ตั้งแต่เรียนและทำงาน เล็ก-ภัทรสิริ อภิชิต เห็นที่อยู่อาศัยมาเยอะ ซึ่งเป็นการค่อยๆ สั่งสม รับรู้ ตีความ เข้าใจ ที่ไม่เฉพาะกับสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้ชีวิตในบ้านด้วย ตอนที่เธอต้องทำบ้านตัวเอง (ร่วมกับ ตั้ว-นเรศ หาญพันธ์พงษ์) จึงเป็นการประมวลว่าบ้านแบบไหนที่ชอบ อารมณ์อย่างไหนที่ใช่ อยากอยู่และใช้ชีวิตยังไงดี

มาเห็นเห็นไปพร้อมพร้อมกัน

เริ่มเริ่ม

ชอบบ้านที่ไม่เป็นห้อง แล้วก็มีความเป็นพื้นถิ่น ซึ่งชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว มีวิชาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่ได้ไปเห็นบ้านที่ชาวบ้านอยู่ เรารู้สึกว่าสวย บางคนอาจรู้สึกว่าบ้านอย่างนั้นอยู่ไม่ได้หรอก ลำบากแน่ แต่เรากลับรู้สึกว่าอยากอยู่แบบนั้น และก็พร้อมจะปรับตัวที่จะอยู่ คือคิดว่าแบบนั้นน่าจะเป็นวิถีที่อยู่แล้วง่ายๆ บ้านเขาไม่เห็นต้องมีอะไรเยอะ ไม่ต้องใช้วัสดุที่แฟนซีมาก ก็มีความน่าอยู่ อีกเรื่องที่ชอบคือเขาสร้างบ้านจากพฤติกรรมของตัวเอง มันก็มีขนบอยู่เหมือนกันในแต่ละท้องถิ่นว่าบ้านต้องประมาณนี้ แต่ว่าพอมาเป็นของแต่ละคนแล้วเขาก็จะใช้ตัวเองเป็นมาตรฐาน ทำบ้านออกมาตามพฤติกรรมของตัวเอง คือรู้สึกว่าแบบนั้นเป็นธรรมชาติที่สุดแล้วสำหรับที่อยู่อาศัยของมนุษย์แต่งบ้าน

เช่นเช่น

ตอนทำบ้านนอกจากโครงคร่าวๆ ที่บอกว่าบ้านเราต้องมีอะไรบ้าง ก็คิดว่าเวลาใช้งานในแต่ละจุด เราอยากให้มันเป็นแบบไหน อย่างห้องนอนที่เลือกใช้ฝาไหล (ผนังไม้เลื่อนเปิดปิดได้) เพราะเราอยากให้มีลมเข้าได้ และพรางสายตาได้ประมาณหนึ่ง ทำไว้ตรงจุดที่ติดพื้น เพราะเรานอนพื้น บางทีเราก็อยากเปิดให้ลมเข้าตอนหน้าหนาว และปลูกดอกไม้ไทยหอมๆ ให้กลิ่นลอยเข้ามาได้ด้วย

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ไทยไทย

คอนเซปต์บ้านนี้เหมือนบ้านไทย มีเรือนนอนก้อนหนึ่ง อีกก้อนเป็นส่วนครัวหรือส่วนที่เราใช้งานตอนกลางวัน แล้วเชื่อมกันด้วยชานตรงกลางที่ยกพื้นขึ้นมานิดหนึ่ง คล้ายบ้านไทย เป็นส่วน Living room ไปในตัว พวกเราเป็นคนที่ไม่อยากยึดติดกับอะไร เพราะรู้ว่าตัวเราเองก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จึงชอบพื้นที่ที่ไม่ต้องแบ่งเป็นห้องๆ เหมือนบ้านไทยที่ขึ้นไปก็รวมๆ กันอยู่ อย่างโต๊ะกินข้าวที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกในบ้าน ก็ใช้เป็นโต๊ะทำงานอยู่บ่อยๆ นี่ก็เพิ่งย้ายจักรเย็บผ้าออกไปเก็บที่มุมทำงานผ้า

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ไปไป

ตอนที่คิดเรื่องแปลนบ้าน ก็จะคิดให้สเกลมันเล็กที่สุดเท่าที่เราจะอยู่ได้สบาย ไม่อยากให้บ้านมันใหญ่

แต่งบ้าน

มามา

แต่มันออกมาแล้วทำไมดูใหญ่ไม่รู้นะ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างก็เล็กแล้ว ห้องนอนก็พอดี ไม่มีที่อะไรเหลือ

แต่งบ้าน

ไม้ไม้

เป็นคนชอบไม้ จริงๆ อยากได้บ้านที่เป็นโครงสร้างไม้ เพราะบ้านไม้มัน reuse ได้ ในความเป็นจริงมันยากนิดหนึ่งเลยต้องผสมๆ กัน ก็พยายามใช้ไม้เก่าเกือบทั้งหมด ตรงที่เราไม่ได้สัมผัสก็ใช้ไม้ใหม่ ซึ่งไม้ใหม่จะมีปัญหาเรื่องยืดหด เราก็เลยไปหาตามร้านไม้เก่า คิดว่ามุมนี้อยากได้ประมาณนี้ก็ไปหาตามขนาดที่คิดไว้ พื้นบ้าน ผนัง ประตูหน้าต่างเป็นไม้เก่าหมดเลย ยกเว้นหน้าต่างตรงที่ล้างจาน ไปหลายที่นะ มีอยุธยา ราชบุรี ลาดกระบัง คลองหลวง นครนายก ไปทุกที่ที่พอจะขับรถไปได้ เราก็สนุกดี เพราะได้ไปในวงการที่เราไม่คุ้น กลายเป็นว่าตอนจบเราก็รู้สึกไม่อยากให้มันจบ เพราะยังสนุกอยู่ โดยเฉพาะตอนได้หน้าต่างได้ประตูมาเป๊ะๆ ดังใจ

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ไม่ไม่

ตอนคุยกับช่างเรื่องทำงานไม้นี่ยาก เพราะเขาจะทำแบบที่เคยทำคือ เคลือบเงาๆ แต่เราอยากได้อารมณ์แบบชาวบ้าน เลยเห็นภาพไม่ตรงกัน ไม้ทั้งหมดเราพยายามบอกว่าอย่าเคลือบเงาๆ แบบนั้น แค่ทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ก็พอ ไม่เอาเงาเลย แต่เขาก็ไม่ยอม บอกเราว่า ต้องซะหน่อยนะ เดี๋ยวจะทาให้บางที่สุด แต่ผ่านไปซักปีมันก็ลอก เราก็ต้องขัดออก ผนังส่วนที่เป็นปูนก็คุยยากไม่แพ้กัน เพราะเราจะไม่ทาสี ใช้สีของปูนขาวที่ฉาบไปเลย ช่างก็ไม่ยอม อยากทาสี เราก็ไม่ยอม เขาคงคิดว่าอีนี่มันจะเรื่องมากทำไม ออกมาก็เหมือนกันแหละ เรารู้ว่ามันแตกต่าง เพราะถ้าทาสี จะเป็นสีขาวอีกแบบเป็นความเงาอีกอย่าง ช่างก็บอกเดี๋ยวจะเปื้อนง่าย แต่สำหรับเราถ้ามันเปื้อนจากการใช้งาน เรารับได้

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

เก่าเก่า

ตอนที่ทำบ้าน สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือกลัวบ้านออกมาแล้วใหม่ คือกลัวมาก ตอนได้หน้าต่างเก่ามาชุดหนึ่งพอใส่เข้าไปแล้วก็เออ…สบายใจแล้ว ไม่รู้ทำไมไม่ชอบบ้านที่ดูใหม่ๆ ไม่ชอบของที่ดูใหม่กิ๊กๆ เป็นคนชอบของที่ดูดิบๆ แต่ทำออกมาแล้วเนี้ยบๆ ยิ่งเป็นงานไม้ ถ้าเป็นของใหม่นี่จะไม่ชอบเลย อย่างหน้าต่างตรงที่ล้างจานก็จะไม่สวยเมื่อเทียบกับจุดอื่น แต่ของเก่าบางอย่างก็แพงมาก แถมยังเก่ามากด้วย คือบางทีมันก็สุดโต่งไปนิดหนึ่ง ก็จะมีตั้วคอยเบรกไว้ มาดึงๆ กันอยู่บ้าง บางครั้งเราก็เลยเถิดไง ไปเห็นของแล้วก็ชอบ คือชอบของเราไม่รู้คนอื่นเขาชอบหรือเปล่า บางทีมันอาจจะเก่าเกินไปสำหรับผู้ใหญ่ที่มองเข้ามา สร้างบ้านทั้งทีทำไมให้มันดูเก่าแบบนี้

คือเขาเห็นของที่เราซื้อมาแต่ละชิ้นก็คงงงๆ เหมือนกันว่าจะเอาจริงเหรอมันดูเก่ามากเลยนะ

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ค้นค้น

บ้านนี้พัดลมเยอะมาก คือเราไม่ติดแอร์แต่ชอบให้มีลมตลอดเวลา แต่ไม่ชอบพัดลมตั้งพื้น เลยต้องเป็นพัดลมติดเพดาน

(ตั้วเสริม) กว่าจะหาพัดลมที่เล็กชอบได้ก็นานมากนะ คือพัดลมที่เล็กอยากได้ก็คือพัดลมที่เห็นตามวัดหรือตามร้านก๋วยเตี๋ยวน่ะ แต่มันหาไม่ได้ ที่หาได้นี่คือเก่าสุดเรียบสุดเท่าที่หาได้ ตอนแรกจะซื้อพัดลมใหม่แล้วไปขอเปลี่ยนกับวัดอะไรเงี้ย ได้มาแล้วก็ต้องไปจ้างทำท่อแป๊บอีกเมตรหนึ่งสำหรับเป็นก้านพัดลมที่ห้อยลงมา เพราะท่อที่ได้มาไม่ยาวพอ แป้นไม้ที่ยึดก็ต้องให้ช่างทำเอียงได้มุมรับกับแกนพัดลม

แต่งบ้าน

คุ้ยคุ้ย

ไฟในบ้านจะไม่มีดาวน์ไลต์เลยเพราะไม่ชอบ เป็นโคมหมด แต่จะเป็นโคมเรียบๆ แบบที่เราชอบ คือเราไม่ได้ชอบของที่ดูหรูหรา แต่เราชอบของดี โคมที่เลือกมาเราชอบทุกดีเทล แต่ไอ้ของดีที่ดูไม่หรูหราเนี่ยก็มักจะแพง

(ตั้วเสริมอีก) แล้วแพงแบบต้องดูเหมือนไม่แพงด้วยนะ ก็มักจะไปจบที่ร้านเก่าๆ ที่เป็นของเก่าเก็บ เขาก็จะบอกว่าปีหนึ่งจะมีคนอย่างคุณมาไม่กี่คนหรอก

แต่งบ้าน

เดี๋ยวเดี๋ยว

(เล็ก) นี่แกลำบากมากเลยใช่มั้ยเนี่ย (55)

(ตั้ว) ไม่ ก็แค่เล่าให้ฟัง มันลืมไปแล้วไง (55)

แต่งบ้าน

พอพอ

พอบ้านเรามาอย่างนี้แล้ว เฟอร์นิเจอร์ก็จะไม่มีเยอะ เลยจะขอเฟอร์นิเจอร์ที่ชอบจริงๆ เราก็รู้จักคนที่ทำเฟอร์นิเจอร์คนหนึ่ง (พิษณุ นำศิริโยธิน) เราชื่นชมเขาในการเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดงานไม้ โดยเฉพาะการเข้าไม้ ก็เลยให้เขาทำมาต่อเนื่อง ก็เกรงใจเหมือนกัน ด้วยความเกรงใจของทุกอย่างจึงค่อยๆ มา ครัวไม่อยากทำบิลท์อิน แต่ก็อยากให้เรียบร้อย เลยทำเป็นชิ้นๆ ที่แยกกันได้ยกออกได้หมด มีตู้ มีซิงค์ มีโต๊ะนวดแป้งทำขนมปัง เรารู้สึกว่าเขาเป็นทั้งศิลปินและช่าง ซึ่งเขาก็อยากให้เราใช้ได้ดี พอได้มาเราก็มีความสุขทุกครั้งที่เปิดตู้ เลื่อนประตูบานเลื่อน บ้านเราไม่ได้ใหญ่ ของทุกชิ้นต้องพอดีกับพื้นที่ ถึงไม่ใช่บิลท์อินก็ต้องพอดีประมาณหนึ่ง แล้วเราก็อยากให้มันสวยด้วย เพราะฉะนั้นก็ยากที่จะให้ใครทำให้เราแบบนั้นได้ แล้วพอเห็นความเนี้ยบของเขาก็รู้สึกสบายใจ เขาหาไม้ให้ด้วย เป็นไม้ที่เราไม่รู้จักมาก่อน คิดว่าเขาก็น่าจะสนุกกับสิ่งที่เราให้ทำ ก็อยากให้เขาทำให้เรื่อยๆ แหละ แต่บ้านเราไม่มีที่แล้ว

แต่งบ้าน

แต่งบ้าน

อยู่อยู่

ก็รู้สึกดี และรู้สึกว่ามันดีมากที่เราได้ออกแบบบ้านเอง มันไม่ใช่แค่เรื่องของการตกแต่ง คือจริงๆ เราไม่สนใจเรื่องการตกแต่งเลยด้วย คิดเรื่องพฤติกรรมของตัวเองจริงๆ อย่างมุมซักผ้าจะเป็นมุมที่ชอบมาก เพราะเราต้องมีการซักผ้าด้วยมือ ซึ่งการซักผ้าไม่ใช่กิจกรรมที่น่าเพลิดเพลินอยู่แล้ว แต่ว่าเราจะทำให้มันเพลิดเพลินด้วยหน้าต่างที่มีลมเข้า ก็จะทำให้เรามีความสุขกับการซักผ้า หรืออย่างมุมล้างจานก็คิดไว้เลยว่าตอนล้างจะต้องมองออกไปเห็นข้างนอก ไม่ใช่ล้างกับผนังทึบๆ

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ทำทำ

กลายเป็นว่าอยู่แล้วชอบตอนทำงานบ้านเหมือนกัน ตอนที่สร้างบ้านเราคิดถึงตอนทำความสะอาดด้วย เพราะเราเป็นคนที่ทำความสะอาดบ้านเองมาตลอด เพราะฉะนั้นวัสดุทุกอย่างเราต้องมีความสุขในการถูการเช็ด และพอได้เจอเทคนิคทำความสะอาดที่เวิร์กมันก็ยิ่งสนุก อย่างการเช็ดกระจก การถูพื้นไม้ การเก็บฝุ่นในห้องนอน มันไม่ใช่แค่การอยากได้บ้านสวยหรือบ้านน่าอยู่เท่านั้น เวลาทำความสะอาดเราต้องรู้สึกโอเคกับมันด้วย

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ได้ได้

(ขนมปัง เค้ก กรีกโยเกิร์ต แยมบ๊วย เหล้าบ๊วย กาแฟ เสื้อ กางเกง ชุดชั้นในแบรนด์ YoungLek  ผ้าม่าน ฯลฯ เล็กบอกว่า เดี๋ยวนี้จะไม่ถามว่า ที่ไหน แต่จะหาว่า ทำยังไง)

แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ตั้วตั้ว

ผมชอบที่มันสะดวกและสวยแบบที่เราชอบ ไม่มีอะไรขัดหูขัดตา เป็นบ้านที่ตอบสนองชีวิต คือก่อนหน้านี้ ก่อนแต่งงาน ก่อนมีบ้าน ก็จะชอบไปข้างนอก ไปเดินห้าง ดูหนัง ไปกินข้าว หาแต่ที่ไปข้างนอก ไม่อยากอยู่บ้าน แต่พอสร้างบ้านเสร็จแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย เล็กก็ทำงานอยู่บ้าน เย็บเสื้อ ทำขนม มีความสุขอยู่กับการขลุกตัวอยู่กับบ้าน จะออกไปไหนก็อาจอยากไปดูหนังจริงๆ รอบบ่ายสองก็ออกบ่ายโมง ดูเสร็จก็กลับ บ้านมันตอบโจทย์ชีวิตของเรานะ ถามเรื่องอะไรในบ้านตอบได้ทุกเรื่อง เพราะเราไม่ได้เลือกแบบอะไรก็ได้ ทุกอย่างต้องคิดหมด อย่างตู้เย็น อยากได้ตู้เย็นสีขาวที่เรียบที่สุด บานต้องเปิดจากฝั่งขวา จะได้หันเข้าครัว

แต่งบ้าน

เล็กเล็ก

มันทำให้เรารู้สึกว่าตอนอยู่บ้านนี่เราจะจินตนาการว่าอยู่ไหนก็ได้ อยู่จังหวัดอะไรก็ได้ มันไม่เหมือนอยู่ในกรุงเทพฯ น่ะ ถ้าพอดีมีเพลงนี้ดังขึ้นมา บ้านเราก็จะสวยขึ้น เป็นอีกอารมณ์หนึ่ง

แต่งบ้าน

จบจบ

สรุปบ้านเราก็ไม่ได้เหมือนบ้านแบบชาวบ้านที่เราชอบทั้งหมดหรอก เพราะชีวิตเราก็ไม่ได้เหมือนเขา ชีวิตเราก็มีจริตแบบเรา เราไม่ได้เติบโตมาแบบชาวบ้านที่เราชอบบ้านเขา แต่จริงๆ ก็อยากเป็นแบบนั้นนะ อยากใช้เตาฟืนเตาถ่าน ห้องน้ำที่ทำปุ๋ยได้ แต่นั่นก็คงเป็นอีกสเต็ปหนึ่ง ทุกวันนี้เป็นแบบนี้โอเค คนเราจะทำบ้านได้สักกี่ครั้งล่ะ

แต่งบ้าน

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

LIVE LOVE LAUGH

เรื่องราวของคนน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่

4 พฤศจิกายน 2560
41,585

แปม เทิดวงส์ เป็นกราฟิกดีไซเนอร์

เธออยู่ชั้นสองบนบ้านพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก

แต่ก็มีความฝันอยากมีบ้านของตัวเองตั้งแต่เล็ก

ชอบของเก่า ชอบงานไม้ ชอบงานปูน ชอบงานเหล็ก

 

เพราะบ้านคือความฝันที่เป็นนัมเบอร์วันของชีวิต

เป็นคนชอบตกแต่งบ้านตั้งแต่ยังไม่มีบ้าน หมายความว่า ซื้อของแต่งบ้านตั้งแต่ตัวเองยังไม่มีบ้านน่ะ ซื้อจานตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าบ้านจะหน้าตายังไง เป็นคนซื้อทุกอย่างตั้งแต่เด็ก ชอบแจกัน ชอบเทียน ชอบ 360 องศา โดยเฉพาะของมือสอง ของเก่า ของวินเทจ เห็นไม่ได้ เดินทุกที่ที่มีของเก่าในเมืองไทย เมืองนอกทุกเมืองที่ไปต้องสืบว่า flea market อยู่ตรงไหน ตอนนั้นอยู่กับพ่อแม่ ก็เก็บไว้ในห้องนอน ซึ่งก็ไม่ได้ใหญ่เลย แล้วก็อัดของมากมายเข้าไปในนั้น

ตู้

 

ของหลายอย่างที่ได้มาอาจเพราะฟ้าลิขิต

ซื้อกล้องเก่า ใช้ได้ไม่ได้ไม่เป็นไร เอารูปฟอร์มสวย นาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาพลิก ก็มีหมด เครื่องเขียนก็ชอบ ซื้อสมุดสะสมแสตมป์เก่า จดหมายเก่า ชอบดูลายมือคนยุคนั้นที่อยู่ในโปสการ์ด บางทีเห็นรูปเพื่อนที่ไปเที่ยวเมืองนอก เราสามารถซูมเข้าไปจนเห็นของที่อยู่ในมุมภาพนั้นให้เพื่อนซื้อกลับมา คือเพื่อนจะโชว์ว่าวันนี้ฉันสวยมั้ย แต่เรากลับสแกนของข้างหลังน่ะ คร็อปแล้วก็ฝากให้ซื้อกลับมา เฮ้ยซื้อขวดนี้กลับมาให้ด้วย อะไรแบบนี้

ชั้น ของแต่งบ้าน ช้อน

 

กล้องหลายตัวประมูลมาได้แบบหวุดหวิด

ของสะสม

กล้อง

 

แต่ของอีกเยอะก็ซื้อโดยไม่ยั้งคิด

นาฬิกา ตุ๊กตา

ตุ๊กตายุคสงครามโลกที่หลานกลัวและบอกอาแปมโรคจิต

ตุ๊กตา

 

ชุดแก้วโบราณที่ได้จากทั้งไทยและอังกฤษ

แก้ว

 

ผ้าใช้ในครัวลายสวยเห็นทีไรอยากได้สุดฤทธิ์

ผ้า

 

มันช่างมากมายเสียจนเกรงใจบัตรเครดิต

ผ้า

 

เฮ่อ…ดีนะที่เป็นดีไซเนอร์ไม่ใช่นักธุรกิจ

ผนัง

 

เรื่องข้าวของพอละ มาเข้าเรื่องบ้านกันสักนิด

พอจะมีบ้าน ก็บอกพ่อ แปมอยากสร้างบ้าน ตอนแรกจะซื้อคอนโด แต่ก็คิดว่าจะไปอยู่ไกลพ่อแม่ทำไม อยู่ใกล้ๆ กันดีกว่า ก็เลยตัดสินใจสร้างบ้านในพื้นที่เดิม ขอไม่ใหญ่มาก แต่ให้มีพื้นที่ใช้สอย เล่นระดับบ้านเอา เอาสัก 3 ชั้น ตอนแรกก็คุยกันอยู่นานว่าอยากให้บ้านเป็นยังไง ไม่อยากให้พ่อแม่อึดอัด บ้านเลยเป็นตัว L เพื่อให้ตรงกลางมีความโล่ง ไม่บังบ้านเดิม

ร่มรื่น หน้าต่าง

 

ทีแรกตอนพ่อแม่เห็นก็แอบหงุดหงิด

พ่อแม่เข้ามาก็จะบ่นๆ บ้าง ทำไมบันไดไม่มีราวจับ ทำไมเก้าอี้ไม่เหมือนกัน ทำไมดู cheap ทำไมถ้วยชามไม่เป็นเซ็ตเดียวกัน ทำไมทำสีดำ เราก็บอกข้างล่างแค่สีดำ ข้างบนก็สีอื่น สดใส ถึงเขาจะไม่ได้อยู่ แต่เขาก็ต้องเห็นมัน ก็เกรงใจนิดหนึ่ง

เก้าอี้โยก อาหารเช้า

 

พอบ้านเสร็จเห็นทุกดีเทลทุกสไตล์ก็เริ่มใกล้ชิด

พอเสร็จแล้ว ดูทั่วแล้ว เขาก็ชอบนะ เรื่องสไตล์นี่มันอาจจะกระโดดไปกระโดดมาก่อนหน้านี้ที่ตัวเรายังไม่นิ่ง แต่นี่คือมาอยู่ในวัยที่นิ่งแล้ว สมัยก่อนก็ชอบหลายแบบ ชอบเรโทร ชอบสแกนดิเนเวียน คืองงๆ น่ะ รู้แต่ว่า วินเทจ แอนทีก อะไรงี้ แต่ยังไม่รู้ว่าอะไรที่มาแป๊บเดียวก็เบื่อ อย่างเรโทร เราเบื่อ ก็เลยมาดูว่าอะไรที่เราจะเบื่อน้อยที่สุด

ตู้

 

ทุกสิ่งเลือกตามชอบใจ ไม่มีอะไรถูกผิด

มันมีความ rustic มีสนิมๆ มีความ industrial ผสมกับ shabby chic คือเป็นคำเนี้ย shabby chic น่าจะครอบคลุมสุด คือเอา junk เข้ามา พวกของใช้แล้ว ของที่คนอื่นไม่เอา เป็นคนชอบ junk น่ะ ชอบไปคุ้ย เพราะจะได้เจออะไรประหลาดๆ รวมๆ มู้ดมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ มันก็ junk แหละ มันเชื่อมด้วยของเก่า ของมือสอง ของที่ดูจะเป็นขยะ ของในยุคนั้นยุคนี้ เราก็ไม่รู้เราทำถูกรึเปล่านะ ของบางอย่างที่เขาทิ้งแล้วเราก็ไปเก็บมา ของบางอย่างมันใช้ยากนะ แต่มันแอนทีกไง เราก็ยอมใช้ทั้งที่มันยากๆ แบบนั้นน่ะ เพราะเราชอบ อย่างก๊อกน้ำทองเหลืองที่แข็ง มันไม่สะดวกสบายนะ แต่มันสวยไง ก็เราเป็นคนแบบนี้ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ถูกต้องหรอก แต่มันถูกใจน่ะ

ตู้

 

ห้องในบ้านไม่ต่อเนื่องกันด้วยมีประตูกั้นปิด

ทุกห้องที่ทำได้ใช้หมด ทำไมต้องมีหลายๆ ห้อง ทำไมไม่ให้อยู่สเปซเดียวกันหรือต่อเนื่องกัน เราไม่ชอบ เรารู้สึกว่าการมีห้องหลายๆ ห้องมันเป็นการเปลี่ยนมู้ด มาห้องนี้เป็นมู้ดนี้ ไปห้องนั้นก็มู้ดนั้น ไม่อยากให้เข้ามาบ้านแล้วทุกอย่างเป็นมู้ดเดียวกันหมด แล้วการเปลี่ยนมู้ดมันคือทุกเรื่องเลยนะ สีของห้อง สไตล์ และกลิ่น คือเราชอบกลิ่นแบบนี้ ในขณะเดียวกันเราก็ชอบกลิ่นแบบนั้นด้วย ก็เอาไปวางในห้องนอนดีกว่า บ้านที่เป็นสเปซเดียวกันก็จะได้ความสะดวกสบาย แต่เรามันเป็นโรคดัดจริต อยากมีมู้ดนั้นมู้ดนี้ในบ้านหลังเดียว

แต่งบ้าน

 

เพื่อนชอบมาใช้ครัวชั้นล่างทำสปาเก็ตตี้ปลาสลิด

ชั้นล่างเป็นแพนทรีก็จะโปร่งๆ ดำๆ สีดำเวลามีต้นไม้เขียวๆ รอบๆ มันก็สวยดี ดำกับไม้ก็สวยดี ทุกอย่างมันต้องลองมาจัดวางน่ะ ห้องนี้คิดไว้แล้วว่าพื้นต้องเป็นแบบนี้ เป็นหินอ่อนปูแบบนี้ เดินแล้วเย็นๆ เป็นคนชอบจานมาก รู้เลยว่าเดี๋ยวจานจะมาเรื่อยๆ ก็เลยให้ทำชั้นซี่ๆ เตรียมไว้ ได้มาก็เสียบๆ เข้าไป เป็นที่พักจานและโชว์ได้ในตัว เพื่อนที่มาก็จะทำอาหารกินกันอยู่ห้องนี้

ห้องครัว จาน กาแฟ

 

ห้องทำงานชั้นสองไว้คิดไว้เขียนกับเก็บของสะสมที่ไม่น้อยนิด

ถ้าต้องทำงานก็จะมานั่งห้องนี้ ผนังก็บิลท์เป็นที่เก็บของทั้งหมด ดูเหมือนจะบ้าบอ แต่ก็ชอบทุกอย่างนะ ของบางอย่างได้มาชิ้นหนึ่งแล้ว พอไปเจออีกก็เออมันต้องมีเพื่อนเปล่า มาอยู่ด้วยกันมันถึงจะสวย ของเก่าพวกนี้กลางคืนมันก็ก๊อกๆ แก๊กๆ เหมือนกัน ดีว่าเช้าแล้วมันก็อยู่กันที่เดิม

โต๊ะทำงาน ห้องทำงาน

 

อีกห้องเป็น living room ที่กลับมาเมื่อไหร่พุ่งไปสิงสถิต

ห้องนี้ไว้เกลือกกลิ้ง กลับมาบ้านจึงเข้าห้องนี้ก่อน เปิดทีวี นอน กลิ้งเล่นมือถืออยู่ตรงนี้ เป็นห้องที่ให้มู้ดสบายๆ ถึงเวลาก็ขึ้นไปนอน

โซฟา ห้องนั่งเล่น

 

ห้องนอนอยู่ชั้นบนสุดกับสเปซที่เงียบสนิท

ห้องนอนอยู่ในสุดเลย เพื่อไม่ให้เสียงจากถนนเข้ามา แล้วก็จะโล่งๆ คลีนๆ สะอาดๆ เพราะรู้สึกว่ามันสบายตากว่า ผ่านการอยู่รกๆ มาแล้วในห้องนอนเก่า อายุมาจนถึงตอนนี้แล้วถ้าจะนอนทุกอย่างต้องไม่รกน่ะ ขอคลีนๆ ขาวๆ สะอาด สงบ

ห้องนอน

 

ห้องน้ำเจาะผนังเพื่อวิวข้างบ้านที่เรามีสิทธิ์

ห้องน้ำเองก็เหมือนกัน ขอขาวๆ สะอาด คลีน โปร่งโล่ง มีแสงแดดเข้า มีหน้าต่างใหญ่ๆ แสงแดดนี่สำคัญ บ้านนี้จะมีแสงเข้ามาได้เยอะ ชอบเงาของต้นไม้ที่เข้ามาในบ้าน ทีแรกห้องน้ำก็ทึบนะ เพราะคนดีไซน์หวังดี กลัวโป๊ แต่เราบอกว่าไม่ต้องหวังดี เราระวังของเราเองได้ ไม่ต้องกลัว ไม่เป็นปัญหา ก็เลยทุบเลย เราต้องการได้วิวต้นไม้ ตอนไม่ใช้ห้องน้ำเราก็เปิดมู่ลี่ เพราะเช้าแดดจะเข้าทางนี้

ห้องน้ำ หน้าต่าง

 

ทำความสะอาดบ้านเองจะได้ไม่ต้องทำจมูกฟุดฟิด

การอยู่บ้านของเราในวันเสาร์-อาทิตย์ คือทำความสะอาดบ้าน ทำเอง 3 ชั้น ก็จะใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ดีหน่อย แต่เราเอนจอยนะ เพราะเรารู้ว่าต้องระวังยังไงบ้าง เพื่อนรู้ก็ตกใจนะว่าทำเอง แต่พอลองทำดูก็ไม่เท่าไหร่นะ ครึ่งวันของวันเสาร์ พอเสร็จบ่ายก็ไปเดินจตุจักร ได้ออกกำลังกาย เหมือนไปยิม

ห้องนอน

 

ต้องยอมรับตรงๆ ว่าบ้านนี้มันคงไม่พ้นคำว่าดัด…

หน้าหนาวแดดจะสวยมาก ตื่นมาถ่ายรูปทุกเช้า เพราะองศาแดดไม่เหมือนเดิม เราน่ะรู้ของเรา ว่าแดดแต่ละฤดูไม่เหมือนกัน และเราก็เอนจอยมาก

ห้องนั่งเล่น
*อ่านเฉพาะหัวเรื่องต่อกันจะได้เรื่องย่อตามที่คิด

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load