20 ธันวาคม 2564
2.90 K
01

ในม่านหมอกฟ้าขุ่นใต้ทะเลด้านหน้า มีเงาราง ๆ ของสัตว์ขนาดใหญ่เคลื่อนตัวผ่านหน้าไปช้า ๆ นักดำน้ำทุกคนเพ่งสายตาและหันหน้าไปทางทิศเดียวกันเพื่อไล่ตามให้ทัน ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใดฉลามวาฬที่เป็นเป้าหมายของทุกคนหักเลี้ยวเข้ามาทางทิศที่เราลอยตัวรออยู่ เงาจาง ๆ ค่อย ๆ ชัดขึ้นทุกที จนเห็นลวดลายสีขาวบนตัวของมันได้ชัด จุดขาวเหล่านี้ เหมือนกับลายนิ้วมือของคนเรา ไม่มีฉลามวาฬตัวไหนมีลวดลายซ้ำกัน

ถึงแม้จะเคยเจอฉลามวาฬมาก่อน แต่ทุกครั้งที่ได้เจอ เราก็ยังคงตื่นเต้นจนทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะเลือนหายไป

นักดำน้ำหลายคนตามหาฉลามวาฬตัวแรกในชีวิตมาหลายปี บางคนผ่านการดำน้ำมาหลายร้อยไดฟ์ก็ยังไม่ได้เห็น บนเรือในทริปเดียวกัน บางคนอาจจะเจอ บางคนอาจจะพลาด ขนาดลงดำน้ำที่จุดเดียวกันพร้อม ๆ กัน ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เจอกันหมดทุกคน คนใกล้ตัวเราเคยพูดติดตลกว่า ฉลามวาฬก็เหมือนกับความรัก รู้ว่ามีแต่ไม่เคยเจอ คนส่วนใหญ่จึงพยายามไล่ตามโอกาสนั้นสักครั้ง

นักดำน้ำและชาวประมง ใครเป็นตัวร้ายในเรื่องราวใต้ท้องทะเล
02

มันเริ่มต้นเมื่อปีที่แล้ว ชาวประมงในพื้นที่หลีเป๊ะส่งข่าวบอกนักดำน้ำท้องถิ่นว่า เวลาที่พวกเขาลงไปกู้ลอบปลาที่หินแปดไมล์ เขาได้เจอกับฉลามวาฬบ่อยครั้ง นักดำน้ำกลุ่มแรก ๆ เดินทางไปตามข่าวจากชาวประมง และพบว่าฉลามวาฬที่เข้ามาที่หินแปดไมล์ มีขนาดโดยเฉลี่ยใหญ่กว่าที่พบเจอในจุดดำน้ำอื่น และบางครั้งพวกมันเข้ามาพร้อม ๆ กัน มากกว่าหนึ่งตัว

ฉลามวาฬไม่ใช่วาฬที่ต้องโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ พวกมันเป็นปลาแท้ ๆ ที่อยากจะว่ายน้ำลงไปลึกแค่ไหนก็ได้ จะว่ายไปที่ไหนก็ได้ การมีสถานที่ที่เป็นจุดนัดพบกับพวกมันเป็นประจำถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา

หลังจากนั้นไม่นาน หินแปดไมล์ถูกยึดครองด้วยเรือบริการนักดำน้ำเกือบทุกวัน บางวันมีเรือมาจอดรอพร้อม ๆ กัน 5 ลำ

ถ้าไม่มีข่าวฉลามวาฬ หินแปดไมล์คือจุดดำน้ำที่แทบจะไม่ค่อยมีใครอยากไป ความแรงของกระแสน้ำที่นี่ทำให้อากาศในถังอากาศที่พกลงไปหมดลงได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าต้องว่ายต้านน้ำอยู่ตลอดเวลา ถึงจะมีปลาเล็กปลาน้อยคลุมกองหินอยู่เยอะ แต่ส่วนใหญ่แล้วน้ำค่อนข้างขุ่นเหมือนหมอกหนาทึบ ถึงจะมีฉลามวาฬว่ายอยู่ใกล้ ก็อาจจะมองไม่เห็นตัวเสียด้วยซ้ำ

นักดำน้ำและชาวประมง ใครเป็นตัวร้ายในเรื่องราวใต้ท้องทะเล
นักดำน้ำและชาวประมง ใครเป็นตัวร้ายในเรื่องราวใต้ท้องทะเล
03

ในกองหินมีลอบจับปลาขนาดใหญ่วางอยู่ 4 – 5 ลูก ตั้งแต่โควิดระบาดรุนแรง คนท้องที่ที่เคยทำงานบริการท่องเที่ยวผันตัวกลับมาเป็นชาวประมง บางหมู่บ้านลงขันกันสร้างลอบตักปลาขนาดใหญ่ซึ่งมีราคาแตะหมื่นบาท เพื่อจะเป็นอุปกรณ์หลักในการเลี้ยงดูชีวิต ทดแทนรายได้ที่หดหาย อุปกรณ์จับปลามีหลายแบบ บางอย่างก็ทำลายล้างกวาดหน้าดิน บางอย่างก็ทำลายทั้งแนวปะการัง แต่พวกเขาเลือกใช้ลอบจับปลาเพราะมันไม่ได้รุกรานธรรมชาติใด ๆ แค่เพียงวางไว้เฉย ๆ ไม่ต้องใช้เหยื่อล่อ เป็นตัวเลือกที่ชาวบ้านเลือกมาอย่างดีแล้ว

เราว่ายเข้าไปใกล้ลอบด้วยความสนใจ ลอบที่หินแปดไมล์ถูกบรรจงวางอย่างดี ชาวประมงนำหินมารองฐาน เพื่อยกโครงสร้างของลอบไม่ให้ทับปะการัง ลอบใหญ่แบบนี้จะถูกวางทิ้งไว้เป็นเวลานาน ชาวประมงจะแวะมาเก็บปลาออกจากลอบ แต่ไม่ได้ยกลอบขึ้น ตามโครงสร้างจึงเริ่มมีสาหร่ายเริ่มมาเกาะ บางอันถึงกับมีปะการังอ่อนต้นเล็ก ๆ เติบโตที่ฐาน ถ้ามันไม่ถูกกู้เก็บขึ้นไป คงมีสักวันหนึ่งที่ปะการังจะโตครอบทับสิ่งแปลกปลอมนี้จนกลืนหายไป

ในระหว่างที่เรากำลังดูปลาในลอบเพลิน ๆ ก็ได้ยินเสียงเครื่องเรือหางยาวดังมาจากด้านบน หลังจากเสียงเงียบไปสักครู่ เราเห็นกลุ่มคนกำลังดำลงมาจากผิวน้ำ อุปกรณ์ที่เขามีแตกต่างกับนักดำน้ำแบบเราอย่างชัดเจน ปลายท่อยางขนาดเล็กเสียบไว้กับหน้ากากดำน้ำ อีกด้านถูกเหน็บล็อกไว้กับเข็มขัดตะกั่วก่อนที่จะลากยาวขึ้นไปสู่ผิวน้ำด้านบน สายนี้ต่อตรงกับเครื่องปั๊มอากาศด้านบน เหนือหัวของพวกเขามีฟองอากาศออกมาตลอดเวลา พวกเขาไม่ใส่ตีนกบเหมือนอย่างนักดำน้ำ แต่เป็นรองเท้าสวมดูทะมัดทะแมง

เราลอยตัวดู ชาวประมง 2 คนที่ว่ายตรงลงมาที่ลอบซึ่งวางอยู่ที่ความลึก 20 เมตร พร้อมถังแกลลอนเปล่าใบใหญ่ คนหนึ่งตรงไปแก้ลวดที่มัดปิดล็อกบานประตูเปิด แล้วเอาอวนเล็กครอบทับบานเปิด เมื่ออวนเข้าที่พร้อม อีกคนก็เริ่มไล่ปลาจากในลอบให้ว่ายไปเข้าอวนที่รออยู่ พอปลาออกมาจนหมดก็มัดรวบปากอวนผูกเข้ากับถังแกลลอน เติมลมใส่ถังที่คว่ำปากลง ใช้เป็นถุงลมยกอวนที่มีปลาอยู่ลอยกลับขึ้นไปสู่ผิวน้ำด้วยความเร็วที่น่าตกใจ อีกคนมัดลวดปิดปากลอบให้กลับสู่สภาพเดิม ไม่ต้องมีใครเอ่ยปากหรือทำท่าสื่อสารสั่งงานกัน งานทั้งหมดจบลงภายในไม่กี่นาที เราดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความทึ่ง ตื่นเต้นกับการทำงานของพวกเขา จนทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะเลือนหายไป แบบเดียวกับตอนที่เห็นฉลามวาฬว่ายผ่านมา

ชาวประมงพื้นบ้านเปลี่ยนจากการดำน้ำตัวเปล่ามาเป็นดำน้ำกับเครื่องอัดอากาศ เพื่อให้มีเวลาทำงานใต้น้ำได้นานขึ้น แต่พวกเขาไม่ได้สนใจเรียนทฤษฏีความดันแบบที่นักดำน้ำเรียนรู้ การขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว และแช่ทำงานอยู่ในพื้นที่ลึกนานจนเกินลิมิตที่มี รวมถึงการลงเก็บกู้ลอบหลายลูกในหนึ่งวัน ทำให้ชาวประมงเหล่านี้เจ็บป่วยจากโรคน้ำหนีบบ่อยครั้ง และผลของโรคนี้อาจจะทำให้พิการ อัมพาต หรือตายได้

04

ลอบจับปลาที่วางอยู่กลางจุดดำน้ำ เป็นภาพบาดตาสำหรับนักดำน้ำที่รักธรรมชาติหลายคน นักดำน้ำมักจะถูกสอนให้เกลียดชังชาวประมง เพราะชาวประมงคือตัวร้ายที่คอยจับปลาสวยงามออกจากจุดดำน้ำของพวกเขา หลายคนทนไม่ได้ ต้องทำหน้าที่เป็นตัวเอกช่วยเปิดหรือทำลายลอบเพื่อช่วยปลาออกมา พวกเขาลืมไปแล้วว่า ใครเป็นคนส่งข่าวพบเจอฉลามวาฬที่กองหินนี้

ลอบที่เสียหาย ถึงจะรู้ว่าเป็นฝีมือของนักดำน้ำ แต่ก็จับตัวหรือชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นใคร ถึงแม้เรือบริการนักดำน้ำหลายลำจะช่วยกันพูดบอกว่าอย่าทำลายลอบ แต่เหตุการณ์ก็ยังมีให้เห็นอยู่เสมอ

จำนวนนักดำน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปลาว่ายเข้าลอบลดลงอย่างเห็นได้ชัด พอมีคนว่ายวนไปมาอยู่หน้าลอบ ปลาก็หนีออกไปนอกกองหิน ไม่ว่ายเข้ามาติดในลอบ ชาวประมงหลายคนย้ายลอบของตัวเองให้ลงไปสู่น้ำที่ลึกขึ้นด้านนอก เพื่อหนีปัญหาจากนักดำน้ำ แต่ยิ่งลึกก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการทำงาน เริ่มมีคนป่วยจากโรคน้ำหนีบบ่อยขึ้น ในสายตาของชาวประมง นักดำน้ำคือตัวร้ายที่คอยขัดขวางการหาเลี้ยงชีวิตของพวกเขา

ตัวร้ายในละครถูกวางบทให้ตรงข้ามกับตัวเอก ในชีวิตจริงไม่จำเป็นต้องยัดเยียดบทตัวร้ายให้กับใคร เพราะตัวเราก็อาจจะเป็นตัวร้ายในสายตาของเรื่องอีกมุมก็ได้

กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หินแปดไมล์มีประกาศคำสั่งห้ามทำประมง เพราะเหตุผลว่าเป็นแนวปะการังที่มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยวดำน้ำของประเทศ การทำประมงในพื้นที่นี้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

กองหินนี้ไม่ควรเป็นของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ความพิเศษของมันไม่ได้มาจากฉลามวาฬที่ผ่านเข้ามาเท่านั้น แต่ความพิเศษของมันเกิดขึ้นจากมิตรภาพที่ชาวประมงมีให้นักดำน้ำ เราอยากให้มันยังคงเป็นพื้นที่ที่แบ่งปันให้ใช้ร่วมกันได้ โดยไม่มีใครเป็นตัวร้าย ไม่มีใครจ้องจะทำลายธรรมชาติ เมื่อถึงวันนั้น พื้นที่นี้จะกลับมาเป็นพื้นที่ที่พิเศษสุดจริง ๆ อีกครั้ง

หมายเหตุ : คำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 210/2564 เรื่องมาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการังในพื้นที่กองหินแปดไมล์ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี

สารคดีสัญชาติไทย

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

Life on Earth

เรื่องราวสรรพชีวิตที่อยู่บนโลกใบเดียวกับเรา

เมื่อไหร่ที่อากาศเริ่มเย็นลง ภาพภูเขาก็จะปรากฏขึ้นมาในหัวเราทันที น่าจะเป็นนิสัยของคนเมืองร้อนที่อยากไปสัมผัสความหนาวเย็นบนเขา เพื่อหนีออกจากตึกสูงและไอร้อนที่ล้อมตัวอยู่ทุกวัน

2 ปีที่แล้ว ต้นเดือนเมษายนไม่มีอากาศเย็นวูบมาจากทางเหนือ แต่อากาศบนเขาใหญ่ก็ยังเย็นกว่าอากาศในเมือง ไม่ได้เย็นขนาดเรียกว่าหนาว แต่เย็นสบายกว่ามาก เราขับรถขึ้นเขาไปตั้งแต่ก่อนสว่าง หน้าต่างรถเปิดกว้างทุกบาน เสียงต่าง ๆ ของป่าผ่านเข้ามาทางหน้าต่างรถที่เปิดอยู่ 

เต้ย ไกด์เขาใหญ่และช่างภาพสัตว์ป่าฝีมือดี มักอธิบายเสียงที่ได้ยินให้เราฟังเวลานั่งรถไปด้วยกัน

“เสียงชะนีมือขาว ครอบครัวนี้เพิ่งมีลูกใหม่ พี่จำได้มั้ย เราเคยถ่ายมันข้ามถนนตรงโค้งข้างหน้า”
“เสียงชะนีมงกุฎ แต่ฝูงนี้ค่อนข้างตื่นคน ไม่ค่อยยอมให้เข้าใกล้”

“เสียงนกกก น่าจะเป็นตัวที่ทำโพรงตรงข้างถนน ถ้าเราไปจอดรอตรงจุดข้างหน้า น่าจะดักถ่ายมันบินได้พอดี”

ถ้าไม่ได้รู้จักกัน คงคิดว่าเต้ยพูดเล่นเพื่อให้การเข้าป่าสนุกสนาน แต่เต้ยหมายความตามที่พูดจริง ๆ ทุกครั้ง

หลังจากที่นกเงือกจับคู่แล้ว ตัวเมียจะเข้าโพรงรัง และปิดปากโพรงให้เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ กว้างแค่เอาจะงอยปากผ่านได้ นกเงือกตัวเมียรอการส่งอาหารจากตัวผู้ทุกวัน วันหนึ่งตกประมาณ 10 กว่ารอบ ที่น่าประหลาดใจคือ นกเงือกเป็นสัตว์ที่มีนิสัยสม่ำเสมอเป็นกิจวัตร เส้นทางที่บินเข้ารังมักเป็นเส้นทางเดิม ๆ และรอบแรกของการส่งอาหารให้ตัวเมียในโพรงก็มักเป็นเวลาเดิม ๆ

7 โมงครึ่งคือเวลาเป้าหมายที่เต้ยสังเกตและบอกเรามา โพรงที่เราเฝ้าในวันนี้เป็นของนกกก นกเงือกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดานกเงือกของไทย

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

7 โมงครึ่งเป๊ะ เสียงกระพือปีกดังมาก่อนจะได้เห็นตัว นกกกตัวใหญ่บินเข้ามาเกาะที่กิ่งพักก่อนเข้าป้อนที่โพรง โชคดีว่านกกกครอบครัวนี้ค่อนข้างคุ้นกับคน และใช้โพรงนี้เป็นรังต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ทำให้เรามีโอกาสดูนกขนาดใหญ่ในระยะใกล้ และได้เห็นพฤติกรรมอย่างชัดเจน 



พ่อนกกกค่อย ๆ ขย้อนอาหารหลายอย่างออกจากคอ ทยอยส่งเข้าไปให้แม่นกทีละชิ้น คนดูจากด้านล่างก็เดาไปทีละก้อนว่าสิ่งนั้นคืออะไร บางรอบเป็นลูกไม้สุก บางรอบเป็นตะขาบตัวยาว บางรอบเป็นกิ้งก่าตัวเล็ก ช่วงเวลาในการกกไข่แต่ละช่วง พ่อนกจะส่งอาหารต่างกัน ช่วงแรกที่ต้องปิดโพรง พ่อนกจะป้อนแต่ลูกไทรสุก เพื่อให้แม่นกเอามูลมาเป็นวัสดุปิดโพรงและรองรัง ในช่วงต่อมาที่เริ่มมีลูกนกแล้ว อาหารจะเปลี่ยนเป็นเหยื่อที่ให้โปรตีนมากขึ้น

พ่อนกกกป้อนอาหารที่เก็บมาจนหมดก็บินออกไปหาอาหารรอบใหม่ เรารีบเก็บของแล้วย้ายไปนั่งรอนกเงือกอีกชนิดที่อีกจุด ตรงนี้เป็นโพรงของนกเงือกกรามช้าง ซึ่งมีความระแวงมากกว่า เราจึงต้องมองหามุมที่ทำให้มันสบายใจ ไม่ใกล้จนเกินไป ไม่เปิดตัวให้เห็นจากมุมโล่ง 

เรามุดลอดพุ่มไม้ทึบ ก้มมองหาช่องว่างระหว่างใบไม้ที่มองเห็นปากโพรง หลังจากเซ็ตกล้องเสร็จด้วยความรวดเร็ว ก็เป็นการนั่งรอในความเงียบ พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่รบกวนพื้นที่ส่วนตัวของนกเงือก

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

พ่อนกเงือกกรามช้างบินเข้ามาตอน 8 โมง 35 นาที ผิดจากเวลาที่บอกกันมาแค่ 5 นาที มันดูระวังตัวมากกว่านกกกเมื่อเช้า เอียงคอมองมาทางพวกเราที่นั่งแอบอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้พวกเราจะแอบตัวอยู่มิดในพุ่มไม้ และแทบจะไม่ขยับตัวก็ตาม แต่มันก็รับรู้การมีอยู่ของเราได้ดีกว่าที่เรารับรู้การมีอยู่ของพวกมัน

2 ปีผ่านไป เช้านี้เรานั่งแอบรอดูนกเงือกป้อนอาหารที่โพรงอยู่ใต้พุ่มไม้อีกที่หนึ่ง ถึงแม้จะเป็นคนละโพรงกัน แต่ความตรงเวลาของพวกมันยังเหมือนเดิม

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

วันนี้ พี่เอ ไกด์และช่างภาพสัตว์ป่าอีกคนที่คุ้นเคยกันดี โทรหาตอนที่เราออกจากการดูนกเงือกว่า มีชะนีมงกุฎนั่งกินลูกไม้ในระดับต่ำ ให้รีบขับรถตามมา จุดหมายที่พี่เอบอกห่างออกไปจากจุดที่เราอยู่เกือบ 30 นาที ระยะทางสองจุดนี้ไม่ได้ไกล แต่ว่าเส้นทางบนเขานี้ เราขับรถเร็วไม่ได้ ถนนที่นี่ไม่ได้มีแต่มนุษย์ที่ใช้งาน

หลายครั้งที่เราขับรถผ่านถนนบนเขา แล้วมีสัตว์ป่าวิ่ง กระโดด หรือบินผ่านหน้ารถ ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เล็ก ๆ อย่างไก่หรือกระรอก แต่ก็มีบางครั้งที่เป็นสัตว์ใหญ่อย่างกวางเช่นกัน ถนนตัดผ่านเขาใหญ่เป็นเส้นทางที่หลายคนใช้เป็นทางลัดข้ามเมือง รถหลายคันวิ่งผ่านพื้นที่นี้เพียงเพื่อผ่านไปยังจุดหมายอื่น พวกเขาคงไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงได้ขับช้าเหลือเกิน ถึงแม้จะมีขีดจำกัดความเร็วบังคับอยู่ แต่เราก็เห็นรถที่พุ่งแซงไปด้วยความเร็วเกินลิมิตนั้นบ่อยครั้ง

เราขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ แอบคิดอยู่ในใจว่าคงไม่ได้เห็นชะนีมงกุฎแล้วแน่ ๆ แต่ปรากฏว่าดวงชะนีอุปถัมภ์ของเรายังคงแข็งแรงดีอยู่ เต้ยชอบพูดเล่นกับเราบ่อย ๆ ว่า เราเป็นคนดวงชะนีอุปถัมภ์ เพราะทุกครั้งที่ขึ้นเขา มักได้เจอชะนีแบบใกล้ ๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง เรานั่งเฝ้ารอดูนกเงือกสีน้ำตาลเข้าป้อนอาหารที่รัง ชะนีมือขาวครอบครัวหนึ่งก็มาเกาะห้อยโหนเล่นกันบนกิ่งไม้เหนือหัวจุดที่เรานั่งอยู่ อยู่ด้วยกันนานกระทั่งชะนีปล่อยฉี่ตกห่างจากจุดที่เรานั่งไปเพียงไม่กี่เมตร

ชะนีมงกุฎมีสีขนบริเวณหน้า แตกต่างจากชะนีมือขาวชัดเจน ตัวผู้เต็มวัยมีสีดำทั่วตัว ยกเว้นส่วนรอบหน้า คิ้ว มือ เท้า และถุงอันฑะ พอขับไปถึง เราจอดรถแอบไว้ริมถนนเส้นหลัก ในจุดที่จะไม่รบกวนคนอื่นที่ใช้เส้นทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ตามธรรมชาติชะนีจะไม่ลงจากต้นไม้นอกจากจำเป็นจริง ๆ อากัปกิริยาของพวกมันที่อยู่บนยอดไม้จึงน่าสนใจมาก ท่าทางพักผ่อนหย่อนใจหลายท่าดูเป็นท่ายากเมื่อมองจากมุมมองของมนุษย์ เรามองไม่เห็นความสบายในท่าเหล่านั้นเลยสักนิดเดียว พวกมันขยับจากกิ่งนี้โยนตัวไปอีกกิ่งหนึ่ง แล้วก็เอื้อมมือไปที่ลูกไม้สุก ไต่เลาะไปตามพุ่มไม้ริมถนน เราก็เดินตามพวกมันเป็นเส้นขนานกันตามไป

รถหลายคันวิ่งผ่านไปมา บางคันชะลอถามว่าเรายืนดูอะไร คนในรถบางคันเห็นตัวชะนีก่อนที่เราจะชี้ให้ดูเสียอีก ในขณะที่รถบางคันไม่ได้สนใจเลยว่ามีอะไรอยู่ข้างทาง

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

การดูสัตว์บนเขาใหญ่ บ่อยครั้งเป็นการพบเจอจากข้างถนนสายหลัก บรรดาช่างภาพและนักดูสัตว์ป่าทั้งหลายจะขับรถวนไปตามถนนลาดยางเส้นต่าง ๆ อย่างช้า ๆ เพื่อฟัง ดู และมองหาร่องรอยที่สัตว์ป่าทิ้งไว้

เส้นทางขึ้นยอดเขาเขียวมีถนนช่วงหนึ่งตัดผ่านทุ่งราบสองข้าง ดูเผิน ๆ ก็เหมือนทุ่งหญ้ารกร้างทั่วไป แต่ขอบดินข้างถนนลาดยางมีรอยเท้ากระทิงขนาดใหญ่มากมาย บางรอยสดใหม่ แสดงให้เห็นว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ กระทิงเป็นสัตว์ที่หากินเวลากลางคืน ช่วงเวลากลางวันที่คนเราใช้งานเส้นทางจึงไม่ค่อยพบพวกมัน เราจึงลืมไปว่าพื้นที่นี้มีสัตว์ป่าจริง ๆ อาศัยอยู่

อ่างเก็บน้ำสายศรเป็นพื้นที่ที่เราตั้งชื่อเล่นให้ว่าอ่างเวดดิ้ง ยามเย็นในวันที่อากาศดี เราจะพบเห็นคู่รักขึ้นมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งหลายคู่ ที่อ่างเก็บน้ำเดียวกันนี้ เราเคยลงไปนั่งริมน้ำเพื่อตามถ่ายฝูงนากไล่จับปลา พวกมันปราดเปรียว ไล่ต้อนปลาทางโน้นทีทางนี้ทีจนน้ำสาดกระจาย นากไม่ได้ออกมาที่อ่างเก็บน้ำนี้ทุกวัน คู่รักหลายคู่ที่มาถ่ายรูปคงไม่เคยเห็นสัตว์ป่าของเขาใหญ่เสียด้วยซ้ำ หลายคนมองหาแต่ธรรมชาติที่เหมาะจะเป็นพื้นหลังของภาพถ่ายเท่านั้น

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

ช่วงบ่ายวันนี้เรานั่งแอบอยู่ในบังไพร เพื่อรอหมาในลงมากินซากกวางที่มันเพิ่งล่าได้เมื่อคืน เส้นทางที่หมาในจะมาถึงซากต้องเดินเลียบอ่างน้ำมา ในเส้นทางมีทุ่งหญ้าเล็ก ๆ ริมน้ำอยู่หนึ่งจุด ยามเย็นที่อุณหภูมิกำลังเริ่มเย็นสบาย นักท่องเที่ยวครอบครัวหนึ่งใช้ทุ่งเล็ก ๆ นี้เป็นจุดกางเสื่อปิกนิกริมน้ำ การรอของเราในวันนี้สิ้นสุดลงทันทีที่ครอบครัวนั้นเริ่มกางเสื่อนั่งลง ไม่มีหมาในตัวไหนจะยอมเสี่ยงวิ่งผ่านเส้นทางที่มีคนนั่งอยู่เป็นแน่

ทริปขับรถเที่ยวเขาใหญ่แบบตั้งใจเปิดประสาทสัมผัส จนเจอนกเงือก ชะนีมงกุฎ นาก และหมาใน

นักท่องเที่ยวไม่ผิดในการใช้พื้นที่ พวกเขามองไม่เห็นซากกวางที่ซ่อนอยู่ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่งขวางเส้นทางของหมาใน สัตว์ป่าส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายหลบเลี่ยงมนุษย์ เป็นเส้นขนานที่ไม่ค่อยจะตัดกัน แต่ทุกจุดตัดมักทำให้เราได้แอบเห็นเสี้ยวหนึ่งของชีวิตจริงในธรรมชาติ

เต้ยส่งข้อความมาบอกเราว่า มีช้างป่าออกมาที่ถนนทางไปด่านปราจีน ช้างป่าของเขาใหญ่ก็ใช้ถนนลาดยางของคนเรา ในขณะที่กำลังขับรถไปตามจุดที่เต้ยบอก เรากดปุ่มลดหน้าต่างข้างตัวลง ปล่อยให้ธรรมชาติไหลเข้ามาปนในตัวรถ เปิดรอจุดตัดใหม่ที่จะผ่านเข้ามา

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในบทความนี้ บันทึกไว้ในระหว่างที่เราเข้าป่าเพื่อถ่ายทำสารคดีสั้น ‘A day in the forest’ เพื่อเล่าเรื่องราวชีวิตสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นในหนึ่งวัน

ถ้าหากอยากเห็นเขาใหญ่ในแบบที่มีชีวิตสัตว์ป่า สามารถติดต่อไกด์เต้ยหรือไกด์เอ สำหรับการเยี่ยมชมเขาใหญ่แบบไม่ธรรมดา

นอกจากนี้ ยังรับชมเบื้องหลังการถ่ายทำสารคดี A day in the forest ได้ที่นี่

Writer & Photographer

ชุตินันท์ โมรา

ช่างภาพ/วิดีโอใต้น้ำมือรางวัลระดับเอเชีย ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกใต้น้ำทั้งในและนอกประเทศมากว่า 17 ปี ทำหนังสือดำน้ำระดับนานาชาติหลายเล่ม เป็นทีมวิดีโอใต้น้ำและคนเบื้องหลังสารคดีและโฆษณาหลายตัว นอกจากนี้ยังเป็นแอดมินเพจ digitalay

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load