Aarong คือชื่อของเครือร้านค้าปลีกแนว Lifestyle Shop ที่โด่งดังของบังกลาเทศ หลังก่อตั้งใน ค.ศ. 1978 ปัจจุบันแบรนด์มีหน้าร้านกว่า 20 แห่งทั่วบังกลาเทศ มีสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์มากกว่า 100 รูปแบบ

ความพิเศษคือ สินค้าทุกชิ้นใน Aarong เป็นงานฝีมือจากฝีมือของช่างท้องถิ่นในประเทศหลายหมื่นคน

Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน

ใน ค.ศ. 2020 ที่หลายคนคงคุ้นตากับเรื่องราวที่แบรนด์หยิบผลิตภัณฑ์จากชุมชนท้องถิ่นมาจำหน่าย และช่วยให้ชาวบ้านชีวิตดีขึ้น เราอยากชวนดูกรณีศึกษาของ Aarong ที่ยืนหยัดเติบโตมานานกว่า 40 ปี สร้างงานให้เหล่าช่างฝีมือท้องถิ่นได้อย่างกว้างขวาง ยั่งยืน และเก็บรักษาภูมิปัญญาหลากแขนงไปพร้อมกัน

เมื่อลองสำรวจแนวคิดที่ซ่อนอยู่ เราพบว่าผลลัพธ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากการออกแบบแบรนด์ที่คิดมาดีและรอบด้าน

Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน
Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน

 ‘ตลาด’ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อและช่องทางเติบโต

แบรนด์ Aarong ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเห็นโอกาสเมื่องานฝีมือกลายเป็นเทรนด์

แต่เกิดจากปัญหาสังคมแท้ๆ นั่นคือปัญหาความยากจนของท้องถิ่น

จุดเริ่มต้นของ Aarong เกิดขึ้นจาก BRAC องค์กรด้านการพัฒนารายใหญ่ที่สุดของโลกอยากยกระดับชีวิตผู้หญิงในชนบท โดยให้พวกเธอสร้างสรรค์งานฝีมือแล้วนำไปส่งขายกับร้านค้าปลีกที่มีอยู่ไม่เยอะและกระจัดกระจาย แต่ผู้ซื้อเหล่านั้นจ่ายเงินล่าช้า

BRAC จึงต้องหาทางแก้ปัญหา

Aarong ซึ่งเป็นภาษาเบงกาลีแปลว่า Village Fair จึงถูกก่อตั้งขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นตลาดจำหน่ายงานฝีมือที่ช่วยให้บริหารการจ่ายค่าสินค้าได้ตรงเวลา โดยนอกจากหน้าร้าน 20 แห่งทั่วบังกลาเทศ Aarong ยังมีเว็บไซต์ทำหน้าที่เป็นตลาดออนไลน์ ซึ่งช่วยขยายขอบเขตธุรกิจสู่นอกประเทศ

งานฝีมือจากชุมชนรายได้น้อยจึงมีช่องทางไปถึงมือผู้บริโภคได้กว้างขวาง

Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน
Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน
Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน

‘สินค้า’ คุณภาพสูงและร่วมสมัย

แม้จะมีตลาด หากสินค้าไม่ดีจริง ธุรกิจก็ไม่อาจยืนระยะและเติบโตได้

Aarong ตั้งใจผลิตงานที่มีมาตรฐานสูง มีการคุมคุณภาพชัดเจน ไม่มีเหตุผลว่าคุณภาพไม่สม่ำเสมอเพราะเป็นงานทำมือ ผู้บริโภคจึงวางใจได้ว่า ไม่ว่าจะซื้อสินค้าไหนของ Aarong กลับบ้าน สิ่งที่กลับไปพร้อมกันคือคุณภาพคับชิ้น ขณะที่ผู้ผลิตซึ่งทำงานคุณภาพเยี่ยมออกมา ทางแบรนด์ก็รับซื้อด้วยราคายุติธรรม เรียกว่า Win-Win ทั้งสองฝ่าย

และนอกจากคุณภาพสินค้า อีกสิ่งที่ Aarong คำนึงถึง คือการใช้งานได้จริงในบริบทปัจจุบัน

ของในร้าน Aarong นั้นล้วนมีรากมาจากภูมิปัญญาในวันวาน หากต้องการให้อยู่รอด ย่อมต้องช่วยให้อยู่ร่วมกับคนเมืองในวันนี้ได้กลมกลืน

Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน

ก่อนผลิตสินค้า ทางแบรนด์จึงมีทีมนักออกแบบคิดคอนเซปต์ซึ่งเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ก่อนนำคอนเซปต์นั้นไปให้ช่างฝีมือท้องถิ่นเป็นผู้ผลิต เช่น ในการทำเครื่องประดับ คอนเซปต์ตั้งต้นจะมาจากนักออกแบบ ขณะที่ช่างฝีมือมีสิทธิ์ในการควบคุมกระบวนการสร้างสรรค์ที่เหลือทั้งหมด

หรืองานฝีมืออย่าง Nakshi Kantha ซึ่งเป็นงาน Quilt เนื้อเบาที่ผู้หญิงท้องถิ่นของบังกลาเทศถักทอในเวลาว่าง ก็ได้รับการต่อยอดให้นำมาใช้ได้จริงในปัจจุบัน ขณะที่ยังคงเอกลักษณ์ของงานฝีมือไว้

สินค้าของ Aarong จึงเป็นการผสมผสานแนวทางจากนักออกแบบและช่างฝีมือ หรือพูดอีกอย่างคือส่วนผสมของความร่วมสมัยและภูมิปัญญา ทำให้ลูกค้าคนเมืองได้สินค้าที่ถูกใจ ใช้ได้จริง ขณะที่วิชาซึ่งตกทอดในท้องถิ่นก็ไม่เลือนหายตามวันเวลา

‘คน’ ประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการดูแลรอบด้าน

Aarong ไม่ได้มองว่าช่างฝีมือท้องถิ่นเป็นแค่ลูกมือของนักออกแบบหรือผู้ผลิตของตามออร์เดอร์ แต่คือผู้ที่มีศักยภาพในการพัฒนา

นอกจากทำงานร่วมกันและเป็นช่องทางสร้างมูลค่าให้ผลงานของพวกเขา ทางแบรนด์จึงมีโปรแกรมพัฒนาทักษะเหล่าช่างฝีมือเพื่อยกระดับทักษะให้ได้มาตรฐานของตลาด

มากกว่ารายได้ ช่างฝีมือที่ทำงานกับ Aarong จึงมีโอกาสพัฒนาตัวเอง

ยิ่งกว่านั้น แบรนด์ร้านค้าไลฟ์สไตล์นี้ยังดูแลคนอย่างรอบด้านมากกว่ามิติการงาน

Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน
Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน

Aarong ทำงานร่วมกับมูลนิธิ Ayesha Abed ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมด้านการผลิตของแบรนด์ นอกจากช่างฝีมือท้องถิ่นจะหางานได้จากที่นี่ พวกเขายังเข้าถึงบริการสนับสนุนแบบองค์รวมของ BRAC ได้ ตั้งแต่เงินกู้แบบ Micro-credit ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย ไปจนถึงการดูแลสุขภาพแม่ตั้งครรภ์ และสถานที่รับเลี้ยงเด็กในช่วงกลางวัน

เมื่อพูดถึงการยกระดับคุณภาพชีวิต Aarong จึงเป็นตัวอย่างของการไม่ได้ให้เพียงรายได้ แต่เป็นการยกระดับอย่างเต็มความหมาย ด้วยให้ความช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ชีวิตคนในองค์กร

และเพราะอย่างนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ ‘พนักงาน’ ของ Aarong หลายคนไม่คิดเปลี่ยนงาน แต่อยู่คู่กับแบรนด์ไปยาวนาน

Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน

‘แบรนด์’ ที่เติบโตไปพร้อมการช่วยสังคม

เมื่อ 15 ปีก่อน Shondhya Rani Sarkar คือแม่หม้ายวัยสาวที่ไม่มีรายได้มาเลี้ยงลูก เธอได้ร่วมกลุ่ม Microfinance ของ BRAC ก่อนได้รับคำแนะนำให้เข้าทำงานกับ Aarong 

15 ปีผ่านไป หญิงสาวคนนั้นกลายเป็นหนึ่งในช่างพิมพ์ลวดลายจากบล็อกที่มีประสบการณ์สูงสุด เธอคอยฝึกฝนพนักงานหน้าใหม่ ขณะที่มีรายได้มั่นคงมาเลี้ยงดูลูก

ในวันนี้ Aarong ช่วยสนับสนุนชีวิตของช่างฝีมืออย่าง Shondya กว่า 65,000 คนทั่วบังกลาเทศ ซึ่ง 85 เปอร์เซ็นต์จากจำนวนนี้คือกลุ่มแรงงานสตรี เมื่อมองในภาพใหญ่ มีผู้ได้รับประโยชน์จากการมีอยู่ของแบรนด์ทั้งทางตรงและอ้อมกว่า 320,000 คน 

และจากการเป็นแบรนด์ยอดฮิตในประเทศ Aarong ยังคงเติบโตต่อไปผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และเครือข่ายด้าน Fair-trade 

Aarong จึงนับเป็นอีกหนึ่งในบทพิสูจน์ว่า ธุรกิจเติบโตไปพร้อมมิติการช่วยเหลือสังคมได้

พูดอีกอย่างคือ การช่วยเหลือสังคมนั้นเกิดขึ้นในรูปแบบที่ขยายผลและยั่งยืนได้ หากได้รับการออกแบบที่ดี

Aarong ร้านไลฟ์สไตล์สุดป๊อปของบังคลาเทศที่ช่วยยกระดับชีวิตช่างฝีมือท้องถิ่นกว่า 65,000 คน

www.aarong.com

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาฯ มีโครงการ DESIGN FOR COMMUNITY LIVELIHOOD ซึ่งมุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการออกแบบระบบพัฒนาสัมมาชีพชุมชน โดยหนึ่งในกิจกรรมของโครงการคือ เสวนาหัวข้อ “LOCAL MEETS GLOBAL ท้องถิ่นสู่สากล” ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2653. เวลา 15.00 – 17.00 น. ผู้ที่สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดออนไลน์หรือดูย้อนหลังได้ที่นี่

Writer

ศูนย์การออกแบบเพื่อสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

CUD4S ร่วมก่อตั้งโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เราตั้งใจนำการออกแบบและ Design Thinking ไปแก้ปัญหาสำคัญของสังคม โดยทำบนฐานงานวิจัย ในรูปแบบของ Collaborative Platform ให้ฝ่ายต่างๆ มาร่วมแก้ปัญหาไปด้วยกัน ติดตามโครงการของเราได้ที่ Facebook : CUD4S

Design Challenges

งานออกแบบที่มุ่งมั่นท้าทายปัญหาใหญ่ในสังคมและสร้างผลอันทรงพลัง

สำหรับหนุ่มสาวหรือคนทำงาน วันเวลาของเราล้วนเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาและความสนุกสนาน แม้แต่วันเสาร์อาทิตย์ก็ยังมีกิจกรรมน่าตื่นเต้นหรือการพักผ่อนแสนสบายรออยู่

แต่สำหรับผู้สูงวัยหลายคน วันเวลาของพวกเขาทอดยาวและโดดเดี่ยว แม้แต่วันหยุดที่ใครหลายคนโหยหาก็กลับดูเงียบเหงาเกินรับไหว 

“บางครั้งวันหยุดก็ดูยาวนานเกินไป” คุณยาย Betti ชาวสก็อตแลนด์เคยอธิบายเอาไว้แบบนั้น 

และหากดูข้อมูล เราจะพบว่าความเหงาและโดดเดี่ยวของคนสูงวัยนั้นกลายเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก (โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิดที่ทำให้การพบเจอมนุษย์คนอื่นยิ่งยากเย็น)

ในรายงาน Social isolation and loneliness among older people ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุไว้ว่า ภาวะโดดเดี่ยวทางสังคมและความเหงาในกลุ่มผู้สูงอายุนั้นเป็นสิ่งที่แพร่หลาย 20 – 34 เปอร์เซ็นต์ของคนชราในจีน ยุโรป ละตินอเมริกัน และประเทศอเมริกาต้องเผชิญกับความเหงา ซึ่งทั้งความโดดเดี่ยวและความเหงานี้ส่งผลให้ผู้สูงวัยอายุสั้นลง รวมถึงทำร้ายสุขภาพกายใจและคุณภาพชีวิตด้วย 

อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มคนที่พยายามจะแก้ปัญหานี้ และนั่นทำให้คุณยาย Betti ได้เจอกับ Zoe อาสาสมัครซึ่งช่วยให้วันเวลาของคุณยายกลับมารื่นรมย์

“Zoe โทรมาหาฉันเมื่อวานตอนที่ฉันรู้สึกแย่ ๆ นิดหน่อย และช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้น”

Zoe คือหนึ่งในอาสาสามัครจาก No.1 Be-friending Agency องค์กรที่ช่วยดูแลสุขภาพใจผู้สูงวัยของสก็อตแลนด์ ผ่านการไปพูดคุยสานสัมพันธ์แบบเพื่อนถึงเพื่อนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ด้านล่างนี้คือเรื่องราวกิจการเพื่อสังคมที่ตั้งใจออกแบบทางแก้ปัญหา เพื่อช่วยให้หัวใจคุณตาคุณยายซึ่งหนาวเย็นจากความเหงาอบอุ่นอีกครั้ง

No.1 Be-friending Agency บริการอาสาเป็นเพื่อนผู้สูงวัย ให้คุณตาคุณยายไม่จมกับความเหง

เพราะแค่ดูแลสุขภาพกายไม่เพียงพอ 

No.1 Be-friending Agency เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ก่อตั้งโดย Audrey Mutongi หญิงสาวซึ่งทำงานเกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุ

ประสบการณ์จากงานที่ทำบอก Audrey ว่า คุณตาคุณยายที่เธอดูแลนั้นไม่ได้ต้องการแค่การรักษาโรค แต่พวกเขาโหยหาสายสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกัน พูดอีกอย่างคือ จริง ๆ แล้ว คุณตาคุณยายยังอยากมีเพื่อนให้อุ่นใจด้วย

ในปี 2016 Audrey จึงตัดสินใจตั้งองค์กรที่ชื่อ No.1 Be-friending Agency เพื่อตอบโจทย์ปัญหาของผู้สูงวัย

เมื่อคุณตาคุณยายต้องการเพื่อน เธอและทีมก็จะเป็นเพื่อนให้พวกเขาเอง

No.1 Be-friending Agency บริการอาสาเป็นเพื่อนผู้สูงวัย ให้คุณตาคุณยายไม่จมกับความเหง
No.1 Be-friending Agency บริการอาสาเป็นเพื่อนผู้สูงวัย ให้คุณตาคุณยายไม่จมกับความเหง

ความสัมพันธ์ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมความหมาย 

No.1 Be-friending Agency ทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่ดีของคุณตาคุณยาย ผ่านการส่งอาสาสมัครที่ได้รับการอบรมแล้วไปพบปะพูดคุยกับพวกเขา

อาสาสมัครเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทักทายสอบถามข้อมูลทั่วไป แต่ตั้งใจถักทอความสัมพันธ์ที่ช่วยดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

ไม่ว่าจะเป็นการบริการเพื่อรักษาสุขภาพใจ ซึ่งมีทั้งแบบ Face to Face Be-friending ที่อาสาสมัครจะไปพบปะผู้สูงอายุสม่ำเสมอ เพื่อใช้เวลาทำกิจกรรมที่ชอบด้วยกัน เช่น จิบกาแฟ ช้อปปิ้ง รวมถึงทัวร์แกลเลอรี่ และแบบ Distance Be-friending ซึ่งทีมงานจะคอยโทรศัพท์ เขียนจดหมาย หรือเขียนอีเมลหาคุณตาคุณยายเป็นประจำ 

นอกจากนี้ No.1 Be-friending Agency ยังมีบริการสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อม ซึ่งแบ่งเป็น Telephone Be-friending ที่เป็นการโทรหาคุณตาคุณยายสม่ำเสมอ เพื่อให้พวกเขายังเชื่อมต่อกับสังคมและรู้สึกมีคุณค่า และ Carer Be-friending หรือการที่อาสาสมัครและผู้ดูแลติดต่อกันเป็นประจำผ่านโทรศัพท์ จดหมาย หรืออีเมล เพื่อให้ผู้ที่ต้องดูแลคุณตาคุณยายได้พูดคุยถึงเรื่องของตัวเอง ไม่ต้องคุยแค่เรื่องผู้สูงวัยในความรับผิดชอบ

ยังไม่หมดเท่านั้น สำหรับคุณตาคุณยายในกลุ่มเปราะบาง องค์กรยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมพวกเขาไปสู่เครือข่ายที่ช่วยซัพพอร์ตได้ด้วย 

จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ No.1 Be-friending Agency ทำไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อน แต่มีความสัมพันธ์เรียบง่ายแต่อบอุ่นซึ่งดีต่อใจผู้สูงวัยเป็นตัวตั้ง 

และอีกเรื่องที่สำคัญคือ ทั้งหมดนี้คุณตาคุณยายไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงิน เนื่องจากองค์กรมีการขอรับทุนและหารายได้ด้วยตัวเองผ่านการก่อตั้ง No.1 Care Agency ธุรกิจเพื่อสังคมแบบ Not-for-profit ซึ่งให้บริการดูแลผู้สูงอายุแบบถึงที่บ้าน เพื่อให้พวกเขามีชีวิตคุณภาพในที่ที่คุ้นเคย โดยธุรกิจนี้เป็นที่นิยมขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่คุณตาคุณยายที่อยากได้บริการดูแลแบบ Person-centred 

No.1 Be-friending Agency จึงเป็นองค์กรที่มีทั้งการออกแบบทางแก้ปัญหาสำคัญของคุณตาคุณยาย ขณะเดียวกันก็มีการออกแบบโมเดลหารายได้ ซึ่งช่วยสนับสนุนให้บริการดีและฟรีนี้อยู่รอดต่อมา

แล้วนับจากปี 2016 No.1 Be-friending Agency ก็ช่วยดูแลหัวใจผู้สูงวัยในสก็อตแลนด์มาถึงปี 2021 แล้ว

ธุรกิจเพื่อสังคมสก็อตแลนด์ที่ช่วยแก้ปัญหาความเหงาโดดเดี่ยวให้ผู้สูงวัย ผ่านการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีความหมาย
ธุรกิจเพื่อสังคมสก็อตแลนด์ที่ช่วยแก้ปัญหาความเหงาโดดเดี่ยวให้ผู้สูงวัย ผ่านการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีความหมาย

องค์กรที่เติบโตไปเคียงข้างคุณตาคุณยาย

แม้ว่าโควิด-19 จะทำให้การเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คนยากเย็นขึ้น แต่ No.1 Be-friending Agency ก็ยังมุ่งมั่นช่วยให้ผู้สูงอายุคลายเหงา 

นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 ถึงเดือนตุลาคม 2021 องค์กรมีอาสาสมัครมาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยกันถึง 72 คน และมีชั่วโมงที่สร้างปฏิสัมพันธ์กับคุณตาคุณยายทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่มรวมแล้วถึง 5,379 ชั่วโมง 

ขณะที่ในส่วนผลลัพธ์ 50 เปอร์เซ็นต์ของคุณตาคุณยายรู้สึกเหงาน้อยลง (วัดบนพื้นฐาน UCLA Loneliness Scale) ซึ่งอาจแปลความหมายได้ว่าความโดดเดี่ยวนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ยังมีงานให้องค์กรทำอีกมาก อย่างไรก็ตาม 83 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูงวัยรู้สึกว่าได้เชื่อมโยงและปฏิสัมพันธ์กับสังคมมากขึ้น และ 100 เปอร์เซ็นต์ของคุณตาคุณยายซึ่งองค์กรไปถามความเห็นยืนยันว่า สนุกและรอคอยการโทรมาคุยกันรายสัปดาห์ของ No.1 Be-friending Agency 

“การมีเพื่อนแบบนี้ช่วยให้ฉันรับมือกับชีวิต และแน่นอนว่ารวมถึงการล็อกดาวน์ด้วย มันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันยังมีชีวิต ว่าฉันเป็นบุคคล ว่าฉันมีความสำคัญ” Karen หนึ่งในคุณตาคุณยายที่ได้มีเพื่อนจากองค์กรนี้กล่าวไว้

แน่นอนว่าหลังจากนี้ No.1 Be-friending Agency ก็จะยังคงเดินหน้าเยียวยาหัวใจผู้สูงอายุต่อไป ด้วยบริการเรียบง่าย ซึ่งเราอาจอธิบายแก่นของมันได้ด้วย 2 คำสั้นสามัญ 

‘เห็นใจ’ และ ‘ใส่ใจ’ 

2 คำง่าย ๆ ที่ยังคงช่วยเปลี่ยนให้โลกดีขึ้นกว่าเดิมได้ทุกวัน 

ธุรกิจเพื่อสังคมสก็อตแลนด์ที่ช่วยแก้ปัญหาความเหงาโดดเดี่ยวให้ผู้สูงวัย ผ่านการสร้างสายสัมพันธ์ที่มีความหมาย

ข้อมูลอ้างอิง : 

รายงาน Social isolation and loneliness among older people

www.befriend.org.uk/

www.glasgowtimes.co.uk

www.pointsoflight.gov.uk

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load