มกราคม 2563 – หลังเทศกาลปีใหม่ พวกเราเริ่มได้ข่าวการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จากประเทศจีน ไม่กี่สัปดาห์ต่อมามีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศไทย ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ

กุมภาพันธ์ 2563 – จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น ความกังวลของผู้คนเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดวิตก ทุกครั้งที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เราเห็นคลื่นความตื่นตระหนกของสังคมบนโซเชียลมีเดีย

มีนาคม 2563 – สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลข่าวสารมากมายล้นโซเชียลมีเดีย บ้างเป็นข่าวจริง บ้างเป็นแค่ข่าวลือแพร่สะพัดที่ทำให้สังคมยิ่งโกลาหล

12 มีนาคม 2563 – COVID Tracker แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 แบบเรียลไทม์ พร้อมบอกพิกัดและรายละเอียดของผู้ติดเชื้อ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย 

COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

COVID Tracker นับเป็นแพลตฟอร์มจัดระเบียบและแสดงข้อมูลที่มาช่วยแก้ Pain Point ของสังคมได้อย่างทันท่วงที ทำให้จนถึงวันนี้ มีผู้คนแวะเวียนเข้าไปดูข้อมูลแสนเป็นประโยชน์บนแพลตฟอร์มนี้แล้วกว่า 5 ล้านคน 

คอลัมน์ Little Big People พาคุณไปทำความรู้จักคนกลุ่มเล็กผู้อยู่เบื้องหลัง COVID Tracker อย่าง 5Lab บริษัทให้บริการเทคโนโลยีสัญชาติไทย ที่ลุกขึ้นมาสร้างแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ให้สังคมด้วยการทำสิ่งที่ถนัด จากความตั้งใจแรกที่อยากทำไว้แค่แชร์กันในหมู่เพื่อนฝูง สู่การแชร์ต่อไปในวงกว้างนับแสนครั้ง

The Hackathon

5Lab คือบริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการด้านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงซอฟแวร์ต่างๆ ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือจะทำให้เทคโนโลยีมีความเป็นมนุษย์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ก่อตั้งโดย Co-Founders 3 คน คือ โบว์-พัชรินทร์ ตันชัยเอกกุล, ใหม่-อาพร พลานุเวช และ โน้ต-นิธิ ประสานพานิช

covid tracker

โบว์เริ่มเล่าว่า “วันที่เราคุยกันว่าจะทำ COVID Tracker คือวันที่มีการพบผู้ติดเชื้อที่สีลม ซึ่งมันใกล้ตัวมาก เพราะออฟฟิศเราอยู่สาทร น้องคนหนึ่งในทีมก็พูดขึ้นว่า ‘ทำไมในไทยไม่มีใครทำ Tracker บอกตำแหน่งผู้ติดเชื้อสักที แล้วเราจะไประวังตัวกันได้ยังไง เราทำกันดีไหม’ เราก็ตัดสินใจกันตอนนั้นเลยว่าเอาดิ งั้นมาเริ่มทำ Hackathon กันเลย”

Hackathon คือรูปแบบการทำงานที่ทุกคนในทีมจะโยนไอเดียและระดมสมองกัน เพื่อทำให้งานชิ้นนั้นๆ สำเร็จลุล่วงโดยไม่หยุดหรือเลิกไประหว่างทาง 

“จะเรียกว่าทำแบบมาราธอนก็ได้ เพราะไม่เสร็จห้ามหยุด ดังนั้นการทำงานรูปแบบนี้ อะไรไม่จำเป็นเราจะไม่ทำ เพราะกลัวไม่ได้นอน (หัวเราะ) 

COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

“เราทำ Hackathon กันตั้งแต่ตอนเย็นๆ ระดมทีมกันหาข้อมูล เขียนโปรแกรม ทำต้นแบบ และออกแบบการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป User Experience (UX) และ User Interface (UI) โดยจุดมุ่งหมายในการออกแบบ คือเราพยายามทำให้มันเรียบง่ายที่สุด พยายามให้ข้อมูลทั้งหมดมีไม่เกินหนึ่งหน้า คือเปิดมาปุ๊บเห็นข้อมูลทั้งหมดเข้าใจภาพรวม เท่านั้นพอ

“จนถึงประมาณเที่ยงคืน COVID Tracker ก็เสร็จสมบูรณ์ และเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้งานได้”

Old Ways Won’t Open New Door

5Lab เปิดทำการมาแล้ว 3 ปี มีทีมงานทั้งสิ้น 7 คน

“ทุกวันนี้ในประเทศไทยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเยอะมาก พอเจนเนอเรชันของคนทำงานเปลี่ยน วัฒนธรรมการทำงานก็เปลี่ยนตามไปด้วย เราทำงานกันแบบสบายๆ คำว่าสบายในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าทำงานง่าย แต่หมายถึงรีแลกซ์” โบว์อธิบาย

covid tracker

“เทคโนโลยีทำให้เราทำงานได้สะดวก โดยไม่ต้องมาเจอหน้ากัน ไม่จำเป็นต้องมานั่งประชุมกันทั้งวัน จริงๆ ออฟฟิศใหม่ๆ ยุคนี้ มีนโยบาย Work from home กันมาตั้งนานแล้ว ก่อนจะมีเรื่องโรคระบาดอีก (ยิ้ม) 5Lab ก็ให้ทุกคนในทีม Work from home ทุกวันศุกร์ คุณจะทำงานจากที่ไหนก็ได้ตราบใดที่ประสิทธิภาพของคุณไม่ลดลง” 

โบว์เล่าว่าทุกเช้าก่อนเริ่มงานจะมี Stand Up Meeting ให้ทีมแต่ละคนอัปเดตสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบแบบเร็วๆ 1 – 2 นาที จากนั้นแยกย้ายกันทำงานเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

“Stand Up Meeting เป็นวัฒนธรรมการทำงานของฝรั่งเจเนอเรชันใหม่ๆ ที่จะไม่นั่งประชุมกันนาน และด้วยความที่องค์กรเราเล็ก การสื่อสารระหว่างกันก็ง่าย สะดวก เร็ว ทุกคนในทีมไม่ว่าจะรุ่นไหน เด็กกว่า แก่กว่า ก็โยนไอเดียใส่กันได้หมด

COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

“โดยไอเดียอะไรก็ตามที่ถูกหยิบขึ้นมา ถ้าคุยกันแล้วทุกคนเห็นพ้องต้องกัน มันก็เกิดขึ้นได้ทุกอย่าง COVID Tracker ก็เช่นกัน ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าทำคืนนี้ แล้วพรุ่งนี้จะ Launch ให้เพื่อนๆ พ่อแม่ในกรุ๊ปไลน์ครอบครัวสวัสดีวันจันทร์เท่านั้น ไม่ได้คิดว่ามันจะไปไกลขนาดนี้

“ไกลขนาดที่ว่า มีเพื่อนส่งลิงก์ COVID Tracker มาให้ บอกว่าเพื่อนที่ออสเตรเลียส่งมา โดยที่เขาไม่รู้ว่าโบเป็นคนทำเอง คือมันวนกลับมาถึงเราอีกลูปหนึ่ง” (ยิ้ม)

A Better Version

1 สัปดาห์นับจากการเปิดให้คนเข้าใช้งานเป็นครั้งแรก 5Lab พัฒนา COVID Tracker ไปแล้ว 1 เวอร์ชัน จากที่มีแค่ภาษาไทย เพิ่มมาอีก 4 ภาษา คืออังกฤษ ญี่ปุ่น จีนกวางตุ้ง และจีนกลาง โดยรับนักแปลอาสาสมัครที่อยากใช้ทักษะของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ในช่วงที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันคนละไม้คนละมือแบบนี้

“นอกจากข้อมูลของผู้ติดเชื้อที่แสดงบนแผนที่ เราเพิ่มเรื่องของโรงพยาบาลเข้ามาด้วย ว่ามีโรงพยาบาลไหนรับตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสตัวนี้บ้าง สิบแปดโรงพยาบาลที่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าตรวจฟรี จริงๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนเข้าไปตรวจฟรีได้ คุณต้องมีอาการเข้าเกณฑ์จึงจะได้รับการตรวจฟรี ข้อมูลที่ใส่เพิ่มเติมเข้าไปพวกนี้เราหาเองและมีแหล่งอ้างอิงข้อมูลชัดเจน”

5Lab, COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

โบว์บอกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนจำนวนมากช่วยรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเข้ามาให้ 5Lab แต่ทางทีมไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาแสดงบนแพลตฟอร์ม COVID Tracker เพราะจำเป็นต้องใช้เฉพาะข้อมูลที่มีประกาศหรือยืนยันอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดยเฉพาะตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมที่ต้องตรงกันตลอด ผิดพลาดไม่ได้เลย

“เราได้รับฟีดแบ็กดีๆ มากมายที่ช่วยไกด์ให้เรารู้ว่าควรพัฒนา ปรับปรุง หรือแก้ไขตรงไหนต่อ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพต่อการใช้งานที่สุด และได้รับการติดต่อจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่อยากเข้ามาช่วย

“แต่การช่วยก็มีหลายระดับ บางแห่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เราเข้าใจระบบการทำงานขององค์กรระดับนี้นะ ว่าต้องไปเข้าร่วมประชุมหารือต่างๆ อีกหลายครั้ง ถ้าจะทำงานร่วมกัน เราจึงแจ้งไปว่าทีมงานเรามีน้อย แถมยังมีงานประจำที่ต้องทำอยู่ เราขอเป็นข้อมูลที่ครบถ้วนซึ่งเราใช้ได้โดยตรง ส่งมาเลย น่าจะรวดเร็วและคล่องตัวกว่า” โบกล่าวยิ้มๆ

covid tracker

Is Phase 3 Coming?

COVID Tracker เป็นแพลตฟอร์มแบบ Location Base ที่ระบุพิกัดของผู้ติดเชื้อ เพื่อให้คนรู้ว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง และจะได้เลี่ยงไปในพื้นที่นั้นๆ 

ใหม่อธิบายว่า “ปัจจุบันที่เราอยู่ในเฟสสองจุดเก้า ยังไม่เข้าเฟสสามของการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตอนนี้จำนวนผู้ติดเชื้อมีมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขออกมายืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อ แต่ไม่ระบุตำแหน่งว่าผู้ติดเชื้อแต่ละรายอยู่พื้นที่ไหนบ้าง ทำให้การทำงานยากขึ้น เพราะเราก็ไม่มีข้อมูล ทำให้ชี้พิกัดลงไปบน COVID Tracker ไม่ได้ คนที่เข้ามาดูก็ไม่ได้รับข้อมูลไปด้วย”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ 5Lab ได้วางแผนดำเนินการแพลตฟอร์ม COVID Tracker สำหรับการเข้าสู่เฟสที่ 3 ของการระบาดแล้ว 

covid tracker

“นิยามของเฟสสามตามที่เราเข้าใจ คือ คนติดเชื้อไวรัสตัวนี้กันทั่วไป จนไม่สามารถหาต้นตอว่าแต่ละคนได้รับเชื้อมามาจากไหน และคงมีคนที่ติดเชื้อแบบไม่รู้ตัวจำนวนหนึ่งในสังคม บางคนแสดงอาการ บางคนไม่แสดงอาการแต่ก็เป็นพาหะได้ 

“พอถึงจุดนั้น ข้อมูลผู้ติดเชื้อที่เราใส่ลงไปใน COVID Tracker คงไม่น่าจะสำคัญอีกแล้ว เพราะที่ไหนๆ ก็ไม่ปลอดภัยและมีสิทธิ์ได้รับเชื้อทั้งนั้น เราก็จะเปลี่ยนแพลตฟอร์ม จากที่ให้ข้อมูลเรื่องผู้ติดเชื้อ ไปเป็นให้ข้อมูลความช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ แทน เช่น สถานพยาบาลที่คนจะมุ่งหน้าไป

“ตอนนี้เรากำลังทำงานร่วมกับกลุ่ม NGO ที่กำลังรวบรวมข้อมูลสถานพยาบาล แต่ละแห่งมีเตียงที่รองรับผู้ติดเชื้อได้กี่คน มีเครื่องมือทางการแพทย์อยู่มากน้อยแค่ไหน คนควรจะรู้ว่าต้องไปที่ไหนที่มันปลอดภัย สถานพยาบาลไหนที่ยังมีเตียงเหลือ” โน๊ตเสริม

covid tracker

โบว์เล่าต่อถึงการประสานงานกับกระทรวงอุตสาหกรรม “เรากำลังประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องผู้ประกอบการ เพื่อใส่ข้อมูลสถานที่ที่คนไปหาซื้ออาหารและข้าวของเครื่องใช้ได้ ที่ไหนขาด ที่ไหนเหลือ ที่ไหนขายเท่าไหร่ อันนี้ก็สำคัญ 

“คนจะได้ไม่ต้องตื่นตระหนกไปซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตกัน เพราะยังมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ อีก ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรกิน ซึ่งจะไม่ได้ช่วยแค่ประชาชน แต่ถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการรายย่อยด้วย เพราะตอนนี้ทุกคนก็โดนผลกระทบกันหมด”

Keep Calm and Wash Your Hands

“หลายคนก็ถามนะว่ากดดันหรือเปล่า ต้องบอกว่าโชคดีที่ทีมเราไม่ได้วางแผนกันเยอะ (หัวเราะ) คือเราไม่ได้ตั้งเป้าอะไรกันไว้มากมาย เราทำไปเรื่อยๆ ตามที่สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลง ทำให้เราไม่ได้กดดันอะไร ที่สำคัญคือเราสนุกที่ได้ทำสิ่งนี้ รู้สึกท้าทายที่จะเห็นผลลัพธ์ของสิ่งที่เราทำ มันสร้างอะไรบางอย่างให้สังคม

“พวกเรามีพี่ตูน บอดี้สแลม เป็นแรงบันดาลใจ เขาพูดเสมอตอนวิ่งโครงการก้าวคนละก้าวว่า ‘ผมทำเพราะผมสนุก แล้วมันทำให้เกิดผลลัพธ์ต่อสังคม’ เอาจริงๆ ว่าทีมเราคงรู้สึกฟินสุดๆ ถ้าพี่ตูนช่วยแชร์ COVID Tracker ด้วย” โบว์กล่าวทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

5Lab, COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

“มนุษย์เป็นสัตว์ไม่กี่ชนิดที่จดจำใบหน้าของตัวเองได้ ใบหน้าจึงเป็นอวัยะที่สำคัญ ไม่ต่างจากตับ หัวใจ หรือสมอง เพราะใบหน้าคือจุดเริ่มต้นของตัวตน ลองนึกภาพตาม บางคนตื่นมาแค่เป็นสิวยังรู้สึกกังวลจนต้องหาคอนซีลเลอร์มาปิดบังไว้ แต่สำหรับบางคนที่เกิดมามีใบหน้าไม่ครบ เขาจะไปหลบตรงที่ไหนได้”

นี่คือเรื่องราวของ มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile Thailand) องค์กรการกุศลทางการแพทย์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร และคำพูดข้างต้นเป็นของ ทันตแพทย์หญิงยุพเรศ นิมกาญจน์ ประธานมูลนิธิสร้างรอยยิ้มแห่งประเทศไทย ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราว ‘การสร้างรอยยิ้ม’ พร้อมกับ รองศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชัย อังสพัทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการทางการแพทย์ภาคสนามที่ทำงานร่วมกับมูลนิธิฯ มากว่า 20 ปี 

Operation Smile Thailand มูลนิธิที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่มากว่า 20 ปี
Operation Smile Thailand มูลนิธิที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่มากว่า 20 ปี

เหล่าแพทย์เล็งเห็นปัญหาและความสำคัญของการได้รับการรักษา เพราะภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ส่งผลกระทบมากกว่าความบกพร่องทางร่างกาย เช่น พูดไม่ชัด กินข้าวไม่ได้ แต่รวมถึงปัญหาทางพัฒนาการ ครอบครัว สังคม การศึกษา และคุณภาพชีวิตในอนาคต

ทั้งสองจึงตัดสินใจเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม โดยมีจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกัน คือต้องการช่วยเหลือผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ที่ยากไร้และเข้าไม่ถึงการรักษา

เรานั่งคุยกับทั้งสองท่านถึงเรื่องราวของมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม และการทำงานของอาสาสมัครกว่า 250 ชีวิต ซึ่งช่วยกันขับเคลื่อนสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 15,000 รอยยิ้ม

Operation Smile Thailand มูลนิธิที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่มากว่า 20 ปี
01

เดินทางสร้างรอยยิ้ม

โดยเฉลี่ยแล้ว เด็กเกิดใหม่จำนวน 2,000 คนในแต่ละปี หรือคิดเป็นทารก 1 ใน 700 คน จะมีภาวะปากแหว่งหรือเพดานโหว่  

มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile Foundation) ก่อตั้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ใน พ.ศ. 2525 โดย นายแพทย์วิลเลียม แมกกี และภรรยา โดยพันธกิจหลักคือ ช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ รวมถึงแผลไฟไหม้และความผิดปกติอื่นๆ บนใบหน้า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้มีสำนักงานกระจายอยู่ 38 ประเทศทั่วโลก

ใน พ.ศ. 2540 มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เริ่มโครงการครั้งแรกในประเทศไทย โดยทีมแพทย์อาสาจากนานาชาติ ทำการผ่าตัดรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ให้เด็กไทยจำนวน 172 คนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ จากนั้นในเดือนกันยายน พ.ศ. 2544 มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย ก็ได้รับการรับรองเป็นมูลนิธิ

ทำไมการรักษาโรคปากแหว่งเพดานโหว่ถึงสำคัญ คุณหมอยุพเรศอธิบายว่า การที่เด็กทารกเกิดมาพร้อมกับลักษณะผิดปกติบนใบหน้า สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนคือทางกายภาพ โรคปากแหว่งเพดานโหว่ อาจเกิดเพียงอาการใดอาการหนึ่ง คือปากแหว่ง เพดานโหว่ หรือเกิดทั้งสองอย่างพร้อมกันก็ได้

อาการของโรคปากแหว่ง คือเกิดรอยแหว่งบริเวณริมฝีปากบน เพดานปาก บริเวณเนื้อเยื่อด้านในของเพดานปาก รอยแยกบริเวณกระดูกขากรรไกรบน หรือแผงเหงือกด้านบน การเกิดรอยแหว่งบริเวณดังกล่าวส่งผลให้ลักษณะกายภาพของหน้าเปลี่ยนไปข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ส่วนอาการของเพดานโหว่ เกิดขึ้นเมื่อเพดานปากทั้งสองด้านไม่ประสานกันอย่างสนิท ส่งผลให้เกิดรอยแยกบริเวณเพดานปากขึ้น แม้ไม่ได้ส่งผลต่อรูปหน้า แต่มักมีปัญหาการกลืนอาหาร การพูดไม่ชัด หรือการติดเชื้อในหู

นอกจากปัญหาทางกายภาพที่เห็นชัดเจนแล้ว ยังมีปัญหาอีกหลายส่วนที่ตามมา เช่น คนไข้ไม่อยากไปเจอใคร สิ่งนี้ก็ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการด้านต่างๆ ของคนไข้อีกทอด 

นอกจากนี้ จำนวนเด็ก 1 ใน 10 ของผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ อาจเสียชีวิตก่อนอายุครบ 1 ปี หากไม่ได้รับการรักษา เหตุผลเหล่านี้จึงทำให้แพทย์อาสาตบเท้าเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิฯ เพราะมองว่าสามารถสร้างตัวตน หรือมอบโอกาสให้เด็กกลับมายิ้มได้อีกครั้ง

Operation Smile Thailand มูลนิธิที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่มากว่า 20 ปี
Operation Smile Thailand มูลนิธิที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่มากว่า 20 ปี

“กว่ายี่สิบปีที่ทำงานด้านอาสาสมัครจนเกือบจะเกษียณอายุข้าราชการ เรารู้แต่แรกว่าตัวงานเกี่ยวกับเด็กพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ โรคมือรั้งมือหงิกต่างๆ เป็นงานของศัลยแพทย์ตกแต่ง เป็นหน้าที่ของเรา ต่อมาแม้สาธารณสุขในประเทศไทยจะเข้มแข็ง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่เมื่อเราได้ไปออกหน่วยทำงาน เลยทำให้เห็นว่า แม้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่งอกมาอยู่ดี” รองศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชัยเอ่ย

คุณหมออธิบายเพิ่มเติมว่า ยกตัวอย่างเมื่อ 30 ปีก่อน ถ้าหากบอกครอบครัวคนไข้ให้เดินทางมาผ่าตัดโรคปากแหว่งที่โรงพยาบาลจุฬาฯ สิ่งนี้เปรียบเสมือนการบอกใครสักคนบินไปรักษาโรคที่ลอนดอน หรือนิวยอร์ก เพราะการจะเดินทางมากรุงเทพฯ แต่ละครั้งของคนไข้เหล่านี้ยากลำบาก มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก และต้องมาตรวจอาการหลายครั้งกว่าจะได้รับการรักษา

มูลนิธิสร้างรอยยิ้มจึงไปเติมเต็มจุดนี้ ผ่านการการออกหน่วยแพทย์ไปแต่ละจังหวัด ซึ่งการให้คนไข้เดินทางข้ามอำเภอในจังหวัดที่เขาคุ้นเคย ดีกว่าการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ที่มีค่าใช้จ่ายอีกมหาศาล ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก เพราะคนต่างจังหวัดส่วนมากจะได้ค่าจ้างรายวัน การเดินทางมารักษาตัวที่กรุงเทพฯ หลายๆ ครั้ง จึงหมายถึงครอบครัวขาดรายได้ไปด้วย

“ผมดีใจที่เขาสบายขึ้นกับการเดินทาง แต่อาจจะลำบากเราเตรียมของเยอะหน่อย เพราะการรักษาต่างถิ่นต้องระวังเรื่องอันตรายมากๆ ทั้งทีมแพทย์ วิสัญญี พยาบาล ฯลฯ อาจฟังดูยุ่งยาก แต่มันคุ้มนะ ทีมแพทย์มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวเพิ่มที่ไม่ได้สูงอะไร และอาสาสมัครเหล่านี้ก็ต้องเสียวันลาพักร้อนมาเอง เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายของคนไข้แล้วแบบนี้คุ้มกว่า ผมมองว่าอาสาสมัครทุกคนคงจะเห็นพ้องต้องกันว่าสิ่งนี้มีประโยชน์มากกว่า เลยทำกันต่อมาเรื่อยๆ ”

Operation Smile Thailand มูลนิธิที่สร้างรอยยิ้มให้ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่มากว่า 20 ปี
02

มอบตัวตน

สาเหตุการเกิดโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีสาเหตุร่วมหลายอย่าง เช่น พันธุกรรม สภาพแวดล้อม อาหาร และยา การขาดสารอาหารบางอย่างหรือได้รับยาอันตรายบางอย่าง สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบรวมๆ ที่ทำให้เกิดโรค

โรคเพดานโหว่สัมพันธ์กับปัญหาหลักๆ 2 อย่าง คือ 1) การกลืน การกิน รูปหน้า 2) พูดไม่ชัด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญมาก เพราะเมื่อเด็กพูดไม่ชัดก็หางานที่ดีได้ยาก ส่งผลให้รายได้ไม่ดี ทางมูลนิธิจึงเข้ารักษาตั้งแต่เริ่มต้น โดยเริ่มผ่าตัดปากแหว่งเพดานโหว่ในผู้ป่วยอายุ 3 – 4 เดือน และจะนัดผ่าตัดเพดานโหว่ในอายุ 1 ปี

“เพราะโรคปากแหว่งเพดานโหว่ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับตัวเด็กหรือคนไข้ แต่ส่งปัญหาไปทั้งครอบครัว ถ้าช่วยตรงนี้ได้ตั้งแต่ต้นมันคงดีกว่า สิ่งที่เราต้องการคือทำให้เขามั่นใจขึ้น เพราะสิ่งที่เด็กๆ หรือผู้ป่วยเหล่านี้ต้องการมากที่สุดคือการกลับไปเป็นปกติ” 

คุณหมออภิชัยเล่าต่อว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย อาจไม่อยากไปโรงเรียนเพราะโดนเพื่อนล้อ สมัยโบราณบ้านไหนมีลูกเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ก็มักเก็บลูกไว้ในบ้าน จนทำให้ขาดการศึกษา ขาดปฏิสัมพันธ์กับสังคม บางครั้งเมื่อเด็กถูกล้อ ถูกกลั่นแกล้งมากๆ อาจส่งผลให้กลายเป็นเด็กที่ก้าวร้าวหรือเป็นโรคซึมเศร้าได้

ดังนั้น หลังการเข้ารับการผ่าตัดรักษาเเละพูดชัดแล้ว พัฒนาการด้านต่างๆ ของเด็กก็จะดีตามไปด้วย เพราะผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องสมอง เมื่อเด็กมีความมั่นใจ เข้ากับสังคมได้ ทุกอย่างก็จะไปตามครรลองของมัน คือ เรียนหนังสือดีขึ้น มีโอกาสได้งานที่ดีขึ้น มีสถานะทางสังคม และครอบครัวก็จะกลับสู่สมดุลปกติ

Operation Smile  Thailand มูลนิธิที่มุ่งแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ให้เด็กๆ ทั่วไทย สร้างตัวตนและรอยยิ้มให้ทั้งครอบครัว
03

ออกหน่วยรักษา

         การออกหน่วยเป็นเพียงก้าวแรกของการเดินทาง 100 กิโลเมตรเท่านั้น นี่คือคำอธิบายการทำงานของมูลนิธิสร้างรอยยิ้มจากคุณหมอยุพเรศ โดยเฉลี่ยแล้วทางมูลนิธิจะออกหน่วยทีมแพทย์ใหญ่ๆ ประมาณปีละ 4 – 5 ครั้ง ไม่รวมการออกหน่วยย่อย ซึ่งการออกหน่วยแต่ละครั้งจะใช้เวลาเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ การประสานงาน จัดตารางทีมอาสาสมัคร ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เพื่อให้การผ่าตัดปลอดภัยมากที่สุด และรองรับผู้ป่วยได้เพียงพอ

         การออกหน่วยใหญ่ เป็นการพาทีมอาสาสมัครไปอยู่ที่โรงพยาบาลปลายทางหรือจังหวัดนั้นๆ ประมาณ 7 – 10 วัน การเลือกจังหวัดหรือโรงพยาบาลในการช่วยเหลือผ่าตัดแต่ละครั้ง จะผ่านการสำรวจยอดผู้ป่วยก่อนว่าจังหวัดไหนต้องการความช่วยเหลือ ผ่านการร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐ ยกตัวอย่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นหน่วยประจำปีที่จะกำหนดไว้เลยว่า สัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน ทางมูลนิธิสร้างรอยยิ้มจะออกหน่วยรักษาที่นี่

         ชาวมูลนิธิสร้างรอยยิ้มอธิบายต่อว่า ที่ต้องแจ้งวันไว้ล่วงหน้า เพราะคนไข้ในพื้นที่อำเภอแม่สอดมีค่อนข้างเยอะและอยู่ในพื้นที่ห่างไกล บางคนอยู่บนเขา ไม่มีแม้แต่สัญญาณวิทยุ เพราะฉะนั้น การกำหนดวัน-เวลาไว้ล่วงหน้า จะทำให้คนไข้เตรียมร่างกาย เตรียมการเดินทางสำหรับเข้ารับผ่าตัดได้ ที่ผ่านมาคนไข้บางคนต้องเดินเท้า 2 วันออกจากหมู่บ้านบนเขา เพื่อมาจุดรอรถกระบะลงจากเขา และทางมูลนิธิต้องประสานงานให้คนไปรอรับคนไข้อีกทอดหนึ่ง ซึ่งการเดินทางในแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 2 – 3 วัน การบอกคนไข้ล่วงหน้าจึงจำเป็นมาก 

นอกจากนี้ ทางมูลนิธิสร้างรอยยิ้มต้องประสานงานกับทางโรงพยาบาลอีกทีหนึ่ง เพื่อให้รับดูแลคนไข้ก่อน เพราะการเข้ารับผ่าตัด ผู้ป่วยต้องมีสุขภาพแข็งแรง หากเป็นหวัด เป็นไข้ หรือปอดบวม จะรับผ่าตัดให้ไม่ได้ เพราะมีความเสี่ยงต่อการดมยาสลบ  

“นอกจากการออกหน่วยผ่าตัดแล้ว ทางมูลนิธิสร้างรอยยิ้มยังมีโครงการ On Going คือสนับสนุนค่าใช้จ่ายเครื่องมือต่างๆ ที่จำเป็นต่อการรักษา โดยทางโรงพยาบาลไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น ทางโรงพยาบาลมีหมอศัลยแพทย์ตกแต่ง มีทันตแพทย์เพียงพอ แต่ขาดเครื่องมือ ก็ขอการสนับสนุนได้ หรือบางโรงพยาบาลมีเครื่องมือ แต่ทีมแพทย์ไม่เพียงพอต่อคนไข้ ก็ขอทีมแพทย์จากเราไปช่วยเหลือได้ โดยไม่ต้องจัดชุมทีมแพทย์ใหญ่ ”

นอกจากการรักษาคนไข้เป็นเรื่องสำคัญแล้ว คุณหมออภิชัยยังมองว่า การออกหน่วยรักษากับแพทย์รุ่นใหม่หรือแพทย์ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน จะส่งผลให้หมอเหล่านี้มีความชำนาญ และให้การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันตัวเองก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับหมอรุ่นใหม่เช่นกัน

Operation Smile  Thailand มูลนิธิที่มุ่งแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ให้เด็กๆ ทั่วไทย สร้างตัวตนและรอยยิ้มให้ทั้งครอบครัว
04

รอยยิ้มของทุกคน

“สิ่งที่ผมเห็นจากการเป็นอาสาสมัครและลงภาคสนามมากว่ายี่สิบปี มีอะไรมากเกินกว่าจะอธิบายได้ ถ้าเราไปดูคนไข้ญาติคนไข้ก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัด เวลาจ้องเข้าไปนัยน์ตาของแม่หรือปู่ย่า พูดง่ายๆ ว่าการมองเห็นแค่ครั้งเดียว มันดีกว่าเรามาฟังเขานั่งอธิบาย แค่ดูด้วยตาเราก็รับรู้แล้วว่า เขาดีใจมากแค่ไหน

“ในแง่ของเด็กไม่รู้อะไรหรอก ก็ร้องไห้งอแงไปเพราะเจ็บแผลผ่าตัด แต่หน้าตาของครอบครัวแสดงออกมาเลยว่าพวกเขาดีใจมาก บางทีเห็นคุณพ่อคุณแม่เฝ้าลูกร้องไห้ทั้งคืน ไม่ได้นอน เพราะเด็กเจ็บแผล แต่ตื่นเช้ามาสีหน้าพวกเขาดูไม่เหนื่อยเลย ดูมีความสุขมากๆ เพราะสำหรับพวกเขาบางทีมันเป็นไปไม่ได้เลย 

“อย่างการออกหน่วยที่แม่สอด มีคนไข้จากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางมารอมูลนิธิสร้างรอยยิ้มกว่าสองเดือน เพื่อทำใบอนุญาตต่างๆ แต่ก็มีคนที่มาแล้วผ่าตัดไม่ได้เพราะป่วยอยู่ เวลาเด็กป่วยแล้วดมยาสลบมันอันตรายมากๆ เราก็อธิบายตรงนี้ไป แต่ขณะเดียวกันเราก็เห็นสีหน้าเขาว่าเสียใจมากแค่ไหน ซึ่งเราจะบอกว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวมาอีก เรามาตลอด ไม่ได้มาแค่ปีเดียว”

คุณหมออภิชัยยังเล่าเรื่องราวการผ่าตัดเคสของผู้ใหญ่ให้ฟังว่า มีคนไข้ผู้หญิงอายุ 65 ปีเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งปกติแล้วการผ่าตัดปากแหว่งเพดานโหว่จะรีบรักษาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

Operation Smile  Thailand มูลนิธิที่มุ่งแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ให้เด็กๆ ทั่วไทย สร้างตัวตนและรอยยิ้มให้ทั้งครอบครัว

“ผมถามเขาว่าทำไมถึงเลือกผ่าตัดตอนนี้ เพราะเขามีครอบครัว มีลูก มีหลานแล้ว คนไข้ตอบว่าลูกชายเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อยากพาไปออกงานด้วย หากมองในมุมนี้อาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่จริงๆ ไม่เชิงแบบนั้น เพราะเขาเติบโตมาได้ว่าหกสิบห้าปี มีครอบครัว มีหลาน นั่นแปลว่าเขาเป็นคนที่เข้มแข็งมากๆ ไม่รู้สึกอะไร ในขณะเดียวกันครอบครัวที่เลี้ยงดูเขามาก็ใจนิ่งมากๆ ซึ่งหาได้ยากมาก สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า สำหรับแกแล้วการผ่าตัดไม่มีความหมายอะไร แค่อยากดูดีตอนออกงานกับลูก 

“เราทำงานเพราะอยากให้ทุกคนมีชีวิต มีรูปหน้าที่ปกติ และอยากให้สังคมมองคนกลุ่มนี้เป็นคนปกติ เพราะเราต้องยอมรับว่าบางทีผ่าตัดแล้วก็ไม่ได้ออกมาปกติร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังผ่าตัดก็อาจจะโดนบุลลี่ หรือถูกกีดกันอยู่ นี่แสดงให้เห็นว่าโรคปากแหว่งเพดานโหว่มีผลยาวนาน ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งอายุมาก“

Operation Smile  Thailand มูลนิธิที่มุ่งแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ให้เด็กๆ ทั่วไทย สร้างตัวตนและรอยยิ้มให้ทั้งครอบครัว
05

ก้าวต่อไปของภารกิจรอยยิ้ม

         “ตอนนี้ผมอายุห้าสิบแปดปี ในฐานะอาสาสมัคร ก็คงจะทำต่อไปจนกว่าจะไม่ไหว หรือเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าเป็นภาระให้กับคนในทีม”

นอกจากเรื่องราวการสร้างรอยยิ้มของคนไข้แล้ว สิ่งที่คุณหมออภิชัยเห็นความสำคัญในฐานะอาสาสมัคร คือการทำงานที่เข้มแข็งมีระบบมากๆ ของมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม สอดคล้องกับคำพูดของคุณหมอยุพเรศ ซึ่งประทับใจตั้งแต่ไปออกหน่วยครั้งแรก และได้เห็นการทำงานของอาสาสมัครทุกคนที่ทำงานอย่างหนัก ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย

“เราไปสังเกตการณ์ เห็นความสามัคคีและทำงานด้วยใจ ครั้งแรกที่ออกหน่วยตอนนั้นมีผู้ป่วยกว่า ร้อยยี่สิบคน แต่เขาจัดระเบียบไว้ดีมาก ทั้งที่เป็นการเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ห่างไกล นี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งทีทำให้ร่วมงานกับมูลนิธิฯ”

มูลนิธิสร้างรอยยิ้มจะไม่หยุดเพียงก้าวที่ร้อย ทุกฝ่ายมีความเห็นพ้องต้องกันว่า จะรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ทั้งแนวตั้งและแนวนอน หมายถึงเมื่อมีเงินมากขึ้น ก็จะช่วยเหลือคนไข้ได้มากกว่านี้ หากเป็นคนไข้เดิมก็จะได้รับการรักษาที่ดีที่สุด เป็นเวลานานที่สุดเท่าที่ช่วงชีวิตจะทำได้ 

โดยก้าวต่อไปของมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม คือการติดตามคนไข้ในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีงานด้านการศึกษา สนับสนุนการศึกษาของบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปลูกจิตสำนักทางสังคมผ่านโรงเรียนต่างๆ มี Smile Club เพื่อให้เด็กที่อยู่ในวัยเรียนเห็นความสำคัญของการไม่พูดล้อเลียน และการเสียสละแบ่งปัน เมื่อเอาทุกอย่างมารวมกัน สิ่งนี้แหละที่จะทำให้มูลนิธิฯ ยั่งยืน

Operation Smile  Thailand มูลนิธิที่มุ่งแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ให้เด็กๆ ทั่วไทย สร้างตัวตนและรอยยิ้มให้ทั้งครอบครัว

ภาพ : Operation Smile Foundation

ผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ที่ต้องการความช่วยเหลือจากมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย สามารถติดต่อได้ที่ operationsmile.or.th หรือแจ้งต่อโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษาอยู่

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load