22 Oct 2018
4 PAGES
47 K

ในการสื่อสารการตลาด

ความคิดสร้างสรรค์ มีไว้เพื่อสร้างอะไร

สร้างยอดขายให้สินค้า

สร้างความพอใจให้กับตัวเอง ด้วยรางวัลระดับโลก

ประกาศนียบัตรในกรอบรูป

หรือบทสัมภาษณ์ของเจ้าของงานที่ถูกเผยแพร่ไปทั่ว

หรือมีไว้สร้างโลกให้ดีขึ้น คิด ค้น รูปแบบการแก้ปัญหา

เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดี สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับผู้คน

ทำไมถึงต้องเลือก

ในเมื่อความคิดสร้างสรรค์ของเรา

สามารถสร้างทั้งสองสิ่งไปพร้อมๆ กันได้

โลกที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างประโยชน์ส่วนตัว

และประโยชน์ส่วนรวม

 

นี่คือข้อความที่อยู่ในหน้าแรกของแฟ้มลงคะแนนสำหรับกรรมการตัดสินรางวัลทุกหมวดในงาน Adman Awards & Symposium 2018

คนเขียนข้อความดังกล่าวคือ กิตติ ไชยพร ประธานการตัดสิน Adman ประจำปีนี้

ประธานการตัดสินซึ่งเป็นครีเอทีฟและผู้ก่อตั้งเอเจนซี่โฆษณา มานะ กำหนดธีมงานของปีนี้ว่า ‘Creativity for Sharing’ และเปลี่ยนรูปแบบของงานวันประกาศผลให้ต่างจากปีที่ผ่านๆ มา

งานนี้ไม่ใช่งานรับรางวัลและเสวนาของคนในวงการโฆษณาอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาเปลี่ยนให้งานนี้กลายเป็น ‘วันความคิดสร้างสรรค์แห่งชาติ’ ที่ขยายพื้นที่ของความคิดสร้างสรรค์ไปสู่ทุกคน

นอกจากการประกาศผลรางวัลโฆษณาอันเป็นไฮไลต์ของงานแล้ว งานวันนั้นยังมีเวทีเสวนาพูดคุยเรื่องความคิดสร้างสรรค์กับคนนอกวงการ มีการมอบรางวัลให้กับนักสร้างสรรค์นอกวงการโฆษณาที่เหนือความคาดหมายมาก (The Cloud จะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังต่อไป) และรวมสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลกที่เกิดจากแคมเปญโฆษณามากมายในรอบเกือบ 10 ปีที่ผ่านมามาจัดแสดงให้ชมกัน

สุดท้าย มีการฉายหนังโฆษณาเนื้อหาดี 100 เรื่อง ทั้งจากแบรนด์ธุรกิจและองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อแสดงให้เห็นว่าโฆษณาไม่ว่าจะมีลูกค้าเป็นอะไรก็สามารถสื่อสารประเด็นดีๆ สู่ผู้ชมได้

หนังโฆษณา 100 เรื่องนี้จะถูกฉายในเทศกาลขนาดย่อมที่เรียกว่า 3ดี Film Festival ตั้งแต่ 14.00 – 16.00 น. ที่ Mini Stage ในจีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮาส์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนงาน Adman แบบเต็มๆ นั้น เร่ิมกันตั้งแต่ 09.00 – 22.30 น.

ใครสนใจก็สำรองที่นั่งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่นี่ ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0804621199

ใครพลาดงานนั้น เรารวบรวมโฆษณาทั้ง 100 เรื่อง มาให้ชมกันที่นี่แล้ว

 

01

อาเม้ง ป.ปลา

รวมพลังหาร 2
The Leo Burnett Group Thailand

งานนี้น่าจะเป็นแคมเปญโฆษณาเพื่อสังคมชิ้นแรกที่โด่งดังแบบถล่มทลายไม่ต่างจากหนังโฆษณาสินค้าทั่วไป หนังเรื่องนี้กลายเป็นกระแสที่คนพูดถึงกันทั้งบ้านทั้งเมือง บทอาขยานและหลายประโยคในเรื่องก็ถูกคนเอามาพูดต่อกันจนกลายเป็นคำฮิตติดปาก ทั้งในสื่อและบนโต๊ะอาหาร เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนกินอาหารเหลือ ก็มักจะมีคนพูดว่า “ป. ปลานั้นหายาก…” และจากหนังเรื่องนี้ก็ยังแคมเปญและหนังตามมาอีกมากมาย หนังที่เป็นที่พูดถึงเยอะไม่แพ้กันในยุคต่อมาก็คือ หนังที่มีเทพ โพธิ์งาม เป็นนักแสดงนำ และหนังที่มีโน้ต-อุดม แต้พานิช มารับบทนำด้วย


02

Get closer

Orange
J.Walter Thompson Bangkok

นี่คือหนังโฆษณาระดับตำนานอีกเรื่องของประเทศไทย เป็นหนังเท่ที่ดังแบบทั่วบ้านทั่วเมืองแบบทุกคนต้องพูดถึง หนังโฆษณาภาพขาวดำและกราฟิกสีส้มเรื่องนี้เล่าถึงคนสองคนที่แตกต่างกันแบบสองขั้วด้วยวิธีการที่เรียบง่าย ชาญฉลาด จนถูกคนยืมวิธีนี้ไปเล่นกันมากมาย นอกความความสวยเฉียบของหนังแล้ว ประเด็นของหนังที่อยากให้คน ‘พูดกันมากขึ้น ฟังกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น’ ซึ่่งตอบโจทย์การเปิดตัวแบรนด์เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ Orange ได้อย่างสวยงาม เช่นเดียวกันกับการชวนให้คนในสังคมพูดคุยกันและเปิดรับความแตกต่างระหว่างกันด้วย ความดังของหนังเรื่องนี้ยังทำให้เพลงประกอบ Wall in you heart ของ Shelby Lynne ดังระเบิดตามไปด้วย ท้ายที่สุดนอกจากงานนี้จะสร้างชื่อให้เอเจนซี่ JWT แล้ว ยังทำให้คนในวงการเริ่มจดจำชื่อผู้กำกับโฆษณาหน้าใหม่ที่ชื่อ ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่งฟีโนมีนาด้วย


03

Peace of Mind

Thai Life Insurance
Ogilvy & Mather Advertising

หนังโฆษณาเนื้อหาดี ขยี้อารมณ์ เป็นที่พูดถึง และกวาดรางวัลมากมาย ตลอดช่วงทศวรรษท่ีผ่านมา คงไม่มีหนังโฆษณาเรื่องนี้จะเด่นชัดไปกว่า หนังโฆษณาไทยประกันชีวิต ของโอกิลวี่ โดยมีครีเอทีฟระดับตำนานอย่าง กรณ์ เทพินทราภิทักษ์ เป็นผู้ดูแล กรณ์ทำหนังไทยประกันทั้งหมด 13 เรื่องตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปี 2557 โดยมีธนญชัยรับหน้าที่ผู้กำกับ หนังโฆษณาตัวนี้คือตัวที่สองจาก 13 เรื่อง ถือเป็นตัวที่ทำให้คนทั่วไปเริ่มรู้จักและจดจำหนังของไทยประกันได้ หนังเซ็ตนี้พูดถึงการดูแลความรู้สึกของคนที่อยู่รอบข้าง ซึ่งสร้างมาจากกรณีจริงที่กรณ์เจอมาจากที่ต่างๆ หนังตัวถัดๆ มาก็คือ ปู่ชิว, My son (พ่อทะเลาะกับลูกนักดนตรี), แสงดาว (หญิงสาวป่วยใกล้เสียชีวิต), Melody of Life (ครูติ๋วผู้ดูแลเด็กด้อยโอกาสทั้งที่ตัวเองก็ป่วย), Que Sera Sera (คอนเสิร์ตของเด็กพิเศษ), พ่อใบ้ ไปจนถึงเรื่องสุดท้ายอย่าง Unsung Hero (ชายธรรมดาโลกไม่จำแต่ช่วยเหลือทุกคนที่เขาพบ) ถือเป็นเซ็ตโฆษณาเมโลดราม่าเรียกน้ำตาเนื้อหาดีที่ดีสุดของไทย


04

Thai Anti Corruption

Board of Trade of Thailand
Creative Juice\Bangkok

ในยุคที่โฆษณาเริ่มย้ายจากจอโทรทัศน์มาสู่โลกออนไลน์ ทำให้ข้อจำกัดหลายอย่างหายไป เราจึงได้เห็นโจทย์ของการทำหนังโฆษณารูปแบบใหม่ๆ จากโจทย์ใหม่ๆ ของลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างเช่นหนังโฆษณาต่อต้านการคอร์รัปชันของสภาหอการค้าประเทศไทย หนังโฆษณาบทคมกริบที่พูดแทนใจคนจำนวนมากเรื่องนี้ชวนผู้ชมตั้งคำถามกับประเด็นคอร์รัปชันอย่างมีเหตุผลมีผล และไร้ซึ่งอารมณ์ความเกร้ี้ยวกราดเพราะเกลียดชัง หนังเรื่องนี้จึงกระทบใจผู้ชมอย่างแรง และเปิดประตูให้ธนญชัยแห่งฟีโนมีนาได้กำกับหนังโฆษณาประมาณนี้อีกมากมาย


05

khon / nom / thung

Sexuality talk
McCann Worldgroup



สสส. เป็นอีกหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโฆษณาสร้างสรรค์สังคมที่คมคายจำนวนมาก ผ่านความร่วมมือกับหลายเอเจนซี่ ความน่าสนใจของงาน สสส. คือ มีปัญหาที่ชัด มีข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหาครบถ้วนทุกมุม และมีทางออกชัดเจน รวมถึงมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับอินไซต์ของกลุ่มเป้าหมายมาครอบถ้วน ประเด็นที่เราเห็นในหนังของ สสส. จึงค่อนข้างใหม่ ทำให้เกิดแคมเปญโฆษณาใหม่ๆ ตามมา อย่างหนังแคมเปญนี้ เป็นโจทย์ง่ายๆ ที่ชวนกันคุยเรื่องเพศ ซึ่งหาวิธีเล่าเรื่องได้น่ารักมาก


06

ความจริงที่ไม่เห็นด้วยตา

Vizer
Manolamer

เมื่อเราเข้าสู่ยุคหนังโฆษณาออนไลน์หรือหนังที่หวังว่ามันจะไวรัล ทำให้เหล่าครีเอทีฟเริ่มทำหนังที่มีเนื้อหาน่าดู น่าติดตาม แล้วค่อยไปหักมุมเข้าโปรดักต์ขายของตอนจบ นั่นทำให้เกิดพื้นที่ของการเล่าเรื่องอะไรก็ได้ที่สนุกและไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับแบรนด์ตรงๆ เพราะถ้าเลือกเล่าประเด็นตรงๆ ก็จะรู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นโฆษณาอะไร นั่นทำให้มีหลายงานใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารประเด็นดีๆ สู่ผู้ชม อย่างเช่นหนังกล้องวงจรปิด Vizer เรื่องนี้ ถึงแม้ว่าหนังยังต้องพูดถึงฟังก์ชันหลักของกล้องอย่างการความคมชัดในการบันทึกภาพเหตุการณ์โจรกรรมและอาชญากรรม แต่ตัวงานก็พาคนดูไปเปิดใจให้มองกลุ่มคนไร้บ้านในอีกมุมโดยปราศจากอคติ


07

Taxi

Tesco Lotus
The Leo Burnett Group Thailand

หนังเรื่องนี้มีโจทย์ว่าอยากพูดถึงพลังของผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเทสโกโลตัส ครีเอทีฟจากลีโอ เบอร์เนทท์ และต้น วุฒิดนัย ผู้กำกับจาก Hub Ho Hin เลือกเล่าผ่านชีวิตของคนขับแท็กซี่ที่ตั้งใจทำงานหนักเพื่อลูก และต้องเจอกับความโหดร้ายมากมายในอาชีพนี้ แล้วหนังก็หักมุเพื่อเล่าถึงพลังของผู้หญิงได้อย่างสะเทือนอารมณ์และมีพลังมาก เป็นการให้กำลังใจเหล่าผู้หญิงสู้ชีวิตทั้งหลายที่น่าชื่นชม


08

คนหายหน้าเหมือน

ศูนย์ข้อมูลคนหาย
BBDO BANGKOK LTD

ช่วงหลายปีหลังมานี้ เราได้เห็นวิธีการตีโจทย์งานเพื่อสังคมของ BBDO ที่แปลกใหม่และกลายเป็นลายเซ็นของ BBDO ไปแล้ว นั่นก็คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในหลากหลายรูปแบบ โจทย์นี้ BBDO ต้องสื่อสารเรื่องคนหาย ซึ่งเป็นโจทย์ที่เราจะเห็นงานดีๆ หลายชิ้นในเวทีโฆษณาระดับโลกทุกงาน งานรางวัลเหล่านั้นเกือบทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่การเลือกใช้สื่อใหม่ๆ เพื่อเข้านำเสนอใบหน้าของผู้ที่สูญหาย แต่งานนี้กลับพุ่งไปอีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ถึงเราจะเห็นหน้าคนหายในรูป แต่เราก็อาจจะลืมภาพพวกเขาในเวลาอันสั้น งานนี้ BBDO เลยหยิบเอานวัตกรรมมาใช้กับงานเพื่อสังคมอีกครั้ง แต่เป็นนวัตกรรมที่ง่ายมาก ก็คือการจดจำใบหน้าคนหายโดยเทียบกับใบหน้าดารา ถือเป็นวิธีที่ง่าย ดูจบแล้วก็จำได้และทำได้ทันที ยิ่งเอาดาราที่หน้าเหมือนกับคนหายเหล่านั้นมาเป็น Influencer นำแคมเปญด้วย ก็ยิ่งลงตัว


09

ทุกข์ชีวิตมีค่า

ความสุขประเทศไทย
Choojai and Friends

งานชิ้นนี้ สสส. อยากให้ชวนคนไปเป็นอาสาสมัครทำงานเพื่อสังคม โดยมีแรงจูงใจคือ เป็นอาสาสมัครแล้วจะมีความสุขจากการเป็นผู้ให้ งานนี้สื่อสารได้อย่างเหนือชั้น ก็คือเลือกคุยกับคนที่ต้องการความสุขที่สุด นั่นก็คือ คนที่มีความทุกข์ (ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่มาก) งานนี้เริ่มต้นจากการทำแคมเปญชวนคนให้เขียนความทุกข์ของตัวเองส่งเข้ามาเพื่อชิงรางวัล ทั้งเงินสด ตั๋วเครื่องบิน และแท็บเล็ต โดยทำล้อเลียนแคมเปญแจกโชคของเครื่องดื่มแบรนด์ดัง จากนั้นเมื่อได้ผู้โชคดีซึ่งเป็นคนที่ทุกข์ที่สุด ผู้โชคดีก็พบว่ารางวัลที่ได้คือการนำรางวัลเหล่านั้นไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอาสาสมัครหลายรูปแบบ พอผ่านกระบวนการนั้นไปแล้ว ก็เขาพวกเขากลับมาอ่านความทุกข์ที่เคยเขียนเข้ามา แล้วถามว่าตอนนี้ความทุกข์เหล่านั้นลดลงบ้างไหม ถือเป็นงานที่ช่วยให้แนะนำวิธีลดความทุกข์ และสร้างแรงจูงใจให้คนเป็นอาสาสมัครไปพร้อมๆ กัน


10

อีก 100 ปีก็จะแต่งงานกับเธอคนเดิม

Rewedding
Choojai and Friends

งานชิ้นนี้เป็นการทำโฆษณารายการโทรทัศน์ทางไทยพีบีเอสที่ค่อนข้างแปลก คือแทนที่ครีเอทีฟของเอเจนซี่ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จะทำโฆษณาให้คนอยากเปิดชมรายการโทรทัศน์ พวกเขาพบว่าถ้ารายการไม่ดียังไงคนก็ไม่ดู พวกเขาก็เลยเริ่มต้นด้วยการทำรายการโทรทัศน์ขึ้นมาก่อน โจทย์ของสถานีคือ ปัจจุบันมีอัตราการหย่าร้างสูงขึ้น สถาบันครอบครัวดูไม่มั่นคงเหมือนก่อน รายการนี้ก็เลยอยากคนธรรมดาๆ ในยุคก่อนมาเล่าเรื่องชีวิตคู่ว่าประคับประคองกันมายังไงถึงอยู่รอด ก็เลยเกิดเป็นรายการ Rewedding จับเอาคู่รักรุ่นใหญ่กลับมาแต่งงานกันอีกครั้ง และถ่ายภาพคู่เหมือนในอดีตอีกรอบ เป็นกิมมิกที่จะทำให้คนรุ่นใหม่สนใจ ซึ่งรายการนี้มีถึง 4 ซีซั่น และนี้ก็คือหนังโฆษณาที่ถึงแม้เราจะไม่ได้ดูรายการ ก็ยังได้รับสารดีๆ ที่รายการอยากจะส่งให้


11-100

ส่วนงานอีก 90 เรื่อง ดูกันแบบเต็มๆ ได้ทีนี่เลย

 


Facebook : Adman Awards & Symposium

CONTRIBUTOR

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป