แอลลี่ (ALLY)-อชิรญา นิติพน คือ ศิลปินวัย 16 ที่ทำได้ดีทั้งร้อง เต้น และเอนเตอร์เทน

เธอเป็นศิลปินคนแรกของค่าย 411 Music แจ้งเกิดในเพลง How To Love ซึ่งทำงานร่วมกับ GRAY ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชื่อดังชาวเกาหลี

แอลลี่เป็นที่จับตามาตั้งแต่เด็ก ในฐานะทายาทศิลปินผู้เต็มไปด้วยความมั่นใจ ความเป็นเด็กกล้าพูด กล้าแสดงออก ทำให้เธอได้รับความรักมากมายจากมหาชน จนถึงวัยที่พอจะรู้ความ เธอพบความเห็นมากมายที่พูดถึงเธอในโลกอินเทอร์เน็ต และคำตัดสินนั้นทำให้เธอเปลี่ยนไป 

เส้นทางการศิลปินที่โรยไปด้วยความกดดัน ของแอลลี่ (ALLY) อชิรญา นิติพน ในวัย 16 ปี

ด้วยต้นทุนชีวิตที่มี แอลลี่สามารถเลือกเป็นศิลปินด้วยวิธีการที่ง่ายกว่านี้ แต่เธอเลือกที่จะเก็บกระเป๋าไปฝึกฝนตัวเองอย่างหนักที่เกาหลีด้วยตัวคนเดียวเป็นเวลากว่า 1 ปี

ทั้งเรียนร้อง เรียนเต้น เรียนภาษาเกาหลี และยังไม่ทิ้งการเรียนภาคปกติ เรียนออนไลน์กับโรงเรียนที่อเมริกาข้ามคืนทุกวัน

แม้จะพอรู้มาบ้างว่าการเป็นศิลปินฝึกหัดที่เกาหลีนั้นจริงจังยิ่งกว่าฝึกนักกีฬา ไลฟ์โค้ชของแอลลี่ไม่ใช่ครูผู้สอนคนใดคนหนึ่ง แต่นับรวมชาวเน็ตด้วย แม้จะอยากเก็บกระเป๋ากลับบ้านวันละหลายๆ รอบ แอลลี่ก็อดทนจนเดบิวต์เป็นศิลปินสมที่ตั้งใจ

The Cloud สนใจวิธีคิดของแอลลี่ จึงขอแทรกคิวช่วงที่เธอกำลังโปรโมตเพลงใหม่ ก่อนเปิดเครื่องบันทึกเสียง เราแลกเปลี่ยนเพลงของวงไอดอลเกาหลีกัน แม้วัยจะห่างกันเกินรอบ แต่จักรวาลเคป๊อปก็เชื่อมเราเข้าด้วยกัน ถ้าไม่ต้องคุยเรื่องจริงจังจนหมดแรงไปเสียก่อน เราคงขอให้แอลลี่สอนท่าเต้นเพลง No Matter What I Do เพลงใหม่ของเธอให้

ถ้าคุณเคยคิดว่าแอลลี่คนนี้ดูโตกว่าวัย ลองฟังสิ่งที่เธอคิดและได้เรียนรู้ผ่านบทสนทนานี้

เส้นทางการศิลปินที่โรยไปด้วยความกดดัน ของแอลลี่ (ALLY) อชิรญา นิติพน ในวัย 16 ปี

แอลลี่ในวัยเด็ก เป็นเด็กแบบไหน

ถ้าไม่นับเรื่องแสบและซน หนูเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองมาก ไม่ค่อยสนใจว่าใครคิดกับเรายังไง ป๊ะป๋ากับแม่อยากให้แอลลี่เรียนรู้จากประสบการณ์ เขาไม่เคยห้ามหรือทำให้แอลลี่รู้สึกอยู่ในกรอบ ซึ่งทำให้หนูได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง จนเมื่อโตขึ้น หนูได้อ่านความเห็นในอินเทอร์เน็ตที่บอกว่าเราเป็นเด็กที่ดูโตกว่าวัย เรารู้สึกแย่ที่คนที่ไม่ได้รู้จักหรือเคยเจอเรากลับพูดถึงเราแบบนี้ ตอนนั้นหนูไม่กล้ากลับไปดูคลิปวิดีโอตอนเด็กเลยเพราะอาย มันทำให้หนูอยากเปลี่ยนตัวเอง มีช่วงหนึ่งที่ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าพูดกับใคร เพราะกลัวว่าเขาจะตัดสินเราจากคำพูดเหล่านั้น

หลังจากวันนั้นแอลลี่เปลี่ยนไปอย่างไร

หนูกลายเป็นคนไม่ยึดติดกับอดีต ถ้าใครคนหนึ่งเคยทำบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ แล้วเขาขอโทษ เราพร้อมที่จะให้อภัยแล้วเริ่มต้นใหม่ หนูก็หวังว่าคนจะไม่ยึดติดกับสิ่งที่หนูเคยเป็นตอนหกขวบ

เริ่มรู้ตัวว่าอยากเป็นนักร้องตั้งแต่เมื่อไหร่

ตอนเด็กๆ หนูไม่ค่อยกล้าบอกใครว่าอยากเป็นนักร้อง เพราะพอรู้สึกว่าคนจะเป็นนักร้องต้องร้องเพลงเก่งที่สุด คนจึงจะยอมรับ เวลาใครถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร หนูก็มักจะตอบว่าแฟชั่นดีไซเนอร์บ้าง หมอบ้าง ครูบ้าง ทั้งที่จริงๆ แล้วอยากเป็นนักร้องมากที่สุด หนูเก็บไว้เพราะกลัวจะมีคนบอกว่า ไม่เห็นจะร้องเพลงเพราะเลย 

คุณฝันอยากจะเป็นศิลปินแบบไหน

หนูอยากเป็นศิลปินที่เป็นตัวของตัวเอง ได้แสดงความรู้สึกของตัวเองออกมา หนูไม่อยากเป็นใครอีกคนที่ไม่ใช่ตัวเรา

ด้วยต้นทุนชีวิตที่มี คุณเริ่มต้นเป็นศิลปินด้วยวิธีการที่ง่ายกว่านี้ได้ ทำไมเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาฝึกฝนนานนับปีแบบนี้

เพราะหนูไม่อยากให้คนติดภาพว่าพ่อหนูเป็นใคร หรือหนูได้อะไรมาง่ายๆ หนูอยากไปอีกทาง ทางที่ไม่มีใครช่วยหนูได้นอกจากตัวหนูเอง ตอนนั้นแค่อยากลองดู คิดว่าถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร หนูเข้าไปออดิชันทั้งที่ไม่เคยเรียนร้องเพลงจริงจังมาก่อน ไม่รู้เทคนิคขึ้นเสียงสูงลงเสียงต่ำ แค่ร้องเพลงไปตามอารมณ์ และเต้นไปตามความรู้สึก เมื่อผ่านคัดเลือก หนูก็รู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่หนูจะได้พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น

นอกจากไปเพื่อพิสูจน์ตัวเอง โจทย์ของการไปเกาหลีคืออะไร

หนูอยากลองใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ตอนอยู่บ้านกับแม่ แม่จะช่วยทำให้ทุกอย่าง ที่เกาหลีหนูต้องทำเองทุกอย่าง ซักผ้า ถูพื้น ล้างห้องน้ำ ทำอาหาร ดูแลที่นอน และตื่นให้ทันเวลา ตอนแรกแม่ก็ไม่ยอมหรอก แม่ถามว่าถ้าแอลลี่อยากออกมากลางคันแล้วจะทำยังไง เมื่อตัดสินใจแล้วเปลี่ยนใจร้องกลับบ้านไม่ได้นะ ตอนแรกหนูไม่คิดเลยว่าหนูจะท้อ หนูว่าหนูทำได้

แล้วทำได้อย่างที่คิดไหม ของจริงต่างจากที่จินตนาการไว้แค่ไหน

ก่อนไปหนูหาข้อมูลแล้วเบื้องต้น อ่านที่มีคนเขียนเล่าประสบการณ์ก็พอจะรู้ว่ายากเย็นและท้อแน่นอน แต่ของจริงคนละความรู้สึกเลย ตอนอ่านเรื่องคนอื่น เรารู้สึกสงสารและเห็นใจเขา แต่พอเป็นตัวเอง ไม่ใช่แค่เศร้าแต่มันท้อมาก

ตารางการฝึกฝนในแต่ละวันเป็นอย่างไร

ตื่นเก้าโมงเช้า วิ่งที่ยิมหนึ่งชั่วโมง ซึ่งบางวันก็สลับกับทำพิลาทิส จากนั้นกลับมาอาบน้ำ ทานข้าว เดินทางไปที่ตึก เพื่อเรียนร้องเพลง เรียนเต้น เรียนการแสดง และเรียนภาษาเกาหลี จากนั้นซ้อมเพื่อทำการแสดง แล้วถ่ายวิดีโอส่งการบ้านถึงสี่ทุ่ม ตอนกลางคืนเป็นเวลาชั้นเรียนออนไลน์ไฮสคูลของหนูที่อเมริกา เรียนจนถึงเวลาตีหนึ่งตีสอง บางวันที่ยังไม่ง่วงนอนก็จะดูหนังฟังเพลงต่อ 

สามเดือนแรกที่ไป มีหนูเป็นเด็กฝึกคนเดียวในค่าย ก่อนที่เพื่อนๆ จะทยอยตามมา ซึ่งทุกคนไม่ได้มาเพื่อแข่งกัน แต่มาเพื่อแข่งกับตัวเอง ครูฝึกจะคอยให้คะแนนพัฒนาการด้านที่เกี่ยวกับการร้องและเต้น การออกกำลังกาย การฝึกซ้อม

เส้นทางการศิลปินที่โรยไปด้วยความกดดัน ของแอลลี่ (ALLY) อชิรญา นิติพน ในวัย 16 ปี
ภาพ : 411 Music
เส้นทางการศิลปินที่โรยไปด้วยความกดดัน ของแอลลี่ (ALLY) อชิรญา นิติพน ในวัย 16 ปี
ภาพ : 411 Music

อะไรคือเรื่องยากๆ ที่เจอระหว่างเป็นเด็กฝึก

คำพูดของครู ซึ่งไม่คิดมาก่อนว่าจะแรงขนาดนี้ ตอนแรกหนูฟังไม่ออกก็พยายามเรียนภาษาเกาหลีให้เก่งเพื่อจะได้เข้าใจ ซึ่งตอนแรกนึกว่าจะมีคำชมเป็นรางวัลว่าวันนี้ทำดี แต่กลับเจอคอมเมนต์เจ็บๆ เยอะ มันแรงจนหนูงงว่ามันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ซึ่งหนูก็รู้ว่าครูพูดเพื่อผลักดันและดึงศักยภาพที่มีออกมา

มีชั้นเรียนไหนไหมที่ทำให้อยากกลับบ้านบ้าง

ทุกชั้นเรียนเลย ยกเว้นวิ่ง พิลาทิส และภาษาเกาหลี 

สามเดือนแรกยังไหวเพราะทุกอย่างยังใหม่ แต่หลังจากที่มันเริ่มซ้ำกันทุกวัน หนูเริ่มไม่มีความสุข เริ่มคิดว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ อยากกลับบ้าน ช่วงที่อยากกลับบ้านมากที่สุดคือช่วงที่กำลังจะเดบิวต์ เพราะซ้อมหนักมากๆ เพื่อให้พร้อมสำหรับเดบิวต์ และครูก็ยิ่งพูดผลักดันเรา เขาบอกเสมอว่าถ้าแค่นี้รับไม่ได้ วันข้างหน้าหนูจะรับไม่ได้มากกว่านี้ เพราะจะมีคอมเมนต์จากใครมากมายที่เราไม่รู้จัก แล้วเราต้องรับให้ได้ ตอนนั้นเคว้งคว้างมาก คิดว่าเราอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ นี่อาจจะเป็นแค่บทเรียนชีวิตบทหนึ่ง

ภูมิคุ้มกันสมัยเด็ก ช่วยให้รับมือกับความกดดันจากคำพูดง่ายขึ้นบ้างไหม

ตอนเป็นเด็ก ที่เจอความเห็นในอินเทอร์เน็ตแล้วทำให้รู้สึกไม่ดี หนูก็แค่เดินไปหาแม่ ให้แม่อธิบายว่าทำไมเขาถึงพูดถึงหนูแบบนั้น เมื่อเข้าใจก็รู้ว่าทำยังไงถึงเลิกรู้สึกไม่ดี แต่การไปอยู่เกาหลีคนเดียว หนูไม่กล้าบอกทีมงานว่าหนูท้อแค่ไหน เพราะไม่อยากให้เขารู้สึกแย่ เมื่อไม่มีใครให้เดินไปหา ก็ต้องเก็บทุกอย่างไว้และรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลก ตอนหลังเรามักจะหาอะไรดึงความสนใจเราไปที่อื่น ถึงแม้จะชอบร้องเพลงและเต้นมาก แต่ถ้าทำเยอะเกินไปก็จะเริ่มไม่ไหว ถ้าไม่เล่นเกม หนูก็จะทำขนม ไปเที่ยว ไปเดินเล่น เพื่อให้ความคิดนั้นหายไป

เส้นทางการศิลปินที่โรยไปด้วยความกดดัน ของแอลลี่ (ALLY) อชิรญา นิติพน ในวัย 16 ปี
ภาพ : 411 Music

จริงๆ แล้วข้ามภูเขาลูกนั้นมาได้อย่างไร

หนูใช้วิธีกดดันตัวเองในทางที่ไม่ดี เพื่อให้ตัวเองพัฒนาขึ้น

กดดันตัวเองในทางที่ไม่ดี?

ฟังแล้วอาจจะเศร้านิดหนึ่ง คือการคิดกับตัวเองว่า เรายังไม่ดีพอ ยังแย่มาก ทำไมทำได้แค่นี้ หรือคิดว่า ถ้าครูพูดแค่นี้ ในใจเขาต้องคิดมากกว่านี้แน่นอน เพียงแค่ไม่ได้พูดออกมา เพราะมันอาจจะทำร้ายจิตใจเกินไป ตอนนั้นหนูชอบจินตนาการ แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้วนะคะ สมมตินั่งคุยกับใคร หนูจะชอบคิดในใจว่าเขารำคาญเราหรือเปล่า หรือหนูไม่เก่งพอหรือเปล่า ที่หนูเต้นไม่ได้ซะที เขาจะโกรธหนูไหม แล้วมันยิ่งทำให้รู้สึกทนไม่ได้ ต้องการที่จะเก่งขึ้น มันเครียดมากๆ เครียดจนทนไม่ไหว เพราะมีความรู้สึกว่าไม่มีใครชอบหนู แต่เขาต้องทำเป็นว่าชอบเพราะต้องฝึกฝนหนู

คิดเพื่อจะผลักตัวเอง?

ใช่ค่ะ ตอนแรกไม่ได้ทำขนาดนี้ แต่พอทุกอย่างเริ่มวนเป็นลูปทุกวันเหมือนเดิม ครูสอนท่าเต้นเดิม การร้องเหมือน ทุกอย่างเหมือนเดิม เพราะว่าหนูยังทำไม่ได้ หนูก็เริ่มคิดว่าทำไมมันไม่ได้ซะที เขาคงรำคาญแล้ว ก็เกิดเป็นความเครียด

คุ้มค่าแค่ไหน

อย่างน้อยเป็นบทเรียนที่สอนเรื่องการจัดการกับอารมณ์ ตอนนั้นรู้สึกลบกับทุกอย่าง มีความรู้สึกว่าทุกคนคิดลบเรื่องหนูมากๆ แต่เมื่อผ่านไปได้ พอได้บอกความรู้สึกของตัวเองกับแม่ พ่อ และเพื่อนๆ ทุกคนก็บอกว่า ที่แอลลี่คิดนั้นไม่จริง ทุกคนทำเพื่อให้แอลลี่พัฒนาเพราะแอลลี่เป็นคนของบริษัท และยังเป็นคนแรกของบริษัท เขาก็อยากให้แอลลี่เก่ง ไม่ได้ทำเพื่อตำหนิอย่างเดียว

มีไหมสักครั้งที่ได้รับคำชม

มีค่ะ 

เส้นทางการศิลปินที่โรยไปด้วยความกดดัน ของแอลลี่ (ALLY) อชิรญา นิติพน ในวัย 16 ปี
ภาพ : 411 Music

คำแรกที่ได้ยินคือคำว่าอะไร และเมื่อไหร่

คำว่า It’s ok. ของครูสอนเต้น ซึ่งถือว่าโหดที่สุด เขาเป็นคนที่เก็บรายละเอียดทุกอย่างเก่งมาก หนูนับถือเขา เพราะมันช่วยให้หนูใส่ใจรายละเอียดในท่าเต้น อาทิตย์แรกที่เรียน หนูเจอแต่คำว่า ‘ยังไม่ดีพอ’ ‘คุณได้ซ้อมมาหรือเปล่า’ จนวันศุกร์ได้ยินคำว่า It’s ok. รู้สึกชีวิตเปลี่ยนเลย แค่คำว่าโอเค ก็รู้สึกว่ามันโอเคแล้ว รอบแรกมันแย่มาก แต่รอบนี้มันโอเคแล้ว ต่อไปคงจะดีขึ้นมั้ง

ซึ่งจริงๆ คำนี้ไม่ใช่คำชม

ครั้งสุดท้ายที่ลากันก่อนกลับไทย เขาบอกว่า ‘วันนี้ทำดี’ แค่ได้ยินก็รู้สึกสดใสขึ้นมา

หนูได้เรียนรู้ว่า คำพูดดีๆ แม้จะเล็กๆ แต่มีความหมายมากนะ ทำให้คนคนหนึ่งมีวันที่ดีหรือแย่ได้เลยจากคำพูดนั้น หลายคนอาจจะไม่เคยคิดว่าคำพูด เช่น วันนี้แต่งตัวสวยจัง ชอบอายไลน์เนอร์จัง วันนี้ทำได้ดีมาก นั้นช่วยใครบางคนได้จริงๆ

ฝึกหนักขนาดนี้ คาดหวังอะไรจากการเดบิวต์

หนูไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนฟังเพลงกี่คน หนูมีความสุขที่มีผลงานออกมา บางคนอาจจะไม่ชอบ ก็ไม่เป็นไร หนูแค่อยากให้เขาเห็นงานที่หนูภูมิใจ วันนั้นก็เลยเป็นวันที่มีแต่ความดีใจ ไม่หวังอะไรมากเลย

เดบิวต์แล้วก็ไม่ได้แปลว่าความยากลำบากที่เคยเจอจะจบลงใช่ไหม

พอเดบิวต์แล้ว เจอกับข้อความที่ทำให้รู้สึกเป๋ๆ ไม่ว่าเราทำอะไร ทำไมถึงมีคนดูไม่พอใจอะไรเลย เขาไม่เห็นความพยายามของเรา หรือเราทำอะไรผิด คอมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกแย่ที่สุด คือการพูดเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก โดยไม่พูดถึงทักษะหรือความพยายามอะไรเลย หนูเข้าใจว่าเราไม่อาจทำให้ทุกคนถูกใจ หนูขอทำส่วนของเราให้ดีดีกว่า หนูไม่อาจเปลี่ยนความคิดของใครได้ แค่รู้ว่าหนูจะไม่ทำแบบเขา เราจะไม่ตัดสินใครด้วยภาพภายนอก

การเป็นแอลลี่ต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง

เยอะมาก ชีวิตหนูได้บทเรียนจากอินเทอร์เน็ตเยอะเลย เพราะที่โรงเรียน เวลาที่ใครมีปัญหาผิดใจกับใคร เราคุยปรับความเข้าใจกันได้ตรงนั้น มีครู มีเพื่อนมานั่งคิดหาทางออกกันร่วมกัน แต่ในโลกอินเทอร์เน็ต หนูไม่สามารถตอบข้อความนับร้อยนับพันที่ไม่ชอบหนู บางทีก็รู้สึกนะว่าทำไมเราไม่มีเสียงของเราบ้างเลย เมื่อเรียนรู้ว่าโลกนี้มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบเรา หนูก็อยากจะเป็นตัวอย่างที่ดี วันหนึ่งเขาอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้ เราก็แค่ทำตัวของเราให้ดี

กระแสตอบรับจากแพลตฟอร์มไหนแรงที่สุด

ทวิตเตอร์ค่ะ แฮชแท็กขึ้นเลย มีทั้งคนที่ชื่นชมซึ่งหนูรู้สึกขอบคุณเขา และคนที่ไม่ชอบซึ่งเขามีภาพจำถึงเราไม่ดี หนูก็ได้แต่ปล่อยเขา ไม่อาจเข้าไปตอบทุกข้อความว่าหนูไม่ได้เป็นแบบนั้น 

และยังมีความกดดันที่อยากทำงานใหม่ๆ ให้ออกมาดีขึ้นทุกรอบ เพราะไม่อยากทำให้ใครต้องผิดหวังในตัวหนู และหวังว่าในอนาคตคนจะเห็นพัฒนาการของหนู และกลับมาคิดใหม่ว่าเราก็โอเค ไม่ได้แย่เท่าไหร่

แอลลี่ในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร

โตขึ้นค่ะ ถ้าพี่สัมภาษณ์หนูเมื่อก่อน หนูตอบคำถามแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ หนูคงจะตอบแค่ ‘ก็ดีค่ะ’ ก่อนหน้านี้หนูไม่ได้คิดลึกขนาดนี้ว่า ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร ตอนนั้นหนูคิดแค่ตัวเอง ไม่ได้คิดถึงคนอื่นเท่าไหร่ แต่ตอนนี้หนูได้เรียนรู้ว่าแต่ละคนคิดอย่างไร และอาจจะเป็นเพราะว่าอะไร หนูต้องพูดอย่างไรจึงจะช่วยเหลือเขาได้ หรือถ้าเจอเรื่องเข้าใจผิด หนูต้องพูดอย่างไรให้เข้าใจกัน

คิดว่าเราโตเร็วเกินคนอื่นไปไหม หรือรู้สึกสูญเสียชีวิตวัยเด็กไปบ้างหรือเปล่า

เราก็ยังทำสิ่งที่เพื่อนๆ ทำกัน หนูแค่มีอีกอย่างที่กำลังให้ความสำคัญ เพื่อนที่โรงเรียนคนอื่นก็ทำแบบเดียวกัน เพื่อนที่อยากเป็นหมอ ก็เรียนพิเศษเพื่อเตรียมสอบ ทุกคนต่างมีเรื่องที่กำลังสนใจและมุ่งมั่นทั้งนั้น เราก็แค่หาเวลาตรงกลางที่ว่างตรงกันมาเจอกัน คุยเรื่องไร้สาระไปด้วยกัน หนูอาจจะดูเป็นคนคิดมาก ตอนที่ไม่ได้ทำงาน หนูพูดเรื่องไร้สาระค่ะ ไปเรื่อยๆ เป็นตัวของตัวเอง

ขอตัวอย่างเรื่องไร้สาระที่พูดถึงบ่อยที่สุด

ดูอะไรดีในยูทูบ

ดูคลิปบีบสิวไหม

เคยดูค่ะ บอกไม่ถูกว่าชอบหรือไม่ชอบ มันแย่แต่ดี เพลิน และทำให้หนูกินอะไรไม่ได้หลังจากนั้น กว่าจะลืมว่าเคยดู

ดูจนจบเลยไหม

แน่นอนค่ะ อีกประเภทที่ชอบดูคือ ASMR ผ่อนคลายมาก กลับมาที่เรื่องไร้สาระ เรื่องอะไรที่เล่าลอยๆ เช่น บอกเพื่อนว่าถ้าวันหนึ่งสมมติอาบน้ำอยู่ แล้วอยู่ดีๆ เราก็ไหลลงท่อน้ำไปเราจะทำยังไง ไร้สาระมาก มันคงไม่มีวันเกิดขึ้น แต่ก็คุยไว้ก่อนเผื่อมันเกิดขึ้น จะได้รู้ว่าต้องทำอะไรดี

เส้นทางการศิลปินที่โรยไปด้วยความกดดัน ของแอลลี่ (ALLY) อชิรญา นิติพน ในวัย 16 ปี

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Talk of The Cloud

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

“พี่ครับ รอผมแป๊บนะ ผมกำลังข้ามเรือไป น่าจะไม่เกินสิบนาที” เสียงปลายสายของของ หมูปิ้ง-ศุภชัย บุญกระจ่าง โทรมาบอกก่อนจะถึงเวลานัด เขากำลังรอเรือข้ามฟากเพื่อมายังร้าน Them.x สถานที่นัดพูดคุยกันในวันนี้

หมูปิ้ง เด็กหนุ่มวัย 19 กำลังเป็นที่โด่งดังใน TikTok ด้วยชื่อ เชฟหมู ณ ป้อมยาม (@mooping2545) เขาสร้างคลิปทำอาหารในป้อมยาม ผสมกลมกล่อมด้วยมุกโบ๊ะบ๊ะที่เล่นคนเดียว กินคนเดียว แต่ชวนคนขำด้วยเป็นล้าน

 ไม่แปลกใจที่คนส่วนใหญ่จะติดดูคลิปของเขา (เราเองยังติด) ด้วยจังหวะจะโคนการเล่นมุกที่ลื่นไหล ดูยังไงก็ชวนอมยิ้ม พร้อมลุ้นกับตอนท้ายว่าอาหารที่เขาทำจะรสชาติใช้ได้หรือไม่…

แล้วสุดท้ายหมูปิ้งก็บอกว่าอร่อย!

เตือนผู้อ่านทุกท่านที่กำลังอยากแวะไปส่องแอคเคาต์ไว้ตรงนี้ว่า อย่าดูระหว่างกินข้าวจะดีกว่า เกรงว่าจะฮาจนสำลัก

แม้รสชาติอาหารตรงหน้าจะขำขัน แต่รสชาติชีวิตของหมูปิ้งนั้นเข้มข้น เขาผ่านเรื่องราวอันมากมายเกินอายุ เริ่มต้นจากการตัดสินใจลาออกอย่างเด็ดเดี่ยวหลังเปิดเทอม ม.4 ได้ไม่นาน เพราะเขามองว่าการศึกษาไม่ตอบโจทย์ชีวิตขนาดนั้น ใช้ต้นทุนการไปโรงเรียนสูง ไหนจะค่าใช้จ่ายในการทำการบ้าน ทำโครงงานของแต่ละวิชาก็ต้องใช้เงินเยอะ รสชาติของการศึกษาไทยมันสุดจะขมขื่น โดยเฉพาะสำหรับเด็กคนหนึ่งที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก เมื่อตกผลึกกับตัวเองได้ เขาเลยลาออกเพื่อมาทำงานหาเงิน

หมูปิ้งเดินทางจากโคราชเพื่อมาหางานทำในเมืองใหญ่ หอบกระเป๋าเสื้อผ้ามากางที่สมุทรปราการ ลิ้มลองเมนูชีวิตแบบใหม่ 

รสชาติจะเป็นอย่างไร ขอชวนผู้อ่านชิมผ่านอักษรเรื่องเล่าด้านล่างนี้

ศุภชัย บุญกระจ่าง หรือ เชฟหมู ณ ป้อมยาม ซุปตาร์ TikToker คนใหม่จากโคราช ผู้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดของชีวิต

EP.1 ยามมาทำงาน 

หมูปิ้งเล่าว่าหลังพ่อเลี้ยงเสียชีวิต ก็เท่ากับครอบครัวได้เสียเสาหลักของบ้าน ยายและแม่ไม่ได้ทำงาน พี่ชายและพี่สาวต่างก็มีภาระดูแลครอบครัวของตนเอง ผลจึงตกมาที่หมูปิ้ง ซึ่งพอจะเป็นกำลังหลักคนใหม่ หาเงินเลี้ยงดูแม่และยาย

“ครอบครัวผม แค่แกงหนึ่งถุงก็คิดแล้วคิดอีก ถ้าจ่ายเงินซื้อแล้ว มื้อต่อไปจะกินอะไร จะให้ผมมาเสียเงินกับการทำการบ้านหรือโครงงานมันไม่ใช่จริงๆ ผมไม่ได้แอนตี้คุณครูนะ เพราะครูเขาต้องสอนตามระบบ ผมแอนตี้ระบบการศึกษาแบบนี้มากกว่า

“พอลาออกก็เดินทางมาสมุทรปราการคนเดียว เพราะพี่ชายอยู่ที่นี่ หางานตามเพจต่างๆ ตอนเช้าไปทำงานร้านขายปุ๋ย พอตอนเย็นเลิกงานก็ต้องรีบอาบน้ำ มาทำร้านพิซซ่าต่อ เคยไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กด้วย ก็สนุกดีนะครับ” เขาว่า

นอกเหนือจากการทำงานหาเงิน หมูปิ้งชอบเข้าโบสถ์ สถานที่ที่ทำให้เขาค้นพบพรสวรรค์ และได้ฝึกฝนความสามารถของตัวเองผ่านกิจกรรมที่โบสถ์ เช่น เล่นดนตรี ถ่ายวิดีโอ ตัดต่อวิดีโอ ซึ่งกลายเป็นทักษะติดตัวชั้นยอด

ศุภชัย บุญกระจ่าง หรือ เชฟหมู ณ ป้อมยาม ซุปตาร์ TikToker คนใหม่จากโคราช ผู้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดของชีวิต

EP.2 ยามหิว

หมูปิ้งทำงานเล็กๆ น้อยๆ มานักต่อนัก จนได้มาเป็นยามประจำหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เนื่องจากตัวงานไม่ได้หนักมาก จึงพอมีเวลาเล่นโซเชียลมีเดีย เขาชื่นชอบการดูคลิปตาม YouTube และ TikTok เลยได้สมัคร TikTok เอาไว้ และทำคลิปสนุกตามสไตล์ไปเรื่อยๆ

“ตอนแรกผมลิปซิงก์เพลงทั่วไปตามกระแส มีคนติดตามพันกว่าคน พอยอด Follower ครบพัน เราก็ไลฟ์สดได้ จำได้ว่ามีสองคนเองที่เข้ามาดู มีคนหนึ่งคอมเมนต์ถามว่า ‘ถ้าหิวในป้อมยามจะทำอะไรกิน’ ก็เลยเกิดเป็นไอเดียขึ้นมาว่า เฮ้ย ผมอยากลองทำเป็นรายการ ด้วยความว่าง ด้วยสกิลล์การตัดต่อที่ผมมี ก็เลยออกมาเป็นรายการ ยามหิว” หมูปิ้งเล่าย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตเขาอย่างไม่คาดฝัน

คอนเซ็ปต์ของ ‘ยามหิว’ คือการทำกับข้าวโดยไม่ต้องใช้เครื่องครัว หรือใช้เครื่องครัวให้น้อยที่สุด นักแสดงหลักของช่องที่เราเห็นบ่อยๆ เลยเป็นหม้อหุงข้าวใบเดียวที่ทำได้ทุกเมนู ตั้งแต่กะเพราหมูสับ ป๊อปคอร์น ข้าวผัด มันบดรสไข่เค็ม ต้มยำไก่ และอีกมากมายหลายหลาก จะมีอุปกรณ์อื่นๆ มาเป็นนักแสดงสมทบบ้างบางคลิป เช่น ทำเส้นขนมจีนด้วยวิธี DIY จากกระป๋องกาแฟและขวดคาราบาว 

หมูปิ้งกำลังใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดที่มีอยู่ เขาศึกษาจากคลิปของคนอื่นๆ เยอะมาก แล้วเอามาพัฒนากับงานตัวเอง

“ผมชอบดูหนัง อย่างหนัง Marvel ผมดูเอาสนุกและดูการขายของหนัง ซึ่งการขายของหนังมันมีความน่าสนใจ มีการปล่อยทีเซอร์ไปก่อน ผมเลยเอามาปรับใช้บ้าง เวลาผมปล่อยทีเซอร์ไป บอกทุกคนว่าผมจะปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการหน่อยนะ บอกคนดูว่าในเดือนนี้ คุณจะได้พบกับอะไรบ้าง นั่งตัดทีเซอร์เอาเอง เรียนรู้เอง 

“ผมเรียนรู้จาก YouTuber บ้านเราด้วย ดูการขายของเขา ขายยังไงให้น่าสนใจ ทำไมเราถึงหยุดดูเขานะ แล้วก็เอามาคิดว่าผมต้องทำยังไงดี ผมสังเกตจากคลิปที่ชอบดูบ่อยๆ เช่น Buffet Channel ดู พี่เติ้ล (ทวีศักดิ์ เพ็ชรปราณีนุกูล), พี่เจแปน (ภาณุพรรณ จันทนะวงษ์) ผมเสพคลิปเขาเยอะมากเลยนะ รายการ ทำมาหาแดก ผมดูครบทุกอีพี แต่ละอีพีดูอย่างต่ำสามรอบ พอเราดูเยอะ มันก็เข้ามาในตัวเราอัตโนมัติเลย”

หมูปิ้ง ศุภชัย 'เชฟหมู ณ ป้อมยาม' TikToker ล้านวิววัย 19 ที่ทำอาหารด้วยหม้อหุงข้าวใบเดียว
หมูปิ้ง ศุภชัย 'เชฟหมู ณ ป้อมยาม' TikToker ล้านวิววัย 19 ที่ทำอาหารด้วยหม้อหุงข้าวใบเดียว

หมูปิ้งสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการดูคลิปเหล่านี้ไว้ 3 ข้อ

“หนึ่ง ตั้งแต่ไหนแต่ไร คนดูไม่ชอบโฆษณา คือถ้าโฆษณาไม่ดีจริงเขาจะไม่หยุดดู เพราะฉะนั้น ต้องทำยังไงก็ได้ให้โฆษณามันน่าสนใจด้วยการขายของผม

“สอง คือจริงใจ ไม่ดีบอกไม่ดี ถ้าต้องรับงานมาแล้วโดนบังคับว่าต้องพูดดี ผมไม่รับนะ ก่อนที่ผมจะรับงาน ผมจะขอดูสินค้าของเขาก่อน 

“สาม ผมจะบอกว่า รีวิวสไตล์ผมนะ ถ้าไม่ให้ ผมไม่รับ ลูกค้าที่เข้ามาส่วนมากโอเค เพราะเขาชอบสไตล์เรามาก เน้นอีกว่าขอฮาๆ มาก่อนเลยนะ ไม่ต้องห่วงผลิตภัณฑ์ ลูกค้าหลายคนหลังจากลงคลิปไปก็กลับมาจ้างเราต่อ ขอบอกตรงนี้ว่า ผมขอขอบคุณลูกค้านะครับผม”

@mooping2545

ยามหิว:ต้มยำไก่ในหม้อหุงข้าว #tiktokพากิน #ยาม

♬ เสียงต้นฉบับ – ยาม – ยาม

EP.3 ยามมีลูกค้าเข้า 

จากทำคลิปสนุกๆ สู่การสร้างรายได้อย่างจริงจัง

เกณฑ์การรับงานรีวิวของหมูปิ้งไม่มีอะไรมาก หนึ่ง ไม่ผิดกฎหมาย สอง ใช้ได้จริง สาม แมตช์กับคอนเทนต์ของหมูปิ้ง

โปรดักชันไม่ได้ยิ่งใหญ่ มีแค่มือถือธรรมดาเครื่องเดียว ภาพอาจไม่ชัดบ้าง ไม่มีการจัดไฟให้สวยๆ บางคลิปก็มีเสียงจิ้งหรีดเป็นมิวสิกแบกกราวนด์ นี่คือข้อจำกัด

แต่ใครหลายคนชอบ เพราะมันเรียล เข้าถึงง่าย และจริงใจ   

“ผมพยายามคิดว่า เราจะเล่นมุกกับสินค้าได้ยังไงบ้าง อย่างแลคตาซอย ผมก็เล่นว่า แลคตาซอย นมที่เวลาเราป่วยคนต้องซื้อมาให้กิน หรือกระทะ หมูกระทะ เขาบอกกระทะมันลื่นมากเลยนะ เราจะเล่นยังไงได้ ผมเลยเล่นมุก เวลากินหมูกระทะอย่าเอาไปใกล้เด็กนะ เดี๋ยวเด็กจะเอาไปเล่นเป็นสไลด์เดอร์

“ล่าสุดยาสีฟันเข้า จะแปรงฟันโชว์แล้วบอกฟันขาวก็ไม่ได้ ผมเลยเอายาสีฟันมา เปิดชิม แล้วบอกอร่อย แค่นี้เลย เรานึกไปถึงตอนเด็กๆ ที่หลายคนต้องเคยกินยาสีฟันและชอบรสยาสีฟัน ผมเลยหยิบตรงนั้นมาเล่น ให้ความสนใจว่ามันอร่อยไหมนะ ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด คนชอบมาก ลูกค้าก็ดีลต่อ

“ผมว่าเราต้องปล่อยให้ตัวเองสบาย ถ้ากดดันมันจะเครียด จากสิ่งที่เราชอบจะกลายเป็นไม่ชอบ อย่างลูกค้าบางเจ้าจะให้ผมทำคลิปเพลง ผมบอกลูกค้าว่า อย่าเร่งวันนะ ผมรู้ว่างานแบบนี้เร่งไม่ได้ ผมต้องชี้แจงก่อน” คอนเทนต์ครีเอเตอร์มือใหม่เล่าวิธีการทำงาน ในฐานะวิชาชีพเดียวกัน ยอมรับว่านี่คือวิถีของความเป็นมืออาชีพชัดๆ

“มีคนถามผมเหมือนกันว่าทำไมไม่ทำ YouTube เพราะงานแบบผมคู่แข่งเยอะ แต่ใน TikTok ส่วนมากจะเป็นลิปซิงก์ไม่ก็เต้น ที่ผมทำมันไม่มี ผมเลยเลือกเอางานไปลงที่ TikTok ก่อน คนดูทั้งเป็นวัยรุ่น วัยเรียน วัยทำงาน แม้กระทั่งคนแก่ เข้าถึงได้ทุกวัย” หมูปิ้งเล่าถึงการวางกลยุทธสร้างแบรนดิ้งและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเฉียบคม

EP.4 ยามมีเคล็ดลับ

อย่างที่หมูปิ้งบอก การทำคลิปมีส่วนผสมสำคัญที่เรียกว่าความจริงใจ ความเรียลๆ ของชีวิตที่เรียบง่าย ส่วนข้อห้ามที่ต้องท่องให้ขึ้นใจคือ ห้ามนำเสนอไม่หมดหรือบิดเบือนความจริง เพราะแต่ละคลิปคนดูเยอะมาก 

“การทำคลิปแบบนี้มันต้องสร้างเซอร์ไพรส์ คาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวินาทีต่อไป คนถึงจะอยากดูจนจบครับ อย่าปล่อยให้คนดูเดาทางออก ถ้าคนดูเดาทางได้ เขาปัดทิ้งเลยนะ เพราะมันไม่น่าสนใจแล้ว” หมูปิ้งเผยเคล็ดลับวิชาทำคลิปให้ฟังเพิ่ม

EP.5 ยามดัง 

หลังคลิปทำข้าวผัดในป้อมยามปล่อยออกไป ชาว TikTok ต่างถูกใจ รัวไลก์ให้คลิปนี้ของหมูปิ้ง จนเขาแจ้งเกิดเป็นดาว TikTok อย่างแท้จริง ใครๆ ก็ชอบคลิปของเขา

ตอนนี้มีงานถ่ายคลิปไปถึงเดือนพฤศจิกายนแล้ว

“ผมรับวันละคลิปเอง ถ้าเรารับเยอะมันจะกดดัน งานแบบนี้ต้องปล่อยตัวเองให้สบายๆ เลยรับได้วันละงานเองครับ ถ้าเรากดดันมันจะเครียด จากสิ่งที่เราชอบมันก็จะกลายเป็นไม่ชอบ”

ทั้งกระแสออนไลน์อันล้นหลาม ลามมาถึงกระแสออฟไลน์ในชีวิตจริง หมูปิ้งเล่าว่าทุกคนเริ่มมาทักทายเขาที่ป้อมยาม เพราะจำได้ ทั้งคนที่ขับรถเข้าหมู่บ้านแล้วต้องแลกบัตร ไปจนถึงลูกบ้านในหมู่บ้าน ทุกคนต่างเอ็นดูเด็กหนุ่มคนนี้

“หลังคลิปทำข้าวผัดดัง ลูกบ้านเขาจำได้เลยเข้ามาทัก เมื่อก่อนผมนั่งอยู่ในป้อมเงียบๆ คนเดียวสิบสองชั่วโมง แทบไม่ได้คุยกับใครเลย นอกจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเวลาเราไปซื้อของ ผมดีใจที่ได้คุยกับผู้คนมากขึ้น ลูกบ้านเขาก็ชอบ บอกว่าให้ทำอีกนะ ผมก็งง เพราะว่าเราถ่ายคลิปในเวลางาน ลูกบ้านไม่ห่วงเลย” หมูปิ้งเล่าแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

เขาเล่าต่อว่าบางวันลูกบ้านถือหม้อมาให้ก็มี ส่วนลูกบ้านอีกคนก็เอาทอดมันกุ้งที่ตนทำขาย แบ่งมาให้กินอิ่มท้องทุกอาทิตย์ หมูปิ้งเลยกินทอดมันกุ้งโชว์ในคลิปหนึ่ง ไม่ต้องสืบเลยว่า ชาวเน็ตแห่ไปถามหาทอดมันกุ้งว่าซื้อจากไหน จะตามไปเอฟ

“ลูกบ้านขับรถมาหา แล้วก็มาขอบคุณเรา ทีแรกผมงงว่ามาขอบคุณทำไม สืบไปเลยรู้ว่าคลิปที่เราลงทำให้ทอดมันกุ้งพี่เขาขายได้ จากที่ร้านเงียบมาหลายวัน พี่เขาจะจ้างเรารีวิวต่อด้วยนะ ผมบอกพี่ไม่ต้องจ้างผม เราอิ่มหลายมื้อเพราะเขา เดี๋ยวจัดการให้แจ่มๆ เลย”

แม้จะแจ้งเกิดเป็นอินฟลูเอนเซอร์ แต่สำหรับหมูปิ้ง อาชีพยามคืออาชีพสุจริตอย่างหนึ่งในสังคมเสมอ ไม่ได้ดูด้อยค่าไปกว่าใคร หรือไม่มีศักดิ์ศรีอย่างที่สายตาบางคนมอง 

“เคยสงสัยไหมว่าทำไมยามถึงดูไม่เท่าเทียมและดูไม่มีศักดิ์ศรี นั่นเป็นเพราะสื่อไทยครับ อย่างละครสั้นสะท้อนสังคม ถ้าดูเพลินๆ จะสอนใจนะ แต่ถ้าดูดีๆ ละครเหล่านี้ได้แอบใส่ความคิดหนึ่งไปแล้วเรียบร้อย เขาจะสร้างสถานการณ์ว่า เด็กเสิร์ฟ วินมอเตอร์ไซค์ ยาม และงานบริการต่างๆ เป็นอาชีพที่ไม่มีศักดิ์ศรี อาชีพพวกนี้จะโดนดูถูก โดนขยี้ โดนรังแก คนในสังคมย่ำยี หรือประธานบริษัทปลอมตัวมาเป็นยามแล้วก็มีคนเข้ามาดูถูก สุดท้ายเฉลยความจริงเพื่อสั่งสอนตัวร้าย จบด้วยการที่ตัวละครนั้นพูดประโยคเท่ๆ ออกมา คนดูก็รู้สึกว่ามันสอนใจจังเลย 

“แต่สิ่งที่สื่อไทยใส่เข้าไปคือ ถ้าคุณทำอาชีพนี้ คุณต้องโดนดูถูกแบบนี้นะ ในโลกความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น เราเจอคนที่พูดจาดีกับเราและเอ็นดูเรามากกว่า”

ศุภชัย บุญกระจ่าง หรือ เชฟหมู ณ ป้อมยาม ซุปตาร์ TikToker คนใหม่จากโคราช ผู้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดของชีวิต

EP.6 ยามฝัน

ความฝันจริง ๆ ของหมูปิ้ง อยากเป็นอะไร-เราชงคำถามปิดท้าย

“ผมอยากเป็นครูสอนศาสนา” เขาว่า

“ผมไม่ได้เกิดในครอบครัวคริสต์ครับ ผมเป็นคริสต์คนเดียว ผมอยากเป็นครูสอนศาสนา ผมอยากรวย เพราะครอบครัวจะได้สบาย เมื่อมีเยอะแล้วก็แจกจ่ายให้คนอื่น ผมมีโอกาสไปบนดอยแล้วเห็นชีวิตเด็กด้อยโอกาส เขาไม่ได้กินไข่เจียวหรือแม้กระทั่งเนื้อหมูบ่อยๆ แบบเรา ผมรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งเรามี เราอยากช่วยเขานะ 

“และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การตัดต่อ การถ่ายงานรีวิวที่ผมก็ชอบ ผมอยากเอาสองงานนี้มาแมตช์กัน ครูสอนศาสนากับอาชีพทำคลิป ผมเคยฝันเอาไว้ตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว ผมอยากเป็น YouTuber หรือ เป็น TikToker ผมพูดกรอกหูเพื่อนทุกวัน ชวนเพื่อนมาทำด้วย พูดมาตลอดเลยว่าเราอยากทำนะ จนตอนนี้ก็ได้ทำจริงๆ ก็ดีใจครับ” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มบนแววตา

ถ้าเปรียบชีวิตตอนนี้เป็นเหมือนเมนูหนึ่ง จะเป็นอะไร

“ข้าวสวยครับ ข้าวเปล่าเลย ดูว่างๆ จืดๆ แต่มันสำคัญ อยู่กับเมนูไหนก็ได้ สำคัญที่ว่าคุณจะเอาอะไรมาใส่ข้าวจานนี้ จะเอารสไหนล่ะ รสเผ็ดเอามาสิ รสหวานเอามาสิ

“ข้าวเปล่าก็คือชีวิต อยากได้รสอะไรก็ตักเอาเอง ห้ามให้คนอื่นตักให้เด็ดขาด เพราะถ้าคนอื่นตักให้ แล้วคุณจะไม่ชอบจานนั้น คุณจะเขี่ยเข้าข้างจาน และรสชาติจานนั้นก็จะไม่อร่อย”

ศุภชัย บุญกระจ่าง หรือ เชฟหมู ณ ป้อมยาม ซุปตาร์ TikToker คนใหม่จากโคราช ผู้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทลายข้อจำกัดของชีวิต

ขอบคุณสถานที่ : Them.x

Writer

นิภัทรา นาคสิงห์

ตื่นเช้า ดื่มอเมริกาโน เลี้ยงปลากัด นัดเจอเพื่อนบ่อย แถมยังชอบวง ADOY กับ Catfish and the bottlemen สนุกดี

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load