“เพราะทุกเรื่องราวมีชีวิต ที่มากกว่างานสต็อกโฟโต้” 

ชิน-ชินสุวีร์ เจตน์จำรัส Chief Creative Officer ผู้ก่อตั้ง และหัวเรือใหญ่ของ ‘ALIVE UNITED’ บอกกับเรา 

นี่เป็นสต็อกโฟโต้น้องใหม่เจ้าแรกของไทย ที่ไม่ใช่แค่ตลาดซื้อ-ขายภาพออนไลน์ แต่ตั้งใจเป็นพื้นที่ที่ศิลปินได้อวดเอกลักษณ์ ลายเส้น และตัวตนให้โลกได้เห็นมากยิ่งขึ้นแบบไร้ขีดจำกัด

หลังจากเรียนจบด้านบริหารและโลดแล่นอยู่ในวงการโฆษณามานานกว่า 16 ปี ชินได้ทำงานคลุกคลีกับการใช้ภาพในงานโฆษณาอยู่เสมอ สิ่งที่เขาตระหนักได้คือ ภาพทุกภาพเต็มไปด้วยเรื่องราวและความตั้งใจของศิลปิน แต่สิ่งนั้นกลับหายไปทันที เมื่อภาพนั้นกลายมาเป็นสินค้าที่โชว์อยู่บนเว็บไซต์สต็อกโฟโต้ทั้งหลาย เมื่อไม่มีสต็อกไหนที่ถูกใจ เขาจึงออกแบบสต็อกโฟโต้ของตัวเอง เพื่อบรรจุเรื่องราวของภาพและศิลปินเอาไว้ พร้อมทั้งชักชวนศิลปินไทยมาอวดงานดีๆ ที่นี่

ชิน-ชินสุวีร์ เจตน์จำรัส Chief Creative Officer ผู้ก่อตั้ง และหัวเรือใหญ่ของ ‘ALIVE UNITED’
ชินสุวีร์ เจตน์จำรัส ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ ALIVE UNITED

“เราอยากเห็นสต็อกภาพที่ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นของคนไทย เป็นสไตล์ที่ค่อนข้างหาได้ยากในรูปแบบของสต็อกภาพทั่วไป ถ้ามองในมุมของลูกค้า ปัจจุบัน พวกเราก็กำลังต้องการภาพที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ ส่วนในมุมของช่างภาพ เราเห็นว่าเขามีงานดีๆ เยอะ แต่ที่ไม่อยากเข้ามาอยู่ในสต็อกเพราะมันมีข้อจำกัด และมีหลายขั้นตอนกว่าจะขายรูปได้ มันน่าเสียดายที่เราจะไม่ได้เห็นผลงานดีๆ จากศิลปินเก่งๆ เข้าไปอยู่ในพื้นที่ขายงาน”

ชินเล่าว่าก่อนหน้านี้เขาได้พูดคุยกับศิลปินมากมาย และพบว่าหลายคนขายภาพในสต็อกเป็นรายได้เสริมอยู่แล้ว แต่อีกหลายคนที่ยังไม่เข้ามาอยู่ในระบบนี้ทั้งๆ ที่งานมีคุณภาพมาก ก็เนื่องมาจากหลายสาเหตุ 

บ้างก็เป็นข้อจำกัดด้านภาษา บ้างก็เป็นเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยาก 

นอกจากข้อจำกัดยิบย่อยเหล่านี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการก้าวเข้ามาอยู่ในสต็อก อาจทำให้เรื่องราวของงานเหล่านั้นถูกลดทอนหายไป

ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ ช่างภาพสตรีท- ALIVE’S ARTIST

“ทุกๆ ครั้งที่ผมคุยกับศิลปิน เขาจะเล่าเรื่องในภาพของเขาให้เราฟัง ว่าเขาไปถ่ายมาได้อย่างไร เจออะไรมาบ้าง บางภาพมันไม่สามารถกลับไปถ่ายได้อีกแล้ว เป็นโมเมนต์เดียวที่เขาคิดว่าดีที่สุดแล้ว เรามองเห็นว่าสิ่งที่เขาทำมันดีและมีคุณค่า เลยอยากให้เขาได้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเต็มที่ แล้วเราก็คอยส่งเสริมในสิ่งที่เขาเป็น

“พอเจอ Pain Point ทั้งของลูกค้าและของศิลปิน เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราอยากแก้ปัญหานี้ แล้วทำให้พวกเขามาเจอกัน เกิดเป็นสต็อกภาพที่เต็มไปด้วยมุมมองและเรื่องราวของศิลปิน

“เราเชื่อว่าศิลปินไทยมีฝีมือ เราอยากให้ผู้คนได้เห็นความหลงใหลในงานของพวกเขาเหมือนที่เราเห็น อยากให้ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ถ่ายทอดสิ่งนั้นได้ แล้วสร้างรายได้ให้กับศิลปินได้จริงๆ” ชินเล่าให้เราฟัง

ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน

แพลตฟอร์มใหม่

สต็อกโฟโต้น้องใหม่รองรับทั้งภาพถ่าย วิดีโอ และงานภาพหลายแขนง ของศิลปินที่อยากส่งต่อเรื่องราวไปยังคนเสพ ด้วยความมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจของคนทำงาน แม้บทบาทจะเป็นสต็อกที่มีไว้ซื้อ-ขายภาพออนไลน์ แต่ ALIVE UNITED ยังมองว่าตัวเองเป็นพื้นที่ที่ทำให้คนรักงานศิลปะมาเจอกันอีกด้วย

“เราไม่ได้อยากให้ทุกคนมาสร้างสรรค์ผลงานอะไรก็ได้ในจำนวนมากๆ แล้วก็ขายงานอย่างเดียว แต่เรามองแพสชันของศิลปินที่อยากจะถ่ายทอดออกมาด้วย เนื้อหาข้างในจึงมีความจริงจัง มีความสมจริง และเต็มไปด้วยประสบการณ์ของศิลปินทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ภาพหรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาจะเป็นตัวตนของศิลปินจริงๆ มีรายละเอียดที่ลึกซึ้งกว่าความเป็นสต็อกโฟโต้ทั่วไป

ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน
ผลงานภาพ : สุทธิภัทร อุตอามาตร์ – ALIVE’S ARTIST
ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน
ผลงานภาพ : ทวีพงษ์ ปทุมวงษ์ – ALIVE’S ARTIST

“อีกอย่างที่เราตั้งใจคือ อยากเห็นพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้โชว์ผลงาน ให้คนทั่วโลกได้เห็นว่ามันยังมีงานดีๆ เป็นงานที่มีกลิ่นอายท้องถิ่นและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นมุมมองที่อาจจะยังไม่เคยเห็นที่ไหน”

นอกจากเป็นสต็อกโฟโต้แล้ว ในเว็บไซต์ยังมีส่วนบล็อกและรีวิว ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้คนที่สนใจศิลปะได้มาแลกเปลี่ยนกัน เขายังบอกอีกว่านี่เป็น Exclusive Gallery ที่พร้อมจะสนับสนุนและดูแลศิลปินอย่างเต็มที่

“ปกติสต็อกทั่วไปจะมีข้อจำกัดเยอะ ทำให้มีหลายภาพที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก บางภาพแค่มี Noise นิดหน่อยก็ไม่ได้แล้ว เรารู้สึกว่าบางครั้งศิลปินก็ไม่ได้ต้องการจะโฟกัสทุกอย่าง ภาพนั้นมันมีเรื่องราวอยู่ เราจึงมีทีม Curator คอยตรวจสอบภาพแบบละเอียด แล้วดูแลผลงานเหล่านี้ให้ดีที่สุด” 

ALIVE UNITED สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่ไม่อยากแค่ขายภาพ แต่อยากเห็นเรื่องเล่าของศิลปิน

เว็บไซต์ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นมิตรกับคนใช้งาน มีทั้งระบบโปรไฟล์ที่เล่าความเป็นมาของศิลปินแต่ละคน มีบริการฝังคีย์เวิร์ดลงไปในภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสในการค้นหาเจอ และสิ่งสุดท้ายที่ชินให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่งคือ ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม

“เราให้ผลตอบแทนมากถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งปกติแล้วสต็อกทั่วๆ ไป รายได้ของศิลปินจะเริ่มอยู่ที่ภาพละประมาณสามบาท อีกทั้งยังมีข้อจำกัดต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เช่น ในแต่ละปีอาจต้องทำยอดให้สูงขึ้น แต่เมื่อเรามาทำเอง นอกจากเราจะดูแลอย่างทั่วถึงแล้ว เราก็ให้ผลตอบแทนไปเลยสี่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยังมีส่วนของการสนับสนุนเพื่อโปรโมทศิลปินต่างๆในอนาคตอีกด้วย”

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกในไทยที่ให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานในแบบของตัวเอง

เพราะประเทศไทยมีช่างภาพและคนทำงานภาพที่มีฝีมือดีมากมาย ซึ่งทาง ALIVE UNITED ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องศิลปินเป็นอย่างมาก

ชินบอกว่า เขาไม่ได้เริ่มต้นมุ่งมั่นไปที่เงินและผลตอบแทน แต่ทำจากความประทับใจในผลงานมี่มาจากแพสชันของศิลปินไทยจริงๆ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับการเริ่มต้นคือ การเฟ้นหาศิลปินที่มีความตั้งใจเดียวกัน แล้วเล่าให้พวกเขาฟังว่าแพลตฟอร์มมีเป้าหมายอะไร สำหรับเขาแล้ว นั่นเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ใช้เวลายาวนานที่สุด เพราะเราอยากจะเรียนรู้ และเข้าใจในมุมมองที่ศิลปินแต่ละท่าน สร้างสรรค์และถ่ายทอดทุกความหลงใหลออกมาอย่างจริงจังที่สุด 

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่

“เราต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก เพื่อหาคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน ในแต่ละขั้นตอนมันเลยใช้เวลานานและใส่ใจทุกรายละเอียด เรามีการสัมภาษณ์เพื่อทำความรู้จักศิลปินที่มาร่วมงานกับเรา ส่วนใหญ่เขาจะเซอร์ไพรส์มาก เพราะการที่เราให้บริการและดูแลทุกๆ ส่วนของศิลปิน มันเป็นประโยชน์กับเขามาก

“เราไม่ได้มองว่าเราต้องการงานภาพแบบสต็อก แต่เราต้องการความสมจริงในเรื่องราวที่มีองค์ประกอบของการเล่าเรื่องที่ทุกคนได้พบเห็น สามารถสัมผัสและเข้าถึงเรื่องราวได้จริง และเป็นผลงานคุณภาพที่ผ่านการเล่าเรื่องจากแพสชันของศิลปินจริงๆ โดยเฉพาะศิลปินคนไทย เราเป็นแพลตฟอร์มที่จริงใจ และใส่ใจศิลปินทุกคนตั้งแต่ในวันที่เรามาเจอกัน เราพยายามคราฟต์ตั้งแต่ต้นทาง ตลอดจนทุกๆกระบวนการอย่างสร้างสรรค์ให้มากที่สุด

“หลายๆ ครั้งที่เราพูดคุยกับพวกเขา แต่ละคนจะมีมุมมองในการทำงานแตกต่างกันออกไป มีไลฟ์สไตล์ มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต่างกัน แต่สิ่งที่เราคิดว่าพวกเขามีเหมือนกันคือแพสชัน เขามีเรื่องราว มีมุมมองที่อยากถ่ายทอดให้คนได้เห็นและรู้สึกเหมือนกับที่เขารู้สึก เราก็อยากถ่ายทอดผลงานดีๆ ของเขาให้คนได้เห็น และอยากให้ลูกค้าได้ใช้บริการคอนเทนต์ที่ดีที่สุดเช่นกัน”

ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจทำสิ่งนี้ เขาเจอปัญหาน้อยใหญ่มานับไม่ถ้วนให้ได้เรียนรู้และแก้ไขมาเสมอ 

กฎหนึ่งข้อที่เขาจะยึดเอาไว้ทุกครั้ง สำหรับพาตัวเองผ่านปัญหาเหล่านั้นไปให้ได้คือ การเอาความต้องการของศิลปินและลูกค้าเป็นที่ตั้ง และยังจำความรู้สึกแรกที่ตั้งใจมาเสมอว่า อยากเห็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับทั้งคนผลิตงานและคนใช้งาน

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
ผลงานภาพ : ภูเบศ ลออชัยรังษี – ALIVE’S ARTIST
สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
ผลงานภาพ : นิกสิทธิ์ วงศ์สวัสดิ์ – ALIVE’S ARTIST

“ในส่วนเว็บไซต์ เราติดตามมุมมองและเทรนด์ต่างๆ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เพื่อให้เหมาะกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องหาวิธีที่จะกลับไปแก้ Pain Point เดิม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราพยายามจะรักษาสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของเราไว้ คือ ถ้าเราสามารถตอบสนองความต้องการและพัฒนาให้เป็นประโยชน์กับศิลปินและลูกค้ามากที่สุด 

“ผมเองเป็นครีเอทีฟมาก่อน เราต้องทลาย Comfort Zone หลายๆ อย่าง เพื่อเข้าถึงในทุกๆ เรื่อง ปัญหาแต่ละอย่างที่ได้เจอมันเป็นหน้าด่านที่เราต้องพยายามปรับตัว เรียนรู้ และแก้ไข วันนี้เราอาจยังไม่ได้ทำได้ดีที่สุด แต่ว่ามันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า ต่อไปเราจะไม่ผิดพลาดกับสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว

“เรามีเป้าหมาย แต่ถ้ามันไม่สามารถไปถึงจุดหมายได้ เราก็หาวิธีปรับไปในมุมต่างๆ ท้าทายทุกโอกาสที่เข้ามา ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเราเชื่อในจุดเริ่มต้น พอมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราก็จะต้องแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ให้ได้”

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่
ผลงานภาพ : ภูเบศ ลออชัยรังษี – ALIVE’S ARTIST

อยากให้ศิลปินได้รับการยอมรับ

การถือกำเนิดขึ้นของแพลตฟอร์มไม่เพียงทำให้ศิลปินมีพื้นที่เป็นมิตรกับการทำงาน ลูกค้าได้เห็นผลงานที่มีเรื่องราวมากขึ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่ชินอยากเห็นมากกว่านั้นคือ การที่คนมองเห็นคุณค่าของงานศิลปะ และให้คุณค่ากับการทำงานของศิลปิน

“เราอยู่กับภาพมาเกือบทั้งชีวิต มันเป็นฝันอย่างหนึ่งของผมเหมือนกันที่อยากเห็น ALIVE UNITED เป็นพื้นที่ที่รวบรวมนักสร้างสรรค์ไทยที่มีคุณภาพ แล้วทุกคนสามารถทำทุกอย่างออกมาด้วยความสุขจริงๆ” เขาบอกกับเรา

“ผมได้คุยการศิลปินหลากหลายท่านทั้งที่มีประสบการณ์มากและเป็นคนรุ่นใหม่ เขามีความฝัน เขามีสิ่งที่ชอบจริงๆ เรานับถือเขานะ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน และพยายามตามหาฝันตัวเองให้เจอ เราก็อยากจะสนับสนุนความฝันของพวกเขาเหล่านั้น

“เราควรให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ผลงานให้มากขึ้น ทุกวันนี้เราเห็นแค่สิ่งที่ถูกถ่ายทอดออกมาเท่านั้น แต่เราอยากเห็นคนเบื้องหลังได้รับการยอมรับ ได้รับเกียรติและความภาคภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ อยากให้นี่เป็นพื้นที่ที่สำหรับแชร์ประสบการณ์และแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และทำให้คนที่เริ่มสนใจถ่ายภาพอยากจะเล่าเรื่องออกมาด้วยเช่นกัน”

สต็อกโฟโต้เจ้าแรกของไทยที่เป็นทั้งแกลเลอรี่ และพื้นที่ให้ศิลปินไทยได้อวดลายเซ็นของตัวเองอย่างเต็มที่

Lessons Learned 

  • ก่อนจะทำอะไร ต้องศึกษาและทำความเข้าใจคนที่อยู่ในแวดวงนั้นก่อน เพราะอาจจะเจอปัญหาอีกมุมที่เราไม่เคยรู้ว่ามี เพื่อออกแบบธุรกิจให้แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
  • ทำงานทุกขั้นตอนอย่างละเอียดและจริงใจ 
  • พร้อมปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์และเทรนด์ที่เปลี่ยนไปเสมอ โดยที่ไม่ลืมความตั้งใจในวันแรกที่สร้างธุรกิจ แล้วผ่านอุปสรรคต่างๆ บนพื้นฐานความตั้งใจนั้น

ติดตามเว็บไซต์และสามารถร่วมเป็นศิลปินได้ที่ https://aliveunited.com/ *จำกัดจำนวนศิลปินเข้าร่วม”

ภาพ : ALIVE UNITED

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

26 กุมภาพันธ์ 2561

เราเห็นกระเป๋าหนังสีฟ้านวลครั้งแรกในบูทร้าน Fulame’ ที่งาน Chiang Mai Design Week เมื่อปลายปีก่อน

สายตาของเรามองไล่ไปตามระดับของสีฟ้าครามที่ไล่เฉดไปจนถึงสีน้ำเงินเข้ม แล้วก็ประหลาดใจว่าหนังกับครามเนี่ยนะ! มันเป็นวัสดุสองอย่างที่ไม่น่ามาอยู่ด้วยกันได้ แต่กลับเข้ากันได้และเข้ากันได้ดีซะด้วย!

เรื่องราวความเข้ากันของหนังและครามเกิดขึ้นจาก จิ๊ก-ชูเกียรติ บุญเรือง และ อุ๋ย-งามจิตร อุดมสุนทรสกุล หนุ่มแม่จันและสาวเยาวราชที่ชื่นชอบหนังตั้งแต่สมัยเรียนวิชาเครื่องหนังที่วิทยาลัยเพาะช่าง

Fulame' แบรนด์ที่จับเครื่องหนังมาย้อมครามด้วยความรัก

เมื่อจิ๊กได้ทำงานกับบริษัทผลิตอุปกรณ์เช็กอะไหล่สัญชาติญี่ปุ่น ก็พบว่าที่นั่นให้ความสำคัญเรื่องงานคราฟต์ จึงกลับมามองความชอบที่ตนอาจพลั้งลืมไป คืองานเครื่องหนัง บวกกับอุ๋ยอยากทำธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว ทั้งสองจึงจับมือตั้งมั่นลองก้าวสู่โลกธุรกิจด้วยการทำสินค้าของตัวเอง

เส้นทางของทั้งคู่ไม่ได้ง่ายอย่างที่วาดฝันไว้แต่แรก การเป็นเจ้าของธุรกิจเป็นหนึ่งในความฝันสุดฮิตของผู้คนในศตวรรษที่ 21 ทั้งสองเปิดแบรนด์เครื่องหนังด้วยความรักและความตั้งใจ แต่โอกาสอยู่รอดในธุรกิจนี้ไม่ง่ายนัก เพราะเครื่องหนังของทั้งคู่ในยุคแรกเริ่มไม่ได้มีจุดเด่นของตัวเองที่แตกต่างจากแบรนด์เครื่องหนังอื่นๆ

จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อทั้งคู่พบว่าเพจเฟซบุ๊กของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเวิร์กช็อปสอนงานฝีมือแก่คนทั่วไป ทั้งคู่จึงรีบสมัครเรียนเพื่อค้นหาเทคนิคใหม่ๆ มาประยุกต์ให้เข้ากับงานเครื่องหนังของตน ทั้งสองเริ่มลงเรียนทอผ้า จักสาน แกะยางลบ พิมพ์ลาย ย้อมคราม เรียนทุกหลักสูตรที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศฯ จัดสอนเป็นระยะเวลากว่า 4 เดือน ที่พิเศษกว่าระยะเวลาก็คือ ทั้งคู่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกลับกรุงเทพฯ-อยุธยาเพื่อเข้าร่วมทุกเวิร์กช็อป

“ตอนนั้นเหนื่อยมาก พ่อก็ผ่าตัดด้วย ต้องแลกอะไรมาเยอะเหมือนกัน ถึงจะเป็นแค่ช่วงแค่สั้นๆ แต่มันทำให้เราได้อะไรมาเยอะมาก” คุณอุ๋ยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

Fulame' แบรนด์ที่จับเครื่องหนังมาย้อมครามด้วยความรัก
Fulame' แบรนด์ที่จับเครื่องหนังมาย้อมครามด้วยความรัก

พวกเขาสนใจเสน่ห์ของครามเป็นพิเศษจึงศึกษาต่อว่าจะย้อมครามให้ติดหนังได้หรือไม่ ก่อนจะกลับมาทดลอง ลองผิด ลองถูก ซ้ำๆ ที่บ้านทุกวัน โดยไม่ได้ไปออกบูทขายเครื่องหนังนานกว่า 6 เดือน

“เราไม่รู้จักครามมาก่อน พอเห็นก็รู้สึกว่ามันมีเสน่ห์จึงอยากนำมาย้อมกระเป๋าหนัง ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศฯ ก็ย้อมหนังไม่ได้ ย้อมติดแต่ผ้า การเอาครามมาย้อมหนังต้องใช้กระบวนการที่ยาก ละเอียดอ่อน และใช้ต้นทุนสูง ในเมืองไทยจึงไม่ค่อยมีหนังย้อมครามมากนัก แต่เราอยากย้อมให้ได้จึงต้องกลับมาทดลองเองที่บ้านทุกวัน” หนุ่มแม่จันวัย 27 กล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น

ผลจากการความรักและอุตสาหะในการทดลองกว่าครึ่งปี ได้ผลลัพธ์เป็นเครื่องหนังย้อมครามคุณภาพดีสีครามสว่างใสไล่เฉดจากครามธรรมชาติ

ทั้งสองยืนยันที่จะย้อมหนังด้วยครามธรรมชาติและทำมือเองทุกขั้นตอน โดยเปรียบเสมือนการเลี้ยงลูกคนหนึ่งเพราะได้ใช้ ‘ใจ’ ดูแลทุกขั้นตอน

Fulame'
Fulame

เราไม่อยากย้อมด้วยสีเคมี ถ้าใช้เคมีเราย้อมได้เลยไม่ต้องคิดอะไร การย้อมสีธรรมชาติแบบนี้มันทำด้วยใจ เรารักมัน เราทำด้วยความชอบจริงๆ เราถึงจะทำได้อย่างนี้”

หนังวัวที่ผ่านการฟอกโดยปราศจากเคมี ลินินธรรมชาติ เชือกปอที่ไม่ผ่านการชุบน้ำมัน หรือแม้กระทั่งมือของผู้ย้อมที่ห้ามทาโลชั่น คือเงื่อนไขสำคัญ แม้จะควบคุมปัจจัยเทียบทุกอย่างแล้วแต่ปัจจัยภายนอกอื่นๆ ทั้งอากาศ ความชื้นต่างๆ ล้วนส่งผลกระทบต่อตัวคราม ทำให้อาจเกิดความผิดพลาดในการย้อมหนังได้ตลอดเวลา

หม้อครามต้องคอยเติม คอยย้อมเลี้ยง ให้อาหาร ต้องย้อมทุกวัน ถ้าไปเชียงรายหรือกลับโคราชมันจะเน่าเลย เราต้องคอยกู้ ค่อยๆ เลี้ยงขึ้นมา อย่างมาออกงานแล้วไม่ได้ย้อม ตอนกลางคืนกลับไปก็ต้องคอยดูแลให้อาหาร เราจะทิ้งไม่ได้”

กว่าจะเป็นเครื่องหนังหนึ่งชิ้นพวกเขาเริ่มจากการเตรียมหนัง ทำความสะอาดหนังทิ้งให้แห้ง 1 วัน หากคิดแบบใหม่ก็ต้องเพิ่มเวลาอีกวัน เมื่อพร้อมแล้ววันที่ 3 ก็เริ่มกระบวนย้อมทั้งวัน เอาขึ้นมาจากหม้อก็ทิ้งหนังไว้คืนหนึ่ง วันที่ 4 เริ่มตัดแพตเทิร์น ประกอบและเย็บ วันที่ 5 เก็บรายละเอียด โดยทั้งหมดเกิดจากสองมือสองใจของอุ๋ยและจิ๊กทั้งสิ้น

Fulame'
Fulame
Fulame'

กระเป๋าสตางค์ ที่พันสายชาร์จ เครื่องประดับ กระเป๋าใส่บัตร กระเป๋าเมโมรี่การ์ด เคสใส่พาสปอร์ต ซึ่งออกแบบอย่างเรียบง่ายเน้นฟังก์ชันการใช้งานและพยายามลดชิ้นส่วนต่างๆ ให้น้อยที่สุด เครื่องหนังแต่ละใบมีล้วนเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการตัดเย็บขึ้นรูปด้วยมือทุกขั้นตอน และการย้อมคราม แม้จะใช้เทคนิคเดียวกันแต่การย้อมแต่ละครั้งจะให้สีที่ต่างกันไป ทำให้เครื่องหนังของ Fulame’ ไม่มีใบไหนเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกใบตั้งเด่นโชว์พื้นผิวครามสงบกวักมือเรียกให้เราเข้าไปหา

ด้วยความที่ Fulame’ เน้นใช้วัสดุธรรมชาติเป็นหลักทำให้ในกระบวนการทำเครื่องหนังหนึ่งชิ้นแทบจะไม่มีขยะเลย ครามธรรมชาติที่ใช้แล้วเททิ้งลงดินเป็นปุ๋ยได้เลย เศษหนังจะเอามาทำที่รัดกุญแจ สายชาร์จ โดยพยายามให้เกิดเศษหนังน้อยที่สุด

เมื่อถามถึงราคาของผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างสูงและอาจไม่ใช่ราคาที่ทุกคนจะยอมจ่าย จิ๊กและอุ๋ยยิ้มก่อนตอบว่าราคาเครื่องหนังของ Fulame’ จะว่าสูงก็สูง แต่ถ้าหากมองว่าไม่สูงก็ไม่สูงเลย เพราะเครื่องหนังทุกใบทำด้วยมือทุกขั้นตอนและใช้เวลาทำอย่างน้อย 5 วันหากไม่มีอะไรผิดพลาด

อุ๋ยและจิ๊กจึงยังคงเชื่อในพลังของการคุยกับลูกค้า แม้แบรนด์จะไม่มีหน้าร้าน ใช้ช่องทางการขายออนไลน์และฝากขายที่ Siam Discovery แต่ช่องทางหลักในการขายยังคงเป็นการออกงานแฟร์ดังเดิม เฉกเช่นครั้งแรกที่เครื่องหนังของ Fulame’ ปูแบกับพื้น ใช้เสน่ห์ความเรียบง่ายดึงดูดสายตาลูกค้าที่ตลาด Little Tree Market

หนังย้อมคราม
Fulame'
Fulame'

“การออกบูทงานแฟร์เราได้เจอกับลูกค้าเรา เราอธิบายให้ฟังได้ ถ้าวางในห้างหรือฝากไว้ บางคนก็ซื้อเพราะสี ลวดลายเฉยๆ ไม่ได้รู้ที่มาของมัน เราอาศัยการพูดคุยกับลูกค้าแบบจริงใจ เล่าสตอรี่”

ในส่วนของการปรับตัวมาขายออนไลน์นั้น ถึงจะไม่ได้พูดคุยกับลูกค้าโดยตรง แต่ก็มีข้อดีคือ ลดข้อจำกัดหลายอย่างลงได้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงลูกค้าได้ทุกพื้นที่และทุกเวลา รวมถึงลดต้นทุนในการเดินทางไปออกงานแฟร์ด้วย Fulame’ ยังสมัครบริการ K PLUS SHOP ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งช่วยให้การซื้อขายออนไลน์ง่ายขึ้น เมื่อลูกค้าสนใจสินค้าชิ้นไหน Fulame’ จะส่ง QR Code ให้ลูกค้า ลูกค้าก็เปิดแอพ K PLUS หรือโมบายแบงกิ้งอื่นๆ ใช้ฟังก์ชัน Quick Pay สแกน QR Code แล้วชำระเงินได้เลย

ในวันนี้ถึงแม้ Fulame’ จะมีฐานแฟนคลับและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าที่มาซื้อจับจองเป็นเจ้าของเครื่องหนังสุดเสน่หานี้ แต่อุ๋ยและจิ๊กบอกเราว่าจุดประสงค์ของการสร้างแบรนด์ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น Fulame’ ยังหวังเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนเรื่องราวภูมิปัญญาของไทยให้ทั้งคนไทยเองและคนต่างชาติได้เห็นด้วย

ชูเกียรติ บุญเรือง งามจิตร อุดมสุนทรสกุล
ชูเกียรติ บุญเรือง งามจิตร อุดมสุนทรสกุล

เราอยากกลับไปเล่าเรื่องราวตรงนั้นต่อไม่ให้มันขาดหายไป อยากให้เป็นเรื่องราวภูมิปัญญาเหมือนกับอินเดีย ญี่ปุ่น ที่เขาเล่าเรื่องราวมากมาย นอกจากจะช่วยสร้างมูลค่าให้กับสินค้ายังทำให้รู้จักรากเหง้าของตนอีกด้วย ถึงเราจะเป็นคนเมืองเราก็ยังอยากจะสืบทอดภูมิปัญญานี้ อยากทำให้รู้สึกว่าประเทศไทยมหัศจรรย์และไม่ได้ด้อยกว่าประเทศอื่นเลย”

จากกระเป๋าหนังที่เรายืนลูบไล้ด้วยสายตาตอนต้น เมื่อบทสนทนาจบลง สีครามบนกระเป๋าหนังใบเล็กสดใสแวววาวขึ้นไปอีกเฉกเช่นเดียวกับสีครามในนัยน์ตาของทั้งคู่ ฉันไม่เพียงเห็นความน่ารักของกระเป๋าข้างหน้าเท่านั้นแต่ยังเห็น ‘เรื่องราว’ ทั้งหมดที่ถูกบรรจุลงบนกระเป๋าใบนี้ด้วย

 
Facebook | Fulame’

Fulame

เห็นความคราฟต์ของเครื่องหนังย้อมครามฝีมือ Fulame’ แล้ว The Cloud เลย ชวน Fulame’ ทำซองใส่โทรศัพท์มือถือรุ่นพิเศษ  Fulame’ x The Cloud ในราคาพิเศษ 1,590 บาท ซึ่งสั่งซื้อได้แบบง่ายๆ ผ่านบริการของ KBank ใครสนใจทำตามขึ้นตอนนี้ได้เลย

  1. เข้าไปที่เฟซบุ๊กเพจ Fulame’
  2. สั่งสินค้าได้ทาง Inbox
  3. ทางร้านจะส่ง QR Code ในรูปแบบ Bill Payment ให้เพื่อทางลูกค้าจ่ายเงิน
  4. ลูกค้ากด save รูปภาพ QR Code แล้วเข้าไปแอพพลิเคชั่น K PLUS หรือโมบาย
    แบงกิ้งอื่นๆ ที่ลูกค้าใช้
  5. กดเมนู Quick Pay แล้วเลือกรูปภาพ QR Code ที่ Save ไว้
    กดจ่ายเงินได้ทันที
  6. หลังจากที่ลูกค้าจ่ายเงินแล้วจะได้รับ E-Slip นำส่งทางร้านเพื่อเป็นหลักฐาน
  7. ทางร้านจะจัดส่งสินค้าให้หลังจากได้รับหลักฐานการโอนเงินแล้ว

Writer & Photographer

เทวรักษ์ รุ่งเรืองวิรัชกิจ

สาวอวบระยะสุดท้ายผู้หลงรักคาปูชิโน่เย็น สิ่งของจุกจิก เสื้อผ้าวินเทจ เเละเสียงเพลงในวันฝนพรำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load