ในการสื่อสารการตลาด

ความคิดสร้างสรรค์ มีไว้เพื่อสร้างอะไร

สร้างยอดขายให้สินค้า

สร้างความพอใจให้กับตัวเอง ด้วยรางวัลระดับโลก

ประกาศนียบัตรในกรอบรูป

หรือบทสัมภาษณ์ของเจ้าของงานที่ถูกเผยแพร่ไปทั่ว

หรือมีไว้สร้างโลกให้ดีขึ้น คิด ค้น รูปแบบการแก้ปัญหา

เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดี สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับผู้คน

ทำไมถึงต้องเลือก

ในเมื่อความคิดสร้างสรรค์ของเรา

สามารถสร้างทั้งสองสิ่งไปพร้อมๆ กันได้

โลกที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างประโยชน์ส่วนตัว

และประโยชน์ส่วนรวม

 

นี่คือข้อความที่อยู่ในหน้าแรกของแฟ้มลงคะแนนสำหรับกรรมการตัดสินรางวัลทุกหมวดในงาน Adman Awards & Symposium 2018

คนเขียนข้อความดังกล่าวคือ กิตติ ไชยพร ประธานการตัดสิน Adman ประจำปีนี้

ประธานการตัดสินซึ่งเป็นครีเอทีฟและผู้ก่อตั้งเอเจนซี่โฆษณา มานะ กำหนดธีมงานของปีนี้ว่า ‘Creativity for Sharing’ และเปลี่ยนรูปแบบของงานวันประกาศผลให้ต่างจากปีที่ผ่านๆ มา

งานนี้ไม่ใช่งานรับรางวัลและเสวนาของคนในวงการโฆษณาอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาเปลี่ยนให้งานนี้กลายเป็น ‘วันความคิดสร้างสรรค์แห่งชาติ’ ที่ขยายพื้นที่ของความคิดสร้างสรรค์ไปสู่ทุกคน

นอกจากการประกาศผลรางวัลโฆษณาอันเป็นไฮไลต์ของงานแล้ว งานวันนั้นยังมีเวทีเสวนาพูดคุยเรื่องความคิดสร้างสรรค์กับคนนอกวงการ มีการมอบรางวัลให้กับนักสร้างสรรค์นอกวงการโฆษณาที่เหนือความคาดหมายมาก (The Cloud จะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังต่อไป) และรวมสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลกที่เกิดจากแคมเปญโฆษณามากมายในรอบเกือบ 10 ปีที่ผ่านมามาจัดแสดงให้ชมกัน

สุดท้าย มีการฉายหนังโฆษณาเนื้อหาดี 100 เรื่อง ทั้งจากแบรนด์ธุรกิจและองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อแสดงให้เห็นว่าโฆษณาไม่ว่าจะมีลูกค้าเป็นอะไรก็สามารถสื่อสารประเด็นดีๆ สู่ผู้ชมได้

หนังโฆษณา 100 เรื่องนี้จะถูกฉายในเทศกาลขนาดย่อมที่เรียกว่า 3ดี Film Festival ตั้งแต่ 14.00 – 16.00 น. ที่ Mini Stage ในจีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮาส์ ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนงาน Adman แบบเต็มๆ นั้น เร่ิมกันตั้งแต่ 09.00 – 22.30 น.

ใครสนใจก็สำรองที่นั่งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่นี่ ติดต่อเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0804621199

ใครพลาดงานนั้น เรารวบรวมโฆษณาทั้ง 100 เรื่อง มาให้ชมกันที่นี่แล้ว

 

01

อาเม้ง ป.ปลา

รวมพลังหาร 2
The Leo Burnett Group Thailand

งานนี้น่าจะเป็นแคมเปญโฆษณาเพื่อสังคมชิ้นแรกที่โด่งดังแบบถล่มทลายไม่ต่างจากหนังโฆษณาสินค้าทั่วไป หนังเรื่องนี้กลายเป็นกระแสที่คนพูดถึงกันทั้งบ้านทั้งเมือง บทอาขยานและหลายประโยคในเรื่องก็ถูกคนเอามาพูดต่อกันจนกลายเป็นคำฮิตติดปาก ทั้งในสื่อและบนโต๊ะอาหาร เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนกินอาหารเหลือ ก็มักจะมีคนพูดว่า “ป. ปลานั้นหายาก…” และจากหนังเรื่องนี้ก็ยังแคมเปญและหนังตามมาอีกมากมาย หนังที่เป็นที่พูดถึงเยอะไม่แพ้กันในยุคต่อมาก็คือ หนังที่มีเทพ โพธิ์งาม เป็นนักแสดงนำ และหนังที่มีโน้ต-อุดม แต้พานิช มารับบทนำด้วย


02

Get closer

Orange
J.Walter Thompson Bangkok

นี่คือหนังโฆษณาระดับตำนานอีกเรื่องของประเทศไทย เป็นหนังเท่ที่ดังแบบทั่วบ้านทั่วเมืองแบบทุกคนต้องพูดถึง หนังโฆษณาภาพขาวดำและกราฟิกสีส้มเรื่องนี้เล่าถึงคนสองคนที่แตกต่างกันแบบสองขั้วด้วยวิธีการที่เรียบง่าย ชาญฉลาด จนถูกคนยืมวิธีนี้ไปเล่นกันมากมาย นอกความความสวยเฉียบของหนังแล้ว ประเด็นของหนังที่อยากให้คน ‘พูดกันมากขึ้น ฟังกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น’ ซึ่่งตอบโจทย์การเปิดตัวแบรนด์เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ Orange ได้อย่างสวยงาม เช่นเดียวกันกับการชวนให้คนในสังคมพูดคุยกันและเปิดรับความแตกต่างระหว่างกันด้วย ความดังของหนังเรื่องนี้ยังทำให้เพลงประกอบ Wall in you heart ของ Shelby Lynne ดังระเบิดตามไปด้วย ท้ายที่สุดนอกจากงานนี้จะสร้างชื่อให้เอเจนซี่ JWT แล้ว ยังทำให้คนในวงการเริ่มจดจำชื่อผู้กำกับโฆษณาหน้าใหม่ที่ชื่อ ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย แห่งฟีโนมีนาด้วย


03

Peace of Mind

Thai Life Insurance
Ogilvy & Mather Advertising

หนังโฆษณาเนื้อหาดี ขยี้อารมณ์ เป็นที่พูดถึง และกวาดรางวัลมากมาย ตลอดช่วงทศวรรษท่ีผ่านมา คงไม่มีหนังโฆษณาเรื่องนี้จะเด่นชัดไปกว่า หนังโฆษณาไทยประกันชีวิต ของโอกิลวี่ โดยมีครีเอทีฟระดับตำนานอย่าง กรณ์ เทพินทราภิทักษ์ เป็นผู้ดูแล กรณ์ทำหนังไทยประกันทั้งหมด 13 เรื่องตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปี 2557 โดยมีธนญชัยรับหน้าที่ผู้กำกับ หนังโฆษณาตัวนี้คือตัวที่สองจาก 13 เรื่อง ถือเป็นตัวที่ทำให้คนทั่วไปเริ่มรู้จักและจดจำหนังของไทยประกันได้ หนังเซ็ตนี้พูดถึงการดูแลความรู้สึกของคนที่อยู่รอบข้าง ซึ่งสร้างมาจากกรณีจริงที่กรณ์เจอมาจากที่ต่างๆ หนังตัวถัดๆ มาก็คือ ปู่ชิว, My son (พ่อทะเลาะกับลูกนักดนตรี), แสงดาว (หญิงสาวป่วยใกล้เสียชีวิต), Melody of Life (ครูติ๋วผู้ดูแลเด็กด้อยโอกาสทั้งที่ตัวเองก็ป่วย), Que Sera Sera (คอนเสิร์ตของเด็กพิเศษ), พ่อใบ้ ไปจนถึงเรื่องสุดท้ายอย่าง Unsung Hero (ชายธรรมดาโลกไม่จำแต่ช่วยเหลือทุกคนที่เขาพบ) ถือเป็นเซ็ตโฆษณาเมโลดราม่าเรียกน้ำตาเนื้อหาดีที่ดีสุดของไทย


04

Thai Anti Corruption

Board of Trade of Thailand
Creative Juice\Bangkok

ในยุคที่โฆษณาเริ่มย้ายจากจอโทรทัศน์มาสู่โลกออนไลน์ ทำให้ข้อจำกัดหลายอย่างหายไป เราจึงได้เห็นโจทย์ของการทำหนังโฆษณารูปแบบใหม่ๆ จากโจทย์ใหม่ๆ ของลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อย่างเช่นหนังโฆษณาต่อต้านการคอร์รัปชันของสภาหอการค้าประเทศไทย หนังโฆษณาบทคมกริบที่พูดแทนใจคนจำนวนมากเรื่องนี้ชวนผู้ชมตั้งคำถามกับประเด็นคอร์รัปชันอย่างมีเหตุผลมีผล และไร้ซึ่งอารมณ์ความเกร้ี้ยวกราดเพราะเกลียดชัง หนังเรื่องนี้จึงกระทบใจผู้ชมอย่างแรง และเปิดประตูให้ธนญชัยแห่งฟีโนมีนาได้กำกับหนังโฆษณาประมาณนี้อีกมากมาย


05

khon / nom / thung

Sexuality talk
McCann Worldgroup



สสส. เป็นอีกหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโฆษณาสร้างสรรค์สังคมที่คมคายจำนวนมาก ผ่านความร่วมมือกับหลายเอเจนซี่ ความน่าสนใจของงาน สสส. คือ มีปัญหาที่ชัด มีข้อมูลที่เกี่ยวกับปัญหาครบถ้วนทุกมุม และมีทางออกชัดเจน รวมถึงมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับอินไซต์ของกลุ่มเป้าหมายมาครอบถ้วน ประเด็นที่เราเห็นในหนังของ สสส. จึงค่อนข้างใหม่ ทำให้เกิดแคมเปญโฆษณาใหม่ๆ ตามมา อย่างหนังแคมเปญนี้ เป็นโจทย์ง่ายๆ ที่ชวนกันคุยเรื่องเพศ ซึ่งหาวิธีเล่าเรื่องได้น่ารักมาก


06

ความจริงที่ไม่เห็นด้วยตา

Vizer
Manolamer

เมื่อเราเข้าสู่ยุคหนังโฆษณาออนไลน์หรือหนังที่หวังว่ามันจะไวรัล ทำให้เหล่าครีเอทีฟเริ่มทำหนังที่มีเนื้อหาน่าดู น่าติดตาม แล้วค่อยไปหักมุมเข้าโปรดักต์ขายของตอนจบ นั่นทำให้เกิดพื้นที่ของการเล่าเรื่องอะไรก็ได้ที่สนุกและไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับแบรนด์ตรงๆ เพราะถ้าเลือกเล่าประเด็นตรงๆ ก็จะรู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นโฆษณาอะไร นั่นทำให้มีหลายงานใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารประเด็นดีๆ สู่ผู้ชม อย่างเช่นหนังกล้องวงจรปิด Vizer เรื่องนี้ ถึงแม้ว่าหนังยังต้องพูดถึงฟังก์ชันหลักของกล้องอย่างการความคมชัดในการบันทึกภาพเหตุการณ์โจรกรรมและอาชญากรรม แต่ตัวงานก็พาคนดูไปเปิดใจให้มองกลุ่มคนไร้บ้านในอีกมุมโดยปราศจากอคติ


07

Taxi

Tesco Lotus
The Leo Burnett Group Thailand

หนังเรื่องนี้มีโจทย์ว่าอยากพูดถึงพลังของผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเทสโกโลตัส ครีเอทีฟจากลีโอ เบอร์เนทท์ และต้น วุฒิดนัย ผู้กำกับจาก Hub Ho Hin เลือกเล่าผ่านชีวิตของคนขับแท็กซี่ที่ตั้งใจทำงานหนักเพื่อลูก และต้องเจอกับความโหดร้ายมากมายในอาชีพนี้ แล้วหนังก็หักมุเพื่อเล่าถึงพลังของผู้หญิงได้อย่างสะเทือนอารมณ์และมีพลังมาก เป็นการให้กำลังใจเหล่าผู้หญิงสู้ชีวิตทั้งหลายที่น่าชื่นชม


08

คนหายหน้าเหมือน

ศูนย์ข้อมูลคนหาย
BBDO BANGKOK LTD

ช่วงหลายปีหลังมานี้ เราได้เห็นวิธีการตีโจทย์งานเพื่อสังคมของ BBDO ที่แปลกใหม่และกลายเป็นลายเซ็นของ BBDO ไปแล้ว นั่นก็คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในหลากหลายรูปแบบ โจทย์นี้ BBDO ต้องสื่อสารเรื่องคนหาย ซึ่งเป็นโจทย์ที่เราจะเห็นงานดีๆ หลายชิ้นในเวทีโฆษณาระดับโลกทุกงาน งานรางวัลเหล่านั้นเกือบทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่การเลือกใช้สื่อใหม่ๆ เพื่อเข้านำเสนอใบหน้าของผู้ที่สูญหาย แต่งานนี้กลับพุ่งไปอีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ ถึงเราจะเห็นหน้าคนหายในรูป แต่เราก็อาจจะลืมภาพพวกเขาในเวลาอันสั้น งานนี้ BBDO เลยหยิบเอานวัตกรรมมาใช้กับงานเพื่อสังคมอีกครั้ง แต่เป็นนวัตกรรมที่ง่ายมาก ก็คือการจดจำใบหน้าคนหายโดยเทียบกับใบหน้าดารา ถือเป็นวิธีที่ง่าย ดูจบแล้วก็จำได้และทำได้ทันที ยิ่งเอาดาราที่หน้าเหมือนกับคนหายเหล่านั้นมาเป็น Influencer นำแคมเปญด้วย ก็ยิ่งลงตัว


09

ทุกข์ชีวิตมีค่า

ความสุขประเทศไทย
Choojai and Friends

งานชิ้นนี้ สสส. อยากให้ชวนคนไปเป็นอาสาสมัครทำงานเพื่อสังคม โดยมีแรงจูงใจคือ เป็นอาสาสมัครแล้วจะมีความสุขจากการเป็นผู้ให้ งานนี้สื่อสารได้อย่างเหนือชั้น ก็คือเลือกคุยกับคนที่ต้องการความสุขที่สุด นั่นก็คือ คนที่มีความทุกข์ (ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายขนาดใหญ่มาก) งานนี้เริ่มต้นจากการทำแคมเปญชวนคนให้เขียนความทุกข์ของตัวเองส่งเข้ามาเพื่อชิงรางวัล ทั้งเงินสด ตั๋วเครื่องบิน และแท็บเล็ต โดยทำล้อเลียนแคมเปญแจกโชคของเครื่องดื่มแบรนด์ดัง จากนั้นเมื่อได้ผู้โชคดีซึ่งเป็นคนที่ทุกข์ที่สุด ผู้โชคดีก็พบว่ารางวัลที่ได้คือการนำรางวัลเหล่านั้นไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอาสาสมัครหลายรูปแบบ พอผ่านกระบวนการนั้นไปแล้ว ก็เขาพวกเขากลับมาอ่านความทุกข์ที่เคยเขียนเข้ามา แล้วถามว่าตอนนี้ความทุกข์เหล่านั้นลดลงบ้างไหม ถือเป็นงานที่ช่วยให้แนะนำวิธีลดความทุกข์ และสร้างแรงจูงใจให้คนเป็นอาสาสมัครไปพร้อมๆ กัน


10

อีก 100 ปีก็จะแต่งงานกับเธอคนเดิม

Rewedding
Choojai and Friends

งานชิ้นนี้เป็นการทำโฆษณารายการโทรทัศน์ทางไทยพีบีเอสที่ค่อนข้างแปลก คือแทนที่ครีเอทีฟของเอเจนซี่ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จะทำโฆษณาให้คนอยากเปิดชมรายการโทรทัศน์ พวกเขาพบว่าถ้ารายการไม่ดียังไงคนก็ไม่ดู พวกเขาก็เลยเริ่มต้นด้วยการทำรายการโทรทัศน์ขึ้นมาก่อน โจทย์ของสถานีคือ ปัจจุบันมีอัตราการหย่าร้างสูงขึ้น สถาบันครอบครัวดูไม่มั่นคงเหมือนก่อน รายการนี้ก็เลยอยากคนธรรมดาๆ ในยุคก่อนมาเล่าเรื่องชีวิตคู่ว่าประคับประคองกันมายังไงถึงอยู่รอด ก็เลยเกิดเป็นรายการ Rewedding จับเอาคู่รักรุ่นใหญ่กลับมาแต่งงานกันอีกครั้ง และถ่ายภาพคู่เหมือนในอดีตอีกรอบ เป็นกิมมิกที่จะทำให้คนรุ่นใหม่สนใจ ซึ่งรายการนี้มีถึง 4 ซีซั่น และนี้ก็คือหนังโฆษณาที่ถึงแม้เราจะไม่ได้ดูรายการ ก็ยังได้รับสารดีๆ ที่รายการอยากจะส่งให้


11-100

ส่วนงานอีก 90 เรื่อง ดูกันแบบเต็มๆ ได้ทีนี่เลย

 


Facebook : Adman Awards & Symposium

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Best AD

รวมงานโฆษณาน่าเรียนรู้จากเทศกาลโฆษณาทั่วโลก

ข่าวคราวก่อนถึงพิธีเปิด Tokyo Olympic 2020 ครั้งนี้ ดูเหมือนจะมีแต่ปัญหา แม้กระทั่งในช่วงพิธีเปิดก็ยังมีการชุมนุมคััดค้านการจัดอยู่หน้าสนาม

เมื่อมองไปที่งานโฆษณา ซึ่งเกี่ยวข้องกับโอลิมปิกของเหล่าผู้สนับสนุนหลักก็ค่อนข้างเงียบเหงา แล้วบรรยากาศก็หงอยยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อโตโยต้า แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่อยู่เคียงข้างโอลิมปิกครั้งนี้มาตั้งแต่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ประกาศข่าวช็อกวงการว่า จะไม่มีการเผยแพร่โฆษณาโตโยต้าในสื่อช่วงโอลิมปิกครั้งนี้ และซีอีโอก็จะไม่เข้าร่วมพิธีเปิดด้วย

เหตุผลหลักก็คือ การจัดโอลิมปิกท่ามกลางโควิด-19 ที่วิกฤตขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ ประชาชนชาวญี่ปุ่นจำนวนมากไม่เห็นด้วย ถึงขนาดว่าหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง Asahi Shimbun ก็ยังแสดงจุดยืนเรียกร้องให้เลิกจัด โตโยต้าก็เลยเกรงว่า การออกตัวว่าสนับสนุนการจัดการแข่งขันครั้งนี้ จะสร้างความไม่พอใจให้พี่น้องชาวญี่ปุ่น เลยตัดสินใจถอยออกมาหนึ่งก้าว

แต่ถึงอย่างนั้น หลายแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิกหนนี้ในประเทศต่างๆ ก็ทยอยปล่อยแคมเปญโฆษณาเด็ดๆ ออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่ฮือฮาเท่าโฆษณาในซูเปอร์โบวล์ แต่โอลิมปิกและพาราลิมปิก 2 ครั้งที่ผ่านมา แบรนด์ใหญ่อย่าง P&G และสถานีโทรทัศน์ Channel 4 ของอังกฤษก็สร้างงานโฆษณาระดับกรังปรีซ์ได้แบบต่อเนื่อง รวมไปถึงงานที่ถือว่าฮือฮามากในปีนี้ด้วย

คอลัมน์ Best AD ตอนนี้ก็เลยขอรวมงานโฆษณาที่เกี่ยวกับ Tokyo Olympic 2020 ที่ผลิตในช่วงปีนี้มาให้ชมกัน ลองไปดูกันว่า ท่ามกลางปัญหามากมายที่เกิดขึ้นทั่วโลก แบรนด์ต่างๆ มองและแสดงท่าทีต่อโอลิมปิกครั้งนี้อย่างไรกันบ้าง

01

What Agnes Saw

The International Olympic Committee

USA

เราเริ่มต้นกันที่งานของผู้จัดอย่าง The International Olympic Committee (IOC) โอลิมปิกรอบนี้ IOC ปล่อยหนังออกมาในแคมเปญ Strong Together งานที่ดูเหมือนจะเป็นตัวหลักคือ What Agnes Saw เป็นการเล่าภาพรวมของโอลิมปิกในรอบศตวรรษที่ผ่านมาผ่านสายตาของ แอกเนส เคเลติ (Agnes Keleti) นักกีฬาโอลิมปิกวัย 100 ปี ซึ่งถือว่ามีอายุมากที่สุด ว่าเธอเห็นอะไรบ้าง แล้วก็มาจบลงตรงเรื่องของ สกาย บราวน์ (Sky Brown) นักสเก็ตบอร์ดชาวสหราชอาณาจักร ผู้เป็นเจ้าของสถิตินักกีฬาโอลิมปิกที่อายุน้อยที่สุด สื่อถึงพลังของเยาวชนที่เปรียบเหมือนแสงไฟ ท่ามกลางความมืดมนของปัญหาซึ่งโลกกำลังเผชิญ

เราเห็นหลายแบรนด์หยิบยืมสไตล์อนิเมะ มาทำแคมเปญในช่วงโตเกียวโอลิมปิก IOC ก็มีเหมือนกัน เป็นการทำซีรีส์อนิเมะประวัติฮีโร่โอลิมปิกสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย ออกมา 4 ตอนแล้ว ไปตามชมกันได้

02

Countdown to the Opening Ceremony for the Olympic Games Tokyo 2020

Tokyo 2020

Japan

ต่อด้วยงานวิดีโอของเจ้าภาพกันบ้าง ถึงวันนี้ (22 ก.ค.) เจ้าภาพยังคงเงียบมาก ไม่ปล่อยสื่อโฆษณาเด็ดๆ ออกมาเลย (รวมไปถึงเหล่าพาร์ตเนอร์เกือบทั้งหมดด้วย) สื่อส่วนใหญ่ที่ผู้จัดปล่อยออกมา เป็นงานเรียบๆ ที่ค่อนข้างเป็นทางการ แต่เราก็แอบเชื่อว่า เจ้าภาพต้องมีของดีซ่อนอยู่ เพราะ 4 วันก่อนงาน เขาเริ่มทยอยปล่อยวิดีโอนับถอยหลังพิธีเปิด เป็นการตัดภาพการเตรียมงานเบื้องหลังที่ถ่าย ตัด และวางดนตรีประกอบได้เท่มาก แต่ปล่อยออกมาได้ 3 วันวิดีโอชุดนี้ก็ถููกถอดออกไป สุดท้ายไม่กี่ชั่วโมงก่อนงาน ก็ถูกตัดต่อใหม่ออกมาแบบนี้ จากนั้นเราคงต้องลุ้นกันต่อว่า หลังจากพิธีเปิดแล้ว จะมีงานอะไรเด็ดๆ มาอวดชาวโลกอีกบ้าง

และเมื่อดูุจากพิธีเปิดแล้ว โชว์ชุุดที่เล่าว่า Tokyo Olympic 1964 เป็นครั้งแรกในโลกที่ให้กำเนิด Pictogram สำหรับโอลิมปิก (สัญลักษณ์มนุษย์ที่ทำท่าเล่นกีฬาต่างๆ)​ ครั้งนี้พวกเขาก็เลยสร้างความฮือฮาด้วยการสร้าง Pictogram แบบสามมิติขึ้นเป็นครั้งแรก แล้วก็เอาทั้ง 50 ประเภทกีฬา มาโชว์ลีลาการเคลื่อนไหวด้วยนัักแสดงในพิธีเปิดแบบรายการ Kasou Taisho ถ้ามีการตัดวิดีโอตัวนี้ออกมา มันจะเป็นตำนานอย่างแน่นอน!

03

Sumo

France.TV

MullenLowe

France

France TV เป็นสถานีโทรทัศน์ช่องแรกที่เปิดตัวหนังโฆษณาถ่ายทอดโอลิมปิก พวกเขาชวนนักวาดภาพประกอบชื่อดัง สเตฟาน เลอวัลลัว (Stéphane Levallois) มาวาดภาพ โดยมีบรมครูอย่าง คัตสึชิกะ โฮกูไซ (Katsushika Hokusai) เป็นต้นแบบ ทั้งสไตล์ และองค์ประกอบของภาพวาดดังๆ จากนั้นก็ทำให้ภาพวาดสไตล์ภาพพิมพ์ญี่ปุ่นโบราณกลายมาเป็นแอนิเมชัน เล่าเรื่องนักซูโม่ที่เดินทางไปทั่วญี่ปุ่น ผ่านการเล่นเซิร์ฟ สเก็ตบอร์ด แล้วก็แวะเล่นกีฬาต่างๆ ไปตลอดทาง ถือเป็นหนังที่ต้องยืนปรบมือให้ในความคราฟต์ เสียดายว่าหนังตัวนี้เปิดตัวได้ไม่เท่าไหร่ ก็โดนหนัง BBC มาขโมยซีนไปจนเกลี้ยง

04

Let’s Go There

BBC

BBC Creative

UK

หนังที่ได้รับคำชมมากที่สุดในตอนนี้คือ งานโปรโมตการถ่ายทอดโอลิมปิกของช่อง BBC ซึ่งดึงเอาสารพัดป๊อปคัลเจอร์แบบโตเกียวมายำรวมกับนักกีฬาของทีมสหราชอาณาจักร รวมไปถึงผู้ประกาศของ BBC ได้เฟี้ยวมาก อาร์ตไดเรกชันชนะขาด ประดังทุกอย่างลงไปได้แน่นและแม่นมาก

05

Super. Human.

Channel 4

4Creative

UK

หลังจากจบโอลิมปิกก็จะเข้าสู่มหกรรมกีฬาพาราลิมปิกกันต่อ จุดเปลี่ยนสำคัญก็คืองาน Meet the Superhumans ของ Channel 4 ผู้ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอด London Paralympic 2012 ในอังกฤษ งานนั้นเล่าเรื่องนักกีฬาพิการได้แปลกใหม่และจับใจ จนคว้ารางวัลกรังปรีซ์ได้จากคานส์ไลออนส์ จากนั้นก็พาราลิมปิกที่ริโอ Channel 4 ก็มีหนังโฆษณาภาคต่อ แต่อาจจะไม่ได้เปรี้ยงปร้างนัก

ปีนี้ Channel 4 กลับมากับหนังในแคมเปญ Super. Human. แนวทางในการเล่ายังเหมือนเดิมคือ พูดถึงชีวิตนักกีฬาพาราลิมปิกทีมสหราชอาณาจักร โดยมองว่าเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เห็นสาเหตุของปัญหาความพิการ เห็นความทุ่มเทฝึกซ้อมไม่ต่างจากนักกีฬาชั้นยอด และสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการใช้ชีวิต มีฉากแสบๆ อย่างเจ้าของร้านอาหารที่ไม่แยแสกับการทำพื้นเอียงให้รถวีลแชร์ และช็อตที่เท่ที่สุดในเรื่องคงเป็นตอนจบ ที่บอกทุกอย่างของแคมเปญนี้ได้เป็นอย่างดี

06

Few Seconds Before…

France.TV

MullenLowe Group

France

France TV ก็ทำหนังโฆษณาโปรโมตการถ่ายทอดพาราลิมปิกเช่นกัน หนังเรื่องนี้พูดถึงบรรดานักกีฬาที่เคยได้รับเหรียญทั้งหลาย เช่น ฟันดาบ ไตรกีฬา ยิงปืน กระโดดไกล และฟุตบอล พวกเขาจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง เป็นการมองนักกีฬาคนพิการในมุมที่ยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากนักกีฬาปกติ

07

Change the Game

Facebook

Droga5

USA

เฟซบุ๊กตั้งใจทำแคมเปญ Change the Game ขึ้นมาเพื่อลงโฆษณาทางช่อง NBC ในระหว่างการถ่ายทอดโอลิมปิก ไม่ต่างจากบรรดาโฆษณาซูเปอร์โบวล์ เฟซบุ๊กเลือกเล่าถึงกีฬาชนิดเดียว นั่นก็คือ สเก็ตบอร์ด (เช่นเดียวกับหนังโฆษณาหลายเรื่อง) เหตุผลสำคัญก็คือ เป็นกีฬาที่เพิ่งบรรจุเข้ามาในโอลิมปิกเป็นครั้งแรก นักกีฬาส่วนใหญ่เป็นเด็ก และเป็นกีฬาที่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์แบบสตรีท ซึ่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

เฟซบุ๊กเล่าถึงชุมชนคนเล่นสเก็ตบอร์ดใน 4 ทวีป และพยายามบอกว่า คนรักสเก็ตบอร์ดทั้งโลกเชื่อมถึงกันผ่านเฟซบุ๊ก และวงการเก็ตบอร์ดพัฒนาขึ้นโดยการมีของเฟซบุ๊กอย่างไร หนังเรื่อง Skate Nation Ghana เล่าเรื่องนักสเก็ตบอร์ดชาวกานาที่หัดเล่นจากการดูวิดีโอ ส่วนเรื่อง No Comply ก็เล่าว่าอินสตาแกรมทำให้นักสเก็ตบอร์ดทั่วโลกแลกเปลี่ยนทริคและแรงบันดาลใจกันได้ยังไง

08

When you play a little, you help our athletes a lot

National Lottery

adam&eveDDB

UK

มาถึงกลุ่มหนังโฆษณาจากแบรนด์ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของนักกีฬาแต่ละชาติกันบ้าง National Lottery นำเงินที่ได้จากการขายล็อตเตอรี่ไปสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมมากมาย รวมถึงสนับสนุนทัพนักกีฬาสหราชอาณาจักรด้วย หนังที่เล่าด้วยอารมณ์ขันเรื่องนี้ก็เลยแสดงให้เห็นว่า เมื่อนักกีฬาประเภทต่างๆ ออกมาซ้อม เหล่าพี่น้องประชาชนก็แห่กันออกมาช่วยเหลือด้วยวิธีการแบบบ้านๆ แบบเต็มที่ แล้วก็จบลงตรงข้อความที่ว่า ถ้าคุณเล่น (ล็อตเตอรี่) สักเล็กน้อย คุณจะช่วยทัพนักกีฬาของเราได้มหาศาล

09

Birds Eye Green Cuisine Proud to Power Team GB

Birds Eye

Elvis

UK

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวความคิดสร้างสรรค์หรือโปรดักชัน แต่มันทำให้ได้เห็นวิธีคิดที่น่าสนใจของแบรนด์ นั่นก็คือ การที่ Bird Eye ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร Plant-based เข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการให้ทีมนักกีฬาสหราชอาณาจักร โดยเรื่องนี้มีพรีเซนเตอร์เป็น ลาเวีย นีลเซน (Laviai Nielsen) นักวิ่งหญิงที่อยากจะข้ามขีดจำกัดของตัวเอง Bird Eye ก็จะส่งพลัง (โปรตีนจากพืช) ให้เธอพิชิตเป้าหมายนี้ให้ได้

10

Time To Let Yourself Fly

United

USA

ข้ามฝั่งมาที่อเมริกากันบ้าง United เป็นสายการบินผู้สนับสนุนการพาทัพนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกของอเมริกาเดินทางไปแข่งขันมาตลอด 40 ปี หนังโฆษณาเรื่องนี้ก็สื่อสารเนื้อหาง่ายๆ ว่าพวกเขาพร้อมจะพานักกีฬาบินไปแล้ว แต่ความน่าสนใจในโปรดักชันอันเรียบง่ายที่ถ่ายในโรงเก็บเครื่องบิน โดยมีนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกมาเป็นผู้แสดงก็คือ การบิดความหมายของคำว่า บิน ให้หมายถึงการที่นักกีฬาได้โลดแล่นในสังเวียนการแข่งขัน เพียงแค่นี้โจทย์ที่แสนธรรมดาก็มีเสน่ห์ขึ้นมาได้

11

Thumbs Up Tokyo 2020

Coca-Cola

Ogilvy

India

Coca-Cola เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของโอลิมปิก ที่ประเทศอินเดีย Coca-Cola มีแบรนด์โคล่าที่ชื่อ Thumbs Up พวกเขาเลือกทำแคมเปญโอลิมปิกผ่านแบรนด์นี้ หนังโฆษณาที่ออกมาเป็นการฉลองที่อินเดียเข้าร่วมโอลิมปิกมาครบ 100 ปี เล่าถึงนักกีฬาประเภทต่างๆ และประโยคปลุกเร้าให้ลุกขึ้นมามีความฝัน และสู้เพื่อชัยชนะ ผ่านแคมเปญ #PalatDe ส่งพลังใจให้นักกีฬาทีมชาติ ไปพร้อมๆ กับการให้กำลังใจนักสู้ตัวจริงที่กำลังต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 ด้วย

12

VS

SK-II

Grey

China

SK-II เป็นเครื่องสำอางสัญชาติญี่ปุ่น แต่ก็อยู่ภายใต้เครือ P&G ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของโตเกียวโอลิมปิก SK-II ในจีนก็เลยทำวิดีโอสไตล์อนิเมะญี่ปุ่นออกมา 4 เรื่องในชื่อซีรีส์ VS เพื่อเล่าเรื่องนักกีฬาโอลิมปิกสุภาพสตรีชื่อดัง หลากหลายชนิดกีฬา ซึ่งหลักๆ แล้วเป็นนักกีฬาชาวจีนและญี่ปุ่น ทั้งกีฬาเดี่ยวแบบว่ายน้ำ กีฬาคู่แบบแบดมินตัน และกีฬาทีมแบบวอลเลย์บอล เนื้อเรื่องต้องการจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคน มีพลังเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเอง

13

Love Leads to Good

P&G

Wieden+Kennedy

USA

P&G ทำให้การเข้ามาเป็นสปอนเซอร์โอลิมปิกของกลุ่มสินค้าสำหรับแม่บ้าน กลายเป็นสิ่งที่ลงตัวมากได้อย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มจากหนังโฆษณาเรื่อง Best Job ในลอนดอนโอลิมปิก ต่อด้วย Thank You Mom ในริโอโอลิมปิก เนื้อหานั้นใกล้เคียงกัน คือพูดถึงเบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาโอลิมปิก ว่ามาจากความรัก ความเข้าใจ และการดูแลของคุณแม่ คนที่พาไปซ้อม พาไปแข่ง ปลอบหลังพ่ายแพ้ ก็แม่ทั้งนั้น และเมื่อนักกีฬาคว้าเหรียญมาได้ คนที่น้ำตาไหลด้วยความดีใจ ก็ไม่ใช่ใครนอกจากแม่ 

หนังโฆษณาเรื่อง Love Leads to Good สำหรับโตเกียวโอลิมปิกยังอยู่บนแนวคิดนี้ เพียงแต่ไปอยู่ในแคมเปญใหญ่ในปีนี้ของ P&G อีกที ชื่อ Lead with Love ที่บอกว่ามนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับความรู้สึก 8 อย่าง แต่อยากให้เราใช้ความรักเป็นตัวนำ

14

Best Day Ever

Nike

Wieden+Kennedy

USA

ไนกี้ปล่อยหนังโฆษณาเรื่อง Best Day Ever ออกมาในช่วงโอลิมปิกนี้ ภายในแคมเปญใหญ่ Play New เรื่องนี้เล่าถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในวงการกีฬาโลก ทั้งผู้หญิงที่วิ่งได้ต่ำกว่า 10 วินาที นักเทนนิสบนวีลแชร์ที่มีสปอนเซอร์เซ็นสัญญาเอาชื่อไปทำเกมคอมพิวเตอร์ หรือการได้ประกาศต่อผู้นำทั่วโลกว่า กีฬา ถือเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง แล้วก็สรุปว่า พรุ่งนี้อาจจะเป็นวันที่ดีที่สุดของวงการกีฬาก็ได้ ถ้าเราจินตนาการถึงมัน โดยสื่อสารแบบอ้อมๆ ว่า ไนกี้จะเอาเทคโนโลยีและแรงบันดาลใจ มาช่วยให้นักกีฬาทุกคนก้าวไปสู่ศักยภาพใหม่ของมนุษย์ เพื่อให้ความฝันทุกสิ่งเป็นจริงได้

15

Start Your Impossible

Toyota Global

USA

ถึงแม้ว่าเราจะไม่เห็นหนังโฆษณาโตโยต้าเรื่องใหม่ที่ทำมาเพื่อฉายในโอลิมปิกหนนี้ แต่ก็ขอเดาว่าน่าจะไปในแนวทางเดียวกับที่ Toyota Global ทำเมื่อปีที่ผ่านมา นั่นก็คือทำภายใต้แคมเปญใหญ่ Start Your Impossible เป็นเรื่องของนักยิมนาสติกชาวเม็กซิโกคนแรกที่คว้าเหรียญโอลิมปิกได้สำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ทำออกมาในรสชาติแบบอินเตอร์ ถ้าเป็นเวอร์ชันแบบญี่ปุ่น เราอาจจะได้เห็นอะไรที่สนุกกว่านี้ก็เป็นได้

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load