อเมริกันสแตนดาร์ด (American Standard) ชื่อนี้ทำให้มั่นใจได้ถึงมาตรฐานของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ

146 ปีของการเป็นผู้นำวงการสุขภัณฑ์

52 ปีที่ดำเนินกิจการมาในไทย

ริเริ่มคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต้นแบบในห้องน้ำและพัฒนานวัตกรรมจนถึงปัจจุบันเรื่อยมา

ยึดจุดแตกต่างที่สุขอนามัยเป็นหลัก ตั้งแต่ก่อนการเข้ามาของโรคระบาด

ผสานทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์สวยงาม และความยั่งยืน เข้าด้วยกัน

เป็นแบรนด์สุขภัณฑ์แบรนด์แรกในไทยที่เริ่มทำโฆษณาทางทีวี

และเป็นสุขภัณฑ์แบรนด์แรกในสมัยนี้ที่ทำแคมเปญใน TikTok 

แบรนด์ที่ขายสินค้าสุขภัณฑ์ครบวงจร อย่างอ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ ฝักบัว โถสุขภัณฑ์ อ่างอาบน้ำ รวมทั้ง อุปกรณ์ประกอบภายในห้องน้ำ

แต่ก่อนจะทำความรู้จักอเมริกันสแตนดาร์ดลึกลงไปกว่านี้ ต้องรู้จักลิกซิล (LIXIL) เสียก่อน เพราะแบรนด์นี้อยู่ภายใต้ลิกซิล โดยลิกซิลเป็นผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยและสุขภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาความท้าทายที่ผู้ใช้งานต้องประสบในชีวิตประจำวัน และยังมุ่งเน้นที่จะเนรมิตบ้านที่ดีกว่าเดิมให้แก่ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลกเพื่อให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตที่ดี

และผู้ที่จะมาเล่าเรื่องอเมริกันสแตนดาร์ดให้เราฟังกันวันนี้คือ ออดรีย์ โหย่ว ลีดเดอร์ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำเอเชียแปซิฟิก (LWT APAC) นั่นเอง

สำนักงานใหญ่ของลิกซิลตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ลิกซิลเกิดจากการควบรวมกันของ 5 บริษัท ขายสินค้าสู่ 150 ประเทศ 5 ภูมิภาค ทั้งญี่ปุ่น เอเชียแปซิฟิก จีน อเมริกา และยุโรป โดยเอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่ถือว่ามีความหลากหลายทางพื้นที่และวัฒนธรรมมากที่สุด

ในประเทศไทยมีโรงงานลิกซิลอยู่ 5 แห่ง รองรับการผลิตสำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีเกี่ยวกับบ้านและกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ เพื่อการจัดจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศและส่งออกไปทั่วโลก

เมื่อพูดถึงสุขภัณฑ์ บางคนอาจฟังแล้วรู้สึกว่าเข้าใจยาก แต่หากบอกว่าสินค้าของลิกซิลแก้ปัญหาการใช้ชีวิตของผู้คนด้วยเทคโนโลยีการใช้น้ำ ด้วยหลักการออกแบบที่มุ่งสร้างสินค้าและไลฟ์สไตล์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ภายในบ้าน คอลัมน์ Big Brand ในวันนี้อาจทำให้คุณสนใจเรื่องราวของแบรนด์สุขภัณฑ์เพิ่มมากขึ้นได้

12 เรื่องของ American Standard แบรนด์สุขภัณฑ์ 146 ปีที่บุกเบิกนวัตกรรมและทำแคมเปญ TikTok

1. ชื่อดั้งเดิมของอเมริกันสแตนดาร์ด คือ สแตนดาร์ด แมนูแฟคเจอริ่ง

140 กว่าปีที่แล้ว ในยุคที่สาธารณสุขเริ่มทวีความสำคัญ ผู้คนให้ความสนใจห้องน้ำแบบถูกสุขอนามัยในที่อยู่อาศัยมากขึ้น

ใน ค.ศ. 1875 บริษัท สแตนดาร์ด แมนูแฟคเจอริ่ง ก่อตั้งขึ้นโดย เจมส์ อาร์นอต (James Arnott) และ ฟรานซิส เจ ทอร์รันซ์ (Francis J. Torrance) โดยเริ่มจากการผลิตโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า และอ่างอาบน้ำจากเหล็กหล่อ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น สแตนดาร์ด แซนิทอรี่ และควบรวมกับบริษัท อเมริกัน เรดิเอเตอร์ กลายเป็น ธุรกิจครบวงจรในนาม อเมริกัน สแตนดาร์ด

2. คิดค้นสุขภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้กันทั่วโลก

ย้อนกลับไปเมื่อ 100 กว่าปีก่อน บริษัทค้นพบว่าอ่างอาบน้ำแบบเหล็กหล่อมีจุดอ่อนคือ ทำความสะอาดยากและแลดูไม่สวยงาม จึงแก้ปัญหาด้วยการฉาบเคลือบผิวแก้วแบบละเอียดลงบนเหล็กหล่อร้อน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของอ่างอาบน้ำผิวขาว เรียบเนียน ทำความสะอาดง่าย แถมทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำ การจับตัวของแบคทีเรีย ที่พัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ จนถึงสมัยนี้ 

ก๊อกน้ำแบบดึงและกด อ่างอาบน้ำแบบมีกันลื่น วาล์วเซรามิกในก๊อกน้ำที่ใช้กันทุกวันนี้ เหล่านี้ได้ต้นแบบมาจากการคิดค้นของสแตนดาร์ด แมนูแฟคเจอริ่ง ในยุค 80 โดยเฉพาะวาล์วเซรามิกที่ช่วยแก้ปัญหาก๊อกน้ำรั่วซึม กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ก้าวหน้าที่สุดในสมัยนั้น

การคิดค้นและพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำ แจ้งเกิดให้อเมริกันสแตนดาร์ดกลายเป็นผู้บุกเบิกด้านนวัตกรรมสุขภัณฑ์จนถึงทุกวันนี้ 

3. Classic TV AD ที่ทำให้อเมริกันสแตนดาร์ดครองใจคนรุ่นเก่า

หากถามคนไทยรุ่นก่อนว่าจดจำอเมริกันสแตนดาร์ดได้อย่างไร คงหนีไม่พ้นโฆษณาทีวีที่ทำให้จดจำได้ว่า มาตรฐานของสุขภัณฑ์ที่ดีต้องอเมริกันสแตนดาร์ด  

อเมริกันสแตนดาร์ดเป็นแบรนด์แรกที่เริ่มสร้างแบรนด์ด้วยการทำโฆษณาทีวีจนประสบความสำเร็จ หากย้อนกลับไปดูโฆษณาเหล่านั้นในสมัยนี้ จะพบความคลาสสิกพร้อม Tagline คมกริบโดยเอเจนซี่โฆษณาชั้นนำในยุค 80

โฆษณาตัวแรกในช่วงปลายยุค พ.ศ. 2520 พูดถึงความทนทานและคุณภาพของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ต่อมายังออกโฆษณาต่อเนื่องอีกหลายตัว โดยสื่อสารเรื่องการดีไซน์ที่สวยงามมากขึ้นด้วย Tagline ที่จำติดหู ผ่านฉากรักคลาสสิกในโฆษณา ทั้งฉากกำลังอินเลิฟพาแฟนมาบ้านและอกหัก

“ถ้าเป็น American Standard ห้องที่สวยที่สุดในบ้านคุณอาจไม่ใช่ห้องรับแขกก็ได้”

“10 ปีแห่งความทรงจำล้างหมดจดด้วยน้ำเพียง 6 ลิตร” 

ไม่ใช่แค่โฆษณาประโยชน์การใช้งาน แต่พูดถึงดีไซน์ความงามของสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ สร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าเชื่อใจในมาตรฐานของอเมริกันสแตนดาร์ด

4. สแตนดาร์ดของอเมริกันสแตนดาร์ดที่ปรับมาตรฐานให้สูงขึ้นเสมอ

โดยทั่วไป มาตรฐาน (น.) คือ สิ่งที่ถือเอาเป็นเกณฑ์รับรอง สำหรับอเมริกันสแตนดาร์ด นิยามของมาตรฐานนั้นไม่หยุดนิ่ง ต้องปรับปรุงระดับมาตรฐานให้ดีขึ้นอยู่เสมอ 

Always Set & Reset Standard

พันธกิจที่ใหญ่กว่าการขายสินค้าคือ การแก้ปัญหาให้ลูกค้าด้วยการคิดว่า สินค้าสุขภัณฑ์จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตในแต่ละวันของผู้คนได้อย่างไร และแบรนด์จะส่งมอบประสบการณ์การใช้ห้องน้ำที่ดีที่สุดได้อย่างไร 

วิธีคิดแบบนี้ทำให้คิดค้นนวัตกรรมและสินค้าใหม่ที่แตกต่างและตอบโจทย์ได้อย่างต่อเนื่อง จากยุคแรกที่สินค้าสุขภัณฑ์เน้นแค่ฟังก์ชันการใช้งาน ก็เพิ่มมาจนมี 4 ด้าน ทั้งดีไซน์สวย ประสิทธิภาพเหนือกว่า ทนทาน และตอบทุกความต้องการ

แม้จะมีประเภทสินค้าและราคาหลากหลาย แต่คุณภาพความทนทานนั้นเหมือนกัน ต่างแค่ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่ใช้

12 เรื่องของ American Standard แบรนด์สุขภัณฑ์ 146 ปีที่บุกเบิกนวัตกรรมและทำแคมเปญ TikTok

5. แบรนด์ที่เชื่อว่าสุขอนามัยเป็นหัวใจของแบรนด์สุขภัณฑ์ 

ปัญหาของคนใช้ห้องน้ำคือ ผู้คนมักรู้สึกว่าการรีโนเวทห้องน้ำเป็น Messy Job ที่เลอะเทอะและยุ่งยากกว่าห้องอื่นในบ้าน การดูแลรักษาความสะอาดต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง

สำหรับอเมริกันสแตนดาร์ด สุขอนามัยจึงเป็นหัวใจของสุขภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาตรงนี้

เมื่อพูดถึงสุขอนามัยประกอบด้วย 2 ส่วน

หนึ่ง การบำรุงรักษา (Maintenance) หาวิธีที่ทำให้เสียเวลาทำความสะอาดห้องน้ำน้อยลง

สอง สุขภาพ (Health) ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

จาก 10 กว่าปีที่แล้ว อเมริกันสแตนดาร์ดเริ่มแนะนำ Family Health Technology ในสุขภัณฑ์ และเทคโนโลยี Super Low-Lead ในก๊อกน้ำ และพัฒนาต่อยอดจนมาเป็นเทคโนโลยี HygieneClean System ในปัจจุบันที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อยกระดับสุขอนามัยจากปัญหาสองข้อดังกล่าว 

เทคโนโลยี HygieneClean System เป็นเหมือนเครื่องทุ่นแรงที่ทำงานให้แบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ด ทั้งระบบฟลัช Double Vortex ที่ชำระล้างได้สะอาดดั่งพายุหมุนด้วยการกดฟลัชเพียงครั้งเดียว มาพร้อมโถ Rimless แบบไร้ขอบ รูปแบบของสุขภัณฑ์ยุคใหม่ที่ลดการสะสมของคราบ ให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นแบบไม่เหนื่อย   

สารเคลือบอย่าง Aqua Ceramic ก็ทำให้คราบสกปรกและคราบน้ำหลุดออกไปได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีล้างห้องน้ำหรือออกแรงขัดถูอีกต่อไป  

ส่วนนวัตกรรมเซรามิกเคลือบ Comfort Clean™ ช่วยป้องกันและยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ   อีโคไลจากสิ่งปฏิกูล ที่เป็นพาหะโรคท้องร่วงได้

ทั้งหมดเป็นเทคโนโลยีที่ออกแบบมาโดยยึดจากปัญหาของผู้ใช้เป็นหลัก (Human-Centric)  เพื่อให้สุขภัณฑ์คงความสะอาดได้อย่างยาวนาน

12 เรื่องของ American Standard แบรนด์สุขภัณฑ์ 146 ปีที่บุกเบิกนวัตกรรมและทำแคมเปญ TikTok

6. Bathroom For Good คิดถึงโลกในทุกครั้งที่กดฟลัช

เพราะสินค้าเป็น Water Solution เทคโนโลยีการใช้น้ำ แบรนด์จึงคำนึงถึงการรักษาน้ำให้โลกด้วย
ทุกครั้งที่กดฟลัช เปิดก๊อก ขอให้รู้ว่าสุขภัณฑ์ในห้องน้ำโดยอเมริกันสแตนดาร์ดกำลังช่วยประหยัดน้ำของคุณเพื่อให้โลกเราน่าอยู่

Double Vortex เป็นเทคโนโลยีระบบฟลัชที่พยายามลดการใช้น้ำลงแต่ยังคงประสิทธิภาพการชำระล้างไว้ กำหนดตำแหน่งของน้ำให้ออกมาแค่ 2 จุด ทำให้ในสุขภัณฑ์บางรุ่นใช้น้ำเพียง 2.6/4 ลิตร เรียกได้ว่า Minimum Water, Maximum Performance

นอกจากนี้ยังมีก๊อกน้ำบางรุ่นที่มี Click Technology สามารถปรับปริมาณน้ำได้ 2 ระดับตามจังหวะการเปิด ลดการสิ้นเปลืองน้ำจากการเปิดก๊อกให้สุดเพียงเพราะความเคยชิน

มาตรฐานของอเมริกันสแตนดาร์ดจึงไม่ใช่แค่ยกระดับคุณภาพสินค้าเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

12 เรื่องของ American Standard แบรนด์สุขภัณฑ์ 146 ปีที่บุกเบิกนวัตกรรมและทำแคมเปญ TikTok

7. เส้น-สายอัตลักษณ์งานดีไซน์ของอเมริกันสแตนดาร์ด 

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้ใช้เวลาในห้องน้ำนานขึ้นตามไปด้วย ห้องน้ำไม่ได้เป็นเพียงที่ทำธุระอีกต่อไป แต่มีความสำคัญมากขึ้นเทียบเท่ากับห้องนั่งเล่น เป็นที่ส่วนตัวสำหรับผ่อนคลาย  สุขภัณฑ์เปรียบเป็นศิลปะที่สร้างสุนทรียภาพในห้องน้ำ

อเมริกันสแตนดาร์ดเชื่อว่าทุกฟังก์ชันควรมาพร้อมรูปแบบที่ออกแบบมาอย่างดี ผลิตภัณฑ์จึงถูกนำเสนอในสไตล์ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เข้าถึงได้ และน่าพึงพอใจ เป็นสไตล์ที่เข้ากับชีวิตของทุกคนอย่างสมบูรณ์แบบ

การออกแบบสุขภัณฑ์ของอเมริกันสแตนดาร์ดจึงมีอัตลักษณ์แห่งการดีไซน์ (Signature Element) แฝงอยู่ในผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ทำให้จดจำรูปลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นอเมริกันสแตนดาร์ดได้

Pillow รูปทรงโค้งมนที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและเชื้อเชิญให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ หรือการสัมผัส

Line เส้นตรงที่ยืดหยุ่น ใช้ลงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ช่วยเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานและช่วยเสริมรูปลักษณ์อันซับซ้อนในงานดีไซน์

Frame กรอบที่สื่อถึงการบุกเบิกนวัตกรรมล้ำสมัย

ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นล้วนมีเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์เหล่านี้ หลายตัวได้รับรางวัลด้านการออกแบบสินค้าระดับสากลอย่าง Good Design Award,  Red Dot Design Award หรือ iF Product Design Award เป็นต้น

12 เรื่องของ American Standard แบรนด์สุขภัณฑ์ 146 ปีที่บุกเบิกนวัตกรรมและทำแคมเปญ TikTok
12 เรื่องของ American Standard แบรนด์สุขภัณฑ์ 146 ปีที่บุกเบิกนวัตกรรมและทำแคมเปญ TikTok

8. สุขภัณฑ์รุ่นยอดนิยมโดยดีไซเนอร์ชาวไทย

กล่าวได้ว่าสุขภัณฑ์ของอเมริกันสแตนดาร์ดผสานทั้งศาสตร์เทคโนโลยีและศิลป์แห่งการออกแบบโดยคำนึงถึงความสวยงาม ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและสุนทรียภาพ เหมือนที่รุ่นยอดนิยมอย่าง Acacia Evolution ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Best of Design and Technology

โดยสุขภัณฑ์ Acacia รุ่นแรกได้ถือกำเนิดขึ้นใน ค.ศ. 2004 หรือเมื่อ 17 ปี ที่ผ่านมา โดยทางด้านดีไซน์ รุ่นนี้ออกแบบโดย ขุมทอง เจนสุวรรณ์ ดีไซเนอร์ชาวไทย โดยคำนึงถึงรสนิยม ไลฟ์สไตล์ของคนไทย ผสานกับความโมเดิร์น มีรูปทรงและเส้นสายที่เรียบง่าย เหมาะกับการตั้งในห้องน้ำสไตล์โมเดิร์นของคนยุคใหม่ ด้านเทคโนโลยี นับว่าเป็นคอลเลกชันเปิดตัวเทคโนโลยี HygieneClean System รุ่นแรกเลยทีเดียว

Acacia Evolution นับว่าเป็นรุ่นยอดนิยมที่ขายดีทั้งในเมืองไทยและทั่วเอเชีย ปัจจุบัน คอลเลกชันนี้ได้มีการปรับรูปโฉมใหม่ให้ทันสมัยมากขึ้น ในนามว่า Acacia SupaSleek

จากงานดีไซน์ยุคเริ่มต้นจนถึงเมื่อเร็วๆ นี้ที่คุณขุมทองเป็นผู้นำการออกแบบ จนกระทั่งมาถึงงานดีไซน์ในยุคปัจจุบันที่กุมบังเหียนโดย อองตวน เบสเซเร เดส ฮอท (Antoine Besseyre Des Horts) Leader LIXIL Global Design, Asia และทีมนักออกแบบนานาชาติที่ระดมสมองกันเพื่อหาแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบที่สดใหม่และน่าสนใจ พวกเขาทำงานร่วมกันภายใต้ปรัชญาการออกแบบของแบรนด์ ซึ่งประกอบด้วยจิตวิญญาณที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ระเบียบวิธีคิดแบบสากล การให้คุณค่าการออกแบบอย่างจริงจัง ด้วยการสื่อความหมายออกมาเป็นอัตลักษณ์ของการออกแบบที่นักออกแบบทุกคนในทีมรับรู้ร่วมกัน

และด้วยวัตถุประสงค์ของแบรนด์ ‘การยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของผู้คน ด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตทั้งด้านสุนทรียศาสตร์ และผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน” ทีมนักออกแบบจึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงมอบความสวยงามเชิงสุนทรียศาสตร์ แต่ยังคำนึงถึงฟังก์ชันของผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้งานจะได้รับเป็นสิ่งสำคัญ เห็นได้ชัดจากคอลเลกชันห้องน้ำยอดนิยม ได้แก่ Acacia SupaSleek, Kastello และ Signature

9. ความล้มเหลวคือหัวใจของการสร้างนวัตกรรม 

กว่าจะคิดค้นเทคโนโลยีและดีไซน์จนก้าวมาเป็นผู้นำในวงการสุขภัณฑ์มาตลอดกว่าศตวรรษแบบนี้ได้ เคล็ดลับที่ทำให้อเมริกันสแตนดาร์ดก้าวทันกระแสโลกคือ Experiment and Learn ทดลองและเรียนรู้อยู่เสมอ

สำหรับการออกแบบสินค้าโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-Centric) ความล้มเหลวคือหัวใจของการสร้างนวัตกรรม หากยึดมั่นในอ่างอาบน้ำเหล็กหล่อตั้งแต่วันแรกที่หล่อสำเร็จว่าพอแล้ว คงไม่มีอ่างอาบน้ำรุ่นถัดมาที่ใช้กันในทุกวันนี้ 

ทุกวัน เป้าหมายของอเมริกันสแตนดาร์ดคือ หาวิธียกระดับคุณภาพชีวิตทั้งในและพื้นที่รอบๆ ห้องน้ำและห้องครัว บางครั้งก็ด้วยวิธีที่ชัดเจน บางครั้งก็ด้วยวิธีที่แยบยลขึ้น รวมทั้งตรวจสอบและพร้อมรับความท้าทายทุกอย่าง ไม่ว่าวันนี้ผลิตภัณฑ์จะดีแค่ไหน ทางแบรนด์รู้ว่าพรุ่งนี้จะทำได้ดีกว่าเสมอ

ไม่ใช่แค่ ‘มาตรฐานของแบรนด์’ แต่เป็น ‘มาตรฐาน’ สำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี มีความรับผิดชอบ และอย่างมีสุนทรียภาพในทุกที่ เป็นมาตรฐานที่อเมริกันสแตนดาร์ดกำหนดและปรับปรุงมาตั้งแต่ ค.ศ. 1875 เป็นมาตรฐานที่สะท้อนให้เห็นในผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ทำ แสดงให้เห็นความปรารถนาสูงสุดและความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะส่งต่อคุณค่าสู่พนักงาน คู่ค้า ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงสุขภัณฑ์และลูกค้าทั่วโลก

10. แค่โบกไม่ต้องกด การปรับตัวของสุขภัณฑ์ในยุคไร้สัมผัส

ช่วงก่อนโรคระบาด COVID-19 เวลาเห็น Smart Toilet อย่างโถสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ฝารองนั่งอัตโนมัติ ก๊อกน้ำอัตโนมัติที่มีเซ็นเซอร์ในตัว ความรู้สึก คือ ‘เท่จัง’ ทำให้สะดวกสบายขึ้น แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเทคโนโลยีนี้ไม่ได้แค่ทำให้ชีวิตสมาร์ตเท่านั้น สิ่งสำคัญคือ สุขอนามัย  

Contactless Smart Hygiene สร้าง New Norm ของการสั่งงานชักโครกด้วย Sensor Flush เพียงโบกมือ ไม่ต้องกด (Wave & Go) ก็ช่วยป้องกันการสัมผัสกับเชื้อโรคได้  

อเมริกันสแตนดาร์ดพัฒนาเทคโนโลยีนี้มานานแล้วตั้งแต่ก่อนช่วงโรคระบาด เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การเป็นผู้นำนวัตกรรมต้องคิดล่วงหน้า เตรียมพัฒนามาก่อนแล้ว เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็พร้อมนำมาใช้ทันที

12 เรื่องของ American Standard แบรนด์สุขภัณฑ์ 146 ปีที่บุกเบิกนวัตกรรมและทำแคมเปญ TikTok

11. การตลาด Cross-generational Marketing ที่เชื่อในพลังชักจูงของคนบ้านเดียวกัน

ด้วยภาพลักษณ์ของแบรนด์เก่าแก่ มีอายุยาวนาน มีแฟนคลับเป็นคนรุ่น 30+ ผู้คุ้นชินกับสินค้ารุ่นเก่า แต่อเมริกันสแตนดาร์ดต้องแนะนำนวัตกรรมสินค้ารุ่นใหม่ที่ยกระดับสุขอนามัยให้ผู้คนรู้จักอยู่เสมอ

ความท้าทายของแบรนด์คือ จะทำยังไงให้ลูกค้าเจเนอเรชันใหม่รู้จักแบรนด์ รวมถึงให้คนที่คุ้นเคยกับการใช้โถสุขภัณฑ์แบบใช้มือกดฟลัชหันมาลองใช้เซ็นเซอร์ฟลัชแบบโบกมือ

ทางออกคือ การลดช่องว่างระหว่างคนต่างเจเนอเรชั่น

ในบ้านหลังเดียวกันที่มีทั้งรุ่น Baby Boomer อย่างปู่ย่าตายาย พ่อแม่รุ่น Gen X พี่น้องวัยทำงานอย่าง Gen Y Gen Z ถือเป็นกลุ่มที่เป็น Trendsetter และ Early Adopter มากที่สุด เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ นำเทรนด์และทันสมัย ทั้งยังมีสถิติการใช้โซเชียลมีเดียและช้อปปิ้งออนไลน์สูง พร้อมแนะนำและบอกต่อเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดให้สมาชิกในบ้าน

แบรนด์จึงตั้งใจปรับภาพลักษณ์ให้เด็กขึ้น ตั้งกลุ่มเป้าหมายไปที่ Gen Z โดยคาดว่าคนกลุ่มนี้มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจในครอบครัว อีกทั้งจะเติบโตเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ในอนาคต แม้ไม่ได้อยู่ในวัยที่สนใจเลือกซื้อสุขภัณฑ์ตอนนี้ก็ตาม

และนี่คือที่มาของการตลาดต่างวัยที่เรียกว่า Cross-Generational Marketing

12. Dance Challenge ใน TikTok ครั้งแรกของแบรนด์สุขภัณฑ์

เมื่อกลุ่มเป้าหมายคือ Gen Z ก็ต้องไปอยู่ในที่ที่กลุ่มวัยรุ่นอยู่ นั่นคือแอปพลิเคชัน TikTok นั่นเอง ซึ่งขึ้นชื่อว่า TikTok กิจกรรมสุดฮิตในแอปฯ ก็คือ การเต้น 

อเมริกันสแตนดาร์ดนำท่าโบกมือกับ Sensor Flush มาอยู่ใน Dance Challenge เพลง ‘สะอาดแน่ แค่ Wave & Go’ เพื่อสื่อสารว่า แค่โบกก็ช่วยลดเชื้อโรคได้ ไม่จำเป็นต้องกดฟลัชแบบเดิมๆ

ถือเป็นสุขภัณฑ์แบรนด์แรกในไทยที่ให้ความรู้ด้วยวิธีสนุกสนานอย่าง Edutainment ใช้ดนตรีมาประกอบการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและสุขอนามัย ทำให้เกิดการพูดถึง Sensor Flush ในโลกออนไลน์โดยเหล่าผู้ร่วมแคมเปญและออนไลน์อินฟลูเอนเซอร์ ผ่านแฮชแท็ก #สะอาดแน่แค่WaveandGo

แน่นอนว่าที่แบรนด์กล้าบุกเบิกทำการตลาดที่แปลกใหม่ ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพราะนี่ก็คือส่วนหนึ่งของวิถีลิกซิล ที่เชื่อในการทดลองทำและเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ นั่นเอง

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Big Brand

เรื่องราวน่ารู้เบื้องหลังแบรนด์ดังที่รัก

หลังจาก The Cloud ได้คุยกับ American Standard ไปแล้ว วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับอีกหนึ่งแบรนด์ในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำของเครือลิกซิล (LIXIL Group) อีกครั้ง แต่เป็นแบรนด์ที่กำเนิดโดยชาวเยอรมัน 

GROHE (โกรเฮ่) แบรนด์ชั้นนำของโลกที่โดดเด่นด้านก๊อกน้ำและฝักบัว จำหน่ายมากกว่า 150 ประเทศ มีความรู้และความเชี่ยวชาญมากกว่า 86 ปี ได้รับ Award-Winning ด้านดีไซน์มากมาย รวมทั้งติดอันดับหนึ่งใน 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) จัดโดยนิตยสาร Fortune ไม่ได้แค่ผลิตอุปกรณ์สำหรับใช้น้ำ แต่กำลัง Shaping the Future of Water เปลี่ยนนิยามและประสบการณ์การใช้

หลายคนอาจคิดว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องเน้นด้านฟังก์ชัน แต่แนวคิดของ GROHE กลับเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ อยากให้คนรู้สึก Joyful ระหว่างใช้น้ำ พร้อมผสานคุณค่าทั้ง 4 มิติที่เป็นหัวใจหลัก คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน ทำให้พบ GROHE ได้ตามโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก 

วันนี้ ออดรีย์ โหย่ว ลีดเดอร์ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะมาเล่าว่าความหมายของ Pure Freude an Wasser ว่าความเบิกบานของการใช้น้ำนั้นเป็นอย่างไร 

1. กำเนิดและเติบโตด้วยการควบรวมกิจการของชาวเยอรมัน

ชื่อ GROHE มาจากผู้ก่อตั้ง Friedrich Grohe ชาวเยอรมัน ผู้ก่อตั้งกิจการด้วยการซื้อบริษัท Berkenhoff & Paschedag ใน ค.ศ. 1936 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Friedrich Grohe ใน ค.ศ. 1948 

ตลอดเส้นทางการเติบโตของแบรนด์ GROHE ได้ควบรวมกับบริษัทอื่นๆ ที่มีจุดแข็งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมาย เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมด้วยจุดแข็งของแบรนด์ด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับน้ำ ต่อมาจึงได้รวมเข้ากับเครือบริษัทลิกซิลใน ค.ศ. 2014 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวผลิตภัณฑ์เพื่อที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร การเติบโตเป็นแบรนด์ระดับโลกได้จึงไม่โดดเดี่ยว แต่มีแรงสนับสนุนจากกลุ่มเครือบริษัทครอบครัวด้วยกัน

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

2. แบรนด์ที่คิดค้นสารพัดนวัตกรรมก๊อกน้ำทันสมัยในทุกยุค

ตั้งแต่ระบบเทอร์โมสแตท (Thermostat)

ก๊อกผสมอัตโนมัติที่ผสมน้ำร้อน-เย็นให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการอย่างรวดเร็วใน ค.ศ. 1956

ก๊อกผสม One Hand Mixer ก๊อกที่ผสมน้ำร้อน-เย็นได้ด้วยมือเดียว เก่าแก่คลาสสิกรุ่นแรกใน ค.ศ. 1968

การเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้กับก๊อกน้ำใน ค.ศ. 2004

ก๊อกครัวที่ผลิตน้ำดื่มสปาร์คกลิ้งได้ใน ค.ศ. 2017

การผลิตก๊อกน้ำด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ขึ้นรูป 3 มิติ ทำให้เกิดสินค้าระดับ Iconic อย่าง 3D Icon รุ่น Atrio และ Allure Brilliant ใน ค.ศ. 2019 และอีกมากมาย

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

เหล่านี้คือผลงานของ GROHE ที่ทำให้การใช้น้ำในแต่ละวันสะดวกสบาย มีก๊อกน้ำหน้าตาทันสมัยที่มาพร้อมนวัตกรรมออกมาใหม่เสมอในแต่ละยุค

3. แบรนด์ Global ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกเพราะเข้าใจ Mega Trends

เมื่อเป็นแบรนด์ระดับโลก สิ่งที่นักออกแบบต้องทำก่อนออกแบบสินค้าคือ วิจัยหา Mega Trends หรือเทรนด์ที่มีอิทธิพลระดับโลกในระยะเวลายาวนานหลายสิบปี ด้วยการสังเกตพฤติกรรมการใช้ชีวิตในบ้านที่เปลี่ยนไป รวมถึงคุณค่าใหม่ที่คนมองหาจากอุปกรณ์ในห้องน้ำหรือห้องครัว

สำหรับ​ Mega Trends ในปัจจุบันนั้นมี 5 อย่าง

หนึ่ง New Living Space จากพื้นที่ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำที่มักมีผนังแบ่งกั้นชัดเจนในสมัยก่อน เน้นใช้ทำธุระทางสุขาหรืองานครัวให้เสร็จไปเท่านั้น หากสังเกตคอนโดมิเนียมและโรงแรมหรูสมัยนี้ จะเห็นว่าเส้นแบ่งขอบเขตห้องเหล่านี้เริ่มเลือนหายไป ห้องน้ำกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของห้องนอน และห้องครัวเริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้องนั่งเล่น จากพื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นที่สังสรรค์และตกแต่งให้สวยงามเพื่อรับแขก 

ส่งผลให้เกิดเทรนด์ที่สอง คือ Consumer becomes the Creator คนในบ้านอยากตกแต่งห้องครัวและห้องน้ำที่บ่งบอกสไตล์ตนเอง ทั้งนี้เพราะใช้เวลาผ่อนคลายอยู่ในบ้านมากขึ้นด้วย

เทรนด์ที่สาม สี่ และห้า คือ Simplicity Seekers, Taking Control และ Intelligence Life Management สินค้าต้องใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ในขณะเดียวกันผสานการใช้เทคโนโลยีเพื่อความแม่นยำและความปลอดภัยสูง เพื่อให้ใช้ชีวิตสมาร์ท เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ 

4. In-House Designer Team ที่ออกแบบโดยทำความเข้าใจความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคแต่ละประเทศ และคงมาตรฐานทั่วโลกไว้ได้ 

GROHE เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบ รางวัลออกแบบที่โดดเด่น คือ Red Dot Design Award และอีกหลายรางวัลการันตีสินค้าดีไซน์คุณภาพ 

เคล็ดลับของการออกแบบที่ดีคือ ทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า ทาง GROHE จึงมีทีมนักออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมีสตูดิโอออกแบบกระจายอยู่หลายแห่งทั่วโลก เพื่อวิจัยความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด

แม้สินค้าในแต่ละประเทศมีคอลเลกชันแตกต่างกันบ้างตามความนิยมที่ต่างกัน แต่ล้วนคุมมาตรฐานของแบรนด์ได้คงที่ทั่วโลก ด้วยการยึดถือใน 4 คุณค่าหลักของแบรนด์ คือ คุณภาพ ดีไซน์ เทคโนโลยี และความยั่งยืน

เมื่อมี 4 อย่างนี้ ไม่ว่าสินค้าจะมีรายละเอียดแตกต่างกันแค่ไหนในแต่ละประเทศ ก็ส่งมอบประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ในนามแบรนด์ GROHE ได้เหมือนเดิม

5. Emotional Design ที่ส่งมอบประสบการณ์และความรู้สึก Enjoy การใช้น้ำ

งานออกแบบของ GROHE คำนึงถึงสุนทรียะและอารมณ์ความรู้สึกในการใช้มากกว่าแค่ประโยชน์ใช้สอย 

Pure Freude an Wasser เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า Pure Joy of Water ความรู้สึกเพลิดเพลินที่เหนือความคาดหมาย เปลี่ยนการอาบน้ำในวันธรรมดาให้รื่นรมย์ เปลี่ยนการใช้ก๊อกน้ำในครัวให้ราบรื่นยิ่งขึ้น

แค่รายละเอียดเพียงเล็กน้อย ก็เปลี่ยนประสบการณ์ทั้งหมด ทั้งองศาที่คำนวณมาให้สะดวกสบายแก่การเปิดก๊อกน้ำที่สุด ความสมมาตร ความโค้งมนที่เรียบบางในแบบ Sensual Minimalism เพื่อให้ประสบการณ์การใช้ไหลลื่นที่สุด

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

สายน้ำจากฝักบัว GROHE ก็สามารถสร้างความ Enjoy ได้ในหลากหลายรูปแบบเหมือนอยู่ในสปา อย่างฝักบัวระดับอัลตร้าลักซูรี่ AquaSymphony  ที่ให้สายน้ำที่แตกต่างกันถึง 6 รูปแบบ เช่น Drizzle ละอองน้ำเย็นเติมความมีชีวิตชีวาให้สัมผัสเหมือนการฉีดน้ำแร่ Waterfall ม่านน้ำตกขนาดใหญ่ สร้างความสดชื่นเต็มอิ่มในการอาบน้ำ หรือ Rain สายน้ำละอองนุ่มดั่งสายฝนที่นุ่มนวล 

10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน
10 เรื่อง GROHE สุขภัณฑ์เปลี่ยนโลกที่ออกแบบก๊อกน้ำและฝักบัวให้คนใช้รู้สึกเบิกบาน

การใช้ก๊อกน้ำและฝักบัวที่เราใช้กันอยู่ทุกวันจนชิน มีรายละเอียดในประสบการณ์การใช้ที่มากกว่าแค่เปิดและปิดหรือทำความสะอาดร่างกาย แบรนด์เชื่อว่าเมื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น จากการดึงก้านโยกมาเป็นการกดปุ่ม หรือปรับการไหลของสายน้ำให้ได้สัมผัสที่แตกต่าง ก็จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเบิกบานขึ้น

6. Freedom of Choice อิสระในการบ่งบอกสไตล์ของผู้ใช้

GROHE เชื่อว่าสีสันบ่งบอกบุคลิกของเจ้าของห้อง สีสันของก๊อกน้ำและฝักบัวที่หลากหลายจึงเปิดโอกาสให้เป็นตัวของตัวเอง นำแฟชั่นมาสู่ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ยกระดับความหรูหราที่มากกว่าการใช้งาน

เนื่องจากเป็นแบรนด์ขายทั่วโลก จึงต้องเลือกสีที่ทั้งสง่างามและทันสมัยแบบไร้กาลเวลาเข้ากับวัสดุและ Mood ห้องได้หลายโทน Mix & Match กับส่วนอื่นของห้องได้ทั้ง ก๊อกน้ำ ฝักบัว และแอคเซสเซอรี่อื่นๆ ในห้องน้ำ 

เราอาจนึกไม่ถึงว่าเฉดสีของอุปกรณ์ในห้องน้ำมีความหลากหลาย และต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้ง Nickel สีทองอ่อนที่อ่อนโยนเรียบง่าย นึกถึงธรรมชาติที่เงียบสงบและโทนห้องอบอุ่น  Cool Sunrise เฉดสีทองสว่างเข้มขึ้นมา สำหรับคนอยากได้พลังสีที่เปล่งประกาย หรูหรา Hard Graphite สีโทนเทาเข้ม ให้ความรู้สึกเท่ เคร่งขรึม เข้ากับห้องคอนกรีตหรือไม้สีอ่อน Warm Sunset หรือ Rosegold สีทองอมชมพูแบบหวานๆ หรือเฉดสีสเตนเลสที่เรียบง่ายอย่าง Super Steel 

ไม่ว่าโทนห้องสีเข้มหรือสว่าง อยากตกแต่งแบบคอนทราสต์จัดจ้านหรืออบอุ่น สีของอุปกรณ์เหล่านี้เปิดทางเลือกความเป็นไปได้ของการตกแต่งห้อง ที่ไม่ได้อยู่แค่ในห้องนั่งเล่นเท่านั้น 

นึกภาพมีสีฝักบัวหรือก๊อกน้ำให้เลือกถึง 10 เฉดสี หลากหลายดีไซน์ ภาพอุปกรณ์ห้องน้ำและห้องครัวแบบเดิมที่ชินกับโครเมี่ยมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

7. การเติบโตที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ด้วยนโยบายด้านความยั่งยืนแบบ 360 องศา 

ความยั่งยืนหมายถึงความรับผิดชอบ รับผิดชอบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดการใช้ทรัพยากรและมีอายุการใช้งานยาวนาน กระบวนการผลิตที่เน้นการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากพลาสติก รวมถึงการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ

ในกระบวนการผลิต GROHE ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงงาน คิดค้นนวัตกรรมลดมลพิษ รักษาพลังงานน้ำให้ได้มากที่สุด ใช้เทคโนโลยีอย่างการพิมพ์ 3 มิติ ช่วยลดการใช้วัสดุอย่างสิ้นเปลือง ทำให้บรรลุเป้าหมาย GROHE Goes ZERO การผลิตแบบปลอดคาร์บอน เป็นตัวอย่างให้โรงงานอื่นๆ ที่อยากผลักดันเรื่องความยั่งยืนทั่วโลก

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือการวางแผนลดปริมาณพลาสติก GROHE ริเริ่มนโยบายลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนเป็นเลือกใช้วัสดุทดแทนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณสมบัติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่เริ่มโครงการใน ค.ศ. 2018 จนถึงมิถุนายน ค.ศ. 2021 ได้มีการลดการใช้พลาสติกลงไปแล้วถึง 32 ล้านชิ้น และยังคงดำเนินการเพื่อลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์ลงจนเป็นศูนย์  

Pure Joy of Water จึงไม่ได้หมายถึงสโลแกนในแง่ประสบการณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นความตั้งใจรักษาทรัพยากรน้ำที่บริสุทธิ์ให้คนรุ่นต่อไป

8. ติด Top 50 บริษัทเปลี่ยนโลก (Change The World) ด้วยเทคโนโลยีช่วยโลก

ด้วยกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ส่งผลดีต่อสังคม นวัตกรรมสินค้าที่ช่วยประหยัดน้ำและพลังงาน ลดปริมาณขยะ กระบวนการผลิตที่หลีกเลี่ยงของเสีย และรีไซเคิลน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ในการผลิต ส่งผลให้ GROHE ได้รับเลือกให้ติดอันดับบริษัทเปลี่ยนแปลงโลกจากนิตยสาร Fortune และยังเป็นบริษัทสัญชาติเยอรมันบริษัทแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ด้วย

เทคโนโลยีของ GROHE ยังช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืน อย่างนวัตกรรม GROHE DripStop ลดน้ำหยดจากฝักบัวหลังปิดใช้งาน ไร้น้ำหยด ลดความสิ้นเปลืองน้ำ หรือเทคโนโลยี GROHE Silkmove ES ที่ออกแบบให้ตำแหน่งตรงกลางของก้านโยกเป็นน้ำเย็น ลดการใช้น้ำผสมอย่างไม่จำเป็น 

การประหยัดทรัพยากรเกิดขึ้นได้ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ที่ถูกออกแบบอย่างใส่ใจรายละเอียด การประหยัดน้ำและพลังงานเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน หากรวมกันหลายๆ บ้านทั่วโลก ก็ส่งผลอย่างมหาศาลให้โลกได้เช่นกัน

9. ลูกค้าประทับใจจากการลองใช้ในโรงแรม 5 ดาวทั่วโลก

ด้วยคุณภาพ ดีไซน์ และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ทำให้โรมแรม 5 ดาวชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง หรือออสเตรเลีย ต่างใช้ GROHE เป็นแบรนด์สำหรับอุปกรณ์ในห้องน้ำ  

ตลาดเอเชียนับว่าเป็นตลาดหลักแห่งหนึ่งของแบรนด์ เพราะคนเอเชียคาดหวังต่อความหรูหราสูงกว่ายุโรป ลูกค้ามองหาคุณค่าและประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมยินดีจ่ายเงิน เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่าง

โรงแรมเหล่านี้มักเป็นสถานที่ที่แนะนำให้ลูกค้าได้รู้จัก GROHE และลองใช้ครั้งแรก เมื่อประทับใจ เพลิดเพลินกับการใช้เวลาผ่อนคลายที่โรงแรม ทำให้จดจำแบรนด์ได้ และนึกถึงเมื่อถึงเวลารีโนเวตบ้าน

ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ผู้คนใช้เวลาในบ้านมากขึ้น ทำให้เร่ง Mega Trends การตกแต่งห้องน้ำและห้องครัวที่แบรนด์คาดการณ์ไว้ให้ได้รับความนิยมมากขึ้นอีก

ในสถานการณ์ที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางไปพักผ่อนตามโรงแรมได้สะดวกอย่างเดิม แต่ก็ยังสามารถสร้างประสบการณ์การใช้ห้องน้ำเหมือนอยู่ในโรงแรม 5 ดาวได้ เพียงแค่เปลี่ยนอุปกรณ์ในห้องน้ำ และการเปลี่ยนก๊อกน้ำ ฝักบัวในบ้านไม่ใช่เรื่องยาก แค่ใช้สินค้าที่ถูกออกแบบมาให้ติดตั้งง่าย ใช้เวลาไม่นานก็ได้ห้องน้ำใหม่ สวย หรูเหมือนยกโรงแรมมาไว้ที่บ้าน 

10. กล้าให้คำสัญญาด้านคุณภาพ เพราะทดสอบการใช้หลายแสนครั้ง

เยอรมนีขึ้นชื่อเรื่องสินค้าคุณภาพสูงและการใส่ใจในรายละเอียด

ก่อนปล่อยสินค้าออกสู่ตลาด บริษัทมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มข้น ทั้งทดสอบพื้นผิว ประสิทธิภาพการใช้งาน รวมถึง Life Cycle ของสินค้า ตัวอย่างเช่น ก๊อกน้ำจะมีทดสอบการใช้งานถึง 210,000 รอบ เปรียบเสมือนการใช้งานจริงถึง20 ปี รวมทั้งยังมีการรับประกันว่าจะมีอะไหล่สินค้าไว้บริการถึงแม้สินค้ารุ่นนั้นจะยกเลิกผลิตไปแล้วถึง 10 ปี 

แม้อุปกรณ์เหล่านี้จะไม่ใช่สิ่งที่คนซื้อใหม่ทุกปี แต่ทุกคนล้วนใช้หลายครั้งต่อวัน มีประสบการณ์การใช้ สัมผัสก๊อกน้ำและฝักบัวในทุกๆ วัน หากใช้แล้วคุณภาพดี เมื่อถึงเวลาต้องซื้อใหม่ ทำให้นึกถึง GROHE

สิ่งนี้เป็น Brand Promise ที่เป็นยิ่งกว่าคำสัญญาแต่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้จริง 

ภาพ : GROHE

Writer

รตา มนตรีวัต

อดีตสาวอักษรผู้โตมาในร้านขายหวายอายุ 100 กว่าปีย่านเมืองเก่า เป็นคนสดใสเหมือนดอกทานตะวัน สะสมแรงบันดาลใจไว้ในบล็อคชื่อ My Sunflower Thought ขับรถสีแดงชื่อ Cherry Tomato ระหว่างวันทำงานในโลกธุรกิจ เวลาว่างซาบซึ้งในศิลปะ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load