หากกลับมาทบทวนดู การถ่ายภาพดูจะเป็นกิจกรรมสามัญที่ทำได้ง่ายจากการเข้าถึงอุปกรณ์ถ่ายภาพ แม้ไม่มีกล้องตัวโก้ แต่อย่างน้อยก็มีสมาร์ทโฟนที่จะหยิบขึ้นมาบันทึกความทรงจำ ทั้งตอนจะกิน ตอนจะนอน ตอนจะเที่ยว ฯลฯ

ถ้าลองคิดเล่นๆ ว่า ภาพที่ทุกคนถ่ายวันนี้จะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ในอีกร้อยหรือสองร้อยปีข้างหน้า คนรุ่นเหลน ลื่อ ลืบ และลืด คงตกตะลึงจนแอบหัวร่อกับภาพของเราในวันนี้ไม่น้อย ซึ่งในอำเภอเบตง (บ้านเกิดของผม) มีผู้มองเห็นความจริงข้อนี้อย่างถ่องแท้ถึงคุณค่าของภาพถ่าย ที่มีจำนวนอายุเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา โกไข่-ชาญ นกแก้ว ชายผู้ใช้เวลากว่า 30 ปีรวบรวมภาพถ่ายเก่าของอำเภอเบตงมากกว่า 300 ภาพ บางภาพอายุเกือบ 200 ปี

ด้วยความตั้งใจบันทึกประวัติศาสตร์ของบ้านเกิด ทำให้โกไข่ได้รับรางวัลผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น (พ.ศ. 2558) จากกรมศิลปากร และมีโอกาสเดินทางบรรยายตามหน่วยงานและมหาวิทยาลัยในฐานะ ‘นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น’ 

หากคุณได้ทำความรู้จักชายผู้นี้มากขึ้น ผมรับรองว่าคุณจะมองภาพถ่ายในมือเปลี่ยนไปทันที 

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

ณ บริเวณซอบแคบๆ หลังตลาดสดของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีร้านโกปี๊ขนาดเล็กที่มีโต๊ะพร้อมนั่งอยู่เพียง 2 – 3 โต๊ะ มีเมนูสามัญอย่างชาและกาแฟเป็นหลัก แต่สิ่งที่เรียกความสนใจของผมคงเป็นป้ายที่แขวนหน้าร้านว่า ‘อำเพอเบตง’ เจ้าของร้านบอกว่าตั้งตามภาพถ่ายป้ายอำเภอเบตงสมัยยังไม่มีการปรับตามตัวสะกดภาษาไทย

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

ผมกวาดสายตามองภายในร้าน ล้วนประดับด้วยของสะสมของโกมาดเข้ม แต่ที่เห็นมีมากคงเป็นภาพถ่าย ทั้งที่ใส่กรอบแขวนติดผนัง บางก็วางบนชั้น ในตู้ก็มี ลิ้นชักก็ด้วย มากมายจนผมมองไม่เห็นว่าตรงไหนบ้างที่ไม่มีภาพถ่าย

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“ภาพมีเสน่ห์นะ คุณลองดูสิ คนสมัยก่อนเขาแต่งตัวแบบนี้ ต้องใส่น้ำมันผมแบบนั้น รถเอย บ้านเอย เหมือนเราได้กลับเข้าไปอยู่ตรงนั้นเลย คุณว่ามั้ย” ผมพยักหน้าแทนคำตอบ ชายวัยหกสิบสนทนากับผมพลางชงกาแฟผ่านถุงกรองอย่างอารมณ์ดี แถมทักทายลูกค้าด้วยท่าทีแจ่มใส ภายใต้มาดคนขายกาแฟ เขาได้ซ่อนอีกบทบาทหนึ่งไว้อย่างแนบเนียน

ชายผู้พบรักกับภาพถ่าย

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“ผมเป็นคนเบตงแต่กำเนิด ช่วงมอปลายไปเรียนในกรุงเทพฯ แล้วก็จบศิลปกรรมมา ผมกลับมาบ้านก็เปิดร้านขายของโชห่วยอยู่ในตลาดสด ตอนนั้นผมไม่มีความสุขเลย เพราะวันทั้งวันก็นั่งขายของ ไม่ได้สร้างคุณค่าอะไร รู้สึกว่ามันไม่ใช่ชีวิตแล้ว เลยเซ้งร้านให้เขาเช่า แล้วมาเปิดร้านตรงนี้แทน” 

ย้อนกลับไปตอนโกไข่เปิดร้านกาแฟขนาดเล็กหน้าบ้านเพื่อตามหาความหมายของชีวิต ตอนนั้นแกกำลังง่วนกับการรื้อลิ้นชักและตู้ใบเก่า จนได้เจอภาพถ่ายวัยเด็กและภาพเก่าของครอบครัว ในสายตาของเด็กหนุ่มที่จากบ้านเกิดไปอยู่เมืองกรุงเสียนาน ทำให้ชายคนนี้ค้นพบว่า ตัวเขามีความสุขมากขนาดไหนเมื่อได้นั่งมองภาพเหล่านั้น แล้วหวนกลับไปคิดถึงความทรงจำวันเก่าเมื่อวัยเยาว์

“ผมมีภาพครอบครัวเยอะกว่านี้นะ พอดีมีน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2535 ภาพบ้านผมเลยหายไป ทำให้ผมรู้สึกว่าภาพพวกนั้นสำคัญนะ ถ้าเงินหายยังทำงานหาใหม่ได้ แต่ภาพหายไปแล้วจะหาใหม่จากไหน ผมเลยเริ่มต้นสะสมภาพตั้งแต่ พ.ศ. 2540”

หลังจบประโยค คงพอเดาได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างโกไข่กับภาพถ่ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ผมคิดว่าเป็นความชอบของแกเป็นทุนเดิม ทำให้เห็นคุณค่าของภาพถ่ายเก่า ผมขอย้ำว่า ทุกภาพที่ขวางหน้า! โกไข่เป็นคนทำอะไรทำจริงนะ 

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“ช่วงปีใหม่ ตรุษจีน ผมไปเห็นคนจีนที่เขากำลังจัดบ้านแล้วเอาภาพเก่าๆ ไปทิ้ง เห็นแล้วผมก็รู้สึกเสียดาย นึกไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานว่าคงไม่ได้เห็นแล้ว ผมเลยเริ่มขอภาพของคนอื่นมาเก็บไว้ แต่ทีนี้ดันโดนด่ากลับมาครับ โดนไล่ก็มี

“เขาบอกไม่ใช่รูปของเธอ จะเอาไปทำไม จะเอาไปทำไสยศาสตร์หรือเปล่า ผมตื๊อครับ ไปจนเขาใจอ่อน บางทีถ้าเขายังไม่ให้ ผมก็ไปคุยเล่นกับเขาแล้วค่อยถามถึงเรื่องภาพ ไม่ใช่ขอแล้วจะได้เลยนะ ใช้เวลานานมาก” โกไข่ย้อนความ

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

ภาพเก่าที่สะสมเลยหลากหลายมาก ทั้งภาพเมืองเก่า ภาพแต่งงาน ภาพไฟไหม้ ภาพน้ำท่วม แกมีหมด

“เวลาสะสมภาพ ผมไม่ได้มีเกณฑ์จะเลือกรูปคน รูปสถานที่ รูปบ้านเมือง ผมมีวิธีเลือกแค่เป็นภาพในอำเภอเบตงก็พอ ต่อให้ภาพสวยขนาดไหนแต่ถ่ายที่อื่นผมก็ไม่ได้เก็บไว้ ถึงใครจะว่าเป็นรูปธรรมดา แต่มันมีค่าสำหรับผม”

ของบางอย่างยิ่งใหม่ก็ยิ่งมีคุณค่า แต่สำหรับบางคนของยิ่งเก่าแต่กลับยิ่งมีเสน่ห์

สิ่งนั้นทำให้โกไข่พบว่า ความสุขของชีวิตคือการสะสมภาพเก่าของอำเภอเบตง อำเภอที่เป็นบ้านเกิดของเขา 

ผู้ส่งมอบความหลัง

“ช่วงสิบกว่าปีผมเก็บภาพได้ประมาณห้าสิบภาพ ตอนนั้นคิดว่าเยอะแล้วนะ ผมมีความคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเอาภาพพวกนี้ไปโชว์ให้คนเห็น ผมหอบภาพที่ผมมีไปเทศบาลเลย ไปเล่าให้เขาฟังว่าผมจะเอาภาพไปจัดแสดง”

การจัดแสดงภาพถ่ายครั้งแรกของโกไข่ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร แต่นั่นกลับทำให้คนในชุมชนเข้าใจสิ่งที่ชายคนนี้กำลังทำมากกว่าเดิม คล้ายเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าสิ่งที่เขาทำไม่ได้ทำเอาสนุก เป็นผลให้การเยือนตามบ้านเพื่อขอภาพมาเก็บไว้เป็นไปได้ง่าย แกมีภาพสะสมเยอะขึ้น จนกระทั่งได้จัดแสดงภาพถ่ายอีกครั้งในงานแสดงสินค้าโอทอป

“ครั้งนั้นคนมาดูเยอะมาก” แกเล่าด้วยรอยยิ้มดีใจ “บางคนเห็นภาพอากง อาม่าของเขา บางคนก็บอกว่ารู้จักคนนั้น คนนี้ในภาพ เขามาดูกันว่าเมื่อก่อนเบตงมีอะไร บางคนก็ลืมไปแล้ว มีครั้งหนึ่ง ลูกหลานของคนในภาพเข้ามากอดผมแล้วก็ร้องไห้ เขาบอกว่าขอบคุณมากที่ทำสิ่งนี้ บอกว่าผมเก็บภาพไว้ได้ดีกว่าที่บ้านเขาเก็บเสียอีก ผมประทับใจมาก”

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

หลังจากวันนั้น โกไข่แทบจะไม่ต้องเดินไปเคาะประตูหน้าบ้านให้ใครไล่ตะเพิด เพื่อนบ้านต่างตั้งใจค้นภาพเก่าแล้วเอามามอบให้โกไข่ด้วยมือตัวเอง “เขาบอกว่าเก็บไว้ที่ผมมีประโยชน์มากกว่า” จนทำให้โกไข่มีภาพหายากหลายใบ

ทั้งภาพคนจีนคนแรกที่อพยพมาอำเภอเบตงใน พ.ศ. 2443 ภาพข้าราชการยุคแรกที่เข้ารับราชการตั้งแต่กิ่งอำเภอโกร๊ะห์ยังไม่เสียดินแดนให้กับอังกฤษ ภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เมืองเบตงครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2519 และภาพสารพัดเหตุการณ์ในอำเภอเบตง เช่น ภาพถนนหน้าเบตงพลาซ่า พ.ศ. 2475 ภาพชนเผ่าซาไกที่ถ่ายไว้ในสวนยางคนจีน พ.ศ. 2497 ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้อาคาร พ.ศ. 2503 ภาพร้านตัดเสื้อของช่างชาวจีนใน พ.ศ. 2506 ไปจนถึงภาพชีวิตประจำวันอย่างงานประชุมกำนัน ขบวนขันหมาก งานบวชนาค และอีกมากมาย จนนิ้วมือผมและโกไข่รวมกันก็ยังนับไม่ถ้วน 

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

ถ้าจำนวนภาพถ่ายคือความสุขของโกไข่ในตอนนั้น ผมว่าแกคงมีความสุขเป็นล้นพ้น

หากคุณคิดว่าเรื่องราวของโกไข่กับภาพถ่ายเก่ากำลังจะจบลง ผมขอบอกว่าทั้งหมดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเมื่อใครสักคนหลงใหลอะไรจนหัวปักหัวปำเข้าแล้ว นับว่ายากที่จะคาดเดาว่ามันจะสิ้นสุดลงตรงไหน

ร้านโกปี๊ที่แถมความทรงจำ

“ผมได้ดูภาพพวกนี้ทุกวันเข้า ก็ชักอยากจะรู้ว่าคนในภาพเป็นใครหรือเป็นเหตุการณ์อะไร เกิดขึ้นเมื่อไหร่ อยู่ๆ มันก็อยากรู้ขึ้นมาเองนะ ผมเลยลองค้นหาข้อมูล เริ่มจากถามลูกหลานคนในภาพ ศึกษาประวัติศาสตร์ของเบตง 

“จนตอนนี้ผมเล่าได้ทุกภาพเลยว่ามีใครบ้าง ถ่ายตรงไหน คาดเดา พ.ศ. ที่ถ่ายได้ แต่ไม่ใช่ค้นข้อมูลแล้วจะรู้หมดเลย ผมก็ค่อยๆ เก็บข้อมูลทีละนิด ทีละหน่อย จนมันซึบซาบเข้ามาให้หัวของผม” โกไข่เล่าวิธีการสืบประวัติภาพเก่า

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

การไม่ได้เรียบจบประวัติศาสตร์มาโดยตรง ไม่ใช่ข้อจำกัดของโกไข่ กลับเป็นข้อดีเสียอีก เพราะเขาเลือกวิธีค้นคว้าข้อมูลที่เป็นไปตามสัญชาตญาณ ตามหาเบาะแสทีละจุด เสมือนการต่อจิ๊กซอว์ที่ปะติดปะต่อเรื่องราวทีละน้อยเข้าด้วยกัน จากคำบอกเล่าของเพื่อนบ้าน หนังสือ และบันทึกของข้าราชการในพื้นที่สมัยก่อนที่จดบันทึกประจำวันเอาไว้

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

แกยังมุ่งมั่นข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อค้นข้อมูลที่บันทึกไว้จากพิพิธภัณฑ์และการพูดคุยกับชาวไทยที่มีรกรากอยู่ที่นั่น เพราะเบตงเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซียก่อนจะเสียดินแดนให้กับประเทศอังกฤษ แถมโกไข่ยังเล่าด้วยความภูมิใจว่า ประวัติศาสตร์ของอำเภอเบตงได้บันทึกลงในสมองของแกเรียบร้อยแล้ว

ในทุกวัน เวลาว่างของชายนักค้นคว้าจะนั่งเขียนหนังสือเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นหลัง ทำให้ปัจจุบันแกตีพิมพ์หนังสือแบบง่ายๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เบตงครั้งละ 100 – 200 เล่ม รวมที่พิมพ์มาแล้วทั้งหมดก็พันเล่มได้ เพื่อส่งมอบความหลังของเมืองเบตงให้คนทั่วไปได้รู้จัก

“ที่ผมเขียนเป็นแค่ส่วนน้อย ผมคงต้องเขียนต่อไปเรื่อยๆ คุณลองไปดูบ้านเกิดของคุณดูสิ มันต้องมีแง่มุมไหนบ้างแหละที่น่าสนใจและมีคุณค่า อยู่ที่ว่าคุณจะมองเห็นมันมั้ย” ชายขายกาแฟที่มองเห็นคุณค่าและความงามของบ้านเกิดบอกกับผม

 หากร้านกาแฟมีการสะสมแต้มเป็นแสตมป์ ผมว่า ‘อำเพอเบตง’ ของโกไข่ก็มี ‘ความทรงจำ’ เป็นของแถม

นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

จากความพยายามและตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวของเบตงให้เป็นที่รู้จัก ใน พ.ศ. 2558 โกไข่หรือชาญ นกแก้ว ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อรับพระราชทานรางวัลผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น หนังสือและหลักฐานหลายชิ้นของเขาได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ และโกไข่ยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายตามหน่วยงานและมหาวิทยาลัย ในฐานะนักสะสมภาพเก่าบ้าง และบางครั้งชายผู้รักและหวงแหนบ้านเกิดก็ไปในฐานะ ‘นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น’

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว
อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“เคยมีคนถามผมเหมือนกันนะ ทำไมไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยสมัยสุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ เหมือนที่คนเขานิยมกัน ผมกลับรู้สึกว่าเรื่องพวกนั้นมีคนศึกษาเยอะแล้ว มีข้อมูลมากแล้ว หลักฐานถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี ไม่สูญหายแน่นอน แต่เรื่องบ้านเกิดและท้องถิ่นของผมน่ะสิ ถ้าผมไม่ทำ คงไม่มีคนทำต่อแล้วนะ ผมยังโชคดีได้คุยกับคนอายุเจ็ดสิบ แปดสิบหลายคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เขายังเล่าได้ว่าสมัยพ่อแม่เขาเป็นยังไง อากง อาม่าของเขาเคยเล่าอะไรให้ฟังบ้าง

“บางทีผมเอาภาพถ่ายไปให้เขาดู เขาตกใจว่าผมไปเอาภาพพวกนี้มาจากไหน ผมก็ขอให้เขาเล่าให้ฟัง เล่าอะไรก็ได้ คุณเชื่อมั้ย เขาน้ำตาไหลเลยนะ พูดเสียงสั่นบอกกับผมว่า ขอบคุณนะอาตี๋ ขอบคุณที่ทำมัน ขอบคุณที่เก็บเรื่องราวของคนรุ่นเขาให้ลูกหลานได้รับรู้ ผมเลยค้นพบว่าคุณค่าของผมอยู่ตรงนี้ ถ้าผมศึกษาประวัติศาสตร์ที่ไกลตัว ผมจะไม่ได้รับความรู้สึกแบบนี้เลย ผมมีความสุขนะที่ได้ทำมัน” หลังสิ้นประโยคบอกเล่าความสุข แกเงียบอยู่ครู่จนได้ยินเสียงลมหายใจ

อำเพอเบตง ร้านโกปี๊หลังตลาดที่เก็บภาพเก่าและเล่าประวัติศาสตร์เบตงเมื่อสองร้อยปีก่อน, โกไข่-ชาญ นกแก้ว

“มันกลายเป็นความผูกพันไปแล้ว ถ้าวันไหนผมไม่ได้หยิบภาพขึ้นมาดูก็เหมือนขาดอะไรบางอย่าง คุณจะว่าผมเพ้อเจ้อก็ได้นะ แต่บางทีผมรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับคนในภาพด้วยซ้ำ ผมคงทำสิ่งนี้ต่อไปเรื่อยๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมทำได้อีกเยอะ ทำจนผมหมดแรงนั่นแหละ แต่ไม่ต้องห่วงนะ คนอย่างผมตายยาก” แกหัวเราะตามสไตล์คนใต้อารมณ์ดี

จะว่าไปผมนึกไม่ออกเลยว่าสมัยโกไข่ห่อเหี่ยวใจจากการขายของในร้านโชห่วยเป็นยังไง เพราะตอนนี้แกมีความสุขมาก ผมเผลอมองเวลาแกขายชา กาแฟ แล้วชักชวนลูกค้าไปดูภาพถ่ายเก่าภายในร้าน แถมเล่าเรื่องเบตงอย่างสนุกสนาน หากคุณได้มาเยือน ‘อำเพอเบตง’ ลองมาลองภูมิชายคนนี้ได้อย่างไม่ต้องกั๊ก เป็นต้นว่า คนจีนคนแรกที่อพยพมาเบตงคนแรกชื่ออะไร เบตงมีรถยนต์ครั้งแรกเมื่อไหร่ ศาลจังหวัด ตลาดสด หอนาฬิกา ที่ว่าการอำเภอสร้างขึ้นตอนไหน

ผมรับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง และความรู้สึกหลังจากคุณมองภาพถ่ายในมือจะเปลี่ยนไปทันที

“เฮ้ย นี่มันคือบันทึกประวัติศาสตร์ของยุคสมัยเราเลยนะ”

อำเพอเบตง

ที่อยู่ ซอยหลังตลาดสดเทศบาลเบตง ถนนเทศจินดา ตำบลเบตง จังหวัดยะลา 95110

เปิดบริการทุกวัน เวลาเช้าตรู่ – 22.00 น.

Writer & Photographer

ศฤงคาร แซ่โฮ่

ปัจจุบันอยู่บ้านที่ยะลาทำเกษตร ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและหมาหลายตัว เพื่อทบทวนชีวิตสักปีสองปี

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

12 มิถุนายน 2564
2 K

ฉันลงบีทีเอสสถานีบางจาก เดินเล่นเข้ามาในตลาด ผ่านความจอแจ เสียงรถจากถนนใหญ่ เสียงบีทีเอสปนกับเสียงมอเตอร์ไซค์และแม่ค้า ลัดเลาะลึกเข้ามาจนเจอชุมชน เสียงค่อยๆ เงียบลง กลายเป็นเสียงเด็กวิ่งเล่นและคุณตากวาดหน้าบ้าน แม้จะเป็นตึกแถว แต่ส่วนใหญ่กลับไม่ใช่ร้านรวง ทว่าเป็นบ้านคน ซอยหนึ่งในตึกแถวเหล่านั้น ฉันพบร้านหนังสือเล็กๆ แอบอยู่ ร้านหนังสือที่ไม่ว่าจะไปกี่ครั้ง ก็ยังรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในดินแดนเวทมนตร์อยู่เสมอ 

ประตูกระจกมองเห็นข้างในตรงข้ามกับตึกแถวหลังอื่นที่มักปิดประตูเหล็กไว้ แสงสีส้มในร้านดูอบอุ่น ชั้นไม้ดูสนิทสนมเหมือนบ้านเพื่อน หนังสือบนชั้นที่โชว์หน้าปกทุกเล่มไม่ใช่แค่สันแบบร้านหนังสืออื่น และชื่อหนังสือที่ฉันไม่คุ้นเคยนัก เมื่อเปิดเข้าไป จะได้กลิ่นหอมสดชื่น หากเป็นตอนเย็น หลายครั้งที่เปิดเข้าไปแล้วได้กลิ่นอาหาร

‘Books & Belongings’ คือข้อความที่เขียนบนป้ายหน้าร้าน 

“หนังสือและสิ่งของ เป็นชื่อที่พี่ชอบมากอยู่แล้ว ก่อนจะมีร้านด้วยซ้ำ” โย-กิตติพล สรัคคานนท์ เจ้าของร้านเล่าให้ฟัง และนั่นเป็นที่มาของชื่อร้านซึ่งถือกำเนิดขึ้นประมาณ 7 ปีที่แล้ว เป็นเวลาขวบปีที่ ‘หนังสือและสิ่งของ’ ก่อร่างเติบโตในจินตนาการ ก่อนจะกลายเป็นร้านหนังสือที่ปากซอยสุขุมวิท 91 และในเดือนที่ผ่านมา Books & Belongings ก็ย้ายเข้ามาในสถานที่ใหม่ แม้จะเล็กลงและลึกกว่าร้านเดิม แต่กลับสวมจิตวิญญาณเดิมอย่างลงตัวยิ่งขึ้น จิตวิญญาณของการเป็นบ้าน เป็นพื้นที่แห่งบทสนทนา และในอีกแง่ เป็นแกลเลอรี่เล็กๆ ที่คัดเลือกหนังสือมาจัดแสดงไม่เหมือนกับที่ไหน 

“พี่เห็นหน้าที่ของ Books & Belongings มากกว่าเอาหนังสือมาขาย มันคือพื้นที่แลกเปลี่ยนที่ผู้คนจะได้แรงบันดาลใจจากการพูดคุย และเป็นจุดที่ผู้คนจะมาตกตะกอนความคิด” วิกกี้-วิชุตา โลหิตโยธิน เจ้าของร้านอีกท่านเสริม

การทำร้านหนังสือ Stand Alone ที่มีความตั้งใจใหญ่โตและแรงกล้าในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้ฉันจึงอยากชวนเจ้าของร้านทั้งสองคนมาคุยทั้งเรื่องของเมื่อวาน วันนี้ และวันพรุ่งนี้

Books & Belongings ชีวิตของร้านหนังสือเล็กๆ ย่านบางจาก ที่เลือกหนังสือแบบ Art Gallery

ทั้งอุปสรรค ความพยายาม และความฝัน

หนังสือและการย้ายของ

“เริ่มมาจากเจ็ดปีก่อนพี่ทำบริษัท พอจะย้ายจาก The Racquet Club เลยถามพนักงานว่าอยากให้ย้ายไปที่ไหน ผลโหวตก็มาออกที่บางจาก เพราะพนักงานส่วนใหญ่อยู่แถวนี้ สุดท้าย ถึงบริษัทไม่อยู่ ร้านหนังสือก็ยังอยู่” โยเล่าถึงการย้ายครั้งแรก

ร้านแรกอยู่ติดถนนใหญ่ เมื่อใครสักคนเปิดประตู จะได้ยินเสียงรถยนต์และรถไฟฟ้าดังทั้งวัน แต่เมื่อประตูปิดสนิท เวทมนตร์ของร้านก็ยังเข้มข้น 

“พอชั้นบนเป็นออฟฟิศ เราเลยมีพื้นที่ชั้นล่างที่พอทำร้านหนังสือได้ คอนเซปต์แรกเลยคือ พอข้างบนเป็นดิจิทัลหมด ข้างล่างเลยอยากให้เป็นอะไรที่ออฟไลน์ พี่ย้อนคิดไปถึงช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรษที่ 20 คิดถึงเวิร์กช็อป บรรยากาศร้านเลยผสมโรงนากับเวิร์กช็อปเข้าด้วยกัน 

Books & Belongings ชีวิตของร้านหนังสือเล็กๆ ย่านบางจาก ที่เลือกหนังสือแบบ Art Gallery

“อย่างเก้าอี้ก็เป็นเก้าอี้เขียนแบบ พวกไม้ก็เลือกให้เหมือนอยู่ในห้องตัดไม้ เหมือนเป็นพื้นที่ทำงานยุคโบราณ เพราะเอาเข้าจริง กิจกรรมของวรรณกรรม ศิลปะ งานสร้างสรรค์ มันก็มีการออกแรงเหมือนการเวิร์กช็อป”

แรกเริ่มร้านหนังสือแห่งนี้ ดำเนินมาได้โดยโยคนเดียวเป็นเวลา 4 ปี ฉันเองได้ไปเยี่ยมเยียนร้านเดิมหลายครั้ง แม้ภายนอกดูรื่นรมย์ แต่เพิ่งมารู้วันนี้ว่าข้างหลังไม่ได้สวยงามเหมือนหน้าร้านสักนิด ในตอนนั้น ร้านอยู่ในสภาวะที่โยอธิบายด้วยคำว่า “เห็นแต่ปัญหา ไม่ค่อยสร้างรายได้เลย” 

จนกระทั่ง COVID-19 ที่กระทบทุกอย่าง โยจึงตัดสินใจว่า ร้านคงต้องปิดตัวลง แต่นั่นคือก่อนพบวิกกี้ “ถ้าเป็นแค่ร้านแล้วมีหนังสือขาย ปิดไปก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ว่ามันเป็นมากกว่านั้น” วิกกี้เล่าถึงเหตุผลที่เข้ามามีส่วนร่วมในร้าน 

“เรากลับไปทำการบ้านว่าร้านเคยทำอะไรมาบ้าง เลยเห็นว่า Books & Belongings มีสัมมนา มีกิจกรรมเกี่ยวกับวรรณกรรมและภาพยนตร์เยอะมาก เราเห็นความสำคัญ เลยถามพี่โยว่าขอเข้ามาช่วยได้ไหม” คงกล่าวได้ว่า วิกกี้เป็นอีกเหตุผลที่ความรื่นรมย์ของ Books & Belongings คงอยู่ได้จนถึงวันนี้

การย้ายครั้งที่ 2 เกิดขึ้นเพราะ COVID-19 อาจไม่ใช่การย้ายทางกายภาพ แต่เป็นการย้ายทางดิจิทัล

COVID-19 ทำให้หน้าร้านต้องปิดลง วิกกี้ซึ่งตอนนั้นเข้ามาช่วยเต็มตัวแล้ว จึงขยายจากหน้าร้านทางกายภาพสู่หน้าร้านออนไลน์ โดยทุกอย่างควรจะเสร็จภายในเวลา 1 เดือน เป็นที่มาของความท้าทายใหม่ที่ตอนนั้นวิกกี้กลับไปอยู่กับสามีที่อเมริกาพอดี ส่วนโยประจำอยู่ที่หน้าร้านประเทศไทย ความสะลึมสะลือจากการทำงานคนละไทม์โซนเป็นอีกอุปสรรค จนกลายมาเป็นเรื่องตลกที่วิกกี้เล่าว่า “พี่โยหลับคาจอ Zoom เลย” 

วันนี้อาจหัวเราะได้ แต่เชื่อว่าวันนั้นมันคงหามรุ่งหามค่ำและหนักหนาเอาการ หน้าร้านออนไลน์ของ Books & Belongings เปิดตัวเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ให้ฉันได้จับจ่ายพร้อมกับดู Books & Belongings Talk รายการใหม่ที่โยกับวิกกี้จัดบ่อยๆ ทาง Facebook Live 

Books & Belongings ชีวิตของร้านหนังสือเล็กๆ ย่านบางจาก ที่เลือกหนังสือแบบ Art Gallery
Books & Belongings ชีวิตของร้านหนังสือเล็กๆ ย่านบางจาก ที่เลือกหนังสือแบบ Art Gallery

“มันเป็นการเปลี่ยนแปลงจาก Passive เราต้องแอคทีฟและเป็นฝ่ายเข้าหาบ้างแล้ว โดยการใช้แพลตฟอร์มที่ทุกคนเข้าถึงได้ ในช่วงเวลาที่ทุกคนออกไปไหนไม่ได้”

แต่แล้ว การย้ายครั้งที่ 3 อย่างไม่คาดคิดที่สุดก็เกิดขึ้น “เหมือนเราเคยมั่นใจว่าเราจะอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ แล้วแพลนจะพัฒนาจากชั้นสองถึงดาดฟ้า เจ้าของที่ก็รับคำ เราเตรียมทุกอย่าง ปรากฏเขาแจ้งก่อนสิ้นเดือนไม่นานว่าต้องย้ายออกทันทีเพราะไม่ต่อสัญญา” โยเล่า

การย้ายครั้งนี้เป็นการย้ายสู่ร้านปัจจุบัน เมื่อได้รับคำขาดจากเจ้าของที่ โยกับวิกกี้เดินตามหาสถานที่ใหม่ และพบกับตึกแถวเล็กๆ ติดป้ายว่างในซอยชุมชน ซึ่งโยโทรตามเบอร์ในป้ายก่อนนายหน้าจะชี้ให้ดูด้วยซ้ำ 

“เราพบว่าเจ้าของรู้จักร้านเราอยู่แล้ว และตอนเขาออกแบบที่นี่ เขาไปดูร้านเราเป็นตัวอย่าง” โยเล่า “พอเราบอกว่าเราเป็นร้านหนังสือ เขาก็ดีใจ ถึงขนาดให้ย้ายของเข้ามาก่อนเซ็นสัญญาก็ได้ ถึงอย่างนั้น เรามาทำร้านก็ต้องปรับปรุงอีกเยอะ ซึ่งเป็นอีกบทเรียน เพราะที่นี่เล็กกว่าร้านเก่า หายไปหนึ่งในสามของร้านเดิม ต้องจัดของใหม่หมด ต้องบริหารพื้นที่ กว่าจะลงตัวก็ใช้เวลา

“แต่พี่เองก็บอกพี่โยว่าร้านก็เหมือนบ้าน” วิกกี้กล่าว “ไม่มีทางที่จัดครั้งเดียวเสร็จหรอก มันจะเติบโตไปพร้อมกับคนอยู่” ซึ่งเราเห็นด้วยอย่างไม่มีข้อกังขา 

ร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ในชุมชนบางจาก ที่ส่งต่อเรี่ยวแรงและความรักผ่านหนังสือ เรื่องราวและความฝัน

Books & Belongings เหมือนบ้านมากกว่าเดิม และนอกจากจะเป็นบ้านสำหรับสมาชิกเก่าอย่างเราแล้ว ร้านก็ยังเป็นพื้นที่ของสมาชิกใหม่อย่างเด็กชาย 3 คนแถวร้านที่มาประเดิมเป็นลูกค้ากลุ่มแรก และเป็นบ้านที่หลายคนในชุมชนบางจากดีใจที่ได้เห็น

วิกกี้เสริมว่า “ตอนย้ายเข้ามาในชุมชนบางจาก สิ่งที่รู้สึกได้เลยคือทุกคนตื่นเต้น ปั่นจักรยานมาถามว่าทำอะไรกัน ร้านเปิดเมื่อไหร่ เพื่อนบ้านแวะเวียนมาดูแล้วบอกเขาชอบนะ แม้แต่ช่างที่ทำเขาก็มายืนดูด้วยแววตาภูมิใจ มันมีหลายๆ ฝ่ายที่เขาอยู่แถวนี้แล้วเขาภูมิใจและดีใจที่มีร้านเราในชุมชน เหมือนเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาเห็นว่า ชุมชนบางจากมีพื้นที่ใหม่ๆ และเราเองก็ดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ชุมชนตรงนี้มีบทบาทมากกว่าแค่อยู่อาศัย” 

ทั้งตัวร้าน ชุมชน และผู้คน ฉันคิดว่านี่เป็นพื้นที่ที่เหมาะเหลือเกินกับร้านหนังสือร้านนี้ ร้านที่เคยล่องลอยในจินตนาการ เคยมีที่ที่คิดว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอด เคยอกหัก และกลับมาชื่นชูใจอีกครั้ง

หลังจากฟังเรื่องมาทั้งหมด อาจไม่แปลกถ้าจะบอกว่า Books & Belongings เป็นคนคนหนึ่งที่เติบโตผ่านปัญหาและในตอนนี้ได้พบสถานที่อันสุขใจแล้ว

หนังสือและการขายของ

ขอสารภาพว่าฉันยังเหลือหนังสือที่จองไว้กับ Books & Belongings อีก 1 เล่ม และฉันไม่อยากถามโยเลยว่ามีหนังสือแนะนำไหม เพราะเขาหยิบมาแนะนำกี่เล่ม ฉันจะจ่ายเงินโดยไม่รีรอไปเสียทุกที แต่วันนี้ด้วยความจำเป็นในฐานะผู้สัมภาษณ์จึงต้องถามคำถามนี้ เพื่อให้ผู้อ่านได้มาเสียทรัพย์กับฉันบ้าง

มีหนังสือเล่มไหนแนะนำบ้างไหมคะ

ร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ในชุมชนบางจาก ที่ส่งต่อเรี่ยวแรงและความรักผ่านหนังสือ เรื่องราวและความฝัน

เขายืนเลือกอยู่นาน แล้วก็หยิบหนังสือชื่อ New Science ของ Giambattista Vico มาวางบนโต๊ะ มันเป็นหนังสือจากศตวรรษที่ 17 ที่โยหยิบมาแนะนำเพราะ ‘ความห้าวหาญ’ 

“Vico เป็นคนแรกที่พยายามปักหมุด สร้างหมุดหมายทางเวลาในเหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์ที่ในยุคนั้นเป็นเหมือนตำนานหรือเรื่องเล่า มันมีความผิดพลาดแน่นอน เพราะองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ธรณีวิทยา หรือโบราณคดี ยังไม่มี แต่เขาใช้วิธีอ่านตัวบทและเทียบเคียง เลยเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์นิยม ซึ่งสำหรับพี่ถึงมันจะผิดพลาด แต่มันห้าวหาญ”

นี่เป็นแค่หนึ่งในหลายเล่มของ Books & Belongings ที่ปกอาจดูเฉพาะทาง แต่พอได้ฟังเนื้อหาแล้วก็อยากหยิบทันที เมื่อฉันทั้งสองคนว่ามีวิธีเลือกหนังสืออย่างไร คำหนึ่งที่น่าประทับใจมากคือ วิกกี้พูดว่า “เราอยากให้คนเข้ามาแล้วเจอเล่มที่พูดกับเขา” 

ร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ในชุมชนบางจาก ที่ส่งต่อเรี่ยวแรงและความรักผ่านหนังสือ เรื่องราวและความฝัน
ร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ในชุมชนบางจาก ที่ส่งต่อเรี่ยวแรงและความรักผ่านหนังสือ เรื่องราวและความฝัน

เพราะฉะนั้น หนังสือทุกเล่มในร้านจึงเป็นเล่มที่พูดกับวิกกี้และโยมาแล้ว บรรดาหนังสือหลากหลายในร้านไม่ใช่หนังสือทั่วไปที่เจอได้ตามร้านอื่นๆ เหมือนรวมสิ่งหายากของแต่ละวงการมาไว้ เราเห็นวรรณกรรมแนวทดลองทั้งเก่าใหม่ หนังสือทฤษฎีศิลปะ ภาพยนตร์ ภาพถ่าย อาหาร หรืองานบทละครต่างๆ จากความสนใจของโย รวมถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ดิจิทัล เศรษฐกิจ การเงิน Social Science จากความสนใจของวิกกี้ 

Books & Belongings เป็นร้านที่ไม่รีรอจะแนะนำผู้ซื้อให้ไปซื้อหนังสือร้านอื่นหากราคาถูกกว่า และจะขอเป็นทางเลือกสำหรับหนังสือที่หาที่อื่นไม่ได้ และเรื่องราวที่ไม่ค่อยมีใครเล่า 

“บทบาทของเราคือการ Curate เรื่องราวที่เราสนใจมานำเสนอ” โยเล่า 

ถ้าสังเกต จะเห็นว่าชั้นหนังสือหน้าร้านตามร้านอื่นๆ เป็นที่สำหรับหนังสือขายดี แต่ที่นี่กลับเป็นหนังสือรวมถึงข้าวของตามหัวข้อต่างๆ ในตอนนี้หัวข้อคือวรรณกรรมยุค Modernism ซึ่งนอกจากชั้นหนังสือ เรายังเห็นโปสเตอร์หน้าร้านที่เกี่ยวกับวรรณกรรมยุค Modernism เช่นกัน 

การมาร้าน Books & Belongings อีกนัยจึงเหมือนการเดินเข้าอาร์ตแกลเลอรี่ที่มีการ Curate งาน เพื่อเล่าเรื่องให้ผู้ชมเข้าใจแนวคิดของคอลเลกชัน ซึ่งอาจเป็นตัวบุคคลหรือ Movement ทางศิลปะต่างๆ โดยการใช้องค์ประกอบในร้านทำให้เรื่องราวเด่นชัดขึ้น 

กลับไปที่คำถามเดิม เราหันไปถามวิกกี้ว่า มีหนังสือเล่มไหนแนะนำบ้างไหมคะ

วิกกี้หยิบ Winter Journeys ของ George Perec and Oulipo ขึ้นมา 

ร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ในชุมชนบางจาก ที่ส่งต่อเรี่ยวแรงและความรักผ่านหนังสือ เรื่องราวและความฝัน

“Oulipo เป็นกลุ่มนักเขียนสายทดลอง ความโดดเด่นคือแนวคิดที่ว่า ‘ยิ่งมีข้อจำกัดมากเท่าไหร่ ความสามารถในการสร้างสรรค์ของมนุษย์เรายิ่งมากขึ้นเท่านั้น’ เช่น เราจะเขียนหนังสือที่ไม่มีตัว e เลยได้อย่างไร ซึ่ง e เป็นสระที่สำคัญที่สุดในภาษาฝรั่งเศสด้วยซ้ำ 

“ส่วนเล่มนี้ มันเป็นถ้อยคำระลึก (Tribute) เพราะ George Perec บุคคลสำคัญในกลุ่ม Oulipo จากไปก่อนเวลาอันควร การละเล่นของกลุ่มแต่เดิม คือคนหนึ่งเขียนสิ่งหนึ่งขึ้นมา แล้วคนในกลุ่มก็เขียนต่อกันไปเรื่อยๆ เพื่อระลึก คนในกลุ่มเลยเขียนหนังสือของ Perec เรื่อง Winter Journey ต่อจากเดิม มันเลยเปลี่ยนเป็น Winter Journeys เติม s 

“ร้านเราจะมีงานแนวประมาณนี้ ถ้าคุณรัก Perec คุณก็จะรักคนอื่นๆ และจริงๆ แนวคิด Oulipo ก็ยังใช้จนปัจจุบันนะ เช่น คุณ Jóhann Jóhannsson ผู้ทำเพลงประกอบภาพยนตร์ Arrival ก็ใช้แนวคิดนี้มาผลิตงานดนตรี มันเลยเป็นแนวคิดที่เอามาผลิตงานใหม่ๆ และท้าทายตัวเองเชิงความคิดเรื่อยๆ”

ฉันไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนี้พูดกับวิกกี้อย่างไร แต่ฉันรู้ว่า มันพูดกับฉันว่า Books & Belongings อาจเป็นหนึ่งในกลุ่ม Oulipo นี้ที่ไม่ยอมให้อุปสรรคมาเป็นข้อจำกัด และในขณะเดียวกัน ร้านก็เป็นเหมือนการละเล่นของกลุ่มที่สร้างเรื่องราวมาเพื่อสานต่อ เรื่องเล่าที่โยกับวิกกี้เล่าเกี่ยวกับหนังสือน่าสนุกเสมอจนฉันต้องอ่านหนังสือเล่มนั้นตาม ส่งต่อในเพื่อน ถกเถียง ตีความ สร้างเรื่องราวส่วนตัวต่อจากนั้น ต่อกันไปเรื่อยๆ เป็นทอดๆ 

ฉันว่านี่ต่างหากคือสิ่งที่ Books & Belongings เป็นสำหรับฉัน ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านหรือสถานที่ แต่เป็นเรื่องราวและผู้คน 

เรื่องราวและผู้คนที่จะสร้างบทสนทนาขึ้นมาไม่รู้จบ

หนังสือ สิ่งของ และความรัก

เมื่อถามถึงแผนการในอนาคต โยตอบมาในทันทีว่า ‘Pirate Edition’

“พี่พบว่ามีหนังสือบางจำพวกที่เป็น Public Domain (เป็นของสาธารณะ หมดลิขสิทธิ์) แล้ว บางเล่มคือ Pirate กันจนยอมรับแล้วว่ามันไม่มีผู้ถือครองโดยแท้จริง เราเลยคุยกับพี่วิกกี้ว่า ดูสิ หนังสือเล่มบางๆ เล่มเดียวสั่งมาจากต่างประเทศราคาตั้งสี่ร้อยกว่า ทั้งๆ ที่ผู้เขียนไม่ได้ประโยชน์ ปกก็ไม่สวย แต่เราสนใจเนื้อหาข้างใน แล้วเราจะทำยังไงดี 

“เราเลยมีโครงการนี้ที่อยากทำมาสองสามปีแล้ว คือ Pirate Edition เอางานดีๆ พวกนี้มาพิมพ์ใหม่ ผ่านระบบ Digital Offset ให้คุณภาพการพิมพ์ดีขึ้น ตัวหนังสือชัดขึ้น บนกระดาษที่ย่อมเยา และกระบวนการพิมพ์บนปกที่ลดขั้นตอนเหลือสีเดียว เพื่อต้นทุนหนึ่งเล่มพอคำนวณแล้ว ไม่มีค่าขนส่งด้วย เราได้หนังสือดีๆ มาอีกชุดหนึ่งในราคาจับต้องได้”

ร้านหนังสืออิสระเล็กๆ ในชุมชนบางจาก ที่ส่งต่อเรี่ยวแรงและความรักผ่านหนังสือ เรื่องราวและความฝัน

เราแอบเห็นรายชื่อหนังสือที่จะพิมพ์ พบว่าล้วนเป็นงานคลาสสิกเชิงปรัชญาที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือของ Immanuel Kant, Georg Wilhelm Friedrich Hegel หรือ Guy Debord แผนการคือวางขายที่หน้าร้าน Books & Belongings ประมาณเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป 

สุดท้าย ฉันพบว่าเรี่ยวแรงทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ มันคงเป็นเรี่ยวแรงของความรักในงานวรรณกรรม ความรักที่จะถ่ายทอดเรื่องราวที่ตัวเองหลงใหลออกมาในแบบที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความรักที่จะให้ร้านคงอยู่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิด และความรักที่จะส่งต่องานวรรณกรรมคุณภาพดีราคาถูกให้ผู้อ่าน ทุกสิ่งที่ Books & Belongings ทำออกมาทุ่มเทตั้งใจเสมอ 

หลายครั้งที่ฉันเดินเข้าร้านตอนแดดยังแยงตา และออกจากร้านตอนดึกดื่น ก่อนที่ร้านจะลับสายตา ฉันจะหันกลับมามอง บ้านตึกแถวหลังอื่นปิดบ้านปิดไฟมืดหมดแล้ว เหลือเพียงหลอดไฟสีส้มจากหน้าร้าน Books & Belongings ฉันเห็นแล้วก็รู้สึกอุ่นใจและอิ่มเอมใจเสมอ อาจเป็นเพราะเวทมนตร์จากบทสนทนา เสียงหัวเราะ ความรู้ แรงใจที่ได้รับกลับมา และความรักนั่นเอง

ทุกองค์ประกอบเหล่านั้น ที่ทำให้ร้านหนังสือเล็กๆ ร้านหนึ่งเปรียบเสมือนบ้าน

Books & Belongings

ที่ตั้ง : 502 ซอยสุขุมวิท 95 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260 (แผนที่)

เปิดทำการทุกวัน เวลา 11.00-19.00 น.

โทรศัพท์ : 09 1154 6456

เว็บไซต์ : booksandbelongings.com

Facebook : booksandbelongings

Writer

ภาสินี ประมูลวงศ์

เตยเป็นนักอ่าน รื้อค้น และเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะ มีความสนใจเป็นพิเศษด้านศิลปะกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม สิ่งที่ชอบคือหนังสือและพิพิธภัณฑ์ สิ่งที่ไม่ชอบคือเสียงดัง ปัจจุบันเตยทำเพจชื่อ Artteller และพยายามเขียนหนังสืออยู่

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load