ทุกเย็นหลังเลิกเรียน เด็กๆ จะมีสิ่งที่เรียกว่าการบ้านติดไม้ติดมือกลับไป บางคนอาจแค่รู้สึกว่าขี้เกียจทำ แต่สำหรับอีกหลายคน การบ้านที่ว่าอาจกลายเป็นปัญหาเมื่อพวกเขาไม่เข้าใจ แถมถ้าหันไปพึ่งผู้ปกครอง ก็อาจกลายเป็นเรื่องปวดหัวทั้งคนทำคนสอน 

ยังไม่ต้องพูดถึงเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล ที่อาจขาดตัวช่วยทั้งบุคคลและอินเทอร์เน็ตในการหาข้อมูล

Alloprof เบอร์โทรและเว็บสอนการบ้านฟรีของแคนาดา เวิร์กจนเด็กเลือกใช้มากกว่ากูเกิล

แต่ที่รัฐควิเบกของประเทศแคนาดา เด็กที่นี่มีตัวช่วยพิเศษ นั่นคือ ‘Alloprof’ เบอร์และเว็บฟรีที่ช่วยสอนการบ้านได้แบบทันใจ จะโทรคุยสดๆ ส่งข้อความ หรือแชตถามคุณครูบนเว็บแบบออนไลน์ก็ได้

ถ้าถามถึงเสียงตอบรับที่สะท้อนคุณภาพและความตรงใจผู้ใช้ ขอตอบด้วยผลสำรวจว่า เด็กๆ ที่นั่นเลือกใช้ Alloprof มากกว่ากูเกิลและวิกิพีเดียเสียอีก 

Alloprof เกิดขึ้นได้ยังไง ทำอะไรได้บ้าง และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกว้างขวางขนาดไหน

ลองมารู้จักตัวช่วยนักเรียนควิเบกที่มีประสิทธิภาพ และให้บริการมายาวนานหลายสิบปีไปด้วยกัน

เครื่องมือลดอุปสรรคการศึกษา

ใน ค.ศ. 1996 ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เด็กๆ และคุณครูชาวควิเบกได้พบกับรายการทีวีเพื่อการศึกษารายการใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาอัตราเด็ก Dropout สูงลิ่วของควิเบก 

รายการนี้มีชื่อว่า Alloprof เป็นรายการที่ผ่านกระบวนการ R&D มากว่า 4 ปี และเกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เช่น คุณครู ผู้ปกครอง โรงเรียน เครือข่ายโทรทัศน์เพื่อการศึกษาสาธารณะ และกระทรวงศึกษาธิการ 

ตัวรายการมีเนื้อหาคุณภาพ มีการใช้เทคนิคอย่างการสัมภาษณ์และเกมเพื่อให้เด็กสนุกกับการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังมีอีกส่วนที่พิเศษ นั่นคือมีบริการให้นักเรียนโทรมาถามปัญหาการบ้านได้

และนี่คือหน้าตาของ Alloprof ในวันแรกเริ่ม ซึ่งหวังอยากให้เด็กๆ อยู่ในระบบการศึกษาได้ราบรื่น

แต่แม้เท่านี้ก็ดูดีใช้ได้แล้ว Alloprof ก็ไม่ได้หยุดเท่านั้น บริการนี้ยังเปลี่ยนโฉมไป เมื่อ Sandrine Faust ผู้บริหาร Alloprof คนปัจจุบันก้าวเข้ามา

Sandrine ตั้งใจทำให้ Alloprof ทรงพลังและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น โดยหนึ่งในแรงบันดาลใจคือ เธอมองเห็นศักยภาพของอินเทอร์เน็ต

และนี่คือต้นกำเนิดของบริการที่ชื่อ Alloprof ในปัจจุบัน

Alloprof เบอร์โทรและเว็บสอนการบ้านฟรีของแคนาดา เวิร์กจนเด็กเลือกใช้มากกว่ากูเกิล

ความช่วยเหลือที่ครบเครื่องและเสมอภาค

Sandrine มองว่าอินเทอร์เน็ตคือเครื่องมือที่จะทำให้เด็กๆ เข้าถึงความช่วยเหลือด้านการศึกษา จากรายการทีวี เธอจึงแปลงร่าง Alloprof เแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ทยอยมีบริการใหม่เข้ามาไม่ขาดสาย

ตัวอย่างเช่น บนเว็บของ Alloprof เด็กๆ เรียนรู้ทำความเข้าใจสารพัดวิชาได้จากคลังความรู้คุณภาพที่นำเสนอผ่านรูปแบบหลากหลาย ตั้งแต่บทความ คลิป จนถึงเกมสนุกๆ 

Alloprof เบอร์โทรและเว็บสอนการบ้านฟรีของแคนาดา เวิร์กจนเด็กเลือกใช้มากกว่ากูเกิล
Alloprof เบอร์โทรและเว็บสอนการบ้านฟรีของแคนาดา เวิร์กจนเด็กเลือกใช้มากกว่ากูเกิล

แล้วเมื่อต้องการความช่วยเหลือ เว็บนี้ก็มีส่วนฟอรั่ม ซึ่งพวกเขาเข้าไปถามนักเรียนคนอื่นและผู้ปกครองได้ (มีคุณครูช่วยรีวิวอยู่อีกที) มีส่วนที่พี่ ม.ปลาย มาช่วยตอบคำถามน้องประถม โดยพี่ๆ ได้คะแนนจิตอาสาเป็นรางวัล และมีส่วนแชตคุยกับคุณครู ใครสงสัยเรื่องการบ้านหรือแม้แต่มีคำถามที่ไม่กล้าถามในห้องก็แชตถามได้ โดยมีเวลาทำการคือ ช่วงจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 5 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม และเวลาบ่ายโมงถึง 5 โมงเย็นของวันอาทิตย์ พูดอีกอย่างคือ เป็นเวลาที่คุณครูผู้เชี่ยวชาญแต่ละวิชาสะดวกจากการสอนในชั้นเรียนปกติ

Alloprof บริการสอนการบ้านฟรีเพื่อลดปัญหาเด็ก Dropout ของแคนาดาที่ช่วยเด็กๆ ปีละกว่า 4 แสนคน

นอกจากนี้ ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ไม่ต้องห่วง Alloprof ยังคงรักษาบริการโทรฟรีที่เด็กๆ โทรเข้ามาปรึกษาคุณครูได้แบบตัวต่อตัวเอาไว้ รวมถึงมีบริการ SMS ถาม ซึ่งเวิร์กมากสำหรับเด็กไม่ชอบคุยโทรศัพท์ ทั้ง 2 บริการนี้มีช่วงบริการเดียวกับบริการแชตออนไลน์ มากกว่านั้น ถ้าใครไม่มีคอมติดบ้าน Alloprof ก็ทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ ไปทำจุดเรียนรู้ไว้ในพื้นที่ซึ่งเด็กๆ เข้าถึงได้ ตั้งแต่ห้องสมุดจนถึงที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย 

และยังก่อน ยังไม่หมด Alloprof ยังมีส่วน Alloprofparents สำหรับผู้ปกครอง ในส่วนนี้มีทั้งแหล่งข้อมูลและช่องทางติดต่อ ทั้งออนไลน์ออฟไลน์ไว้ปรึกษาคุณครู เรียกว่าช่วยลดอาการปวดหัวเมื่อต้องสอนการบ้านและตอบคำถามเด็กได้อย่างดี 

Alloprof บริการสอนการบ้านฟรีเพื่อลดปัญหาเด็ก Dropout ของแคนาดาที่ช่วยเด็กๆ ปีละกว่า 4 แสนคน

เมื่อบริการตอบโจทย์ผู้ใช้ขนาดนี้ อีกทั้งเนื้อหาและคุณครูยังมีคุณภาพ Alloprof จึงมีศักยภาพช่วยเหลือเด็กที่มีเงื่อนไขการศึกษาต่างกันได้อย่างเสมอภาค รวมถึงเป็นขวัญใจผู้ใช้ ชนิดเอาชนะตัวช่วยที่เราคุ้นเคยอย่างกูเกิลและวิกิพีเดียได้ 

“คุณสามารถเจอข้อมูลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นของวิชาไหน และคุณก็โทรไปได้ด้วย” Luka Valoir ผู้ใช้วัยมัธยมต้นรีวิว Alloprof เอาไว้

และแน่นอน เมื่อเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพแท้จริง ผลลัพธ์ของ Alloprof ก็เปี่ยมพลัง 

บริการที่ตอบโจทย์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน 

Alloprof อยู่คู่นักเรียนชาวควิเบกมา 20 กว่าปี ในฐานะบริการฟรีที่มีผู้สนับสนุนหลักคือกระทรวงศึกษาธิการ และมีพาร์ตเนอร์รองอย่างมูลนิธิและบริษัทเอกชนต่างๆ (นั่นหมายความว่า ทีมงานและคุณครูไม่ได้ทำงานกันแบบจิตอาสา แต่ได้ค่าจ้างเต็มเม็ดเต็มหน่วย)

แต่ละปีของการทำงาน Alloprof ตอบโจทย์เด็กๆ อย่างมีประสิทธิภาพ มีเด็กนักเรียนควิเบกราว 45 เปอร์เซ็นต์ใช้บริการ Alloprof ซึ่งนั่นหมายถึงเด็กประถมและมัธยมราว 400,000 คน โดยใน ค.ศ. 2019-2020 Alloprof ช่วยเด็กๆ ทำการบ้านเรียบร้อยไปถึง 47 ล้านชิ้น และผลการทำสำรวจเชิงลึกครั้งหนึ่งซึ่งสัมภาษณ์โรงเรียนที่เกี่ยวข้องมากกว่า 6,000 แห่ง ก็พบว่า 97 เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนมีความสุขมากและรู้สึกดีกับวิชานั้นๆ

ที่สำคัญ ณ วันที่การเรียนออนไลน์กลายเป็นช่องทางการศึกษาสำคัญ Alloprof ยิ่งกลายเป็นตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพและจำเป็น

ใน ค.ศ. 2021 รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาของควิเบกได้ให้เงินทุน 7.3 ล้านดอลลาร์ฯ แก่ Alloprof สำหรับการทำงานในระยะเวลา 2 ปี ทำให้ Alloprof จ้างครูมาตอบคำถามเด็กๆ ได้ถึง 100 คน หรือ 2 เท่าจากที่เคยเป็น ซึ่งเหมาะเจาะกับความต้องการที่พุ่งสูงลิบ เพราะ Sandrine ระบุไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2021 ว่า ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีเด็กถึงราว 125,000 คนต่อวันเข้ามาดูวิดีโอและทำแบบฝึกหัดในเว็บไซต์ Alloprof 

อาจกล่าวได้ว่า ตั้งแต่เกิดขึ้นเมื่อ 20 กว่าปีก่อน บริการสอนการบ้านฟรีของควิเบกนี้เป็นผู้ช่วยคนสำคัญของเด็กนักเรียนตลอดมา และ Alloprof ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้พวกเขาก้าวเดินบนเส้นทางการศึกษาจนตลอดรอดฝั่ง

“ในแต่ละวัน มีนักเรียนมากกว่าหนึ่งแสนคนสมัครใจใช้บริการ Alloprof เพื่อทำให้การเรียนรู้ของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น เด็กๆ ต้องการประสบความสำเร็จ นั่นคือข้อความที่พวกเขาส่งมาหาเรา มันถึงตาเราที่จะบอกพวกเขาว่า เราจะพยายามขึ้นเป็นทวีคูณในการให้ทรัพยากรทั้งหมดที่ให้ได้เพื่อสนับสนุนคุณ และเพื่อชวนคนที่ยังลังเลใจ ให้ยอมรับความช่วยเหลือที่จะพาพวกเขาไปสู่ความสำเร็จ” Sandrine กล่าวไว้

Alloprof บริการสอนการบ้านฟรีเพื่อลดปัญหาเด็ก Dropout ของแคนาดาที่ช่วยเด็กๆ ปีละกว่า 4 แสนคน

ภาพ : Alloprof

ข้อมูลอ้างอิง 

www.alloprof.qc.ca

ici.radio-canada.ca

ashokacanada.org

www.powercorporationcommunity.com

www.rtbf.be

www.csbf.qc.ca

playbackonline.ca

Writer

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CUD4S ร่วมก่อตั้งโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เราตั้งใจนำการออกแบบและ Design Thinking ไปแก้ปัญหาสำคัญของสังคม โดยทำบนฐานงานวิจัย ในรูปแบบของ Collaborative Platform ให้ฝ่ายต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ติดตามโครงการของเราได้ที่ Facebook : CUD4S

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

มีคำกล่าวกันว่า ‘ประวัติศาสตร์นั้นเขียนขึ้นโดยผู้ชนะ’ เราพบความจริงนี้ได้ในหลากหลายที่ ตั้งแต่ตำราเรียนของเด็ก ๆ จนถึงบันทึกประวัติศาสตร์เก่าแก่

เมื่อฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของอำนาจ บางชื่อจึงอาจถูกลบ บางเหตุการณ์จึงอาจไม่ถูกพูดถึง ‘ความจริง’ ที่เราเห็นจึงอาจเป็นเพียงด้านเดียวของอดีต

แล้วทำอย่างไร เราถึงจะได้รู้ เพื่อเรียนรู้ว่าในวันวานมีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ บ้าง

วันนี้ฉันจะมาเล่าให้คุณฟังถึงเคสหนึ่งที่ออกแบบให้ประวัติศาสตร์ได้ถูกบันทึกไว้ตามที่มันเป็น

ชื่อของเคสนี้คือ ‘Fortepan’ คลังภาพประวัติศาสตร์ออนไลน์ที่โด่งดังของประเทศฮังการีค่ะ

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Reményi József

คลังภาพถ่ายธรรมดา จากคนธรรมดา

ในช่วงกลางยุค 80 Miklós Tamási ผู้ก่อตั้ง Fortepan คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สนใจอยากคืนชีวิตให้ประวัติศาสตร์จากสายตาประชาชนฮังการี ซึ่งเขาเคยเห็นในหนังและภาพถ่าย

เพราะมีความฝันเช่นนี้ Tamási จึงมักแวะเวียนไปที่ถังขยะเพื่อเก็บภาพถ่ายเก่า ๆ ที่ผู้คนโละทิ้งมาสะสมไว้ และเข้าทำงานที่แกลเลอรี่ของมหาวิทยาลัย Central European ในขอบเขตงานที่เน้นเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์

ฟังดูเหมือนงานในฝัน แต่ที่นั่น Tamási พบความจริงว่า ภาพที่นำมาจัดแสดงล้วนมาจากมุมมองที่ถูกออกแบบไว้แล้ว ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายเพื่อลงในสื่อต่าง ๆ ในที่สุดว่าที่ผู้ก่อตั้ง Fortepan ก็ทนไม่ไหว เขาตัดสินใจเปิดคลังภาพออนไลน์ของตัวเองในปี 2010 เพื่อบอกเล่าความจริงจากอีกฝั่งหนึ่งแทนที่ภาพถ่ายซึ่งคัดเลือกมาอย่างดีของนิทรรศการ คลังภาพนี้รวมภาพธรรมดาสามัญจากกล้องที่ถ่ายกันในครอบครัว

และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Fortepan คลังภาพออนไลน์ซึ่งได้ชื่อมาจากโรงงานผลิตฟิล์มถ่ายภาพ Forte ของประเทศฮังการี

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Dán Zsuzsanna
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Magyar Rendőr

คลังภาพถ่ายที่ชวนประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ Tamási ตั้งใจออกแบบให้คลังภาพของเขาเริ่มต้นในปี 1900 และสิ้นสุดในปี 1990

“ช่างภาพเริ่มออกไปเดินถ่ายภาพตามท้องถนนตั้งแต่ช่วงปี 1890 แต่เราหาภาพในช่วงนั้นไม่ค่อยได้ นั่นทำให้เราเลือกช่วงปี 1990 เป็นจุดเริ่มต้น” Tamási อธิบาย “จุดสิ้นสุดของคอลเลกชันภาพ Fortepan คือ ปี 1990 ซึ่งเป็นช่วงที่ฮังการีเปลี่ยนจากยุคสังคมนิยมสู่ระบอบประชาธิปไตย”

ถ้าถามว่าทำไมถึงเลือกหยุดที่ตรงนี้ คำตอบของผู้ก่อตั้ง Fortepan คือระบอบประชาธิปไตยมาพร้อมกับทุนนิยม ซึ่งส่งผลให้ภาพถ่ายไม่คลาสสิกเหมือนก่อน

แน่นอนว่าภาพถ่ายยุคศตวรรษที่ 20 ยังมีอะไรอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของชนชั้น เมื่อมีเพียงครอบครัวร่ำรวยเท่านั้นที่ได้ครอบครองกล้องถ่ายรูป ทำให้แม้จะไม่ใช่ภาพออกสื่อ แต่ภาพ Home Photography ใน Fortepan ก็มักจะดูสวยงามอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ช่วงเวลานั้นยังมีเหตุการณ์สำคัญอย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ซึ่งมีภาพหลงเหลือมาน้อยนิด เพราะชาวยิวถูกห้ามไม่ให้มีกล้องถ่ายรูป

Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Aradi Péter
Fortepan คลังภาพเก่าออนไลน์ที่ชวนคนบริจาคภาพถ่าย เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์ตามจริง
ภาพ : Ambrus Tibor

เพราะอย่างนี้ Tamási จึงออกแบบให้คลังภาพออนไลน์ของเขาเปิดรับภาพถ่ายจากคนทั่วไป เพื่อให้ประวัติศาสตร์ไม่เว้าแหว่งขาดหาย ซึ่งหมายรวมถึงชาวฮังการีที่ต้องอพยพออกนอกประเทศ มากกว่านั้น นโยบายของคลังภาพยังเขียนขึ้นแบบเน้นความเท่าเทียม โดยเปิดให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ภาพเหล่านี้ได้ฟรี รวมถึงให้ผู้ใช้มาร่วมใส่แท็กใน Index ของคลังภาพได้

ด้วยความพยายามเช่นนี้ Fortepan จึงไม่ใช่เพียงคลังภาพเก่าทั่วไป แต่เป็นที่ซึ่งคนในฮังการีได้มาร่วมเติมเต็มประวัติศาสตร์ของประเทศ

เพราะความพยายามนี้ ในคลังภาพของ Tamási จึงมีภาพหลากหลายอย่างแท้จริง อาทิ ภาพหายากจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างภาพโรงงานผลิตแก้วในกรุงบูดาเปสต์ของ Carl Lutz ชาวสวิส ซึ่งเปิดให้ชาวยิวเชื้อสายฮังกาเรียนเข้ามาหลบซ่อนตัว โดยทางคลังภาพใช้เวลาครึ่งปีติดต่อกับลูกสาวของ Lutz และ Swiss Federal Institute of Technology in Zürich เพื่อให้ได้ภาพเหล่านี้มา

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József
เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Agnes Hirschi

เมื่อเปิดกว้างและบอกเล่าเรื่องราวที่ไม่เคยเห็นที่ไหน Fortepan ที่มีจุดเริ่มต้นจากชุดภาพถ่ายที่ Tamási สะสมไว้ จึงกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ฮังการีที่ทรงพลังในที่สุด

คลังภาพที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

จากจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2010 ด้วยไฟล์ภาพถ่ายประมาณ 5,000 ภาพ ในตอนนี้ Fortepan มีภาพมากกว่า 100,000 ภาพ และถูกใช้งานแพร่หลาย ไม่ว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่ร่วมบริจาคภาพถ่ายหรือไม่ ถ้าอยู่ในฮังการี เป็นไปได้สูงที่คุณมีสิทธิ์จะได้เห็นภาพจากคลังภาพออนไลน์นี้ผ่านตา

แม้ Tamási จะตั้งใจทำโปรเจกต์นี้แบบไม่แสวงหารายได้ ประชาชนฮังการีก็มักเลือกบริจาคเงินให้ Fortepan แทนห้องสมุดแห่งชาติหรือพิพิธภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนชัดว่าพวกเขาเห็นคุณค่าคลังภาพนี้มากแค่ไหน

มีคำกล่าวกันว่า เราเรียนรู้จากอดีต และ Fortepan ก็คือเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทุกคนได้รู้จักและเข้าใจอดีตตามที่มันเป็น

ที่สำคัญ เครื่องมือนี้ไม่ใช่สิ่งสลับซับซ้อนเข้าใจยาก หากตั้งใจมากพอ เราสามารถเห็น Fortepan เกิดขึ้นได้ทุกหนแห่ง ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในฮังการีเท่านั้น

แน่นอนว่ารวมถึงเมืองไทย ประเทศที่เราต่างรู้ดีว่ายังมีประวัติศาสตร์อีกหลายส่วนที่ขาดหาย ลบเลือน และไม่ถูกพูดถึง

เราพบเศษเสี้ยวของมันได้ในภาพถ่ายเก่าที่แชร์กันตามกลุ่มเฟซบุ๊กหรือพิพิธภัณฑ์ออนไลน์อย่างพิพิธภัณฑ์สามัญชน แต่ฉันเชื่อว่าแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากพลังประชาชนยังงอกงามต่อไปได้ยิ่งกว่านี้

เพราะต่อเมื่อเราได้เห็นประวัติศาสตร์ตามจริงเท่านั้น ประวัติศาสตร์จึงจะไม่ซ้ำรอย

เปิดคลังภาพออนไลน์สุดฮิตของฮังการี ชวนประชาชนร่วมเขียนประวัติศาสตร์ ผ่านการรับบริจาคภาพถ่ายและเปิดให้เข้าถึงฟรี
ภาพ : Reményi József

ข้อมูลอ้างอิง 

fortepan.hu

hungarytoday.hu

hyperallergic.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load