A2O-Awake To Oneness (ตื่นรู้สู่หนึ่งเดียวกัน) บอร์ดเกมฝีมือคนไทยที่เป็นเสมือนพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้เล่นได้กลับมาทบทวนตนเองและเดินทางสำรวจภายในจิตใจ ผ่านความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์จริง ซึ่งต่อยอดจากหนังสือ หัวใจตื่นรู้ ของ พงศ์-ธรากร กมลเปรมปิยะกุล ครีเอทีฟเพื่อสังคมและการตื่นรู้ (Awakening Creative) 

A2O-Awake To Oneness บอร์ดเกมที่ไม่มีแพ้ชนะ แต่ได้รู้จักชีวิตและความเป็นมนุษย์มากขึ้น

พงศ์เป็นคนโฆษณามาก่อน เขาเป็นตั้งแต่ Copywriter จนถึง Creative Director และสนใจเรื่องการเดินทางภายในมากว่าสิบปี และด้วยเจตนาอันดี เขาอยากแบ่งปันการเรียนรู้ให้กว้างและไกลกว่าหนังสือที่เขาเขียนขึ้นมา

“เราทำหนังสือหัวใจตื่นรู้ เพื่อเป็นแนวทางในการแบ่งปันการเดินทางภายในด้วยภาษาสมัยใหม่ เรื่องนี้ไม่ได้อยู่แค่ความเชื่อทางศาสนา มันดีต่อชีวิตได้ แล้วเราเห็นรูปแบบการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นมากมาย บอร์ดเกมก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ในฐานะคนทำสื่อมาก่อน เรารู้ว่าเรื่องนี้มีคุณค่ามากเลย เราเคยเป็นหนึ่งในคนที่ไม่รู้เรื่องนี้ ไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์ขนาดนี้เชียวหรือ จนกระทั่งบวช เรื่องธรรมะและการตื่นรู้มันอยู่ในชีวิตและเรารักที่จะทำมาตลอด

“เราว่าการศึกษาธรรมะไม่ได้ทำให้คนสูงส่งหรือเป็นผู้หลุดพ้นนะ แต่ทำให้คุณมีอิสรภาพที่จะออกจากความกลัวและความไม่รู้ ผลพลอยได้ที่สำคัญกว่าคือการเห็นความงามในตัวเอง คุณจะรู้ว่าโลกมันดีกว่านี้ได้ ไม่ได้ดีด้วยการสร้างสิ่งที่สวยงามยิ่งใหญ่ แต่มันดีจากการที่แต่ละคนค่อยๆ เห็นความงามในตัวเองต่างหาก” พงศ์เล่า

A2O-Awake To Oneness บอร์ดเกมที่ไม่มีแพ้ชนะ แต่ได้รู้จักชีวิตและความเป็นมนุษย์มากขึ้น
A2O-Awake To Oneness บอร์ดเกมที่ไม่มีแพ้ชนะ แต่ได้รู้จักชีวิตและความเป็นมนุษย์มากขึ้น

หลังจากพงศ์ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เขามีความถนัดด้านการย่อยข้อมูลอยู่แล้ว จึงชวน รัตติกร วุฒิกร นักออกแบบเกมเพื่อสังคม ผู้ก่อตั้ง Club Creative มาพัฒนาเกมด้วยกัน

“ตอนแรกเราออกแบบกลไกเกมให้มีการตัดสินคะแนน สุดท้ายมันสะท้อนความเป็นจริงของชีวิตไม่ได้ จนกระทั่งมีโอกาสเล่นเกมไพ่ชุดหนึ่งของนักออกแบบชาวอิสราเอล เราเห็นการทำงานของไพ่ชุดนั้น ชีวิตมนุษย์ไม่สามารถบวกร้อย ลบห้าสิบ ยากมาก เราเลยลดความเป็นบอร์ดเกมลง คงการเดินกระดานไว้ ไม่มีการตัดสินถูกผิดหรือแพ้ชนะ เน้นเป็นพื้นที่ที่ให้เกิดการสนทนา เพื่อเกิดคำถามในการใคร่ครวญตนเอง” เขาอธิบายรูปแบบเกม

พงศ์และรัตติกรพัฒนาเกมร่วมกันได้ครึ่งทาง ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ ออย-รชต แซ่ตั้น ผู้ร่วมออกแบบบอร์ดเกม และ ฟลุ๊ก-อัคร์ภพ ขรรค์ศร ผู้ออกแบบกราฟิก องค์ประกอบศิลป์ พัฒนาเกมจนเสร็จสมบูรณ์ รวมระยะเวลา 1 ปี

A2O-Awake To Oneness บอร์ดเกมที่ไม่มีแพ้ชนะ แต่ได้รู้จักชีวิตและความเป็นมนุษย์มากขึ้น

ก่อนออกเดินทางภายใน เราให้พงศ์อธิบายการตื่นรู้สำหรับนักเดินทางมือใหม่อย่างเราที่ไม่ค่อยคุ้นชินกับคำนี้พงศ์บอกว่า ‘ตื่น’ ตรงข้ามกับคำว่า ‘หลับ’ ไม่ใช่การหลับทางกายภาพ แต่หมายถึงการไม่ค่อยรู้จักตัวเอง ซึ่งถูกครอบด้วยคุณค่าทางสังคมหรือความกลัวบางอย่างจนทำให้ไม่กล้าออกเดินทางค้นหา ฉะนั้นการตื่นรู้ เป็นการค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเพื่อกลับมาสนใจตนเองมากขึ้น ซื่อสัตย์กับตนเองมากขึ้น และเห็นความจริงของชีวิตมากขึ้น 

“บางทีเราใช้เวลาทั้งชีวิตเรียนรู้สังคม จนไม่มีเวลาถามตัวเองว่า Who am i ฉันคือใครในโลกใบนี้ ถ้าเราไม่เห็นความจริงในตัวเองก่อน มีโอกาสสูงมากที่จะไม่เห็นความจริงในคนอื่นและความจริงในโลก พอถึงจุดหนึ่งหัวใจสำคัญคือการสะท้อนตัวเอง (Self Reflection) ถ้าเราเข้าใจมันดีพอ เราจะรักคนอื่นมากขึ้น แม้ภายนอกและนิสัยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ในความไม่เหมือน มันโคตรจะเหมือนกันเลย มีความห่วย มีความโกรธ มีความเจ็บป่วย”

หลังจากพงศ์เล่าจบ ออย คนหนุ่มที่สนใจเรื่องการเดินทางภายในมาตั้งแต่มัธยมปลายเสริมข้อดีของการกลับมารู้จักและสะท้อนตนเองให้เราฟัง “ยุคสมัยนี้ทุกอย่างหมุนเร็วจนเราไม่มีเวลากลับมาอยู่กับตัวเองจริงๆ”

“เราเคยชินกับการวิ่งไปข้างหน้า ผมมองว่าโลกภายนอกทำให้เรามีความสุข แต่ถ้าเราไม่เข้าใจตัวเองหรือไม่สำรวจตัวเองมันทำให้ความสุขที่มีโอกาสตกตะกอนจนเป็นความหมายในชีวิตของเรามันหายไป อย่างการกอดคนรัก การชื่นชมธรรมชาติ บางอย่างมันเรียบง่ายมากเลย แค่เราไม่ได้กลับมาสำรวจตัวเอง ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้ตัวเราสัมผัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ การกลับมาเข้าใจตัวเองมันทำให้ตัวเราตระหนักและละเอียดอ่อนกับชีวิตมากขึ้น”

A2O-Awake To Oneness บอร์ดเกมที่ไม่มีแพ้ชนะ แต่ได้รู้จักชีวิตและความเป็นมนุษย์มากขึ้น

บอร์ดเกมว่าด้วยการกลับมารู้จักตนเองเหมาะกับผู้เล่นอายุ 16 ปีขึ้นไป ผู้เล่น 1 – 3 คน ใช้เวลา 1 – 3 ชั่วโมง คุณสมบัติสำคัญของผู้เล่นคือการเปิดใจรับฟัง ก่อนเริ่มเกมกระบวนกรนำภาวนา ทุกคนหลับตาเพื่อเตรียมความพร้อม กลับมารู้สึกกับปัจจุบัน ลดความกังวล หลังลืมตากระบวนกรอธิบายข้อตกลงและจุดประสงค์ของเกม

ผู้เล่นมีหน้าที่ทอยลูกเต๋าเดินทางผ่าน 4 สเตจ ได้แก่ สเตจ 1 : Sleep & Dream หลับฝันก่อนการตื่น สเตจ 2 : Awakening Head เริ่มเดินทางภายใน สเตจ 3 : Awakening Heart รู้ตามความเป็นจริง และ สเตจ 4 : Awakening Life เข้าถึงหนึ่งเดียวกัน แต่ละสเตจผู้เล่นเก็บการ์ดได้คนละหนึ่งใบ เมื่อสะสมการ์ดครบ 4 ใบ ถึงจะผ่านสเตจต่อไป

เมื่อผ่านแต่ละสเตจ ผู้เล่นมีสิทธิ์แบ่งปันเรื่องราวการเดินทางภายในของตนเอง เกมจะจบลงเมื่อผู้เล่นทุกคนเดินทางถึงสเตจ 4 และสะท้อนประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสเตจนั้น หลังจบเกมให้ผู้เล่นหยิบการ์ดรูปภาพและการ์ดพรชีวิตมาวางประกอบ เพื่อบอกเล่าความรู้สึกและแบ่งปันสิ่งที่แต่ละคนได้เรียนรู้จากการเล่นเกมครั้งนี้้

ความพิเศษของบอร์ดเกม A2O-Awake To Oneness ที่เกิดขึ้นในยุค COVID-19 พงศ์ออกแบบให้เกมเล่นออนไลน์ผ่านโปรแกรม ZOOM ได้ แต่เพิ่มจำนวนกระบวนกรมากกว่าปกติ เพื่อความสมจริงของผู้เล่น

A2O-Awake To Oneness บอร์ดเกมที่ไม่มีแพ้ชนะ แต่ได้รู้จักชีวิตและความเป็นมนุษย์มากขึ้น
A2O-Awake To Oneness บอร์ดเกมที่ไม่มีแพ้ชนะ แต่ได้รู้จักชีวิตและความเป็นมนุษย์มากขึ้น

กระบวนกรแบ่งหน้าที่เป็นคนนำเกม คนเดินกระดาน และคนจับการ์ด ผู้เล่นต้องมีลูกเต๋าเพื่อทอยแต้มของตนเอง คนเดินกระดานจะเดินตามจำนวนแต้มให้ ถ้าต้องหยิบการ์ด คนจับการ์ดจะหยิบการ์ดมาวางไว้ 3 กอง ให้ผู้เล่นเลือกว่าจะหยิบกองไหนและใบที่เท่าไหร่ เพื่อคงบรรยากาศการเล่นเกมเอาไว้ ผู้เล่นควรมีสิทธิ์เลือกด้วยตัวเอง 

เราว่าเป็นการปรับตัวที่น่าสนใจในช่วงที่คนต้องรักษาระยะห่างทางสังคม และคนอยู่บ้านกันเป็นหลัก เป็นเวลาที่เหมาะกับการกลับมาสำรวจ ทบทวน และรู้จักชีวิตตนเอง พร้อมกับเรียนรู้ความเป็นมนุษย์ของคนอื่นมากขึ้น

ความสนุกของ A2O-Awake To Oneness คือการเล่นมากกว่าหนึ่งครั้งจะทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น เพราะกลไกของบอร์ดเกม การเล่นแต่ละครั้งแทบจะไม่มีโอกาสได้การ์ดเหมือนเดิมและผู้เล่นก็เปลี่ยนไป เท่ากับว่าเราไม่ได้เล่าแค่เรื่องของตัวเอง แต่ยังได้ฟังเรื่องของคนอื่นด้วย ยิ่งผู้เล่นทุกคนเปิดใจรับฟัง ยิ่งทำให้ทุกเรื่องราวมีความหมาย

A2O-Awake To Oneness บอร์ดเกมที่ไม่มีแพ้ชนะ แต่ได้รู้จักชีวิตและความเป็นมนุษย์มากขึ้น

“ถ้าให้เปรียบระหว่างเป็นคนดูกับคนเล่น เป็นคนดู เรารู้สึกดีกับการฟังเรื่องราว เหมือนรู้จักตัวตนเขามากขึ้น เพราะมันสะท้อนบางสิ่งในตัวเขาออกมา ความเจ็บปวด ความสุข เรื่องบางเรื่องที่ไม่คิดว่าคนคนนี้จะผ่านพ้นมาได้

“พอเป็นคนเล่น การ์ดแต่ละใบสะท้อนคุณลักษณะต่างกัน ในสเตจสูงๆ ยิ่งเข้มข้นขึ้น เหมือนขุดตัวเราข้างในลึกๆ ออกมา บางเรื่องของเราตรงกับผู้เล่นบางคน ก็แชร์กันว่าเขาจัดการเรื่องนั้นยังไง ผ่านมันไปได้ยังไง เรารู้สึกเป็นมิตรต่อให้เล่นกับคนที่ไม่รู้จัก” ปลาเข็ม-ปรีดี วิทยานนท์ กระบวนกรเกม A2O เล่าความรู้สึกในการเล่นครั้งแรก

A2O-Awake To Oneness บอร์ดเกมที่ไม่มีแพ้ชนะ แต่ได้รู้จักชีวิตและความเป็นมนุษย์มากขึ้น

เราถามพงศ์อย่างตรงไปตรงมาว่าเขาต้องการให้ผู้เล่นได้รับประสบการณ์อะไรหลังเล่นเกมจบ

“ถ้าคนที่ไม่เคยเดินทางภายในจิตใจมาก่อนเขาจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ น่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีให้เขาได้ลองศึกษาต่อ ส่วนคนที่มีประสบการณ์การเดินทางภายในระดับปานกลางถึงลึกมาแล้ว เขาจะรู้สึกว่ามันเป็นโอกาสดีมากที่สองถึงสามชั่วโมงได้มานั่งทบทวนกอ ไก่ ถึง ฮอ นกฮูก ในชีวิตของเขา มีบางคนรู้สึกว่ามันไม่ใช่บอร์ดเกม

“แต่เป็นสื่อกลางให้คนมาเล่าเรื่อง แล้วมันล้วนเป็นบทสนทนาที่ไม่มีใครชวนคุยในวาระและโอกาสใด แต่เกมนี้เป็นพื้นที่ที่เขาจะคุยเรื่องนั้นได้อย่างลึกสุดเบอร์เลย ดีใจที่เรากลายเป็น Living Room ของชีวิตเขา”

จากเกมกระดาน ทำให้เราหันกลับมาสนใจการสำรวจตัวเอง กลับมาใคร่ครวญ ทบทวน และตั้งคำถามว่า ฉันเป็นใคร ฉันกำลังทำอะไร และสารพันความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากจบบทสนทนาถึงบอร์ดเกมที่ไม่มีผลแพ้ชนะ แต่ได้แต้มต่อเป็นการมองเห็นความจริงของตนเองและเข้าใจความเป็นมนุษย์ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งในสังคม 

สั่งซื้อ A2O – Awake To Oneness ได้ที่

เว็บไซต์ : www.awaketooneness.com

Facebook : A2O-Awake To Oneness

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

เคยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าสตรีมมิ่งแต่ละเจ้ามาแข่งขันหรือชนกันให้รู้แล้วรู้รอด กำไรมีแต่จะตกมาถึงคนดู ทำให้ “นี่มันเป็นปีที่ดีอะไรเช่นนี้ (What a lovely year)” คงเป็นวลีเหมาะสมที่สุดแล้วล่ะครับที่เราจะใช้บรรยายปี 2022 หากต้องการนิยามถึงการแข่งขันกันของอุตสาหกรรมโทรทัศน์และสตรีมมิ่ง เพราะเป็นปีที่ทุกค่ายต่างงัดไม้เด็ดของตัวเองออกมาสู้บนเวทีอย่างไม่มีใครยอมใคร คนเดียวที่จะยอมก็คือเราที่ยอมควักเงินจ่ายมันทุกเจ้า

เพราะในปีนี้เรามีทั้ง Stranger Things ซีซั่น 4, 1899 (จากผู้สร้าง Dark), The Midnight Club (จากผู้สร้าง The Haunting of Hill House, The Haunting of Bly Manor และ Midnight Mass) และ The Sandman มหากาพย์ดาร์กแฟนตาซีของ Netflix, ฝั่ง Disney+ มีซีรีส์จักรวาล Star Wars ที่น่าจับตาอย่าง Andor และการกลับมาของตัวละครในตำนานใน Obi-Wan Kenobi กับซีรีส์ Marvel หลายเรื่อง ฝั่ง Apple TV+ ก็ปล่อยของไม่หยุดไม่หย่อน และฝั่งยักษ์ใหญ่ประจำวงการอย่าง HBO มีทั้ง Westworld ซีซั่น 4, Euphoria ซีซั่น 2 กับซีรีส์ที่คนดูมากที่สุดในปีนี้อย่าง House of the Dragon ภาค Prequel ตระกูลมังกรของ Game of Thrones ที่กระแสตอบรับและคำวิจารณ์ดีถล่มทลาย

และหลังจากที่มี The Boys ซีซั่น 3 เป็นตัวชูโรงเรียกเสียงฮือฮาไปได้ตลอดการออนแอร์ Prime Video อีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก็ได้ส่งผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่ใหม่อย่าง ‘The Lord of the Rings: The Rings of Power’ เข้าสู่สังวียน ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นน่าจับตามองที่สุดในปี รวมถึงโค้ชของผู้เล่นคนนี้ (ผู้สร้างซีรีส์) ก็ได้รับแรงกดดันมากที่สุดในเวทีนี้เช่นกัน เพราะจะต้องสร้างซีรีส์จากจักรวาลแฟรนไชส์ที่มีคนหลงรักมากที่สุดในโลก

บทความนี้จะเป็นการกางข้อมูลให้กับทุกคนที่สนใจชมซีรีส์ถึงที่มาที่ไป แนวคิดผู้กำกับ ความแตกต่าง และทุกสิ่งที่ควรทราบก่อนการรับชมครับ ทั้งสำหรับแฟนนิยาย J. R. R. Tolkien และผู้ที่สนใจซีรีส์​ The Rings of Power

The Rings of Power ซีรีส์ทุนสร้างสูงที่สุดในโลก 

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

ปี 2017 มีการประมูลสุดดุเดือดระดับภูเขาไฟเกิดขึ้น นั่นก็คือการประมูลลิขสิทธิ์สร้างซีรีส์จากภาพยนตร์ The Lord of the Rings และ The Hobbit ของ Warner Bros. มีตัวเก็งที่ใส่สูทนั่งทำหน้าเข้ม และสปอตไลต์ฉายแสงบ่อยที่สุดคือ Prime Video, Netflix และ HBO โดยเป็นการเริ่มต้นที่ 200 ล้านดอลลาร์ฯ และด้วยความที่ Jeff Bezos หนึ่งในชายที่รวยที่สุดในโลก และเคยอยู่อันดับหนึ่งเป็นเจ้าของ Amazon Prime Video เรื่องเลยจบลงที่ 250 ล้านดอลลาร์ฯ และใช่ครับ นี่แค่ค่าลิขสิทธิ์เท่านั้น

ซีรีส์ The Ring of Power ใช้ทุนสร้างราว ๆ 500 ล้านดอลลาร์ฯ (จะให้ถูกคือ 465 ล้านดอลลาร์ฯ บวกค่าโปรโมตทำการตลาด) ต่อแค่ 1 ซีซั่นเท่านั้นครับ นั่นทำให้ซีรีส์เรื่องนี้คือซีรีส์ที่ดูก็รู้ว่าผู้ออกทุนกระเป๋าหนักที่สุดในโลก 

Jeff Bezos เองก็เป็นหนึ่งในแฟนของ The Lord of the Rings รวมถึงลูกชายของเขาที่พูดกับพ่อตรง ๆ ว่า “พ่อ อย่าทำมันพังนะครับ ผมไหว้ล่ะ” เขาเลยอัดฉีดให้กับซีรีส์เต็มที่ เพื่อขยับขยายและทำให้ Prime Video เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยเรื่องที่มั่นใจได้ว่าคนทั่วโลกให้ความสนใจ และทุนสร้างนี้ถูกนำไปใช้เนรมิตให้ภาพและฉากต่าง ๆ ออกมาอลังการงานสร้างที่สุด ตั้งแต่ฉากที่โชว์นาน ไปจนถึงฉากกับช็อตที่โผล่มาสั้น ๆ ซึ่งทำเอาคนดูคิดในใจว่า ไม่ต้องลงทุนขนาดนั้นก็ได้มั้ง แต่ก็ยังทำภาพรวมออกมาได้ราวกับภาพยนตร์มากที่สุด และถ้าจะให้เทียบ The Rings of Power ค่อนข้างมีภาพคล้ายกับ The Hobbit ครับ โดยที่เมกอัพทำระดับเดียวกับ The Lord of the Rings

นอกจากพร็อพ คอสตูม การเนรมิตฉากต่าง ๆ แล้ว สิ่งที่โชว์ออฟว่า The Rings of Power เล่นใหญ่เกินคำว่าซีรีส์คือซีจีที่จัดเต็มถึงขั้นใช้ 20 สตูดิโอในการทำ ศิลปินกว่า 1,500 คน และมีช็อตที่ใช้ซีจีเกือบหมื่นช็อตเลยทีเดียว และอะไรพวกนี้คือผลลัพธ์จากทุนสร้างมหาศาล 

ที่มาในการดัดแปลงและทีมผู้สร้าง 

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

คำถามที่ขับเคลื่อนซีรีส์เรื่องนี้คือ “เป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะสรรสร้างเรื่องราวที่ Tolkien ไม่เคยเขียน และทำเป็นซีรีส์ระดับมหึมาอลังการงานสร้าง ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นในตอนนี้ ยุคนี้ ช่วงเวลานี้เท่านั้น”

ซีรีส์อำนวยการสร้างโดย John D. Payne กับ Patrick McKay กำกับโดย J.A. Bayona จากภาพยนตร์ The Impossible (2012) และ A Monster Calls (2016) ทั้งผู้สร้างและผู้กำกับต่างได้รับแรงกดดันจากการที่ต้องมากุมบังเหียนซีรีส์ที่มีฐานแฟนเยอะที่สุดในโลกครับ โดยผู้สร้าง John D. Payne ตั้งใจทำออกมาให้เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี มีกลิ่นอายความผจญภัยสนุก ๆ ที่บางครั้งก็มีอะไรให้กลัว ให้รู้สึกถึงความดาร์ก ความซับซ้อน และความคมคายในเวลาเดียวกัน 

นอกจากนี้ยังประกาศแน่วแน่ว่าจะทำให้มันเล่นใหญ่ และเล่นเล็กอย่างเล่นใหญ่ไปพร้อม ๆ กัน เช่น จากปกติที่เราได้เห็นออร์คในสงครามเป็นร้อยเป็นพัน ผู้สร้างกลับนำมาคิดอีกมุมว่า จะเป็นอย่างไรหากเราต้องสู้กับออร์คเพียงตัวเดียวในสถานการณ์หนึ่ง ซึ่งดูเป็นเรื่องใหญ่ไม่ต่างจากในสงคราม

ประเด็นไม่เคารพต้นฉบับ

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

The Rings of Power มีประเด็นไม่เคารพต้นฉบับตั้งแต่ปล่อยภาพนิ่งกับตัวอย่างออกมา เกี่ยวข้องตั้งแต่ชุด ฉาก หน้าตาตัวละคร ทรงผม และสีผิว จนเกิดการตั้งคำถามมากมาย (ไหนจะเรื่องที่ผู้กำกับภาพยนตร์ The Lord of the Rings และ The Hobbit อย่าง Peter Jackson ถูกชวนให้มาเกี่ยวข้อง แต่พอถามถึงบทก่อนค่อยว่ากัน แล้วสตูดิโอบอกว่าจะส่งบทให้ Peter อ่าน จากนั้น Peter ก็ไม่ได้รับการติดต่อหรือมีส่วนด้วยเลยนับตั้งแต่วันนั้นอีก) สาเหตุเรื่องนี้ค่อนข้างเกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องลิขสิทธิ์และแนวคิดในการสร้าง ที่ต้องการสำรวจและนำอะไรใหม่ ๆ มาสู่จักรวาล Tolkien ในแบบฉบับของตัวเองครับ 

นั่นก็เพราะ Prime Video ได้ลิขสิทธิ์แค่ The Fellowship of the Ring, The Two Towers, The Return of the King และ The Hobbit ซึ่งเป็นเรื่องราวในยุคที่ 3 แต่ไม่สามารถเข้าถึงหรือดัดแปลงจากที่มาสำคัญอย่าง The Silmarillion, Unfinished Tales, The History of Middle-earth และหนังสือเล่มอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะ Akallabêth ซึ่งเป็นที่มาที่ขาดไม่ได้ของ Sauron และอาณาจักร Númenor ด้วยข้อจำกัดตรงที่ต้องวาดภาพเองจากเรื่องราวต้นฉบับที่เป็น Sequel และห่างไกลหลายพันปี บวกกับวิชั่นของผู้สร้างที่อยากเติมอะไรใหม่ ๆ เข้าไป หลายอย่างก็เลยเป็นการตีความและคิดเรื่องราวขึ้นมาเอง โดยทำให้บรรยากาศกับกลิ่นอายใกล้เคียงกับหนังต้นฉบับมากที่สุด แต่ก็จงใจทำให้แตกต่างเพื่อเลี่ยงข้อเปรียบเทียบและคอนเนกชันที่ดูชัดเกินไปจนตีกรอบซีรีส์เกินความจำเป็น และนั่นส่งผลให้ซีรีส์ถูกมองว่าตีความใหม่โดยออกแนวบิดเบือน จนถึงการถูกวิจารณ์ว่าเป็น ‘แฟนฟิกชัน’

เรื่องผิดถูกอาจพูดยากกว่าถูกใจไม่ถูกใจ หรือเคารพไม่เคารพ แต่ถ้าถามความเห็นจากผู้ประพันธ์อย่าง J.R.R. Tolkien เขาเคยกล่าวไว้ในปี 1951 ว่า 

“ความตั้งใจของผมคือการเขียนวาดเรื่องราวเป็นวงกลมวงใหญ่ที่ยังสเก็ตช์และสร้างผังไม่เสร็จดี วงกลมที่เมื่อนำไปก่อร่างสร้างต่อจะเป็นภาพรวมที่ยอดเยี่ยม ตื่นตาตื่นใจ ถึงกระนั้นก็ทิ้งที่เหลือไว้ให้กับมือและความคิดของผู้อื่น ในการที่จะวาดภาพระบายสี ใส่เพลงประกอบ และแต่งเติมเรื่องราว สถานการณ์ และตัวละครให้กับมัน”

บอกเล่าเรื่องราวในยุคสอง

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของ The Lord of the Rings: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกมหากาพย์แฟนตาซีแห่ง Middle-earth

เรื่องราวใน Middle-earth หรือมัชฌิมโลกของ J.R.R. Tolkien กว้างใหญ่ไพศาลและกินระยะเวลายาวนานถึง 9,000 ปี แบ่งเป็น 4 ยุค คือยุคแรกคือยุคแห่งการสร้างโลกที่มีวายร้ายหลักคือ Melkor หรือ Morgoth ในสมัยที่ Sauron ยังเป็นลูกกระจ๊อก ยุคสองคือยุคที่ Sauron ขึ้นสู่อำนาจและเรืองอำนาจ กับยุคที่แหวนถูกสร้างขึ้น ยุคสามคือยุคของเหตุการณ์ในฉบับภาพยนตร์ และยุคที่สี่คือ Age of Men ช่วงเวลาสงบสุขหลังจากสงครามแหวนจบลง

และ The Rings of Power ดัดแปลงจากยุคที่สอง กินระยะเวลานานถึง 3,441 ปี และเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในยุคสามของภาพยนตร์ราว ๆ 4,900 ปีเลยทีเดียวครับ The Ring of Power คือการนำเอาเนื้อหาใน 5 นาทีแรกของ The Followship of the Rings (The Lord ภาคแรก) ที่กล่าวถึงแหวน 20 วง ที่ 3 วงครอบครองโดยเอลฟ์ 7 วงครอบครองโดยคนแคระ 9 วงครอบครองโดยมนุษย์ และ 1 วงที่มีอำนาจเหนือแหวนทั้งหมด (One Ring to Rule Them All) มาขยายเป็น 5 ซีซั่น นี่จึงเป็นเรื่องราวที่จะมีทั้งมนุษย์ เอลฟ์ คนแคระ เป็นตัวละครหลัก รวมไปถึงเล่าจุดกำเนิดของแหวนเอกธำมรงค์และยุคที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงจุดการล่มสลายของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง Númenor 

จอมมาร Sauron

ทุกข้อควรรู้ของ LOTR: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกแฟนตาซีแห่ง Middle-earth

จอมมาร Sauron ในซีรีส์เรื่องนี้ หลังจากพ่ายแพ้ ถูกโค่นจนต้องหลบซ่อนตัวและรอดเร้นมาจนถึงยุคที่สอง ก็ได้อาศัยความเป็นนักเวทย์และจอมแปลงร่าง หลบอยู่ในกายหยาบนาม Annatar เพื่อสอนและหลอกลวงเอลฟ์ชื่อ Celebrimbor ในการสร้างแหวน 19 วงขึ้นมา และ Sauron เองได้แอบสร้างแหวนเอกธำมรงค์เพื่อใช้ควบคุมผู้สวมแหวนทุกวง และสร้างกองทัพออร์คกับโทรลเพื่อมาต่อกรกับมนุษย์และเอลฟ์ จึงกล่าวได้ว่าแม้เราจะไม่ได้เห็นต้นกำเนิดของ Sauron แต่ในแง่หนึ่งนี่ก็คือต้นกำเนิดของ Sauron ที่พ่วงกับเรื่องราวของแหวนด้วยครับ

รู้จักตัวละครหลักและตัวละครหน้าคุ้น

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของ The Lord of the Rings: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกมหากาพย์แฟนตาซีแห่ง Middle-earth

ว่าด้วยตัวละครเก่าก่อน นอกจาก Sauron ตัวละครหน้าคุ้นของเรื่องนี้คือเอลฟ์ทั้งสามอย่างท่านหญิง Galadriel รับบทโดย Morfydd Clark กับ Elrond รับบทโดย Robert Aramayo (Ned Stark วัยหนุ่มในซีรีส์ Game of Thrones) ที่ในต้นฉบับเป็นลูกเขยและแม่ยาย แต่เรื่องนี้เป็นเพื่อน และราชาเอลฟ์ Gil-galad ที่แน่นอนว่าเปลี่ยนนักแสดง รวมถึงตัวละคร Isildur ผู้ตัดนิ้ว Sauron ที่เป็นบรรพบุรุษของ Aragorn ตัวละครหลักในไตรภาค The Lord of the Rings อีกด้วยครับ 

และยังมีตัวละใหม่เผ่าเอลฟ์/ตัวละครเอลฟ์ที่ไม่เคยเห็น ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญอย่าง Celebrimbor กับเอลฟ์ทหารที่มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน อย่าง Arondir (เอลฟ์ผมเกรียนผิวสีที่เด่น ๆ ในตัวอย่าง) ด้วยเช่นกัน

ทางด้านเผ่า Hobbit ที่ปกติขาดไม่ได้ เนื่องจากตามตำนานไม่เคยมีบทบาทสำคัญอะไรก่อนยุคที่ 3 เราจึงไม่ได้รับรู้เรื่องราวของพวกเขา แต่จะเป็นเรื่องราวเผ่าบรรพบุรุษอย่าง Harfoot แทนครับ และซีรีส์ใช้ตัวละคร Elanor ‘Nori’ Brandyfoot กับ Poppy Proudfellow ที่คล้าย Frodo และ Sam มาขับเคลื่อนเรื่องราว

Durin IV เป็นตัวละครสำคัญฝั่งคนแคระ กับภรรยา องค์หญิง Disa

ส่วนเผ่ามนุษย์มี Bronwyn กับ Theo ลูกชายที่ค้นพบดาย ดูจะเกี่ยวข้องบางอย่างกับ Sauron และอำนาจมืด Halbrand ผู้ช่วยชีวิต Galadriel และตัวละครปริศนาที่ดูจะเป็นอีกหนึ่งใจกลางของเรื่องราวนี้ ซึ่งถูกเรียกว่า The Stranger 

คู่มือฉบับสมบูรณ์ของ The Lord of the Rings: The Rings of Power ต้อนรับการหวนคืนสู่โลกมหากาพย์แฟนตาซีแห่ง Middle-earth

มีกี่อีพี กี่ซีซั่น และรับชมได้ทางไหน

ซีรีส์ The Rings of Power ได้รับการอนุมัติซีซั่นแรกและซีซั่นสองล่วงหน้าแล้วครับ และถูกวางโครงเรื่องล่วงหน้าไว้แล้ว 5 ซีซั่นด้วยกัน สำหรับซีซั่น 1 ของซีรีส์เรื่องนี้จะมี 8 อีพี 2 อีพีแรกรับชมได้แล้ววันนี้ทาง Prime Video และอีพีต่อ ๆ ไป จะมาทุกวันศุกร์ เวลา 11.00 น.

ข้อมูลอ้างอิง 

www.vanityfair.com/hollywood/2022/02/amazon-the-rings-of-power-series-first-look

www.vulture.com/article/lord-of-the-rings-the-rings-of-power-plot-explained.html

collider.com/how-rings-of-power-ties-into-lord-of-the-rings/

Writer

โจนี่ วิวัฒนานนท์

แอดมินเพจ Watchman ลูกครึ่งกรุงเทพฯ-นนทบุเรี่ยน และมนุษย์ผู้มีคำว่าหนังและซีรีส์สลักอยู่บนดีเอ็นเอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load