พอร้านสองคนที่มาอยู่ด้วยคือบาส ปัจจุบันบาสเป็นหัวหน้าบาริสต้าที่เก่งมาก เราโตมาได้ก็เพราะทีมนี้ และร้านนี้จะอยู่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีทีมของเรา

“การบริหารของเราเป็นลักษณะเปิดคุยกัน น้อง ๆ แต่ละคนมีความคิดใหม่ ๆ มานำเสนอตลอด ความคิดไหนเข้าท่าก็หยิบมาลอง ที่กาแฟของเราดีได้ก็เพราะเด็กเหล่านี้ พวกเขาไม่หยุดที่จะพัฒนา” เค้กสำทับ

ผมผงกหัวหงึกหงักและไม่แปลกใจเลยที่หนึ่งในสนามเมเจอร์ของวงการคาเฟ่ไทย Basecamp Trail Provision ยังไม่หลุดออกจากการแข่งขัน แต่นั่นแหละ ยังสงสัยว่านอกเหนือความจริงใจและให้เกียรติมีอะไรอีกไหมที่เชื่อมร้อยใจทีมงาน สร้างทีมเวิร์ก

Basecamp Trail Provision คาเฟ่ของคู่รักนักวิ่งเทรลแห่งเชียงใหม่ ริมดอยสุเทพ ที่มีทุกอย่างเพื่อนักวิ่งเทรล

จึงชวน บาส-นราธิป จันทร์วัง หัวหน้าบาริสต้า ที่มีตัวตนอีกด้านเป็นนักวิ่งแนวหน้าขาแรงแห่งทีม Kailas Thailand มาเล่าถึงชีวิตหลังเอสเพรสโซ่แมชชีน โดยบาสกล่าวยิ้ม ๆ ว่าสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขกับการทำงาน คือการได้มีวันหยุดพัก 2 วันต่อสัปดาห์ และช่วงเวลาที่เอื้อต่อการฝึกซ้อมวิ่ง อีกทั้งทางร้านยังช่วยเป็นสปอนเซอร์ค่าสมัคร ค่าที่พัก หรือค่าเดินทาง หากทีมงานคนไหนสนใจลงงานวิ่งแข่งขัน แถมทุกคนยังได้รับงบพิเศษสำหรับเลือกซื้ออุปกรณ์การวิ่งของร้านด้วย

“ด้วยร้านมีแนวทางสนับสนุนการวิ่งเทรลอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะสนใจการวิ่งเทรลหรือไม่ก็ตาม เราทุกคนมีงบในการซื้อของอุปกรณ์เหล่านี้ ซึ่งมันดีนะครับ บางคนไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย พอซื้อของไปแล้วก็อยากใช้ บางครั้งพวกเราก็ชวนกันไปเดินเล่น หรือบางคนวิ่งต่อจนเป็นนิสัย”

ในไอเดียของเค้กกับแฮรี่ พวกเขาเพียงอยากส่งต่อสุขภาพที่ดีให้ทีมงาน ทว่าอีกด้านบาสบอกว่าสิทธิประโยชน์นี้ยังช่วยให้ทุกคนได้ปรับจูนความคิด พูดคุยกันเข้าอกเข้าใจ และทำงานเป็นทีมได้ง่ายขึ้น

ก่อนที่บาริสต้าขาแรงจะกลับไปประจำการหน้าเคาน์เตอร์ ดูแลลูกค้าที่เริ่มคึกคักในมื้อบ่าย ผมขอเขาหล่นคำถามสุดท้ายเพราะอยากรู้สิ่งที่ซ่อนอยู่ในแววตาและน้ำเสียงอิ่มเอมตลอดการสนทนาช่วงสั้น ๆ นี้

“ผมประทับใจการให้โอกาสคนทำงานได้ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการวิ่งนะครับ คือการที่บริษัทเอกชนให้วันหยุด 2 วันต่อสัปดาห์หายากมากนะในเชียงใหม่ สิ่งนี้เอื้อให้เราได้จัดการธุระของตัวเอง ได้ทำอะไรที่ชื่นชอบ ได้มีเวลาทบทวนว่าการทำงานหรือการใช้ชีวิตของเราเป็นอย่างไร ซึ่งมันช่วยเติมพลังและทำให้รู้สึกอยากกลับมาทำงานในทุก ๆ เช้าครับ”

Trail Destination

ปี 2022 กลางฤดูฝน ต้นเดือนกรกฎาคม ร้าน Basecamp อายุครบ 6 ขวบปี ไม่เพียงจำนวนสมาชิกทีมที่โตตาม เค้กสังเกตว่าชุมชนนักวิ่งก็ขยับขยาย เฉกเช่นไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่หลากหลาย มีทั้ง นักวิ่ง นักปั่น นักศึกษา อาจารย์ Digital Nomad คาเฟ่ฮอปเปอร์ กระทั่งบรรดาคนรักน้องแมว น้องหมา น้องนก เรื่อยไปจนน้องเต่า เพราะทางร้านต้อนรับสัตว์เลี้ยง แต่ที่เธอเอ่ยว่าดีใจสุดคือการได้จุดประกายการออกกำลังกาย

“เราดีใจเวลาได้เห็นลูกค้าแวะมาอุดหนุนแล้วรู้สึกสนใจอยากเดินป่าหรือวิ่งเทรล”

“อีกอย่างสังคมวิ่งเทรลไม่ได้น่ากลัว ดูอย่างหุ่นเราสองคนสิ” แฮรี่ว่ากลั้วหัวเราะ “คือการวิ่งเทรลจะช้าจะเร็วก็ไปได้ทั้งนั้น ถ้าผมมีเวลาว่างก็จะพาลูกค้าที่เป็นมือใหม่ไปลองเดินเทรลด้วยกัน ส่วนใครอยากออกยาว ๆ ก็จะหาเพื่อนที่เขามีโปรแกรมให้พาไปด้วยกัน” แฮรี่หยุดชั่วครู่ เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “การวิ่งเทรลมันเป็น Love-Hate Relationship นะ คือสำหรับผมขาขึ้นเนี่ยโคตรเกลียดเข้าไส้เลย แต่พอดันตัวเองไปเรื่อย ๆ จนไต่ถึงเป้าหมายได้มันรู้สึกปลอดโปร่ง อีกอย่างความสุขของการวิ่งเทรลนั้นเป็นแบบ Full Package คือไม่ใช่แค่ตอนวิ่ง แต่หลังจากวิ่งเสร็จเราได้อาบน้ำสดชื่น แล้วยังกินดื่มแบบไม่ค่อยรู้สึกผิดเท่าไหร่ด้วย”

“ก็จริง” เค้กเห็นพ้อง “เสน่ห์ของวิ่งเทรลคือเหมือนการพักผ่อน เพราะการได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้ฟังเสียงนกร้อง หยุดเวลาอยู่ท่ามกลางสีเขียวของผืนป่า บางครั้งก็ช่วยเยียวยาความเครียดเราได้”

ความสุขจากการวิ่งและการงานที่รักสร้างสรรค์พลังบวก ซึ่งเค้กกับแฮรี่อยากแบ่งปัน ทั้งในรูปแบบของการพัฒนาร้านให้เป็นดังบ้านหลังที่สองของทุกคน และคอมมูนิตี้เปี่ยมมิตรภาพสำหรับนักวิ่งหน้าเก่า-ใหม่ กอปรกับยกระดับวงการวิ่งเทรลเชียงใหม่ให้ดียิ่งกว่า ผ่านการจับมือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขับเคลื่อนเวทีการประชุมหารือกลุ่มนักวิ่งเทรลเชียงใหม่ โปรเจกต์ลงขันความคิดนำเสนอเส้นทางวิ่งเทรลที่ให้นักกีฬาทั่วไป นักเดินป่า นักสํารวจเส้นทางธรรมชาติเข้าพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้อย่างถูกต้องและไม่ขัดต่อกฎระเบียบ ควบคู่ปรับปรุงเส้นทางให้มีมาตรฐาน ด้วยการทำป้ายบอกข้อมูลเส้นทาง ป้ายบอกระยะทาง ป้ายบอกพิกัดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือแจ้งจุดสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อให้เมืองหลวงแห่งการวิ่งเทรลแห่งนี้เป็น Trail Destination สมกับการจัดงานแข่งขันระดับโลกอย่างแท้จริง พร้อมสร้างโอกาสกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

Basecamp Trail Provision คาเฟ่ของคู่รักนักวิ่งเทรลแห่งเชียงใหม่ ริมดอยสุเทพ ที่มีทุกอย่างเพื่อนักวิ่งเทรล

Basecamp Trail Provision

ที่ตั้ง : ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ (แผนที่

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 09 4618 9090

Facebook : BasecampTrailProvision

เว็บไซต์ : www.basecampth.com

Writer

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load