ในช่วงระยะเวลา 20 ปีให้หลัง เรามองเห็นการเติบโตของงานดีไซน์ทั้งจากร้านรวง โรงแรม หรือบ้าน ไปพร้อมๆ มุมมองและความเข้าใจในงานออกแบบที่มีมากขึ้นในหัวใจของผู้คน เหล่านี้คือผลจากการสะสมและสร้างสรรค์งานออกแบบให้กลายเป็นเรื่องของทุกคน

  จากความตื่นตัวในวงการดีไซน์ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19 จึงเกิดขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ แนวความคิด และอัพเดตเรื่องราวที่เกี่ยวข้องในทุกแง่มุมของวงการออกแบบทั้งสถาปนิก มัณฑนากร ภูมิสถาปนิก และนักผังเมือง ผ่านทางกิจกรรม งานเสวนา และเปิดพื้นที่นวัตกรรมเพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพวิชาชีพนักออกแบบไทยได้อย่างยั่งยืน งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 17 พฤศจิกายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

  แต่ก่อนจะถึงงานจริง เราชวนคุณมาล้อมวงคุยกับ คุณเป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล มัณฑนากรแนวหน้าของเอเชีย ตัวแทนวิชาชีพนักออกแบบของไทยผู้จะไปร่วมเป็น Keynote Speakers บนเวทีงาน ACT Forum’19 ร่วมกับวิทยากรนักออกแบบจากทั่วโลก เพื่อบอกเล่าประสบการณ์และแรงบันดาลใจบนเส้นทางงานออกแบบในทุกระดับ และ คุณหนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท ทีเค สตูดิโอ จำกัด ผู้สร้างป่าในกรุง

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19

  คุณเป้า คือนายกสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย ผู้ก่อตั้ง P49DEESIGN AND ASSOCIATES ออฟฟิศออกแบบภายในที่สร้างสรรค์ผลงานแพร่หลายไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลกตลอดการทำงานเกือบ 40 ปีของเธอ และการทำงานออกแบบให้เครือโรงแรมเกือบทุกแบรนด์ในเอเชียเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือและการยอมรับในระดับนานาชาติของมัณฑนากรหญิงผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล งานสภาสถาปนิก’19

  ส่วนคุณหนุ่ม คือกรรมการผู้จัดการบริษัท ทีเค สตูดิโอ จำกัด เจ้าของงานออกแบบป่าในกรุง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในฐานะต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ป่าสีเขียวในเขตเมือง ไปพร้อมกับการสร้างประสบการณ์ทางธรรมชาติให้กับมนุษย์และระบบนิเวศโดยรอบพื้นที่โครงการ ส่งต่อสู่การสร้างงานแลนด์สเคปที่เข้าใจสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับผู้ใช้งาน

หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19

และนี่คือบทสนทนากับพวกเขาถึงปัจจุบันและอนาคตของแวดวงออกแบบและสถาปัตยกรรมของไทย 

01

ห้วงเวลาของความเข้าใจ

  เรามองเห็นการเติบโตของงานออกแบบไทยในช่วง 20 ปี ให้หลังที่เติบโตแบบก้าวกระโดด จนงานดีไซน์ที่ดีหลอมรวมเข้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย สำหรับงานสายอินทีเรียร์เห็นได้ชัดเจนจากโรงแรมและร้านรวงเก๋ไก๋ที่ผุดขึ้นทุกหัวระแหง พร้อมการสนองความต้องการของหัวใจกับการใช้ชีวิต ด้วยการสร้างสิ่งแวดล้อมของสถานที่ให้เป็นที่สวยงามและสร้างความสุข

“ร้านขายของ ร้านอาหาร โรงแรมขนาดเล็ก โฮมสเตย์ ร้านกาแฟ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนๆ ก็สวยงาม น่าเข้า น่านั่งไปหมด สมัยก่อนจะดูอะไรสวยงามก็ต้องเข้าโรงแรม แต่เดี๋ยวนี้หลากหลายที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดล้วนสวยเก๋ คนตื่นตัวเรื่องอาหารตามากขึ้น ผู้คนเข้าใจมากขึ้นว่า อินทีเรียร์ดีไซเนอร์มีบทบาทในการช่วยให้สถานที่น่าสนใจขึ้น จนธุรกิจดีขึ้นตามมาได้ และถ้าไม่ใช้อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ ก็มีร้านขายของแต่งบ้านผุดขึ้นเยอะ มีมุมตกแต่งเป็นตัวอย่างให้ไอเดียแก่ผู้คนทั่วไป ซึ่งจัดมาอย่างดีโดยอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ของร้านนั้นๆ ฉะนั้น มาตรฐานของการตกแต่งภายในทั่วไปของประเทศจึงดูดีขึ้นเยอะ”

  ทางฝั่งของงานแลนด์สเคป ที่ขยายความสำคัญจากสวนหน้าบ้าน สู่การเป็นสวนป่าที่ปล่อยให้ต้นไม้เติบโตตามธรรมชาติและสร้างระบบนิเวศที่ดีให้สังคม ตามเส้นทางการทำงานของคุณหนุ่ม 

   “สมัยก่อนทุกคนจะใช้ต้นไม้ต้นเล็กๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสองถึงสี่นิ้ว แต่เมื่อสักยี่สิบปีที่ผ่านมาคนก็เริ่มขุดต้นไม้จากในป่า ก็เริ่มเป็นยี่สิบหรือสี่สิบนิ้ว ถามว่ามันก็ดีมั้ย มันก็สวยเลย ตั้งปุ๊บก็มีต้นไม้ใหญ่ แต่ว่ามันไม่ได้ยั่งยืนอะไร 

“จนถึงปัจจุบัน เทรนด์ตอนนี้ คนเริ่มมามองว่าทำอย่างไรให้วิชาชีพนี้จะช่วยในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น เราก็จะเห็นว่าการจัดการที่เอาต้นไม้แค่มาสวยงามอย่างเดียวมันอาจจะไม่ใช่เรื่องจำเป็นหลัก ต้นไม้ที่มันเหมาะสมกับสภาพพื้นถิ่นของเรา ดูแลน้อย ใช้พลังงานน้อย ไม่ต้องรดน้ำหรือตัดต้นแต่งมากนัก ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดี”

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

 02

ตัวตน-คน-วิชาชีพ

  ตัวตนของวิชาชีพมัณฑนากรและภูมิสถาปนิกปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นในวงการ ทั้งต่อสายตาเพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันและผู้คนทั่วไป สำหรับเส้นทางการทำงานของคุณเป้าและคุณหนุ่มก็เช่นเดียวกัน ทั้งสองเดินบนเส้นทางชีวิตผ่านงานออกแบบจนค้นพบนิยามการทำงานของตัวเอง 

“พี่ยังไม่รู้เลยจนป่านนี้ว่าอะไรคือตัวตนของเรา” สำหรับคุณเป้า แม้จะออกปากว่าไม่แน่ใจในเรื่องตัวตน แต่นิยามการทำงานที่ชัดเจนนั่นคือ ความสนุกในทุกโปรเจกต์ที่ลงมือทำ พี่คงชอบคิดว่าตัวเองไม่มีไดเรกชันทางใดทางหนึ่ง ชอบทุกอย่าง อยากทำหลายชนิด โปรเจกต์หลากหลาย

“และก็เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับ หนึ่ง ตัวลูกค้า สอง ลักษณะงาน สาม โลเคชัน เผลอๆ ขึ้นอยู่กับตัวสถาปัตยกรรมหรือวัฒนธรรมที่จะพาไปด้วยซ้ำไปว่าจะไปทางไหน แล้วสำหรับพี่ แต่ละอันก็สนุกตื่นเต้นเกือบทั้งนั้น มันไม่จำเป็นที่จะต้องไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้น พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวตนด้านสตไล์พี่มันคืออะไร แต่ตัวตนในด้านการทำงานคิดว่า ยึดหลักที่ต้องตอบโจทย์ทุกโจทย์ให้ได้”

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

  ส่วนกับคุณหนุ่ม โครงการป่าในกรุงคือโครงการที่ไม่เพียงแต่สร้างชื่อให้เขา แต่ยังสร้างนิยามใหม่ของการทำงานภูมิสถาปนิกให้ทั้งตัวเขาเองและวงการแลนด์สเคป ที่ระบบนิเวศคือหัวเรื่องใหญ่สุดที่ควรตระหนักถึง “จุดเปลี่ยนก็คือเราได้มีโอกาสทำที่ป่าในกรุง พูดตามตรง ทั้งสถาปนิก อินทีเรียร์ดีไซเนอร์​ นักออกแบบนิทรรศการ รวมทั้งตัวภูมิสถาปนิกเอง ก็ไม่รู้หรอกว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

  “แต่มันก็เป็นจุดเปลี่ยนอย่างหนึ่ง ทำให้ตอนนี้ทุกโปรเจกต์ที่เราทำ คนอาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่เราสนใจ เราอาจจะต้องสนใจว่าแม้มันไม่มีประโยชน์ต่อใครคนใดคนหนึ่งจริงๆ แต่มันก็อาจจะมีประโยชน์ต่อคนอื่น 

“เช่นช่วยสภาพแวดล้อมหรือเป็นที่อยู่อาศัยของนก แมลง หรือแม้แต่มุมมองของคน เมื่อได้เข้าไปใช้มันก็อาจจะมีประโยชน์ เพราะฉะนั้น อาจจะไม่ใช่แค่ประโยชน์จากการใช้สอยอย่างเดียว นี่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้เวลาเรามองโปรเจกต์เรา เราก็จะดีเฟนด์กับลูกค้าได้ง่ายขึ้นว่า ประโยชน์มันมีหลายอย่าง ไม่ใช่จะเป็นแบบ Human Centric อย่างเดียว”

หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

 03

Design As A Living Art

  “งานของพวกแลนด์สเคปมันเป็น Living Art นะ มันเติบโต เปลี่ยนรูปร่างตลอดเวลา ไม่เหมือนงานอินทีเรียร์ที่เสร็จแล้วเสร็จเลย” คุณเป้าเริ่มหัวเรื่องนี้ขึ้นเมื่อคุณหนุ่มเล่าถึงวิวัฒน์ในระบบนิเวศของงานแลนด์สเคป คุณหนุ่มจึงเสริมหัวเรื่องนี้ในสายตาของภูมิสถาปนิก

  “พี่เคยอ่านหนังสือเจอว่า เวลาทำแลนด์สเคป มาสเตอร์พีซจริงๆ ของวิชาชีพคือ Central Park ซึ่งไม่ได้อยู่ดีๆ เป็นป่าขึ้นมา เขาปลูกจากต้นเล็กๆ พอเวลาผ่านไปต้นไม้ก็งามขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ แล้วงานแลนด์สเคปมันควรที่จะน่าเกลียดที่สุดวันแรก เพื่อจะสวยไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น โครงการที่เราออกแบบเราก็อยากให้เป็นแบบนั้น เราพยายามจะบอกลูกค้าว่า การเอาต้นไม้เล็กๆ มาปลูก ตอนแรกไม่สวยไม่เป็นไร ต่อไปเลี้ยงให้มันสวย มันร่มรื่น พอถึงจุดสมดุลวันหนึ่ง มันควรจะอยู่คู่กันไปได้ยาวนาน

  “ตอนนี้ก็คือมีคนเริ่มพูดว่า เราไม่ควรจะเอาต้นไม้ใหญ่ที่ไปขุดมาจากป่าหรือว่าตามบ้านคนมาใช้ พี่เคยศึกษาว่ามันมีโปรเจกต์เป็นหมื่นๆ โปรเจกต์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย จากคอนโด หมู่บ้าน ถ้าทุกคนปลูกต้นไม้สักพันต้นต่อโปรเจกต์ ต้นไม้มันจะเป็นเพิ่มขึ้นล้านๆ ต้นโดยธรรมชาติ ซึ่งเทคโนโลยีการก่อสร้างก็มีส่วนช่วยในการรักษาสภาพแวดล้อม 

  “พี่คิดว่าในอนาคตเรื่องของพวก 3D Printing หรือ Prefabrication ความแม่นยำของมันจะช่วยลดทอนเรื่องวัสดุเหลือใช้ ถ้าเรากำจัดเศษวัสดุหรือเศษเสียหายพวกนั้นได้เยอะ พลังงานที่เราจะใช้ในการผลิตของเสียพวกนี้มันน่าจะน้อยลง”

  การเติบโตของงานดีไซน์อย่างรวดเร็วตามมาด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่น้อยลง ความลึกซึ้งยังคงเป็นเรื่องจำเป็นอยู่ไหม จึงเป็นสิ่งที่คุณเป้ายังคงตั้งคำถามกับตัวเองในวันนี้ที่ทำงานดีไซน์มากว่า 40 ปี 

  “สิ่งที่กลัวตอนนี้คือกลัวความฉาบฉวยของเด็กรุ่นใหม่ เพราะทุกอย่างที่ได้มาตอนนี้มันเร็วเหลือเกิน แล้ว ความรู้ In-depth จำเป็นหรือเปล่า เพราะสมัยนี้ไปที่ไหนคนก็หามุมถ่ายรูปลงไอจี แค่สวยฉาบฉวยเพื่อให้ถ่ายรูปขึ้น แต่รวมทั้งหมดแล้วฟังก์ชันไม่ได้ สเปซไม่ลงตัว ดีไซน์ไม่ต่อเนื่อง แต่มีมุมถ่ายรูปเด็ด เป็นโอเค หรือว่านี่คือชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฟังก์ชันในรายละเอียดยังจำเป็นไหม หรือประสบการณ์สนุก มาแล้วไปก็โอเคแล้ว”

  นี่กลายเป็นคำถามที่เป็นหน้าที่ของนักออกแบบรุ่นใหม่ เพื่อค้นหาคำตอบของงานสร้างสรรค์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

04

Second Hand Experience 

“โลกสมัยนี้เล็กลงมาก โลกทั้งใบอยู่แค่ปลายนิ้วเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สุดยอดของนวัตกรรมสมัยนี้ หลายครั้งที่เราไม่มีโอกาสได้ประสบการณ์บางอย่างในชีวิตด้วยตัวเอง เราก็อาศัยเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น พี่เรียกว่า Second Hand Experience จากการอ่านหนังสือบ้าง ฟังเขาบ้าง แต่คราวนี้งาน ACT Forum 2019 ทางสภาได้เชิญคนจริง ของจริง World Class Designers มาคุยให้เราฟังถึงบ้าน คิดดูว่าน่าจะสนุก ได้ความรู้  แค่ไหน

“ในครั้งนี้ทางสภาสถาปนิกได้เชิญคุณ Barbara Barry ซึ่งพวกเราในวงการอินทีเรียร์ต้องรู้จักดีแน่ เพราะว่าเรารู้จักเขา ร้านเฟอร์นิเจอร์ของเขาสวยงามเป็นเอกลักษณ์และเป็นอมตะ เราจะไม่อยากไปฟังหรือว่าเขาคิดอะไรเบื้องหลังงานพวกนั้น”

คุณเป้าเองก็เป็นหนึ่งในวิทยากรงานครั้งนี้ ในหัวข้อเรื่อง Why We Design, What We Design โดยจะเล่าถึงเหตุผลที่เลือกแนวทางการออกแบบในโปรเจกต์โรงแรมต่างๆ และปัจจัยที่ทำให้เลือกไปในทิศทางนั้น

หนึ่งในความคิดเห็นของคุณหนุ่มคือการลงสนามจริง หากแต่การอัพเดตข้อมูลผ่านทางการสัมมนาก็เป็นเรื่องจำเป็นเช่นเดียวกัน 

“ACT Forum ครั้งนี้เกิดขึ้นมาเพื่อที่จะเพิ่มเติมความรู้ ถ้าเราไม่รู้เทคโนโลยีหรือข้อมูลอะไรใหม่เลย เราก็อาจจะทำผิดซ้ำๆ ซึ่งไม่น่าจะเป็นผลดี เราจึงควรมาอัพเดตความรู้ไปเรื่อยๆ ในปีนี้ทางสภาสถาปนิกจัดขึ้นเป็นปีแรก 

“ในอนาคต สมาชิกอยากให้สภาสถาปนิกจัดอะไรเพื่อที่จะเป็นความรู้ของตัวเองบ้างก็เสนอเข้ามาได้ เพื่อเป็นผลดีให้ทุกปีเราได้อัพเดตความรู้กันผ่านกระบวนการที่ผู้มีประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่างๆ มาถ่ายทอดให้ฟัง”

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

พบกับงานสภาสถาปนิก’19: งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ภายใต้แนวคิด REACT การแบ่งปันความรู้และแนวคิดด้านการออกแบบจากสถาปนิกทั้ง 4 สาขาวิชาชีพ สถาปัตยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ ภูมิสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมผังเมือง ระหว่างวันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2562 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ในช่วงระยะเวลา 20 ปีให้หลัง เรามองเห็นการเติบโตของงานดีไซน์ทั้งจากร้านรวง โรงแรม หรือบ้าน ไปพร้อมๆ มุมมองและความเข้าใจในงานออกแบบที่มีมากขึ้นในหัวใจของผู้คน เหล่านี้คือผลจากการสะสมและสร้างสรรค์งานออกแบบให้กลายเป็นเรื่องของทุกคน

  จากความตื่นตัวในวงการดีไซน์ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19 จึงเกิดขึ้นเพื่อรวบรวมองค์ความรู้ แนวความคิด และอัพเดตเรื่องราวที่เกี่ยวข้องในทุกแง่มุมของวงการออกแบบทั้งสถาปนิก มัณฑนากร ภูมิสถาปนิก และนักผังเมือง ผ่านทางกิจกรรม งานเสวนา และเปิดพื้นที่นวัตกรรมเพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพวิชาชีพนักออกแบบไทยได้อย่างยั่งยืน งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 17 พฤศจิกายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

  แต่ก่อนจะถึงงานจริง เราชวนคุณมาล้อมวงคุยกับ คุณเป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล มัณฑนากรแนวหน้าของเอเชีย ตัวแทนวิชาชีพนักออกแบบของไทยผู้จะไปร่วมเป็น Keynote Speakers บนเวทีงาน ACT Forum’19 ร่วมกับวิทยากรนักออกแบบจากทั่วโลก เพื่อบอกเล่าประสบการณ์และแรงบันดาลใจบนเส้นทางงานออกแบบในทุกระดับ และ คุณหนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท ทีเค สตูดิโอ จำกัด ผู้สร้างป่าในกรุง

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19

  คุณเป้า คือนายกสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย ผู้ก่อตั้ง P49DEESIGN AND ASSOCIATES ออฟฟิศออกแบบภายในที่สร้างสรรค์ผลงานแพร่หลายไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลกตลอดการทำงานเกือบ 40 ปีของเธอ และการทำงานออกแบบให้เครือโรงแรมเกือบทุกแบรนด์ในเอเชียเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือและการยอมรับในระดับนานาชาติของมัณฑนากรหญิงผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล งานสภาสถาปนิก’19

  ส่วนคุณหนุ่ม คือกรรมการผู้จัดการบริษัท ทีเค สตูดิโอ จำกัด เจ้าของงานออกแบบป่าในกรุง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในฐานะต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ป่าสีเขียวในเขตเมือง ไปพร้อมกับการสร้างประสบการณ์ทางธรรมชาติให้กับมนุษย์และระบบนิเวศโดยรอบพื้นที่โครงการ ส่งต่อสู่การสร้างงานแลนด์สเคปที่เข้าใจสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับผู้ใช้งาน

หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19

และนี่คือบทสนทนากับพวกเขาถึงปัจจุบันและอนาคตของแวดวงออกแบบและสถาปัตยกรรมของไทย 

01

ห้วงเวลาของความเข้าใจ

  เรามองเห็นการเติบโตของงานออกแบบไทยในช่วง 20 ปี ให้หลังที่เติบโตแบบก้าวกระโดด จนงานดีไซน์ที่ดีหลอมรวมเข้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย สำหรับงานสายอินทีเรียร์เห็นได้ชัดเจนจากโรงแรมและร้านรวงเก๋ไก๋ที่ผุดขึ้นทุกหัวระแหง พร้อมการสนองความต้องการของหัวใจกับการใช้ชีวิต ด้วยการสร้างสิ่งแวดล้อมของสถานที่ให้เป็นที่สวยงามและสร้างความสุข

“ร้านขายของ ร้านอาหาร โรงแรมขนาดเล็ก โฮมสเตย์ ร้านกาแฟ เดี๋ยวนี้ไปที่ไหนๆ ก็สวยงาม น่าเข้า น่านั่งไปหมด สมัยก่อนจะดูอะไรสวยงามก็ต้องเข้าโรงแรม แต่เดี๋ยวนี้หลากหลายที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดล้วนสวยเก๋ คนตื่นตัวเรื่องอาหารตามากขึ้น ผู้คนเข้าใจมากขึ้นว่า อินทีเรียร์ดีไซเนอร์มีบทบาทในการช่วยให้สถานที่น่าสนใจขึ้น จนธุรกิจดีขึ้นตามมาได้ และถ้าไม่ใช้อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ ก็มีร้านขายของแต่งบ้านผุดขึ้นเยอะ มีมุมตกแต่งเป็นตัวอย่างให้ไอเดียแก่ผู้คนทั่วไป ซึ่งจัดมาอย่างดีโดยอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ของร้านนั้นๆ ฉะนั้น มาตรฐานของการตกแต่งภายในทั่วไปของประเทศจึงดูดีขึ้นเยอะ”

  ทางฝั่งของงานแลนด์สเคป ที่ขยายความสำคัญจากสวนหน้าบ้าน สู่การเป็นสวนป่าที่ปล่อยให้ต้นไม้เติบโตตามธรรมชาติและสร้างระบบนิเวศที่ดีให้สังคม ตามเส้นทางการทำงานของคุณหนุ่ม 

   “สมัยก่อนทุกคนจะใช้ต้นไม้ต้นเล็กๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณสองถึงสี่นิ้ว แต่เมื่อสักยี่สิบปีที่ผ่านมาคนก็เริ่มขุดต้นไม้จากในป่า ก็เริ่มเป็นยี่สิบหรือสี่สิบนิ้ว ถามว่ามันก็ดีมั้ย มันก็สวยเลย ตั้งปุ๊บก็มีต้นไม้ใหญ่ แต่ว่ามันไม่ได้ยั่งยืนอะไร 

“จนถึงปัจจุบัน เทรนด์ตอนนี้ คนเริ่มมามองว่าทำอย่างไรให้วิชาชีพนี้จะช่วยในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น เราก็จะเห็นว่าการจัดการที่เอาต้นไม้แค่มาสวยงามอย่างเดียวมันอาจจะไม่ใช่เรื่องจำเป็นหลัก ต้นไม้ที่มันเหมาะสมกับสภาพพื้นถิ่นของเรา ดูแลน้อย ใช้พลังงานน้อย ไม่ต้องรดน้ำหรือตัดต้นแต่งมากนัก ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดี”

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

 02

ตัวตน-คน-วิชาชีพ

  ตัวตนของวิชาชีพมัณฑนากรและภูมิสถาปนิกปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้นในวงการ ทั้งต่อสายตาเพื่อนร่วมวิชาชีพเดียวกันและผู้คนทั่วไป สำหรับเส้นทางการทำงานของคุณเป้าและคุณหนุ่มก็เช่นเดียวกัน ทั้งสองเดินบนเส้นทางชีวิตผ่านงานออกแบบจนค้นพบนิยามการทำงานของตัวเอง 

“พี่ยังไม่รู้เลยจนป่านนี้ว่าอะไรคือตัวตนของเรา” สำหรับคุณเป้า แม้จะออกปากว่าไม่แน่ใจในเรื่องตัวตน แต่นิยามการทำงานที่ชัดเจนนั่นคือ ความสนุกในทุกโปรเจกต์ที่ลงมือทำ พี่คงชอบคิดว่าตัวเองไม่มีไดเรกชันทางใดทางหนึ่ง ชอบทุกอย่าง อยากทำหลายชนิด โปรเจกต์หลากหลาย

“และก็เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับ หนึ่ง ตัวลูกค้า สอง ลักษณะงาน สาม โลเคชัน เผลอๆ ขึ้นอยู่กับตัวสถาปัตยกรรมหรือวัฒนธรรมที่จะพาไปด้วยซ้ำไปว่าจะไปทางไหน แล้วสำหรับพี่ แต่ละอันก็สนุกตื่นเต้นเกือบทั้งนั้น มันไม่จำเป็นที่จะต้องไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้น พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวตนด้านสตไล์พี่มันคืออะไร แต่ตัวตนในด้านการทำงานคิดว่า ยึดหลักที่ต้องตอบโจทย์ทุกโจทย์ให้ได้”

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

  ส่วนกับคุณหนุ่ม โครงการป่าในกรุงคือโครงการที่ไม่เพียงแต่สร้างชื่อให้เขา แต่ยังสร้างนิยามใหม่ของการทำงานภูมิสถาปนิกให้ทั้งตัวเขาเองและวงการแลนด์สเคป ที่ระบบนิเวศคือหัวเรื่องใหญ่สุดที่ควรตระหนักถึง “จุดเปลี่ยนก็คือเราได้มีโอกาสทำที่ป่าในกรุง พูดตามตรง ทั้งสถาปนิก อินทีเรียร์ดีไซเนอร์​ นักออกแบบนิทรรศการ รวมทั้งตัวภูมิสถาปนิกเอง ก็ไม่รู้หรอกว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

  “แต่มันก็เป็นจุดเปลี่ยนอย่างหนึ่ง ทำให้ตอนนี้ทุกโปรเจกต์ที่เราทำ คนอาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่เราสนใจ เราอาจจะต้องสนใจว่าแม้มันไม่มีประโยชน์ต่อใครคนใดคนหนึ่งจริงๆ แต่มันก็อาจจะมีประโยชน์ต่อคนอื่น 

“เช่นช่วยสภาพแวดล้อมหรือเป็นที่อยู่อาศัยของนก แมลง หรือแม้แต่มุมมองของคน เมื่อได้เข้าไปใช้มันก็อาจจะมีประโยชน์ เพราะฉะนั้น อาจจะไม่ใช่แค่ประโยชน์จากการใช้สอยอย่างเดียว นี่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้เวลาเรามองโปรเจกต์เรา เราก็จะดีเฟนด์กับลูกค้าได้ง่ายขึ้นว่า ประโยชน์มันมีหลายอย่าง ไม่ใช่จะเป็นแบบ Human Centric อย่างเดียว”

หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

 03

Design As A Living Art

  “งานของพวกแลนด์สเคปมันเป็น Living Art นะ มันเติบโต เปลี่ยนรูปร่างตลอดเวลา ไม่เหมือนงานอินทีเรียร์ที่เสร็จแล้วเสร็จเลย” คุณเป้าเริ่มหัวเรื่องนี้ขึ้นเมื่อคุณหนุ่มเล่าถึงวิวัฒน์ในระบบนิเวศของงานแลนด์สเคป คุณหนุ่มจึงเสริมหัวเรื่องนี้ในสายตาของภูมิสถาปนิก

  “พี่เคยอ่านหนังสือเจอว่า เวลาทำแลนด์สเคป มาสเตอร์พีซจริงๆ ของวิชาชีพคือ Central Park ซึ่งไม่ได้อยู่ดีๆ เป็นป่าขึ้นมา เขาปลูกจากต้นเล็กๆ พอเวลาผ่านไปต้นไม้ก็งามขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ แล้วงานแลนด์สเคปมันควรที่จะน่าเกลียดที่สุดวันแรก เพื่อจะสวยไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น โครงการที่เราออกแบบเราก็อยากให้เป็นแบบนั้น เราพยายามจะบอกลูกค้าว่า การเอาต้นไม้เล็กๆ มาปลูก ตอนแรกไม่สวยไม่เป็นไร ต่อไปเลี้ยงให้มันสวย มันร่มรื่น พอถึงจุดสมดุลวันหนึ่ง มันควรจะอยู่คู่กันไปได้ยาวนาน

  “ตอนนี้ก็คือมีคนเริ่มพูดว่า เราไม่ควรจะเอาต้นไม้ใหญ่ที่ไปขุดมาจากป่าหรือว่าตามบ้านคนมาใช้ พี่เคยศึกษาว่ามันมีโปรเจกต์เป็นหมื่นๆ โปรเจกต์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทย จากคอนโด หมู่บ้าน ถ้าทุกคนปลูกต้นไม้สักพันต้นต่อโปรเจกต์ ต้นไม้มันจะเป็นเพิ่มขึ้นล้านๆ ต้นโดยธรรมชาติ ซึ่งเทคโนโลยีการก่อสร้างก็มีส่วนช่วยในการรักษาสภาพแวดล้อม 

  “พี่คิดว่าในอนาคตเรื่องของพวก 3D Printing หรือ Prefabrication ความแม่นยำของมันจะช่วยลดทอนเรื่องวัสดุเหลือใช้ ถ้าเรากำจัดเศษวัสดุหรือเศษเสียหายพวกนั้นได้เยอะ พลังงานที่เราจะใช้ในการผลิตของเสียพวกนี้มันน่าจะน้อยลง”

  การเติบโตของงานดีไซน์อย่างรวดเร็วตามมาด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่น้อยลง ความลึกซึ้งยังคงเป็นเรื่องจำเป็นอยู่ไหม จึงเป็นสิ่งที่คุณเป้ายังคงตั้งคำถามกับตัวเองในวันนี้ที่ทำงานดีไซน์มากว่า 40 ปี 

  “สิ่งที่กลัวตอนนี้คือกลัวความฉาบฉวยของเด็กรุ่นใหม่ เพราะทุกอย่างที่ได้มาตอนนี้มันเร็วเหลือเกิน แล้ว ความรู้ In-depth จำเป็นหรือเปล่า เพราะสมัยนี้ไปที่ไหนคนก็หามุมถ่ายรูปลงไอจี แค่สวยฉาบฉวยเพื่อให้ถ่ายรูปขึ้น แต่รวมทั้งหมดแล้วฟังก์ชันไม่ได้ สเปซไม่ลงตัว ดีไซน์ไม่ต่อเนื่อง แต่มีมุมถ่ายรูปเด็ด เป็นโอเค หรือว่านี่คือชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่งพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฟังก์ชันในรายละเอียดยังจำเป็นไหม หรือประสบการณ์สนุก มาแล้วไปก็โอเคแล้ว”

  นี่กลายเป็นคำถามที่เป็นหน้าที่ของนักออกแบบรุ่นใหม่ เพื่อค้นหาคำตอบของงานสร้างสรรค์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

04

Second Hand Experience 

“โลกสมัยนี้เล็กลงมาก โลกทั้งใบอยู่แค่ปลายนิ้วเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สุดยอดของนวัตกรรมสมัยนี้ หลายครั้งที่เราไม่มีโอกาสได้ประสบการณ์บางอย่างในชีวิตด้วยตัวเอง เราก็อาศัยเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น พี่เรียกว่า Second Hand Experience จากการอ่านหนังสือบ้าง ฟังเขาบ้าง แต่คราวนี้งาน ACT Forum 2019 ทางสภาได้เชิญคนจริง ของจริง World Class Designers มาคุยให้เราฟังถึงบ้าน คิดดูว่าน่าจะสนุก ได้ความรู้  แค่ไหน

“ในครั้งนี้ทางสภาสถาปนิกได้เชิญคุณ Barbara Barry ซึ่งพวกเราในวงการอินทีเรียร์ต้องรู้จักดีแน่ เพราะว่าเรารู้จักเขา ร้านเฟอร์นิเจอร์ของเขาสวยงามเป็นเอกลักษณ์และเป็นอมตะ เราจะไม่อยากไปฟังหรือว่าเขาคิดอะไรเบื้องหลังงานพวกนั้น”

คุณเป้าเองก็เป็นหนึ่งในวิทยากรงานครั้งนี้ ในหัวข้อเรื่อง Why We Design, What We Design โดยจะเล่าถึงเหตุผลที่เลือกแนวทางการออกแบบในโปรเจกต์โรงแรมต่างๆ และปัจจัยที่ทำให้เลือกไปในทิศทางนั้น

หนึ่งในความคิดเห็นของคุณหนุ่มคือการลงสนามจริง หากแต่การอัพเดตข้อมูลผ่านทางการสัมมนาก็เป็นเรื่องจำเป็นเช่นเดียวกัน 

“ACT Forum ครั้งนี้เกิดขึ้นมาเพื่อที่จะเพิ่มเติมความรู้ ถ้าเราไม่รู้เทคโนโลยีหรือข้อมูลอะไรใหม่เลย เราก็อาจจะทำผิดซ้ำๆ ซึ่งไม่น่าจะเป็นผลดี เราจึงควรมาอัพเดตความรู้ไปเรื่อยๆ ในปีนี้ทางสภาสถาปนิกจัดขึ้นเป็นปีแรก 

“ในอนาคต สมาชิกอยากให้สภาสถาปนิกจัดอะไรเพื่อที่จะเป็นความรู้ของตัวเองบ้างก็เสนอเข้ามาได้ เพื่อเป็นผลดีให้ทุกปีเราได้อัพเดตความรู้กันผ่านกระบวนการที่ผู้มีประสบการณ์ในสาขาวิชาชีพต่างๆ มาถ่ายทอดให้ฟัง”

เป้า-วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล และ หนุ่ม-ธวัชชัย กอบกัยกิจ งานสภาสถาปนิก’19 หรือ ACT Forum’19

พบกับงานสภาสถาปนิก’19: งานประชุมนานาชาติทางสถาปัตยกรรมและแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ภายใต้แนวคิด REACT การแบ่งปันความรู้และแนวคิดด้านการออกแบบจากสถาปนิกทั้ง 4 สาขาวิชาชีพ สถาปัตยกรรมหลัก สถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ ภูมิสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมผังเมือง ระหว่างวันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2562 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Writer

ณัฐนิช ชัยดี

อดีตนักเรียนสัตวแพทย์ผู้ หลงใหลในเส้นสายสถาปัตยกรรม ก่อนผันตัวเองมาเรียน'ถาปัตย์ และเลือกเดินบนถนนสายนักเขียนหลังเรียนจบ สามสิ่งในชีวิตที่ชอบตอนนี้คือ การได้ติ่ง BNK48 ไปญี่ปุ่น และทำสีผม

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

11 มิถุนายน 2564
1 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

11 มิถุนายน 2564
1 K

สิงโตทองและยูนิคอร์นขาวโอบโล่ตระการ อุ้งเท้าเหยียบข้อความ Dieu et mon Droit อวดโฉมอยู่หน้าประตู ร้อยปีหลังจากเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรย้ายที่ทำการจากเจริญกรุงไปอยู่เพลินจิต ตราแผ่นดินของสหราชอาณาจักรกลับมาอยู่บนถนนเจริญกรุงอีกครั้ง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยตัดสินใจขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด 23 ไร่ ในย่านเพลินจิต สร้างปรากฏการณ์ซื้อขายที่ดินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยใน ค.ศ. 2018 สถานทูตและทำเนียบทูตอังกฤษย้ายไปอยู่ต่างพื้นที่กันเป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันสถานทูตอยู่ที่ AIA Sathorn Tower และทำเนียบทูตอยู่ในอาคารสูงย่านเจริญกรุง ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ริมเจ้าพระยาได้ถนัดตา

“การย้ายทำเนียบทูตไม่ใช้สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ปกติทูตจะย้ายบ้านเมื่อย้ายไปประเทศใหม่ ทำเนียบใหม่นี้โมเดิร์นกว่าเดิมมาก”

ท่านทูตไบรอัน เดวิดสัน (Brian Davidson) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร​ประจำประเทศไทย ผู้กำลังจะย้ายไปเป็นกงสุลใหญ่ประจำฮ่องกงและมาเก๊า อธิบายเมื่อเปิดบ้านพักต้อนรับ 

“ที่นั่น (ทำเนียบทูตเดิม) มีความหมายกับเรามาก ตอนเรามาเมืองไทยเมื่อห้าปีก่อน เราไม่มีลูก แต่ตอนนี้เราเป็นครอบครัวที่มีลูกสามคน มีช่วงเวลาที่สวยงามและมีความสุขมากที่ตรงนั้น” สก็อตต์ ชาง (Scott Chang) สามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม FREC Bangkok กล่าวสมทบ

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : Numchok Sawangsri

ก่อนครอบครัวของคุณพ่อ 2 คนและเด็กๆ 3 คนจะย้ายออกจากประเทศไทย พวกเขาตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มช่างไม้รุ่นใหม่ชาวไทย เพื่อเก็บความทรงจำของสถานทูตย่านเพลินจิตในรูปแบบเฟอร์นิเจอร์และประติมากรรม ที่สร้างจากเศษไม้จามจุรีในสวน

The Cloud เคยเล่าประวัติและความพิเศษของสถานทูตอังกฤษเดิมไว้แล้ว ก่อนชิ้นส่วนเหล่านี้จะแยกย้ายไปอยู่ในที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เราจึงขอนำโปรเจกต์ที่ระลึกถึงพื้นที่เก่าแก่แสนสวยมาเล่าสู่กันฟัง 

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย
ภาพ : ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

“เราต้องการเก็บชิ้นส่วนของทำเนียบเดิมไว้ เป็นที่ระลึกว่าอดีตจะอยู่ร่วมกับเราในอนาคต ไม้พวกนี้มีความหมายกับพวกเรามาก มันอยู่ในสวนที่ลูกๆ วิ่งเล่น แต่ละชิ้นจึงเป็นตัวแทนความทรงจำดีๆ แสนพิเศษ เราจะนำชิ้นงานบางส่วนไปกับเราเป็นที่ระลึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ บางส่วนมอบเป็นของที่ระลึก และอีกส่วนหนึ่งจะมอบให้สถานทูตที่นี่” 

งานไม้ที่ท่านทูตเอ่ยถึง ได้แก่ ม้านั่ง ประติมากรรม โต๊ะทานข้าว โคมไฟ และแจกัน งานนี้เกิดขึ้น ค.ศ. 2020 เมื่อเกิดการย้ายต้นไม้ใหญ่ในสวนสถานทูตเดิม กิ่งก้านต้นจามจุรีร่วงหล่นเป็นเศษเหลือทิ้ง สก็อตต์เห็นท่อนไม้เหล่านั้นก็เกิดไอเดียให้สหายดีไซเนอร์งานไม้ เฉย-ภาคภูมิ ยุทธนานุกร หรือ นานุ ออกแบบผลงานที่ระลึก เฉยจึงชักชวนเพื่อนฝูงช่างไม้กลุ่ม Grains & Grams ที่เขาก่อตั้ง มาร่วมสนุกออกแบบด้วย

เปลี่ยนเศษไม้ใหญ่ในสถานทูตอังกฤษเดิม เป็นเฟอร์นิเจอร์ฝีมือนักออกแบบไทย

“สก็อตต์โทรมาหาผมบอกว่าเสียดายไม้ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่เขาเสียดายมากกว่าคือความทรงจำทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นสวยจริงๆ เขาใช้เวลาอยู่กับมัน แล้วได้เห็นความเปลี่ยนแปลง เขาคงอยากจะเก็บอะไรไว้สักอย่างครับ ผมเลยขนไม้ไปโรงเลื่อย โรงอบ แล้วคิดว่าจะออกแบบของเครื่องใช้ในทำเนียบทูตใหม่ แต่สุดท้ายก็ทำให้เป็นงานศิลปะขึ้นหน่อย บ่งบอกถึงความทรงจำ ถึงความเปลี่ยนผ่านทางกาลเวลามากกว่า”

ดีไซเนอร์หลักโครงการนี้เล่าเสริมว่าทำเนียบนี้มีเครื่องใช้เพียบพร้อม ทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณจากทำเนียบเดิมที่ท่านทูตไบรอันเลือกมา เช่น โต๊ะกลมหินอ่อน ตู้ลายรดน้ำแบบไทย และตู้ไม้ฝังมุกจีน บวกกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมากมาย ซึ่งนักออกแบบตกแต่งภายในดูแลให้เสร็จสรรพ ข้าวของที่เฉยและพรรคพวกประดิษฐ์ใหม่จึงเป็นของใช้ส่วนตัวที่ครอบครัวปรารถนา

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

พิษณุ นำศิริโยธิน สร้างโต๊ะทานข้าวตัวใหญ่ ซึ่งเป็นของที่ครอบครัวท่านทูตชื่นชอบและอยากนำไปใช้จริง

พิชาญ สุจริตสาธิต ทำโคมไฟรูปเห็ด ที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมพลาสติกและแจกัน 33 ใบ หน้าตาไม่ซ้ำกันสักใบ ดึงความงามออกมาจากความสามัญ แจกันเหล่านี้ไม่ต้องใส่น้ำ เพราะตั้งใจว่าดึงดอกไม้ข้างทางหรือดอกไม้แห้งๆ มาใส่ก็สร้างรูปทรงที่สวยงามออกมาได้

ชานนท์ นครสังข์ ออกแบบม้านั่งปลายเตียง ซึ่งเรียบง่ายแต่สวยจับตา คุณสก็อตต์ถูกใจเลยวางไว้ที่โถงทางเข้าซึ่งติดภาพวาดศิลปินไทยที่เล่าเรื่องการทำสมาธิและหายใจ เหมือนเป็นมุมแกลเลอรี่ให้ชมงานศิลป์ ผ่อนคลายก่อนเดินเข้าตัวบ้าน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

ส่วนตัวหัวหน้าโปรเจกต์ เจ้าของสตูดิโอ Republic Nanu สร้างม้านั่งยาวและประติมากรรม 

“ไม้ก้ามปูก็มีลักษณะพิเศษ ลายมันสวยดีนะครับ ถึงแม้ว่าไม่ใช่ไม้เบอร์หนึ่งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะเนื้อหยาบกว่าไม้สักที่สัมผัสนุ่มนวล เนื้ออ่อนกว่าไม้แดงหรือไม้เต็งที่ทำโครงสร้างได้ดี แต่ด้วยสถานที่อยู่ มันเลยมีความหมาย ตอนเจอไม้กิ่งหนึ่งซึ่งมันโค้งๆ หน่อย ผมก็รู้แล้วแหละว่าอยากจะทำม้านั่ง ก็เลยผ่าครึ่ง ทำคานแขวน ยึดตรงกลางด้วยท่อนไม้สี่เหลี่ยมคางหมู ภาษาช่างเรียกว่าหางเหยี่ยว ให้แผ่นไม้ทั้งชิ้นแขวนอยู่ ถ้าเปรียบไม้นี้เป็นวิญญาณของสถานที่ มันก็ถูกแขวนเอาไว้เหมือนการแขวนนวม เลิกแล้วก็เหลือแต่ความทรงจำ” 

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“ส่วนประติมากรรมนี้ชื่อว่า Entropy เป็นคำฟิสิกส์ ถ้าใช้กับชีวิตทั่วไปก็สื่อถึงการที่ทุกอย่างย่อยสลายไปตามกาลเวลา ผมคุยกับสก็อตต์เรื่องความเสียใจต่อสิ่งที่หายไป เลยนึกถึงพระเจ้าสามองค์ของฮินดู คือ พระพรหมผู้สร้าง พระศิวะผู้ทำลาย และพระวิษณุผู้ปกป้องรักษา ในโลกความเป็นจริง คนเราก็หมุนอยู่รอบเรื่องนี้ ทั้งการทำลายล้างและการอนุรักษ์ ถ้าทำงานที่สะท้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างน่าจะเป็นสิ่งดี มองสถานการณ์กว้างๆ คือทุกอย่างต้องย่อยสลายเมื่อถึงวาระ ตัวผมเองเป็นทั้งผู้ทำลายและรักษาผ่านภาษาไม้ คือเอาไม้มาเฉาะจริงๆ”

เฉยชี้ให้ดูรอยปริแตกของไม้ชิ้นใหญ่ที่โดนง้างให้ฉีกคาออกจากกัน

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต

“เฉาะให้มันแยกออก เหมือนเป็นการทำลาย แต่ก็มีตัวไม้ Butterfly รั้งเอาไว้ไม่ให้มันฉีกมากกว่านี้ เพราะฉะนั้น งานนี้เปรียบเสมือนโลกที่เกิดขึ้น ระหว่างความอยากอนุรักษ์ไว้กับการเปลี่ยนแปลง หรือพลังงานธรรมชาติที่มีทั้งการทำลายและรักษา ทั้งหมดอยู่ในนี้ครับ” 

ดีไซเนอร์เล่ารายละเอียด ขณะที่เด็กๆ ตัวจิ๋วกระจายตัวไปหยิบของเล่นรอบๆ ประติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่า 

แล้วเด็กๆ มีส่วนร่วมมากแค่ไหนกับชิ้นงานเหล่านี้ เราชักสงสัย

“เอลเลียต รู้ไหมว่าม้านั่งนี้ทำจากอะไร” สก็อตต์หันไปถามลูกชาย “เอลเลียตโตที่สุด เขาจำบ้านเดิมได้มากที่สุด” 

“มาจากต้นไม้ที่บ้านเก่าของเรา!” เด็กชายตอบอย่างฉะฉานขณะปีนขึ้นโซฟา 

เด็กคนอื่นๆ นั้นอาจยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ถึงอย่างนั้นงานไม้เหล่านี้ก็จะเดินทางไปอยู่ในบ้านใหม่ อยู่ในเรื่องเล่าของพ่อสองคนยามเล่าถึงอดีตเมื่อลูกยังตัวเล็กๆ เมื่อเพลินจิตเคยเป็นบ้านแห่งความสุขสมชื่อ ความทรงจำที่บรรจุในงานไม้จะเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขายามเติบโตขึ้น

เยือนทำเนียบทูตอังกฤษ สนทนาเรื่องการชุบชีวิตเศษไม้จามจุรีในสถานทูตเก่า เป็นของใช้ที่ระลึกถึงวันวานในย่านเพลินจิต
ภาพ : Numchok Sawangsri

“ประวัติศาสตร์สหราชอาณาจักรมีความงามและเรื่องราวมากมาย ทำเนียบทูตเป็นพื้นที่แสดงทิศทางในอนาคตของสหราชอาณาจักร ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีแง่มุมร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น แต่ละครอบครัวทูตคงมีแนวทางตกแต่งของตัวเอง อย่างบ้านเราก็มีงานศิลปินไทย ครึ่งหนึ่งเป็นศิลปินหญิงรุ่นใหม่ และงานศิลปะที่พูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมูลนิธิสติให้ยืมมาจัดแสดงชั่วคราวเพื่อขายให้ผู้สนใจ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเข้ามูลนิธิ ต่อไปก็น่าจะมีงานศิลปะจากอังกฤษมาตกแต่งมากขึ้น” ผู้อำนวยการ FREC Bangkok กล่าวตบท้าย

นอกจากเครื่องใช้ไม้จามจุรีที่เก็บเรื่องราวลึกซึ้งในของใช้ประจำวัน ดูเหมือนว่าทำเนียบสหราชอาณาจักรโฉมใหม่ จะสลัดภาพเดิมอันเสมือนพิพิธภัณฑ์เก่าแก่โอ่อ่า เป็นแกลเลอรี่ที่เต็มไปด้วยงานศิลปะและข้าวของหลากหลายยุคสมัยและที่มา โดยถนอมคุณค่าของมรดกประวัติศาสตร์ในมิติอื่นๆ 

น่าจับตามองว่าเรื่องราวของทำเนียบใหม่บนถนนเส้นเดิมเลียบริมเจ้าพระยาจะเป็นอย่างไรต่อไป 

ดูผลงานของกลุ่มดีไซเนอร์ไม้เพิ่มเติมได้ที่ www.grainsandgrams.com

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load