“เพราะทุกเรื่องราวมีชีวิต ที่มากกว่างานสต็อกโฟโต้” 

ชิน-ชินสุวีร์ เจตน์จำรัส Chief Creative Officer ผู้ก่อตั้ง และหัวเรือใหญ่ของ ‘ALIVE UNITED’ บอกกับเรา 

นี่เป็นสต็อกโฟโต้น้องใหม่เจ้าแรกของไทย ที่ไม่ใช่แค่ตลาดซื้อ-ขายภาพออนไลน์ แต่ตั้งใจเป็นพื้นที่ที่ศิลปินได้อวดเอกลักษณ์ ลายเส้น และตัวตนให้โลกได้เห็นมากยิ่งขึ้นแบบไร้ขีดจำกัด

หลังจากเรียนจบด้านบริหารและโลดแล่นอยู่ในวงการโฆษณามานานกว่า 16 ปี ชินได้ทำงานคลุกคลีกับการใช้ภาพในงานโฆษณาอยู่เสมอ สิ่งที่เขาตระหนักได้คือ ภาพทุกภาพเต็มไปด้วยเรื่องราวและความตั้งใจของศิลปิน แต่สิ่งนั้นกลับหายไปทันที เมื่อภาพนั้นกลายมาเป็นสินค้าที่โชว์อยู่บนเว็บไซต์สต็อกโฟโต้ทั้งหลาย เมื่อไม่มีสต็อกไหนที่ถูกใจ เขาจึงออกแบบสต็อกโฟโต้ของตัวเอง เพื่อบรรจุเรื่องราวของภาพและศิลปินเอาไว้ พร้อมทั้งชักชวนศิลปินไทยมาอวดงานดีๆ ที่นี่

ชิน-ชินสุวีร์ เจตน์จำรัส Chief Creative Officer ผู้ก่อตั้ง และหัวเรือใหญ่ของ ‘ALIVE UNITED’
ชินสุวีร์ เจตน์จำรัส ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ ALIVE UNITED

“เราอยากเห็นสต็อกภาพที่ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นของคนไทย เป็นสไตล์ที่ค่อนข้างหาได้ยากในรูปแบบของสต็อกภาพทั่วไป ถ้ามองในมุมของลูกค้า ปัจจุบัน พวกเราก็กำลังต้องการภาพที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ ส่วนในมุมของช่างภาพ เราเห็นว่าเขามีงานดีๆ เยอะ แต่ที่ไม่อยากเข้ามาอยู่ในสต็อกเพราะมันมีข้อจำกัด และมีหลายขั้นตอนกว่าจะขายรูปได้ มันน่าเสียดายที่เราจะไม่ได้เห็นผลงานดีๆ จากศิลปินเก่งๆ เข้าไปอยู่ในพื้นที่ขายงาน”

ชินเล่าว่าก่อนหน้านี้เขาได้พูดคุยกับศิลปินมากมาย และพบว่าหลายคนขายภาพในสต็อกเป็นรายได้เสริมอยู่แล้ว แต่อีกหลายคนที่ยังไม่เข้ามาอยู่ในระบบนี้ทั้งๆ ที่งานมีคุณภาพมาก ก็เนื่องมาจากหลายสาเหตุ 

บ้างก็เป็นข้อจำกัดด้านภาษา บ้างก็เป็นเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยาก 

นอกจากข้อจำกัดยิบย่อยเหล่านี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการก้าวเข้ามาอยู่ในสต็อก อาจทำให้เรื่องราวของงานเหล่านั้นถูกลดทอนหายไป

ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ช่างภาพสตรีท- ALIVE’S ARTIST

“ทุกๆ ครั้งที่ผมคุยกับศิลปิน เขาจะเล่าเรื่องในภาพของเขาให้เราฟัง ว่าเขาไปถ่ายมาได้อย่างไร เจออะไรมาบ้าง บางภาพมันไม่สามารถกลับไปถ่ายได้อีกแล้ว เป็นโมเมนต์เดียวที่เขาคิดว่าดีที่สุดแล้ว เรามองเห็นว่าสิ่งที่เขาทำมันดีและมีคุณค่า เลยอยากให้เขาได้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ แล้วเราก็คอยส่งเสริมในสิ่งที่เขาเป็น

“พอเจอ Pain Point ทั้งของลูกค้าและของศิลปิน เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากแก้ปัญหานี้ แล้วทำให้พวกเขามาเจอกัน เกิดเป็นสต็อกภาพที่เต็มไปด้วยมุมมองและเรื่องราวของศิลปิน

“เราเชื่อว่าศิลปินไทยมีฝีมือ เราอยากให้ผู้คนได้เห็นความหลงใหลในงานของพวกเขาเหมือนที่เราเห็น อยากให้ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ถ่ายทอดสิ่งนั้นได้ แล้วสร้างรายได้ให้กับศิลปินได้จริงๆ” ชินเล่าให้เราฟัง

ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน

แพลตฟอร์มใหม่

สต็อกโฟโต้น้องใหม่รองรับทั้งภาพถ่าย วิดีโอ และงานภาพหลายแขนง ของศิลปินที่อยากส่งต่อเรื่องราวไปยังคนเสพ ด้วยความมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของคนทำงาน แม้บทบาทจะเป็นสต็อกที่มีไว้ซื้อ-ขายภาพออนไลน์ แต่ ALIVE UNITED ยังมองว่าตัวเองเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนรักงานศิลปะมาเจอกันอีกด้วย

“เราไม่ได้อยากให้ทุกคนมาสร้างสรรค์ผลงานอะไรก็ได้ในจำนวนมากๆ แล้วก็ขายงานอย่างเดียว แต่เรามองแพสชันของศิลปินที่อยากจะถ่ายทอดออกมาด้วย เนื้อหาข้างในจึงมีความจริงจัง มีความสมจริง และเต็มไปด้วยประสบการณ์ของศิลปินทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ภาพหรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจะเป็นตัวตนของศิลปินจริงๆ มีรายละเอียดที่ลึกซึ้งกว่าความเป็นสต็อกโฟโต้ทั่วไป

ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน
ผลงานภาพ : สุทธิภัทร อุตอามาตร์ – ALIVE’S ARTIST
ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน
ผลงานภาพ : ทวีพงษ์ ปทุมวงษ์ – ALIVE’S ARTIST

“อีกอย่างที่เราตั้งใจคือ อยากเห็นพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้โชว์ผลงาน ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่ามันยังมีงานดีๆ เป็นงานที่มีกลิ่นอายท้องถิ่นและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นมุมมองที่อาจจะยังไม่เคยเห็นที่ไหน”

นอกจากเป็นสต็อกโฟโต้แล้ว ในเว็บไซต์ยังมีส่วนบล็อกและรีวิว ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนที่สนใจศิลปะได้มาแลกเปลี่ยนกัน เขายังบอกอีกว่านี่เป็น Exclusive Gallery ที่พร้อมจะสนับสนุนและดูแลศิลปินอย่างเต็มที่

“ปกติสต็อกทั่วไปจะมีข้อจำกัดเยอะ ทำให้มีหลายภาพที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก บางภาพแค่มี Noise นิดหน่อยก็ไม่ได้แล้ว เรารู้สึกว่าบางครั้งศิลปินก็ไม่ได้ต้องการจะโฟกัสทุกอย่าง ภาพนั้นมันมีเรื่องราวอยู่ เราจึงมีทีม Curator คอยตรวจสอบภาพแบบละเอียด แล้วดูแลผลงานเหล่านี้ให้ดีที่สุด” 

ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน

เว็บไซต์ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นมิตรกับคนใช้งาน มีทั้งระบบโปรไฟล์ที่เล่าความเป็นมาของศิลปินแต่ละคน มีบริการฝังคีย์เวิร์ดลงไปในภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นหาเจอ และสิ่งสุดท้ายที่ชินให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่งคือ ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม

“เราให้ผลตอบแทนมากถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งปกติแล้วสต็อกทั่วๆ ไป รายได้ของศิลปินจะเริ่มอยู่ที่ภาพละประมาณสามบาท อีกทั้งยังมีข้อจำกัดต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เช่น ในแต่ละปีอาจต้องทำยอดให้สูงขึ้น แต่เมื่อเรามาทำเอง นอกจากเราจะดูแลอย่างทั่วถึงแล้ว เราก็ให้ผลตอบแทนไปเลยสี่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยังมีส่วนของการสนับสนุนเพื่อโปรโมทศิลปินต่างๆในอนาคตอีกด้วย”

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกในไทยที่ให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานในแบบของตัวเอง

เพราะประเทศไทยมีช่างภาพและคนทำงานภาพที่มีฝีมือดีมากมาย ซึ่งทาง ALIVE UNITED ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องศิลปินเป็นอย่างมาก

ชินบอกว่า เขาไม่ได้เริ่มต้นมุ่งมั่นไปที่เงินและผลตอบแทน แต่ทำจากความประทับใจในผลงานมี่มาจากแพสชันของศิลปินไทยจริงๆ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการเริ่มต้นคือ การเฟ้นหาศิลปินที่มีความตั้งใจเดียวกัน แล้วเล่าให้พวกเขาฟังว่าแพลตฟอร์มมีเป้าหมายอะไร สำหรับเขาแล้ว นั่นเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ใช้เวลายาวนานที่สุด เพราะเราอยากจะเรียนรู้ และเข้าใจในมุมมองที่ศิลปินแต่ละท่าน สร้างสรรค์และถ่ายทอดทุกความหลงใหลออกมาอย่างจริงจังที่สุด 

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่

“เราต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก เพื่อหาคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน ในแต่ละขั้นตอนมันเลยใช้เวลานานและใส่ใจทุกรายละเอียด เรามีการสัมภาษณ์เพื่อทำความรู้จักศิลปินที่มาร่วมงานกับเรา ส่วนใหญ่เขาจะเซอร์ไพรส์มาก เพราะการที่เราให้บริการและดูแลทุกๆ ส่วนของศิลปิน มันเป็นประโยชน์กับเขามาก

“เราไม่ได้มองว่าเราต้องการงานภาพแบบสต็อก แต่เราต้องการความสมจริงในเรื่องราวที่มีองค์ประกอบของการเล่าเรื่องที่ทุกคนได้พบเห็น สามารถสัมผัสและเข้าถึงเรื่องราวได้จริง และเป็นผลงานคุณภาพที่ผ่านการเล่าเรื่องจากแพสชันของศิลปินจริงๆ โดยเฉพาะศิลปินคนไทย เราเป็นแพลตฟอร์มที่จริงใจ และใส่ใจศิลปินทุกคนตั้งแต่ในวันที่เรามาเจอกัน เราพยายามคราฟต์ตั้งแต่ต้นทาง ตลอดจนทุกๆกระบวนการอย่างสร้างสรรค์ให้มากที่สุด

“หลายๆ ครั้งที่เราพูดคุยกับพวกเขา แต่ละคนจะมีมุมมองในการทำงานแตกต่างกันออกไป มีไลฟ์สไตล์ มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างกัน แต่สิ่งที่เราคิดว่าพวกเขามีเหมือนกันคือแพสชัน เขามีเรื่องราว มีมุมมองที่อยากถ่ายทอดให้คนได้เห็นและรู้สึกเหมือนกับที่เขารู้สึก เราก็อยากถ่ายทอดผลงานดีๆ ของเขาให้คนได้เห็น และอยากให้ลูกค้าได้ใช้บริการคอนเทนต์ที่ดีที่สุดเช่นกัน”

ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจทำสิ่งนี้ เขาเจอปัญหาน้อยใหญ่มานับไม่ถ้วนให้ได้เรียนรู้และแก้ไขมาเสมอ 

กฎหนึ่งข้อที่เขาจะยึดเอาไว้ทุกครั้ง สำหรับพาตัวเองผ่านปัญหาเหล่านั้นไปให้ได้คือ การเอาความต้องการของศิลปินและลูกค้าเป็นที่ตั้ง และยังจำความรู้สึกแรกที่ตั้งใจมาเสมอว่า อยากเห็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับทั้งคนผลิตงานและคนใช้งาน

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
ผลงานภาพ : ภูเบศ ลออชัยรังษี – ALIVE’S ARTIST
สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
ผลงานภาพ : นิกสิทธิ์ วงศ์สวัสดิ์ – ALIVE’S ARTIST

“ในส่วนเว็บไซต์ เราติดตามมุมมองและเทรนด์ต่างๆ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เพื่อให้เหมาะกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องหาวิธีที่จะกลับไปแก้ Pain Point เดิม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราพยายามจะรักษาสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของเราไว้ คือ ถ้าเราสามารถตอบสนองความต้องการและพัฒนาให้เป็นประโยชน์กับศิลปินและลูกค้ามากที่สุด 

“ผมเองเป็นครีเอทีฟมาก่อน เราต้องทลาย Comfort Zone หลายๆ อย่าง เพื่อเข้าถึงในทุกๆ เรื่อง ปัญหาแต่ละอย่างที่ได้เจอมันเป็นหน้าด่านที่เราต้องพยายามปรับตัว เรียนรู้ และแก้ไข วันนี้เราอาจยังไม่ได้ทำได้ดีที่สุด แต่ว่ามันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ต่อไปเราจะไม่ผิดพลาดกับสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว

“เรามีเป้าหมาย แต่ถ้ามันไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้ เราก็หาวิธีปรับไปในมุมต่างๆ ท้าทายทุกโอกาสที่เข้ามา ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเราเชื่อในจุดเริ่มต้น พอมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราก็จะต้องแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ให้ได้”

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
ผลงานภาพ : ภูเบศ ลออชัยรังษี – ALIVE’S ARTIST

อยากให้ศิลปินได้รับการยอมรับ

การถือกำเนิดขึ้นของแพลตฟอร์มไม่เพียงทำให้ศิลปินมีพื้นที่เป็นมิตรกับการทำงาน ลูกค้าได้เห็นผลงานที่มีเรื่องราวมากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่ชินอยากเห็นมากกว่านั้นคือ การที่คนมองเห็นคุณค่าของงานศิลปะ และให้คุณค่ากับการทำงานของศิลปิน

“เราอยู่กับภาพมาเกือบทั้งชีวิต มันเป็นฝันอย่างหนึ่งของผมเหมือนกันที่อยากเห็น ALIVE UNITED เป็นพื้นที่ที่รวบรวมนักสร้างสรรค์ไทยที่มีคุณภาพ แล้วทุกคนสามารถทำทุกอย่างออกมาด้วยความสุขจริงๆ” เขาบอกกับเรา

“ผมได้คุยการศิลปินหลากหลายท่านทั้งที่มีประสบการณ์มากและเป็นคนรุ่นใหม่ เขามีความฝัน เขามีสิ่งที่ชอบจริงๆ เรานับถือเขานะ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน และพยายามตามหาฝันตัวเองให้เจอ เราก็อยากจะสนับสนุนความฝันของพวกเขาเหล่านั้น

“เราควรให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ผลงานให้มากขึ้น ทุกวันนี้เราเห็นแค่สิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาเท่านั้น แต่เราอยากเห็นคนเบื้องหลังได้รับการยอมรับ ได้รับเกียรติและความภาคภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ อยากให้นี่เป็นพื้นที่ที่สำหรับแชร์ประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และทำให้คนที่เริ่มสนใจถ่ายภาพอยากจะเล่าเรื่องออกมาด้วยเช่นกัน”

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่

Lessons Learned 

  • ก่อนจะทำอะไร ต้องศึกษาและทำความเข้าใจคนที่อยู่ในแวดวงนั้นก่อน เพราะอาจจะเจอปัญหาอีกมุมที่เราไม่เคยรู้ว่ามี เพื่อออกแบบธุรกิจให้แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
  • ทำงานทุกขั้นตอนอย่างละเอียดและจริงใจ 
  • พร้อมปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์และเทรนด์ที่เปลี่ยนไปเสมอ โดยที่ไม่ลืมความตั้งใจในวันแรกที่สร้างธุรกิจ แล้วผ่านอุปสรรคต่างๆ บนพื้นฐานความตั้งใจนั้น

ติดตามเว็บไซต์และสามารถร่วมเป็นศิลปินได้ที่ https://aliveunited.com/ *จำกัดจำนวนศิลปินเข้าร่วม”

ภาพ : ALIVE UNITED

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

นอกจากการเต้นจีบมือและเซิ้งนิ้วไปมาที่แถวหน้าของขบวนงานบวชแล้ว ความทรงจำล่าสุดที่ผู้เขียนมีต่อวิชานาฏศิลป์ไทยก็คือ การสอบภาคปฏิบัติรำวงมาตรฐานในเพลงที่ 10

พอโตขึ้น ก็ไม่คิดว่ากุลสตรีไทยอย่างเราต้องลงมือจีบใครก่อน อายุขัยของความจีบจึงจบลงไปตั้งแต่วันสอบภาคปฏิบัตินั่น ช่างเป็นชีวิตที่มีความอ่อนช้อยสั้นเหลือเกินค่ะคุณ

ในวันที่เห็นสาวๆ ในชุดโจงกระเบนหลากสีสันกับท่าทีที่แปลกตา ไม่มีการเอียงตัวหันองศา ไม่มีระยะห่างระหว่างปลายนิ้วก้อยกับหางคิ้ว ชื่อของ Thai Fit ก็เข้ามาอยู่ในความทรงจำ

ท่ามกลางเสียงดนตรีเพลงไทยในทำนองอิเล็กทรอนิก เรากำลังสนทนากับ ครูดิว-ขจิตธรรม พาทยกุล ผู้ก่อตั้ง Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ที่สร้างสรรค์จากท่วงท่าของรำไทยแห่งนี้

ตลกดี เพียงแค่ดนตรีขึ้นห้องที่สาม เราก็ย่ำเท้าและก้าวชิดไม่ผิดจากครูที่หน้าห้อง

Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ

Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ

ตั้งวง

จุดเริ่มต้นจากครูดิว ทายาทรุ่นที่สามของโรงเรียนดนตรีและนาฏศิลป์พาทยกุล รับรู้ถึงปัญหาของระยะห่างระหว่างคนรุ่นใหม่กับศิลปวัฒนธรรมที่นับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อเธอเรียนจบปริญญาโทวิชาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จากมหาวิทยาลัยคิงส์ตัน ที่ซึ่งจุดประกายความสนใจให้ต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ ช่วงเดียวกับที่กระแสเรื่องการดูแลสุขภาพกำลังเป็นที่นิยม

“โจทย์หลักในการที่เราทำ Thai Fit คือเราอยากให้ศิลปะเข้ามาใกล้กับคนมากขึ้น โดยที่ไม่ได้มีระยะห่างซึ่งกัน ไม่ได้อยู่บนหิ้ง ไม่ได้น่ากลัวหรือจับต้องไม่ได้ ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นศิลปินเท่านั้นถึงจะทำได้ ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่อนุรักษ์นิยม” ครูดิวเล่าถึงความตั้งใจแรกเริ่มที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเมื่อ 2 – 3 ปีก่อน ที่เธอและเพื่อนๆ พยายามสื่อสารเรื่องรำไทยกับสุขภาพ จนวันนี้ทุกอย่างลงตัวในชื่อแบรนด์ Thai Fit Studio ที่ผ่านกระบวนการทำงานและความตั้งใจในทุกรายละเอียดซึ่งสะท้อนคุณค่าเกินกว่าที่ใครจะปฏิเสธ

แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า การหยิบรำไทยมาใส่ทำนองอิเล็กทรอนิกนั้นสร้างความสั่นสะเทือนให้วงการนาฏศิลป์อย่างไรบ้าง ครูดิวจึงรีบตอบในทันทีว่า “ดิวค่อนข้างโชคดีมากที่อยู่วงการนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะฉะนั้น ผู้ใหญ่ในวงการที่เห็นเราตลอดเขาจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่เป็นศาสตร์ที่ใหม่และเราไม่ได้มาเพื่อลบล้างศาสตร์เก่าที่ยังคงสวยงามและทรงคุณค่า จะว่าไปผู้เชี่ยวชาญในวงการก็ให้กำลังใจและให้ความเห็นที่ดีมาโดยตลอด อยู่ที่เรานั้นฝึกฝนมากพอจนสามารถสร้างสรรค์อะไรอย่างอื่นได้บ้างหรือเปล่า ดิวว่าเราไม่ควรดูถูกความคิดเห็นของผู้ใหญ่ เพราะที่เขาทัก เขาท้วง มันก็มีเหตุผลของเขา อะไรที่มันสร้างสรรค์ มันก็คือสร้างสรรค์ อะไรที่มันไม่สร้างสรรค์ มันก็คือไม่สร้างสรรค์”

Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ

ศิลปะการให้ท่า

เมื่อตัดสินใจจะใช้นาฏศิลป์ไทยสร้างสรรค์วิธีการดูแลสุขภาพ ครูดิวจึงพาท่าทางรำและระบำตั้งแต่หัวจรดเท้าไปปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเรื่องสรีรวิทยา จนได้ข้อมูลเรื่องประโยชน์และโทษของท่วงท่าต่างๆ เช่น การตั้งวงให้ประโยชน์ที่กล้ามเนื้อท้องแขนส่วนหน้า ท่าจีบมือให้ประโยชน์ที่กล้ามเนื้อท้องแขนส่วนหลัง

“พอตั้งวง คุณหมอจะบอกให้ลองยืดแขนออกไปให้ได้มากกว่านี้อีกเรื่อยๆ ซึ่งท่ารำไทยจริงๆ มันจะมีข้อจำกัดเรื่องความอ่อนช้อย และคำแนะนำเรื่องระยะเวลาการทำที่เหมาะสม นี่จึงเป็นการต่อยอดท่ารำและเพิ่มขีดความสามารถด้วยสรีรศาสตร์ เกิดเป็นท่ารำเฉพาะของ Thai Fit” ครูดิวเล่าพร้อมทำท่าจีบมือที่คุณหมอแนะนำให้จีบนิ้วมือทุกนิ้วช่วยป้องกันนิ้วล็อก

จากนั้นทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อจัดสรรเวลาสำหรับคลาสออกกำลังกายที่เหมาะสม ได้แก่ Warm up (10 นาที) เป็นช่วงแนะนำท่าทางที่จะใช้ทั้งหมดในคลาส ก่อนจะทำให้หนักขึ้นใน Training (30 – 40 นาที) เป็นการทำซ้ำๆ คล้ายกำลังทำคาดิโอ กระโดดไปมา แล้วจึง Cool down (10 นาที) สำหรับการยืดเส้น

ใครที่คิดว่าท่ารำไทย จีบมือซ้าย ตั้งวงมือขวา ของ ThaiFit จะง่ายๆ สบายๆ ไม่ปวดร้าวร่างกาย คุณกำลังสบประมาทคาร์ดิโอ้สัญชาติไทยเข้าให้แล้ว โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย คุณจะสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับคล้ายความปวดเมื่อยเล็กๆ จากการใช้กล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ใช้

Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ

ชอบก็จีบ

ที่ Thai Fit แบ่งห้องเรียนออกเป็น 3 รูปแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนเลือกตามความชอบ ประกอบด้วย Thai Myth คลาสที่ท่ารำได้แรงบันดาลใจมาจากระบำมาตรฐานหรือระบำในโบราณคดี เช่น สุโขทัย ทวารวดี เป็นต้น อ่อนช้อยสวยงาม Thai Folk คลาสที่ท่ารำสนุกๆ ประยุกต์มาจากนาฏศิลป์พื้นบ้านของภูมิภาคต่างๆ และ Thai Martial Arts คลาสที่ท่ารำมาจากศิลปะป้องกันตัว กระบี่กระบอง และการรำโขน มีความทะมัดทะแมง

แม้ท่วงท่าของทั้งสามรูปแบบจะต่างกันแต่ให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน เป็นประโยชน์ต่อร่างกายทั้งกล้ามเนื้อและระบบประสาทซึ่งทำงานสัมพันธ์กันอยู่แล้วตามการย่างก้าวและเอียงตัว นอกจากนี้สติและสมาธิจากการติดตามท่วงท่าให้ทันจะช่วยป้องกันการเกิดโรคที่เกี่ยวกับความจำได้ ที่สำคัญที่สุดคือโอกาสในการบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กต่างๆ เช่น ที่ข้อมือ นิ้วมือ นิ้วเท้า และข้อต่อเล็กๆ ตรงบริเวณนั้นที่ไม่มีในการออกกำลังกายประเภทไหน

เพลงที่ดังอยู่ตลอด 60 นาที ทำให้เราหายสงสัยเรื่องความแข็งแกร่งในความอ่อนช้อยและความอ่อนช้อยในความแข็งแกร่ง เหมือนที่ใครบอกไว้ว่าแค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย ครูดิวบอกว่าเป้าหมายของ Thai Fit ไม่เน้นท่วงท่าที่สวยงาม แต่มันคือการสำรวจตัวเอง เช่น เมื่อรู้ว่าไหล่ไม่เท่ากัน สะโพกไม่เท่ากัน คุณครูก็จะให้การบ้านไป ถ้าสะโพกไม่เท่ากันมันมีท่าเซิ้งนะ เช่น ท่าขยำข้าวเหนียว ก็สามารถช่วยได้ เพราะถ้าใครติดปัญหาส่วนไหนก็ทำส่วนนั้นเป็นพิเศษ

Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ

รำแล้วดีโทษปี่โทษกลอง

นอกจากเพลงพื้นบ้านแล้ว ทุกเพลงที่ใช้ประกอบการออกกำลังกายเป็นผลงานสร้างสรรค์ใหม่ทั้งหมดของครูดิวและอัศจรรย์ คอลเลคทีฟ (Assajan Collective) ซึ่งเป็นทีมเดียวกับที่ช่วยเรื่องทำงานสื่อสารให้กับสตูดิโอ Thai Fit โดยเหตุผลที่ต้องทำเพลงขึ้นเองใหม่เพราะเพลงทั่วไปที่มีอยู่ในตลาดใช้ไม่ได้

ครูดิวเล่าว่า ธีมในแต่ละคลาสจะเป็นโจทย์กำหนดลักษณะเพลงซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นดนตรีไทยที่ใส่ Electronic เข้าไป เหมือนเป็น ambient แต่ว่าสำหรับ Thai Fit เธอจะทำให้มันมี beat มากขึ้น

“เรื่องที่เราให้ความสำคัญที่สุดของเพลงคือ จังหวะและอารมณ์ของเพลงจะต้องส่งเสริมให้เหมาะสมกับช่วง Warm Up Training และ Cool Down เช่น Training จะมีจังหวะเพลงที่ 120 BPM สอดคล้องกับอัตราการเต้นของหัวใจ” ครูดิวเล่าพร้อมกับชวนให้ฟังเสียงซอด้วงที่เธอบรรเลงในเพลงระบำนกยูง ประกอบเมโลดี้บางส่วนที่มีกลิ่นอายระบำโบราณสมัยสุโขทัย เพื่อใช้เป็นเพลงประกอบห้องเรียน Thai Myth

สำหรับห้องเรียน Thai Folk นอกจากเพลงชาวเลในจังหวะสนุกๆ ประกอบการเต้นที่ใช้สะโพกเยอะๆ แล้ว ครูดิวและทีมยังเปลี่ยนผ้าโจงกระเบนเป็นผ้ามัดย้อมสำหรับการรำประกอบเพลงภาคใต้นี้เท่านั้นด้วย ส่วน Thai Martial Arts แม้จะเป็นเพลงปี่พาทย์ แต่ก็ไม่ได้ทำออกมาจนน่ากลัวและเอื้อมไม่ถึง

ครูผู้สอนของ Thai Fit ต้องมีความพิเศษแตกต่างจากครูสอนนาฏศิลป์ทั่วไปอย่างไร เราถาม

“เพราะไม่เหมือนรำไทยเลย ที่จะต้องทำท่าเดียวกันต่อเนื่องไปทั้งเพลง แต่ Thai Fit คือการต้องทำซ้ำๆ และองศาของท่าทางก็ไม่ใช่แบบรำไทยที่เคยร่ำเรียนเลย แรกๆ ครูก็จะรู้สึกขัดตัวขัดใจเหมือนกัน” ครูดิวเสริมหลักการเลือกครูของ Thai Fit ที่รำไทยเป็นอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องรำเป็นอย่างดีและสอนได้ ที่สำคัญต้องเป็นคนเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ

Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ

เครื่องฟิต สตาร์ทติดง่าย

ความท้าทายของ Thai Fit ไม่ได้มีแค่เรื่องทัศนคติของคนในสังคมที่มีต่อการต่อยอดสิ่งใหม่ แต่เป็นเรื่องความใหม่ของตลาดธุรกิจนี้ ซึ่งไม่มีข้อมูลทางการตลาดอ้างอิง ลูกค้า ความต้องการ ราคา และอื่นๆ ทำให้ครูดิวและทีมงานต้องทำการบ้านไม่น้อย ครูดิวเล่าว่า เธอโชคดีที่ตัดสินใจส่งแผนธุรกิจเข้าประกวดโครงการสุดยอดแนวคิดพลิกธุรกิจไทยของธนาคารออมสิน จึงทำให้ค่อยๆ พัฒนาธุรกิจและต่อยอดมาถึงปัจุบัน

“คนไทยมีทุนทางวัฒนธรรมที่มหาศาลมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะศิลปะ ร่ายรำ ดนตรี อาหารการกิน เรารู้สึกว่า Thai Fit อาจจะเป็นตัวอย่างเล็กๆ ที่สามารถใช้ทุนทางวัฒนธรรมของเราในการยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้ เราใช้มือเปล่า เท้าเปล่า ยังไม่ต้องหันไปพึ่งพาวัฒนธรรมอื่น ไม่ใช่ว่าวัฒนธรรมอื่นไม่ดี แต่เรามองจากของใกล้ตัวก่อน”

ซึ่งในอนาคตเราจะได้เห็น Thai Fit ทำงานร่วมกับหน่วยงานในอีกหลากหลายวงการที่มีความเชื่อในเรื่องการอนุรักษ์ไปพร้อมๆ กับการทำงานสร้างสรรค์ อย่างที่ Thai Fit กำลังได้รับความสนใจและการตอบรับที่ดีจากแบรนด์และบริษัทต่างๆ รวมถึงสถานทูตประเทศต่างๆ ที่มอบโอกาสเผยแพร่สิ่งที่ Thai Fit ตั้งใจ

Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ

The Entrepreneur ตอนนี้ ขอลากันไปแบบสบายๆ ด้วยท่าออกกำลังกายที่ ครูเฟี้ยว-มาดาพร น้อยนิตย์ และครูปีโป้-ปรียานุช ประมูลกิจ นำมาฝากให้คุณเตรียมตัวบอกลาออฟฟิศซินโดรมก่อนใคร

ท่าแรกมีชื่อว่า ท่าโอบต้นไม้ เริ่มจากตั้งวง ในท่าเผยอกเปิดไหล่ จากนั้นยืดให้สะบักมาชิดกัน โดยปกติแล้วท่ารำของไทยจะไม่แอ่นขนาดนี้ จากนั้นร่ายมือจีบเข้าตัวให้หลังตึงพอประมาณเหมือนกำลังโอบต้นไม้ใหญ่ ทำติดต่อกัน 5 ครั้งใน 1 เซ็ต ทำ 5 – 8 เซ็ต

Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ

ท่าที่สองง่ายมาก เหมาะสำหรับคนไม่มีพื้นที่ เรียกว่า ท่าจีบสลับนิ้ว เริ่มจากยืดแขนให้ตึง หักข้อมือเข้าหาตัวแล้วจีบมือไล่นิ้วชี้ กลาง นาง และก้อย

Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ Thai Fit สตูดิโอออกกำลังกายแนวใหม่ ที่ใช้ท่ารำไทยเปลี่ยนจังหวะการเต้นของหัวใจ

ยังๆ ยังไม่พอ เรามีคลิปสั้นๆ มาฝากกันด้วย

แต่อย่าไปฝึกอยู่บ้านคนเดียวเลย เดี๋ยวคนที่บ้านตกใจ

ThaiFit Studio  |  FB: Thai Fit

Rules

  1. ทำงานด้วยทัศนคติที่ว่า ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ และพร้อมเข้าใจความต่างของมนุษย์ทุกคนที่เราทำงานด้วย
  2. ทำงานตอนที่ท้องอิ่ม
  3. ทำงานกับคนที่เรารัก (ข้อนี้เพิ่งค้นพบ ตอนที่เริ่มทำงานกับแฟน คงเป็นเพราะดิวเป็นคนประเภทให้ความสำคัญกับความรัก พอเราทำงานกับคนที่เรารัก มันเลยทำให้รู้สึกว่าอยากให้ถึงเวลาทำงานทุกวันเลยค่ะ)

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load