สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากเกี่ยวกับประเทศเดนมาร์ก (และอีกหลายประเทศในโลก) คือความเจริญ สถาปัตยกรรมและนวัตกรรมล้ำๆ กระจัดกระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่เฉพาะแค่เมืองหลวงเท่านั้น 

The Cloud เคยเล่าเรื่อง Kalvebod Brygge ทางเลียบแม่น้ำใจกลางกรุงโคเปนเฮเกนที่ทำให้ผู้คนได้ใกล้ชิดแม่น้ำมากขึ้นไปแล้ว รอบนี้ถึงคราวทางเลียบทะเลกันบ้าง 

เราจะพาคุณไปออฮุส (Aarhus) เมืองท่าเก่าแก่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม และการทำอาหารของภูมิภาคเดนมาร์กตอนกลาง เพื่อดูการเปลี่ยนท่าเรือยุคอุตสาหกรรมที่เงียบเหงา ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสุดป๊อปของเมือง

ความเท่คือพื้นที่สาธารณะแห่งนี้เป็น พื้นที่ครึ่งบกครึ่งน้ำ! 

Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก, พื้นที่สาธารณะ
Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก, พื้นที่สาธารณะ

ในวันอากาศกำลังดีของเมืองเดนมาร์ก ผู้คนมักออกมาเดินเล่น ใช้ชีวิตเอาต์ดอร์และพักผ่อนกันนอกบ้าน Aarhus Harbor Bath โปรเจกต์สร้างพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ แทนที่ท่าเรือดั้งเดิมของเมืองออฮุสจึงได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวเมือง ยิ่งเมื่อพื้นที่สาธารณะนั้นมีฟังก์ชันเป็นสระว่ายน้ำด้วยแล้ว ความสนุกจึงเริ่มต้นขึ้น เพราะผู้คนต่างชักชวนกันออกมาว่ายน้ำและใช้ชีวิตใต้แสงเจิดจ้ากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ไอเดียของโปรเจกต์นี้เริ่มจากความต้องการเปลี่ยนท่าเรือเก่าแก่และพื้นที่รอบข้าง ให้เติบโตไปกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป BIG สตูดิโอออกแบบชื่อดังของเดนมาร์กจึงเนรมิตรทางเลียบทะเลสุดเท่ ที่ต่อยื่นออกมาจากแนวชายฝั่งเดิมและสระว่ายน้ำน้ำทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศขึ้น 

พื้นที่สาธารณะ, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก
พื้นที่สาธารณะ, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก

จริงๆ นี่ไม่ใช่การสร้างทางเลียบและสระว่ายน้ำน้ำทะเลครั้งแรกของ BIG ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว Copenhagen Harbor Bath คือหนึ่งในโปรเจกต์พัฒนาพื้นที่สาธารณะสร้างชื่อของสตูดิโอที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก

อย่างที่รู้กันว่าประเทศในแถบสแกนดิเนเวียนั้นมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและฝนตกแทบตลอดทั้งปี การใช้ชีวิตนอกบ้านในช่วงหน้าร้อนจึงเป็นสิ่งที่ผู้คนตั้งตารอคอยกันมาตลอดทั้งปี  

Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก

คอนเซปดีไซน์ของ Aarhus Harbor Bath จึงถูกพัฒนามาจากวิถีชีวิตแบบนี้ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของชาวเมือง จะมาโดดน้ำเล่น อาบน้ำ ชมวิวเมือง นั่งชิลล์กับกลุ่มเพื่อน หรือจะขนขนมนมเนยมาปิกนิกกับครอบครัว ก็ทำได้เลยตามใจชอบ

ระเบียงทางเดิน 2 ชั้นถูกสร้างอย่างกว้างขวาง ยื่นออกไปนอกชายฝั่งตรงออกไปเป็นแหลมในทะเล ด้วยวัสดุหลักคือต้นสนสวีเดนที่ผ่านการบำบัดอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คนมาเล่นน้ำเดินชั้นล่าง ส่วนคนมาเดินเล่นต้องการเพียงแค่รับลมชิลล์ๆ ไม่ได้อยากตัวเปียกหรือเล่นน้ำ ก็สามารถเดินรอบๆ พื้นที่ทางเดินทั้งชั้นบนและชั้นล่างของตัวทางเดินสระว่ายน้ำ

Aarhus Harbor Bath ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำความยาว 50 เมตร แบบลู่สำหรับคนว่ายออกกำลังกาย แบบกลมสำหรับคนมาเล่นน้ำที่กระโดดลงมาจากระเบียงชั้น 2 ได้ และสระเด็กขนาดจิ๋วสำหรับน้องๆ หนูๆ แบบตื้น สระว่ายน้ำวน อ่างซาวน่าขนาดใหญ่ถึง 2 อ่าง และพื้นที่กิจกรรมอีกหลายฟังก์ชันซุกซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของพื้นที่อย่างลงตัว 

Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก
Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก

Aarhus Harbor Bath รองรับการใช้งานของผู้คนได้ถึงครั้งละ 650 คน เมื่อมีคนเข้าไปในพื้นที่ครบตามจำนวนที่กำหนดแล้ว จะมีไฟสัญญาณเตือนขึ้นเพื่อป้องกันอันตราย จากการรับน้ำหนักและความวุ่นวายของผู้ใช้งานพื้นที่ที่มากจนเกินไป 

และอย่างที่เล่าไปช้างต้นว่านี่คือการทำให้พื้นที่เก่าแก่เติบโตไปพร้อมยุคสมัย นอกจาก Aarhus Harbor Bath แล้ว จะมีการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ เข้ามาอีก เพื่อชุบชีวิตให้ย่านท่าเรือแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาและเกิดการสร้างเศรษฐกิจขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามวอลเลย์บอลชายหาดไปจนถึงโรงละคร

จากผลตอบรับอย่างดี มีผู้คนแวะเวียนกันมาใช้พื้นที่สาธารณะแห่งนี้นับหมื่นคนต่อสัปดาห์ Aarhus Harbor Bath จึงขยายใหญ่ขึ้นเป็นโปรเจกต์ Waterfront Neigborhood 04 เพื่อพัฒนาพื้นที่โล่งริมท่าเรือถัดมาไม่ไกล กลายเป็นที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล เพื่อให้การใช้งานพื้นที่เกิดขึ้นตลอดต่อเนื่องทั้งวัน และทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี 

โปรเจกต์เปลี่ยนท่าเรือยุคอุตสาหกรรม ให้กลายเป็นพื้นที่ของเมือง ด้วยสระว่ายน้ำน้ำทะเล ลานอาบแดด และห้องซาวน่า
พื้นที่สาธารณะ, เดนมาร์ก

นอกจากเป็นสระว่ายน้ำสาธารณะที่น่าสนใจมากด้วยตัวคอนเซปต์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ Aarhus Harbor Bath ให้กับทั้งเจ้าบ้านชาวเดนมาร์กและนักท่องเที่ยว คือความสนุกสนานและความสุขที่แค่ได้ยืนชมทัศนียภาพเมืองก็นับว่ากำไรแล้ว ถ้าจะบอกว่าการเปลี่ยนพื้นที่เงียบเหงาที่ครั้งหนึ่งเคยถูกสร้างไว้เพื่องานอุตสาหกรรมให้กลับมาครึกครื้น เติมเต็มความว่างเปล่าด้วยผู้คนแน่นขนัด ก็ถือว่าเป็นการคืนชีพให้กับท่าเรือแห่งนี้อย่างแท้จริง 

ภาพ : Runolfur Gudbjornsson, Rasmus Hjortshoj และ BIG 


ข้อมูลอ้างอิง 

สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากเกี่ยวกับประเทศเดนมาร์ก (และอีกหลายประเทศในโลก) คือความเจริญ สถาปัตยกรรมและนวัตกรรมล้ำๆ กระจัดกระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่เฉพาะแค่เมืองหลวงเท่านั้น 

The Cloud เคยเล่าเรื่อง Kalvebod Brygge ทางเลียบแม่น้ำใจกลางกรุงโคเปนเฮเกนที่ทำให้ผู้คนได้ใกล้ชิดแม่น้ำมากขึ้นไปแล้ว รอบนี้ถึงคราวทางเลียบทะเลกันบ้าง 

เราจะพาคุณไปออฮุส (Aarhus) เมืองท่าเก่าแก่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม และการทำอาหารของภูมิภาคเดนมาร์กตอนกลาง เพื่อดูการเปลี่ยนท่าเรือยุคอุตสาหกรรมที่เงียบเหงา ให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะสุดป๊อปของเมือง

ความเท่คือพื้นที่สาธารณะแห่งนี้เป็น พื้นที่ครึ่งบกครึ่งน้ำ! 

Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก, พื้นที่สาธารณะ
Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก, พื้นที่สาธารณะ

ในวันอากาศกำลังดีของเมืองเดนมาร์ก ผู้คนมักออกมาเดินเล่น ใช้ชีวิตเอาต์ดอร์และพักผ่อนกันนอกบ้าน Aarhus Harbor Bath โปรเจกต์สร้างพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ แทนที่ท่าเรือดั้งเดิมของเมืองออฮุสจึงได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวเมือง ยิ่งเมื่อพื้นที่สาธารณะนั้นมีฟังก์ชันเป็นสระว่ายน้ำด้วยแล้ว ความสนุกจึงเริ่มต้นขึ้น เพราะผู้คนต่างชักชวนกันออกมาว่ายน้ำและใช้ชีวิตใต้แสงเจิดจ้ากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

ไอเดียของโปรเจกต์นี้เริ่มจากความต้องการเปลี่ยนท่าเรือเก่าแก่และพื้นที่รอบข้าง ให้เติบโตไปกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป BIG สตูดิโอออกแบบชื่อดังของเดนมาร์กจึงเนรมิตรทางเลียบทะเลสุดเท่ ที่ต่อยื่นออกมาจากแนวชายฝั่งเดิมและสระว่ายน้ำน้ำทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศขึ้น 

พื้นที่สาธารณะ, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก
พื้นที่สาธารณะ, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก

จริงๆ นี่ไม่ใช่การสร้างทางเลียบและสระว่ายน้ำน้ำทะเลครั้งแรกของ BIG ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว Copenhagen Harbor Bath คือหนึ่งในโปรเจกต์พัฒนาพื้นที่สาธารณะสร้างชื่อของสตูดิโอที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก

อย่างที่รู้กันว่าประเทศในแถบสแกนดิเนเวียนั้นมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นและฝนตกแทบตลอดทั้งปี การใช้ชีวิตนอกบ้านในช่วงหน้าร้อนจึงเป็นสิ่งที่ผู้คนตั้งตารอคอยกันมาตลอดทั้งปี  

Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก

คอนเซปดีไซน์ของ Aarhus Harbor Bath จึงถูกพัฒนามาจากวิถีชีวิตแบบนี้ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของชาวเมือง จะมาโดดน้ำเล่น อาบน้ำ ชมวิวเมือง นั่งชิลล์กับกลุ่มเพื่อน หรือจะขนขนมนมเนยมาปิกนิกกับครอบครัว ก็ทำได้เลยตามใจชอบ

ระเบียงทางเดิน 2 ชั้นถูกสร้างอย่างกว้างขวาง ยื่นออกไปนอกชายฝั่งตรงออกไปเป็นแหลมในทะเล ด้วยวัสดุหลักคือต้นสนสวีเดนที่ผ่านการบำบัดอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คนมาเล่นน้ำเดินชั้นล่าง ส่วนคนมาเดินเล่นต้องการเพียงแค่รับลมชิลล์ๆ ไม่ได้อยากตัวเปียกหรือเล่นน้ำ ก็สามารถเดินรอบๆ พื้นที่ทางเดินทั้งชั้นบนและชั้นล่างของตัวทางเดินสระว่ายน้ำ

Aarhus Harbor Bath ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำความยาว 50 เมตร แบบลู่สำหรับคนว่ายออกกำลังกาย แบบกลมสำหรับคนมาเล่นน้ำที่กระโดดลงมาจากระเบียงชั้น 2 ได้ และสระเด็กขนาดจิ๋วสำหรับน้องๆ หนูๆ แบบตื้น สระว่ายน้ำวน อ่างซาวน่าขนาดใหญ่ถึง 2 อ่าง และพื้นที่กิจกรรมอีกหลายฟังก์ชันซุกซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของพื้นที่อย่างลงตัว 

Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก
Aarhus Harbor Bath, ออฮุส (Aarhus), เดนมาร์ก

Aarhus Harbor Bath รองรับการใช้งานของผู้คนได้ถึงครั้งละ 650 คน เมื่อมีคนเข้าไปในพื้นที่ครบตามจำนวนที่กำหนดแล้ว จะมีไฟสัญญาณเตือนขึ้นเพื่อป้องกันอันตราย จากการรับน้ำหนักและความวุ่นวายของผู้ใช้งานพื้นที่ที่มากจนเกินไป 

และอย่างที่เล่าไปช้างต้นว่านี่คือการทำให้พื้นที่เก่าแก่เติบโตไปพร้อมยุคสมัย นอกจาก Aarhus Harbor Bath แล้ว จะมีการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ เข้ามาอีก เพื่อชุบชีวิตให้ย่านท่าเรือแห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาและเกิดการสร้างเศรษฐกิจขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามวอลเลย์บอลชายหาดไปจนถึงโรงละคร

จากผลตอบรับอย่างดี มีผู้คนแวะเวียนกันมาใช้พื้นที่สาธารณะแห่งนี้นับหมื่นคนต่อสัปดาห์ Aarhus Harbor Bath จึงขยายใหญ่ขึ้นเป็นโปรเจกต์ Waterfront Neigborhood 04 เพื่อพัฒนาพื้นที่โล่งริมท่าเรือถัดมาไม่ไกล กลายเป็นที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล เพื่อให้การใช้งานพื้นที่เกิดขึ้นตลอดต่อเนื่องทั้งวัน และทุกฤดูกาลตลอดทั้งปี 

โปรเจกต์เปลี่ยนท่าเรือยุคอุตสาหกรรม ให้กลายเป็นพื้นที่ของเมือง ด้วยสระว่ายน้ำน้ำทะเล ลานอาบแดด และห้องซาวน่า
พื้นที่สาธารณะ, เดนมาร์ก

นอกจากเป็นสระว่ายน้ำสาธารณะที่น่าสนใจมากด้วยตัวคอนเซปต์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ Aarhus Harbor Bath ให้กับทั้งเจ้าบ้านชาวเดนมาร์กและนักท่องเที่ยว คือความสนุกสนานและความสุขที่แค่ได้ยืนชมทัศนียภาพเมืองก็นับว่ากำไรแล้ว ถ้าจะบอกว่าการเปลี่ยนพื้นที่เงียบเหงาที่ครั้งหนึ่งเคยถูกสร้างไว้เพื่องานอุตสาหกรรมให้กลับมาครึกครื้น เติมเต็มความว่างเปล่าด้วยผู้คนแน่นขนัด ก็ถือว่าเป็นการคืนชีพให้กับท่าเรือแห่งนี้อย่างแท้จริง 

ภาพ : Runolfur Gudbjornsson, Rasmus Hjortshoj และ BIG 


ข้อมูลอ้างอิง 

Writer

ณัฐณิชา โอภาสเสรีผดุง

นิสิตสถาปัตย์ สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตย์ ไลฟ์สไตล์ เวลาว่างหมดไปกับแมวและของกิน

Public Space

ตัวอย่างพื้นที่สาธารณะที่น่าเรียนรู้

เมื่อเกิดสถานที่ใหม่ๆ คนย่อมชอบใจและชอบไปเป็นเรื่องธรรมดา แต่น่าคิดเช่นกันว่า ในวันที่พื้นที่มากมายถูกทำลายเพื่อสร้างสิ่งใหม่ การเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมบางอย่างอาจสร้างรอยแผลให้กับพื้นที่เดิมก็เป็นได้ ยิ่งเป็นสถานที่ที่ถูกทำลายเพียงครึ่งเดียว ทิ้งซากบ้านไม่สมบูรณ์เอาไว้ให้ดูต่างหน้า ช่างน่าเจ็บใจนัก 

สถานที่ที่ว่าคืออดีตของ Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) ประเทศสเปน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะขนาดกะทัดรัดที่ถูกสร้างทับซากบ้านเดิมอย่างรวดเร็ว ฉุกเฉินเหมาะกับชื่อ 

พื้นที่เล็กๆ แต่มีประโยชน์เหลือหลาย แถมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้กับชุมชนชาวอูล็อตได้อย่างไร เชื่อว่าถ้าลองไปทำความรู้จักต้นแบบทางสถาปัตย์สุดน่ารัก จะอยากให้เจ้าฉากโค้งไปช่วยเยียวยาพื้นที่ คน และชุมชน ในอีกหลายมุมเมือง 

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : José Hevia

ครึ่งหนึ่งของบ้านนี้ โดนทำลายหายไป

ก่อนอื่นต้องขอเท้าความถึงเมืองรื่นรมย์อย่างอูล็อตที่ขึ้นชื่อเรื่องงานคราฟต์และศิลปะ ผสมผสานระหว่างยุคกลางและยุคสมัยใหม่เอาไว้ เลยไม่น่าแปลกใจหากเห็นที่นี่มีโรงเรียนการออกแบบหรือศิลปหัตถกรรมมากมาย  

ไม่นานก็มีโครงการพัฒนาเมืองเพื่อสร้างทางเท้าใหม่ บ้านหลังหนึ่งตั้งขวางแผนการสร้างดังกล่าวอย่างเหมาะเจาะ รัฐบาลเลยซื้อ Can Sau House และรื้อถอนเพื่อจัดแนวถนนด้านหน้าโบสถ์อย่างที่ตั้งใจ แต่เรื่องนี้คงจะจบผ่านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาไม่เหลือเศษซากแปลกประหลาดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง แถมส่วนที่เหลือไว้เป็นเพียงโครงกำแพง 3 หยัก และฝาผนังร่วมของซากบ้าน 

ไม่น่าดูเอาเสียเลย

ค.ศ. 2018 เทศบาลเมืองอูล็อต Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : Esteve Moner

กระทั่ง ค.ศ. 2018 เทศบาลเมืองอูล็อตคงคิดเช่นกัน ว่าจะปล่อยเมืองแห่งศิลปะมายาวนานมีซากปรักหักพังเช่นนี้ได้อย่างไร จึงมอบหมายให้ Unparelld’arquitectes สตูดิโอสถาปัตย์ชื่อดังในเมือง นำโดย เอดวร์ด คาลลิส (Eduard Callís) และ กิลเลม โมไลเนอร์ (Guillem Moliner) ลงมือปรับปรุงบ้านเว้าแหว่งตรงข้ามโบสถ์ให้กลับมาดูดีและมีประโยชน์ใช้สอยอีกครั้ง  

เอดวร์ด คาลลิส (Eduard Callís) และ กิลเลม โมไลเนอร์ (Guillem Moliner)

พื้นที่สาธารณะเพิงโค้ง

โจทย์ที่ได้รับไม่ง่าย เพราะพวกเขาต้องจัดรูปแบบพื้นที่ใหม่ให้เข้ากับโครงสร้างเดิม และยังต้องคงเอกลักษณ์ให้เข้ากับถนนสายนี้ จึงเป็นที่มาของคอนเซปต์การออกแบบพื้นที่สาธารณะเปิดโล่ง ทำเป็นฉากอิฐโค้ง 3 ตอน เจาะช่องวงกลมด้านบน และเจาะช่องเล็กๆ ไว้ 4 ช่อง เพื่อใส่กระจก แล้วมาประกอบกันเป็นฟาซาด (Façade) แสนสวย

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : Unparelld’arquitectes

 

นอกจากความสวยงาม การก่ออิฐแดงเสริมเข้าไปในผนังเดิม และสร้างช่องเปิดเผยให้เห็นร่องรอยผนังเก่าด้านหลัง ส่วนร่องรอยการรื้อถอนก็ทิ้งไว้อย่างนั้น เพราะทั้งคู่ตั้งใจเก็บไว้เป็นความทรงจำของเมือง พวกเขาเลือกใช้โครงเหล็กสีแดง คู่สีที่กลมกลืนกัน ค้ำยันเพื่อรับน้ำหนักโครงสร้าง ส่วนกิมมิกด้านบนสุด คือ สถาปัตยกรรม Vault หลังคาโค้งเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับพื้นที่ 113 ตารางเมตร และเติมดวงไฟที่ห้อยลงมาจากเพดานโค้ง ทำให้พื้นที่สว่างขึ้นอย่างนุ่มนวล ส่องแสงสว่างไสวในยามค่ำคืน ฟื้นให้พื้นที่กลับมาคึกคัก 

เพื่อไม่ให้เสียชื่อเมืองศิลปะ ควิม โดมีน (Quim Domene) ศิลปินผู้คร่ำหวอดด้านการสร้างงานในพื้นที่สาธารณะ เลยมาช่วยรังสรรค์ช่องกระจกด้วยการหยิบเอาองค์ประกอบรอบๆ พื้นที่มาแต่งแต้ม อย่างโมเสกลวดลายเรขาคณิตบนกระจกกลม เป็นแพตเทิร์นกระเบื้องสุดคราฟต์ หัตถกรรมขึ้นชื่อของสเปน และออกแบบช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ด้านล่าง 4 ช่อง เติมไอคอนสัญลักษณ์ของเมือง รูปจำลองพระแม่มารีย์ รายชื่อร้านดั้งเดิมที่เคยมี และผังเมืองเก่าแห่งนี้เข้าไป

ความน่ารักในการออกแบบอีกอย่างคือ ใช้วัสดุและช่างในท้องถิ่นทั้งหมด

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
เปลี่ยนซากบ้านเก่าเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนสเปนเปิดตลาด จัดคอนเสิร์ต และใช้งานตามใจนึก

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เริ่มเห็นเจ้าโค้งนี้เป็นรูปเป็นร่าง จะว่าปรับปรุงเสร็จแล้วก็ว่าใช่ แต่ก็ไม่เชิง เพราะเป็นความตั้งใจของผู้สร้างที่อยากให้พื้นที่นี้ปรับตามสถานการณ์และการใช้งานของแต่ละคน เขาจึงออกแบบอย่างเป็นกลางและกลมกลืนกับบริบทเดิม ให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับกิจกรรมทุกประเภท

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : José Hevia

ลานละเล่น แล้วแต่ชาวเมือง

พื้นที่ใหม่ไฉไลแบบนี้ มีหรือชาวเมืองอูล็อตจะพลาด กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้จึงครึกครื้นเป็นพิเศษ จัดทั้งงานแสดงสินค้า คอนเสิร์ต และพิธีกรรมทางศาสนา เนื่องจากอยู่ห่างจากโบสถ์ Tura เพียงชั่วข้ามถนน ส่วนสมาคมในท้องถิ่นเอง ก็ใช้พื้นที่สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ด้วย 

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) ประเทศสเปน
ภาพ : Roger Serrat-Calvó

ความเจ๋งของที่นี่คือเป็นพื้นที่อะไรก็ได้ตามใจนึก ขึ้นอยู่กับความสนใจและประสบการณ์ และก็แล้วแต่คนจะให้นิยามว่าคืออะไร มันจึงเป็นได้ทั้งเพิง ฉาก เวที และพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอย่างหลัง ในแง่การออกแบบเมืองเป็นตัวอย่างที่ดี ในการสรรหาพื้นที่มาสร้าง Public Space ให้ผู้คนได้ออกมาเจอกัน และเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ขนาดของพื้นที่ไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ เพราะเมื่อมีคนมาใช้งาน จะเป็นแว่นขยายให้เกิดโปรเจกต์สร้างสรรค์เช่นนี้ตามมาอีกมาก

ที่สำคัญ ยังเป็นการปรับโฉมใหม่โดยไม่ลืมคิดถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่ พร้อมใส่จิตวิญญาณของเมืองไว้อย่างครบถ้วน

ไม่น่าเชื่อว่าอดีตซากปรักหักพังทิ้งร้าง จะสร้างก้าวสำคัญที่ส่งผลต่อบริบทของชุมชนเมือง อนาคต เราว่าโอกาสที่จะได้เห็นพื้นที่สร้างสรรค์เกิดขึ้นทั่วหัวถนน คงไม่เกินจริงเกินไป สำหรับเมืองพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาก็ตาม

ข้อมูลอ้างอิง

www.dezeen.com

www.archdaily.com

เมื่อเกิดสถานที่ใหม่ๆ คนย่อมชอบใจและชอบไปเป็นเรื่องธรรมดา แต่น่าคิดเช่นกันว่า ในวันที่พื้นที่มากมายถูกทำลายเพื่อสร้างสิ่งใหม่ การเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมบางอย่างอาจสร้างรอยแผลให้กับพื้นที่เดิมก็เป็นได้ ยิ่งเป็นสถานที่ที่ถูกทำลายเพียงครึ่งเดียว ทิ้งซากบ้านไม่สมบูรณ์เอาไว้ให้ดูต่างหน้า ช่างน่าเจ็บใจนัก 

สถานที่ที่ว่าคืออดีตของ Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) ประเทศสเปน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะขนาดกะทัดรัดที่ถูกสร้างทับซากบ้านเดิมอย่างรวดเร็ว ฉุกเฉินเหมาะกับชื่อ 

พื้นที่เล็กๆ แต่มีประโยชน์เหลือหลาย แถมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวให้กับชุมชนชาวอูล็อตได้อย่างไร เชื่อว่าถ้าลองไปทำความรู้จักต้นแบบทางสถาปัตย์สุดน่ารัก จะอยากให้เจ้าฉากโค้งไปช่วยเยียวยาพื้นที่ คน และชุมชน ในอีกหลายมุมเมือง 

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : José Hevia

ครึ่งหนึ่งของบ้านนี้ โดนทำลายหายไป

ก่อนอื่นต้องขอเท้าความถึงเมืองรื่นรมย์อย่างอูล็อตที่ขึ้นชื่อเรื่องงานคราฟต์และศิลปะ ผสมผสานระหว่างยุคกลางและยุคสมัยใหม่เอาไว้ เลยไม่น่าแปลกใจหากเห็นที่นี่มีโรงเรียนการออกแบบหรือศิลปหัตถกรรมมากมาย  

ไม่นานก็มีโครงการพัฒนาเมืองเพื่อสร้างทางเท้าใหม่ บ้านหลังหนึ่งตั้งขวางแผนการสร้างดังกล่าวอย่างเหมาะเจาะ รัฐบาลเลยซื้อ Can Sau House และรื้อถอนเพื่อจัดแนวถนนด้านหน้าโบสถ์อย่างที่ตั้งใจ แต่เรื่องนี้คงจะจบผ่านไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาไม่เหลือเศษซากแปลกประหลาดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง แถมส่วนที่เหลือไว้เป็นเพียงโครงกำแพง 3 หยัก และฝาผนังร่วมของซากบ้าน 

ไม่น่าดูเอาเสียเลย

ค.ศ. 2018 เทศบาลเมืองอูล็อต Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : Esteve Moner

กระทั่ง ค.ศ. 2018 เทศบาลเมืองอูล็อตคงคิดเช่นกัน ว่าจะปล่อยเมืองแห่งศิลปะมายาวนานมีซากปรักหักพังเช่นนี้ได้อย่างไร จึงมอบหมายให้ Unparelld’arquitectes สตูดิโอสถาปัตย์ชื่อดังในเมือง นำโดย เอดวร์ด คาลลิส (Eduard Callís) และ กิลเลม โมไลเนอร์ (Guillem Moliner) ลงมือปรับปรุงบ้านเว้าแหว่งตรงข้ามโบสถ์ให้กลับมาดูดีและมีประโยชน์ใช้สอยอีกครั้ง  

เอดวร์ด คาลลิส (Eduard Callís) และ กิลเลม โมไลเนอร์ (Guillem Moliner)

พื้นที่สาธารณะเพิงโค้ง

โจทย์ที่ได้รับไม่ง่าย เพราะพวกเขาต้องจัดรูปแบบพื้นที่ใหม่ให้เข้ากับโครงสร้างเดิม และยังต้องคงเอกลักษณ์ให้เข้ากับถนนสายนี้ จึงเป็นที่มาของคอนเซปต์การออกแบบพื้นที่สาธารณะเปิดโล่ง ทำเป็นฉากอิฐโค้ง 3 ตอน เจาะช่องวงกลมด้านบน และเจาะช่องเล็กๆ ไว้ 4 ช่อง เพื่อใส่กระจก แล้วมาประกอบกันเป็นฟาซาด (Façade) แสนสวย

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : Unparelld’arquitectes

 

นอกจากความสวยงาม การก่ออิฐแดงเสริมเข้าไปในผนังเดิม และสร้างช่องเปิดเผยให้เห็นร่องรอยผนังเก่าด้านหลัง ส่วนร่องรอยการรื้อถอนก็ทิ้งไว้อย่างนั้น เพราะทั้งคู่ตั้งใจเก็บไว้เป็นความทรงจำของเมือง พวกเขาเลือกใช้โครงเหล็กสีแดง คู่สีที่กลมกลืนกัน ค้ำยันเพื่อรับน้ำหนักโครงสร้าง ส่วนกิมมิกด้านบนสุด คือ สถาปัตยกรรม Vault หลังคาโค้งเพิ่มความเก๋ไก๋ให้กับพื้นที่ 113 ตารางเมตร และเติมดวงไฟที่ห้อยลงมาจากเพดานโค้ง ทำให้พื้นที่สว่างขึ้นอย่างนุ่มนวล ส่องแสงสว่างไสวในยามค่ำคืน ฟื้นให้พื้นที่กลับมาคึกคัก 

เพื่อไม่ให้เสียชื่อเมืองศิลปะ ควิม โดมีน (Quim Domene) ศิลปินผู้คร่ำหวอดด้านการสร้างงานในพื้นที่สาธารณะ เลยมาช่วยรังสรรค์ช่องกระจกด้วยการหยิบเอาองค์ประกอบรอบๆ พื้นที่มาแต่งแต้ม อย่างโมเสกลวดลายเรขาคณิตบนกระจกกลม เป็นแพตเทิร์นกระเบื้องสุดคราฟต์ หัตถกรรมขึ้นชื่อของสเปน และออกแบบช่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ด้านล่าง 4 ช่อง เติมไอคอนสัญลักษณ์ของเมือง รูปจำลองพระแม่มารีย์ รายชื่อร้านดั้งเดิมที่เคยมี และผังเมืองเก่าแห่งนี้เข้าไป

ความน่ารักในการออกแบบอีกอย่างคือ ใช้วัสดุและช่างในท้องถิ่นทั้งหมด

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
เปลี่ยนซากบ้านเก่าเป็นพื้นที่สาธารณะให้คนสเปนเปิดตลาด จัดคอนเสิร์ต และใช้งานตามใจนึก

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เริ่มเห็นเจ้าโค้งนี้เป็นรูปเป็นร่าง จะว่าปรับปรุงเสร็จแล้วก็ว่าใช่ แต่ก็ไม่เชิง เพราะเป็นความตั้งใจของผู้สร้างที่อยากให้พื้นที่นี้ปรับตามสถานการณ์และการใช้งานของแต่ละคน เขาจึงออกแบบอย่างเป็นกลางและกลมกลืนกับบริบทเดิม ให้เหมาะกับการใช้งานสำหรับกิจกรรมทุกประเภท

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) พื้นที่สาธารณะ ประเทศสเปน
ภาพ : José Hevia

ลานละเล่น แล้วแต่ชาวเมือง

พื้นที่ใหม่ไฉไลแบบนี้ มีหรือชาวเมืองอูล็อตจะพลาด กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้จึงครึกครื้นเป็นพิเศษ จัดทั้งงานแสดงสินค้า คอนเสิร์ต และพิธีกรรมทางศาสนา เนื่องจากอยู่ห่างจากโบสถ์ Tura เพียงชั่วข้ามถนน ส่วนสมาคมในท้องถิ่นเอง ก็ใช้พื้นที่สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ด้วย 

Can Sau. Emergency Scenery แห่งเมืองเก่าแก่นาม Olot (อูล็อต) ประเทศสเปน
ภาพ : Roger Serrat-Calvó

ความเจ๋งของที่นี่คือเป็นพื้นที่อะไรก็ได้ตามใจนึก ขึ้นอยู่กับความสนใจและประสบการณ์ และก็แล้วแต่คนจะให้นิยามว่าคืออะไร มันจึงเป็นได้ทั้งเพิง ฉาก เวที และพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอย่างหลัง ในแง่การออกแบบเมืองเป็นตัวอย่างที่ดี ในการสรรหาพื้นที่มาสร้าง Public Space ให้ผู้คนได้ออกมาเจอกัน และเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า ขนาดของพื้นที่ไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์ เพราะเมื่อมีคนมาใช้งาน จะเป็นแว่นขยายให้เกิดโปรเจกต์สร้างสรรค์เช่นนี้ตามมาอีกมาก

ที่สำคัญ ยังเป็นการปรับโฉมใหม่โดยไม่ลืมคิดถึงประวัติศาสตร์ของพื้นที่ พร้อมใส่จิตวิญญาณของเมืองไว้อย่างครบถ้วน

ไม่น่าเชื่อว่าอดีตซากปรักหักพังทิ้งร้าง จะสร้างก้าวสำคัญที่ส่งผลต่อบริบทของชุมชนเมือง อนาคต เราว่าโอกาสที่จะได้เห็นพื้นที่สร้างสรรค์เกิดขึ้นทั่วหัวถนน คงไม่เกินจริงเกินไป สำหรับเมืองพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาก็ตาม

ข้อมูลอ้างอิง

www.dezeen.com

www.archdaily.com

Writer

ฉัตรชนก ชโลธรพิเศษ

ชาวนนทบุเรี่ยน ชอบเขียน และกำลังฝึกเขียนอย่างพากเพียร มีความหวังจะได้เป็นเซียน ในเรื่องขีดๆ เขียนๆ สักวันหนึ่ง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load