มกราคม 2563 – หลังเทศกาลปีใหม่ พวกเราเริ่มได้ข่าวการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 จากประเทศจีน ไม่กี่สัปดาห์ต่อมามีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศไทย ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ

กุมภาพันธ์ 2563 – จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น ความกังวลของผู้คนเริ่มเปลี่ยนเป็นความหวาดวิตก ทุกครั้งที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เราเห็นคลื่นความตื่นตระหนกของสังคมบนโซเชียลมีเดีย

มีนาคม 2563 – สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลข่าวสารมากมายล้นโซเชียลมีเดีย บ้างเป็นข่าวจริง บ้างเป็นแค่ข่าวลือแพร่สะพัดที่ทำให้สังคมยิ่งโกลาหล

12 มีนาคม 2563 – COVID Tracker แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 แบบเรียลไทม์ พร้อมบอกพิกัดและรายละเอียดของผู้ติดเชื้อ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย 

COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

COVID Tracker นับเป็นแพลตฟอร์มจัดระเบียบและแสดงข้อมูลที่มาช่วยแก้ Pain Point ของสังคมได้อย่างทันท่วงที ทำให้จนถึงวันนี้ มีผู้คนแวะเวียนเข้าไปดูข้อมูลแสนเป็นประโยชน์บนแพลตฟอร์มนี้แล้วกว่า 5 ล้านคน 

คอลัมน์ Little Big People พาคุณไปทำความรู้จักคนกลุ่มเล็กผู้อยู่เบื้องหลัง COVID Tracker อย่าง 5Lab บริษัทให้บริการเทคโนโลยีสัญชาติไทย ที่ลุกขึ้นมาสร้างแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ให้สังคมด้วยการทำสิ่งที่ถนัด จากความตั้งใจแรกที่อยากทำไว้แค่แชร์กันในหมู่เพื่อนฝูง สู่การแชร์ต่อไปในวงกว้างนับแสนครั้ง

The Hackathon

5Lab คือบริษัทเทคโนโลยีที่ให้บริการด้านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน อีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงซอฟแวร์ต่างๆ ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือจะทำให้เทคโนโลยีมีความเป็นมนุษย์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ก่อตั้งโดย Co-Founders 3 คน คือ โบว์-พัชรินทร์ ตันชัยเอกกุล, ใหม่-อาพร พลานุเวช และ โน้ต-นิธิ ประสานพานิช

covid tracker

โบว์เริ่มเล่าว่า “วันที่เราคุยกันว่าจะทำ COVID Tracker คือวันที่มีการพบผู้ติดเชื้อที่สีลม ซึ่งมันใกล้ตัวมาก เพราะออฟฟิศเราอยู่สาทร น้องคนหนึ่งในทีมก็พูดขึ้นว่า ‘ทำไมในไทยไม่มีใครทำ Tracker บอกตำแหน่งผู้ติดเชื้อสักที แล้วเราจะไประวังตัวกันได้ยังไง เราทำกันดีไหม’ เราก็ตัดสินใจกันตอนนั้นเลยว่าเอาดิ งั้นมาเริ่มทำ Hackathon กันเลย”

Hackathon คือรูปแบบการทำงานที่ทุกคนในทีมจะโยนไอเดียและระดมสมองกัน เพื่อทำให้งานชิ้นนั้นๆ สำเร็จลุล่วงโดยไม่หยุดหรือเลิกไประหว่างทาง 

“จะเรียกว่าทำแบบมาราธอนก็ได้ เพราะไม่เสร็จห้ามหยุด ดังนั้นการทำงานรูปแบบนี้ อะไรไม่จำเป็นเราจะไม่ทำ เพราะกลัวไม่ได้นอน (หัวเราะ) 

COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

“เราทำ Hackathon กันตั้งแต่ตอนเย็นๆ ระดมทีมกันหาข้อมูล เขียนโปรแกรม ทำต้นแบบ และออกแบบการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป User Experience (UX) และ User Interface (UI) โดยจุดมุ่งหมายในการออกแบบ คือเราพยายามทำให้มันเรียบง่ายที่สุด พยายามให้ข้อมูลทั้งหมดมีไม่เกินหนึ่งหน้า คือเปิดมาปุ๊บเห็นข้อมูลทั้งหมดเข้าใจภาพรวม เท่านั้นพอ

“จนถึงประมาณเที่ยงคืน COVID Tracker ก็เสร็จสมบูรณ์ และเปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้งานได้”

Old Ways Won’t Open New Door

5Lab เปิดทำการมาแล้ว 3 ปี มีทีมงานทั้งสิ้น 7 คน

“ทุกวันนี้ในประเทศไทยมีบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเยอะมาก พอเจนเนอเรชันของคนทำงานเปลี่ยน วัฒนธรรมการทำงานก็เปลี่ยนตามไปด้วย เราทำงานกันแบบสบายๆ คำว่าสบายในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าทำงานง่าย แต่หมายถึงรีแลกซ์” โบว์อธิบาย

covid tracker

“เทคโนโลยีทำให้เราทำงานได้สะดวก โดยไม่ต้องมาเจอหน้ากัน ไม่จำเป็นต้องมานั่งประชุมกันทั้งวัน จริงๆ ออฟฟิศใหม่ๆ ยุคนี้ มีนโยบาย Work from home กันมาตั้งนานแล้ว ก่อนจะมีเรื่องโรคระบาดอีก (ยิ้ม) 5Lab ก็ให้ทุกคนในทีม Work from home ทุกวันศุกร์ คุณจะทำงานจากที่ไหนก็ได้ตราบใดที่ประสิทธิภาพของคุณไม่ลดลง” 

โบว์เล่าว่าทุกเช้าก่อนเริ่มงานจะมี Stand Up Meeting ให้ทีมแต่ละคนอัปเดตสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบแบบเร็วๆ 1 – 2 นาที จากนั้นแยกย้ายกันทำงานเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา

“Stand Up Meeting เป็นวัฒนธรรมการทำงานของฝรั่งเจเนอเรชันใหม่ๆ ที่จะไม่นั่งประชุมกันนาน และด้วยความที่องค์กรเราเล็ก การสื่อสารระหว่างกันก็ง่าย สะดวก เร็ว ทุกคนในทีมไม่ว่าจะรุ่นไหน เด็กกว่า แก่กว่า ก็โยนไอเดียใส่กันได้หมด

COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

“โดยไอเดียอะไรก็ตามที่ถูกหยิบขึ้นมา ถ้าคุยกันแล้วทุกคนเห็นพ้องต้องกัน มันก็เกิดขึ้นได้ทุกอย่าง COVID Tracker ก็เช่นกัน ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าทำคืนนี้ แล้วพรุ่งนี้จะ Launch ให้เพื่อนๆ พ่อแม่ในกรุ๊ปไลน์ครอบครัวสวัสดีวันจันทร์เท่านั้น ไม่ได้คิดว่ามันจะไปไกลขนาดนี้

“ไกลขนาดที่ว่า มีเพื่อนส่งลิงก์ COVID Tracker มาให้ บอกว่าเพื่อนที่ออสเตรเลียส่งมา โดยที่เขาไม่รู้ว่าโบเป็นคนทำเอง คือมันวนกลับมาถึงเราอีกลูปหนึ่ง” (ยิ้ม)

A Better Version

1 สัปดาห์นับจากการเปิดให้คนเข้าใช้งานเป็นครั้งแรก 5Lab พัฒนา COVID Tracker ไปแล้ว 1 เวอร์ชัน จากที่มีแค่ภาษาไทย เพิ่มมาอีก 4 ภาษา คืออังกฤษ ญี่ปุ่น จีนกวางตุ้ง และจีนกลาง โดยรับนักแปลอาสาสมัครที่อยากใช้ทักษะของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ในช่วงที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันคนละไม้คนละมือแบบนี้

“นอกจากข้อมูลของผู้ติดเชื้อที่แสดงบนแผนที่ เราเพิ่มเรื่องของโรงพยาบาลเข้ามาด้วย ว่ามีโรงพยาบาลไหนรับตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสตัวนี้บ้าง สิบแปดโรงพยาบาลที่คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าตรวจฟรี จริงๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนเข้าไปตรวจฟรีได้ คุณต้องมีอาการเข้าเกณฑ์จึงจะได้รับการตรวจฟรี ข้อมูลที่ใส่เพิ่มเติมเข้าไปพวกนี้เราหาเองและมีแหล่งอ้างอิงข้อมูลชัดเจน”

5Lab, COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

โบว์บอกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีคนจำนวนมากช่วยรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อเข้ามาให้ 5Lab แต่ทางทีมไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาแสดงบนแพลตฟอร์ม COVID Tracker เพราะจำเป็นต้องใช้เฉพาะข้อมูลที่มีประกาศหรือยืนยันอย่างเป็นทางการจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น โดยเฉพาะตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมที่ต้องตรงกันตลอด ผิดพลาดไม่ได้เลย

“เราได้รับฟีดแบ็กดีๆ มากมายที่ช่วยไกด์ให้เรารู้ว่าควรพัฒนา ปรับปรุง หรือแก้ไขตรงไหนต่อ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีประสิทธิภาพต่อการใช้งานที่สุด และได้รับการติดต่อจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่อยากเข้ามาช่วย

“แต่การช่วยก็มีหลายระดับ บางแห่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เราเข้าใจระบบการทำงานขององค์กรระดับนี้นะ ว่าต้องไปเข้าร่วมประชุมหารือต่างๆ อีกหลายครั้ง ถ้าจะทำงานร่วมกัน เราจึงแจ้งไปว่าทีมงานเรามีน้อย แถมยังมีงานประจำที่ต้องทำอยู่ เราขอเป็นข้อมูลที่ครบถ้วนซึ่งเราใช้ได้โดยตรง ส่งมาเลย น่าจะรวดเร็วและคล่องตัวกว่า” โบกล่าวยิ้มๆ

covid tracker

Is Phase 3 Coming?

COVID Tracker เป็นแพลตฟอร์มแบบ Location Base ที่ระบุพิกัดของผู้ติดเชื้อ เพื่อให้คนรู้ว่าพื้นที่ไหนมีความเสี่ยง และจะได้เลี่ยงไปในพื้นที่นั้นๆ 

ใหม่อธิบายว่า “ปัจจุบันที่เราอยู่ในเฟสสองจุดเก้า ยังไม่เข้าเฟสสามของการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตอนนี้จำนวนผู้ติดเชื้อมีมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขออกมายืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อ แต่ไม่ระบุตำแหน่งว่าผู้ติดเชื้อแต่ละรายอยู่พื้นที่ไหนบ้าง ทำให้การทำงานยากขึ้น เพราะเราก็ไม่มีข้อมูล ทำให้ชี้พิกัดลงไปบน COVID Tracker ไม่ได้ คนที่เข้ามาดูก็ไม่ได้รับข้อมูลไปด้วย”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ 5Lab ได้วางแผนดำเนินการแพลตฟอร์ม COVID Tracker สำหรับการเข้าสู่เฟสที่ 3 ของการระบาดแล้ว 

covid tracker

“นิยามของเฟสสามตามที่เราเข้าใจ คือ คนติดเชื้อไวรัสตัวนี้กันทั่วไป จนไม่สามารถหาต้นตอว่าแต่ละคนได้รับเชื้อมามาจากไหน และคงมีคนที่ติดเชื้อแบบไม่รู้ตัวจำนวนหนึ่งในสังคม บางคนแสดงอาการ บางคนไม่แสดงอาการแต่ก็เป็นพาหะได้ 

“พอถึงจุดนั้น ข้อมูลผู้ติดเชื้อที่เราใส่ลงไปใน COVID Tracker คงไม่น่าจะสำคัญอีกแล้ว เพราะที่ไหนๆ ก็ไม่ปลอดภัยและมีสิทธิ์ได้รับเชื้อทั้งนั้น เราก็จะเปลี่ยนแพลตฟอร์ม จากที่ให้ข้อมูลเรื่องผู้ติดเชื้อ ไปเป็นให้ข้อมูลความช่วยเหลือรูปแบบต่างๆ แทน เช่น สถานพยาบาลที่คนจะมุ่งหน้าไป

“ตอนนี้เรากำลังทำงานร่วมกับกลุ่ม NGO ที่กำลังรวบรวมข้อมูลสถานพยาบาล แต่ละแห่งมีเตียงที่รองรับผู้ติดเชื้อได้กี่คน มีเครื่องมือทางการแพทย์อยู่มากน้อยแค่ไหน คนควรจะรู้ว่าต้องไปที่ไหนที่มันปลอดภัย สถานพยาบาลไหนที่ยังมีเตียงเหลือ” โน๊ตเสริม

covid tracker

โบว์เล่าต่อถึงการประสานงานกับกระทรวงอุตสาหกรรม “เรากำลังประสานงานกับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องผู้ประกอบการ เพื่อใส่ข้อมูลสถานที่ที่คนไปหาซื้ออาหารและข้าวของเครื่องใช้ได้ ที่ไหนขาด ที่ไหนเหลือ ที่ไหนขายเท่าไหร่ อันนี้ก็สำคัญ 

“คนจะได้ไม่ต้องตื่นตระหนกไปซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ตกัน เพราะยังมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ อีก ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอะไรกิน ซึ่งจะไม่ได้ช่วยแค่ประชาชน แต่ถือเป็นการช่วยผู้ประกอบการรายย่อยด้วย เพราะตอนนี้ทุกคนก็โดนผลกระทบกันหมด”

Keep Calm and Wash Your Hands

“หลายคนก็ถามนะว่ากดดันหรือเปล่า ต้องบอกว่าโชคดีที่ทีมเราไม่ได้วางแผนกันเยอะ (หัวเราะ) คือเราไม่ได้ตั้งเป้าอะไรกันไว้มากมาย เราทำไปเรื่อยๆ ตามที่สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลง ทำให้เราไม่ได้กดดันอะไร ที่สำคัญคือเราสนุกที่ได้ทำสิ่งนี้ รู้สึกท้าทายที่จะเห็นผลลัพธ์ของสิ่งที่เราทำ มันสร้างอะไรบางอย่างให้สังคม

“พวกเรามีพี่ตูน บอดี้สแลม เป็นแรงบันดาลใจ เขาพูดเสมอตอนวิ่งโครงการก้าวคนละก้าวว่า ‘ผมทำเพราะผมสนุก แล้วมันทำให้เกิดผลลัพธ์ต่อสังคม’ เอาจริงๆ ว่าทีมเราคงรู้สึกฟินสุดๆ ถ้าพี่ตูนช่วยแชร์ COVID Tracker ด้วย” โบว์กล่าวทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

5Lab, COVID Tracker, COVID-19, โควิด-19

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

คุณคิดว่าเราต้องใช้อะไรบ้างเพื่อเปลี่ยนแปลงให้โลกนี้ดีขึ้น?

บางคนอาจคิดถึงกำลังเงิน กำลังคน หรือองค์ความรู้มหาศาล แต่สำหรับ Megan O’Malley (เมแกน โอมอลลีย์) และ Gab Murphy (แก็บ เมอร์ฟีย์) สองสาวชาวออสเตรเลียตรงหน้าฉัน คำตอบเรียบง่ายกว่านั้น

นั่นคือ 2 เท้าของพวกเธอ  

Walk Sew Good

“ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้นวม อ่านเรื่องราวของชายคนนี้ที่เดินไปทั่วโลกในช่วงปี 1960” เมแกนเล่าให้ฉันฟังถึงแรงบันดาลใจการเริ่มต้นก้าว ชายที่เธอพูดถึงคือ สาทิศ กุมาร นักปรัชญาชาวอินเดียผู้รณรงค์เรื่องสันติภาพผ่านการเดิน “ฉันอ่านเรื่องราวชีวิตเขาและคิดว่า ว้าว แล้วนี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงบนโลกนี้ ฉันเองชอบการเดินแล้วก็คิดว่าตัวเองควรออกเดินเพื่อบางสิ่งที่สนใจอย่างแท้จริง”

เมแกนเป็นอดีตสาวนักช้อปผู้ชื่นชอบแฟชั่น แต่ก็ตระหนักว่าอุตสาหกรรมนี้ก่อให้เกิดผลเลวร้ายมหาศาล เมื่อไม่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่ง เมแกนจึงค้นคว้าข้อมูลและกลายเป็นผู้หลงใหลเรื่องราวแฟชั่นที่ยั่งยืน

นั่นคือเหตุผลที่เมื่ออยากออกเดินเพื่อบางสิ่ง เธอจึงริเริ่ม Walk Sew Good โปรเจกต์ที่จะออกเดินไปบันทึกเรื่องราวผู้คนที่มุ่งมั่นผลิตเสื้อผ้าด้วยวิธีเชิงบวกและยั่งยืน แล้วนำวิดีโอเหล่านั้นโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ โดยมีแก็บ เพื่อนสาวที่เจอกันในชั้นเรียนเกี่ยวกับความยั่งยืนมาเป็นเพื่อนร่วมทาง แก็บสนใจเรื่อง Women’s Empowerment ซึ่งแน่นอน มีผู้หญิงจำนวนมากอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ความสนใจของทั้งคู่จึงผสมผสานลงตัว

Megan O’Malley and Gab Murphy

ผู้หญิง 2 คนตรงหน้าฉันตั้งใจใช้เวลา 1 ปี ออกเดินเท้าผ่าน 4 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ เวียดนาม กัมพูชา ไทย และลาว รวมระยะทางกว่า 3,000 กิโลเมตร เหตุผลการเลือกพื้นที่คือพวกเธอเห็นว่าบริเวณนี้มีข่าวเชิงลบเกี่ยวกับอุตสาหกรรมแฟชั่นเยอะ จึงเลือกเดินผ่านเพื่อสื่อสารว่าที่นี่ยังมีเรื่องราวดีๆ ซ่อนอยู่ ซึ่งผู้คนที่ทั้งคู่ไปพูดคุยบันทึกเรื่องราวก็หลากหลายและน่าประทับใจ เช่น หญิงชาวกัมพูชาที่ก้าวมาทำธุรกิจซึ่งส่งเสริมการทอผ้าของชุมชน อีกทั้งยังหลงใหลในผ้าไหมกัมพูชาและตั้งใจว่าจะทำพิพิธภัณฑ์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวนี้  

แม้จะพึ่งพาวิธีเดินทางแบบอื่นอยู่บ้าง แต่สุดท้ายการเดินเท้าก็คือใจความหลักของโปรเจกต์ และการเดินนับสิบกิโลเมตรต่อวันกลางแดดฝนของเขตร้อนย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายและน่ารื่นรมย์ อย่างไรก็ตามสองสาวแห่ง Walk Sew Good เชื่อมั่นในพลังของเครื่องมือที่ใช้ “ฉันคิดว่ามันบ้ามาก” เมแกนกล่าว “แต่เราใช้การเดินเป็นเครื่องมือเรียกความสนใจ เมื่อคุณบอกว่ากำลังเดินข้ามเอเชีย คนจะบอกว่า อะไรนะ คุณทำไปทำไม มันบ้ามาก แล้วหลังจากนั้นคุณก็จะแนะนำสิ่งที่ทำอยู่ได้ ฉันมองว่าการเดินเป็นเครื่องมือที่สงบมากและมหัศจรรย์”

Megan O’Malley and Gab Murphy

Megan O’Malley and Gab Murphy

ที่สำคัญคือ การที่ผู้หญิง 2 คนออกเดินเท้าอาจดูน่ากลัว แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น นอกจากทั้งคู่จะวางแผนการเดินอย่างฉลาดและปลอดภัย เช่น ไม่เลือกเดินไปเรื่อยๆ ตอนกลางคืน ผู้คนที่พานพบยังน่ารักและเป็นมิตรอย่างยิ่ง “เนื่องจากเราเดินเท้าผ่านชนบทและพื้นที่เกษตร เรามักต้องหยุดพักในบ้านคนแปลกหน้าและสื่อสารผ่านกำแพงภาษา แล้วฉันก็ร้องไห้เยอะมากเพราะตื้นตันกับความรักและความใจกว้างของผู้คน ฉันมักร้องไห้และกอดพวกเขา มันน่าอายมากเลย” แก็บเล่าให้เราฟัง

Megan O’Malley and Gab Murphy

ตอนนี้หญิงสาว 2 คนแห่ง Walk Sew Good ฝ่าฟันอุปสรรคและความคิดถึงครอบครัวมาได้ไกลราว 1,800 กิโลเมตรแล้ว ขณะที่นั่งสนทนา พวกเธออยู่ที่ตัวเมืองเชียงใหม่และกำลังจะขึ้นไปคุยกับผู้คนที่ดอยสะเก็ด แม้ยังไม่รู้ว่าระยะทางอีกพันกว่ากิโลเมตรที่รออยู่จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่รู้คือพันกว่ากิโลเมตรที่ผ่านมาทำให้พวกเธอเติบโต “สำหรับฉัน แฟชั่นที่ดีเคยเป็นสิ่งที่ต้องถูกต้องครบทุกข้อ ไม่มีการประนีประนอม แบรนด์ที่ยั่งยืนควรมหัศจรรย์แบบนี้” เมแกนเอ่ย “แต่ที่จริงมีหนทางต่างกันมากมายที่แบรนด์ของคุณจะยั่งยืนและส่งผลมหัศจรรย์ มันไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซนต์ เพราะนั่นเป็นเรื่องยากนะ”

ไม่ใช่แค่ตัวตนผู้ก้าวเดินที่เติบโต โปรเจกต์ของพวกเธอก็กำลังงอกงาม สองสาวเล่าว่าได้รับอีเมลทุกวัน ส่วนมากจะบอกว่ารักสิ่งที่พวกเธอทำอยู่ ขอให้ทำต่อไป นั่นช่วยให้ทั้งคู่มีกำลังใจในการก้าวต่อเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของแฟชั่นที่ดีสู่ผู้คน “ฉันคิดว่าเราควรสนใจเรื่องแฟชั่นที่ยั่งยืนด้วยหลายเหตุผล เพราะอุตสาหกรรมเสื้อผ้ามีผลกระทบมหาศาลต่อโลก การใส่ใจว่าเสื้อผ้าเรามาจากไหนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และฉันอยากบอกว่ามันเท่มากด้วยที่เราจะมีส่วนร่วมกับเรื่องราวของผู้คน แม้คุณอาจไม่ใส่ใจจริงจังกับอนาคตของโลกนี้ หรือคุณอาจไม่ใส่ใจมากว่าผู้คนได้ค่าแรงพอมั้ย มันก็ยังเท่มากที่ได้รู้ว่าเสื้อผ้าของคุณมาจากไหน” เมแกนอธิบาย ขณะที่แก็บเล่าถึงความคาดหวังของเธอ “ฉันจะดีใจมากที่ได้เห็นผู้คนบริโภคน้อยลงและขบคิดอย่างจริงจังว่าสิ่งที่บริโภคมาจากไหน นั่นจะเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก หรืออย่างน้อยแค่สนับสนุนแบรนด์ที่ยั่งยืนก็ได้”

ณ ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า ก้าวเล็กๆ ของผู้หญิง 2 คนในชื่อ Walk Sew Good จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าได้มากมายแค่ไหน

แต่อย่างน้อยก้าวแรกก็เริ่มต้น และพวกเธอยังก้าวต่อไป

Megan O’Malley and Gab Murphy

Facebook: walksewgood
Walksewgood.com

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load