“รู้สึกไหมว่าวันนี้ลมพัดมาจากทางเหนือ”

คำถามแรกในตอนเช้าที่เราได้ยินเสียงสามีคนพื้นถิ่นเชียงรายแท้ๆ เอ่ยถามก่อนที่เราจะขับรถทวนลม กดปิดแอร์เปิดหน้าต่าง เอามือยื่นออกมารับลมแรกของฤดูหนาว มุ่งหน้าขึ้นดอยแม่สลอง ขับจากถนนใหญ่เข้าสู่เส้นทางที่เล็กลงเรื่อยๆ จนเหมือนหลุดเข้ามาในพื้นที่ลึกลับแห่งหนึ่ง แต่แล้วเราก็ใจชื้น เพราะมองเห็นป้าย Ahsa Farmstay 

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

น้องผู้ชายใส่ชุดม่อฮ่อมวิ่งออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พาเราเดินจากที่จอดรถผ่านบ่อน้ำที่มีแก๊งห่านเจ้าถิ่นกำลังส่งเสียงทักทายผู้มาเยือน มองไปด้านหน้าเป็นนาข้าวเหนียวสีเขียวอมเหลืองพร้อมเข้าฤดูเก็บเกี่ยว ตัดกับสีแดงตุ่นของผนังปูนและสีน้ำตาลไล่สีสลับไปมาของบ้านทรงไทย 4 หลัง มองดูสวยงามแบบไม่ขัดหูขัดตา

ที่นี่คือ ‘อาสา ฟาร์มสเตย์’ ฟาร์มสเตย์ที่ยกระดับรูปแบบการท่องเที่ยวแบบลงลึกถึงชุมชมและธรรมชาติ ให้ง่ายสะดวกสบายมากขึ้น บนพื้นที่ 85 ไร่ มาพร้อมภูมิทัศน์ที่สวยดั่งต้องมนตร์ มองไปทางนั้นก็เห็นไร่นา สวน ป่า

เสน่ห์ของเชียงรายที่จะทำให้คุณตกหลุมรักไม่ยาก คือการผสมผสานของวัฒนธรรมที่ปราศจากการปรุงแต่ง ถ้ามาเยือนที่นี่ คุณยังคงเห็นชายหญิงนุ่งชุดพื้นเมืองเดินห้างสรรพสินค้า พบชาติพันธุ์โดยไม่ต้องเดินขึ้นยอดดอยสูง 

คว้าเสื้อผ้าและถุงอุปกรณ์ยังเที่ยว แล้วตีตั๋วขึ้นเหนือไป อาสา ฟาร์มสเตย์ กันเดี๋ยวนี้เลยเจ้า

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

ขออาสาแบบ Ahsa

“ทำไมเราไม่ลองทำโฮมสเตย์ที่มีมาตราฐานโรงแรมขึ้นมาล่ะ”

บทสนทนาเริ่มต้นด้วยคำถามที่น่าสนใจ ของ อิม-รสวรรณ คำวัง ผู้บริหารและผู้จัดการ ที่ควบตำแหน่งมาร์เก็ตติ้งของฟาร์มสเตย์แห่งนี้ จากประสบการณ์การทำบริษัททัวร์ที่พานักท่องเที่ยวจากยุโรปเข้ามาเที่ยวในประเทศ ภายใต้การดูแลของ บริษัท รุ่งรักษ์จัน จำกัด เธอเล่าให้เราฟังว่า ช่วง 3 – 4 ปีหลังเริ่มมองเห็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป เมืองไทยไม่ได้มีดีแค่ วัด วัง หรือทะเลเท่านั้น คนเริ่มเที่ยวลึกลงไปถึงรากของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม วิถีชีวิต ประกอบกับการท่องเที่ยวแบบ Community Base Tourism เริ่มแพร่หลาย บริษัททัวร์จึงลองปรับเปลี่ยนโปรแกรมเที่ยวให้มีมิติมากขึ้น อย่างการพานักท่องเที่ยวไปในสถานที่ใหม่ๆ หรือทำกิจกรรมแบบใหม่ ไปจนถึงการเลือกหาที่พักแบบ ‘โฮมสเตย์’

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“โฮมสเตย์มันลดทอนความสะดวกสบายบางอย่างลงไปนะ บางบ้านไม่มีพื้นที่ส่วนตัว บางครั้งเราต้องไปนอนกลางโถงบ้าน ใช้ห้องน้ำร่วมกับเขา ถ้าคุณเป็นสายลุยๆ หน่อยก็โอเค แต่จากที่เราทำทัวร์มา เรามองเห็นว่า ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เขาต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ก็ยังชอบท่องเที่ยวแบบเชิงประสบการณ์อยู่” เจ้าบ้านเล่าจุดเริ่มต้น

เพราะอิมมองเห็นช่องทางของธุรกิจ เธอไม่อยากให้โฮมสเตย์มีรายได้ต่อวันแค่หลักร้อย จึงนำวิธีการบริหารแบบโรงแรมมาใช้การท่องเที่ยวแบบชุมชน โดยเปลี่ยนตั้งแต่สิ่งอำนวยความสะดวก การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ให้มีความสะดวกสบาย อยู่ง่าย สบายใจ มีพื้นที่ส่วนตัว ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบวิถีชาวบ้านไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะทำสวน ดำนำ ทำอาหารจากแปลงผักสวนครัว ฯลฯ

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

แต่ที่น่ารักต่อเจ้าตัวน้อยคือ เด็กอยู่ร่วมและชื่นชมธรรมชาติได้ด้วยกิจกรรมหลากลาย ทั้งเล่นม้าก้านกล้วย เก็บลูกยาง ทำขนมห่อใบตอง เรียกว่าถ้าเคยซนแบบไหนที่บ้านสวนต่างจังหวัด ที่ อาสา ฟาร์มสเตย์ ก็ทำแบบนั้นได้

“อาสามาจากคำว่า ‘อะสะ’ เป็นภาษาลาหู่ แปลว่า ชีวิต แล้ว อาสา ยังล้อกับคำว่า Casa คำอิตาเลียนที่แปลว่าบ้าน เรารู้สึกว่าอาสาเป็นคำที่เหมาะกับที่นี่ เราอยากเป็นโมเดลที่สร้างโฮมสเตย์มาตรฐานโรงแรมขึ้นมา

“เราไม่จำเป็นต้องเป็นโฮมสเตย์แบบเดิม เราขอ ‘อาสา’ เป็นต้นแบบฟาร์มสเตย์แบบใหม่ให้คุณนะ”

โฮมสเตย์ที่เชื่อเรื่องความยั่งยืน

โจทย์หลักของอิมที่ส่งต่อให้กับสถาปนิก Creative Crews ออกแบบ คือความยั่งยืนและการอนุรักษ์

พอดีกันกับทีมสถาปนิกมีความคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งก่อสร้างและวัฒนธรรมที่ไม่แปลกแยกไปจากชุมชน การออกแบบจึงไม่มีความทันสมัยเข้ามาแทรกแซงในพื้นที่ ทว่ายังคงไว้ด้วยสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น 

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“ตัววัสดุอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าเรายั่งยืนแล้วนะ ต้องมากกว่านั้น ตัวบ้านเราใช้วิธีการสร้างแบบโบราณ มีสล่าในชุมชนมาให้คำแนะนำและลงมือสร้างด้วยกัน” อิมพูดพลางชี้ไปที่บันไดไม้ “อย่างบันไดไม้ เราใช้การสลักขัดกันไปมา ไม่ใช่ที่ไหนก็ทำแบบนี้ได้ แต่สิ่งที่เรากำลังทำเป็นการสานต่อภูมิปัญญาของคนที่นี่ไปด้วย”

จากการมองด้วยสายตา บ้านทรงไทยถูกจัดวางอย่างมีระดับและสะดวกสบายเหมือนโรงแรม ร่องรอยการใช้ไม้เก่าที่มาจากหลากหลายที่เพิ่มความรู้สึกของความเป็นบ้านจริงๆ มีการเลือกใช้ดินผสมปูนมาช่วยทำให้ตัวบ้านเย็นแต่ไม่ชื้น การใช้เทคนิคการระบายอากาศธรรมชาติเพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้านในช่วงฤดูร้อน และการสร้างกำแพงสองชั้นจะทำหน้าที่เป็นฉนวนป้องกันความเย็นในช่วงฤดูหนาว ทั้งหมดนี้ถูกคิดมาตอบโจทย์อย่างเหมาะสมกับพื้นที่และชุมชน 

จนทำให้ที่นี่ได้รางวัลด้านการออกแบบมากมายจาก Demark Award และ Good Design Award

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

เราอยู่ได้ ชุมชนต้องอยู่ได้ 

ภูมิทัศน์บนพื้นที่ 85 ไร่ มีทั้งเนินและที่ราบ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ร้านอาหาร ที่พัก และสวนบวกไร่

บ้านของแขกที่เข้าพักตั้งอยู่ด้านข้างซ้ายและขวา มี 4 ห้องนอน แต่ละห้องไม่มีส่วนที่ผนังชนกัน มีห้องน้ำส่วนตัวทุกห้อง สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับแขก แต่ไม่ได้ส่วนตัวไปเสียทั้งหมดจนละทิ้งเสน่ห์ของโฮมสเตย์ เรายังเปิดหน้าต่างมาทักทายเจ้าของบ้านได้ สังเกตว่าในห้องเจ้าบ้านพยายามให้มีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่สุด ด้วยเหตุผลว่าอยากให้แขกเกิดความสัมพันธ์แบบแชร์ประสบการณ์ จึงมีศาลาตรงกลางที่แต่งด้วยเสวียน เป็นสัญลักษณ์ของอาสา ฟาร์มสเตย์

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

พื้นที่ตรงนั้นคือที่ที่ทุกคนจะต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน

“เรามีชีวิตเป็นของจริงที่นี่ เราทำเกษตรจริง เรามีครอบครัวที่อยู่ที่นี่จริงๆ” อิมเล่าแนวคิดของโฮมสเตย์

อาสาฟาร์มสเตย์เลยมีบ้านของเจ้าของบ้านอยู่ตรงกลาง โดยเธอชักชวนคนในพื้นที่เชียงรายมาอยู่ดูแลบ้าน พ่วงตำแหน่งดูแลแขกที่เข้ามาพัก โชคดีมากที่อิมเจอคู่คู่สามีภรรยาที่แต่งงานแล้วอยากแยกครอบครัวออกมาจากบ้านของพ่อแม่พอดี ประกอบกับทั้งคู่เคยทำงานโรงแรมกันมาก่อน โชคสองชั้น! นับรวมแล้วมีพนักงานทั้งหมด 6 คนถ้วน

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย
Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

“ถ้าคุณคาดหวังว่ามาแล้วจะอยู่เงียบๆ คนเดียว ที่นี่อาจไม่ตอบโจทย์นั้น” เธอพูดพร้อมรอยยิ้ม

“เพราะน้องๆ จะคอยชักชวนคุณทำอาหาร ดำนา เดินป่า เป็นเหมือนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของน้องๆ กับแขก บางคนทำงานเป็นเชฟก็มาแลกสูตรอาหารกับเรา ลงมือทำเองเลยก็มี บางคนทำเกษตรกรรมก็มาเล่าเรื่องการปลูกต้นไม้ บางคนพักวันเดียวกัน พอกลับกรุงเทพ เอ๊า อยู่คอนโดฯ เดียวกัน แต่ไม่เคยทักกัน มาเจอกันที่เชียงรายแทน”

ระหว่างฟังอิมเล่าเรื่องสนุก เรามองดูรอบๆ พื้นที่อาสา ฟาร์มสเตย์ สีสันที่แต่งแต้มกลับไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในฟาร์มเท่านั้น ที่นี่ยังก่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่กลับไปสู่ชุมชนและแขกผู้หลงรักการท่องเที่ยวแบบชุมชนด้วยเช่นกัน

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบลงแค่วันเช็กเอาต์

“บางวันเราก็พาลูกค้าฝรั่งหรือคนไทยน่ารักๆ ไปคุยกับพ่ออุ้ยแม่อุ้ยแถวนี้ เขาก็ไม่เหงา ถัดจากเราอีกนิดมีศูนย์เด็กเล็ก แทนที่แขกจะทานอาหารในห้องอาหาร เราก็เปลี่ยนให้เขาไปช่วยกันทำกับข้าวเลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็กแทน 

“บางทีลูกค้าอยากบริจาคของให้หมู่บ้านชาวเขา เราก็เป็นตัวกลางส่งต่อให้ มันเลยเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบลงแค่วันเช็กเอาต์ แล้วลูกค้าก็ได้ความประทับใจในอีกรูปแบบหนึ่ง” เจ้าบ้านเผยความน่ารักของอาสา ฟาร์มสเตย์

อิมชวนเราเดินลัดเลาะขึ้นเนินไปในสวนยางพาราด้านหลัง เป็นทางเดินที่เต็มไปด้วยความแปลกตาของภูมิทัศน์ สุดทางที่เดินได้ก็เป็นจุดชมวิวที่มองออกไปเห็นเมืองในมุมสูง พร้อมทั้งสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอด ก่อนที่จะลงมาพบกับน้องเทียนผู้ดูแลไร่ กำลังพาควาย 3 ตัวของเขาลงไปเล่นโคลนจนขาวโพลนไปหมด ตัดสลับกับเสียงร้องดังของห่านเจ้าถิ่นที่วิ่งหลบลงไปในน้ำ เพราะเจอเจ้าบ้านจับได้ว่ามันกำลังแอบกินรวงข้าวเหนียวในไร่ ส่วนปูนาตัวใหญ่ยักษ์วิ่งหนีเจ้าห่านอีกที มีน้องหมาและน้องแมวที่อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ช่างเป็นภาพที่เราคงไม่มีวันเห็นได้จากที่ไหนง่ายๆ 

“รู้สึกไหมว่าวันนี้ลมพัดมาจากทางเหนือ” 

หรือจริงๆ ประโยคด้านบนจะเป็นคำถามเชิญชวนให้เรามาเที่ยว Ahsa Farmstay ณ เชียงราย ก็ได้

Ahsa Farmstay ฟาร์มสเตย์ที่ให้คุณดำนา เดินป่า ปรุงอาหารท้องถิ่น บนดอยแม่สลอง เชียงราย

Ahsa Farmstay

ที่อยู่ : แม่สลองใน ซอย 1 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 57110 (แผนที่)

ติดต่อ : 09 7248 4674

Facebook : Ahsa Farmstay อาสา ฟาร์มสเตย์

เว็บไซต์ : www.ahsafarmstay.com 

Writer & Photographer

อนัตตา บุตรขุนทอง

มี๊กวาง ผู้เป็นทั้งนักออกแบบ นักวาดภาพประกอบ นักท่องเที่ยว และคุณแม่น้องมังกร ที่เพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาใช้ชีวิต Simple Life อยู่ที่เชียงราย

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ชื่อเข้าโรงเรียนของผม คือ อัศวิน คงศุภมานนท์ หรือ เล็ก ใบเมี่ยง – นามปากกาที่ใช้ในงานเขียน พื้นเพเป็นคนมุกดาหาร แต่กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งโอกาสที่ผมเติบโตมาในสายอาชีพทำเสื้อผ้าและร้านอาหาร ปัจจุบันผมได้พาหัวใจกลับบ้านริมโขงมา 12 ปีแล้ว

ผมเคยอ่านเจอมาว่า ‘นักอ่านมักอยากมีหนังสือของตัวเองสักเล่ม นักดื่มอยากมีร้านกินดื่มไว้สังสรรค์กับคนคอเดียวกัน นักเดินทางก็ฝันอยากมีที่พักหรือโรงแรมในแบบที่ตัวเองหลงใหล’

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร
สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

ผมเลียนแบบประโยคข้างต้นทุกประการ โดยการมีหนังสือของตัวเอง 2 เล่ม เปิดร้าน ‘ใบเมี่ยง’ ที่เป็นทั้งผับและร้านอาหารสไตล์เวียดนามมา 15 ปี และฝันสุดท้ายคือกลับไปแก่และตายที่ริมโขงบ้านเกิด ด้วยการเปิดบูติกโฮเทลและร้านอาหารสไตล์โคโลเนียล

ความชอบและรสนิยมของคนเราเปลี่ยนไปตามวัย ช่วงที่เป็นหนุ่มน้อยเคยชอบการตกแต่งประเภทซานตาเฟ่ คันทรี มิดเซ็นจูรี ลอฟต์และโรงนา แต่ทุกครั้งที่เดินทางไปเห็นบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียลทีไร หัวใจก็เต้นแรงและรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเจอเพื่อนเก่า เพราะวัยเด็กผมเติบโตที่เมืองสะหวันนะเขต ประเทศลาว ซึ่งตรงข้ามกับจังหวัดมุกดาหาร เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลทั้งเมือง เพราะเคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

‘สะหวันสำราญ’​ ที่มาของชื่อจึงมาจากสะหวันนะเขต + ถนนสำราญชายโขง โดยมีสโลแกนต่อท้ายว่า ‘ที่ซึ่งความโรแมนติกของสายน้ำ แกล้มด้วยความงามของวันวาน -​ Where good old days meet romance’ เมื่อได้แนวสถาปัตยกรรมแล้ว ผมเริ่มตามหาสถาปนิกที่ถนัดแนวนี้

โชคดีที่ผมเจอ น้องโอ๊ต-ธิติ สงวนเผ่า โอ๊ตบอกผมว่า “ทำงานกับพี่เล็กค่อนข้างง่ายและเร็ว พี่เล็กแม่นเรื่องสเกลและดีเทลสไตล์โคโลเนียลเป็นอย่างมาก” มันคงซึมซับทางผิวหนังผมมาตั้งแต่เด็กกระมัง

คอนเซ็ปต์ใหญ่ที่ผมคุยกับโอ๊ตคือ การคารวะอดีต 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องให้คนที่มาเห็นครั้งแรกคิดว่าเป็นตึกเก่าโบราณที่นำมารีโนเวตเสียใหม่ ประมาณว่าก๊อปเกรดเอ และผมก็เป็นสถาปนึกคุมช่างก่อสร้างและตกแต่งภายในเองทั้งหมด จำนวนห้องพักมีเพียง 5 ห้อง ผมเลยฟุ้งให้เป็น 5 อารมณ์ โดยมีเพื่อนรุ่นน้องมาช่วยตกแต่ง 2 ห้อง

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร
สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

French Colonial แรงบันดาลใจในการตกแต่งมาจากฉากเต้นรำยามค่ำคืนในห้องครัวของหนัง The Bridges of Madison County จุดเด่นของห้องคือ วอลเปเปอร์และเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจที่ให้ความรู้สึกเหมือนชนบททางภาคใต้ของฝรั่งเศส

The Keeper of Light ห้องนี้ได้ น้องจิรศักดิ์ ทองหยวก อดีต บ.ก.ภาพ นิตยสาร Room มาช่วยตกแต่งในสไตล์ห้องนอนของช่างภาพ โดยเน้นภาพถ่ายสถาปัตยกรรมโคโลเนียลที่ศักดิ์ชื่นชอบ

Good Old Days แรงบันดาลใจจากหนังของ หว่อง กาไว บรรยากาศห้องนี้เหมือนจำลองภาพของฮ่องกงในยุค 60s

Sumroeng ห้องนี้ได้ น้องกานต์ บุญทริก โปรดักต์ดีไซเนอร์มาช่วยรังสรรค์อารมณ์ลอฟต์ โดยมีหัวรถโฟล์กหน้าวีปี 1959 ประดับเด่นสง่าอยู่บนหัวเตียง

Vintage Emotion ห้องที่ผสมผสานระหว่างความเนี้ยบและความดิบแบบย้อนแย้งสุนทรียะ ความคลาสสิกของพื้นไม้ปาร์เกต์ตัดกับผนังอิฐก่อโชว์ ทาสีขาวแบบถลอก และเฟอร์นิเจอร์แนวสแกนดิเนเวีย

สะหวันสำราญ โรงแรมโคโลเนียลฉบับสะหวันนะเขตที่ชวนแขกสัมผัสความโรแมนติกริมโขง มุกดาหาร

ด้วยเนื้อที่เกือบ 3 ไร่ริมโขง สถาปนิกเลยวางแปลนตึกให้ชิดด้านขวาหน้าโขง เหลือพื้นที่ไว้ต่อเติมห้องพักในภายหลัง พื้นที่ส่วนใหญ่ของโครงการจึงจัดเป็นส่วนร้านอาหาร ซึ่งเป็นรายได้หลักมาหล่อเลี้ยงความฝันไปก่อน ประสบการณ์ที่ทำร้านอาหารมา 15 ปี และมีแม่ยายเชื้อสายเวียดนามเป็นแม่ครัวใหญ่ เมนูหลักเลยเป็นอาหารเวียดนามและปลาแม่น้ำโขง แหนมเนืองสูตรโบราณของแม่ยายที่ใครได้ชิมก็ติดใจจนต้องบอกต่อ อีกทั้งความสดของวัตถุดิบจำพวกปลาแม่น้ำโขงก็ยิ่งเสริมรสชาติให้ตราตรึง

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงมีวัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ซึ่งอยู่บนภูเขาที่ใกล้เมืองเพียง 3 กิโลเมตร และเป็นจุดชมแม่น้ำโขงที่สวยงามที่สุดของเมือง เป็นมุมที่แม่น้ำโค้งสวยเหมือนท้องมังกรตามที่ซินแสกล่าวไว้

กิจกรรมพิเศษที่แนะนำคือ ล่องน้ำโขงด้วยซัพบอร์ด โดยนำซัพบอร์ดลงที่หน้าโรงแรมแล้วลอยละล่องแบบอ้อยอิ่งไปตามสายน้ำ พร้อมกับชมภาพพระอาทิตย์ตกกลางลำน้ำ ที่สะท้อนสะพานสีทองลงแม่น้ำ เป็นโมเมนต์ที่คุณจะหลงรักแบบไม่รู้ลืม เมื่อล่องไปได้สัก 30 นาทีจะถึงเกาะหินสูง ขึ้นไปนั่งพักบนลานหินคล้าย ๆ สามพันโบก หลังพระอาทิตย์ตกดิน ลานหินตรงนี้มีดวงดาวนับล้านดวงมาเผยโฉมความงามในยามค่ำคืน ถ้าโชคดีกว่านั้น บางคืนอาจเห็นฝูงหิ่งห้อยตัวน้อยบินมาเต้นรำใต้แสงดาว

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

เสร็จจากการพายซัพบอร์ด ใต้โรงแรมเรามี So Bar -​ cocktail & vinyl บาร์ที่เสิร์ฟสุนทรียะโดย บลูกาย ลูกชายคนเดียวของผมเอง เขาเป็นทั้งบาร์เทนเดอร์และอินทีเรีย ทำให้บรรยากาศออกมาในยุค 50s อีกทั้งยังขับกล่อมบทเพลงด้วยแผ่นไวนิล ถ้าดื่มด่ำยังไม่พอ แนะนำให้ไปต่อที่เมืองเก่า ซึ่งผมและน้อง ๆ ได้หุ้นกันทำแกลเลอรี่คาเฟ่อารมณ์หว่อง กาไว -​ ตงเสี่ยวหลง โดยจุดประสงค์ของคาเฟ่คืออยากส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับนักฝันท้องถิ่น และมีพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ ‘ปล่อยของ’

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน
บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้เมื่อมามุกดาหาร คือการนั่งเรือข้ามไปยังฝั่งสะหวันนะเขต

เหมือนวลีที่ผมชอบโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า “เพียงข้ามเรือ 20 นาที อารมณ์ก็เปลี่ยน…”​ เหมือนเราไปสงขลาและมีของแถมได้ข้ามไปเที่ยวปีนังอีกเมือง สะหวันนะเขตเป็นเมืองที่ผมเติบโตมาในวัยเด็ก เป็นเมืองที่หัวใจเต้นช้าอีกเมืองหนึ่ง เมืองที่มีสถาปัตยกรรมโคโลเนียลของฝรั่งเศส และอาร์ตเดโคของอเมริกา ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน เป็นเมืองที่มีโรงหนัง Stand Alone ไซส์สกาลาอยู่ 3 โรง

บูติกโฮเทลริมแม่น้ำโขง จ.มุกดาหาร ของ เล็ก ใบเมี่ยง สถานที่ที่ความโรแมนติกของสายน้ำ มาบรรจบกับความงามของวันวาน

เพียงมีจักรยานสักคันกับกล้องคู่ใจ ปั่นละเลียดชมความงามของเมืองแบบไม่รีบร้อน บรรยากาศรูป-รส-กลิ่น-เสียง และชีพจรอันอ้อยอิ่งของเมือง เหมือนจะพาเราหลงหายไปในฉากหนังของ Cinema Paradiso โรงหนังลาวเจริญ รามา หนึ่งในโรงหนัง Stand Alone ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง กำลังถูกแปลงโฉมเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ รวมร้านรวงหลากหลายและมีโถงใหญ่ของโรงหนังไว้จัดนิทรรศการหรือจัดมินิคอนเสิร์ตด้วย เสร็จจากชมเมืองเก่า มีไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือการนั่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่ริมโขงฝั่งลาว เป็นภาพพระอาทิตย์ตกดินที่สวยไม่แพ้ที่ใดในโลก…

มีลูกค้าห้องพักสะหวันสำราญ 2 ท่านมาทิ้งตัวที่นี่ และเกิดแรงบันดาลใจไปสร้างอาณาจักรที่พักในฝันของตัวเองสำเร็จไปแล้ว เหมือนที่ผมเขียนเกริ่นไว้ในช่วงต้น รายต่อไปอาจเป็นคุณก็ได้

ถ้าจะบอกว่าสะหวันสำราญคือ ‘โรงงานบ่มเพาะความฝัน’ หรือ ‘แท่นพิมพ์ส่งต่อแรงบันดาลใจ’​ คงจะไม่เกินเลย

สะหวันสำราญ

ที่ตั้ง : 199 ถนนสำราญชายโขงใต้ ตำบลศรีบุญเรือง อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 4263 2669Facebook : Savan Sumran สะหวันสำราญ

Writer

อัศวิน คงศุภมานนท์

เรียนจบ ม.รามคำแหง สาขาบริหารโฆษณา อาชีพหลักเป็นนักฝัน งานอดิเรกคือเฟสติวัลเมกเกอร์และนักอยากเขียน มีผลงานมาแล้ว 2 เล่ม คือ 'ฮอยอันหวานเย็น'​ และ 'โรงรูปเงา')

Photographer

อิสรพงษ์ ชาภูบาล

ช่างภาพอิสระ มุกดาหาร พันธ์ุแท้ 100%

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load