Adman Awards & Symposium เป็นเวทีประกวดผลงานสื่อสารด้านการตลาดของไทย เพื่อหาสุดยอดงานที่ตอบโจทย์ทางการตลาดแบบครบวงจรที่สุด

กิตติ ไชยพร ประธานการตัดสินปีนี้ เล่าความพิเศษของงานในปีนี้ให้เราฟังว่า ได้ยกระดับจากงานแจกรางวัลประกวดโฆษณามาเป็น งานวันความคิดสร้างสรรค์แห่งชาติ โดยมีหัวใจว่า การใช้ความคิดสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องมีเส้นแบ่งระหว่างประโยชน์ส่วนตัวและประโยชน์ส่วนรวม นักสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนโจทย์เป็นงานที่ทำให้ลูกค้าพอใจและสังคมดีขึ้นไปได้พร้อมกัน จึงจะนับว่าประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

งานในปีนี้จึงเต็มไปด้วยสีสัน นอกจากเวทีประกาศรางวัล ยังมีเวทีเสวนาที่ชวนคนจากหลากหลายแหล่งมาคุยกันเรื่องความคิดสร้างสรรค์ มีการฉายหนังโฆษณาสร้างสรรค์สังคมในตำนานของไทย 100 เรื่อง มีส่วน Creativity for Sharing ที่มอบรางวัลให้บุคคลนอกวงการโฆษณาซึ่งใช้ความคิดสร้างสรรค์ช่วยให้สังคมดีขึ้น รวมถึงมีตลาดนัดแจกบรีฟ ที่เปิดโอกาสให้ครีเอทีฟและนักการตลาดมาตามหาบรีฟที่ถูกใจกลับไปปั้นให้ยิ่งใหญ่

ส่วนเกณฑ์ในการตัดสินงานปีนี้ กิตติ อธิบายว่า กรรมการไม่ได้ดูแค่ความเฉียบของไอเดียเท่านั้น แต่ยังมองถึงปัจจัยและเงื่อนไขโดยรอบด้วย ตั้งแต่สภาพแวดล้อมของงาน ความเหมาะสมทางศีลธรรม จนถึงผลกระทบทางสังคม

ถ้าจะเอางานทั้งหมดที่ได้รางวัลมาเล่า คงต้องใช้พื้นที่มหาศาล The Cloud ก็เลยคัดสรรงานโฆษณา 15 ชิ้น ที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งเราไม่ได้เลือกจากงานที่ได้รางวัลใหญ่ แต่เลือกงานที่มีแง่มุมน่าสนใจให้พูดถึง และเป็นตัวอย่างที่ดีซึ่งคนในวงการและนอกวงการโฆษณาน่าจะได้เรียนรู้

 

01

The Universal Language of Pain

Mercedes-Benz Vans, ThaiHealth
BBDO BANGKOK LTD

ช่วง 40 ปีที่ผ่านมา Mercedes Benz ได้มอบรถอันถึกทนแข็งแกร่งของแบรนด์ให้เป็นพาหนะ พาเหล่าหมอ พยาบาล และเครื่องมือแพทย์ เข้าไปรักษาผู้ป่วยตามพื้นที่ซึ่งความเจริญเข้าไม่ถึง และปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งที่พวกเขาค้นพบคือ กำแพงภาษา แค่ในประเทศไทยเรายังมีภาษาใช้มากถึง 73 ภาษา คนไข้ในพื้นที่ห่างไกลก็มักจะพูดภาษากลางไม่ได้ ผู้รักษากับผู้ถูกรักษาเลยสื่อสารอาการเจ็บป่วยกันแบบงงๆ BBDO แก้ปัญหานี้ด้วยวิธีการแสนง่าย นั่นก็คือ การออกแบบความเจ็บปวดรูปแบบต่างๆ ออกมาเป็นสัญลักษณ์สากลที่ทุกคนเข้าใจ เช่น เจ็บเหมือนมีเข็มจิ้ม เจ็บเหมือนโดนทุบ เจ็บเหมือนโดนบีบ คนไข้สื่อสารอาการป่วยของตัวเองด้วยการชี้ตามภาพได้เลย ซึ่งงานนี้ออกแบบความเจ็บป่วยออกมาเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าคนชาติไหน ภาษาไทยก็เข้าใจได้ งานอันแสนเรียบง่ายชิ้นนี้เลยเอาไปใช้กับคนไข้ที่ไหนก็ได้

 


02

Bennetty

Health Promotion for Vulnerable Populations Section
Choojai and Friends

โจทย์จากสสส. ที่ส่งมาให้เอเจนซี่ชูใจ กะ กัลยาณมิตร คือ อยากสื่อสารให้คนแก่ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่อยากทำ อย่ามัวแต่นั่งเหงาอยู่กับบ้านเพราะคิดว่า เราแก่แล้วทำอะไรไม่ได้หรอก แล้วงานนี้ก็ไม่ได้ทำโฆษณาออกมาเพื่อขายแคมเปญ แต่เป็นโฆษณาที่ขาย ‘คนแก่’ เพื่อให้คนรับรู้ว่ายังมีคนแก่ไฟแรงอีกมากมายนะ โดยหวังว่าคนแก่ดูแล้วจะฮึด ส่วนลูกหลานดูแล้วก็ต้องอินตาม อยากสนับสนุน แม้โจทย์จะยากและกลุ่มเป้าหมายเป็นคน 2 วัยที่ต่างกัน แต่ชาวชูใจฯ ก็แก้ปัญหาได้อย่างงดงาม ด้วยการชวนคุณลุงวัยเกษียณมาตั้งวงดนตรีชื่อ วง Bennetty แล้วเพลงที่พวกเขาร้องก็ไม่ใช่เพลงย้อนยุค แต่เป็นเพลงใหม่เอี่ยมที่ เจ-เจตมนต์ มละโยธา โปรดิวเซอร์จากค่าย smallroom มาทำเพลงให้ ส่วนมิวสิกวิดีโอและสารคดีเบื้องหลัง ก็เป็นฝืมือการถ่ายทอดของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้กำกับจากเรื่อง Snap, ตั้งวง, แต่เพียงผู้เดียว การสื่อสารเรื่องคนแก่ในครั้งนี้เลยเต็มไปด้วยความเท่ที่มีพลังแบบวัยรุ่น จนเพลงฮิตติดชาร์ต ส่วนสมาชิกในวงก็มีสื่อติดต่อขอสัมภาษณ์แบบไม่มีหยุด สังคมก็เลยได้รับรู้ว่า แม้ว่าร่างกายจะแก่แค่ไหน แต่หัวใจไม่จำเป็นต้องแก่ตาม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญได้ที่นี่


03

The Art of Hero Truckers

Shell Rimula
WALTER THOMPSON BANGKOK

ภาพลักษณ์ของคนขับรถสิบล้อนั้นดูจะออกเป็นสีโทนดำๆ มากกว่าสีขาว หลายคนเลยไม่อยากเข้าใกล้ ทั้งที่จริงๆ แล้วคนขับรถสิบล้อจำนวนมากก็เป็นคนธรรมดาๆ หรือเป็นผู้นำครอบครัวอันแสนอบอุ่น น้ำมันเครื่อง Shell อยากจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของลูกค้าของพวกเขา ครีเอทีฟจาก JWT ก็เลยนึกถึงไอเดียของภาพเพนต์รอบรถสิบล้อหรือรถบัสที่เราคุ้นตา จึงเอาภาพสไตล์นี้มาเพนต์รอบรถสิบล้อของคนขับที่เลือก แต่ไม่ได้เพนต์แค่สวยงาม เพราะมันคือภาพของคนขับรถสิบล้อคันนั้น ครอบครัวของเขา และชีวิตของเขา เรียกว่าขับไปที่ไหน คนก็จะได้เห็นหน้าลูกเมียและความขยันขันแข็งของเขาตามไปด้วย ด้วยความหวังว่าจะช่วยเปลี่ยนใจเพื่อนร่วมถนนให้มองคนขับรถสิบล้อในมุมที่ต่างไป และยอมรับว่าเป็นอาชีพสุจริตอีกอาชีพที่ควรได้รับเกียรติไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ

 


04

i Stories

Honda Scoopy i
iSM Bangkok Co. Ltd.

นี่คือแคมเปญโฆษณาที่เราอยากยืนปรบมือให้ในความกล้า ของทั้งลูกค้าและเอเจนซี่ ถ้าเรากวาดตามองแคมเปญโฆษณามอเตอร์ไซค์ที่เห็นกันทั่วไปก็จะพบว่า มักจะเน้นความสนุกสนานและใช้พรีเซนเตอร์คนดังสวยหล่อซึ่งมักมีภาพลักษณ์เป็นขวัญใจวัยรุ่น ทั้งแนวชาวร็อกและชาวเก๋ เป็นคนนำแคมเปญ แต่ Honda Scoopy-i เร่ิมต้นทำในสิ่งที่แตกต่างด้วยการจัดประกวด Scoopy-i Idol โดยไม่สนใจเงื่อนไขทางเพศของผู้ประกวด ผู้ชนะทั้งสี่ที่มาจึงมีความหลากหลายในด้านอัตลักษณ์ทางเพศ แล้วฮอนด้าก็ทำในสิ่งที่กล้าหาญมากก็คือ ให้ผู้ชนะทั้งสี่รับบทนักแสดงนำในหนังสั้น 4 เรื่อง ซึ่งทุกเรื่องมีเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBT เอเจนซี่ -iSM Bangkok เข้ามาปั้นไอเดียต่อ แล้วชวนผู้กำกับชื่อดัง 4 คนมากำกับ พงศ์-ฐิติพงศ์ เกิดทองทวี กำกับเรื่อง T ผึ้ง-สาลินี เขมจรัส กำกับเรื่อง G บอส-นฤเบศ กูโน กำกับเรื่อง B และ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ กำกับเรื่อง L หนังสั้น 4 เรื่อง ซึ่งมีความยาวรวมกันกว่า 90 นาที (แต่สนุกมาก) มีตัวเอกชื่อ ‘ไอ’ เพื่อสื่อสารว่า ‘ไอ’ หรือ ‘ฉัน’ จะเป็นอะไรก็ได้ ตราบที่ยังเป็นตัวฉัน แล้วจบเรื่องด้วยการกลับมาหาโปรดักต์ด้วยประโยคที่ว่า “ไม่ว่าคุณเลือกเส้นทางไหน เราพร้อมไปกับคุณ” ถือเป็นการออกมาแสดงตัวสนับสนุน LGBT ของแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่น่าชื่นชมมาก

 


05

Nothing Like Handmade

B2S
Choojai and Friends

ยิ่งโปรแกรมช่วยสร้างภาพได้รับความนิยมมากขึ้นเท่าไหร่ เครื่องเขียนก็ดูจะได้รับความนิยมน้อยลงเท่านั้น โจทย์การโฆษณาร้านขายเครื่องเขียนอย่าง B2S จึงน่าสนใจมาก ทีมงานชูใจ กะ กัลยาณมิตร คิดไอเดียบ้าๆ ขึ้นมาว่า พวกเขาจะแสดงให้เห็นว่า ทุกคำสั่งในโปรแกรมทำภาพชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นวาด ลงสี ใส่ฟิลเตอร์ ใส่เงา เราสามารถทำได้ด้วยมือและเครื่องเขียน ที่ว่าบ้า ก็เพราะว่า มันคืองานโปรดักต์ชั่นขนาดใหญ่ยักษ์ ที่นอกจากจะต้องวาดภาพด้วยมือแบบบ้าคลั่งแล้ว ยังต้องถ่ายด้วยเครนสูงลิ่ว (มีภาพเบื้องหลังให้ดูตอนท้าย) ผู้กำกับบ้าพลังแนวนี้คงไม่มีใครจะเหมาะไปกว่า ‘หัวกลม’ อีกแล้ว ซึ่งเขาก็ทำออกมาได้น่่าทึ่งและน่ารักเป็นที่สุด หลายคนดูแล้วคงเริ่มคันไม้คันมือ อยากวางเม้าส์ปากกาแล้วไปหยิบเครื่องเขียนจริงๆ มาสร้างงานบนกระดาษแบบนี้บ้าง

 


06

Sound Recycle

Heineken
WALTER THOMPSON BANGKOK

แบรนด์ไฮเนเก้นทำเรื่อง ‘ดนตรี’ มาเนิ่นนานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่คนจดจำได้ไปแล้ว แต่ช่วงนี้ไฮเนเก้นกำลังสร้างแบรนด์ในอีกมิติก็คือ ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะเรื่องขยะ การจะทำแคมเปญสักอย่างที่จบด้วยการชวนคนได้ชมโปรดักต์แบบแปลกใหม่ แต่อยู่บนแกนของดนตรีและสิ่งแวดล้อมนั้นไม่ง่าย ทว่า JWT ก็ตีโจทย์ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง พวกเขาพบว่ามีเทคโนโลยีที่เปลี่ยนพลังเสียงให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ ก็เลยสร้างเจ้าเครื่องนี้ขึ้นมาจากกระป๋องเบียร์ที่ดื่มแล้ว เอาไปวางไว้ตามหลังตู้ลำโพงในคอนเสิร์ต พลังงานไฟฟ้าที่เจ้าเครื่องนี้ผลิตได้ก็เอาไปใช้ชาร์จโทรศัพท์มือถือ และแชร์เบียร์ (ขนาดนั้น!) เรียกว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์น่าเล่นที่ตอบโจทย์แบรนด์ได้อย่างยอดเยี่ยม

 


07

Tiny Doll

Kleenex
WALTER THOMPSON BANGKOK

กระดาษทิชชู Kleenex เล่นเรื่องความงามและน้ำตาของผู้หญิงมาตลอด ซึ่งคราวนี้ JWT อยากจะพาหนังไปให้ไกลกว่าการแต่งหน้าและซับน้ำตา เลยเลือกพูดเรื่องการโดน Bully ของวัยรุ่นสาว และการก้าวข้ามผ่านมัน หนังเรื่องนี้ก็เลยมีแกนกลางอยู่ที่ความแข็งแกร่งของผู้หญิงที่เกิดจากการถูกทำร้าย น้ำตา และหยาดเหงื่อ โดยเล่าผ่านชีวิตจริงของ ริกะ ‘ไทนี่ดอล’ อิชิเกะ สาวลูกครึ่งญี่ปุ่น ที่เคยถูกกลั่นแกล้งในวัยเด็กจึงไปฝึกศิลปะป้องกันตัว จนกลายมาเป็นนักสู้ MMA (ศิลปะการต่อสู้แบบผสม) ที่มีชื่อเสียงระดับโลก บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับมือรางวัล เลือกใช้การเล่าแบบลองเทค 6 นาที ซึ่งเต็มไปด้วยลีลาและภาษาภาพที่เท่มาก แล้วก็ปิดท้ายหนังด้วยการส่งสารถึงเหยื่อผู้ถูกกลั่นแกล้งคนอื่นๆ ว่าอย่ายอมแพ้ อย่าอ่อนแอ และจงยืนหยัดที่แข็งแกร่งในแบบของตัวเองให้ได้ ถือเป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ตระเวนกวาดรางวัลจากเวทีต่างๆ ทั่วโลกมาได้มากมาย

 


08

Financial Literacy: HI-SA-TI SHOP

Krungthai Bank
CJ WORX

โจทย์ที่ธนาคารกรุงไทยได้รับจากรัฐบาลมาอีกทีหนึ่ง คือการทำให้คนไทยเกิดความรู้เท่าทันการใช้เงินของตัวเอง หรือพูดง่ายๆ ก็คือหาทางเตือนให้คนมีสติระหว่างการจับจ่ายใช้สอยนั่นเอง แต่จะให้ออกมาพูดตรงๆ คงน่าเบื่อ CJ WORX เลยพุ่งเข้าไปที่อินไซต์ของนักช้อปออนไลน์ แล้วเล่าผ่านสื่อที่แปลกใหม่ นั่นก็คือการให้สตินักช้อปว่า ก่อนจะซื้อคิดให้ดีๆ นะ เพราะไอ้ของที่กำลังจะซื้อ ก็มีอยู่เต็มบ้านแล้ว ส่วนสื่อที่เลือกใช้ก็คือ การเอาข้อความไปใส่ไว้บนสินค้าจริงๆ ที่ผลิตขึ้นมาใหม่ ข้อความที่ว่าก็เช่น ‘แบบนี้มีแล้วมั้ง’ ‘จะซื้อจริงอะ’ และ ‘มีกี่ตัวแล้ว’ แล้วก็เปิดขายกันจริงๆ ทั้งออนไลน์ และป๊อปอัพสโตร์ ผลก็คือ คนสนใจกันแบบถล่มทลาย และสั่งซื้อจนต้องทำเพิ่ม ถ้ามองในแง่ของการเป็นแคมเปญก็คือว่า ประสบความสำเร็จมาก และมีคนมีส่วนร่วมมากมาย แต่ถ้ามองในแง่ของเนื้อหาสิ่งที่ต้องการจะสื่อ เหล่ากรรมการก็บอกว่า ถ้าสินค้าเหล่านี้ทำมาวางในร้านค้า แต่ไม่ขาย แค่ทำไว้เตือนสติเท่านั้น มันจะอิมแพคได้มากขึ้นไปอีก

หากอยากรู้มากกว่านี้ ติดตามอ่านต่อได้ที่นี่


09

Obsession for Smoothness

Double A Paper
Spa-Hakuhodo

Double A อยากจะบอกว่ากระดาษของพวกเขา เรียบลื่น พรินต์ง่าย ใช้สะดวก ใครจะไปคิดว่าเอเจนซี่ Spa-Hakuhodo จะกล้าเล่าสิ่งนี้ผ่านมิวสิกวิดีโอของวงดนตรีระดับโลกอย่าง OK Go และใครจะไปคิดว่าลูกค้าก็กล้าซื้อไอเดียนี้ด้วย นั่นเลยทำให้เราเห็นการใช้นวัตกรรม Paper Mapping สั่งพรินต์บนพรินเตอร์ 567 เครื่องพร้อมกันเพื่อให้เกิดเป็นภาพพื้นหลังต่างๆ ถึงแม้ว่างานชิ้นนี้จะไม่ใช่ชิ้นที่ดีที่สุดของ OK Go แต่ก็ถือว่า เป็นจุดเริ่มต้นของการจับมือกันระหว่างแบรนด์ไทยกับนักสร้างสรรค์ระดับโลกที่ดี (นอกจากการจ้างคนดังชาวต่างชาติมาเป็นพรีเซนเตอร์) ก็หวังว่างานนี้จะทำให้เอเจนซี่อื่นๆ กล้าขายงานสเกลนี้ และหวังว่าจะมีลูกค้ารายอื่นๆ ยอมซื้องานแบบนี้เพิ่มขึ้น


10

SAMSUNG PREDICT TO PREVENT

Depression Awareness Campaign
BBDO BANGKOK LTD

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอาจจะมีความอ่อนไหวกับบางประโยคมากว่าคนทั่วไป ดังนั้นการให้กำลังใจด้วยข้อความบางประโยคอาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี Samsung กับ BBDO เลยร่วมกันออกแบบแอพพลิเคชั่นที่ไปประมวลผลข้อความต่างๆ ที่อาจทำร้ายผู้ป่วย และทางเลือกที่น่าจะพูดมากกว่า เช่น จาก ‘อย่าเศร้าสิ’ เป็น ‘เราเป็นห่วงเธอนะ’ หรือจาก ‘เดี๋ยวทุกอย่างก็โอเคเอง’ เป็น ‘เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ’ เป็นต้น โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและจิตแพทย์ หลังจากที่เราโหลดแอพพลิเคชั่นนี้ลงบนโทรศัพท์มือถือแล้ว ถ้าเราพิมพ์ข้อความที่มีความเสี่ยง แอพพลิเคชั่นจะเปลี่ยนข้อความให้เป็นเชิงบวก ซึ่งใช้ได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ถึงไม่ได้คุยกับผู้เป็นซึมเศร้า ก็ช่วยให้บทสนทนาทั่วๆ ไปดีต่อสุขภาพจิตขึ้นได้นะ


11

Gone Girl

กระดาษเช็ดหน้า Cellox
mana

คนกลุ่มในสังคมที่ถูกพูดถึงน้อยกว่าคนข้ามเพศ คงเป็นผู้ที่อยู่เคียงข้างพวกเขา ในฐานะกระดาษทิชชูที่ทั้งเช็ดน้ำตา ช่วยแต่งหน้า และดูแลส่วนอื่นๆ ในชีวิต จากโจทย์นี้ ทำให้ทีมงานจากเอเจนซี่มานะ เลือกหยิบเรื่องจริงบางส่วนจากชีวิต พอลลีน งามพริ้ง มาเล่าจากมุมมองของภรรยาที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เรื่องราวตั้งใจเปรียบเทียบว่าคนที่รักกันจะต้องเป็นเหมือนกระดาษทิชชูของกันและกัน เพื่อสื่อสารบทบาทของทิชชูที่มีในชีวิตมากขึ้นไปอีกขั้น วิธีการเล่านุ่มลึกและชวนซึ้งเสียจนดูแล้วมองกระดาษทิชชูไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


12

Scoop to Kill

Thai Health Promotion Foundation
The Leo Burnett Group Thailand

เราไม่ค่อยเห็นงานโฆษณาในเมืองไทยเอากองทรายมาใช้เป็นสื่อสักเท่าไหร่ พอมีการทำงานปะติมากรรม (และคำโฆษณา) บนกองทรายใน 77 จังหวัด ของ Leo Burnett ก็ชวนให้สงสัยว่ามันคืองานอะไร ทำไมต้องใช้กองทราย ลูกค้าของงานนี้คือ สสส. ที่ต้องการชวนคนร่วมกันลดปริมาณยุงลาย แล้วทำไมต้องใช้กองทราย ก็เพราะจากข้อมูลพบว่า ทรายอะเบตเป็นวิธีลดปริมาณยุงลายที่มีประสิทธิภาพ ถ้าตักทรายใส่ลงไปในน้ำแม้เพียงเล็กน้อยจะฆ่าลูกน้ำได้หมดสิ้น กองทรายกลางเมืองที่มีลวดลายขีดเขียนเล่าเรื่อง จึงเป็นสื่อที่ช่วยส่งสารอย่างตรงประเด็นว่ายุงอันตรายมากแค่ไหน และจะป้องกันความอันตรายนี้ได้อย่างไร นอกจากการเอากองทรายมาเป็นเรียกความสนใจแล้ว แคมเปญนี้ขมวดไอเดียกลับมาหาทรายอย่างลงตัวด้วยการเชิญชวนให้ผู้คนตักทรายจากในกองกลับไปจัดการกับลูกน้ำที่บ้านด้วยตัวเองด้วย

 


13

CPROBIC

Exercise Class
BBDO BANGKOK LTD

อาการหัวใจวายอาจเกิดที่ไหนเมื่อไรก็ได้ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้วิธีรับมือ จากคน 100 คนที่ต้องการ CPR ทันทีทันใด มีเพียง 6 คนเท่านั้นที่ผ่านการทำก่อนถึงโรงพยาบาล เมื่อนำข้อเท็จจริงนี้มาวางข้างกับอีกข้อเท็จจริงว่าการทำ CPR แค่ 15 นาทีช่วยสลายแคลอรีไปได้มากถึง 165 แคลอรี จึงผสมกันออกมาเป็นการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ในฟิตเนสของ Virgin Active ที่ชื่อว่า CPROBIC ให้คนมาออกกำลังกายผ่านการฝึกทำ CPR สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ที่มาเรียนแทบทุกคนไม่เคยทำ CPR มาก่อน นี่จึงเป็นโอกาสแรกที่เขาได้ฝึก ในขณะเดียวกัน พวกเขาเองก็ได้ออกกำลังกายดังที่ต้องการด้วย ซึ่งเป็นไอเดียที่เอาไปต่อยอดใช้กับฟิตเนสไหนๆ ก็ได้ เป็นแคมเปญง่ายๆ ที่ได้ผลมาก

 


14

Forever

ele mineral white mask
Lobster & Co Company Limited

หนังโฆษณาที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตลกแบบไทยๆ เรื่องนี้ได้รางวัลในระดับโลกมาจากหลายเวทีเช่นกัน เอเจนซี่ Lobster & Co และผู้กำกับ ต่อ-ธนญชัย ศรศรีวิชัย เล่าถึงคุณสมบัติของแผ่นมาสก์หน้าที่ใช้แล้วอ่อนวัย ด้วยการทำลายกรอบระหว่างตัวหนัง เบื้องหลังการถ่ายทำ และชีวิตจริงในการทำหนังโฆษณา จนทะลุออกมาพูดคุยกับคนดูโดยตรง เป็นหนังที่น่ารัก ขำ และสื่อสารให้เข้าใจได้แบบง่ายๆ และยินดีเปิดดูซ้ำได้อีกหลายรอบ

 


15

FRIENDSHIT

K PLUS
GREYnJ United

นี่คืองานโฆษณาที่ดีที่สุดของไทยในรอบปีที่ผ่านมา แล้วมันก็ยังเป็นหนังโฆษณาที่ไปกวาดรางวัลใหญ่มากจากทุกเวทีประกวดทั่วโลกแบบครบถ้วน ไอเดียของงานนี้เริ่มต้นจากแนวคิดง่ายๆ ว่า ในเมื่อ K PLUS เป็นแอพมหาชนอันดับ 1 อยู่แล้ว จะหาทางพูดอย่างไรให้คนที่ไม่มีเหตุผลในการใช้แอพนี้หันมาใช้ นั่นคือสาเหตุที่ตัวละครหลักต้องเป็นวัยรุ่นธรรมดา พูดจากันอย่างตรงไปตรงมา เน้นความแมสเป็นหลัก เมื่อแนวคิดจาก GREYnJ United มาผสมกับจังหวะของผู้กำกับสไตล์จัดอย่าง เต๋อ-นวพล ดำรงรัตนฤทธิ์ จึงเกิดหนังโฆษณารสชาติใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ซึ่งถือว่าถึงพร้อมในทุกองค์ประกอบแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการตีโจทย์ฝั่งครีเอทีฟ วิธีเล่าจากผู้กำกับ ไปจนถึงความกล้าของลูกค้า และงบประมาณในการเผยแพร่ที่ทำให้คนเห็นงานนี้กันทั้งบ้านทั้งเมือง ถือเป็นหนังโฆษณาที่ช่วยสร้างความคึกคักให้กับคนในวงการ และจุดไฟให้เหล่าครีเอทีฟหวังว่าจะทำหนังโฆษณาที่แปลกใหม่แบบนี้ได้อีก

ตามไปอ่านเบื้องลึกเบื้องหลังของงานเพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Best AD

รวมงานโฆษณาน่าเรียนรู้จากเทศกาลโฆษณาทั่วโลก

ข่าวคราวก่อนถึงพิธีเปิด Tokyo Olympic 2020 ครั้งนี้ ดูเหมือนจะมีแต่ปัญหา แม้กระทั่งในช่วงพิธีเปิดก็ยังมีการชุมนุมคััดค้านการจัดอยู่หน้าสนาม

เมื่อมองไปที่งานโฆษณา ซึ่งเกี่ยวข้องกับโอลิมปิกของเหล่าผู้สนับสนุนหลักก็ค่อนข้างเงียบเหงา แล้วบรรยากาศก็หงอยยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อโตโยต้า แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่อยู่เคียงข้างโอลิมปิกครั้งนี้มาตั้งแต่การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ประกาศข่าวช็อกวงการว่า จะไม่มีการเผยแพร่โฆษณาโตโยต้าในสื่อช่วงโอลิมปิกครั้งนี้ และซีอีโอก็จะไม่เข้าร่วมพิธีเปิดด้วย

เหตุผลหลักก็คือ การจัดโอลิมปิกท่ามกลางโควิด-19 ที่วิกฤตขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ ประชาชนชาวญี่ปุ่นจำนวนมากไม่เห็นด้วย ถึงขนาดว่าหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง Asahi Shimbun ก็ยังแสดงจุดยืนเรียกร้องให้เลิกจัด โตโยต้าก็เลยเกรงว่า การออกตัวว่าสนับสนุนการจัดการแข่งขันครั้งนี้ จะสร้างความไม่พอใจให้พี่น้องชาวญี่ปุ่น เลยตัดสินใจถอยออกมาหนึ่งก้าว

แต่ถึงอย่างนั้น หลายแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับโอลิมปิกหนนี้ในประเทศต่างๆ ก็ทยอยปล่อยแคมเปญโฆษณาเด็ดๆ ออกมา ถึงแม้ว่าจะไม่ฮือฮาเท่าโฆษณาในซูเปอร์โบวล์ แต่โอลิมปิกและพาราลิมปิก 2 ครั้งที่ผ่านมา แบรนด์ใหญ่อย่าง P&G และสถานีโทรทัศน์ Channel 4 ของอังกฤษก็สร้างงานโฆษณาระดับกรังปรีซ์ได้แบบต่อเนื่อง รวมไปถึงงานที่ถือว่าฮือฮามากในปีนี้ด้วย

คอลัมน์ Best AD ตอนนี้ก็เลยขอรวมงานโฆษณาที่เกี่ยวกับ Tokyo Olympic 2020 ที่ผลิตในช่วงปีนี้มาให้ชมกัน ลองไปดูกันว่า ท่ามกลางปัญหามากมายที่เกิดขึ้นทั่วโลก แบรนด์ต่างๆ มองและแสดงท่าทีต่อโอลิมปิกครั้งนี้อย่างไรกันบ้าง

01

What Agnes Saw

The International Olympic Committee

USA

เราเริ่มต้นกันที่งานของผู้จัดอย่าง The International Olympic Committee (IOC) โอลิมปิกรอบนี้ IOC ปล่อยหนังออกมาในแคมเปญ Strong Together งานที่ดูเหมือนจะเป็นตัวหลักคือ What Agnes Saw เป็นการเล่าภาพรวมของโอลิมปิกในรอบศตวรรษที่ผ่านมาผ่านสายตาของ แอกเนส เคเลติ (Agnes Keleti) นักกีฬาโอลิมปิกวัย 100 ปี ซึ่งถือว่ามีอายุมากที่สุด ว่าเธอเห็นอะไรบ้าง แล้วก็มาจบลงตรงเรื่องของ สกาย บราวน์ (Sky Brown) นักสเก็ตบอร์ดชาวสหราชอาณาจักร ผู้เป็นเจ้าของสถิตินักกีฬาโอลิมปิกที่อายุน้อยที่สุด สื่อถึงพลังของเยาวชนที่เปรียบเหมือนแสงไฟ ท่ามกลางความมืดมนของปัญหาซึ่งโลกกำลังเผชิญ

เราเห็นหลายแบรนด์หยิบยืมสไตล์อนิเมะ มาทำแคมเปญในช่วงโตเกียวโอลิมปิก IOC ก็มีเหมือนกัน เป็นการทำซีรีส์อนิเมะประวัติฮีโร่โอลิมปิกสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคย ออกมา 4 ตอนแล้ว ไปตามชมกันได้

02

Countdown to the Opening Ceremony for the Olympic Games Tokyo 2020

Tokyo 2020

Japan

ต่อด้วยงานวิดีโอของเจ้าภาพกันบ้าง ถึงวันนี้ (22 ก.ค.) เจ้าภาพยังคงเงียบมาก ไม่ปล่อยสื่อโฆษณาเด็ดๆ ออกมาเลย (รวมไปถึงเหล่าพาร์ตเนอร์เกือบทั้งหมดด้วย) สื่อส่วนใหญ่ที่ผู้จัดปล่อยออกมา เป็นงานเรียบๆ ที่ค่อนข้างเป็นทางการ แต่เราก็แอบเชื่อว่า เจ้าภาพต้องมีของดีซ่อนอยู่ เพราะ 4 วันก่อนงาน เขาเริ่มทยอยปล่อยวิดีโอนับถอยหลังพิธีเปิด เป็นการตัดภาพการเตรียมงานเบื้องหลังที่ถ่าย ตัด และวางดนตรีประกอบได้เท่มาก แต่ปล่อยออกมาได้ 3 วันวิดีโอชุดนี้ก็ถููกถอดออกไป สุดท้ายไม่กี่ชั่วโมงก่อนงาน ก็ถูกตัดต่อใหม่ออกมาแบบนี้ จากนั้นเราคงต้องลุ้นกันต่อว่า หลังจากพิธีเปิดแล้ว จะมีงานอะไรเด็ดๆ มาอวดชาวโลกอีกบ้าง

และเมื่อดูุจากพิธีเปิดแล้ว โชว์ชุุดที่เล่าว่า Tokyo Olympic 1964 เป็นครั้งแรกในโลกที่ให้กำเนิด Pictogram สำหรับโอลิมปิก (สัญลักษณ์มนุษย์ที่ทำท่าเล่นกีฬาต่างๆ)​ ครั้งนี้พวกเขาก็เลยสร้างความฮือฮาด้วยการสร้าง Pictogram แบบสามมิติขึ้นเป็นครั้งแรก แล้วก็เอาทั้ง 50 ประเภทกีฬา มาโชว์ลีลาการเคลื่อนไหวด้วยนัักแสดงในพิธีเปิดแบบรายการ Kasou Taisho ถ้ามีการตัดวิดีโอตัวนี้ออกมา มันจะเป็นตำนานอย่างแน่นอน!

03

Sumo

France.TV

MullenLowe

France

France TV เป็นสถานีโทรทัศน์ช่องแรกที่เปิดตัวหนังโฆษณาถ่ายทอดโอลิมปิก พวกเขาชวนนักวาดภาพประกอบชื่อดัง สเตฟาน เลอวัลลัว (Stéphane Levallois) มาวาดภาพ โดยมีบรมครูอย่าง คัตสึชิกะ โฮกูไซ (Katsushika Hokusai) เป็นต้นแบบ ทั้งสไตล์ และองค์ประกอบของภาพวาดดังๆ จากนั้นก็ทำให้ภาพวาดสไตล์ภาพพิมพ์ญี่ปุ่นโบราณกลายมาเป็นแอนิเมชัน เล่าเรื่องนักซูโม่ที่เดินทางไปทั่วญี่ปุ่น ผ่านการเล่นเซิร์ฟ สเก็ตบอร์ด แล้วก็แวะเล่นกีฬาต่างๆ ไปตลอดทาง ถือเป็นหนังที่ต้องยืนปรบมือให้ในความคราฟต์ เสียดายว่าหนังตัวนี้เปิดตัวได้ไม่เท่าไหร่ ก็โดนหนัง BBC มาขโมยซีนไปจนเกลี้ยง

04

Let’s Go There

BBC

BBC Creative

UK

หนังที่ได้รับคำชมมากที่สุดในตอนนี้คือ งานโปรโมตการถ่ายทอดโอลิมปิกของช่อง BBC ซึ่งดึงเอาสารพัดป๊อปคัลเจอร์แบบโตเกียวมายำรวมกับนักกีฬาของทีมสหราชอาณาจักร รวมไปถึงผู้ประกาศของ BBC ได้เฟี้ยวมาก อาร์ตไดเรกชันชนะขาด ประดังทุกอย่างลงไปได้แน่นและแม่นมาก

05

Super. Human.

Channel 4

4Creative

UK

หลังจากจบโอลิมปิกก็จะเข้าสู่มหกรรมกีฬาพาราลิมปิกกันต่อ จุดเปลี่ยนสำคัญก็คืองาน Meet the Superhumans ของ Channel 4 ผู้ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอด London Paralympic 2012 ในอังกฤษ งานนั้นเล่าเรื่องนักกีฬาพิการได้แปลกใหม่และจับใจ จนคว้ารางวัลกรังปรีซ์ได้จากคานส์ไลออนส์ จากนั้นก็พาราลิมปิกที่ริโอ Channel 4 ก็มีหนังโฆษณาภาคต่อ แต่อาจจะไม่ได้เปรี้ยงปร้างนัก

ปีนี้ Channel 4 กลับมากับหนังในแคมเปญ Super. Human. แนวทางในการเล่ายังเหมือนเดิมคือ พูดถึงชีวิตนักกีฬาพาราลิมปิกทีมสหราชอาณาจักร โดยมองว่าเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เห็นสาเหตุของปัญหาความพิการ เห็นความทุ่มเทฝึกซ้อมไม่ต่างจากนักกีฬาชั้นยอด และสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการใช้ชีวิต มีฉากแสบๆ อย่างเจ้าของร้านอาหารที่ไม่แยแสกับการทำพื้นเอียงให้รถวีลแชร์ และช็อตที่เท่ที่สุดในเรื่องคงเป็นตอนจบ ที่บอกทุกอย่างของแคมเปญนี้ได้เป็นอย่างดี

06

Few Seconds Before…

France.TV

MullenLowe Group

France

France TV ก็ทำหนังโฆษณาโปรโมตการถ่ายทอดพาราลิมปิกเช่นกัน หนังเรื่องนี้พูดถึงบรรดานักกีฬาที่เคยได้รับเหรียญทั้งหลาย เช่น ฟันดาบ ไตรกีฬา ยิงปืน กระโดดไกล และฟุตบอล พวกเขาจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง เป็นการมองนักกีฬาคนพิการในมุมที่ยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากนักกีฬาปกติ

07

Change the Game

Facebook

Droga5

USA

เฟซบุ๊กตั้งใจทำแคมเปญ Change the Game ขึ้นมาเพื่อลงโฆษณาทางช่อง NBC ในระหว่างการถ่ายทอดโอลิมปิก ไม่ต่างจากบรรดาโฆษณาซูเปอร์โบวล์ เฟซบุ๊กเลือกเล่าถึงกีฬาชนิดเดียว นั่นก็คือ สเก็ตบอร์ด (เช่นเดียวกับหนังโฆษณาหลายเรื่อง) เหตุผลสำคัญก็คือ เป็นกีฬาที่เพิ่งบรรจุเข้ามาในโอลิมปิกเป็นครั้งแรก นักกีฬาส่วนใหญ่เป็นเด็ก และเป็นกีฬาที่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์แบบสตรีท ซึ่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลก

เฟซบุ๊กเล่าถึงชุมชนคนเล่นสเก็ตบอร์ดใน 4 ทวีป และพยายามบอกว่า คนรักสเก็ตบอร์ดทั้งโลกเชื่อมถึงกันผ่านเฟซบุ๊ก และวงการเก็ตบอร์ดพัฒนาขึ้นโดยการมีของเฟซบุ๊กอย่างไร หนังเรื่อง Skate Nation Ghana เล่าเรื่องนักสเก็ตบอร์ดชาวกานาที่หัดเล่นจากการดูวิดีโอ ส่วนเรื่อง No Comply ก็เล่าว่าอินสตาแกรมทำให้นักสเก็ตบอร์ดทั่วโลกแลกเปลี่ยนทริคและแรงบันดาลใจกันได้ยังไง

08

When you play a little, you help our athletes a lot

National Lottery

adam&eveDDB

UK

มาถึงกลุ่มหนังโฆษณาจากแบรนด์ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของนักกีฬาแต่ละชาติกันบ้าง National Lottery นำเงินที่ได้จากการขายล็อตเตอรี่ไปสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมมากมาย รวมถึงสนับสนุนทัพนักกีฬาสหราชอาณาจักรด้วย หนังที่เล่าด้วยอารมณ์ขันเรื่องนี้ก็เลยแสดงให้เห็นว่า เมื่อนักกีฬาประเภทต่างๆ ออกมาซ้อม เหล่าพี่น้องประชาชนก็แห่กันออกมาช่วยเหลือด้วยวิธีการแบบบ้านๆ แบบเต็มที่ แล้วก็จบลงตรงข้อความที่ว่า ถ้าคุณเล่น (ล็อตเตอรี่) สักเล็กน้อย คุณจะช่วยทัพนักกีฬาของเราได้มหาศาล

09

Birds Eye Green Cuisine Proud to Power Team GB

Birds Eye

Elvis

UK

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวความคิดสร้างสรรค์หรือโปรดักชัน แต่มันทำให้ได้เห็นวิธีคิดที่น่าสนใจของแบรนด์ นั่นก็คือ การที่ Bird Eye ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร Plant-based เข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการให้ทีมนักกีฬาสหราชอาณาจักร โดยเรื่องนี้มีพรีเซนเตอร์เป็น ลาเวีย นีลเซน (Laviai Nielsen) นักวิ่งหญิงที่อยากจะข้ามขีดจำกัดของตัวเอง Bird Eye ก็จะส่งพลัง (โปรตีนจากพืช) ให้เธอพิชิตเป้าหมายนี้ให้ได้

10

Time To Let Yourself Fly

United

USA

ข้ามฝั่งมาที่อเมริกากันบ้าง United เป็นสายการบินผู้สนับสนุนการพาทัพนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกของอเมริกาเดินทางไปแข่งขันมาตลอด 40 ปี หนังโฆษณาเรื่องนี้ก็สื่อสารเนื้อหาง่ายๆ ว่าพวกเขาพร้อมจะพานักกีฬาบินไปแล้ว แต่ความน่าสนใจในโปรดักชันอันเรียบง่ายที่ถ่ายในโรงเก็บเครื่องบิน โดยมีนักกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกมาเป็นผู้แสดงก็คือ การบิดความหมายของคำว่า บิน ให้หมายถึงการที่นักกีฬาได้โลดแล่นในสังเวียนการแข่งขัน เพียงแค่นี้โจทย์ที่แสนธรรมดาก็มีเสน่ห์ขึ้นมาได้

11

Thumbs Up Tokyo 2020

Coca-Cola

Ogilvy

India

Coca-Cola เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของโอลิมปิก ที่ประเทศอินเดีย Coca-Cola มีแบรนด์โคล่าที่ชื่อ Thumbs Up พวกเขาเลือกทำแคมเปญโอลิมปิกผ่านแบรนด์นี้ หนังโฆษณาที่ออกมาเป็นการฉลองที่อินเดียเข้าร่วมโอลิมปิกมาครบ 100 ปี เล่าถึงนักกีฬาประเภทต่างๆ และประโยคปลุกเร้าให้ลุกขึ้นมามีความฝัน และสู้เพื่อชัยชนะ ผ่านแคมเปญ #PalatDe ส่งพลังใจให้นักกีฬาทีมชาติ ไปพร้อมๆ กับการให้กำลังใจนักสู้ตัวจริงที่กำลังต่อสู้กับสถานการณ์โควิด-19 ด้วย

12

VS

SK-II

Grey

China

SK-II เป็นเครื่องสำอางสัญชาติญี่ปุ่น แต่ก็อยู่ภายใต้เครือ P&G ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของโตเกียวโอลิมปิก SK-II ในจีนก็เลยทำวิดีโอสไตล์อนิเมะญี่ปุ่นออกมา 4 เรื่องในชื่อซีรีส์ VS เพื่อเล่าเรื่องนักกีฬาโอลิมปิกสุภาพสตรีชื่อดัง หลากหลายชนิดกีฬา ซึ่งหลักๆ แล้วเป็นนักกีฬาชาวจีนและญี่ปุ่น ทั้งกีฬาเดี่ยวแบบว่ายน้ำ กีฬาคู่แบบแบดมินตัน และกีฬาทีมแบบวอลเลย์บอล เนื้อเรื่องต้องการจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคน มีพลังเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเอง

13

Love Leads to Good

P&G

Wieden+Kennedy

USA

P&G ทำให้การเข้ามาเป็นสปอนเซอร์โอลิมปิกของกลุ่มสินค้าสำหรับแม่บ้าน กลายเป็นสิ่งที่ลงตัวมากได้อย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มจากหนังโฆษณาเรื่อง Best Job ในลอนดอนโอลิมปิก ต่อด้วย Thank You Mom ในริโอโอลิมปิก เนื้อหานั้นใกล้เคียงกัน คือพูดถึงเบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาโอลิมปิก ว่ามาจากความรัก ความเข้าใจ และการดูแลของคุณแม่ คนที่พาไปซ้อม พาไปแข่ง ปลอบหลังพ่ายแพ้ ก็แม่ทั้งนั้น และเมื่อนักกีฬาคว้าเหรียญมาได้ คนที่น้ำตาไหลด้วยความดีใจ ก็ไม่ใช่ใครนอกจากแม่ 

หนังโฆษณาเรื่อง Love Leads to Good สำหรับโตเกียวโอลิมปิกยังอยู่บนแนวคิดนี้ เพียงแต่ไปอยู่ในแคมเปญใหญ่ในปีนี้ของ P&G อีกที ชื่อ Lead with Love ที่บอกว่ามนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับความรู้สึก 8 อย่าง แต่อยากให้เราใช้ความรักเป็นตัวนำ

14

Best Day Ever

Nike

Wieden+Kennedy

USA

ไนกี้ปล่อยหนังโฆษณาเรื่อง Best Day Ever ออกมาในช่วงโอลิมปิกนี้ ภายในแคมเปญใหญ่ Play New เรื่องนี้เล่าถึงความเป็นไปได้ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในวงการกีฬาโลก ทั้งผู้หญิงที่วิ่งได้ต่ำกว่า 10 วินาที นักเทนนิสบนวีลแชร์ที่มีสปอนเซอร์เซ็นสัญญาเอาชื่อไปทำเกมคอมพิวเตอร์ หรือการได้ประกาศต่อผู้นำทั่วโลกว่า กีฬา ถือเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง แล้วก็สรุปว่า พรุ่งนี้อาจจะเป็นวันที่ดีที่สุดของวงการกีฬาก็ได้ ถ้าเราจินตนาการถึงมัน โดยสื่อสารแบบอ้อมๆ ว่า ไนกี้จะเอาเทคโนโลยีและแรงบันดาลใจ มาช่วยให้นักกีฬาทุกคนก้าวไปสู่ศักยภาพใหม่ของมนุษย์ เพื่อให้ความฝันทุกสิ่งเป็นจริงได้

15

Start Your Impossible

Toyota Global

USA

ถึงแม้ว่าเราจะไม่เห็นหนังโฆษณาโตโยต้าเรื่องใหม่ที่ทำมาเพื่อฉายในโอลิมปิกหนนี้ แต่ก็ขอเดาว่าน่าจะไปในแนวทางเดียวกับที่ Toyota Global ทำเมื่อปีที่ผ่านมา นั่นก็คือทำภายใต้แคมเปญใหญ่ Start Your Impossible เป็นเรื่องของนักยิมนาสติกชาวเม็กซิโกคนแรกที่คว้าเหรียญโอลิมปิกได้สำเร็จ ซึ่งเรื่องนี้ทำออกมาในรสชาติแบบอินเตอร์ ถ้าเป็นเวอร์ชันแบบญี่ปุ่น เราอาจจะได้เห็นอะไรที่สนุกกว่านี้ก็เป็นได้

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load