21 กันยายนของทุกปี เป็นวันอัลไซเมอร์โลก

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ทั่วโลกมีมากกว่า 55 ล้านคน 

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในประเทศไทยมีประมาณ 400,000 – 600,000 คน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 1.1 ล้านคนภายใน พ.ศ. 2573 ยังไม่นับรวมผู้ดูแลที่ต้องคอยดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ที่โดยเฉลี่ยแล้วต้องมีประมาณ 1 – 2 คนต่อผู้ป่วย 1 คน

 “อัลไซเมอร์เป็นโรคที่พอเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุหนึ่งคนแล้ว ไม่ได้เป็นเฉพาะตัวเขา เขาต้องการผู้ดูแล และบางทีก็ดูแลคนเดียวไม่ได้ เพราะว่าอยู่ดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เกิดภาวะเครียด ก็ต้องการผู้ช่วย” รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย หัวหน้าศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าว

แนวทางเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยไม่ใช้ยา โดยหัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง รพ.จุฬาลงกรณ์

เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 65 ปี มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อม รวมถึงความเสื่อมถอยทางระบบประสาท ก่อเกิดอาการที่พบได้บ่อยคือ โรคอัลไซเมอร์ และรองลงมาคือ โรคหลอดเลือดสมอง 

โรคอัลไซเมอร์ จัดอยู่ในกลุ่มโรคสมองเสื่อม มีอาการเสื่อมถอยของการรู้คิด (Cognition) ซึ่งเป็นสมรรถภาพของสมองที่จะรับรู้ จัดการข้อมูล และตอบสนองข้อมูลนั้นได้อย่างเหมาะสม เป็นแล้วรักษาไม่หาย มีแต่ชะลอการเสื่อมถอยของโรคให้เข้าสู่ระยะสุดท้ายช้าที่สุด

“การรักษาจึงมุ่งเน้นได้แค่การประคับประคอง ให้การดูแลคนไข้กับครอบครัว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นายแพทย์สุขเจริญกล่าวเสริม หากแต่การดูแลผู้ป่วยในสถานการณ์ปกตินั้นเป็นไปได้ยากแล้ว การบำบัดรักษาในสถานการณ์โควิด-19 ถือเป็นเรื่องที่ผู้ดูแลต้องเผชิญกับความท้าทายไม่แพ้กัน 

KCG หรือ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทดำเนินธุรกิจด้านการนำเข้าและผลิตภัณฑ์อาหาร ได้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ จึงจับมือร่วมกับศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เกิดกิจกรรมเพื่อสังคมเพื่อเผยแพร่ความรู้ และสร้างความตระหนักในการดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม

วันนี้ The Cloud ชวน รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย หนึ่งในผู้ก่อตั้งศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม มาเล่าถึงอาการ รวมทั้งแนวทางบำบัดดูแลรักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ที่ถึงแม้จะดูแลยากแต่ก็ดูแลได้ เพื่อทำความเข้าใจกับโรคนี้ให้มากยิ่งขึ้น

แนวทางเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยไม่ใช้ยา โดยหัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง รพ.จุฬาลงกรณ์

เด็กผู้อาวุโส

“คนไข้จะมีข้อจำกัดในการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ดังนั้น การกระตุ้นสิ่งที่ใหม่มากๆ คนไข้ก็รับไม่ได้ เช่น เวลาคนไข้ถามข้อมูล ให้ข้อมูลไปแป๊บเดียวก็ลืม จะมีลักษณะถามซ้ำ ทำอะไรซ้ำ เพราะจำไม่ได้” คุณหมอสุขเจริญเล่าถึงอาการเริ่มแรกของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ที่มักหลงลืมเรื่องราวใหม่ๆ ในชีวิต ขณะที่เรื่องราวเก่าๆ ยังคงจำได้อย่างแม่นยำ หรือเรียกว่า ความเสื่อมถอยของความสามารถในการจำและเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ (Learning and Memory) 

“ผู้สูงอายุจะถดถอยเป็นเด็กลงเรื่อยๆ” คุณหมอย้ำว่า หลังจากความสามารถข้างต้นลดลงแล้ว ความบกพร่องในด้านอื่นๆ ก็จะตามมา จนกลายเป็นเด็กในร่างสูงวัยอีกครั้ง การจดจ่อสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานหรือสมาธิเชิงซ้อน (Complex Attention), ความสามารถในการบริหารจัดการ (Executive Function), การใช้ภาษา (Language), การรับรู้ทักษะการเคลื่อนไหว (Perceptual Motor Skills) และการรู้คิดด้านสังคม (Social Cognition) ก็จะค่อยๆ ลดน้อยลงเช่นกัน 

ความเสื่อมถอยที่กล่าวมามีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันตามลำดับ ระยะแรกมีผลต่อทักษะในกิจวัตรที่ซับซ้อน (Instrumental Attitude of Daily Living) ผู้ป่วยจะทำกิจวัตรได้ลดน้อยลง เช่น การใช้โทรศัพท์ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า การออกไปซื้อของ และการร่วมกิจกรรมสังคม แต่เมื่ออาการรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยจะมีความบกพร่องในการทำกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐาน (Basic Activity of Daily Living) เช่น การกินข้าว การแปรงฟัน การอาบน้ำ และการแต่งตัว คนไข้ทำกิจวัตรตามขั้นตอนไม่ได้ทั้งที่เคยคุ้นชิน อาการเสื่อมถอยจะเพิ่มระดับถึงขั้นผู้ป่วยเดินไปหน้ากระจก เห็นเงาตัวเองในกระจก แต่บอกไม่ได้ว่าเงาที่สะท้อนอยู่ในกระจกคือใคร จนเข้าสู่ระยะสุดท้าย และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในที่สุด 

แนวทางเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยไม่ใช้ยา โดยหัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง รพ.จุฬาลงกรณ์

ประคับประคองสู่คุณภาพชีวิตที่ดี

โรคอัลไซเมอร์รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่สามารถชะลออัตราการเสื่อมถอย โดยการดูแลประคับประคองผู้ป่วยตลอดจนผู้ดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ 

แนวทางการรักษาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เริ่มต้นจากการทำคลินิกโรคสมองเสื่อม ทั้งตรวจวินิจฉัย ให้คำแนะนำแก่ผู้ดูแล และจ่ายยาเพื่อปรับเรื่องความจำและการรู้คิด

“พอทำคลินิกไปสักระยะหนึ่ง ก็พยายามคิดว่ามีแง่มุมอื่นในการรักษาพยาบาล ที่ไม่ใช่เฉพาะการตรวจวินิจฉัย การจ่ายยา และให้คำแนะนำแก่ญาติ เพราะบางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่ญาติจะเข้าใจ เนื่องจากการรักษาแบบคนไข้นอกมีข้อจำกัดในการทำสิ่งต่างๆ” ด้วยเหตุนี้ คุณหมอสุขเจริญจึงจัดตั้งศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อม (Dementia Day Center) หรือ DDC เพื่อดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจรมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิดการเยียวยาแบบไม่ใช้ยา (Non Pharmacologic Intervention) ทำให้มีการกระตุ้นของผู้ป่วยจากการลงมือทำกิจกรรม โดยมีผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านคอยดูแล ร่วมกับการให้ความรู้และทักษะการดูแลผู้ป่วยกับผู้ดูแล

“สมองก็เหมือนอวัยวะส่วนอื่นๆ ถ้าได้รับการกระตุ้นก็จะเสื่อมช้าลง ขณะเดียวกัน เราไม่ได้กระตุ้นคนไข้อย่างเดียว แต่เราต้องการสอนญาติ สอนผู้ดูแล ให้เรียนรู้วิธีที่จะกระตุ้นคนไข้ สอนวิธีจัดการแก้ปัญหาพฤติกรรม เช่น ถ้าคนไข้ถามซ้ำๆ มากๆ ผู้ดูแลจะทำอย่างไร” 

แนวทางเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยไม่ใช้ยา โดยหัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง รพ.จุฬาลงกรณ์
แนวทางเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยไม่ใช้ยา โดยหัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง รพ.จุฬาลงกรณ์

กิจกรรมมีทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ แบ่งเป็น 3 คลาส แต่ละคลาสใช้เวลาไม่เกิน 45 นาที แต่ละช่วงจะมีกิจกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระตุ้นความจำ ร้องเพลง ทำงานศิลปะ ฝึกกิจวัตรประจำวัน สอนทำอาหาร โดยจัดกิจกรรมเป็นกลุ่ม ผู้เข้าร่วมสามารถเลือกได้เข้าร่วมกิจกรรมตามความสนใจ แต่คนไข้จะต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน และเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมกับผู้ดูแลเท่านั้น

กิจกรรมหนึ่งที่ทางบริษัท KCG ร่วมมือกับสมาคมเชฟประเทศไทย และฝ่ายโภชนาการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดกิจกรรม Cooking Class โดยมีคุณครูเป็นเชฟชื่อดัง สอนผู้ป่วยสมองเสื่อมและผู้ดูแลทำอาหาร โดยเป็นเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รับประทานได้ง่าย และสามารถนำสูตรกลับไปทำเองที่บ้านได้ เช่น ซุป สปาเกตตี้ เครื่องดื่มสมูทตี้ เพื่อกระตุ้นการรู้คิด ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ป่วยและผู้ดูแล อีกทั้งส่งเสริมให้เกิดความรู้ด้านโภชนาการทางอาหาร 

แนวทางเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยไม่ใช้ยา โดยหัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง รพ.จุฬาลงกรณ์

“คนที่มาประจำจะบอกว่าเหมือนมาโรงเรียน” คุณหมอเล่า นอกจากได้เรียนรู้วิธีการรับมือกับคนไข้ผ่านกิจกรรมแล้ว สิ่งที่ได้มากกว่าคือเกิดการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งไม่ใช่แค่สังคมของคนไข้สมองเสื่อม แต่เกิดสังคมในกลุ่มผู้ดูแลด้วย

แนวทางเยียวยาผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดยไม่ใช้ยา โดยหัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง รพ.จุฬาลงกรณ์
คุยกับแพทย์ด้านสมองเรื่องแนวทางดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาฉบับ KCG โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19

อีกทั้งมีการสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง คลอบคลุมถึงผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงและผู้สนใจ ชมรมสมองใสใจสบาย จึงถือกำเนิดขึ้น มุ่งเน้นดูแลสุขภาพสมองพร้อมสุขภาพจิต เพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นภาวะสมองเสื่อม เช่น ภาวะซึมเศร้า (Depression) ปัจจัยเสี่ยงด้านหลอดเลือด ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อให้คนเข้าถึงง่ายขึ้น ที่มีทั้งพอดแคสต์สมองใส ใจสบาย เสวนา เวิร์กชอป กิจกรรมรับชมภาพยนตร์และเสวนากับหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ซึ่งชมรมได้รับการสนับสุนจาก KCG ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมวางแผนสื่อสารประชาสัมพันธ์อีกด้วย

รู้สู้โควิด 

สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลอย่างไรบ้างกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์-เราถามคุณหมอสุขเจริญ 

“ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น เพราะกลุ่มผู้ป่วยสมองเสื่อมเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยง หากติดโควิด มีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตสูง เราพบว่าคนไข้ที่เราดูแล เมื่อมาไม่ได้ เวลากลับไปอยู่ที่บ้านและกลับมาหาเรา คนไข้ก็เสื่อมถอยลงเยอะ เนื่องจากช่วงที่อยู่บ้านออกไปไหนไม่ได้ ทำให้มีข้อจำกัดที่จะต้องเว้นระยะห่างทางสังคม คนไข้ก็ถูกกระตุ้นทางสมองน้อยลง” 

เมื่อผู้ป่วยอาจลืมว่าต้องกักตัวอยู่แต่บ้าน ผู้ดูแลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญมากกว่าเก่า เนื่องด้วยต้องคอยระวังอย่างใกล้ชิด ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับการดูแลผู้ป่วยสูงอายุในช่วงโควิด-19 ทั้งงดหรือเว้นการเข้าเยี่ยมจากญาติโดยไม่จำเป็น รักษาระยะห่างเกิน 2 เมตร สวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มโรคสมองเสื่อม นอกจากปฏิบัติตามข้างต้นแล้ว ยังต้องส่งเสริมให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติม

คุยกับแพทย์ด้านสมองเรื่องแนวทางดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาฉบับ KCG โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19
คุยกับแพทย์ด้านสมองเรื่องแนวทางดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาฉบับ KCG โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19

แน่นอนว่าสถานการณ์โรคระบาดทำให้การพบปะผู้คนเป็นไปได้ยาก การปฏิสัมพันธ์ทางสังคมผ่านทางสื่อออนไลน์จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ อย่างวิดีโอคอลหรือโทรศัพท์พูดคุยกับญาติสนิทมิตรสหาย อีกทั้งทางศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อมของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยังมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรม เพื่อลดอัตราการเสื่อมถอยของสมอง 

คุยกับแพทย์ด้านสมองเรื่องแนวทางดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาฉบับ KCG โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19

“เราเคยพยายามทำคลิปสอนทำกิจกรรมส่งไปให้คนไข้ แล้วติดตามว่ากิจกรรมกระตุ้นได้หรือเปล่า ปรากฏว่าไม่ค่อยสำเร็จ เพราะไม่เหมือนการมาเจอหน้า กิจกรรมที่จัดส่วนใหญ่ต้องเป็นเสวนา ถ้าสอนทำอะไรสักอย่างก็จะยุ่งยาก เพราะว่าผู้สูงวัยมีปัญหาการเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ บางอย่างต้องจับมือสอน ถ้าเรียนออนไลน์ก็จะทำไม่ค่อยได้

“เราจึงพยายามพัฒนากิจกรรมผ่านทางแอปพลิเคชัน Zoom คนไข้ทำกิจกรรมกับเราได้นั้นได้ผลดีกว่าการที่ส่งคลิปไปให้ การมีปฏิสัมพันธ์ การโต้ตอบ คนนี้เป็นผู้นำกลุ่ม ครูแพรว ครูปาล์ม พอเห็นหน้าก็จำได้แล้วก็ให้ความร่วมมือดีขึ้น” 

แม้ว่าการจัดกิจกรรมออนไลน์ยังมีข้อจำกัดทางเทคโนโลยี ความสามารถในการเข้าถึง อีกทั้งการให้ความร่วมมือ แต่ก็ถือว่าช่วยบรรเทาอาการผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ได้บ้าง

คุยกับแพทย์ด้านสมองเรื่องแนวทางดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาฉบับ KCG โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19
คุยกับแพทย์ด้านสมองเรื่องแนวทางดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาฉบับ KCG โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19

ยังคงพยายามต่อ

“ผู้ดูแลสำคัญมาก สำคัญมากๆ ทั้งเรื่องการชะลอระดับในการเสื่อมถอย กับคุณภาพชีวิตของคนไข้ว่าจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อภาวะสมองเสื่อมรุนแรงมากยิ่งขึ้น ครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องยาที่รักษา อีกครึ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับการดูแลของผู้ดูแลว่าเป็นอย่างไร” 

รศ.นพ.สุขเจริญ ตั้งวงษ์ไชย เล่าว่าเราให้ความสำคัญกับผู้ดูแลคนไข้อัลไซเมอร์ จึงจัดหลักสูตรฝึกอบรมผู้ดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อม สำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยและคนทั่วไปที่สนใจเรียนรู้การดูแลคนไข้สมองเสื่อม เพื่อเป็นแนวทางในการบำบัดรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และขยายการรักษาออกไปยังวงกว้างยิ่งขึ้น 

คุยกับแพทย์ด้านสมองเรื่องแนวทางดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาฉบับ KCG โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19
คุยกับแพทย์ด้านสมองเรื่องแนวทางดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาฉบับ KCG โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19

นอกจากนี้ กิจกรรมของศูนย์ดูแลภาวะสมองเสื่อมและชมรมสมองใส ใจสบาย ยังมีรูปแบบกิจกรรม รวมทั้งแพลตฟอร์มการเข้าถึงที่ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย พร้อมกับมีแนวคิดนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการบำบัด

“เราพยายามอย่างมากที่จะหาวิธีเยียวยารักษาและเอาชนะโรคอัลไซเมอร์ให้ได้มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แต่ว่าผลของการศึกษาวิจัยก็ยังห่างไกลจากความสำเร็จ” คุณหมอสุขเจริญทิ้งท้าย 

อาจจะยังไม่ถึงหมุดหมายสำเร็จที่จะรักษาให้หายขาด แต่ก็พยายามหาวิธีการบำบัดอาการโรคอย่างดีที่สุด ป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เกิดโรคหรือเกิดโรคให้ช้าลง มากที่สุดที่เราจะทำได้

และเราจะยังคงพยายามต่อและยังไม่หยุดคิด

คุยกับแพทย์ด้านสมองเรื่องแนวทางดูแลผู้ป่วยสมองเสื่อม และกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาฉบับ KCG โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19

Writer

จิตาภา ทวีหันต์

ตอนนี้เป็นนักฝึกหัดเขียน ตอนหน้ายังสงสัย ชาติก่อน (คาดว่า) เป็นคนเชียงใหม่ แต่ชาตินี้อยากเป็นคนธรรมดาที่มีบ้านเล็กๆ อยู่ต่างจังหวัด

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

แม่น้ำโขงมีความสำคัญในทางภูมิรัฐศาสตร์ ด้วยสายน้ำขนาดมโหฬารที่ไหลผ่านถึง 6 ประเทศ เริ่มต้นจากเทือกเขาหิมาลัยในทิเบต ผ่านแผ่นดินจีนอันไพศาล ร้อยเรียง 5 ประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างเมียนมา สปป. ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนจะไหลออกสู่ทะเลจีนใต้ สิริระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 5,000 กิโลเมตร

ประชากรมากกว่า 60 ล้านชีวิต พึ่งพาแม่น้ำโขงในฐานะแหล่งอาหาร พื้นที่ทำกิน และพื้นที่เกษตรกรรม สายน้ำแห่งนี้ยังเป็นแหล่งพันธุกรรมปลาที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด อุดมไปด้วยสัตว์น้ำกว่า 1,300 สายพันธุ์ การประมง ตลอดลำน้ำโขง มอบปริมาณปลามากที่สุดเทียบกับลุ่มน้ำอื่น ๆ ทั่วโลก 

กรอบความร่วมมือของไทยกับนานาชาติ ที่จะนำลุ่มน้ำโขงไปสู่โลกใบใหม่หลังโควิด-1

อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าด้วยกัน นับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์เชื่อมต่อสำคัญ ไม่เพียงต่อประเทศในอนุภูมิภาคฯ แต่รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่ต้องพึ่งพาโครงข่ายถนน ราง เรือ เพื่อเดินทางและขนส่งสินค้า หลายสิบปีที่ผ่านมา ทรัพยากรมหาศาลรอบลำโขง ดึงดูดประเทศต่าง ๆ ให้เข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาพื้นที่นี้ ซึ่งไม่ใช่แค่การพัฒนาทางกายภาพอย่างเดียว แต่รวมไปถึงมิติด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และความเป็นอยู่ของประชาชนตามลุ่มน้ำ

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้มิติการพัฒนาลุ่มน้ำโขงยิ่งซับซ้อนและท้าทาย ท่ามกลางการหลั่งไหลเข้ามาของหลายชาติมหาอำนาจ ประเทศไทยในฐานะข้อต่อและประเทศสมาชิกที่สำคัญของอนุภูมิภาคฯ วางแผนจะเดินหน้าความร่วมมือไปทางไหน และจะมีบทบาทอย่างไรต่อการพัฒนากรอบความร่วมมือมิติต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคฯ ในอนาคต 

กรอบความร่วมมือของไทยกับนานาชาติ ที่จะนำลุ่มน้ำโขงไปสู่โลกใบใหม่หลังโควิด-1

The Cloudได้รับเกียรติพูดคุยกับ ท่านทูตอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ดูแลกลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กลุ่มงานใหม่ล่าสุดแห่งกระทรวงการต่างประเทศ ที่ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินนโยบายการต่างประเทศเชิงรุก มีเป้าหมายสูงสุดในการดูแลผลประโยชน์ของไทย ไปพร้อมกับการสร้างการเติบโตให้อนุภูมิภาคฯ ของเรา เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไปด้วยกัน

กรอบความร่วมมือของไทยกับนานาชาติ ที่จะนำลุ่มน้ำโขงไปสู่โลกใบใหม่หลังโควิด-1

กรอบความร่วมมือที่ขับเคลื่อนการพัฒนา

ย้อนกลับไป 30 ปีก่อน เกิดกรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงขึ้นครั้งแรก ในชื่อ Greater Mekong Subregion หรือ GMS โดยการขับเคลื่อนของประเทศญี่ปุ่น มีธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) เป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาที่มีจุดมุ่งหมายทางเศรษฐกิจเป็นหลัก 

“ความร่วมมือในครั้งนั้นส่งผลให้เกิดระเบียงเศรษฐกิจที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น North – South Economic Corridor ที่เชื่อมโยงจีน สปป. ลาว ไทย ลงไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ หรือ East – West Economic Corridor ที่เชื่อมเมียนมา ไทย สปป. ลาว กัมพูชา และเวียดนาม พูดง่าย ๆ คือ เชื่อมตั้งแต่มหาสมุทรอินเดียไปจนจรดมหาสมุทรแปซิฟิก 

“ผลที่ได้จากระเบียงเศรษฐกิจคือ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเข้าด้วยกัน แต่ก่อนการคมนาคมไม่ได้สะดวกสบายเท่านี้ การเกิดขึ้นของ GMS ทำให้เกิดการพัฒนาสะพานข้ามแม่น้ำ ถนนทางหลวง ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินเรือในแม่น้ำ”

กรอบความร่วมมือของไทยกับนานาชาติ ที่จะนำลุ่มน้ำโขงไปสู่โลกใบใหม่หลังโควิด-1

หลังจากนั้น กรอบความร่วมมือมากมายในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงก็ทยอยเกิดขึ้น ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ เข้ามาลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงด้วยเม็ดเงินมหาศาล ไม่ใช่เพื่อแบ่งปันเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่เพื่อสร้างผลประโยชน์แก่ชาติของเขาเองด้วย โครงการต่าง ๆ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่มีทรัพยากรแรงงานคุณภาพและค่าจ้างต่ำ รวมถึงเป็นฐานการส่งออกแก่ประเทศเหล่านั้นที่เข้ามาลงทุนนั่นเอง 

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ปัจจุบัน กรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงทั้ง 6 กรอบ ในการดูแลของท่านทูตอรุณรุ่งฯ และกลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขง ซึ่งกำลังเร่งผลักดันอย่างแข็งขัน ประกอบไปด้วย

  • ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-คงคา (Mekong – Ganga Cooperation หรือ MGC) มีอินเดียเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก
  • หุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ (Mekong – U.S. Partnership หรือ MUSP) มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก 
  • ความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong – Lancang Cooperation หรือ MLC) มีจีนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก
  • ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี (Mekong – Republic of Korea Cooperation หรือ Mekong – ROK) มีสาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก 
  • ความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น (Mekong – Japan Cooperation หรือ MJ) มีญี่ปุ่นเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก 
  • ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy หรือ ACMECS) กรอบความร่วมมือที่จัดตั้งขึ้นตามข้อริเริ่มของไทย

“กรอบความร่วมมือทั้งหกมีความสำคัญในแบบตัวเอง แม้จะมุ่งเน้นไปที่ภาพกว้างในการสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) เหมือนกัน แต่ประเทศผู้ขับเคลื่อนต่างก็มีศักยภาพในมิติที่แตกต่างกัน หน้าที่ของเราคือ วิเคราะห์ว่าจะใช้ประโยชน์สูงสุดจากกรอบความร่วมมือนั้น ๆ อย่างไร ให้ไทยและประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่างสมประโยชน์ร่วมกัน”

กรอบความร่วมมือ ACMECS หัวใจของอนุภูมิภาค

ACMECS คือ กรอบความร่วมมือที่สำคัญที่สุด เพราะไม่เพียงประกอบไปด้วยสมาชิกทั้ง 5 ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่สำคัญทางยุทธศาสตร์หนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังเป็นกรอบความร่วมมือที่ไทยเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ในช่วงที่ชาติมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐอเมริกาเดินหน้าเข้ามามีบทบาทในอนุภูมิภาคฯ เราเป็นผู้ผลักดันความร่วมมือนี้ให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันแผนแม่บท ACMECS เพื่อผลประโยชน์ร่วมในทุกมิติของทั้ง 5 ประเทศสมาชิก 

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

แผนแม่บท ACMECS มุ่งเน้นไปที่ 3 เป้าหมายหลัก คือ การเสริมสร้างความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อในอนุภูมิภาคฯ (Seamless Connectivity) การสอดประสานด้านกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายของประชาชน (Synchronized ACMECS Economies) และการพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม (Smart and Sustainable ACMECS)

“จุดประสงค์ของความร่วมมือในอนุภูมิภาคฯ คือ ผลกระโยชน์ทางเศรษฐกิจที่มีการแบ่งสรรปันส่วนเท่าเทียมกันและการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการลดช่วงว่างของประเทศสมาชิกทั้ง 5 เพราะแต่ละประเทศมีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกัน ไทยให้ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพราะเมื่อเพื่อนบ้านพึ่งพาตัวเองได้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศเราก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วย เพราะมีพรมแดนติดกัน ทุกอย่างจึงเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด แท้จริงแล้ว อนุภูมิภาคฯ นี้ ถือเป็นพื้นที่ที่สำคัญทางยุทธศาสตร์หนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ท่านทูตอรุณรุ่งฯ อธิบายถึงโจทย์ใหญ่ที่สุดของความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในปัจจุบันคือ โลกหลังโควิด-19 ที่เราต้องเร่งทำการฟื้นฟูประเทศและอนุภูมิภาคฯ ในหลาย ๆ ด้าน (Post-COVID Recovery) โดยการฟื้นฟูนั้นจะต้องทำร่วมกันเป็นองคาพยพ โดยเฉพาะในมิติของประเทศเพื่อนบ้าน ที่เชื่อมต่อกันทั้งในแง่พรมแดน วัฒนธรรมประเพณี และผู้คน 

“ในสถานการณ์โควิด-19 หากยังมีประเทศใดไม่ได้รับวัคซีน การฟื้นฟูของโลกจากการแพร่ระบาดก็ยากที่จะยั่งยืน ทุก ๆ ประเทศในโลกต้องได้รับวัคซีนร่วมกัน เช่นเดียวกับการพัฒนาในอนุภูมิภาคนี้ เราไม่สามารถรอดหรือเฟื่องฟูไปคนเดียวได้ รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย ดังนั้น จุดมุ่งหมายของการสร้างความร่วมมือคือ เราต้องมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไปด้วยกัน”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

โฉมหน้าของอนุภูมิภาคหลังโควิด-19

การผลักดันความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูอนุภูมิภาคฯ หลังโควิด-19 แบ่งเป็น 2 มิติใหญ่ ๆ คือ การฟื้นฟูด้านสาธารณสุข เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่ในอนาคต และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

“โควิด-19 สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เพื่อฟื้นฟูสภาพระบบเศรษฐกิจและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประเทศไทยได้นำ BCG Model หรือการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมมาเป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายและกรอบความร่วมมือต่าง ๆ” 

BCG Model มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจทั้ง 3 มิติไปพร้อมกัน คือ ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาทรัพยากรชีวภาพเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เน้นการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่เน้นการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม 

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

เพื่อให้ต่อจากนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยและอนุภูมิภาคฯ สามารถดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล เยียวยาโลกของเรา ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของประเทศและภูมิภาคอื่น ๆ ในโลก

“อีกประเด็นที่สำคัญคือ การพาณิชย์ดิจิทัล ซึ่งช่วงโควิด-19 ภาคเอกชนและประชาชนจำนวนมาก เริ่มเปลี่ยนมาค้าขายทางดิจิทัลมากขึ้น ช่วงเวลาหลังการแพร่ระบาดจึงเป็นช่วงที่ควรเร่งรัด ผลักดันระบบที่ส่งเสริมการค้าดิจิทัล รวมถึงสร้างทักษะความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ให้ประชาชนไทยและภูมิภาค”

“นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ดึงดูดการเข้ามาพัฒนาและลงทุนของหลายชาติจากทั่วโลก เราจึงต้องส่งเสริมและพัฒนาทักษะแรงงาน (Reskill และ Upskill) ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ให้มีขอบเขตทักษะที่กว้างไกลขึ้น เพื่อในอนาคต อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงจะสามารถขยายจากการเป็นฐานผลิตส่วนประกอบรถยนต์เป็นหลัก ไปสู่การผลิตชิ้นส่วนสำคัญทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างเช่น เซมิคอนดักเตอร์ชิป (Semiconductor Chips) ได้ด้วย และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของโลก”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ปัจจุบัน ประเทศสมาชิกทั้ง 5 คือ เมียนมา สปป. ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ต่างมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการฟื้นฟูและพัฒนาอนุภูมิภาคฯ ในมิติต่าง ๆ หลังโควิด-19 เพื่อให้เรากลับมาเป็นที่จับตาต้องใจการลงทุนจากประเทศนอกอนุภูมิภาคฯ โดยประเทศไทย ในเชิงของภูมิรัฐศาสตร์และการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ผ่านมา ถือเป็นข้อต่อสำคัญที่ขาดไม่ได้ในทุก ๆ เรื่อง หากขาดไทยไป อนุภูมิภาคฯ ก็จะไม่สามารถเจริญเติบโตได้เช่นแต่ก่อนเช่นกัน

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพื่อผลประโยชน์ทวีคูณ

อย่างที่ท่านทูตอรุณรุ่งฯ เล่าไปข้างต้น แต่ละกรอบความร่วมมือล้วนมีศักยภาพที่จะนำไปสู่การพัฒนา เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้ประชาชนตลอดลุ่มน้ำโขง ตามนโยบายของแต่ละประเทศผู้ขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือ ว่าจะโฟกัสหรือให้น้ำหนักไปที่ประเด็นใด

“อย่างประเทศญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) ของสหประชาชาติ และการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการผลักดันเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้กรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น จึงเน้นไปที่วิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ 

“ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นถอดบทเรียนให้ความรู้ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในการรีไซเคิลรถยนต์ทั้งคัน และในอนาคต ญี่ปุ่นน่าจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยเราส่งเสริมและพัฒนาทักษะแรงงานให้มีประสิทธิภาพเพื่อรับกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต” 

ขณะที่ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-คงคา ที่อินเดียเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก จะเน้นไปทางมิติวัฒนธรรม เพราะประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่างได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมมาจากฮินดู พราหมณ์ รวมถึงพุทธศาสนาที่มีต้นกำเนิดจากอินเดีย และที่สำคัญ มิติทางวัฒนธรรมยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของนโยบายต่างประเทศ Act East ของอินเดียอีกด้วย

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“หุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ มีการยกระดับความร่วมมือในหลายด้าน ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติข้ามพรมแดน อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ไปจนถึงการปราบปรามการค้ามนุษย์ ยาเสพติด และสัตว์ป่า แต่มิติที่กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงของเรามองว่าน่าสนใจมาก และกรอบความร่วมมืออื่น ๆ ยังไม่เคยพูดถึง คือการที่สหรัฐอเมริกาหยิบยกประเด็นการส่งเสริมศักยภาพของสตรี ซึ่งในปัจจุบัน เน้นไปที่กลุ่มสตรีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้สามารถเป็นกำลังเข้มแข็งของครอบครัวในการสร้างรายได้จุนเจือ และเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานรากหลังโควิด-19”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ท่านทูตอรุณรุ่งฯ เอ่ยอย่างกระตือรือร้นว่า “แม้ปัจจุบันอนุภูมิภาคฯ ของเราจะได้รับความช่วยเหลือจากหลายประเทศมหาอำนาจในเรื่องการบริจาควัคซีนต้านโควิด-19 แต่จะเป็นไปได้ไหม ที่เราจะสร้างฐานการผลิตวัคซีนที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในอนาคต

“จากวิสัยทัศน์ของสาธารณรัฐเกาหลี ที่ต้องการเป็นประเทศผู้ผลิตวัคซีนของโลก เรามองว่า ในเมื่อเขาเชี่ยวชาญแนวทางออกแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) อนุภูมิภาคฯ ของเราที่พร้อมด้วยทรัพยากร สามารถจับมือกับสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเป็นแหล่งผลิตวัคซีนที่พึ่งพาตัวเองได้ เพราะตอนนี้มีแนวโน้มว่าโรคโควิด-19 อาจกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่คงอยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเรา และต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกปีต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถผลิตวัคซีนเองได้ ก็จะเป็นการดีในการพึ่งพาอนุภูมิภาคตัวเอง

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“นี่คือหน้าที่ของกลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขง และกระทรวงการต่างประเทศ ในการวิเคราะห์และชี้เป้าว่าแต่ละกรอบความร่วมมือที่เราดูแล มีช่องทางหรือมิติใดที่จะเสริมสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้ไทย ประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศผู้ขับเคลื่อนนอกอนุภูมิภาคฯ ได้บ้าง ให้ทุกคนได้ผลประโยชน์เท่าทวีคูณ”

กรอบความร่วมมือ MLC เด็กอัจฉริยะ

กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง หรือ MLC ที่มีจีนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก แม้จะเพิ่งก่อตั้งขึ้นเพียง 5 ปี แต่มีความก้าวหน้ามาก ท่านทูตอรุณรุ่งฯ จึงให้ฉายากรอบความร่วมมือนี้ว่าเป็น ‘เด็กอัจฉริยะ’ เพราะได้สนับสนุนเงินจากกองทุนพิเศษในการวิจัยโครงการต่าง ๆ ไปแล้วหลายร้อยโครงการ

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19
กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“หนึ่งในโครงการที่น่าจับตามอง โดยกระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย ซึ่งจีนอนุมัติให้เงินทุนช่วยเหลือไปเมื่อสองปีที่แล้ว คือ โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดนที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นประตูการค้าชายแดน เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจเข้ากับบ่อเต็นของ สปป. ลาว และบ่อหานของจีน นับเป็นโครงการที่ดีที่จะส่งเสริมเรื่องการค้า การลงทุนข้ามพรมแดน และการสร้างงานมหาศาล

“ซึ่งในที่สุด จะต้องมีการนำระบบดิจิทัลและนวัตกรรม เข้ามาส่งเสริมการค้าและการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กระทรวงการต่างประเทศจึงไปหารือกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. เกิดการจัดตั้งระเบียงนวัตกรรม (Innovation Corridor) เพื่อวิจัยและพัฒนาสินค้าและบริการที่ทันสมัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเราจะนำทรัพยากรชีวภาพมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ และส่งออก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยด้วย BCG Model”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

นอกจากประเทศจีนแล้ว สาธารณรัฐเกาหลีก็ให้การสนับสนุนเงินในลักษณะกองทุน เพื่อดำเนินโครงการเพื่อการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเช่นกัน อย่างโครงการถอดบทเรียนการบริหารจัดการโรคโควิด-19 กับแรงงานต่างด้าว โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโครงการส่งเสริมความเข้าใจการบริหารจัดการน้ำของชุมชนที่ยั่งยืน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากสาธารณรัฐเกาหลี

“โครงการเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดเล็กหรือใหญ่ ปลายทางคือ ผลประโยชน์สู่ประชาชน แต่หลายคนอาจไม่รู้ เพราะเป็นโครงการที่เสนอผ่านหน่วยงาน กว่าจะออกดอกผล ก็เป็นตอนที่หน่วยงานต่าง ๆ เอาผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการไปปฏิบัติแล้ว ไม่ได้เห็นผลรวดเร็วทันใจ เพราะต้องใช้เวลาในการศึกษาดำเนินการ”

อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นความร่วมมือหลักของหลายกรอบความร่วมมือ รวมถึง MLC เช่นกัน โดยบางฝ่ายเห็นว่า สืบเนื่องจากมีการสร้างเขื่อนจำนวนมากบนแม่น้ำล้านช้าง ต้นน้ำของแม่น้ำโขง ทำให้ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำและระบบนิเวศของทั้งลุ่มน้ำโขงตอนปลายซึ่งไหลผ่าน 5 ประเทศ ในอนุภูมิภาคฯ ซึ่งบางฝ่ายก็เห็นว่ามีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำโขงและระบบนิเวศ เช่น ปัญหาโลกร้อน

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“เราผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันของกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission หรือ MRC) ต่อยอดจากที่จีนให้ข้อมูลระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนจิ่งหงตลอดทั้งปี เพื่อส่งเสริมการจัดการและพัฒนาลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืนและไม่หยุดนิ่ง”

“ฝ่ายจีนก็มีฐานข้อมูลด้านอุทกศาสตร์ของตัวเอง ที่บางครั้งอาจไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ไทยหรือ MRC มี ในปัจจุบัน จีน, MLC และ MRC จึงมีความร่วมมือใกล้ชิดกันมากขึ้น มีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลอุทกศาสตร์ รวมถึงความเป็นไปได้ในทำการศึกษาการบริหารจัดการตะกอนของแม่น้ำโขง เมื่อทุกส่วนทำงานโดยอ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกัน ต่อไปเมื่อพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับน้ำหรือระบบนิเวศ ทุกฝ่ายจะได้เข้าใจตรงกันและหาหนทางแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาปัญหาที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์ประชาชน นับเป็นพัฒนาการความร่วมมือที่ดี

“การที่แต่ละประเทศมีข้อมูลชุดเดียวกัน ความเข้าใจตรงกัน ในที่สุดก็จะถ่ายทอดไปสู่ความร่วมมือที่มันตรงเป้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเตือนน้ำท่วม น้ำแล้ง เมื่อไหร่ อย่างไร ผู้ได้รับผลประโยชน์ก็คือ ประชาชนทั้งสองฝั่งโขงนั่นเอง”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

เติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สมัยก่อนกรอบความร่วมมืออาจถูกผลักดันโดยการทูตเชิงเศรษฐกิจ (Economic Diplomacy) แต่ปัจจุบันมีศาสตร์ทางการทูตมากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) การทูตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Diplomacy) ไปจนถึงการทูตว่าด้วยเรื่องน้ำ (Water Diplomacy) 

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ การทูตเพื่อประชาชน (People Diplomacy) ประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหล่อหลอมผูกพันกับสายน้ำ ทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณ ดังนั้น การขับเคลื่อนด้วยประชาชนคือ รูปแบบที่งอกงามที่สุดและยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาและการเจริญเติบโตของอนุภูมิภาคฯ ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องอาศัยศาสตร์ของการทูตที่หลากหลายมาหลอมรวมกันเป็นองคาพยพ

“ปลายทางของทุกกรอบความร่วมมือคือผลประโยชน์ร่วมกัน ‘จับมือให้อุ่น’ คือสโลแกนในการดำเนินงานของกลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงและกระทรวงการต่างประเทศ แต่ละประเทศมีจุดแข็งของเขา นำจุดแข็งมารวมกัน ยิ่งส่งเสริมผลลัพธ์เชิงบวกเป็นเท่าทวี

“ประเทศไทยดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกที่ต้องการให้ทุกประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์นโยบายต่างประเทศไทย 5S หรือ 5 มี คือ มีความมั่นคง (Security), มีความมั่งคั่งและยั่งยืน (Sustainability), มีมาตรฐานสากล (Standard), มีสถานะและเกียรติภูมิ (Status) และมีพลัง (Synergy)” ท่านทูตอรุณรุ่งฯ กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ : กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กระทรวงการต่างประเทศ

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load