“เพราะทุกเรื่องราวมีชีวิต ที่มากกว่างานสต็อกโฟโต้” 

ชิน-ชินสุวีร์ เจตน์จำรัส Chief Creative Officer ผู้ก่อตั้ง และหัวเรือใหญ่ของ ‘ALIVE UNITED’ บอกกับเรา 

นี่เป็นสต็อกโฟโต้น้องใหม่เจ้าแรกของไทย ที่ไม่ใช่แค่ตลาดซื้อ-ขายภาพออนไลน์ แต่ตั้งใจเป็นพื้นที่ที่ศิลปินได้อวดเอกลักษณ์ ลายเส้น และตัวตนให้โลกได้เห็นมากยิ่งขึ้นแบบไร้ขีดจำกัด

หลังจากเรียนจบด้านบริหารและโลดแล่นอยู่ในวงการโฆษณามานานกว่า 16 ปี ชินได้ทำงานคลุกคลีกับการใช้ภาพในงานโฆษณาอยู่เสมอ สิ่งที่เขาตระหนักได้คือ ภาพทุกภาพเต็มไปด้วยเรื่องราวและความตั้งใจของศิลปิน แต่สิ่งนั้นกลับหายไปทันที เมื่อภาพนั้นกลายมาเป็นสินค้าที่โชว์อยู่บนเว็บไซต์สต็อกโฟโต้ทั้งหลาย เมื่อไม่มีสต็อกไหนที่ถูกใจ เขาจึงออกแบบสต็อกโฟโต้ของตัวเอง เพื่อบรรจุเรื่องราวของภาพและศิลปินเอาไว้ พร้อมทั้งชักชวนศิลปินไทยมาอวดงานดีๆ ที่นี่

ชิน-ชินสุวีร์ เจตน์จำรัส Chief Creative Officer ผู้ก่อตั้ง และหัวเรือใหญ่ของ ‘ALIVE UNITED’
ชินสุวีร์ เจตน์จำรัส ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ ALIVE UNITED

“เราอยากเห็นสต็อกภาพที่ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นของคนไทย เป็นสไตล์ที่ค่อนข้างหาได้ยากในรูปแบบของสต็อกภาพทั่วไป ถ้ามองในมุมของลูกค้า ปัจจุบัน พวกเราก็กำลังต้องการภาพที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ ส่วนในมุมของช่างภาพ เราเห็นว่าเขามีงานดีๆ เยอะ แต่ที่ไม่อยากเข้ามาอยู่ในสต็อกเพราะมันมีข้อจำกัด และมีหลายขั้นตอนกว่าจะขายรูปได้ มันน่าเสียดายที่เราจะไม่ได้เห็นผลงานดีๆ จากศิลปินเก่งๆ เข้าไปอยู่ในพื้นที่ขายงาน”

ชินเล่าว่าก่อนหน้านี้เขาได้พูดคุยกับศิลปินมากมาย และพบว่าหลายคนขายภาพในสต็อกเป็นรายได้เสริมอยู่แล้ว แต่อีกหลายคนที่ยังไม่เข้ามาอยู่ในระบบนี้ทั้งๆ ที่งานมีคุณภาพมาก ก็เนื่องมาจากหลายสาเหตุ 

บ้างก็เป็นข้อจำกัดด้านภาษา บ้างก็เป็นเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยาก 

นอกจากข้อจำกัดยิบย่อยเหล่านี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการก้าวเข้ามาอยู่ในสต็อก อาจทำให้เรื่องราวของงานเหล่านั้นถูกลดทอนหายไป

ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ช่างภาพสตรีท- ALIVE’S ARTIST

“ทุกๆ ครั้งที่ผมคุยกับศิลปิน เขาจะเล่าเรื่องในภาพของเขาให้เราฟัง ว่าเขาไปถ่ายมาได้อย่างไร เจออะไรมาบ้าง บางภาพมันไม่สามารถกลับไปถ่ายได้อีกแล้ว เป็นโมเมนต์เดียวที่เขาคิดว่าดีที่สุดแล้ว เรามองเห็นว่าสิ่งที่เขาทำมันดีและมีคุณค่า เลยอยากให้เขาได้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ แล้วเราก็คอยส่งเสริมในสิ่งที่เขาเป็น

“พอเจอ Pain Point ทั้งของลูกค้าและของศิลปิน เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากแก้ปัญหานี้ แล้วทำให้พวกเขามาเจอกัน เกิดเป็นสต็อกภาพที่เต็มไปด้วยมุมมองและเรื่องราวของศิลปิน

“เราเชื่อว่าศิลปินไทยมีฝีมือ เราอยากให้ผู้คนได้เห็นความหลงใหลในงานของพวกเขาเหมือนที่เราเห็น อยากให้ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ถ่ายทอดสิ่งนั้นได้ แล้วสร้างรายได้ให้กับศิลปินได้จริงๆ” ชินเล่าให้เราฟัง

ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน

แพลตฟอร์มใหม่

สต็อกโฟโต้น้องใหม่รองรับทั้งภาพถ่าย วิดีโอ และงานภาพหลายแขนง ของศิลปินที่อยากส่งต่อเรื่องราวไปยังคนเสพ ด้วยความมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของคนทำงาน แม้บทบาทจะเป็นสต็อกที่มีไว้ซื้อ-ขายภาพออนไลน์ แต่ ALIVE UNITED ยังมองว่าตัวเองเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนรักงานศิลปะมาเจอกันอีกด้วย

“เราไม่ได้อยากให้ทุกคนมาสร้างสรรค์ผลงานอะไรก็ได้ในจำนวนมากๆ แล้วก็ขายงานอย่างเดียว แต่เรามองแพสชันของศิลปินที่อยากจะถ่ายทอดออกมาด้วย เนื้อหาข้างในจึงมีความจริงจัง มีความสมจริง และเต็มไปด้วยประสบการณ์ของศิลปินทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ภาพหรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจะเป็นตัวตนของศิลปินจริงๆ มีรายละเอียดที่ลึกซึ้งกว่าความเป็นสต็อกโฟโต้ทั่วไป

ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน
ผลงานภาพ : สุทธิภัทร อุตอามาตร์ – ALIVE’S ARTIST
ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน
ผลงานภาพ : ทวีพงษ์ ปทุมวงษ์ – ALIVE’S ARTIST

“อีกอย่างที่เราตั้งใจคือ อยากเห็นพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้โชว์ผลงาน ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่ามันยังมีงานดีๆ เป็นงานที่มีกลิ่นอายท้องถิ่นและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นมุมมองที่อาจจะยังไม่เคยเห็นที่ไหน”

นอกจากเป็นสต็อกโฟโต้แล้ว ในเว็บไซต์ยังมีส่วนบล็อกและรีวิว ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนที่สนใจศิลปะได้มาแลกเปลี่ยนกัน เขายังบอกอีกว่านี่เป็น Exclusive Gallery ที่พร้อมจะสนับสนุนและดูแลศิลปินอย่างเต็มที่

“ปกติสต็อกทั่วไปจะมีข้อจำกัดเยอะ ทำให้มีหลายภาพที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก บางภาพแค่มี Noise นิดหน่อยก็ไม่ได้แล้ว เรารู้สึกว่าบางครั้งศิลปินก็ไม่ได้ต้องการจะโฟกัสทุกอย่าง ภาพนั้นมันมีเรื่องราวอยู่ เราจึงมีทีม Curator คอยตรวจสอบภาพแบบละเอียด แล้วดูแลผลงานเหล่านี้ให้ดีที่สุด” 

ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน

เว็บไซต์ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นมิตรกับคนใช้งาน มีทั้งระบบโปรไฟล์ที่เล่าความเป็นมาของศิลปินแต่ละคน มีบริการฝังคีย์เวิร์ดลงไปในภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นหาเจอ และสิ่งสุดท้ายที่ชินให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่งคือ ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม

“เราให้ผลตอบแทนมากถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งปกติแล้วสต็อกทั่วๆ ไป รายได้ของศิลปินจะเริ่มอยู่ที่ภาพละประมาณสามบาท อีกทั้งยังมีข้อจำกัดต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เช่น ในแต่ละปีอาจต้องทำยอดให้สูงขึ้น แต่เมื่อเรามาทำเอง นอกจากเราจะดูแลอย่างทั่วถึงแล้ว เราก็ให้ผลตอบแทนไปเลยสี่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยังมีส่วนของการสนับสนุนเพื่อโปรโมทศิลปินต่างๆในอนาคตอีกด้วย”

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกในไทยที่ให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานในแบบของตัวเอง

เพราะประเทศไทยมีช่างภาพและคนทำงานภาพที่มีฝีมือดีมากมาย ซึ่งทาง ALIVE UNITED ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องศิลปินเป็นอย่างมาก

ชินบอกว่า เขาไม่ได้เริ่มต้นมุ่งมั่นไปที่เงินและผลตอบแทน แต่ทำจากความประทับใจในผลงานมี่มาจากแพสชันของศิลปินไทยจริงๆ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการเริ่มต้นคือ การเฟ้นหาศิลปินที่มีความตั้งใจเดียวกัน แล้วเล่าให้พวกเขาฟังว่าแพลตฟอร์มมีเป้าหมายอะไร สำหรับเขาแล้ว นั่นเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ใช้เวลายาวนานที่สุด เพราะเราอยากจะเรียนรู้ และเข้าใจในมุมมองที่ศิลปินแต่ละท่าน สร้างสรรค์และถ่ายทอดทุกความหลงใหลออกมาอย่างจริงจังที่สุด 

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่

“เราต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก เพื่อหาคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน ในแต่ละขั้นตอนมันเลยใช้เวลานานและใส่ใจทุกรายละเอียด เรามีการสัมภาษณ์เพื่อทำความรู้จักศิลปินที่มาร่วมงานกับเรา ส่วนใหญ่เขาจะเซอร์ไพรส์มาก เพราะการที่เราให้บริการและดูแลทุกๆ ส่วนของศิลปิน มันเป็นประโยชน์กับเขามาก

“เราไม่ได้มองว่าเราต้องการงานภาพแบบสต็อก แต่เราต้องการความสมจริงในเรื่องราวที่มีองค์ประกอบของการเล่าเรื่องที่ทุกคนได้พบเห็น สามารถสัมผัสและเข้าถึงเรื่องราวได้จริง และเป็นผลงานคุณภาพที่ผ่านการเล่าเรื่องจากแพสชันของศิลปินจริงๆ โดยเฉพาะศิลปินคนไทย เราเป็นแพลตฟอร์มที่จริงใจ และใส่ใจศิลปินทุกคนตั้งแต่ในวันที่เรามาเจอกัน เราพยายามคราฟต์ตั้งแต่ต้นทาง ตลอดจนทุกๆกระบวนการอย่างสร้างสรรค์ให้มากที่สุด

“หลายๆ ครั้งที่เราพูดคุยกับพวกเขา แต่ละคนจะมีมุมมองในการทำงานแตกต่างกันออกไป มีไลฟ์สไตล์ มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างกัน แต่สิ่งที่เราคิดว่าพวกเขามีเหมือนกันคือแพสชัน เขามีเรื่องราว มีมุมมองที่อยากถ่ายทอดให้คนได้เห็นและรู้สึกเหมือนกับที่เขารู้สึก เราก็อยากถ่ายทอดผลงานดีๆ ของเขาให้คนได้เห็น และอยากให้ลูกค้าได้ใช้บริการคอนเทนต์ที่ดีที่สุดเช่นกัน”

ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจทำสิ่งนี้ เขาเจอปัญหาน้อยใหญ่มานับไม่ถ้วนให้ได้เรียนรู้และแก้ไขมาเสมอ 

กฎหนึ่งข้อที่เขาจะยึดเอาไว้ทุกครั้ง สำหรับพาตัวเองผ่านปัญหาเหล่านั้นไปให้ได้คือ การเอาความต้องการของศิลปินและลูกค้าเป็นที่ตั้ง และยังจำความรู้สึกแรกที่ตั้งใจมาเสมอว่า อยากเห็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับทั้งคนผลิตงานและคนใช้งาน

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
ผลงานภาพ : ภูเบศ ลออชัยรังษี – ALIVE’S ARTIST
สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
ผลงานภาพ : นิกสิทธิ์ วงศ์สวัสดิ์ – ALIVE’S ARTIST

“ในส่วนเว็บไซต์ เราติดตามมุมมองและเทรนด์ต่างๆ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เพื่อให้เหมาะกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องหาวิธีที่จะกลับไปแก้ Pain Point เดิม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราพยายามจะรักษาสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของเราไว้ คือ ถ้าเราสามารถตอบสนองความต้องการและพัฒนาให้เป็นประโยชน์กับศิลปินและลูกค้ามากที่สุด 

“ผมเองเป็นครีเอทีฟมาก่อน เราต้องทลาย Comfort Zone หลายๆ อย่าง เพื่อเข้าถึงในทุกๆ เรื่อง ปัญหาแต่ละอย่างที่ได้เจอมันเป็นหน้าด่านที่เราต้องพยายามปรับตัว เรียนรู้ และแก้ไข วันนี้เราอาจยังไม่ได้ทำได้ดีที่สุด แต่ว่ามันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ต่อไปเราจะไม่ผิดพลาดกับสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว

“เรามีเป้าหมาย แต่ถ้ามันไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้ เราก็หาวิธีปรับไปในมุมต่างๆ ท้าทายทุกโอกาสที่เข้ามา ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเราเชื่อในจุดเริ่มต้น พอมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราก็จะต้องแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ให้ได้”

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
ผลงานภาพ : ภูเบศ ลออชัยรังษี – ALIVE’S ARTIST

อยากให้ศิลปินได้รับการยอมรับ

การถือกำเนิดขึ้นของแพลตฟอร์มไม่เพียงทำให้ศิลปินมีพื้นที่เป็นมิตรกับการทำงาน ลูกค้าได้เห็นผลงานที่มีเรื่องราวมากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่ชินอยากเห็นมากกว่านั้นคือ การที่คนมองเห็นคุณค่าของงานศิลปะ และให้คุณค่ากับการทำงานของศิลปิน

“เราอยู่กับภาพมาเกือบทั้งชีวิต มันเป็นฝันอย่างหนึ่งของผมเหมือนกันที่อยากเห็น ALIVE UNITED เป็นพื้นที่ที่รวบรวมนักสร้างสรรค์ไทยที่มีคุณภาพ แล้วทุกคนสามารถทำทุกอย่างออกมาด้วยความสุขจริงๆ” เขาบอกกับเรา

“ผมได้คุยการศิลปินหลากหลายท่านทั้งที่มีประสบการณ์มากและเป็นคนรุ่นใหม่ เขามีความฝัน เขามีสิ่งที่ชอบจริงๆ เรานับถือเขานะ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน และพยายามตามหาฝันตัวเองให้เจอ เราก็อยากจะสนับสนุนความฝันของพวกเขาเหล่านั้น

“เราควรให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ผลงานให้มากขึ้น ทุกวันนี้เราเห็นแค่สิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาเท่านั้น แต่เราอยากเห็นคนเบื้องหลังได้รับการยอมรับ ได้รับเกียรติและความภาคภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ อยากให้นี่เป็นพื้นที่ที่สำหรับแชร์ประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และทำให้คนที่เริ่มสนใจถ่ายภาพอยากจะเล่าเรื่องออกมาด้วยเช่นกัน”

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่

Lessons Learned 

  • ก่อนจะทำอะไร ต้องศึกษาและทำความเข้าใจคนที่อยู่ในแวดวงนั้นก่อน เพราะอาจจะเจอปัญหาอีกมุมที่เราไม่เคยรู้ว่ามี เพื่อออกแบบธุรกิจให้แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
  • ทำงานทุกขั้นตอนอย่างละเอียดและจริงใจ 
  • พร้อมปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์และเทรนด์ที่เปลี่ยนไปเสมอ โดยที่ไม่ลืมความตั้งใจในวันแรกที่สร้างธุรกิจ แล้วผ่านอุปสรรคต่างๆ บนพื้นฐานความตั้งใจนั้น

ติดตามเว็บไซต์และสามารถร่วมเป็นศิลปินได้ที่ https://aliveunited.com/ *จำกัดจำนวนศิลปินเข้าร่วม”

ภาพ : ALIVE UNITED

Writer

Avatar

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

เรารู้สึกได้ตั้งแต่ลอดซุ้มประตูรั้วเข้ามาว่า โรงเรียนแห่งนี้ไม่เหมือนที่อื่นที่เราเคยไป

ตั้งแต่ด้านหน้าที่มีบ่อน้ำพร้อมรั้วกั้นอย่างปลอดภัย มีเป็ด ไก่ แพะ เดินเล่นรับลมอยู่รอบบ่อ

ห้องเรียนที่แยกเป็นบ้านไม้หลังเล็ก ๆ เรียงกัน เปิดประตูโล่งแบบโอเพนแอร์

สวนครัวในความดูแลของเด็ก ๆ ที่ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สีเขียว แต่เก็บวัตถุดิบไปปรุงเป็นของอร่อยได้

และที่วิ่งเล่นที่ไม่ได้จำกัดแค่ในสนามเด็กเล่นเล็ก ๆ แต่ใต้ร่มไม้ใหญ่ทุกต้น สนามเด็กเล่นทั้งสนามใหญ่ สนามเล็ก และ บ้านต้นไม้ในโรงเรียนก็ดูจะเล่นสนุกไปเสียหมด

โรงเรียนแห่งนี้มีนามว่า ‘Kidz Village International Kindergarten’ และเป็นไปตามชื่อ ที่นี่ดูเป็นหมู่บ้านร่มรื่นที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นเด็กจิ๋ววัยอนุบาล

Kidz Village International School หมู่บ้านอนุบาลที่เชื่อว่าธรรมชาติมอบทักษะชีวิตให้เด็กได้

“ชื่อก็บอกอยู่ว่า Kidz ไม่ใช่สำหรับผู้ใหญ่ อย่างเก้าอี้ โต๊ะ ก็เป็นของเด็กเล็กหมด เรามาอาศัยเขา เราก็ต้องยอมรับ” ประโยคนี้ที่เจ้าของโรงเรียนพูด ทำเอาเราทุกคนที่ล้อมวงนั่งคุดคู้กันบนเก้าอี้เด็กหัวเราะกันหมด

นอกจากดำเนินการสอนตามหลักสูตรอังกฤษที่เหมาะกับเด็กเล็กแล้ว ทุกคนที่นี่ยังยึดมั่นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำต้องให้ประโยชน์สูงสุดแก่เด็ก ๆ เป็นหลัก และเชื่อว่าการอยู่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้เห็นจริง สัมผัสประสบการณ์จริง ได้ซึมซับและเข้าใจกระบวนการเรียนรู้จากธรรมชาติ รวมถึงสร้างรากฐานให้เป็นคนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเมื่อโตขึ้น

‘Happy learning in a natural environment supporting children to become lifelong learners.’ คือสโลแกนของโรงเรียน

คอลัมน์ The Entrepreneur วันนี้ เราจะพาไปพูดคุยกับผู้ก่อตั้งโรงเรียน เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล Director ของโรงเรียน เชอร์รี่-นันทพร เลิศประเสริฐคง รวมถึงครูใหญ่อย่าง ครูเชอร์รีล-Cheryl Del Bel เกี่ยวกับหมู่บ้านเด็กแห่งนี้

Kidz Village International School หมู่บ้านอนุบาลที่เชื่อว่าธรรมชาติมอบทักษะชีวิตให้เด็กได้

หมู่บ้านร่มรื่นของคนตัวเล็ก

เมื่อก่อนเชาวรัตน์เป็นคนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลากหลายรูปแบบ ส่วนเชอร์รี่ผู้เป็นภรรยาทำงานเป็นครูสอนเด็กเล็ก ก่อนจะเรียนต่อด้านบริหารการศึกษา และทำงานอยู่ในโรงเรียนอนุบาลนานาชาติมาก่อน การเปิดโรงเรียนในครั้งนี้เรียกว่าเป็นการทำตามแพสชันของผู้เป็นภรรยา และดำเนินการด้วยประสบการณ์หลายอย่างจากสามี

เชาวรัตน์เป็นเด็กในเมืองที่เติบโตมาในโรงเรียนใหญ่ แต่ทุกปิดเทอม เขามีโอกาสได้ไปวิ่งเล่นริมคลอง เก็บผลไม้ในสวนฝั่งธนฯ ของคุณยาย เมื่อภรรยาอยากเปิดโรงเรียนสอนเด็กเล็ก เขาจึงอยากให้เด็ก ๆ มีโอกาสได้ใช้ชีวิตห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอย่างที่เขาเคยสัมผัส

“เด็กไทยขาดการเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้อะไรจากธรรมชาติเยอะแยะไปหมด แทนที่จะเป็นการเรียนรู้แบบท่องจำ จะเป็นการเรียนรู้ทำความเข้าใจและสัมผัสจริง” เขาเล่าให้เราฟัง “แค่มีเป็ดมีไก่ก็น่าสนใจสำหรับเด็กแล้ว เด็กชอบถามว่า ทำไมไก่ถึงไม่ว่ายน้ำ แล้วทำไมเป็ดถึงว่ายน้ำ ทำไมไข่ไก่กับไข่เป็ดไม่เหมือนกัน”

จากที่รกร้าง หลังน้ำท่วมเมื่อ พ.ศ. 2554 เชาวรัตน์และเชอร์รี่ใช้เวลา 2 ปีในการพัฒนาพื้นที่กว่า 7 ไร่แห่งนี้ จนกลายเป็นโรงเรียนหมู่บ้านที่มีพันธุ์ไม้นับกว่า 300 ชนิด ทำให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้ ได้เห็นของจริง ต้นไหนมีดอก ต้นไหนมีผลที่รับประทานได้ ต้นไหนมีใบสวยงามแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ทุกอย่างเป็นบทเรียนได้หมด รวมถึงทำให้บริเวณโรงเรียนมีออกซิเจน อากาศดี มีระบบนิเวศที่คนและธรรมชาติเกื้อกูลกัน

ทั้งยังมีอาคารเรียนและองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งทางเดิน รั้ว เครื่องเล่นเหมาะกับเด็กอนุบาล ซึ่งโชคดีด้วยที่สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ก็เอื้อให้โรงเรียนเงียบสงบ เพราะที่ตั้งของโรงเรียนไม่ได้ติดกับถนนใหญ่

ที่นี่สามารถรับนักเรียนได้ถึง 120 คน ตั้งแต่ชั้น Toddler 1, Toddler 2, K1, K2, K3 ซึ่งหมายความว่า เด็กคนหนึ่งมีพื้นที่ถึง 112 ตารางเมตร หรือขนาดประมาณบ้านเล็ก ๆ 1 หลังทีเดียว ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเด่น เพราะหาได้ยากสำหรับโรงเรียนในกรุงเทพฯ

Kidz Village International School หมู่บ้านอนุบาลที่เชื่อว่าธรรมชาติมอบทักษะชีวิตให้เด็กได้
Kidz Village International School หมู่บ้านอนุบาลที่เชื่อว่าธรรมชาติมอบทักษะชีวิตให้เด็กได้

‘Project Based’ แสนสนุก ลุกนั่งสบาย

ที่นี่ใช้หลักสูตร The Early Years Foundation Stage (EYFS) ตามมาตรฐานของประเทศอังกฤษ ที่ออกแบบมาเพื่อเด็ก ๆ วัยนี้โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ดูแลภาพรวมของการศึกษาทั้งหมด ก็คือคุณครูเชอร์รีล ครูใหญ่ของโรงเรียน ผู้ร่ำเรียนมาทั้ง Early Years Education, Special Needs Education, International Education Leadership and Management และมีประสบการณ์สอนในโรงเรียนหลายประเทศมากว่า 20 ปี

“เราเรียกช่วงปีแรก ๆ ของชีวิต ตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 8 ปีว่า Golden Period เราต้องส่งเสริมให้เด็กทำอะไรท้าทาย เรียนรู้สิ่งใหม่ และออกแบบกิจกรรมเพื่อพัฒนาเรื่องการรับรู้ ภาษา และการอยู่ร่วมกันในสังคมของเด็ก ๆ” เชอร์รีลกล่าว

หมู่บ้านเด็กแห่งนี้เปิดรับประชากรหน้าใหม่อายุ 1 ขวบครึ่งขึ้นไป เพื่อเรียนในชั้น Toddler 1 (ที่เราเรียกว่าเด็กจิ๋ว คือจิ๋วจริง ๆ !) แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องเริ่มพร้อมกัน จะเข้าตอน K2 ก็ได้ K3 ยังก็ได้ เพียงแต่จะมีความท้าทายในการเรียนการสอนที่ต่างกัน และที่สำคัญคือต้องพูดคุยกับพ่อแม่อย่างจริงจังก่อนเข้าเรียน เพื่อความเข้าใจถึงสถานการณ์ของเด็กแต่ละคน

สิ่งที่น่าสนุกของที่นี่คือการสอนแบบ Project Based โดยครูและนักเรียนจะเลือกหัวข้อที่อยากรู้ร่วมกัน แล้วปล่อยให้เด็ก ๆ ได้สังเกต ถกเถียงกัน เรียนไปอย่างเจาะลึกในช่วงหนึ่ง ซึ่งห้องเรียนที่เราเดินผ่านห้องหนึ่งก็กำลังเรียนเรื่องแมงมุม ทั้งห้องนั้นเต็มไปด้วยเจ้าแมงแปดขา ไต่อยู่ทั้งผนัง ทั้งเพดาน

“หัวข้อที่เลือกควรจับต้องได้ มีของจริงให้ดู และไม่ Abstract จนเกินไป” ครูใหญ่อธิบาย เธอยกตัวอย่างให้ฟังว่า ครูและเด็ก ๆ จะเลือกเรื่องรถดับเพลิง เพราะเด็ก ๆ สามารถไปดูของจริงได้ หรือเลือกเรื่องการปลูกผัก เพราะมีสวนให้เด็ก ๆ ลงมือจริง แทนการเลือกเรื่องอวกาศที่ดูเป็นนามธรรม

เหล่าคุณครูพาพวกเราไปเดินดูพื้นที่ต่าง ๆ จนทั่ว ทั้งห้องเรียนในบ้านไม้เล็ก ๆ ที่เปิดประตูมาจอยกันได้ ทั้งสตูดิโอศิลปะที่เน้นสอนเรื่อง Sensory ทั้งเรือนกระจกปลูกผัก ทั้งสนามเด็กเล่น 2 จุด ใหญ่และเล็ก ที่มีเครื่องเล่นจากวัสดุธรรมชาติที่ดูเล่นสนุกจริงจัง อย่างเรือประมงของจริงที่นำมาปรับเป็นเครื่องปีนป่ายอันเบ้อเริ่ม ทำให้เด็กได้มีพัฒนาการด้านร่างกาย กล้ามเนื้อมัดใหญ่ กล้ามเนื้อมัดเล็ก รวมถึงบ้านต้นไม้ที่ขึ้นไปเล่นได้จริง ทุกอย่างพาให้เราอิจฉาเด็กตัวน้อยและอยากกลับไปเรียนอนุบาลอีกครั้ง

ซึ่งสำหรับเรื่องการสอนอ่านเขียน ครูเชอร์รีลบอกเราว่า ที่นี่ไม่ได้สอนในเชิง ‘บังคับ’ หากแต่แทรกไว้ในกิจกรรมสนุก ๆ ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ โดยนอกจากวิชาที่ว่าแล้ว ยังมีการเรียนพละ ดนตรี และ Coding กับคุณครูที่เชี่ยวชาญตรงสายด้วย

แพสชันการพัฒนาเด็ก กับผู้บริหารและครูใหญ่ของ Kidz Village International School โรงเรียนนานาชาติที่เป็นเหมือนหมู่บ้านเด็กในบรรยากาศสวนร่มรื่น

มั่นใจ – มีจินตนาการ – รักษ์สิ่งแวดล้อม

หลังจากที่ลงจากรถในจุดที่กำหนดไว้ (เพื่อความสงบและอากาศที่ดี ปกติทุกคนจะไม่ขับเข้าไปด้านในโรงเรียน) ชาวหมู่บ้านเด็กก็จะไปรวมตัวกันที่สนามเด็กเล่น และใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับพ่อแม่ก่อนเข้าห้องเรียน

เนื่องด้วยเป็นโรงเรียนเด็กเล็กโดยเฉพาะ คุณครูจึงสามารถปล่อยเด็ก ๆ ให้ใช้เวลาเต็มที่ในการช่วยเหลือตัวเอง กินข้าวเอง ใส่รองเท้าเอง ดูแลของที่นำมาด้วยตัวเอง โดยอยู่ในการดูแลความปลอดภัยของคุณครู

“เราฟังสิ่งที่เด็กพูดและเปิดรับไอเดียของเด็กเสมอค่ะ” เชอร์รีลตอบเมื่อเราถามว่า ที่นี่ส่งเสริมจินตนาการเด็กยังไงบ้าง “เราไม่เคยวิจารณ์เด็กถ้าเขาทำอะไรผิดพลาด คุณครูจะถามเสมอว่า ‘หนูคิดว่ายังไง’ หรือ ‘หนูอยากทำอะไร’

“ฉันไม่คิดว่าเด็ก ๆ ต้องมีการบ้าน ถ้าต้องมี ก็จะต้องเป็นอะไรที่ครอบครัวมีส่วนร่วมได้ เช่น หากเด็กกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับรูปทรงต่าง ๆ ในห้องเรียน ครูก็จะแนะนำให้ผู้ปกครองหากิจกรรมที่ทำด้วยกันได้ อย่างการให้หาสิ่งที่เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสตอนที่ไปช้อปปิ้ง”

แพสชันการพัฒนาเด็ก กับผู้บริหารและครูใหญ่ของ Kidz Village International School โรงเรียนนานาชาติที่เป็นเหมือนหมู่บ้านเด็กในบรรยากาศสวนร่มรื่น

เพราะการพัฒนาเด็กเป็นสิ่งที่พ่อแม่และครูต้องช่วยกัน Kidz Village จึงเน้นการปฏิสัมพันธ์กับผู้ปกครองเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดใจคุยกันระหว่างครู-พ่อแม่ ใน Coffee Morning การจัดเวิร์กชอปเรื่องเด็กให้ผู้ปกครอง หรือการที่ผู้ปกครองเข้ามาช่วยโรงเรียนจัดกิจกรรมตามความถนัดของตัวเอง ซึ่งป้ายผ้าวันคริสต์มาสที่เราเห็นกางแผ่อยู่บนสนาม ก็เป็นฝีมือของผู้ปกครองที่ช่วยกันวาดระหว่างรอลูกเช่นกัน

สิ่งที่คณะครูมุ่งหวังในตัวเด็ก ๆ หลังจบหลักสูตรอนุบาลจากที่นี่ คือทักษะชีวิตพื้นฐาน พึ่งตัวเองได้ รู้จักสำรวจ ตั้งคำถาม และมีความมั่นอกมั่นใจ แม้ที่นี่จะเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ แต่ครูเชื่อว่าความมั่นใจที่พกใส่กระเป๋าไปจะช่วยให้ทุกคนอยู่รอดได้ในสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ

“เราหวังว่าเด็ก ๆ จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ในทางที่ดีกับตัวเอง สุขสงบ ปลอดภัย แล้วก็รู้จักที่จะปกป้องธรรมชาติ”

“แม่!” เสียงแหวกอากาศมาแต่ไกลพาให้เราหันไปมองหาต้นตอ และพบกับลูกชายผู้น่ารักของสองเจ้าของโรงเรียนกำลังวิ่งเล่นกับเพื่อนอยู่บนเนินหญ้า

ทำงานในเมือง เผชิญรถติดมานาน การได้มานั่งดูเด็ก ๆ ปล่อยพลังกันในสนามก็กลายเป็นกิจกรรมผ่อนคลายไปซะอย่างนั้น

เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน

เชาวรัตน์เล่าว่า ตอนที่รู้ว่าจะมีโรงเรียนอนุบาลมาตั้งตรงนี้ ชุมชนโดยรอบก็เกรงอยู่เล็ก ๆ ว่าชีวิตจะไม่สุขสงบอีกต่อไป แต่เมื่อถึงเวลาเปิดจริง ๆ โรงเรียนกลับเงียบสงบดี จัดการขยะได้ดี มีการรีไซเคิล ยามวิกฤตโควิดก็มีของไปช่วยเหลือผู้คน แถมยังทำหน้าที่เป็นสวนสาธารณะให้กับชุมชนโดยรอบได้ด้วย

ซึ่งนอกจากหลักสูตรนานาชาติปกติ ทางโรงเรียนยังเปิด Summer School (ช่วงปิดเทอมของโรงเรียนไทย) และ Special Class (โปรแกรมวันเสาร์) เปิดรับเด็กจากโรงเรียนต่าง ๆ ให้เข้ามาเรียนรู้ สัมผัสสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ และใช้ Facility ที่มีมาตรฐานด้วย

Kidz Village International School หมู่บ้านอนุบาลที่เชื่อว่าธรรมชาติมอบทักษะชีวิตให้เด็กได้
แพสชันการพัฒนาเด็ก กับผู้บริหารและครูใหญ่ของ Kidz Village International School โรงเรียนนานาชาติที่เป็นเหมือนหมู่บ้านเด็กในบรรยากาศสวนร่มรื่น

หลายครั้ง กิจกรรมวันหยุดสนุก ๆ ในโรงเรียนก็เปิดให้ผู้คนแถวนี้ซื้อบัตรและจูงลูกจูงหลานมาร่วมงานได้ โดยกำไรที่ได้จะมอบให้โรงเรียนอื่น ๆ ที่ยังขาดโอกาส อย่างงานคริสต์มาสที่ผ่านมาเป็นการช่วยเหลือโรงเรียนที่จังหวัดปัตตานี 

เรียกได้ว่าหมู่บ้านเด็กแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งชุมชนในย่าน ซึ่งเป็นมิตรและพร้อมเปิดประตูต้อนรับเพื่อนบ้าน (โดยเฉพาะเด็กจิ๋ว) อยู่เสมอ

“เราไม่ได้คิดว่าเป็นธุรกิจ เราคิดว่ามันเป็นงานสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ต่อครอบครัว ต่อสังคมเล็ก ๆ เนื่องจากว่าเราเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ เรารองรับได้เฉพาะชุมชนแถวนี้เป็นหลัก แล้วเราก็ทำโดยไม่ได้คำนึงถึงกำไรสูงสุด” เชาวรัตน์เอ่ย

สังคมการทำงานที่นี่ก็อยู่กันแบบครอบครัว ทั้งผู้บริหาร คุณครู พี่เลี้ยง หรือแม้แต่พี่ ๆ คนสวน ก็ใกล้ชิดกัน ช่วยเหลือกันอย่างดี และทั้งทีมมีเป้าหมายเดียวกันในการทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก

ก่อนกลับเรามีโอกาสได้ป้อนอาหารแพะแม่ลูกร่วมกับคุณครูกับสาวน้อยตัวเล็กคนหนึ่ง รับรองได้ว่าถ้าชาว The Cloud ได้เป็นประชากรที่นี่กับเขาล่ะก็ สองแพะจะต้องกินอิ่มนอนหลับทุกวัน และคงจะมีความสุขจริงตามสโลแกนของโรงเรียน ‘Happy learning in a natural environment supporting children to become lifelong learners.’

แพสชันการพัฒนาเด็ก กับผู้บริหารและครูใหญ่ของ Kidz Village International School โรงเรียนนานาชาติที่เป็นเหมือนหมู่บ้านเด็กในบรรยากาศสวนร่มรื่น

Lessons Learned

  • การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรหรือมีวิกฤตการณ์ ผู้บริหารต้องทำให้เด็กได้ความรู้
  • การพัฒนาโรงเรียนในแต่ละด้าน สุดท้ายแล้วประโยชน์ต้องกลับไปที่ตัวเด็ก
  • ความรู้และทักษะที่ทำให้เด็กมีชีวิตรอด สำคัญกว่าสิ่งที่หลักสูตรบังคับ
  • จงสอนเด็กเสมอว่า ‘ฉันพลาดได้ ล้มได้ และจะลุกขึ้นมาใหม่ได้’
  • คนทำโรงเรียนไม่ควรมองว่ากำลังแข่งขันกัน แต่ให้ร่วมกันมองหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็ก ๆ

Writer

พู่กัน เรืองเวส

พู่กัน เรืองเวส

อดีตนักเรียนสถาปัตย์ สนใจใคร่รู้เรื่องผู้คนและรูปแบบการใช้ชีวิตอันหลากหลาย ชอบลองทำสิ่งแปลกใหม่ พอ ๆ กับที่ชอบนอนนิ่ง ๆ อยู่บ้าน

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load