“รู้สึกไหมว่าวันนี้ลมพัดมาจากทางเหนือ”

คำถามแรกในตอนเช้าที่เราได้ยินเสียงสามีคนพื้นถิ่นเชียงรายแท้ๆ เอ่ยถามก่อนที่เราจะขับรถทวนลม กดปิดแอร์เปิดหน้าต่าง เอามือยื่นออกมารับลมแรกของฤดูหนาว มุ่งหน้าขึ้นดอยแม่สลอง ขับจากถนนใหญ่เข้าสู่เส้นทางที่เล็กลงเรื่อยๆ จนเหมือนหลุดเข้ามาในพื้นที่ลึกลับแห่งหนึ่ง แต่แล้วเราก็ใจชื้น เพราะมองเห็นป้าย Ahsa Farmstay 

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

น้องผู้ชายใส่ชุดม่อฮ่อมวิ่งออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พาเราเดินจากที่จอดรถผ่านบ่อน้ำที่มีแก๊งห่านเจ้าถิ่นกำลังส่งเสียงทักทายผู้มาเยือน มองไปด้านหน้าเป็นนาข้าวเหนียวสีเขียวอมเหลืองพร้อมเข้าฤดูเก็บเกี่ยว ตัดกับสีแดงตุ่นของผนังปูนและสีน้ำตาลไล่สีสลับไปมาของบ้านทรงไทย 4 หลัง มองดูสวยงามแบบไม่ขัดหูขัดตา

ที่นี่คือ ‘อาสา ฟาร์มสเตย์’ ฟาร์มสเตย์ที่ยกระดับรูปแบบการท่องเที่ยวแบบลงลึกถึงชุมชมและธรรมชาติ ให้ง่ายสะดวกสบายมากขึ้น บนพื้นที่ 85 ไร่ มาพร้อมภูมิทัศน์ที่สวยดั่งต้องมนตร์ มองไปทางนั้นก็เห็นไร่นา สวน ป่า

เสน่ห์ของเชียงรายที่จะทำให้คุณตกหลุมรักไม่ยาก คือการผสมผสานของวัฒนธรรมที่ปราศจากการปรุงแต่ง ถ้ามาเยือนที่นี่ คุณยังคงเห็นชายหญิงนุ่งชุดพื้นเมืองเดินห้างสรรพสินค้า พบชาติพันธุ์โดยไม่ต้องเดินขึ้นยอดดอยสูง 

คว้าเสื้อผ้าและถุงอุปกรณ์ยังเที่ยว แล้วตีตั๋วขึ้นเหนือไป อาสา ฟาร์มสเตย์ กันเดี๋ยวนี้เลยเจ้า

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

ขออาสาแบบ Ahsa

“ทำไมเราไม่ลองทำโฮมสเตย์ที่มีมาตราฐานโรงแรมขึ้นมาล่ะ”

บทสนทนาเริ่มต้นด้วยคำถามที่น่าสนใจ ของ อิม-รสวรรณ คำวัง ผู้บริหารและผู้จัดการ ที่ควบตำแหน่งมาร์เก็ตติ้งของฟาร์มสเตย์แห่งนี้ จากประสบการณ์การทำบริษัททัวร์ที่พานักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาเที่ยวในประเทศ ภายใต้การดูแลของ บริษัท รุ่งรักษ์จัน จำกัด เธอเล่าให้เราฟังว่า ช่วง 3 – 4 ปีหลังเริ่มมองเห็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เมืองไทยไม่ได้มีดีแค่ วัด วัง หรือทะเลเท่านั้น คนเริ่มเที่ยวลึกลงไปถึงรากของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม วิถีชีวิต ประกอบกับการท่องเที่ยวแบบ Community Base Tourism เริ่มแพร่หลาย บริษัททัวร์จึงลองปรับเปลี่ยนโปรแกรมเที่ยวให้มีมิติมากขึ้น อย่างการพานักท่องเที่ยวไปในสถานที่ใหม่ๆ หรือทำกิจกรรมแบบใหม่ ไปจนถึงการเลือกหาที่พักแบบ ‘โฮมสเตย์’

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“โฮมสเตย์มันลดทอนความสะดวกสบายบางอย่างลงไปนะ บางบ้านไม่มีพื้นที่ส่วนตัว บางครั้งเราต้องไปนอนกลางโถงบ้าน ใช้ห้องน้ำร่วมกับเขา ถ้าคุณเป็นสายลุยๆ หน่อยก็โอเค แต่จากที่เราทำทัวร์มา เรามองเห็นว่า ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังชอบท่องเที่ยวแบบเชิงประสบการณ์อยู่” เจ้าบ้านเล่าจุดเริ่มต้น

เพราะอิมมองเห็นช่องทางของธุรกิจ เธอไม่อยากให้โฮมสเตย์มีรายได้ต่อวันแค่หลักร้อย จึงนำวิธีการบริหารแบบโรงแรมมาใช้การท่องเที่ยวแบบชุมชน โดยเปลี่ยนตั้งแต่สิ่งอำนวยความสะดวก การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ให้มีความสะดวกสบาย อยู่ง่าย สบายใจ มีพื้นที่ส่วนตัว ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบวิถีชาวบ้านไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะทำสวน ดำนำ ทำอาหารจากแปลงผักสวนครัว ฯลฯ

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

แต่ที่น่ารักต่อเจ้าตัวน้อยคือ เด็กอยู่ร่วมและชื่นชมธรรมชาติได้ด้วยกิจกรรมหลากลาย ทั้งเล่นม้าก้านกล้วย เก็บลูกยาง ทำขนมห่อใบตอง เรียกว่าถ้าเคยซนแบบไหนที่บ้านสวนต่างจังหวัด ที่ อาสา ฟาร์มสเตย์ ก็ทำแบบนั้นได้

“อาสามาจากคำว่า ‘อะสะ’ เป็นภาษาลาหู่ แปลว่า ชีวิต แล้ว อาสา ยังล้อกับคำว่า Casa คำอิตาเลียนที่แปลว่าบ้าน เรารู้สึกว่าอาสาเป็นคำที่เหมาะกับที่นี่ เราอยากเป็นโมเดลที่สร้างโฮมสเตย์มาตรฐานโรงแรมขึ้นมา

“เราไม่จำเป็นต้องเป็นโฮมสเตย์แบบเดิม เราขอ ‘อาสา’ เป็นต้นแบบฟาร์มสเตย์แบบใหม่ให้คุณนะ”

โฮมสเตย์ที่เชื่อเรื่องความยั่งยืน

โจทย์หลักของอิมที่ส่งต่อให้กับสถาปนิก Creative Crews ออกแบบ คือความยั่งยืนและการอนุรักษ์

พอดีกันกับทีมสถาปนิกมีความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งก่อสร้างและวัฒนธรรมที่ไม่แปลกแยกไปจากชุมชน การออกแบบจึงไม่มีความทันสมัยเข้ามาแทรกแซงในพื้นที่ ทว่ายังคงไว้ด้วยสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น 

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“ตัววัสดุอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าเรายั่งยืนแล้วนะ ต้องมากกว่านั้น ตัวบ้านเราใช้วิธีการสร้างแบบโบราณ มีสล่าในชุมชนมาให้คำแนะนำและลงมือสร้างด้วยกัน” อิมพูดพลางชี้ไปที่บันไดไม้ “อย่างบันไดไม้ เราใช้การสลักขัดกันไปมา ไม่ใช่ที่ไหนก็ทำแบบนี้ได้ แต่สิ่งที่เรากำลังทำเป็นการสานต่อภูมิปัญญาของคนที่นี่ไปด้วย”

จากการมองด้วยสายตา บ้านทรงไทยถูกจัดวางอย่างมีระดับและสะดวกสบายเหมือนโรงแรม ร่องรอยการใช้ไม้เก่าที่มาจากหลากหลายที่เพิ่มความรู้สึกของความเป็นบ้านจริงๆ มีการเลือกใช้ดินผสมปูนมาช่วยทำให้ตัวบ้านเย็นแต่ไม่ชื้น การใช้เทคนิคการระบายอากาศธรรมชาติเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้านในช่วงฤดูร้อน และการสร้างกำแพงสองชั้นจะทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความเย็นในช่วงฤดูหนาว ทั้งหมดนี้ถูกคิดมาตอบโจทย์อย่างเหมาะสมกับพื้นที่และชุมชน 

จนทำให้ที่นี่ได้รางวัลด้านการออกแบบมากมายจาก Demark Award และ Good Design Award

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

เราอยู่ได้ ชุมชนต้องอยู่ได้ 

ภูมิทัศน์บนพื้นที่ 85 ไร่ มีทั้งเนินและที่ราบ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ร้านอาหาร ที่พัก และสวนบวกไร่

บ้านของแขกที่เข้าพักตั้งอยู่ด้านข้างซ้ายและขวา มี 4 ห้องนอน แต่ละห้องไม่มีส่วนที่ผนังชนกัน มีห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับแขก แต่ไม่ได้ส่วนตัวไปเสียทั้งหมดจนละทิ้งเสน่ห์ของโฮมสเตย์ เรายังเปิดหน้าต่างมาทักทายเจ้าของบ้านได้ สังเกตว่าในห้องเจ้าบ้านพยายามให้มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่สุด ด้วยเหตุผลว่าอยากให้แขกเกิดความสัมพันธ์แบบแชร์ประสบการณ์ จึงมีศาลาตรงกลางที่แต่งด้วยเสวียน เป็นสัญลักษณ์ของอาสา ฟาร์มสเตย์

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

พื้นที่ตรงนั้นคือที่ที่ทุกคนจะต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน

“เรามีชีวิตเป็นของจริงที่นี่ เราทำเกษตรจริง เรามีครอบครัวที่อยู่ที่นี่จริงๆ” อิมเล่าแนวคิดของโฮมสเตย์

อาสาฟาร์มสเตย์เลยมีบ้านของเจ้าของบ้านอยู่ตรงกลาง โดยเธอชักชวนคนในพื้นที่เชียงรายมาอยู่ดูแลบ้าน พ่วงตำแหน่งดูแลแขกที่เข้ามาพัก โชคดีมากที่อิมเจอคู่คู่สามีภรรยาที่แต่งงานแล้วอยากแยกครอบครัวออกมาจากบ้านของพ่อแม่พอดี ประกอบกับทั้งคู่เคยทำงานโรงแรมกันมาก่อน โชคสองชั้น! นับรวมแล้วมีพนักงานทั้งหมด 6 คนถ้วน

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“ถ้าคุณคาดหวังว่ามาแล้วจะอยู่เงียบๆ คนเดียว ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์นั้น” เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม

“เพราะน้องๆ จะคอยชักชวนคุณทำอาหาร ดำนา เดินป่า เป็นเหมือนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของน้องๆ กับแขก บางคนทำงานเป็นเชฟก็มาแลกสูตรอาหารกับเรา ลงมือทำเองเลยก็มี บางคนทำเกษตรกรรมก็มาเล่าเรื่องการปลูกต้นไม้ บางคนพักวันเดียวกัน พอกลับกรุงเทพ เอ๊า อยู่คอนโดฯ เดียวกัน แต่ไม่เคยทักกัน มาเจอกันที่เชียงรายแทน”

ระหว่างฟังอิมเล่าเรื่องสนุก เรามองดูรอบๆ พื้นที่อาสา ฟาร์มสเตย์ สีสันที่แต่งแต้มกลับไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในฟาร์มเท่านั้น ที่นี่ยังก่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่กลับไปสู่ชุมชนและแขกผู้หลงรักการท่องเที่ยวแบบชุมชนด้วยเช่นกัน

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบลงแค่วันเช็กเอาต์

“บางวันเราก็พาลูกค้าฝรั่งหรือคนไทยน่ารักๆ ไปคุยกับพ่ออุ้ยแม่อุ้ยแถวนี้ เขาก็ไม่เหงา ถัดจากเราอีกนิดมีศูนย์เด็กเล็ก แทนที่แขกจะทานอาหารในห้องอาหาร เราก็เปลี่ยนให้เขาไปช่วยกันทำกับข้าวเลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็กแทน 

“บางทีลูกค้าอยากบริจาคของให้หมู่บ้านชาวเขา เราก็เป็นตัวกลางส่งต่อให้ มันเลยเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบลงแค่วันเช็กเอาต์ แล้วลูกค้าก็ได้ความประทับใจในอีกรูปแบบหนึ่ง” เจ้าบ้านเผยความน่ารักของอาสา ฟาร์มสเตย์

อิมชวนเราเดินลัดเลาะขึ้นเนินไปในสวนยางพาราด้านหลัง เป็นทางเดินที่เต็มไปด้วยความแปลกตาของภูมิทัศน์ สุดทางที่เดินได้ก็เป็นจุดชมวิวที่มองออกไปเห็นเมืองในมุมสูง พร้อมทั้งสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ก่อนที่จะลงมาพบกับน้องเทียนผู้ดูแลไร่ กำลังพาควาย 3 ตัวของเขาลงไปเล่นโคลนจนขาวโพลนไปหมด ตัดสลับกับเสียงร้องดังของห่านเจ้าถิ่นที่วิ่งหลบลงไปในน้ำ เพราะเจอเจ้าบ้านจับได้ว่ามันกำลังแอบกินรวงข้าวเหนียวในไร่ ส่วนปูนาตัวใหญ่ยักษ์วิ่งหนีเจ้าห่านอีกที มีน้องหมาและน้องแมวที่อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ช่างเป็นภาพที่เราคงไม่มีวันเห็นได้จากที่ไหนง่ายๆ 

“รู้สึกไหมว่าวันนี้ลมพัดมาจากทางเหนือ” 

หรือจริงๆ ประโยคด้านบนจะเป็นคำถามเชิญชวนให้เรามาเที่ยว Ahsa Farmstay ณ เชียงราย ก็ได้

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

Ahsa Farmstay

ที่อยู่ : แม่สลองใน ซอย 1 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 57110 (แผนที่)

ติดต่อ : 09 7248 4674

Facebook : Ahsa Farmstay อาสา ฟาร์มสเตย์

เว็บไซต์ : www.ahsafarmstay.com 

Writer & Photographer

อนัตตา บุตรขุนทอง

มี๊กวาง ผู้เป็นทั้งนักออกแบบ นักวาดภาพประกอบ นักท่องเที่ยว และคุณแม่น้องมังกร ที่เพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาใช้ชีวิต Simple Life อยู่ที่เชียงราย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

เขาหลัก

ถ้าใครรู้จักผมคงแปลกใจ ว่าทำไมคนที่ไม่ชอบเที่ยวทะเล ไม่เล่นเซิร์ฟ ไม่ดำน้ำ และว่ายน้ำไม่เป็นอย่างผม ถึงหยิบวันหยุดยาวมาใช้ที่ ‘เขาหลักเมอร์ลินรีสอร์ท’ จังหวัดพังงา

แต่ถ้าใครรู้จักรีสอร์ตแห่งนี้คงไม่แปลกใจ

3 ปีก่อน ผมเคยคุยกับ คุณแชมป์-ชานน วงศ์สัตยนนท์ ผู้อำนวยการเครือโรงแรมเมอร์ลิน ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตอนนั้นคุณแชมป์คือวัยรุ่นไฟแรงที่เพิ่งกลับมาดูแลธุรกิจโรงแรมของครอบครัว เขาชวน BIG Trees มาช่วยตรวจสุขภาพต้นไม้ใหญ่มากมายในโรงแรม เขาว่ามีต้นไม้ใหญ่เยอะเหมือนอยู่ในป่า แต่ประโยคที่ยังติดหูผมอยู่ถึงวันนี้คือ ในโรงแรมมีสัตว์ป่าหลายชนิด ถ้าผมไปพัก เขาจะพาไปดูนางอาย

ผมมาตามสัญญา แต่ช้าไป 3 ปี

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ต้นไม้

ผมส่ายหน้าบอกพนักงานว่า ไม่ต้องเดินไปส่ง แค่ชี้ทางก็พอ ไม่ว่าโรงแรมไหน ๆ ผมชอบหาทางเดินไปห้องพักเอง แต่รอบนี้พนักงานของเขาหลักเมอร์ลินส่ายหน้ากลับ เขาหยิบกุญแจแล้วเดินนำผมจากล็อบบี้ซึ่งอยู่ติดถนนด้านหน้าโรงแรม ลงไปทางชายหาดที่อยู่ต่ำกว่ามาก เราก็เลยต้องเดินลงบันได วกไป วนมา ผ่านอาคารนั้น ออกทางนี้ ถึงมีแผนที่ก็ยังงง

รีสอร์ตแห่งนี้สร้างเมื่อปี 2000 อาก๋งของคุณแชมป์ คุณวีระ จิรายุส ประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการ และลูก ๆ หลาน ๆ เห็นว่าควรขยายกิจการโรงแรมออกนอกจังหวัดภูเก็ตบ้าง จึงเลือกสร้างโรงแรมแห่งที่ 4 ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา ซึ่งตอนนั้นมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก และบริเวณเขาหลัก-ลำรู่ ตรงนี้ก็ยังไม่มีที่พัก

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ครอบครัวคุณแชมป์เลือกที่ดินมีโฉนดขนาด 30 ไร่ผืนนี้ เพราะติดทะเลและมีต้นไม้ใหญ่เยอะมาก ทุกคนรักต้นไม้ เลยเห็นตรงกันว่าควรทำที่พักแค่ 200 ห้อง จะได้มีพื้นที่สีเขียวเยอะ ๆ อาคารก็ต้องสร้างหลบต้นไม้ใหญ่ จึงกลายมาเป็นผังโรงแรมแบบเขาวงกต ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักกลางป่า

จำนวนห้องที่น้อยถูกชดเชยด้วยการสร้างวิลล่าริมหาด 3 หลัง และตั้งราคาค่าห้องทั่วไปที่สูงกว่าปกติ เพราะนี่คือความหรูหราที่ลูกค้าชาวยุโรปกำลังตามหา ไม่ใช่หรูหราเพราะการออกแบบห้องพัก แต่หรูหราเพราะอยู่กลางธรรมชาติ ความคิดนี้เมื่อ 20 ปีก่อน ต้องถือว่าล้ำหน้ามาก

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

พนักงานโรงแรมที่เดินนำทางผมบอกว่า วันนี้มีแขกพักเต็มทุกห้อง แต่กลับไม่รู้สึกว่าแออัด หรือมองไปทางไหนก็เห็นแต่คน เพราะต้นไม้ครึ้มทั่วรีสอร์ตช่วยบังสายตาไม่ให้แขกมองเห็นกัน

ที่นี่มีต้นไม้ใหญ่ราว 270 ต้น แบ่งได้ 40 ชนิด อายุอย่างต่ำคือ 50 ปี หลายต้นน่าจะถึง 70 ปีหรือแก่กว่านั้น

ต้นไม้เด่น ๆ ของที่นี่มีหลายต้น เริ่มจากต้นเหรียง ไม้ทรงพุ่มใหญ่ด้านหลังล็อบบี้ ซึ่งมีโอกาสจะได้เห็นนางอายและค้างคาวแม่ไก่ ตรงห้องอาหารเช้ามีต้นเทพทาโรอยู่หลายต้น จัดเป็นต้นไม้ประจำถิ่นพังงาที่เปลือกมีกลิ่นหอม นิยมนำมาแกะสลักเป็นเทพตามศาลเจ้าในภาคใต้ ช่วงเทศกาลกินเจจะมีการนำไม้เทพทาโรไปเผาไฟ ซึ่งจะได้กลิ่นหอมเหมือนธูป

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

มองเลยไปทางหาดจะเห็นต้นไข่เขียว ซึ่งเป็นตะเคียนชนิดหนึ่ง สูงชะลูด มองเห็นได้แต่ไกล เป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดในโรงแรม ส่วนต้นไม้หายากที่สุดคือ ยางมันหมู เป็นไม้ประจำถิ่นของภาคใต้ที่น้อยคนจะรู้จัก หายากขนาดพนักงานโรงแรมยังไม่รู้เลยว่าคือต้นไหน

ส่วนต้นไม้ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโรงแรมคือ ต้นนิโครธ ซึ่งเป็นไทรชนิดหนึ่ง คนที่นี่เรียกว่า ต้นยีราฟ เพราะมีรูปทรงเหมือนยีราฟ เป็นต้นที่หาง่ายที่สุด และน่าจะถูกถ่ายรูปมากที่สุด

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

น้ำ

พอเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก ผมก็สะดุดตากับหนังสือชื่อ A Compact Guide to Wildlife ที่ตั้งใจวางรับแขกอยู่บนโต๊ะ ในเล่มมีภาพสัตว์มากมายที่พบได้ในโรงแรม แยกตามโซนต่าง ๆ เช่น นกแขกเต้า นางอาย กิ้งก่าบินหัวสีฟ้า บ่าง นกตะขาบทุ่ง เหยี่ยวแดง นกกระเต็นอกขาว แมลงปอนานาชนิด ปาดบ้าน เขียดบัว นกเด้าลมหลังเทา เหี้ย และผีเสื้อมากมาย

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ที่ผมแปลกใจคือ แต่ละพื้นที่ในโรงแรมพบสัตว์ที่แตกต่างกันได้ขนาดนี้เลย

พอเปิดโทรทัศน์ในห้อง จะเจอคลิปวิดีโอเล่าเรื่องสัตว์ป่าทั้งหมดในโรงแรม ราวกับที่นี่คือรีสอร์ตในซาฟารี ดูแล้วเลือดลมสูบฉีด นั่งในห้องต่อไม่ไหว ต้องรีบเปิดประตูออกไปดูของจริง

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

ใกล้ ๆ ห้องพักของผมมีลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลจากด้านบนแถว ๆ ล็อบบี้ ลงไปที่บ่อมรกตทางด้านล่าง ในนั้นมีปลานิล สัตว์น้ำเล็ก ๆ และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำหลายชนิด ลำธารแห่งนี้สร้างมาพร้อมรีสอร์ต ด้วยความคิดว่า ที่นี่มีต้นไม้เยอะ ถ้าต้องซื้อน้ำมารดต้นไม้ก็เปลือง เลยออกแบบระบบให้ส่งน้ำเสียจากทั้งโรงแรมมาบำบัดรวมกันในถังใต้ดินด้วยจุลินทรีย์ เมื่อสะอาดก็ปั๊มขึ้นไปปล่อยบนต้นกำเนิดลำธารด้านบน เพื่อให้น้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่สีเขียวทั่วโรงแรมผ่านระบบสปริงเกิล

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด

น้ำเสียทุกหยดในเขาหลักเมอร์ลินจึงถูกบำบัดและนำกลับมาคืนสู่ธรรมชาติ สะอาดขนาดมีสัตว์น้ำอยู่แบบเป็นระบบนิเวศ

อีกแนวคิดที่มีมาแต่แรกคือ การนำขยะจากเศษอาหารและเศษใบไม้มาทำปุ๋ยหมัก เหตุผลคือ เรือนเพาะชำกล้าไม้ต้องการปุ๋ยจำนวนมาก แน่นอนว่าไม่มีวิธีไหนจะประหยัดไปกว่าการทำเอง

แนวคิดเรื่องความยั่งยืนอีกอย่างที่ผมว่าน่าสนใจ คือระบบเซ็นเซอร์ที่หน้าต่างซึ่งเพิ่มมาภายหลัง ถ้าแขกห้องไหนเปิดหน้าต่างเพื่อสัมผัสอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เครื่องปรับอากาศในห้องจะปิดทันทีแบบอัตโนมัติ จะได้ไม่เปลืองไฟโดยใช่เหตุ

แขก

วันนี้สายตาตี่ ๆ ของผม ได้สบตากับชาวต่างชาติไม่มากนัก แต่ช่วงก่อนโควิด-19 ลูกค้าเกือบทั้งหมดของเขาหลักเมอร์ลินคือชาวต่างชาติ ลูกค้าหลักคือ ชาวเยอรมัน นอร์ดิก และอังกฤษ เป็นกลุ่มที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติแท้ ๆ อยากเห็นทั้งป่า ทั้งทะเล และเห็นสัตว์ป่าในโรงแรม พอมาถึงก็นั่งริมระเบียงห้องดื่มด่ำกับธรรมชาติได้เป็นวัน ๆ ลูกค้ากลุ่มนี้จองมาเต็มตั้งแต่เปิดให้บริการ ทางโรงแรมจึงไม่ได้เน้นทำการตลาดกับลูกค้าชาวไทยหรือกลุ่มอื่น ๆ มากนัก ที่นี่เลยไม่คุ้นหูของคนไทย

ลูกค้าประจำชาวเยอรมันรักที่นี่ถึงขนาดเปิดเฟซบุ๊กกรุ๊ป Freunde des Merlin Khao Lak / Friends of Merlin Khao Lak ไว้พูดคุยกันว่า พักห้องไหนเด็ดสุด แถวนั้นมีร้านอาหารไหม ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง ยุงเยอะไหม มีสมาชิกอยู่ 2,000 กว่าคน แอดมินเป็นคู่สามีภรรยาชาวเยอรมันที่มาพักที่นี่ทุกปี

Khaolak Merlin รีสอร์ตที่รักษาต้นไม้ใหญ่จนเป็นบ้านของนางอายและสัตว์ 150 ชนิด
เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

แล้วในกรุ๊ปนี้ก็ยังถ่ายภาพสัตว์ที่พบในโรงแรมมาอวดกัน จนทำให้ทีมงานรู้ว่าในโรงแรมของพวกเขามีสัตว์มากมายแค่ไหน

เขา (เป็น) หลัก

ก่อนพระอาทิตย์จะมุดเมฆไปแตะน้ำทะเล ผมออกไปเดินเล่นบนชายหาดทั้งด้านซ้ายและขวาของโรงแรมซึ่งขนาบด้วยที่พักขนาดใหญ่ มีอาคารที่ออกแบบสวยเตะตาแบบต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูป ถัดออกไปเป็นร้านอาหารและบาร์ที่กวักมือเรียกเราจากระยะไกลด้วยเสียงเพลง

ขากลับเมื่อมาถึงโรงแรม สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดของที่นี่คือต้นไม้ใหญ่ แบบที่เราแทบจะไม่เห็นหรือไม่สนใจอาคารของโรงแรมเลยด้วยซ้ำ

คุณแชมป์ยืนรอผมอยู่ที่หน้าร้านอาหารเย็นของโรงแรมบริเวณหาด

ชีวิตของเขาน่าสนใจ ชายวัย 30 ปีคนนี้เรียนจบปริญญาตรีด้านปรัชญาและจิตวิทยาจากออกซ์ฟอร์ด แล้วต่อโทด้านบริหารธุรกิจที่อิมพีเรียลคอลเลจ กลับจากลอนดอนมาก็เริ่มงานที่ The Nation ช่วยคุณสุทธิชัย หยุ่น ทำเรื่อง Transformation องค์กรสู่ดิจิทัล จากนั้นก็ย้ายไปบุกเบิกการทำวิดีโอให้นิตยสาร BK แล้วก็ข้ามสายไปทำงานกับ Iris บริษัทโฆษณาจากลอนดอน สุดท้ายก็กลับมาทำธุรกิจโรงแรมของที่บ้านเมื่อปี 2018

“ผมเป็นห่วงพ่อแม่ ตอนนั้นท่านอายุ 65 แล้ว เลยกลับมาช่วย เครือเรามีโรงแรมหลายแห่ง ทำกันแบบกงสี ผมเข้ามาพร้อมลูกพี่ลูกน้อง 3 คน ผมได้รับหน้าที่ให้ดูการตลาดออนไลน์ ประชาสัมพันธ์ กับอาหารและเครื่องดื่ม” คุณแชมป์เล่าระหว่างที่รอไลน์บุฟเฟต์เปิด

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

พอเริ่มงานเขาก็พบว่า ที่ผ่านมาโรงแรมทำการตลาดแต่กับบริษัททัวร์ ไม่เน้นโปรโมตตรงกับลูกค้ามากนัก พอบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Thomas Cook ปิดตัวลงเมื่อปี 2019 โรงแรมก็ได้รับผลกระทบ เพราะลูกค้า 20 เปอร์เซ็นต์มาจากที่นี่ คุณแชมป์มองว่าถึงเวลาที่ต้องปรับตัวแล้ว แต่การที่คนหนุ่มไร้ประสบการณ์โรงแรมวัย 27 ปี จะโน้มน้าวผู้ใหญ่ที่ทำโรงแรมมาทั้งชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย

“โชคดีมากที่ผมเคยทำงานบริษัทโฆษณา เลยมีทักษะโน้มน้าวผู้บริหาร มีวิธีการทำพรีเซนเทชันที่ดี เข้าใจเรื่องการทำ Brand Personality ผมก็จัดเต็มครับ ทำเวิร์กชอปชวนทุกคนมาคิดร่วมกันว่า เราอยากเป็นอะไร ตอนนี้เราอยู่ตรงไหน และเราจะไปถึงตรงนั้นได้ยังไง ทุกคนเห็นตรงกันว่าเขาหลักเมอร์ลินต้องเน้นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนปักธงแบบนี้ร่วมกัน ผมก็บอกว่า เราไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย ถ้าจะไปให้ถึงตรงนั้นเราต้องทำกับมูลนิธินะ เขาก็โอเค เพราะถ้าเราบอกว่าจะทำงานกับมูลนิธิตั้งแต่วันแรก เขาคงเบรก แล้วบอกว่า เราทำโรงแรมนะ ไม่ใช่กรมอุทยานฯ”

สัตว์

บาร์ตรงริมหาดเริ่มคึกคัก ใคร ๆ ก็เดินมาสั่งเครื่องดื่มแกล้มวิวพระอาทิตย์ตก

“เราเลือกทำงานกับมูลนิธิ Love Wildlife เพราะเขามีนางอายอยู่ในโลโก้” คุณแชมป์หัวเราะ เมื่อก่อนนางอายหรือลิงลมพบได้ไม่ยากในภาคใต้ แต่พอมีการล่าไปขายเป็นสัตว์เลี้ยง ก็มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ “วันหนึ่งมีแขกถ่ายรูปนางอายส่งมาให้พนักงานดู เราถึงรู้ว่าในโรงแรมเรามี ซึ่งมันพิเศษมาก โดยปกติถ้าอยากดูนางอายต้องไปดูในอุทยานฯ ซึ่งหลบเก่งมาก แต่ในโรงแรมเรามีอยู่ 4 ตัว พ่อ แม่ กับลูก 2 ตัว เรารู้ว่าต้องไปส่องที่ต้นไหนถึงจะมีโอกาสเจอ”

เมื่อ Love Wildlife เข้ามาสำรวจก็ให้คำแนะนำว่า นางอายเข้ามาอาศัยในโรงแรมเพราะมีอาหารพวกยางไม้ ลูกเหรียง เบอร์รี และเกสรดอกไม้ จึงดึงดูดนางอายรอบ ๆ โรงแรมให้เข้ามาด้วย แต่บางจุดยอดไม้ไม่เชื่อมกัน นางอายจึงต้องเดินข้ามถนน ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายได้ จึงควรทำสะพานเชือกให้นางอายไต่ข้ามยอดไม้มาเลย

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังสำรวจพบสัตว์ราว 150 ชนิด มีทั้งนกเงือก กิ้งก่าบิน กระรอกบิน นกเค้าป่าหลังจุด นกฮูก และอีกมากมาย

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

“ที่นี่เลยกลายเป็นพื้นที่ทำวิจัย สังเกตพฤติกรรมนางอายในธรรมชาติ เพิ่งมีนักวิจัยจากต่างประเทศมาอยู่ที่นี่ 2 เดือนเพื่อทำวิจัย เราก็ให้พักฟรี เขามาติดตั้งกล้อง Camera Trap ตามกิ่งไม้ในโรงแรม แล้วจะบริจาคกล้องนี้ให้ Love Wildlife ซึ่งจะติดตั้งในโรงแรมต่อ ที่นี่ก็จะกลายเป็นพื้นที่ซึ่งมาศึกษาพฤติกรรมสัตว์ได้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้จะมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญเรื่องนางอายจากทั่วโลกที่นี่ด้วย”

คุณแชมป์บอกว่า ที่นี่ไม่มีผับโต้รุ่ง หน้าหาดตรงที่เรายืนอยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยคนมากมาย แต่ประมาณ 3 ทุ่มก็จะเงียบ เพราะคนแยกย้ายเข้าห้องพัก สงบขนาดเรามาส่องดูนกหลับได้

อาหารเย็นพร้อมแล้ว คุณแชมป์เชิญผมรับประทานอาหารเย็น ส่วนตัวเขาขอแยกไปดูแลเพื่อนที่มาจากอังกฤษ ซึ่งจะมาเดินดูสัตว์ด้วยกันในคืนนี้

ธรรมชาติ

หลังอาหารเย็น ผมมายืนรอที่จุดนัดพบ ชาวคณะเกือบทั้งหมดเป็นชาวไทย

“ช่วงนี้ลูกค้าหลักเป็นคนไทยครับ แต่ก็ถือว่ายังมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ เรารู้ว่าโควิด-19 ไม่ได้อยู่ตลอดไป การเน้นตลาดคนไทยเพิ่ม เราต้องมองในระยะยาวด้วย เราไม่ได้อยากเปลี่ยนให้ที่นี่เป็นสวนสนุกหรือเต็มไปด้วยจุดถ่ายรูป เราอยากเลือกลูกค้าชาวไทยที่ใช่ คือไม่ใช่พอเกาหลี ญี่ปุ่นเปิดประเทศแล้วเขาไม่กลับมาอีกเลย เราอยากหากลุ่มที่อินกับธรรมชาติจริง ๆ ให้คุณค่ากับสิ่งที่เราทำ บางคนมาเดินดูสัตว์แล้วก็คุยกับลูกว่า ตอนไปค่ายกับที่โรงเรียนได้เจอสัตว์แบบนี้ไหม หรือเด็กบางคนก็สอนพ่อว่า นางอายที่ผมเห็นในหนังสือเป็นแบบนั้นแบบนี้ ได้ยินแล้วเราก็ชื่นใจมาก” คุณแชมป์ยิ้มกว้าง

คุณแชมป์ยังมีความคิดสนุก ๆ อีกหลายเรื่องที่อยากทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายของคนรักธรรมชาติ เช่น ชวนนักวิชาการ นักอนุรักษ์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง มาจัดทริปเดินดูต้นไม้ดูสัตว์ในโรงแรม เพราะคนกลุ่มนี้เคยมาพักที่นี่แล้ว และชอบมาก

เขาคิดไปถึงการทำทริปไปเดินป่าที่อุทยานแห่งชาติด้านนอกโรงแรม โปรแกรมที่ผมชอบที่สุดคือ การเดินป่าแบบครึ่งวันครึ่งคืน ศึกษาธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืน แล้วกลับมาค้างที่โรงแรม

นางอาย

ชาวคณะมาพร้อมแล้ว ทุกคนได้รับแจกไฟฉาย คนที่มานำชมเป็นพนักงานจากแผนกต่าง ๆ ที่ชอบเรื่องนี้เลยอาสามาทำ ทั้งดูนกตอนเช้าและส่องสัตว์ตอนค่ำ ทุกคนผ่านการอบรมจาก Love Wildlife มาเรียบร้อย หัวหน้าทัวร์ของเราเป็นแม่บ้าน เขาออกตัวหลายรอบว่า ไม่ได้รู้เรื่องสัตว์มากนัก แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผม เพราะเขาพาพวกเราเดินเหมือนพาเที่ยวบ้าน เขารู้สึกว่าโรงแรมแห่งนี้คือบ้านของเขา และสัตว์ในโรงแรมก็เหมือนสัตว์เลี้ยงเพื่อนรัก

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

เราเดินจากริมสนามหญ้าริมหาดย้อนขึ้นไปทางล็อบบี้ด้านบน ระหว่างทางก็ส่องไฟไล่หานางอายทีละต้น จะบอกแบบนั้นก็ไม่ถูก เพราะพี่แม่บ้านพอจะรู้ว่า โดยปกตินางอายอยู่ที่ต้นไหน และต้นไหนไม่น่าจะเจอ รู้แม้กระทั่งเมื่อวานเจอตัวไหนที่ต้นไหน

หลังจากวนหานางอายทั่วโรงแรม ก็เดินกลับไปดูนกหลับใกล้ ๆ ร้านอาหาร แล้วลงหาดไปดูปูเสฉวน ปิดท้ายด้วยดูจักจั่นลอกคราบที่ต้นสนริมหาด ซึ่งพิเศษตรงที่เราจะได้เห็นตัวของมันด้วย ไม่ได้มีแค่คราบ

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย

เราเดินมาครึ่งทาง และยังไม่เจอนางอาย พี่แม่บ้านดูกดดันมาก เพราะรอบนี้มีทั้งเจ้านาย เพื่อนเจ้านายจากต่างประเทศ และแขกจากกรุงเทพฯ ที่ตั้งใจมาดูนางอายโดยเฉพาะ

ผมไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรเลยที่ยังไม่เจอนางอาย เพราะบรรยากาศรอบตัวตอนนี้ดีมาก ได้เดินเงียบ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติแบบแสงสลัว ๆ ฟังพนักงานโรงแรมเล่าว่า เขาผูกพันกับสัตว์ในโรงแรมยังไง เป็นเนื้อหาที่ไม่เหมือนฟังจากนักวิชาการหรือผู้พิทักษ์ป่า

ความรู้หาที่ไหนก็ได้ แต่ความรู้สึกนี่สิหาฟังยาก

การได้เดินใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ไม่ว่าเราจะเห็นหรือไม่ก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ แต่รายล้อมไปด้วยคนที่ให้คุณค่าในสิ่งเดียวกัน มันอาจจะหายากพอ ๆ กับนางอาย

ตอนนี้การเจอนางอายหรือไม่ ไม่ได้สำคัญสำหรับผมเลย เพราะผมได้สัมผัสสิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้กัน

นั่นทำให้ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงมีนักท่องเที่ยวมากมายเดินทางข้ามโลกกลับมาที่นี่ทุกปี

เขาหลัก เมอร์ลิน รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
Khaolak Merlin รีสอร์ตที่เขาหลัก พังงา ดูแลต้นไม้ใหญ่และธรรมชาติจนมีสัตว์ 150 ชนิด และเป็นแหล่งวิจัยนางอาย
ขอบคุณภาพจาก Khaolak Merlin Resort

Khaolak Merlin Resort

ที่ตั้ง : 7 ถนนเพชรเกษม ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 7642 8300

Facebook : Khaolak Merlin Resort

เว็บไซต์ : www.merlinkhaolak.com

Writer & Photographer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load