ตั้งแต่เรียนและทำงาน เล็ก-ภัทรสิริ อภิชิต เห็นที่อยู่อาศัยมาเยอะ ซึ่งเป็นการค่อยๆ สั่งสม รับรู้ ตีความ เข้าใจ ที่ไม่เฉพาะกับสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้ชีวิตในบ้านด้วย ตอนที่เธอต้องทำบ้านตัวเอง (ร่วมกับ ตั้ว-นเรศ หาญพันธ์พงษ์) จึงเป็นการประมวลว่าบ้านแบบไหนที่ชอบ อารมณ์อย่างไหนที่ใช่ อยากอยู่และใช้ชีวิตยังไงดี

มาเห็นเห็นไปพร้อมพร้อมกัน

เริ่มเริ่ม

ชอบบ้านที่ไม่เป็นห้อง แล้วก็มีความเป็นพื้นถิ่น ซึ่งชอบมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว มีวิชาสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่ได้ไปเห็นบ้านที่ชาวบ้านอยู่ เรารู้สึกว่าสวย บางคนอาจรู้สึกว่าบ้านอย่างนั้นอยู่ไม่ได้หรอก ลำบากแน่ แต่เรากลับรู้สึกว่าอยากอยู่แบบนั้น และก็พร้อมจะปรับตัวที่จะอยู่ คือคิดว่าแบบนั้นน่าจะเป็นวิถีที่อยู่แล้วง่ายๆ บ้านเขาไม่เห็นต้องมีอะไรเยอะ ไม่ต้องใช้วัสดุที่แฟนซีมาก ก็มีความน่าอยู่ อีกเรื่องที่ชอบคือเขาสร้างบ้านจากพฤติกรรมของตัวเอง มันก็มีขนบอยู่เหมือนกันในแต่ละท้องถิ่นว่าบ้านต้องประมาณนี้ แต่ว่าพอมาเป็นของแต่ละคนแล้วเขาก็จะใช้ตัวเองเป็นมาตรฐาน ทำบ้านออกมาตามพฤติกรรมของตัวเอง คือรู้สึกว่าแบบนั้นเป็นธรรมชาติที่สุดแล้วสำหรับที่อยู่อาศัยของมนุษย์แต่งบ้าน

เช่นเช่น

ตอนทำบ้านนอกจากโครงคร่าวๆ ที่บอกว่าบ้านเราต้องมีอะไรบ้าง ก็คิดว่าเวลาใช้งานในแต่ละจุด เราอยากให้มันเป็นแบบไหน อย่างห้องนอนที่เลือกใช้ฝาไหล (ผนังไม้เลื่อนเปิดปิดได้) เพราะเราอยากให้มีลมเข้าได้ และพรางสายตาได้ประมาณหนึ่ง ทำไว้ตรงจุดที่ติดพื้น เพราะเรานอนพื้น บางทีเราก็อยากเปิดให้ลมเข้าตอนหน้าหนาว และปลูกดอกไม้ไทยหอมๆ ให้กลิ่นลอยเข้ามาได้ด้วย

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ไทยไทย

คอนเซปต์บ้านนี้เหมือนบ้านไทย มีเรือนนอนก้อนหนึ่ง อีกก้อนเป็นส่วนครัวหรือส่วนที่เราใช้งานตอนกลางวัน แล้วเชื่อมกันด้วยชานตรงกลางที่ยกพื้นขึ้นมานิดหนึ่ง คล้ายบ้านไทย เป็นส่วน Living room ไปในตัว พวกเราเป็นคนที่ไม่อยากยึดติดกับอะไร เพราะรู้ว่าตัวเราเองก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จึงชอบพื้นที่ที่ไม่ต้องแบ่งเป็นห้องๆ เหมือนบ้านไทยที่ขึ้นไปก็รวมๆ กันอยู่ อย่างโต๊ะกินข้าวที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกในบ้าน ก็ใช้เป็นโต๊ะทำงานอยู่บ่อยๆ นี่ก็เพิ่งย้ายจักรเย็บผ้าออกไปเก็บที่มุมทำงานผ้า

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ไปไป

ตอนที่คิดเรื่องแปลนบ้าน ก็จะคิดให้สเกลมันเล็กที่สุดเท่าที่เราจะอยู่ได้สบาย ไม่อยากให้บ้านมันใหญ่

แต่งบ้าน

มามา

แต่มันออกมาแล้วทำไมดูใหญ่ไม่รู้นะ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างก็เล็กแล้ว ห้องนอนก็พอดี ไม่มีที่อะไรเหลือ

แต่งบ้าน

ไม้ไม้

เป็นคนชอบไม้ จริงๆ อยากได้บ้านที่เป็นโครงสร้างไม้ เพราะบ้านไม้มัน reuse ได้ ในความเป็นจริงมันยากนิดหนึ่งเลยต้องผสมๆ กัน ก็พยายามใช้ไม้เก่าเกือบทั้งหมด ตรงที่เราไม่ได้สัมผัสก็ใช้ไม้ใหม่ ซึ่งไม้ใหม่จะมีปัญหาเรื่องยืดหด เราก็เลยไปหาตามร้านไม้เก่า คิดว่ามุมนี้อยากได้ประมาณนี้ก็ไปหาตามขนาดที่คิดไว้ พื้นบ้าน ผนัง ประตูหน้าต่างเป็นไม้เก่าหมดเลย ยกเว้นหน้าต่างตรงที่ล้างจาน ไปหลายที่นะ มีอยุธยา ราชบุรี ลาดกระบัง คลองหลวง นครนายก ไปทุกที่ที่พอจะขับรถไปได้ เราก็สนุกดี เพราะได้ไปในวงการที่เราไม่คุ้น กลายเป็นว่าตอนจบเราก็รู้สึกไม่อยากให้มันจบ เพราะยังสนุกอยู่ โดยเฉพาะตอนได้หน้าต่างได้ประตูมาเป๊ะๆ ดังใจ

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ไม่ไม่

ตอนคุยกับช่างเรื่องทำงานไม้นี่ยาก เพราะเขาจะทำแบบที่เคยทำคือ เคลือบเงาๆ แต่เราอยากได้อารมณ์แบบชาวบ้าน เลยเห็นภาพไม่ตรงกัน ไม้ทั้งหมดเราพยายามบอกว่าอย่าเคลือบเงาๆ แบบนั้น แค่ทาน้ำยารักษาเนื้อไม้ก็พอ ไม่เอาเงาเลย แต่เขาก็ไม่ยอม บอกเราว่า ต้องซะหน่อยนะ เดี๋ยวจะทาให้บางที่สุด แต่ผ่านไปซักปีมันก็ลอก เราก็ต้องขัดออก ผนังส่วนที่เป็นปูนก็คุยยากไม่แพ้กัน เพราะเราจะไม่ทาสี ใช้สีของปูนขาวที่ฉาบไปเลย ช่างก็ไม่ยอม อยากทาสี เราก็ไม่ยอม เขาคงคิดว่าอีนี่มันจะเรื่องมากทำไม ออกมาก็เหมือนกันแหละ เรารู้ว่ามันแตกต่าง เพราะถ้าทาสี จะเป็นสีขาวอีกแบบเป็นความเงาอีกอย่าง ช่างก็บอกเดี๋ยวจะเปื้อนง่าย แต่สำหรับเราถ้ามันเปื้อนจากการใช้งาน เรารับได้

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

เก่าเก่า

ตอนที่ทำบ้าน สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือกลัวบ้านออกมาแล้วใหม่ คือกลัวมาก ตอนได้หน้าต่างเก่ามาชุดหนึ่งพอใส่เข้าไปแล้วก็เออ…สบายใจแล้ว ไม่รู้ทำไมไม่ชอบบ้านที่ดูใหม่ๆ ไม่ชอบของที่ดูใหม่กิ๊กๆ เป็นคนชอบของที่ดูดิบๆ แต่ทำออกมาแล้วเนี้ยบๆ ยิ่งเป็นงานไม้ ถ้าเป็นของใหม่นี่จะไม่ชอบเลย อย่างหน้าต่างตรงที่ล้างจานก็จะไม่สวยเมื่อเทียบกับจุดอื่น แต่ของเก่าบางอย่างก็แพงมาก แถมยังเก่ามากด้วย คือบางทีมันก็สุดโต่งไปนิดหนึ่ง ก็จะมีตั้วคอยเบรกไว้ มาดึงๆ กันอยู่บ้าง บางครั้งเราก็เลยเถิดไง ไปเห็นของแล้วก็ชอบ คือชอบของเราไม่รู้คนอื่นเขาชอบหรือเปล่า บางทีมันอาจจะเก่าเกินไปสำหรับผู้ใหญ่ที่มองเข้ามา สร้างบ้านทั้งทีทำไมให้มันดูเก่าแบบนี้

คือเขาเห็นของที่เราซื้อมาแต่ละชิ้นก็คงงงๆ เหมือนกันว่าจะเอาจริงเหรอมันดูเก่ามากเลยนะ

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ค้นค้น

บ้านนี้พัดลมเยอะมาก คือเราไม่ติดแอร์แต่ชอบให้มีลมตลอดเวลา แต่ไม่ชอบพัดลมตั้งพื้น เลยต้องเป็นพัดลมติดเพดาน

(ตั้วเสริม) กว่าจะหาพัดลมที่เล็กชอบได้ก็นานมากนะ คือพัดลมที่เล็กอยากได้ก็คือพัดลมที่เห็นตามวัดหรือตามร้านก๋วยเตี๋ยวน่ะ แต่มันหาไม่ได้ ที่หาได้นี่คือเก่าสุดเรียบสุดเท่าที่หาได้ ตอนแรกจะซื้อพัดลมใหม่แล้วไปขอเปลี่ยนกับวัดอะไรเงี้ย ได้มาแล้วก็ต้องไปจ้างทำท่อแป๊บอีกเมตรหนึ่งสำหรับเป็นก้านพัดลมที่ห้อยลงมา เพราะท่อที่ได้มาไม่ยาวพอ แป้นไม้ที่ยึดก็ต้องให้ช่างทำเอียงได้มุมรับกับแกนพัดลม

แต่งบ้าน

คุ้ยคุ้ย

ไฟในบ้านจะไม่มีดาวน์ไลต์เลยเพราะไม่ชอบ เป็นโคมหมด แต่จะเป็นโคมเรียบๆ แบบที่เราชอบ คือเราไม่ได้ชอบของที่ดูหรูหรา แต่เราชอบของดี โคมที่เลือกมาเราชอบทุกดีเทล แต่ไอ้ของดีที่ดูไม่หรูหราเนี่ยก็มักจะแพง

(ตั้วเสริมอีก) แล้วแพงแบบต้องดูเหมือนไม่แพงด้วยนะ ก็มักจะไปจบที่ร้านเก่าๆ ที่เป็นของเก่าเก็บ เขาก็จะบอกว่าปีหนึ่งจะมีคนอย่างคุณมาไม่กี่คนหรอก

แต่งบ้าน

เดี๋ยวเดี๋ยว

(เล็ก) นี่แกลำบากมากเลยใช่มั้ยเนี่ย (55)

(ตั้ว) ไม่ ก็แค่เล่าให้ฟัง มันลืมไปแล้วไง (55)

แต่งบ้าน

พอพอ

พอบ้านเรามาอย่างนี้แล้ว เฟอร์นิเจอร์ก็จะไม่มีเยอะ เลยจะขอเฟอร์นิเจอร์ที่ชอบจริงๆ เราก็รู้จักคนที่ทำเฟอร์นิเจอร์คนหนึ่ง (พิษณุ นำศิริโยธิน) เราชื่นชมเขาในการเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดงานไม้ โดยเฉพาะการเข้าไม้ ก็เลยให้เขาทำมาต่อเนื่อง ก็เกรงใจเหมือนกัน ด้วยความเกรงใจของทุกอย่างจึงค่อยๆ มา ครัวไม่อยากทำบิลท์อิน แต่ก็อยากให้เรียบร้อย เลยทำเป็นชิ้นๆ ที่แยกกันได้ยกออกได้หมด มีตู้ มีซิงค์ มีโต๊ะนวดแป้งทำขนมปัง เรารู้สึกว่าเขาเป็นทั้งศิลปินและช่าง ซึ่งเขาก็อยากให้เราใช้ได้ดี พอได้มาเราก็มีความสุขทุกครั้งที่เปิดตู้ เลื่อนประตูบานเลื่อน บ้านเราไม่ได้ใหญ่ ของทุกชิ้นต้องพอดีกับพื้นที่ ถึงไม่ใช่บิลท์อินก็ต้องพอดีประมาณหนึ่ง แล้วเราก็อยากให้มันสวยด้วย เพราะฉะนั้นก็ยากที่จะให้ใครทำให้เราแบบนั้นได้ แล้วพอเห็นความเนี้ยบของเขาก็รู้สึกสบายใจ เขาหาไม้ให้ด้วย เป็นไม้ที่เราไม่รู้จักมาก่อน คิดว่าเขาก็น่าจะสนุกกับสิ่งที่เราให้ทำ ก็อยากให้เขาทำให้เรื่อยๆ แหละ แต่บ้านเราไม่มีที่แล้ว

แต่งบ้าน

แต่งบ้าน

อยู่อยู่

ก็รู้สึกดี และรู้สึกว่ามันดีมากที่เราได้ออกแบบบ้านเอง มันไม่ใช่แค่เรื่องของการตกแต่ง คือจริงๆ เราไม่สนใจเรื่องการตกแต่งเลยด้วย คิดเรื่องพฤติกรรมของตัวเองจริงๆ อย่างมุมซักผ้าจะเป็นมุมที่ชอบมาก เพราะเราต้องมีการซักผ้าด้วยมือ ซึ่งการซักผ้าไม่ใช่กิจกรรมที่น่าเพลิดเพลินอยู่แล้ว แต่ว่าเราจะทำให้มันเพลิดเพลินด้วยหน้าต่างที่มีลมเข้า ก็จะทำให้เรามีความสุขกับการซักผ้า หรืออย่างมุมล้างจานก็คิดไว้เลยว่าตอนล้างจะต้องมองออกไปเห็นข้างนอก ไม่ใช่ล้างกับผนังทึบๆ

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ทำทำ

กลายเป็นว่าอยู่แล้วชอบตอนทำงานบ้านเหมือนกัน ตอนที่สร้างบ้านเราคิดถึงตอนทำความสะอาดด้วย เพราะเราเป็นคนที่ทำความสะอาดบ้านเองมาตลอด เพราะฉะนั้นวัสดุทุกอย่างเราต้องมีความสุขในการถูการเช็ด และพอได้เจอเทคนิคทำความสะอาดที่เวิร์กมันก็ยิ่งสนุก อย่างการเช็ดกระจก การถูพื้นไม้ การเก็บฝุ่นในห้องนอน มันไม่ใช่แค่การอยากได้บ้านสวยหรือบ้านน่าอยู่เท่านั้น เวลาทำความสะอาดเราต้องรู้สึกโอเคกับมันด้วย

แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ได้ได้

(ขนมปัง เค้ก กรีกโยเกิร์ต แยมบ๊วย เหล้าบ๊วย กาแฟ เสื้อ กางเกง ชุดชั้นในแบรนด์ YoungLek  ผ้าม่าน ฯลฯ เล็กบอกว่า เดี๋ยวนี้จะไม่ถามว่า ที่ไหน แต่จะหาว่า ทำยังไง)

แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน แต่งบ้าน

ตั้วตั้ว

ผมชอบที่มันสะดวกและสวยแบบที่เราชอบ ไม่มีอะไรขัดหูขัดตา เป็นบ้านที่ตอบสนองชีวิต คือก่อนหน้านี้ ก่อนแต่งงาน ก่อนมีบ้าน ก็จะชอบไปข้างนอก ไปเดินห้าง ดูหนัง ไปกินข้าว หาแต่ที่ไปข้างนอก ไม่อยากอยู่บ้าน แต่พอสร้างบ้านเสร็จแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย เล็กก็ทำงานอยู่บ้าน เย็บเสื้อ ทำขนม มีความสุขอยู่กับการขลุกตัวอยู่กับบ้าน จะออกไปไหนก็อาจอยากไปดูหนังจริงๆ รอบบ่ายสองก็ออกบ่ายโมง ดูเสร็จก็กลับ บ้านมันตอบโจทย์ชีวิตของเรานะ ถามเรื่องอะไรในบ้านตอบได้ทุกเรื่อง เพราะเราไม่ได้เลือกแบบอะไรก็ได้ ทุกอย่างต้องคิดหมด อย่างตู้เย็น อยากได้ตู้เย็นสีขาวที่เรียบที่สุด บานต้องเปิดจากฝั่งขวา จะได้หันเข้าครัว

แต่งบ้าน

เล็กเล็ก

มันทำให้เรารู้สึกว่าตอนอยู่บ้านนี่เราจะจินตนาการว่าอยู่ไหนก็ได้ อยู่จังหวัดอะไรก็ได้ มันไม่เหมือนอยู่ในกรุงเทพฯ น่ะ ถ้าพอดีมีเพลงนี้ดังขึ้นมา บ้านเราก็จะสวยขึ้น เป็นอีกอารมณ์หนึ่ง

แต่งบ้าน

จบจบ

สรุปบ้านเราก็ไม่ได้เหมือนบ้านแบบชาวบ้านที่เราชอบทั้งหมดหรอก เพราะชีวิตเราก็ไม่ได้เหมือนเขา ชีวิตเราก็มีจริตแบบเรา เราไม่ได้เติบโตมาแบบชาวบ้านที่เราชอบบ้านเขา แต่จริงๆ ก็อยากเป็นแบบนั้นนะ อยากใช้เตาฟืนเตาถ่าน ห้องน้ำที่ทำปุ๋ยได้ แต่นั่นก็คงเป็นอีกสเต็ปหนึ่ง ทุกวันนี้เป็นแบบนี้โอเค คนเราจะทำบ้านได้สักกี่ครั้งล่ะ

แต่งบ้าน

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

LIVE LOVE LAUGH

เรื่องราวของคนน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ เป็นเจ้าของบ้านนี้

เธอเป็นนักเขียน นักเดินทาง 

เธอทำสำนักพิมพ์ด้วย นั่นคือสำนักพิมพ์มาลาฤดูร้อน มีหนังสือ ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก ออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน กับหนังสือ ซินญอริต้าในชุดผ้ากันเปื้อน ออกมาในปีนี้

ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นแขก เล่าเรื่องราวการเดินทางไปอินเดีย ประเทศที่เธอไปครั้งแรกเมื่อ 12 ปีก่อน และราวๆ 30 ครั้ง คือจำนวนการไปอีกของเธอนับถึงปีนี้ 

ซินญอริต้าในชุดผ้ากันเปื้อน เล่าเรื่องราวการเดินทางไปเม็กซิโก โดยมี ฟรีดา คาห์โล (Frida Kahlo) ศิลปินชาวเม็กซิกัน เป็นทั้งแรงดึงดูดและแรงผลักดันให้เธอไปทำความรู้จักประเทศนี้

และนั่นก็เหมือนจะเป็นเหตุผลหลักๆ ของบรรยากาศและรายละเอียดในบ้านหลังนี้ บ้านที่รอเธอกลับมานั่งเขียนทุกเรื่องราวการเดินทาง

เริ่มด้วยสีชมพู

ตอนที่เข้ามาในหมู่บ้านนี้ครั้งแรก เราเลือกบ้านหลังนี้เพราะกำแพง เพราะสเปซของมันอยู่ด้านในสุด ไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร เราเชื่อว่าการที่คนเราตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่างให้กับตัวเอง การตัดสินใจที่เกิดขึ้นมันมักจะมาจากพื้นฐานชีวิตบางอย่าง อย่างเรา ตอนเด็กๆ เราเป็นคนที่รู้สึกไม่มั่นคง ขาดความ Secure เวลาจะต้องเลือกพื้นที่อะไรสักอย่างเราเลยมักจะมองหากำแพงเป็นอย่างแรกเสมอ 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

จนโตมา พอถึงช่วงชีวิตของการเลือกบ้าน วันที่ขับรถเข้ามาในหมู่บ้านนี้ หลังอื่นเราไม่มองเลยนะ เราขับชิดในมองหาแต่บ้านหลังที่ติดกำแพงอย่างเดียวเลย นั่นหมายถึงจะต้องเป็นบ้านที่อยู่หลังสุดท้ายของซอย จนพอเจอหลังที่ใช่ปุ๊บ วันแรกที่ย้ายเข้ามากับลูก ยังไม่ได้ขนอะไรมาจากบ้านเก่าทั้งนั้น มันต้องมาลองนอนดูก่อนเพื่อให้รู้ว่าพอนอนจริงแล้ว เราต้องการให้อะไรมันมาอยู่ในบ้านหลังนี้อีกบ้าง จำได้เลยวันแรกที่มามีฟูกมาอย่างเดียวกับหมอนและผ้าห่ม เอามาแค่นั้นล่ะ ยกขึ้นไปวางบนห้องโล่งๆ นอนกับลูก หาทิศแทบตาย กว่าจะเจอทิศลงตัวว่าควรจะหันหัวไปทางไหน

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยสีเทา

ตอนแรกที่เข้ามา อารมณ์บ้านหลังนี้ก็เป็นเหมือนบ้านในหมู่บ้านทั่วไปนั่นล่ะ คือทุกอย่างสีขาวหมด ทั้งฝ้า กำแพง พื้น แต่เราเป็นคนชอบสีสัน เพราะฉะนั้น พอเข้ามาเจอบ้านที่มีแต่สีขาวว้องไปหมดเลยเนี่ย เรารู้สึกว่าเราอยู่ไม่ได้ มันขาดความอุ่น เราก็เลยใส่สีเทาลงไปให้กับผนังและฝ้าในบ้านก่อน แล้วก็ค่อยๆ หยอดสีอื่นๆ หยอดชิ้นเฟอร์นิเจอร์ตามเข้ามา

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มหยอดด้วยโซฟา

สำหรับเรา มุมที่สำคัญที่สุดในบ้านคือมุมนั่งเล่นกลางบ้าน เพราะอย่างน้อยถ้ายังไม่มีข้าวของอะไรเลย การมีโซฟาสักตัวมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี มีที่ให้นั่งเล่นนอนเล่นในช่วงกลางวัน เพราะฉะนั้น เฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกที่ขนเข้ามาเลยเป็นโซฟาตัวเก่าของปู่ มันเป็นโซฟาวัสดุหนังที่ดูเชยๆ หน่อย แต่พอเอาผ้าอินเดียมาคลุมไว้ มันก็กลายเป็นอีกอารมณ์แล้ว หลังจากเราสร้างมุมนั่งเล่นกลางบ้านนี้ขึ้นมาได้ ของชิ้นอื่นๆ มันก็ค่อยๆ ถูกขนตามเข้ามาจากบ้านหลังเก่า 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยโต๊ะกินข้าว

ตามมาด้วยโต๊ะกินข้าว ซึ่งโต๊ะกินข้าวเราก็เป็นโต๊ะไม้ธรรมดาๆ นี่ล่ะ ให้ช่างไม้ประกอบขึ้นมาเพื่อเป็นโต๊ะกินข้าวที่นั่งได้สองคน เพราะเราอยู่บ้านกับลูกแค่สองคน แต่ด้วยความเป็นคนชอบดอกชอบลาย จะปล่อยโต๊ะให้มันเป็นไม้เพลนๆ ก็ไม่ได้อีก เลยไปเอาผ้าอินเดียลายดอกมาคลุมมันไว้ วันไหนเบื่อลายนี้ เราก็แค่เปลี่ยนผ้าผืนใหม่ ที่บ้านเราผ้าเยอะ ไปอินเดียทีเราจะชอบขนผ้าคอตตอนกลับมา ราคาผ้าที่นู่นมันถูก ลายมันสวยด้วย

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มเข้ามุมอยู่กับงาน

เวลาทำงาน เราต้องการมุมที่ทำให้เราได้รู้สึกถึงคำว่าอยู่กับตัวเองจริงๆ รู้สึกนิ่งได้มากที่สุด คือในบ้านเราอาจจะมีอะไรเยอะแยะไปหมดสารพัดสิ่ง แต่พอเป็นมุมทำงานแล้ว มันคือมุมที่ทำให้เรามีสมาธิในการทำงานได้ดีที่สุด คือทุกวันนี้อาจจะมีร้านกาแฟเป็นพันเป็นหมื่นแห่งให้เลือกไปนั่งเขียนงาน ซึ่งเราเคยลองหลายทีแล้ว ไม่รอดสักที มันเขียนไม่ออก ไม่รู้ทำไม เขียนไม่เคยเสร็จสักที ต้องเขียนที่บ้านเท่านั้นถึงจะเสร็จ คือโต๊ะทำงานในบ้านเรามันจะเป็นมุมในสุดของบ้าน ที่เรานั่งหันหน้าออกไปทางหน้าต่างที่เห็นเป็นแผงต้นไม้ ซึ่งตรงนี้ล่ะคือมุมที่ใช่สำหรับเรา

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยมุมอยู่กับหนังสือ

มุมตรงชั้นหนังสือนี่ ด้วยความที่ลูกเราเป็นคนอ่านหนังสือเยอะมาตั้งแต่เด็ก และตัวเราเองก็เป็นคนทำงานหนังสือมาก่อน เพราะฉะนั้น เรากับลูกจะมีหนังสืออยู่เยอะ ซึ่งพอมีห้องนั่งเล่น มีโต๊ะกินข้าว และมุมทำงานแล้ว มุมต่อมาที่ต้องมีแน่ๆ ก็คือมุมเก็บหนังสือ เราให้ช่างทำตู้เก็บหนังสือบิลท์อินสูงจรดเพดานขึ้นมา ส่วนที่นั่งข้างชั้นหนังสือก็ใช้เป็นฟูกเตียงเดียวขนาด 3 ฟุตของเก่านี่ล่ะ เอามาวางและใช้ผ้าคลุมเอา ซึ่งพอมีผ้ามาคลุมแล้วก็ไม่มีใครดูออกเลยว่ามันคือฟูก วิธีนี้มันเวิร์กมากเลยนะสำหรับบ้านที่อยากมีที่นั่งที่นอนสบายๆ แต่ไม่อยากลงทุนซื้อเบาะที่นั่งหรือโซฟาใหม่ พอวางหมอนสีๆ ลงไป อะจบ งามล่ะ

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่อินเดีย

สีสันในบ้านนี้ทั้งหมด แน่นอน มันมาจากอินเดีย คือถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 12 ปีก่อนหน้านี้ เราก็ไม่ใช่เป็นคนที่ใช้สีอะไรเยอะขนาดนี้หรอก (บ้านนี้สิบปี) คือสมัยนั้นเป็นคนชอบลายชอบดอกอยู่แล้วล่ะ แต่ยังแมตช์คู่สีไม่เป็น จนกระทั่ง 12 ปีก่อนกับการไปอินเดียครั้งแรก จำได้ว่าครั้งแรกที่อยากไปที่นั่นเพราะเราเห็นงานภาพถ่ายของช่างภาพฝรั่งคนหนึ่ง มันเป็นงานจากเทศกาลสาดสี (Holi Festival) ในภาพนั้นคือคนอินเดียกำลังสาดสีกันอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง มันเป็นภาพของพิธีกรรมที่ดูขลังมาก แสงสวยฝุ่นสีฟุ้งกระจายไปหมด วันนั้นพอเราได้เห็นภาพถ่ายนั้น เราก็หูย อยากไปยืนอยู่ตรงนั้นบ้างจัง ก็เลยนำมาซึ่งการตัดสินใจไปอินเดียครั้งแรกและครั้งต่อๆ มาของเรา ซึ่งอินเดียสอนเราเยอะมากในเรื่องของการใช้สี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อที่อินทีเรีย

บ้านคือที่ที่พอคนเราอยู่ไป สิ่งที่เราเป็นมันก็จะปรากฏออกมาเอง ตามกำแพง ตามผนัง ตามเก้าอี้ รวมไปถึงแม้กระทั่งจานชามที่เราเลือกใช้ ตัวเราเอง วันแรกที่เข้ามาอยู่บ้านหลังนี้และต้องนึกถึงเรื่องของการตกแต่ง เราก็ไม่ได้มีภาพอะไรอยู่ในหัวสักเท่าไหร่หรอก เราแค่ขอให้ทุกอย่างมันเปิดโล่งโฟลถึงกันได้หมด ช่วงแรกที่ย้ายเข้ามา บางส่วนของชั้นล่างที่หมู่บ้านเขากั้นพื้นที่ห้องเอาไว้ เราก็ทุบออกหมดเลย จากนั้นด้วยความที่เราเป็นคนชอบสี เราก็ค่อยๆ หยิบข้าวของหรือชิ้นเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีมาวางลงไปตามมุมต่างๆ ของบ้านให้ทั่ว และค่อยๆ ใส่พร็อพชิ้นเล็กชิ้นน้อยเข้าไปตามมุมต่างๆ เหล่านั้น

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่สีสัน

เราเป็นคนชอบคู่สีอยู่ไม่กี่คู่หรอก และโทนสีที่เราชอบใช้มันก็มักจะเป็นเฉดสีแบบอินเดีย เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องเป็นสีเฉดอินเดียหรอกนะ แต่มันเป็นของมันเองแบบธรรมชาติ อย่างคู่สีที่เราใช้บ่อยๆ ก็เช่นเขียว-ม่วงและเหลือง-ชมพู ซึ่งคู่สีสองคู่สีนี้ จับไปวางอยู่ตรงไหนมันก็รอด ไปกับอย่างอื่นในบ้านเราได้หมด เราว่าสีแบบที่คนอินเดียใช้ในชีวิตประจำวันเป็นสีที่ซับซ้อนนะ อย่างเวลาพูดถึงสีเหลือง ก็จะมีเลเยอร์แยกออกไปอีก เช่น เหลืองมะนาว เหลืองมัสตาร์ด เหลืองไข่ไก่ ฯลฯ สีอินเดียก็เหมือนคนอินเดียนั่นล่ะ เดายากและคาดไม่ถึง เราเลยชอบสีอะไรแบบนี้ บางคนมาบ้านเราอาจจะไม่ชอบสีในแบบเราเลยก็ได้ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะทุกคนจะมีสีในแบบของตัวเอง สำหรับเราเวลาผนังบ้านสีเทามันมาเจอกับพร็อปกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้านที่เป็นสีๆ เราว่ามันทำให้ภาพรวมบรรยากาศในบ้านที่รู้สึกอุ่นดี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยเส้นสาย

จากเรื่องสีแล้วก็เป็นเรื่องของเส้นสาย เส้นสายในที่นี้หมายถึงพวกโมบายและเครื่องแขวนต่างๆ ในบ้าน เราชอบอะไรที่มันดูระโยงระยาง ถ้าไม่มี เราจะรู้สึกว่าอะไรมันขาดหายไป เราชอบบ้านที่ให้ความรู้สึกของคำว่าแน่น คือแต่ละมุมของบ้านจะติดนั่นติดนี่ห้อยนั่นห้อยนี่เอาไว้ นี่มีของอยู่ในห้องเก็บของอยู่อีกเยอะมากที่ยังไม่ได้เอามาติด บางอย่างก็เก็บไว้จนลืมไปแล้ว

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่มองเห็น

ของที่เห็นอยู่ในบ้านหลังนี้ ส่วนใหญ่ได้มาจากความสงสัย คือพอไปเดินเจอ ก็จะสงสัยในที่มาของมัน พอคนขายเล่าให้ฟัง หรือของชิ้นนั้นมันมีประวัติที่มาน่าสนใจ เราก็จะซื้อ แต่ไม่ใช่ซื้อทุกอย่างนะ บางอย่างที่พอฟังข้อมูลแล้ว มันไม่ได้รีเลตอะไรกับเราเลย เราก็ไม่ซื้อ เราเป็นคนชอบเรื่องวัฒนธรรม ชอบงานฝีมือของคนพื้นถิ่นจากชาติต่างๆ ฉะนั้น ข้าวของที่เราเลือกซื้อโดยส่วนใหญ่จะเป็นพวกงานคราฟต์ ขนกลับไทยยากแค่ไหนก็จะต้องขนกลับมาให้ได้ ซึ่งวิธีการขนของเราคือจะต้องขนยังไงก็ได้โดยไม่ให้เสียค่าน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม เรามีเทคนิคของเราเองในการแพ็กในการขน

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยถามหา

อย่างแผ่นเหล็กหัวใจ เวลาไปเม็กซิโกเราจะเห็นเขาขายกันเต็มตลาดไปหมด บางคนอาจไม่ได้สงสัยว่ามันคืออะไร แต่เราเองถ้าเกิดความสงสัย เราจะต้องหาคำตอบให้ได้ จนเราไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นเหล็กนี้ว่า การแต่งตัวของคนเม็กซิกันในช่วงยุคหนึ่งจะผสมด้วยศิลปะแนวบาโรกอยู่เยอะ ซึ่งความบาโรกที่ว่านี้หมายรวมถึงพวกแพตเทิร์นรูปหัวใจที่ตกแต่งอยู่บนเสื้อผ้าของคนเม็กซิกันในยุคนั้นด้วย โดยรูปทรงหัวใจถือเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้สื่อสารถึงนักบุญต่างๆ จนผ่านมาในยุคหลังๆ รูปทรงหัวใจก็พัฒนามาเป็นแผ่นสังกะสีรูปหัวใจเพื่อเป็นสินค้าจำหน่ายในตลาด 

ทุกวันนี้คนเม็กซิกันเองก็ซื้อแผ่นเหล็กนี่ไปตกแต่งตามบ้านกันนะ หรืออย่างตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ที่เราได้มาจากเม็กซิโกก็มีที่มาที่น่าสนใจ คือในสมัยโบราณจะมีตุ๊กตาที่เรียกว่าลูปิต้า เราจะเห็นตุ๊กตาลูปิต้านี้ได้ตามหน้าห้องพักของผู้หญิงหากิน ซึ่งมันมีความหมายซ่อนอยู่ โดยถ้าห้องไหนมีตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ลูปิต้าวางอยู่หน้าห้อง ก็แปลได้ว่าผู้หญิงหากินห้องนั้นมีนักการเมืองหรือพวกข้าราชการมาจองตัวไว้แล้ว ห้ามใครยุ่งเด็ดขาด พอเรารู้ที่มาของตุ๊กตาแบบนี้แล้ว ก็เลยซื้อกลับมา มันแปลกดี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยซื้อหา

รังโกลี (Rangoli) เป็นศิลปะการวาดภาพในแบบของชาวฮินดูด้วยทรายหรือผงสีของอินเดีย โดยเฉพาะวันเทศกาลดิวาลี (Diwali) ซึ่งเปรียบเทียบได้กับวันปีใหม่ของคนที่นั่น ทุกบ้านจะช่วยกันสร้างลวดลายรังโกลีบนพื้นบ้านอย่างสวยงามกันเต็มที่ เพราะคนที่นั่นเขาถือว่าเมื่อเทศกาลนี้มาถึง เราจะต้องทำความสะอาดบ้าน จัดบ้านให้น่าอยู่ พร้อมสร้างลวดลายที่เต็มไปด้วยสีสันและจุดเทียนสว่างไสว เพื่อที่เทพเจ้าต่างๆ จะได้อยากแวะเวียนเข้ามาให้พรในบ้าน 

หนึ่งในวิธีการสร้างลวดลายของเขาก็คือการเอาแผ่นลวดลายมาขึงบนเฟรมแบบนี้ จากนั้นเอาทรายสีมาร่อนผ่านเฟรมจนเกิดเป็นลวดลายที่พื้น ตอนที่ซื้อแผ่นเฟรมนี้กลับมา เราก็ไม่ได้คิดว่าจะเอากลับมาร่อนสร้างลายที่พื้นบ้านอะไรหรอก เราแค่เห็นว่ามันสวยดีและราคาถูกมากด้วย ก็เลยซื้อกลับมาสามสิบอัน กะว่าจะเอามาแขวนตกแต่งบ้าน นี่เพิ่งแขวนไปได้สี่ห้าอันเอง จำวันที่ไปยืนซื้อที่ร้านได้ คนขายถามเราว่าซื้อไปทำไมเยอะแยะ จะขนไปขายที่เมืองไทยเหรอ 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่หีบห่อ

เวลาไปตามบ้านของคนในอินเดีย เราจะเห็นว่าทุกบ้านต้องมีหีบ จะเอาขนาดไหนล่ะมีหมด ตั้งแต่ขนาดมินิสุดๆ ใช้เก็บเหรียญเก็บเงิน ไปจนขนาดใหญ่ที่เขาใช้เก็บเสื้อผ้าแทนตู้เสื้อผ้าเลยก็มี ซึ่งหีบเหล่านี้ ถ้าย้อนไปในสมัยที่มีการแบ่งแยกดินแดนปากีสถานกับอินเดีย พวกศิลปินในสมัยนั้นจะใช้หีบนี่ล่ะเป็นสัญลักษณ์ของสถานการณ์การแบ่งแยกที่เกิดขึ้น 

ซึ่งในยุคนั้นคนอินเดียเองก็ไม่ได้มีเงินขึ้นเครื่องบินหรือมีทางเลือกที่หลากหลายมากนักในการเดินทาง สายการบินก็ไม่ได้มีเยอะแบบทุกวันนี้ การเดินทางที่คนอินเดียใช้เป็นส่วนใหญ่ตั้งแต่ในอดีตจนปัจจุบันจึงเป็นรูปแบบของการเดินทางด้วยรถไฟ และนั่นเลยทำให้การรถไฟของอินเดียมันยิ่งใหญ่มาก เป็นหัวใจเป็นชีวิตของเขาเลยล่ะ เวลาคนอินเดียจะอพยพขนย้ายข้าวของกันทีกับการเดินทางที่ต้องใช้เวลายาวนานเป็นวันเป็นคืน ถ้าขนของใส่กระเป๋าเสื้อผ้าทั่วไป ข้าวของก็คงพินาศแน่ หีบอะลูมิเนียมก็เลยเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุดเพราะมันสมบุกสมบัน จะถูกโยนถูกทับยังไงก็ไม่เป็นไร เราชอบความจุของหีบนี้ ทุกครั้งเวลากลับจากอินเดีย เราเลยต้องซื้อหีบกลับมาด้วย ค่อยๆ สะสมมาทีละใบสองใบ

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยห่อหีบ

หีบใบนี้แต่เดิมเป็นสีเงิน พอซื้อมาจากในตลาด เราก็ไปหาช่างที่ดาร์จิลิ่งให้เพนต์ให้ ตอนส่งหีบให้เขาเราก็ไม่ได้บอกตรงๆ นะว่าเราต้องการลายอะไร เราแค่ให้โจทย์เขาว่าเราอยากได้ลายดอกไม้ที่บอกความเป็นดาร์จิลิ่ง จนผ่านไปหนึ่งคืน เขาก็ยกหีบลายดอกไม้ที่เขาเพนต์เสร็จมาให้เรา ทุกวันนี้เวลาเห็นหีบใบนี้ เราก็จะนึกถึงดาร์จิลิ่งอยู่เสมอ เราใช้หีบใบนี้เก็บของจากอินเดียที่เรามีความทรงจำกับมัน ของบางชิ้นก็ดูไร้สาระมากนะ แต่มันมีคุณค่าทางใจกับเรา

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย
แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มจะฉุกคิด

หลังจากไปเที่ยวเม็กซิโกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเม็กซิโกเป็นประเทศที่โฉ่งฉ่างมาก ทั้งสีทั้งเสียงทั้งความอีเหละเขละขละข้างทางของประเทศนี้ที่มันลงตัวสุดๆ ได้อย่างสวยงามแบบไม่น่าเชื่อ แต่จำได้ว่าพอหลังกลับมาจากทริปนั้น ทันทีที่เราเปิดประตูเดินเข้าบ้าน เรายืนมองไปรอบๆ ตัวเอง อยู่ดีๆ เราก็ถามตัวเองขึ้นมาว่า นี่ฉันจะมีข้าวของเยอะแยะไปทำไมเนี่ย ทำไมมันเยอะไปหมดแบบนี้ ทุกวันนี้ทำไมคนเราต้องมีข้าวของเยอะแยะ ทำไมเราต้องอยากได้นั่นอยากได้นี่ เราซื้อมาแล้วและเราก็เก็บมันไว้ในลังในห้องเก็บของ เก็บจนลืม หรือจริงๆ แล้ว การซื้อของเป็นเพียงเพราะเราแค่ต้องการเป็นเจ้าของ แค่นั้นหรือเปล่า พอยืนคิดแบบนั้นแล้ว เราก็พูดกับตัวเองว่า ต่อไปนี้ฉันจะซื้อของที่เกินความจำเป็นให้น้อยลง 

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

ต่อด้วยคิดได้

จากนั้นมา เราก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองนะ เพราะโดยปกติเวลาไปเดินทาง ระหว่างทางเรามักจะได้ของติดมือติดไม้อยู่เสมอ ของบางชิ้นก็ไร้สาระสุดๆ คือไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ จนหลังจากทริปเม็กซิโกรอบนั้น เวลาไปไหนเราก็จะซื้อเฉพาะสิ่งที่อยากเก็บอยากสะสมจริงๆ พูดกับตัวเองเสมอว่าเราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างในโลก

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เริ่มที่เดินทาง

รูปแบบงานของเรามันคือการเอาตัวเองออกไปเก็บข้อมูลนอกบ้านเพื่อกลับมานั่งเขียนที่บ้าน โดยปกติ เราเลยเป็นคนที่ใช้เวลาอยู่บ้านเยอะ ไม่เบื่อหรอกนะอยู่บ้าน เพราะชีวิตหลักๆ ของเราก็มีอยู่สองอย่างนี่ล่ะ คือถ้าไม่อยู่บ้านก็ไปเดินทาง เราถือว่าช่วงเวลาเขียนงานอยู่บ้านคือช่วงเวลาหารายได้ของเรา พอหาได้จุดหนึ่งที่เราตั้งไว้แล้ว เราก็เอาเงินไปเดินทางต่อ เป็นวัฏจักรแบบนี้

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

เพื่อกลับมาอยู่บ้าน

คนที่ใช้ชีวิตราบเรียบ ไม่ยึดติดไม่กระเสือกกระสนแสวงหาอะไรมากเป็นคนที่โชคดีมากนะ ซึ่งตัวเราเอง คงอีกไกลกว่าจะไปถึงจุดนั้น เพราะทุกวันนี้ถึงเราจะมีความอยากได้นั่นอยากได้นี้ในช่วงระหว่างทางน้อยลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราตัดใจได้ทั้งหมด ซึ่งบางทีไอ้ความที่ยังไม่รู้จักพอแบบนี้เนี่ย มันก็ทุกข์เหมือนกันนะ 

หรืออย่างบ้านเราเอง ถามว่าทุกวันนี้ถ้าต้องเคลียร์ของทั้งหมดออกไปให้กลายเป็นบ้านสีขาวเพลนๆ เลย เราอยู่ได้ไหม เราคิดว่าเราคงอยู่ไม่ได้ เพราะสีสันเหล่านี้มันเติมเต็มชีวิตในแต่ละวันของเรา สำหรับเรา บ้านมันคือที่ที่เราอยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย รู้สึกเป็นตัวเองได้มากที่สุดโดยไม่มีใครมาตัดสิน และสุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเดินทางไกลรอบโลกแค่ไหนก็ตาม เราก็ต้องกลับมาบ้านอยู่ดี

แพท-พัทริกา ลิปตพัลลภ, บ้านของนักเขียน นักเดินทาง พัทริกา ลิปตพัลลภ ที่สีสันในบ้านทั้งหมดมาจากอินเดีย

Writer & Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load