ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) แต่ก็ห่างถนนใหญ่พอสมควรสำหรับกิจการคาเฟ่ 

ลัดเลี้ยวเข้าซอยท้าวสุระ 3 ราว 300 เมตร หลังประตูเหล็กสีดำสูงใหญ่ บดบังสายตาอีกชั้นด้วยกำแพงธรรมชาติสีเขียว คือ 382space คาเฟ่และบ้านในสวนหลังเล็กของ เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจสร้างบ้านเองกับมือ เขาว่ามันเป็นบ้านหลังแรก ถ้าไม่ทำวันนั้น คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำคาเฟ่ไว้ใต้ถุนบ้าน เขาว่าหากมันเจ๊งก็ยังเหลือบ้านอยู่

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำสวนแบบป่า เขาว่าอยากให้ต้นไม้ดูแลกันเองบ้าง ลำพังตื่นตี 4 มารดน้ำต้นไม้ในโรงเรือนและรอบๆ ก็ปันเวลาแห่งความสุขไปกว่า 6 ชั่วโมง

ที่นี่ วาฑิตตั้งใจทำทุกอย่างที่ชอบ เขาว่าเพื่อให้ได้อยู่ที่บ้านกับคนที่รัก

หาใช่แค่วาฑิตติดบ้าน เขายังติดดินด้วย

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านที่กลับมาสร้าง

7 ปีให้หลัง เน็ตและฮุ้งกลับจากอังกฤษ พวกเขาพกเงินหนึ่งก้อนที่เก็บหอมรอบริบจากการทำงานศิลปะ คาเฟ่ และเป็นแฮนดี้แมนรับซ่อมแซมบ้าน ตรงกลับนครราชสีมา พร้อมฝันแรกที่อยากทำกิจการคาเฟ่ขนาดอบอุ่น ส่วนฝันถึงการขายต้นไม้เป็นอย่างที่สองเพิ่งงอกจากงานอดิเรก

มั่นใจแน่ๆ แล้วว่าจะสร้างบ้าน ทั้งเน็ตและฮุ้งทยอยเก็บภาพมุมที่ชอบไว้เป็นข้อมูลอ้างอิง โชคดีที่ทั้งสองหลงใหลเหล็ก อิฐ ไม้ โดยปล่อยเปลือยสัจจะวัสดุ และโชว์โครงสร้างแบบอินดัสเทรียลเหมือนกัน ประกอบกับมีไม้เก่าจากการรื้อบ้าน และคุณตายังซื้อไม้เก็บไว้ให้ลูกหลานตามขนบคนโบราณ

ผลที่ได้คือบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ แปลนสี่เหลี่ยมด้านไม่เท่า เพราะตั้งใจหลบต้นไม้และบ่อปลา ด้านบนเป็นส่วนอยู่อาศัย ด้านล่างเป็นคาเฟ่ ข้างกันมีห้อง Reading Room ไว้ให้สมาชิกคาเฟ่มานั่งทำงาน อ่านหนังสือเงียบๆ ได้

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“ฟังก์ชันมาก่อน” ชายสวมเสื้อสีเขียวปอนๆ เพิ่งวางมือจากสวนมาเริ่มต้นเล่าให้ฟัง

“คิดว่าจะทำบ้านสเกลไม่ใหญ่อยู่แล้ว อยู่ห้องเช่าที่นู่น เราชินกับการทำทุกอย่างในห้องเดียวกัน ขนาดล้างฟิล์ม อัดรูปก็ทำในนั้น มีครัว ห้องนอน ครัวก็ครัวนั้น ข้างบนเลยออกแบบบ้านเป็น Open Plan เพดานสูง ไม่กั้นห้องเลย มีที่นอน มีครัวเล็กๆ ไว้ทำอะไรกินนิดๆ หน่อยๆ ส่วนนั่งเล่นไว้ดูทีวีนี่เพิ่งเพิ่มขึ้นมา แต่ก่อนไม่มีเพราะเราคิดว่าไม่จำเป็น หลังๆ ฮุ้งเขาพักผ่อนด้วยการดูซีรีส์ ผมก็ดูด้วยบางเรื่อง

“ตั้งใจไม่ติดแอร์ กะว่าลมร้อนให้ระบายขึ้น บางวันร้อนหนักๆ ก็ลงมานอนในคาเฟ่บ้าง นอนใน Reading Room บ้าง ปีหนึ่งมีวันที่ทนไม่ไหวอยู่ไม่เกินอาทิตย์ ร่างกายจะรู้เองว่ามันนอนไม่หลับ เรามีอุปกรณ์แคมปิ้ง ก็หอบถุงนอนลงมา” เน็ตเล่าต่อพร้อมเสียงหัวเราะ

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

สำรวจห้องไม้สีขาวด้วยสายตาจะเห็นดีเทลที่ทั้งคู่แอบซ่อนไว้ เช่น หน้าต่างสามเหลี่ยมใต้คานอยากมีไว้ให้แสงเข้า แต่ช่างบอกทำไม่ได้หรอก เขาเลยทำเองให้ดูซะเลย ที่เก็บจักรยานเหนือฝ้าห้องน้ำ ช่วยประหยัดพื้นที่และกลายเป็น Installation อย่างแนบเนียน พื้นไม้ไม่ปิดผิวรอยตะปูเก่า ที่เขาว่าอยากเก็บไว้อย่างนั้น ก็เพราะมีเรื่องราวของมันให้นึกถึง

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

ความโชคดีที่ปลูกข้างบ้านคุณพ่อคุณแม่ บางส่วนจึงอาศัยใช้ร่วมกัน เช่น พื้นที่ซักล้างใช้ร่วมกันได้ ครัวใหญ่ และไม่ใช่แค่ชั้นบนที่ทำสเกลๆ เล็ก คาเฟ่ก็เช่นกัน บาร์ขนาด 2 คน โต๊ะเก้าอี้น้อยชิ้น แต่เกือบทุกชิ้นเจ้าตัวลงมือประกอบขึ้นเอง วางเข้ามุมอย่างพอดี เพื่อลดความแข็งกระด้างของโครงสร้างเหล็ก อิฐเปลือย ปูนเปลือย เขากรุกระจก 3 ด้านแทนผนัง ช่วยดึงแสงธรรมชาติ สร้างความโปร่งโล่ง มองลอดเฟรมกระจกออกไปเห็นต้นไม้ในสวนสวย ประดับแทนภาพศิลปะ

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านหลังน้อยมีพื้นที่ใช้สอย 70 ตารางเมตร ใช้เวลาสร้างราวปีกว่า ที่นานขนาดนั้นเพราะเน็ตลงมือสร้างเอง ตั้งแต่เขียนแบบด้วยวิธีวาดเป็นภาพศิลปะ แล้วให้เพื่อนสถาปนิกเติมเรื่องโครงสร้าง มีคุณพ่อรับบทเป็นนายช่างใหญ่ กับลูกมือ 5 คน 

2 ใน 5 คือเน็ตและฮุ้ง

บ้านที่มากกว่าบ้าน

“ในความรู้สึกเรา มันมากกว่าการสร้างบ้าน เราใส่รายละเอียดของบ้านได้ทุกอย่าง เป็นคนเลือกให้มันออกมาเป็นแบบไหน ตะปูจะตอกยังไง น็อตจะขันยังไง ไม้ลายฝั่งไหน อย่างก่อผนังอิฐ ช่องไฟต้องเท่านี้ ต้องเอาฝั่งที่ไม่มีลายออก กระเบื้องดินเผาที่ปูพื้น ถ้าเป็นช่างคงปูไปเลย แต่เรากับฮุ้งเอากระเบื้องออกมาเรียงให้ลาย สี จังหวะ มันกระจายสวยก่อน 

“ขนาดเราเรียงไว้เสร็จแล้ว ช่างยังปูเป็นคลื่น ก็เลยรื้อปูใหม่ กับกระเบื้องหลังคาเจาะไม่เรียงตรงกัน เราต้องมาตีเส้นใหม่ ใช้เชือกขึง ซึ่งไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว แม้แต่เราทำเสร็จก็ไม่ได้ไปเห็นอีกเลย” ชายเจ้าของบ้านผู้อยู่ในทุกกระบวนการว่าขำๆ ก่อนสารภาพอีกเหตุผลที่เวลาบานปลายว่าถ้าไม่ได้ดั่งใจ ส่วนใหญ่จะรื้อทำใหม่ 

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“เราคิดว่าจะทำครั้งเดียว ถ้าปล่อยผ่านมันไม่มีโอกาสกลับมาแก้ แต่ก็เชื่อนะว่า ไปสักพักเราก็จะชินกับมัน ณ ตอนนั้นเราก็อยากแก้ เพราะทำให้รู้สึกว่า ไม่ได้ซื้อบ้านสำเร็จรูป มันเป็นสิ่งที่เราค่อยๆ ทำให้โตขึ้น สิ่งนี้ค่อนข้างพิเศษสำหรับเรา และเห็นเรื่องราวเวลาที่มองบ้าน เห็นตัวเราอยู่ในนั้น” 

ถึงอย่างไรการทำเอง ก็ช่วยเซฟทั้งค่าแรงและค่าวัสดุอยู่ดี

ส่วนคาเฟ่ ในชื่อ 382space ก็ตั้งใจให้มีขนาด 2 คนดูแลไหว จากประสบการณ์เป็นลูกมือคาเฟ่เล็กๆ ที่เจ้าของร้านทำเอง และพอมองเห็นช่องว่ามันรันไปต่อเองได้ 

(มีเสียงแว่วๆ มาว่าพอมีคนมามากกว่าที่คิด ได้น้องสตาฟมาช่วย ก็อยากย้อนกลับไปทำบาร์ใหญ่ขึ้น)

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

ที่นี่ พวกเขาใช้ระบบสมาชิก มีรหัสในการเข้าประตู และเข้าไปใช้งาน Reading Room ได้ตามต้องการ

แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพราะเน็ตชอบในบรรยากาศ Chelsea Arts Club ที่เขาเคยสัมผัส ความแปลกของคลับแห่งนี้ คือ ให้แต่สมาชิกผู้ทำงานสร้างสรรค์ เช่น ศิลปิน ครีเอทีฟ สถาปนิก นักดนตรี เท่านั้นที่เข้าไปใช้งานได้ โดยมีกฎเหล็กข้อสำคัญคือ ห้ามใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ห้ามใช้มือถือ ห้ามกางคอมพิวเตอร์ทำงาน แต่กลับดื่มกาแฟได้ ดื่มเบียร์ได้ ซึ่งในความคิดเขา ถือว่าเป็นการขอที่มาก แต่คนผู้โหยหาสถานที่แบบนี้ก็ยังมาเจอกันได้

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

“เราชอบไอเดียของคนเข้ามาใช้พื้นที่หนึ่งบนข้อตกลงเดียวกัน ได้เห็นคนนั่งคุยกัน นั่งอ่านหนังสือ โห มีเสน่ห์มาก โคตรเท่ คนก็ยอมรับที่มันเป็น เราก็เลยคิดว่าถ้าเราจะทำบ้างมันเป็นไปได้ อย่างน้อยให้คนได้ทำความเข้าใจแนวทางของร้านก่อน พอเขารู้คาแรกเตอร์ของร้าน คนที่ต้องการบรรยากาศเงียบๆ นั่งชิลล์ๆ ในสวน ก็จะมาร้านเรา

“กฎของร้านเราก็ไม่ได้ขออะไรมาก งดสูบบุหรี่ พาลูกมาก็ดูแลลูก เวลากฎเยอะคนจะรู้สึกว่าเยอะ แต่จริงๆ แล้วเราก็ขออะไรที่มันเป็นคอมมอนเซนส์ในการไปพื้นที่สาธารณะ เราแค่ต้องการให้คนอื่นรักษาสิ่งที่เราตั้งใจทำมากๆ พอๆ กับที่เราดูแล โดยหลักการเราไม่ได้ไม่อยากให้คนมา ดังนั้น สมาชิกจะพาเพื่อนมากี่คนก็ได้”

นอกจากข้อดีกับคนที่เข้ามาจะได้รู้จักตัวตนของ 382space และเป็นหูเป็นตาให้กับร้านแล้ว ระบบนี้ยังเป็นฐานข้อมูลเพื่อติดตาม COVID-19 ส่วนใครที่ไม่สะดวกหรือเป็นขาจร ก็มีระบบบัตรชั่วคราวให้แลก โดยไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิก

บ้านที่อยากให้คนมาเยี่ยม

หากอยู่ท่ามกลางธุรกิจคาเฟ่จะรู้กันดีว่า ต้นทุนในกาแฟหนึ่งแก้วมักบวกค่าสถานที่เข้าไปแล้ว และยิ่งลูกค้านั่งนาน ก็ยิ่งทำให้เสียโอกาสในการรับลูกค้าใหม่ๆ แต่สำหรับเจ้าของร้านในบ้านอย่างเน็ตและฮุ้งกลับไม่ได้มองอย่างนั้น 

“มันค่อนข้างขัดกับหลักการตลาด ในแง่คนทำธุรกิจก็อยากให้คนมาร้านเยอะๆ แต่ของเรา เราอยากให้คนที่เข้าใจร้านมา ไม่ต้องเยอะมากก็ได้ เราชอบให้คนที่มาจมอยู่กับพื้นที่ เอางานมานั่งทำ เอาหนังสือมานั่งอ่าน เราชอบเวลาที่คนมาแล้วรู้สึกว่าสวนสวยจังเลย มาดูแล้วเอากลับไปแต่งสวนที่บ้าน เราว่าร้านกาแฟมันเป็นมากกว่าร้านกาแฟ วิถีของมันไม่เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวที่คนมากินอิ่มแล้วก็กลับ คนไม่ได้มาบริโภคแค่กาแฟ คนมาอินบรรยากาศ มาเพื่อประโยชน์อะไรบางอย่าง 

“เราอยากให้ที่นี่เป็นตัวเลือกหนึ่งให้คนที่อยากไปสวนสาธารณะ ซึ่งเมืองไทยไม่ค่อยมีสวนสาธาณะที่เป็นสวนๆ สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเพื่อคนอื่น เราเอาตัวเองตั้งว่าอยากทำสวน แล้วให้คนอื่นมาแชร์สิ่งที่ทำ”

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

ด้วยเหตุผลนี้ ทั้งคู่อยากมีห้องหนึ่งเอาไว้ให้สมาชิกที่มาคนเดียว หรือหาที่นั่งทำงานได้มีพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งต่อให้ร้านยุ่งแค่ไหน ห้องนี้ก็จะไม่เต็ม 

อดีตศิลปินเปลี่ยนแกลเลอรี่เก่าของตัวเองที่เคยรับบท Garden Shop มาเป็นห้องสูงโปร่งคงคอนเซปต์ปูน เหล็ก ไม้ รายล้อมด้วยโต๊ะ-เก้าอี้ ที่เขาทำเองบางส่วน ส่วนบางตัวเป็นเฟอร์นิเจอร์วินเทจจากร้านมือสอง ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นแสงธรรมชาติจากหลังคาสกายไลต์ และกรอบกระจกบนใหญ่ โดยไม่ลืมเติมสีเขียวจากไม้ชวนสดชื่น และประดับภาพศิลปะไว้เบรกความดิบเท่ของผนังปูนเปลือย บอกเลยว่าเหมาะแก่การอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานเงียบๆ มาก

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ
382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

บ้านที่ส่วนใหญ่ให้ต้นไม้อยู่

ถ้ามองจากมุมสูง แทบไม่เห็นตัวบ้านที่หลบใต้ร่มไม้สีเขียว พื้นที่ราว 70 เปอร์เซ็นต์ของที่ดินเป็นสวนป่าที่เขาลงแรงทั้งหมด เว้นก็เสียแต่ต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีอยู่เดิม

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

คนที่อินทำคาเฟ่อยู่ดีๆ ก็เปิดประตูมาเจอความชอบใหม่และจริงจังขึ้นเรื่อยๆ จากแค่จัดสวน พอมีลูกค้าถามซื้อต้นไม้ ก็เริ่มแบ่งบางต้นมาชำขาย ก่อนลามไปสู่สะสมพันธุ์แปลกหายาก 

“ไปเจอกลุ่มคนที่เขาเล่นต้นไม้ เลยมาคิดว่าทำไมโคราชไม่มีร้านขายต้นไม้ดีๆ เราก็เลยเกิดไอเดียเปลี่ยนแกลเลอรี่ให้เป็น Garden Shop แต่เปิดเดือนละครั้ง และมีไปขายที่ตลาดนัดด้วย หลังๆ เราเล่นไม้ที่ลึกขึ้น เหมือนคนไม่ค่อยซื้อ เลยเปลี่ยนมาขายในกลุ่ม อย่างก้ามกุ้งด่างนี้ เจ็ดพันถึงหนึ่งหมื่น ถ้าด่างทั้งใบ ใบละหมื่นถึงสองหมื่น ด้วยกระแสช่วงนี้ราคามันเลยขึ้น ก็ดีเป็นโชคดีของเราด้วย จากเมื่อก่อนเสียเงินซื้อ ตอนนี้พอเป็นออนไลน์ ที่เราเลี้ยงๆ ไว้มันขายได้หมด บางต้นเราก็ผสมเกสรเอง” 

โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

เจ้าของงานอดิเรกปลูกต้นไม้ที่กลายเป็นฟูลไทม์ไม่ทันรู้ตัวเล่า ก่อนพาเดินลัดเลาะหลังสวน ไปยังโรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

แน่ล่ะ แต่ละโรงเรือนก็สร้างเอง ศึกษาวิธีการปลูกเองจากการถามผู้ชำนาญ บ้างก็สังเกตเอาจากถิ่นกำเนิดแล้วค่อยๆ ทดลองปรับ นำเข้ากล้าต้นไม้จากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไม้สะสม

โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง
โรงเรือนอนุบาลต้นไม้ประเภทต่างๆ ทั้ง 6 โรงเรือน 1 โรงเรือนกระบองเพชร 2 โรงเรือนไม้แล้ง 3 โรงเรือนไม้ชื้น และลานสำหรับไม้แล้ง

แม้ชอบทำสวน แต่งานรับจัดสวนไม่ใช่ทางเท่าไหร่ เพราะเน็ตอินกับการขยายพันธุ์มากกว่า วันๆ เลยชอบหมกตัวอยู่ในสวนของตัวเอง

ถึงอย่างไร เขาก็เอ่ยปากว่ามันไม่ได้โรแมนติก มีความยุ่งยาก ไหนจะต้องมาเพาะเมล็ด ไหนจะต้องถอนวัชพืชตอนหน้าฝน บางทีก็ดูแลไม่ทัน ยังดีที่ในโซนสวน เขาจัดระบบนิเวศให้ต้นไม้น้อยใหญ่เกื้อกูลกันเองแบบป่าไว้

“เราลงมารดน้ำต้นไม้ตอนตีสี่ครึ่ง ถ้าฝนไม่ตก ใช้เวลารดน้ำต้นไม้หกชั่วโมง ในสวนไม่ได้ใช้สปริงเกอร์ เพราะไม่ได้วางระบบไว้ แต่ในโรงเรือนใช้ อย่างท้องร่อง เป็นงานแก้จากเมื่อก่อน ทำไว้เกือบสี่สิบปีแล้วมันเริ่มตื้น ตอนฝนตกน้ำท่วมขึ้นมา เลยไปจ้างแม็คโครเล็กมาขุด มีบ่อน้ำด้านหลังให้มันไปรวมตรงนั้นก่อนรอระบาย พอมีคลองเราก็เอาต้นไม้ลงไปปลูกบ้าง ทำสะพานข้ามให้มันสวยหน่อย” 

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

เน็ตชวนเข้าไปดูในโรงเรือนแคคตัส เขาเรียกให้เข้าไปดูฝักของต้นพาชีโพเดียม (Pachypodium) ซึ่งเป็นพันธุ์จากมาดากัสก้าใกล้ๆ คาดคะเนด้วยสายตา เขาว่ามีประมาณ 70 เมล็ด เมล็ดละ 20 บาท คู่นี้ก็ได้ประมาณ 3,000 บาท

ส่วนอีกสายพันธุ์ที่ปีหนึ่งออกดอกรอบเดียว ต้นนี้เขาว่ามันน่าจะอายุ 10 ปีได้ เลี้ยงมา 5 ปี เพิ่งออกดอกปีแรก หน้าตาแบบนี้ก็ มีคนซื้อเมล็ดละ 25 บาท หนึ่งฝักมี 200 เมล็ด ทว่านกตัวแสบแอบมากินไปหลายฝัก อาทิตย์ก่อนเขาเลยทำตาข่ายดักนก DIY จากของที่เหลือในบ้าน ปิดรูบนหลังคาเสีย

ทำไมคนเรียนศิลปะมาถึงได้พูดชื่อต้นไม้คล่องแคล่วขนาดนี้คะ-เราถามขณะเดินตามหลังเขา

“รักแล้วมันเป็นอย่างนี้” 

เราปล่อยให้รอยยิ้มตาหยีขานรับคำตอบ

เดินไปจนสุดโรงเรือน ด้านซ้ายมือเป็นแปลงสารพัดผักสวนครัว ด้านหลังเป็นเล้าไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย หรือที่เรียกว่า Happy Chicken ความตั้งใจแรกหวังเก็บไข่มาทำขนมในร้าน แต่ไปๆ มาๆ เพิ่มเป็น 70 ตัวได้ อาทิตย์หนึ่งเก็บไข่ได้ประมาณ 14 – 15 ถาด จึงแบ่งขาย มีกำไรตรงที่ได้กินไข่ไก่สดๆ และรู้ที่มาที่ไป

เน็ต-วาฑิต ตั้งใจ และ ฮุ้ง-ศันสนีย์ แสงบัณฑิต

บ้านที่ค้นพบว่า ทำสิ่งเดิมๆ ได้ทุกวัน

เน็ตเป็นคนติดบ้าน การตื่นและเข้านอนด้วยกิจวัตรเดิมๆ จึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา 

ความลับอีกข้อคือ เขาค่อนข้างกลัวผู้คน เช่นเดียวกับฮุ้ง

“ต้นไม้มันทำให้เราอยู่บ้าน ได้อยู่กับตัวเอง เป็นคนแพ้คน ใช้พลังงานค่อนข้างเยอะเวลาเจอคน ถ้าไปขายต้นไม้ในงานแฟร์เจอคนเยอะๆ อย่างนั้นต้องกินพาราไว้เลย ตกเย็นน็อกแน่นอน ตอนอยู่อังกฤษนั่งรถไฟ Underground เจอคนเยอะ เลยปั่นจักรยานเอา” ชายเสื้อเขียวเล่าติดตลก

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

การกลับมาอยู่บ้านของคนเคยห่างบ้าน จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบความชอบหลายๆ อย่างในตัวเอง

“ไม่ได้อยากทำทีละหลายๆ อย่างนะ ไม่ได้แพลนอะไรที่มันไกลมากขนาดนั้น เรามีเป้าหมายอย่างหนึ่ง คืออยากทำร้าน แล้วสิ่งนี้มันเปิดประตูเราไปเรื่อยๆ จนค้นพบว่าทุกอย่างมันมีทางไปของมัน แล้วเราก็เลือกว่าเราจะทำหรือไม่ทำ เชื่อว่าโอกาสที่ให้ทำสิ่งใหม่ๆ จะมีมาเสมอ 

“เราว่าทุกอาชีพ ถ้าจริงจังมันโอเคหมด เมื่อก่อนเรามองว่าอาชีพต้องเป็นอาชีพ ตั้งแต่ไปอยู่อังกฤษ เราทำร้านอาหาร ทำคาเฟ่ ไปเป็นแฮนดี้แมนอย่างละหน่อย มันก็หาเงินได้ จริงๆ เงินที่เราได้มาไม่จำเป็นต้องแหล่งเดียวที่ใช้คำว่าอาชีพ ผมปลูกต้นไม้ก็ไม่ได้คิดว่านั่นคืออาชีพ แค่รู้สึกว่าโอเค มันหารายได้ได้จากตรงนั้น ถึงจะฟูลไทม์ เราก็ไม่รู้ว่านี่เรียกเป็นเกษตรกรหรือยัง ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำธุรกิจ แค่รู้สึกว่าชอบทำ แล้วสิ่งนั้นมันต้องไม่กินตังค์เราก็พอ (หัวเราะ)”

หลังบทสนทนาจบลง เจ้ายูเค น้ำตาล สเตล่า จินนี่ และปุย เจ้าของบ้านสี่ขาก็ผลัดกันเข้ามาเป็นนายแบบ-นางแบบ ให้ถ่ายรูปอย่างรู้งาน

382space โคราช บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ใต้ร่มเงาสวนป่า ที่สองคู่รักและคุณพ่อสร้างเองกับมือ

Writer

Avatar

ปาริฉัตร คำวาส

อดีตบรรณาธิการสื่อสังคมและบทความศิลปวัฒนธรรม ผู้เชื่อว่าบ้านคือตัวตนของคนอยู่ เชื่อว่าความเรียบง่ายคือสิ่งซับซ้อนที่สุด และสนใจงานออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (กับเธอ)

Photographer

Avatar

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อยากอยู่อย่างอยาก

คนและบ้านน่าสนใจในพื้นที่ที่เขาอยากอยู่

นั่งจิบชากลางอากาศ เข้าห้องน้ำที่ไม่มีประตูและผนังกั้น แผ่นสังกะสีที่กลายเป็นฝ้าเพดานสูงโปร่ง เฟรมไม้ขนาดใหญ่นับสิบเฟรมวางตั้ง ผนังที่ลอกลายไม่เสร็จ แผ่นทองบนพื้นปูน วีดิโอซึ่งรันวนไปมาด้วยเรื่องเดิมรอบแล้วรอบเล่า ถ้วยชาบนท่อนไม้เปลือยเปล่าหน้ากระจกเงา และหนังสือเล่มหนาที่ไม่มีตัวอักษร ฯลฯ 

เราจะนิยามสิ่งเหล่านี้ว่าอะไร

ศิลปะ?

คนที่จะบอกเล่า อธิบายทั้งหมดได้ดีที่สุด ไม่ใช่ใครนอกจาก คามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินผู้สร้างและวางคอนเซ็ปต์งานในอาคารไม้รูปทรงบ้าน ท่ามกลางหมู่ไม้ย่านวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้  

ผู้สนใจงานศิลปะ ลูกศิษย์ลูกหา หรือศิลปินหลายคนอาจเคยรับรู้มาก่อนว่า อาคารหลังนี้เคยเป็นสตูดิโอทำงานของคามิน  ทว่าปีนี้เขาปรับเปลี่ยนและรีโนเวตที่ทำงานศิลปะของตัวเองให้กลายเป็นพื้นที่แสดงงานในโปรเจกต์ยาว 5 ปีที่มีชื่อว่า ‘Self Enquiry’ (สอบถามตนเอง) 

ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 31 (สำนักงาน) หรือ 31st Century Museum of Contemporary Spirit (office)  

พื้นที่แสดงงานศิลปะเพื่อเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตของศิลปิน คามิน เลิศชัยประเสริฐ

เพราะปลวกกัดกินโครงไม้ให้หล่นร่วง โครงการศิลปะ ‘สอบถามตนเอง’ จึงเกิดขึ้น  

“มันมาจากความบังเอิญ คือผมนั่งทำงานอยู่ตรงนี้เนอะ (ชี้ตรงพื้นที่ว่างติดผนังหน้าจอโปรเจกเตอร์ที่กำลังฉายภาพยนตร์ The Bardos of Living and Dying หนึ่งในโปรเจกต์งานแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ เดิมที่ตรงนี้คือมุมทำงานศิลปะของเขา) แล้วไม้มันก็ตกลงมา ผมสงสัยว่าอะไรเลยเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบน ไม้ของโครงหลังคามันร่วง มันบิด มันผุเพราะปลวกกิน และทำท่าจะหล่นอีกหลายอันเลย ตอนนั้นรู้สึกว่าเราต้องแก้ไข ต้องรีโนเวตหลังคาแล้ว นั่นเป็นจุดเริ่มต้น แต่ยังไม่ได้คิดโปรเจกต์อย่างนี้ คือที่เห็นนี่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเมื่อเราคิดกับมันมากขึ้น คิดว่าแทนที่จะแค่ซ่อมหลังคา เราทำเป็นงานของเราโดยหาความร่วมมือจากแกลเลอรีที่สนใจก็น่าจะดี มันเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ใช่แค่ทางสุนทรียะอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของฟังก์ชัน เศรษฐกิจ และทุกอย่าง” 

พื้นที่แสดงงานศิลปะเพื่อเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตของศิลปิน คามิน เลิศชัยประเสริฐ
พื้นที่แสดงงานศิลปะเพื่อเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตของศิลปิน คามิน เลิศชัยประเสริฐ

หากมองเฉพาะโครงสร้าง อาคารหลังนี้ดูไม่เปลี่ยนมากนัก แต่หากเข้ามาด้านในจะเห็นการปรับเปลี่ยนพื้นที่จนไม่เหลือเค้าเดิม เขารื้อห้องพักผ่อนชั้นบนและบันไดวนกลางอาคารออก ห้องน้ำที่เคยกั้นสัดส่วนถูกดีไซน์และตีความใหม่ และเมื่อเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน จะพบห้องน้ำเปิดโล่ง ไม่มีผนังและประตูปิดกั้น ต่อด้วยทางเดินแคบที่นำไปสู่ห้องทำงาน ระหว่างทางเป็นมุมนั่งดื่มชาบนพื้นกระจกใสที่มองทะลุลงไปยังพื้นด้านล่างได้เต็มตา ขณะที่ตัวอาคารซึ่งเคยเป็นพื้นที่นั่งคิดงานและทำงานศิลปะของคามิน ยังคงเปิดสเปซให้โล่งโปร่ง ทว่าเนื้อหาด้านในตัวอาคารบรรจุงานแสดงมากมาย ซึ่งล้วนเต็มไปด้วยความหมายและสะท้อนความคิดของศิลปิน  

หลังคากระเบื้องโบราณเปลี่ยนวัสดุเป็นเมทัลชีท ใช้แผ่นสังกะสีให้เป็นฝ้าเพดานปิดฉนวนและยิปซั่มกันความร้อน ผนังกำแพงที่เคยทาสีดำถูกขัดออกแต่ยังคงร่องรอยบางส่วน นั่นกลายเป็นส่วนของงานแสดงด้วยเช่นกัน 

พื้นที่แสดงงานศิลปะเพื่อเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตของศิลปิน คามิน เลิศชัยประเสริฐ
พื้นที่แสดงงานศิลปะเพื่อเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตของศิลปิน คามิน เลิศชัยประเสริฐ

“โครงสร้างเหมือนเดิม เปลี่ยนแค่วัสดุ อย่างการใช้เหล็ก สังกะสี เมทัลชีท หรือกระจก ทางสถาปัตยกรรมอาจมองว่ามันแปลกแยกกับอาคารแบบนี้ ถ้าใช้ไม้ก็จะดูสวย ซอฟต์ และกลมกลืน แต่ผมอยากใช้วัสดุที่อยู่ในยุคของมัน 

“เหมือนเวลาทำงานศิลปะ ผมชอบทำอะไรกับของร่วมสมัย หลังคานี่ถ้าคุณดูดี ๆ เป็นโครงเหล็ก ผมก็ไม่พยายามปกปิดให้เหล็กเหมือนไม้หรือให้ดูเรียบร้อย แต่ให้มันแสดงความเป็นเหล็กไปเลย ผมได้ความคิดมาจากการซ่อมถ้วยใบนี้ (ชี้ถ้วยชาที่มีรอยแตกเคลือบด้วยแผ่นทอง งานอีกชิ้นหนึ่งที่จัดแสดง)  มันโชว์ความต่างของวัสดุ เพื่อให้เคารพความเป็นเนื้อแท้ของมัน”

คามินอธิบายเชื่อมโยงไปถึงงานแสดงถ้วยชาใบที่วางในกล่องใส และตั้งอย่างโดดเด่นเห็นได้ชัดบนท่อนไม้ด้านหน้ากระจก 

พื้นที่แสดงงานศิลปะเพื่อเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตของศิลปิน คามิน เลิศชัยประเสริฐ

“ถ้าคุณเข้ามาปุ๊บ ไฟจะติดส่องสว่างที่ถ้วยตรงนี้ สำหรับผมแล้ว นี่คืองานที่คิดว่าจะเป็นบทสรุปความคิดของ Self Enquiry ทั้งหมด เหมือนการทำงานศิลปะของผมทั้งชีวิต ทำให้ผมเข้าใจว่าศิลปะคืออะไร อาจจะถูกหรือผิดก็ไม่รู้นะ แต่โดยส่วนตัวผม ผมชัดเจนขึ้น ถ้วยใบนี้ให้ความหมายกับผมมากที่สุดในการเป็นตัวแทนประสบการณ์ คือ ถ้าถ้วยแตก ผมก็ซ่อมโดยยังไม่ได้คิดอะไร แต่ต่อมาจึงรู้ว่าการซ่อมแบบนี้ เรียกว่า คินสึงิ (Kintsugi) แทนที่จะปกปิดรอยแตกด้วยการซ่อม แต่เราใช้แนวคิดปรัชญาคินสึงิที่พยายามโชว์ข้อบกพร่องแทนการปกปิด ตรงนี้เป็นความงามและการสร้างสรรค์อีกมุมหนึ่ง โดยเอาทองไปสร้างลวดลายใหม่ให้ตรงรักที่เราเชื่อมรอยแตก

 “เหมือนชีวิตที่มีความผิดพลาดหรือความไม่ดีในอดีต แล้วเราพยายามมองให้เป็นประสบการณ์ที่ดี มองให้เป็นแง่มุมที่สวยงาม เป็นบทเรียน ผมว่าอันนี้มันกระทบใจผมมาก พอเข้าใจความหมาย ก็รู้สึกได้เลยว่าศิลปะทั้งหมดที่เราทำหรือเรียนรู้มามันคือตัวนี้นี่เอง ทำให้เราเข้าใจชีวิต เข้าใจสังคม เข้าใจโลก เหมือนเราทำงาน อาจจะดูน่าเกลียด แสดงออกอะไรไม่เหมาะสม แต่จริง ๆ มันคือการสร้างสมดุลในชีวิตอันนี้คือความงามในแง่มุมของศิลปิน ซึ่งคนอื่นอาจคิดว่าไม่งามหรือรับไม่ได้ คล้ายกับรอยแตกของถ้วย 

พื้นที่แสดงงานศิลปะเพื่อเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตของศิลปิน คามิน เลิศชัยประเสริฐ

“สำหรับผม นี่คือการทำความเข้าใจศิลปะ ผมเลยทำเป็นตัวติดตั้งถาวรในโปรเจกต์ 5 ปี ผมอธิบายแนวคิดนี้และวาบิซาบิให้ศิลปินรุ่นน้องที่ชื่อมนตรีฟัง แล้วเอาท่อนไม้ให้ เขาก็ทำฐานวางถ้วยใบนี้ให้ผม เป็นส่วนที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติ และการถูกเกลาเนื้อไม้จนเนี้ยบขึ้นถึงด้านบน นี่จึงเป็นความงามทั้งจาก Nature made และ Man made”

คามินเล่าว่าโปรเจกต์ตรวจสอบตัวเองนี้ เขาวางแผนทำหนังสือตลอดระยะเวลาแสดงงาน 5 ปี ซึ่งเขาจะมองย้อนไปวิเคราะห์งานแสดงที่ผ่านมาแล้วนำมาตีความใหม่ และทำงานร่วมกับศิลปินอื่น ๆ ที่เขาสนใจ อาทิ ภาพยนตร์เรื่อง บาร์โด ที่เขาร่วมงานกับศิลปิน Sonoko Prow และเป็นงานเปิดชิ้นแรกของพื้นที่นี้ หรืองานชิ้นต่อไปกับ ดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักสร้างสรรค์ศิลปะแห่งการเคลื่อนไหวเพื่อการสื่อสารและบำบัดจิตใจ เป็นต้น 

พื้นที่แสดงงานศิลปะเพื่อเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตของศิลปิน คามิน เลิศชัยประเสริฐ

“ผมจะเขียนหนังสือ 5 ปีเกี่ยวกับกลศาตร์สุนทรียะ (Aesthetic Mechanics) ว่าสุนทรียศาสตร์ทำงานกับมนุษย์ยังไง มีผลกับมนุษย์ยังไง หรือจริง ๆ แล้วมันคืออะไรในทรรศนะของผม ผ่านการวิเคราะห์การทำงานในอดีต อันนี้คือโชว์แรก ปีหนึ่งตั้งใจไว้ว่าจะมี 3 – 4 โชว์ เปลี่ยนไปในทุก ๆ 3 – 4 เดือน แต่มันจะค่อย ๆ เปลี่ยนค่อย ๆ มาเติม แต่ละโชว์ก็จะเป็นหนึ่งบทของหนังสือ”

พื้นที่แสดงงานศิลปะเพื่อเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตของศิลปิน คามิน เลิศชัยประเสริฐ

ความว่างคือรูป รูปก็คือความว่าง 

บ้านคือความว่างและความว่างก็คือบ้าน 

หลังจากได้ฟังคำอธิบายที่มาที่ไปของงานศิลปะชุดหนึ่งในโครงการสอบถามตนเองของคามิน ชื่อของต้นฉบับเรื่องนี้ก็ปรากฏขึ้นทันที 

แนวคิดเรื่องการปรับเปลี่ยนพื้นที่ของเขาสอดคล้องร้อยรัดไปกับแนวคิดทางศิลปะอย่างแยกกันไม่ออก เนื้อหาบางส่วนที่คามินอธิบาย Self Enquiry มีว่า

“…ศิลปะคือกระบวนการทำความเข้าใจตนเอง สังคม และธรรมชาติ แม้ว่าผมเริ่มรู้จักมัน แต่ก็ไม่แน่ใจนัก”

“โครงการสอบถามตนเองจึงเกิดขึ้นเพื่อเรียนรู้และตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อเป็นบทสรุปความเข้าใจให้ลึกซึ้ง ผ่านการวิเคราะห์เจาะลึกผลงานศิลปะของผมในอดีต คู่ขนานไปกับความรู้ทางประวัติศาสตร์

ในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น ปรัชญา ศาสนา วิทยาศาสตร์ จิตวิทยาเชิงวิเคราะห์ เป็นต้น โดยนำมาช่วย

ในการตีความใหม่ เพื่อสร้างสรรค์สภาวะการรับรู้ใหม่หรือภาษาใหม่ ในการสื่อสารและทำความเข้าใจ

ร่วมกันกับสังคม ด้วยการรื้อถอนโครงสร้างคุณค่าของศิลปะหรือสุนทรียะ ทำให้เราเข้าใจการสร้างสรรค์

(กลไกสุนทรียะ) และการทำงานของจิตใจ ในการรับรู้ความงามของชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม”

เปิดบ้านและพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยฯ ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ พื้นที่แสดงงานเพื่อเข้าถึงความงาม-ความจริงแห่งชีวิต

นิทรรศการ ‘รูปคือความว่าง-ความว่างก็คือรูป’ เป็นสภาวะเชื่อมต่อ (Bardo) คือความว่างระหว่างความตาย (อดีต) กับการเกิดใหม่ (อนาคต) เป็นนิทรรศการสุดท้ายหรือนิทรรศการที่ 4 ของ การรับรู้ที่บริสุทธิ์ (Pure Perception) แต่เป็นนิทรรศการแรกเริ่มของโครงการสอบถามตนเอง ซึ่งเริ่มจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยแห่งศตวรรษที่ 31 (สำนักงาน) ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565 ต่อเนื่องไปเป็นระยะเวลา 5 ปีโดยประมาณ

“จุดประสงค์หลักก็เพื่อทำความเข้าใจตนเองในส่วน ที่บางโอกาสอาจเป็นกระจกให้ผู้อื่นตระหนักถึงคุณค่าหรือสภาวะที่แท้ของชีวิต นั้นก็แล้วแต่ว่าโชคชะตาจะนำพาคุณประโยชน์ในการดำเนินชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีสติที่สุดแห่งจิตบริสุทธิ์และความจริงใจ ที่เกิดจากการค้นพบสัจจะภายในและปัญญาที่มีอยู่แล้วในตน” 

ความว่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่เราสัมผัสได้และแทบไม่ต้องใช้คำอธิบายใด ๆ ทว่ากลับชัดเจน คือ ‘รูปทรงของที่ว่าง’ หรือประติมากรรมหลังคา เพราะมีความว่างจึงมีรูปทรง ซึ่งคามินบอกว่า “เราไม่ได้ออกแบบรูปทรง แต่เราออกแบบพื้นที่ว่างที่จะใช้สอย” 

เปิดบ้านและพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยฯ ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ พื้นที่แสดงงานเพื่อเข้าถึงความงาม-ความจริงแห่งชีวิต

นั่งจิบชากลางอากาศ

คามินกับถ้วยชา การดื่มชา บทสนทนา และการทำงานศิลปะเพื่อเข้าใจตนเอง คือเรื่องที่แยกจากกันไม่ขาด ดังนั้น บ้าน ในนามของพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยฯ ของเขา ย่อมต้องมีมุมดื่มชาให้ได้เยี่ยมเยือน และนั่งลงจิบชาสนทนาเรื่องราวต่าง ๆ อย่างมีรสชาติไม่แพ้รสชาชั้นดี   

แต่การจิบชาในครั้งนี้ ดูราวกับการนั่งอยู่กลางอากาศ ด้วยว่าพื้นนั่งที่รองรับนั้นกรุกระจกใสมองทะลุถึงชั้นล่าง

เปิดบ้านและพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยฯ ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ พื้นที่แสดงงานเพื่อเข้าถึงความงาม-ความจริงแห่งชีวิต

“เดิมทีตรงนี้จะเป็นที่โล่งดับเบิ้ลสเปซจากชั้นล่างขึ้นมา แต่ในที่สุดผมบอกสถาปนิกว่า ขอเปลี่ยนดีไซน์มาเป็นที่ดื่มชาโดยเปิดพื้นที่ให้โล่ง ผมได้ไอเดียจากห้องดื่มชาหรือ Tea Ceremony ของริคิว (Sen no Rikyu) คือผมทำงานเรื่อง Tea House และถ้วยชามานาน ถ้าจำไม่ผิดราว 400 – 500 กว่าปีที่ริคิวออกแบบห้องดื่มชาให้มีแต่ผนัง ประตูทางเข้าเล็ก ๆ ดังนั้น ทุกคนไม่ว่าจะโชกุนหรือซามูไรก็ต้องก้มหัวและวางดาบก่อนเข้าไปด้านใน Tea House ซึ่งการก้มเข้าไปก็คือการทำให้อ่อนน้อมถ่อมตน เข้าไปอยู่ในห้องมืด ๆ เพราะไม่มีหน้าต่าง อาจจะมีรูปเขียนหรืออะไรเล็ก ๆ แล้วดื่มชากัน และไม่มีการพูดคุยกันในพิธีชงชา นั่นคือวิธีกลับไปหาความเป็นหนึ่งเดียวกับความสงบภายใน รวมถึงความเป็นธรรมดาของมนุษย์ 

เปิดบ้านและพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยฯ ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ พื้นที่แสดงงานเพื่อเข้าถึงความงาม-ความจริงแห่งชีวิต

“ผมเอาคอนเซ็ปต์นี้มา Deconstruction คือทำตรงข้ามทุกอย่าง ไม่มีประตู ไม่มีผนัง ไม่มีพื้น ผมคิดว่ามากกว่าครึ่งไม่กล้าเข้ามา เพราะกลัวที่มันไม่เห็นพื้น กลัวว่ากระจกจะแตก ทุกคนจะหวาดกลัวไม่อยากเข้ามานั่ง เพราะว่าภาพจำที่เรามีอยู่กับพื้นที่ว่างมันน่ากลัว ไม่มั่นคง และความรู้สึกอย่างนี้เป็นการจำลองสังคมปัจจุบันของเราที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่เราไม่รู้ตัวเพราะเคยชิน” 

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อครั้งยังอยู่นิวยอร์ก ทุกอย่างทำให้เรียนรู้ว่าต้องระแวดระวังและหวาดกลัว เขาจึงเข้าใจได้ว่าความหวาดกลัวนั้นฝังลึก และหากไม่สังเกตจะไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจ 

“ผมเคยอยู่นิวยอร์กในยุค 90 ซึ่งมันเลวร้ายมาก เรากลัวโดนจี้ กลัวโดนทำร้าย ผมจึงเข้าใจสังคมปัจจุบันที่คนหวาดกลัว เพราะมีความรู้สึกไม่มั่นคง หวาดระแวงเมื่อต้องเข้ามานั่งในนี้ ซึ่งผมก็พยายามจัดให้รู้สึกรีแล็กซ์ที่สุดทุกอย่าง ตั้งแต่ดีไซน์เรื่องถ้วย ไม่อยากให้ถ้วยใหญ่ ต้องรีบกินรีบใช้ ผมลดสเกลทุกอย่างให้คนที่นั่งดื่มได้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ได้ใช้เวลาด้วยกัน ผมออกแบบพื้นที่ให้มีความเปิดเผย เมื่อนั่งไปเรื่อย ๆ ความกลัวหรือความเคยชินจะค่อย ๆ หายไป 

“ในขณะที่ Tea House ของริคิว คือกลับเข้าไปหาความสงบส่วนตัว ส่วนผมนั้นกลับกัน เริ่มสิ่งที่ตรงข้ามกับริคิว คือ เข้าไปหาจริงโดยใช้ความระแวงหวาดกลัว ความไม่มั่นคง ความเปิดเผย ไม่มีความลับ ผมคิดว่าความจริงมันอยู่บนยอดเขา เราขึ้นได้หลายทาง ดังนั้น ผมจะขึ้นอีกทางหนึ่ง เพราะทางนั้นมีคนอื่นทำมาแล้ว”

เปิดบ้านและพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยฯ ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ พื้นที่แสดงงานเพื่อเข้าถึงความงาม-ความจริงแห่งชีวิต

พิพิธภัณฑ์รูปทรงบ้านที่บรรจุงานศิลปะมากกว่า 7 ชิ้น

ผนังด้านหนึ่งของอาคารติดภาพและคำอธิบายแปลนการใช้พื้นที่ ซึ่งระบุถึงงานที่จัดแสดง 7 ชิ้น ภายใต้ชื่องานครั้งนี้ว่า ‘ความว่างคือรูป รูปก็คือความว่าง’  ได้แก่ 1. กลศาสตร์สุนทรียะ (หนังสือ) 2. ก่อนที่คุณยายเกิดหน้าตาคุณเป็นอย่างไร (ถ้วยชา, กระจกเงา) 3. การรับรู้ที่บริสุทธิ์ (จิตกรรม) 4. รูปทรงของเวลา (จิตรกรรมฝาผนัง) 5. รูปทรงของที่ว่าง (ประติมากรรมหลังคา) 6. กลุ่มดาว (พื้น) และ 7. บาร์โดของการมีชีวิตและการตาย (ฟิล์ม)

คามินบอกว่า แท้จริงแล้วในพื้นที่แห่งนี้มีงานศิลปะมากกว่า 7 ชิ้นที่ได้เขียนไว้ แต่จะเป็นอย่างไรนั้น อยากให้ผู้เข้าชมลองตีความหรือสัมผัสด้วยตนเอง หรือหากได้พบกับศิลปิน ก็อาจแลกเปลี่ยนหรือสอบถามได้โดยตรง เชื่อว่าจะเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนทางศิลปะ ซึ่งต้องนำไปขบคิดหรือทบทวนทั้งผลงานที่เห็นตรงหน้า และแนวคิดต่าง ๆ จะย้อนกลับมาพูดคุยกับตนเองหลังได้ดูงานของศิลปินท่านนี้ 

ยกตัวอย่างแนวคิดในการทำงานศิลปะที่ชื่อว่า กลุ่มดาว หรือ Galaxy ที่วงเล็บด้านหลังว่า ‘พื้น’ ที่มาของงานชิ้นนี้ เกิดจากรอยซ่อมพื้นที่ต้องทาด้วยปูนพิเศษ ทำให้เกิดสีดำแปลกแยกกับพื้นปูนขัดมัน ดังนั้น จึงนำทองมาแปะตามรอยซ่อม ซึ่งมาจากแนวคิดการซ่อมถ้วยชาในศิลปะแบบคินสึงิ 

เปิดบ้านและพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยฯ ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ พื้นที่แสดงงานเพื่อเข้าถึงความงาม-ความจริงแห่งชีวิต

หรืองานศิลปะบนฝาผนังในชื่องานว่า รูปทรงของเวลา คามินอธิบายงานว่าเดิมผนังนี้ทาด้วยสีดำ พอรีโนเวตอาคารจึงขัดสีดำออก ขณะที่ช่างกำลังลอกสีดำออก เขาก็มองเห็นความงามที่เกิดขึ้น 

“ผมเข้ามาดูการรีโนเวตทุกวัน วันนั้นขณะช่างทำงาน เราเห็นรูปทรงของเวลาที่เกิดขึ้นบนผนังนี้  เพราะเราเห็น ‘เวลา’ เป็นภาพไม่ได้ แต่เห็นผ่านร่องรอยของประสบการณ์ ส่วนผนังตรงข้ามผมก็ทำให้เรียบ ๆ เพื่อให้เกิดการสื่อสารกัน เหมือนหยิน-หยาง ถ้าไม่มีความเรียบก็ไม่เห็นความหยาบ และจริง ๆ แล้วกระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็คืองานอีกหนึ่งชิ้นด้วย 

“ส่วนหนังสือที่วางเอาไว้ข้างหน้าก็เป็นตัวแทนว่า อีก 5 ปีจะเป็นหนังสือที่พิมพ์ประสบการณ์แบบนี้ทั้งหมดไว้ด้านใน จริง ๆ มันมีมากกว่า 7 แต่ 7 ชิ้นเป็นสิ่งที่เราโฟกัสหรือสื่อสารกับคนดูได้ 

เปิดบ้านและพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยฯ ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ พื้นที่แสดงงานเพื่อเข้าถึงความงาม-ความจริงแห่งชีวิต

“งานปัจจุบันที่ผมโชว์ที่กรุงเทพฯ ชื่อ Pure Perception หรือการรับรู้ที่บริสุทธิ์ (จิตกรรม) ซึ่งผมแสดงไปแล้ว 3 ที่ ที่นำทองแกลลอรี ที่ ATTA Gallery และที่หอศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และยังเหลือ 10 รูปผมมาแสดงที่นี่ ชิ้นงาน Pure Perception เป็นกระบวนการเรียนรู้ว่ามันคืออะไร พอทำไปรูปที่ 90  ผมรู้สึกว่าการแสดงออกแบบนี้เป็นปัจจัตตัง การถ่ายทอด การบอกกล่าว หรือการสื่อสาร ไม่เป็น Pure Perception ผมเลยหยุดเขียนรูป หมายถึงหยุดแสดงออกด้วยภาพ ดังนั้นจึงเป็นเฟรมเปล่า 10  อันแล้วเอามาตั้ง ที่คุณเห็นนี่เป็นงานที่เชื่อมต่อระหว่างงาน Pure Perception กับ Self Enquiry ตรงนี้คือตรงกลาง ซึ่งก็คือ บาร์โด เป็นช่วงที่เชื่อมต่อนั่นเอง” 

งานแต่ละชิ้นที่นำมาแสดงร่วมกันภายในพื้นที่อาคารแห่งนี้มีความหมายในตัวเองก็จริง แต่ทุกงานล้วนมีคอนเซปต์หลักเดียวกัน ซึ่งศิลปินอธิบายด้วยคำสั้น ๆ ว่า 

“คอนเซ็ปต์ใหญ่ก็คือ ความงามและการเข้าใจความงาม” 

“ต้องพูดอย่างนี้ก่อน ในอดีตความจริง / ความดี / ความงาม มันจะแยกกันอยู่ ความจริงจะถูกอธิบายผ่านวิทยาศาสตร์  ส่วนความดีจะถูกอธิบายผ่านศาสนา ปรัชญา และความงามทุกอธิบายผ่านศิลปะ ซึ่งจริง ๆ แต่เดิมเลย มันไปทางเดียวกัน แต่มันถูกแยกออกจากกัน  มาถึงตอนนี้ผมจะเอากลับไปที่เดิม ไปรวมกัน คือ สุนทรียศาสตร์ สำหรับผมความงามก็คือความจริงและความดี เมื่อไหร่ที่เราเข้าใจความงามจนถึงจุดที่เป็นแก่นแท้ของมัน มันจะรวมความดีกับความจริงอยู่ในนั้น ความงามที่ไม่รวมความจริงกับความดีมันเป็นสมมติบัญญัติ แต่ความงามที่เป็นสากลต้องมี 3 สิ่งนี้ด้วยกัน ผมกำลังพูดความจริงผ่านภาษาศิลปะ อธิบายความเข้าใจผ่านประสบการณ์   

“และถ้าเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เราจะรู้ว่าคือทั้งหมด ทั้งหมดก็คือเรา และความงามมีอยู่ในทุกสิ่ง ทุกขณะ” 

เปิดบ้านและพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณร่วมสมัยฯ ของ คามิน เลิศชัยประเสริฐ พื้นที่แสดงงานเพื่อเข้าถึงความงาม-ความจริงแห่งชีวิต

31st Century Museum of Contemporary Spirit สามารถเข้าชมได้สัปดาห์ละ 4 วัน วันเสาร์- อังคาร เวลา 13.00 – 17.00 น.

Writer

Avatar

สกุณี ณัฐพูลวัฒน์

จบเกษตร แล้วต่อด้านสิ่งแวดล้อม แต่เติบโตด้านการงานด้วยการเขียนหนังสือมาตลอด ชอบพูดคุยกับผู้คน ชอบต้นไม้ ชอบสวน ชอบอ่าน ชอบงานศิลปะและชอบหนังสือภาพ ทุกวันนี้จึงพาตัวเองคลุกคลีอยู่กับสิ่งที่ชอบที่ชอบ ด้วยการเขียนหนังสือ ทำงานศิลปะ เดินทาง และเปิดร้านหนังสือ(ภาพ)ออนไลน์ Of Books and Bar

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load