ตั้งแต่เรียนและทำงาน เล็ก-ภัทรสิริ อภิชิต เห็นที่อยู่อาศัยมาเยอะ ซึ่งเป็นการค่อยๆ สั่งสม รับรู้ ตีความ เข้าใจ ที่ไม่เฉพาะกับสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้ชีวิตในบ้านด้วย ตอนที่เธอต้องทำบ้านตัวเอง (ร่วมกับ ตั้ว-นเรศ หาญพันธ์พงษ์) จึงเป็นการประมวลว่าบ้านแบบไหนที่ชอบ อารมณ์อย่างไหนที่ใช่ อยากอยู่และใช้ชีวิตยังไงดี

มาเห็นเห็นไปพร้อมพร้อมกัน

เริ่มเริ่ม

ชอบบ้านที่ไม่เป็นห้อง แล้วก็มีความเป็นพื้นถิ่น ซึ่งชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว มีวิชาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่ได้ไปเห็นบ้านที่ชาวบ้านอยู่ เรารู้สึกว่าสวย บางคนอาจรู้สึกว่าบ้านอย่างนั้นอยู่ไม่ได้หรอก ลำบากแน่ แต่เรากลับรู้สึกว่าอยากอยู่แบบนั้น และก็พร้อมจะปรับตัวที่จะอยู่ คือคิดว่าแบบนั้นน่าจะเป็นวิถีที่อยู่แล้วง่ายๆ บ้านเขาไม่เห็นต้องมีอะไรเยอะ ไม่ต้องใช้วัสดุที่แฟนซีมาก ก็มีความน่าอยู่ อีกเรื่องที่ชอบคือเขาสร้างบ้านจากพฤติกรรมของตัวเอง มันก็มีขนบอยู่เหมือนกันในแต่ละท้องถิ่นว่าบ้านต้องประมาณนี้ แต่ว่าพอมาเป็นของแต่ละคนแล้วเขาก็จะใช้ตัวเองเป็นมาตรฐาน ทำบ้านออกมาตามพฤติกรรมของตัวเอง คือรู้สึกว่าแบบนั้นเป็นธรรมชาติที่สุดแล้วสำหรับที่อยู่อาศัยของมนุษย์แต่งบ้าน

เช่นเช่น

ตอนทำบ้านนอกจากโครงคร่าวๆ ที่บอกว่าบ้านเราต้องมีอะไรบ้าง ก็คิดว่าเวลาใช้งานในแต่ละจุด เราอยากให้มันเป็นแบบไหน อย่างห้องนอนที่เลือกใช้ฝาไหล (ผนังไม้เลื่อนเปิดปิดได้) เพราะเราอยากให้มีลมเข้าได้ และพรางสายตาได้ประมาณหนึ่ง ทำไว้ตรงจุดที่ติดพื้น เพราะเรานอนพื้น บางทีเราก็อยากเปิดให้ลมเข้าตอนหน้าหนาว และปลูกดอกไม้ไทยหอมๆ ให้กลิ่นลอยเข้ามาได้ด้วย

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ไทยไทย

คอนเซปต์บ้านนี้เหมือนบ้านไทย มีเรือนนอนก้อนหนึ่ง อีกก้อนเป็นส่วนครัวหรือส่วนที่เราใช้งานตอนกลางวัน แล้วเชื่อมกันด้วยชานตรงกลางที่ยกพื้นขึ้นมานิดหนึ่ง คล้ายบ้านไทย เป็นส่วน Living room ไปในตัว พวกเราเป็นคนที่ไม่อยากยึดติดกับอะไร เพราะรู้ว่าตัวเราเองก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จึงชอบพื้นที่ที่ไม่ต้องแบ่งเป็นห้องๆ เหมือนบ้านไทยที่ขึ้นไปก็รวมๆ กันอยู่ อย่างโต๊ะกินข้าวที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกในบ้าน ก็ใช้เป็นโต๊ะทำงานอยู่บ่อยๆ นี่ก็เพิ่งย้ายจักรเย็บผ้าออกไปเก็บที่มุมทำงานผ้า

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ไปไป

ตอนที่คิดเรื่องแปลนบ้าน ก็จะคิดให้สเกลมันเล็กที่สุดเท่าที่เราจะอยู่ได้สบาย ไม่อยากให้บ้านมันใหญ่

แต่งบ้าน

มามา

แต่มันออกมาแล้วทำไมดูใหญ่ไม่รู้นะ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างก็เล็กแล้ว ห้องนอนก็พอดี ไม่มีที่อะไรเหลือ

แต่งบ้าน

ไม้ไม้

เป็นคนชอบไม้ จริงๆ อยากได้บ้านที่เป็นโครงสร้างไม้ เพราะบ้านไม้มัน reuse ได้ ในความเป็นจริงมันยากนิดหนึ่งเลยต้องผสมๆ กัน ก็พยายามใช้ไม้เก่าเกือบทั้งหมด ตรงที่เราไม่ได้สัมผัสก็ใช้ไม้ใหม่ ซึ่งไม้ใหม่จะมีปัญหาเรื่องยืดหด เราก็เลยไปหาตามร้านไม้เก่า คิดว่ามุมนี้อยากได้ประมาณนี้ก็ไปหาตามขนาดที่คิดไว้ พื้นบ้าน ผนัง ประตูหน้าต่างเป็นไม้เก่าหมดเลย ยกเว้นหน้าต่างตรงที่ล้างจาน ไปหลายที่นะ มีอยุธยา ราชบุรี ลาดกระบัง คลองหลวง นครนายก ไปทุกที่ที่พอจะขับรถไปได้ เราก็สนุกดี เพราะได้ไปในวงการที่เราไม่คุ้น กลายเป็นว่าตอนจบเราก็รู้สึกไม่อยากให้มันจบ เพราะยังสนุกอยู่ โดยเฉพาะตอนได้หน้าต่างได้ประตูมาเป๊ะๆ ดังใจ

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ไม่ไม่

ตอนคุยกับช่างเรื่องทำงานไม้นี่ยาก เพราะเขาจะทำแบบที่เคยทำคือ เคลือบเงาๆ แต่เราอยากได้อารมณ์แบบชาวบ้าน เลยเห็นภาพไม่ตรงกัน ไม้ทั้งหมดเราพยายามบอกว่าอย่าเคลือบเงาๆ แบบนั้น แค่ทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ก็พอ ไม่เอาเงาเลย แต่เขาก็ไม่ยอม บอกเราว่า ต้องซะหน่อยนะ เดี๋ยวจะทาให้บางที่สุด แต่ผ่านไปซักปีมันก็ลอก เราก็ต้องขัดออก ผนังส่วนที่เป็นปูนก็คุยยากไม่แพ้กัน เพราะเราจะไม่ทาสี ใช้สีของปูนขาวที่ฉาบไปเลย ช่างก็ไม่ยอม อยากทาสี เราก็ไม่ยอม เขาคงคิดว่าอีนี่มันจะเรื่องมากทำไม ออกมาก็เหมือนกันแหละ เรารู้ว่ามันแตกต่าง เพราะถ้าทาสี จะเป็นสีขาวอีกแบบเป็นความเงาอีกอย่าง ช่างก็บอกเดี๋ยวจะเปื้อนง่าย แต่สำหรับเราถ้ามันเปื้อนจากการใช้งาน เรารับได้

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

เก่าเก่า

ตอนที่ทำบ้าน สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือกลัวบ้านออกมาแล้วใหม่ คือกลัวมาก ตอนได้หน้าต่างเก่ามาชุดหนึ่งพอใส่เข้าไปแล้วก็เออ…สบายใจแล้ว ไม่รู้ทำไมไม่ชอบบ้านที่ดูใหม่ๆ ไม่ชอบของที่ดูใหม่กิ๊กๆ เป็นคนชอบของที่ดูดิบๆ แต่ทำออกมาแล้วเนี้ยบๆ ยิ่งเป็นงานไม้ ถ้าเป็นของใหม่นี่จะไม่ชอบเลย อย่างหน้าต่างตรงที่ล้างจานก็จะไม่สวยเมื่อเทียบกับจุดอื่น แต่ของเก่าบางอย่างก็แพงมาก แถมยังเก่ามากด้วย คือบางทีมันก็สุดโต่งไปนิดหนึ่ง ก็จะมีตั้วคอยเบรกไว้ มาดึงๆ กันอยู่บ้าง บางครั้งเราก็เลยเถิดไง ไปเห็นของแล้วก็ชอบ คือชอบของเราไม่รู้คนอื่นเขาชอบหรือเปล่า บางทีมันอาจจะเก่าเกินไปสำหรับผู้ใหญ่ที่มองเข้ามา สร้างบ้านทั้งทีทำไมให้มันดูเก่าแบบนี้

คือเขาเห็นของที่เราซื้อมาแต่ละชิ้นก็คงงงๆ เหมือนกันว่าจะเอาจริงเหรอมันดูเก่ามากเลยนะ

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ค้นค้น

บ้านนี้พัดลมเยอะมาก คือเราไม่ติดแอร์แต่ชอบให้มีลมตลอดเวลา แต่ไม่ชอบพัดลมตั้งพื้น เลยต้องเป็นพัดลมติดเพดาน

(ตั้วเสริม) กว่าจะหาพัดลมที่เล็กชอบได้ก็นานมากนะ คือพัดลมที่เล็กอยากได้ก็คือพัดลมที่เห็นตามวัดหรือตามร้านก๋วยเตี๋ยวน่ะ แต่มันหาไม่ได้ ที่หาได้นี่คือเก่าสุดเรียบสุดเท่าที่หาได้ ตอนแรกจะซื้อพัดลมใหม่แล้วไปขอเปลี่ยนกับวัดอะไรเงี้ย ได้มาแล้วก็ต้องไปจ้างทำท่อแป๊บอีกเมตรหนึ่งสำหรับเป็นก้านพัดลมที่ห้อยลงมา เพราะท่อที่ได้มาไม่ยาวพอ แป้นไม้ที่ยึดก็ต้องให้ช่างทำเอียงได้มุมรับกับแกนพัดลม

แต่งบ้าน

คุ้ยคุ้ย

ไฟในบ้านจะไม่มีดาวน์ไลต์เลยเพราะไม่ชอบ เป็นโคมหมด แต่จะเป็นโคมเรียบๆ แบบที่เราชอบ คือเราไม่ได้ชอบของที่ดูหรูหรา แต่เราชอบของดี โคมที่เลือกมาเราชอบทุกดีเทล แต่ไอ้ของดีที่ดูไม่หรูหราเนี่ยก็มักจะแพง

(ตั้วเสริมอีก) แล้วแพงแบบต้องดูเหมือนไม่แพงด้วยนะ ก็มักจะไปจบที่ร้านเก่าๆ ที่เป็นของเก่าเก็บ เขาก็จะบอกว่าปีหนึ่งจะมีคนอย่างคุณมาไม่กี่คนหรอก

แต่งบ้าน

เดี๋ยวเดี๋ยว

(เล็ก) นี่แกลำบากมากเลยใช่มั้ยเนี่ย (55)

(ตั้ว) ไม่ ก็แค่เล่าให้ฟัง มันลืมไปแล้วไง (55)

แต่งบ้าน

พอพอ

พอบ้านเรามาอย่างนี้แล้ว เฟอร์นิเจอร์ก็จะไม่มีเยอะ เลยจะขอเฟอร์นิเจอร์ที่ชอบจริงๆ เราก็รู้จักคนที่ทำเฟอร์นิเจอร์คนหนึ่ง (พิษณุ นำศิริโยธิน) เราชื่นชมเขาในการเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดงานไม้ โดยเฉพาะการเข้าไม้ ก็เลยให้เขาทำมาต่อเนื่อง ก็เกรงใจเหมือนกัน ด้วยความเกรงใจของทุกอย่างจึงค่อยๆ มา ครัวไม่อยากทำบิลท์อิน แต่ก็อยากให้เรียบร้อย เลยทำเป็นชิ้นๆ ที่แยกกันได้ยกออกได้หมด มีตู้ มีซิงค์ มีโต๊ะนวดแป้งทำขนมปัง เรารู้สึกว่าเขาเป็นทั้งศิลปินและช่าง ซึ่งเขาก็อยากให้เราใช้ได้ดี พอได้มาเราก็มีความสุขทุกครั้งที่เปิดตู้ เลื่อนประตูบานเลื่อน บ้านเราไม่ได้ใหญ่ ของทุกชิ้นต้องพอดีกับพื้นที่ ถึงไม่ใช่บิลท์อินก็ต้องพอดีประมาณหนึ่ง แล้วเราก็อยากให้มันสวยด้วย เพราะฉะนั้นก็ยากที่จะให้ใครทำให้เราแบบนั้นได้ แล้วพอเห็นความเนี้ยบของเขาก็รู้สึกสบายใจ เขาหาไม้ให้ด้วย เป็นไม้ที่เราไม่รู้จักมาก่อน คิดว่าเขาก็น่าจะสนุกกับสิ่งที่เราให้ทำ ก็อยากให้เขาทำให้เรื่อยๆ แหละ แต่บ้านเราไม่มีที่แล้ว

แต่งบ้าน

แต่งบ้าน

อยู่อยู่

ก็รู้สึกดี และรู้สึกว่ามันดีมากที่เราได้ออกแบบบ้านเอง มันไม่ใช่แค่เรื่องของการตกแต่ง คือจริงๆ เราไม่สนใจเรื่องการตกแต่งเลยด้วย คิดเรื่องพฤติกรรมของตัวเองจริงๆ อย่างมุมซักผ้าจะเป็นมุมที่ชอบมาก เพราะเราต้องมีการซักผ้าด้วยมือ ซึ่งการซักผ้าไม่ใช่กิจกรรมที่น่าเพลิดเพลินอยู่แล้ว แต่ว่าเราจะทำให้มันเพลิดเพลินด้วยหน้าต่างที่มีลมเข้า ก็จะทำให้เรามีความสุขกับการซักผ้า หรืออย่างมุมล้างจานก็คิดไว้เลยว่าตอนล้างจะต้องมองออกไปเห็นข้างนอก ไม่ใช่ล้างกับผนังทึบๆ

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ทำทำ

กลายเป็นว่าอยู่แล้วชอบตอนทำงานบ้านเหมือนกัน ตอนที่สร้างบ้านเราคิดถึงตอนทำความสะอาดด้วย เพราะเราเป็นคนที่ทำความสะอาดบ้านเองมาตลอด เพราะฉะนั้นวัสดุทุกอย่างเราต้องมีความสุขในการถูการเช็ด และพอได้เจอเทคนิคทำความสะอาดที่เวิร์กมันก็ยิ่งสนุก อย่างการเช็ดกระจก การถูพื้นไม้ การเก็บฝุ่นในห้องนอน มันไม่ใช่แค่การอยากได้บ้านสวยหรือบ้านน่าอยู่เท่านั้น เวลาทำความสะอาดเราต้องรู้สึกโอเคกับมันด้วย

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ได้ได้

(ขนมปัง เค้ก กรีกโยเกิร์ต แยมบ๊วย เหล้าบ๊วย กาแฟ เสื้อ กางเกง ชุดชั้นในแบรนด์ YoungLek  ผ้าม่าน ฯลฯ เล็กบอกว่า เดี๋ยวนี้จะไม่ถามว่า ที่ไหน แต่จะหาว่า ทำยังไง)

แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ตั้วตั้ว

ผมชอบที่มันสะดวกและสวยแบบที่เราชอบ ไม่มีอะไรขัดหูขัดตา เป็นบ้านที่ตอบสนองชีวิต คือก่อนหน้านี้ ก่อนแต่งงาน ก่อนมีบ้าน ก็จะชอบไปข้างนอก ไปเดินห้าง ดูหนัง ไปกินข้าว หาแต่ที่ไปข้างนอก ไม่อยากอยู่บ้าน แต่พอสร้างบ้านเสร็จแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย เล็กก็ทำงานอยู่บ้าน เย็บเสื้อ ทำขนม มีความสุขอยู่กับการขลุกตัวอยู่กับบ้าน จะออกไปไหนก็อาจอยากไปดูหนังจริงๆ รอบบ่ายสองก็ออกบ่ายโมง ดูเสร็จก็กลับ บ้านมันตอบโจทย์ชีวิตของเรานะ ถามเรื่องอะไรในบ้านตอบได้ทุกเรื่อง เพราะเราไม่ได้เลือกแบบอะไรก็ได้ ทุกอย่างต้องคิดหมด อย่างตู้เย็น อยากได้ตู้เย็นสีขาวที่เรียบที่สุด บานต้องเปิดจากฝั่งขวา จะได้หันเข้าครัว

แต่งบ้าน

เล็กเล็ก

มันทำให้เรารู้สึกว่าตอนอยู่บ้านนี่เราจะจินตนาการว่าอยู่ไหนก็ได้ อยู่จังหวัดอะไรก็ได้ มันไม่เหมือนอยู่ในกรุงเทพฯ น่ะ ถ้าพอดีมีเพลงนี้ดังขึ้นมา บ้านเราก็จะสวยขึ้น เป็นอีกอารมณ์หนึ่ง

แต่งบ้าน

จบจบ

สรุปบ้านเราก็ไม่ได้เหมือนบ้านแบบชาวบ้านที่เราชอบทั้งหมดหรอก เพราะชีวิตเราก็ไม่ได้เหมือนเขา ชีวิตเราก็มีจริตแบบเรา เราไม่ได้เติบโตมาแบบชาวบ้านที่เราชอบบ้านเขา แต่จริงๆ ก็อยากเป็นแบบนั้นนะ อยากใช้เตาฟืนเตาถ่าน ห้องน้ำที่ทำปุ๋ยได้ แต่นั่นก็คงเป็นอีกสเต็ปหนึ่ง ทุกวันนี้เป็นแบบนี้โอเค คนเราจะทำบ้านได้สักกี่ครั้งล่ะ

แต่งบ้าน

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

LIVE LOVE LAUGH

เรื่องราวของคนน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่

ช่วงดูแลคุณแม่ที่ป่วย เนรมิต สร้างเอี่ยม นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หนึ่งในหุ้นส่วนโครงการบ้านบ้าน วิภาวดี 20 อดีตผู้บริหาร บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด เริ่มๆ จะตกผลึกความคิดอะไรบางอย่าง

จนคุณแม่ที่ดูแลอยู่นั้นเสียชีวิต ความคิดที่ว่าก็ตกผลึกออกมา 5 ข้อ และกลายเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตนับจากนั้น

หนึ่ง เดินได้ สามารถเดินไปไหนทำอะไรได้ด้วยตัวเอง

สอง กินได้ ทั้งได้กินอิ่มและได้กินอร่อย

สาม หลับได้ เมื่อนอนขอให้หลับสนิท

สี่ มีเพื่อนสนิทไม่ต้องมาก แต่อยู่ด้วยกันไปจนถึงวันท้ายๆ ที่ข้างเตียง

ห้า ขอให้ตัวเรามีคุณค่าต่อผู้อื่น

ข้อที่ 5 มีผลต่อการมาซื้อโรงงานแปรรูปผลผลิตการเกษตรที่ไม่มีใครสานต่อที่เชียงใหม่ และตั้งใจบริหารให้เกิดความสุขตั้งแต่ต้นน้ำ คือเกษตรกร จนถึงปลายน้ำ คือผู้บริโภค

ส่วนข้อที่ 1 – 4 ทำให้ยอมทิ้งตัวตนข้างนอก ทั้งตำแหน่งหน้าที่และรายได้ที่สูง เพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเองจากข้างใน

ไปๆ มาๆ 5 ข้อนี้ก็มาเจอกันอยู่ในบ้านหลังนี้ บ้านที่เขาตั้งใจว่าจะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของชีวิต

พร้อมตั้งชื่อว่า ‘บ้านทิ้งตัว’ ซึ่งจะเป็นทั้งที่ ทิ้งตัวพัก และทิ้งตัวตน

ตัวเรากับบ้านที่ได้

ผมเพิ่งคุยกับเพื่อนว่าคนที่เรียนจบ มช. เหมือนมีมนตร์อะไรไม่รู้ทำให้ตอนเกษียณหรือตอนบั้นปลาย ทุกคนอยากมาอยู่เชียงใหม่ ผมเจอหลายคนละที่เจอมนตร์นี้ หรือเพราะด้วยมีความทรงจำเยอะก็ไม่รู้ ช่วงท้ายของการทำงานที่แกรนด์ยู วันศุกร์ผมจะออกจากที่ทำงานเร็วหน่อย ภรรยามาเจอที่สนามบิน ขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่ วันรุ่งขึ้นผมออกรถไปดูอำเภอรอบเชียงใหม่ทั้งหมด เพื่อดูว่าแต่ละอำเภอเป็นยังไง จนผมเข้าใจเชียงใหม่ครบ และรู้ว่าผมควรจะอยู่ที่ไหน แล้วถึงเจาะลงมาและเลือกที่นั่น ซึ่งก็คือบ้านทิ้งตัวหลังนี้

ได้ตามความคิด

ตอนเห็นบ้านนี้ครั้งแรกสิ่งที่ใช่คือทรงบ้าน รวมถึงรายละเอียดและองค์ประกอบต่างๆ อย่างผนังไม้บานใหญ่ที่เลื่อนได้เพื่อบังแดดนั่นผมชอบมาก เพราะเคยทำเองที่คอนโดที่เคยขาย และบ้านหลังนี้ก็มีวิทยาศาสตร์หลายอย่างคอยกำกับอยู่ อย่างมีชายคายาวที่ให้ร่มเงา จนอุณหภูมิข้างนอกข้างในต่างกันได้ถึง 2 – 4 องศา หรือการวางองศาบ้านที่ถูกดีไซน์ให้แดดเข้าสวย แต่ละมุมตอนเช้าถ่ายรูปไปแล้ว ตอนเย็นถ่ายได้ใหม่ มุมแต่ละมุมที่แสงลอดทิ่มเข้ามาในบ้านสวยมากจริงๆ มุมปกติๆ นี่พอแสงลงแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แล้วมันไลฟ์มากเพราะแสงเปลี่ยนตลอดเวลา

ผมคิดว่าบ้านหลังสุดท้ายของผมจะต้องเป็นบ้านที่ไม่มีสารเคมี เพราะฉะนั้น ต้องปูนเปลือย ไม่ทาสี ไม้ก็ไม่ทาเคลือบอะไร เพราะต้นไม้ที่ยืนต้นทั้งหลายก็ไม่เห็นต้องใช้อะไรทาเคลือบเลยนี่ ซึ่งบ้านนี้ก็เป็นแบบนั้นพอดี

แม้แต่วิธีกันงูก็ไม่ใช้สารเคมีเช่นกัน โดยรอบตัวบ้านโรยไว้ด้วยกรวดที่มีขนาดและรูปทรงต่างกันภายในกรอบปูนที่ก่อขึ้นมาเตี้ยๆ กรวดที่ขนาดและรูปทรงต่างกันนี้ทำให้เกิดพื้นผิวที่งูไม่ชอบ พอเลื้อยมาถึงก็จะหันกลับไป

ยุงก็ไม่มีนะครับ ใน 1 ปีจะมีบ้างบางฤดูเท่านั้น และก็จะแค่ครึ่งหรือ 1 ชั่วโมงก็หายไป เพราะฉะนั้น บ้านเลยไม่มีมุ้งลวด เปิดโล่ง กลางคืนก็เปิดได้เลย ผมก็ไม่รู้ว่ามันเพราะอะไรนะ แล้วก็เย็นทั้งปี อากาศดีมาก ถ้าเดินเข้าไปโซนลีฟวิ่งนี่เย็นเลย เย็นทั้งกายเย็นทั้งใจ

คิดถึง

ผมมองว่าบ้านนี้จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของผม ผมเลยเอาทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตผมมากองอยู่ที่นี่ไว้ทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างที่ว่าล้วนเป็นความทรงจำ เช่น ตู้ขายยา เพราะบ้านผมขายยา แต่คุณแม่ก็ขายไปหมดแล้วละ ผมก็ไปตามหาซื้อมาแบบที่คล้ายคลึงมากที่สุด ตู้แบบที่ผมเคยเปิดหยิบยาเคยเช็ดเคยดูแล คันซึง (เก้าอี้ยาวที่ดึงออกเป็นเตียงได้ บ้างก็เรียกว่า เตียงชัก) ที่แม่เคยใช้นั่งนอนกลางวัน ผมก็ไปหามาที่คล้ายที่สุด หรือจะนาฬิกาแขวนที่มีลูกตุ้ม หนังสือที่เคยอ่าน คู่มือรถที่เคยขับ ก็ขนของเหล่านี้มารวมไว้ที่นี่ทั้งหมด บ้านผมก็เลยกลายเป็นที่ของความทรงจำ ทุกสิ่งทุกอย่างตอนเด็ก ตอนทำงาน ทุกวัยอยู่ที่นี่หมด เป็นบ้านหลังสุดท้ายที่ขอทิ้งตัวจริงๆ

ถึงคนที่ทำ

ข้าวของความทรงจำของผมที่เอาเข้ามาเติมก็ดูเข้ากันได้กับบ้านหลังนี้ แต่ผมเองพอถึงวัยขนาดนี้ ก็ไม่ได้มองเรื่องสไตล์อะไรนัก เอาเราเป็นตัวตั้งว่าเรารู้สึกดีกับมันมั้ย เช่นเก้าอี้หากนั่งแล้วดีใช้แล้วดีก็เอาตามนั้น ถ้าดีไซน์ดีด้วยนั่งดีด้วยก็โอเค ถ้าดีไซน์ดีแล้วนั่งไม่ดีก็เอาออกไป เอาฟังก์ชันนำ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มองเรื่องดีไซน์ รวมถึงการมองเรื่องรายละเอียดด้วย เช่น มองการเข้าไม้ มองงานฝีมือ มองอย่างนี้เราก็นึกถึงคนที่เขาทำ เห็นถึงความเหนื่อยและความสุขของสิ่งที่เขาทำ ของสล่า เมืองเหนือเรียกช่างว่า สล่า เราก็รู้สึกชื่นชมกับสิ่งที่เขาค่อยๆ ทำมันขึ้นมา ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เราได้ใช้ของที่เขาตั้งใจทำ ผมจะให้ความสำคัญเรื่องความตั้งใจตรงนี้มากกว่าไปซีเรียสเรื่องสไตล์

ทำบ้านให้เป็นบ้าน

เพราะอากาศดีเลยทำบ้านแบบนี้ได้ แล้วถ้าอากาศหรือทำเลไม่เหมาะล่ะ ผมคิดว่าได้นะครับ ผมว่าวันนี้ไม่มีใครทำอะไรใครนอกจากเราทำตัวเราเอง วันนี้ถ้าเราอยากอยากลดฝุ่น 2.5 ก็ต้องสร้างโอกาส 4.0 ให้ตัวเอง ทำตัวเองให้เหมาะกับยุคนี้ เช่น จอดรถยังติดเครื่องอยู่ก็เลิกติดซะ คิดว่าแค่ 1 นาทีก็ดับไปเหอะ หนึ่งนาทีนั้นก็ไม่มีเขม่าไม่มีควันเพิ่มแล้ว

ปลูกต้นไม้ ผมว่าบ้านที่กรุงเทพฯ ก็ปลูกเหมือนบ้านที่เชียงใหม่ได้ บ้านที่นี่ข้างหลังปลูกขนุน จิกน้ำ ข้างๆ มีกล้วย ชะอม หน้าบ้านมีมะขามให้คนเกรงขาม ปลูกเหมือนคนโบราณเลย ชะอม กะเพรา ผักต่างๆ ปลูกจนกินไม่ทัน ชมพู่อยู่ข้างหน้าอีก ถามว่าบ้านในกรุงเทพฯ ปลูกได้มั้ย ปลูกได้ ขนาดพื้นที่ไม่ใช่อุปสรรคนะ

ผมว่าบ้านทุกที่ก็ทำวิถีแบบนี้ได้ เพียงแค่ว่าต้องเปลี่ยน Mindset เราก่อน เรารู้เท่าทันเรื่องพวกนี้หรือยัง เราเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่เราควรทำคืออะไรหรือยัง ถ้าผมเองยังไม่เข้าใจ ผมมาอยู่ที่นี่ผมก็อาจไม่ได้อะไรจากที่นี่ก็ได้ ผมเห็นเงาใบไม้ตกอยู่บนสนามหญ้าผมยังถ่ายรูปเก็บไว้ดู สวยจังเลย เราหาความสุขกับตรงนี้ได้นิดๆ หน่อยๆ มันก็ได้แล้วไง

บ้านที่เห็น

ส่วนในมุมนักอสังหา ตอนนั้นมีคิดอยู่เหมือนกันว่าบ้านแบบนี้แนวมาก ถ้าทำขายคงลำบาก เวลาผมจะทำของขาย ผมต้องเอาตัวเองไปเช็กและบาลานซ์กับคนอื่นเยอะ บาลานซ์กับอินทีเรีย กับสถาปนิก กับทีมตลาด กับทีมขาย และต้องอดใจตัวเองเยอะๆ เพื่อฟังเขาเยอะๆ แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีหนึ่ง เพราะเราเองเวลาเราชอบเราก็ไปหมดละ โชคดีที่ยูดีไลท์ทำแล้วมันจุดติด แต่ไอ้บ้านหลังนี้นี่มันแนวกว่าอีก

แต่หลังจากที่ผมมาอยู่แล้ว ไม่รู้เป็นเพราะด้วยชื่อบ้านทิ้งตัวหรือเปล่า ผมมีเพื่อนมาเป็นแขกเยอะมาก ก็ไม่รู้เขามาด้วยเหตุอะไร ผมก็เลยเริ่มเห็นว่า เออ มันขายได้ว่ะ ถ้าทำแบบนี้มันขายได้ เพราะเป็นบ้านที่อยู่กึ่งกลางระหว่างคนยุคใหม่กับคนยุคเก่า ใช้ภูมิปัญญาโบราณเยอะ แต่มีความเป็นโมเดิร์น อย่างผมไปที่ศรีลังกา ผมไปดูงานของ Geoffrey Bawa ซึ่งงานของเขาเป็น Tropical Modern เป็นบ้านเมืองร้อนที่เข้าไปแล้วเย็น สวย น่าอยู่ แต่โมเดิร์นด้วย ต้องทำให้ได้แบบนั้นแหละ ผมว่าขายได้

เห็นจากข้างใน

บ้านหลังนี้ตอบสิ่งที่ชีวิตผมตกผลึกมาก เดินได้ กินได้ นอนได้ มีเพื่อนกลุ่มสุดท้ายข้างเตียง และมีคุณค่าต่อคนอื่น สิ่งเหล่านี้ออกมาจริงๆ

เดินได้นี่ผมจะไปเดินบนสนามหญ้าบ่อยมาก ได้เดินแตะดินจริงๆ เพราะที่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้เดินบนดินนะครับ ประจุไฟฟ้าในร่างกายเลยจะไม่ค่อยสมดุล อาจมีอาการปวดหัว การได้เดินบนสนามหญ้าตอนเช้าๆ ที่มีน้ำค้างเนี่ยมันช่วยให้ร่างกายเราสมดุล บางทีปวดหัวข้างเดียวเนี่ยก็หาย

กินได้นี่มีหลายเรื่อง คืออยู่นี่เพื่อนที่กลุ่มใหญ่ที่สุดดันเป็นเชฟ และเป็นเชฟที่รักเรื่องออร์แกนิกมาก มีคนหนึ่งเป็นเชฟของโรงแรมใหญ่ เป็นคนศรีษะเกษ แต่เบื่อแล้ว เลยออกมาทำร้านดีกว่า เมนูประจำไม่มี จะเขียนใส่ไวท์บอร์ด เพราะอยู่ที่ว่าวันไหนมีอะไรสด เขียนทุกวันลบทุกวัน พอรู้จักเชฟคนนี้ก็ต่อไปอีกหลายๆ เชฟ มันก็เชฟเชฟเชฟ มีเชฟ 5 – 6 คนที่เป็นเชฟระดับดีในเชียงใหม่ทั้งนั้น เชฟเหล่านี้ก็นำพาผมไปเจอร้านอาหารมากมายในเชียงใหม่ นอกจากจะกินได้แล้ว ตอนนี้ก็กินไม่หยุดเลย แต่ตอนนี้เราก็จะกินอย่างละนิดๆ หน่อยๆ และภรรยาผมเอง ก็มีวัตถุดิบเยอะและทำอาหารอร่อยด้วย ไม่รู้คนอื่นว่าอร่อยหรือเปล่านะ แต่ผมว่าอร่อย

ส่วนนอนเนี่ย ก็นอนได้สบายมากเลย แต่ก็จะมีเถียงๆ กับภรรยาหน่อยว่าไม่อยากเปิดแอร์ ผมบอกภรรยาว่าคนเราเหงื่อมันต้องออกสักนิดหนึ่งนะ รูขุมขนจะได้เปิดหน่อย หน้าหนาวก็ไม่เปิดอยู่แล้ว แต่พอหน้าร้อนเขาก็จะเปิดหน่อย ผมเลยต้องใช้วิธีไปแง้มหน้าต่างไว้หน่อยให้อากาศเข้า และติดพัดลมดูดอากาศให้ดูดออกบ้าง ให้อากาศหมุนเวียนหน่อย เพราะเรารู้ว่าข้างนอกอากาศมันเฟรชมากๆ

เพื่อนก็โอเคมาก มากันบ่อย มีห้องนอนรับรองได้ 3 ห้อง และเป็นความรับผิดชอบที่มีต่อเพื่อน 3 – 4 คนที่มาหุ้นกับผมทำโรงงานแปรรูปผลผลิตการเกษตร ซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มสุดท้ายในชีวิตผมด้วยนะ ถึงแม้เขาจะไม่ได้ต้องการอะไรมาก แต่มันก็ควรเป็นมรดกให้ลูกเขานะ ผมน่ะไม่มีลูกหรอก ผมก็บอกว่ามึงก็เอาให้ลูกพวกมึงนั่นแหละ

ส่วนข้อสุดท้ายนี่เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้เลย นั่นคือการที่ผมต้องมาดูแลโรงงานแปรรูป ผลผลิตการเกษตร เป็นเหมือนมนตร์ที่มาดลแกมบังคับเลยว่า ต้องเชียงใหม่แล้วล่ะ คือถ้ามีแต่บ้านอย่างเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ ผมคงทำแต่ภารกิจที่กรุงเทพฯ จนไม่ได้มาที่เชียงใหม่

ในบ้านทิ้งตัว

ผมว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี่โยงถึงกันนะครับ และทั้งหมดในนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ โดยหลักทั่วไปก็คงมองว่าคนเป็นคนเลือกบ้าน แต่ผมทำอสังหาฯ มาเยอะ ทำให้เชื่อว่าที่ตรงไหนเป็นของเรา มันก็จะเป็นของเรา ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ที่บางแปลงจะซื้ออยู่แล้ว นัดวางเงินบ่าย ตอนเช้ายังถูกตัดหน้าได้เลย ผมเรียนรู้แล้วก็บอกลูกน้องว่าไม่เป็นไรมันไม่ใช่ที่ของเรา ที่นี่ผมก็เชื่อว่ามันเป็นที่ของผม ตอนแรกดูเหมือนเราไปเลือก แต่จริงๆ คงมีบางอย่างบอกให้เรามาเลือก ก็คือบ้านเลือกคนนั่นแหละ ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load