14 พฤษภาคม 2565
3.13 K

ถ้าบอกว่ามีร้านอาหารร้านหนึ่ง ที่เอาโกโก้และช็อกโกแลตมาเป็นส่วนประกอบของเมนูเกือบทุกอย่างในร้าน ทั้งเครื่องดื่ม ของหวาน ของคาว และค็อกเทล เท่านี้เราก็คิดว่าน่าสนใจแล้ว 

แต่ไม่ใช่แค่นั้น ร้านนี้ไม่ได้ใช้แค่ช็อกโกแลตจากต้นโกโก้รสหวานขมที่เราคุ้นเคยกันดีเท่านั้น แต่ยังใช้โกโก้ตั้งแต่เปลือก เมล็ด ไปจนถึงน้ำโกโก้สดที่น้อยร้านจะมีขาย ถ้าหากไม่ได้คลุกคลีอยู่กับกระบวนการทำช็อกโกแลตด้วยตัวเอง

และที่สำคัญ ทั้งหมดเป็นโกโก้ไทย

อาหารแต่ละจานที่สร้างสรรค์จากโกโก้ ผ่านการคิดและปรุงโดยเชฟทีม Bocuse d’Or หรือทีมเชฟเยาวชนทีมชาติไทยที่ไปแข่งขันรอบสุดท้ายในรายการใหญ่ระดับโลกมาแล้ว 

เราอยากแนะนำร้านเล็ก ๆ แต่ไม่ธรรมดาในซอยสุขุมวิท 31 นี้

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

31 เป็นทั้งเลขของซอยที่ตั้งร้าน และยังเป็นหมายเลขเดียวกับอุณหภูมิที่สำคัญในกระบวนการทำช็อกโกแลต เลยเป็นที่มาของชื่อ ‘31 Degrees’ ร้านของ ต้น-ปณิธิ และ ต้า-ณัฐญา ชุณหสวัสดิกุล เจ้าของ Kad Kokoa แบรนด์ช็อกโกแลตไทยแท้ระดับโลก จากไอเดียที่ตั้งใจจะเปิดให้ที่นี่เป็น Kad Kokoa สาขาสอง แต่ระหว่างนั้น ทั้งคู่ก็ตัดสินใจเพิ่มความท้าทายให้โกโก้ไทย ด้วยการตั้งโจทย์ให้โกโก้กลายเป็นส่วนผสมในอาหาร เปลี่ยนจากคาเฟ่ที่มีเครื่องดื่มและขนม ให้กลายเป็นร้านอาหารจากโกโก้ไทยเต็มตัว  

31 Degrees นิยามตัวเองว่าเป็น Bistronomy เป็นนิยามร้านที่ใช้เรียกร้านอยู่ระหว่าง Bistro ร้านอาหารที่บรรยากาศกึ่งสบาย ๆ อาหารและเครื่องดื่มง่าย ๆ กับ Gastronomy ที่จริงจังกับอาหาร การปรุง และเน้นการนำวัตถุดิบมาสร้างสรรค์ใหม่

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ
31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ร้านอาหารเพียงอย่างเดียว แต่มาดื่มด่ำกับโกโก้ไทยได้ตั้งแต่เช้าจนดึก

ในตอนเช้าร้านจะเปิดเป็นคาเฟ่ มีกาแฟและเครื่องดื่มที่แน่นอนว่าต้องมีโกโก้เป็นพระเอกอยู่ด้วย นอกจากช็อกโกแลตร้อนหรือเย็น ยังมีเครื่องดื่มที่คิดขึ้นมาพิเศษจากน้ำโกโก้สด เครื่องดื่มรสผลไม้เปรี้ยวหวานนุ่มนวล มีความหอมหวานเฉพาะตัว รสอร่อยและหาดื่มยาก ส่วนมากจะต้องเป็นผู้ผลิตที่อยู่ในกระบวนการทำโกโก้ถึงจะมีน้ำโกโก้สดให้ชิม 

Kokoa Callin’ เป็นน้ำโกโก้สดกับช็อตเอสเพรสโซ่และน้ำสปาร์กลิ้งเพื่อเพิ่มความซ่า ให้ความรู้สึกเป็นกาแฟที่มีความหอมหวานแบบใหม่และสดชื่น 

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ
31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ
31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

หรือจะเลือกดื่มกาแฟร้อนในตอนเช้าคู่กับ Devil May Cry มัฟฟินสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของแฮม ชีสและไข่ต้มเนื้อไข่แดงเยิ้ม ๆ นวล ๆ ต้องกินคู่กันกับซอสบาร์บีคิวสูตรพิเศษที่ทำขึ้นจากโกโก้จันทบุรี มีรสออกเปรี้ยว เผ็ดเล็ก ๆ ตัดกับชีสในมัฟฟินได้ดี

อาหารของที่ร้านอาหารเป็นอาหารสไตล์ French-Nordic มีความละเมียดละไมซับซ้อนแบบคลาสสิกของอาหารฝรั่งเศส แต่ท่าทีของอาหารเข้าถึงคนกินได้ง่ายขึ้น คือเป็นอาหารที่กินง่าย และง่ายต่อการสั่งกลับบ้าน 

โจทย์สำคัญคือการนำวัตถุดิบอย่างโกโก้ไทยและช็อกโกแลต เข้าไปเป็นส่วนประกอบของอาหารให้ได้มากที่สุด เป็นโจทย์ที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก แต่ไม่ใช่เรื่องท้าทายเกินความสามารถของทีมครัว ที่ส่วนใหญ่คือทีม Bocuse d’Or Thailand อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ทีมนี้ก็เหมือนทีมชาติไทยในวงการโอลิมปิกของเชฟ 

31 Degrees : ร้านอาหารโดย Kad Kokoa แทบทุกเมนูใช้ช็อกโกแลตและโกโก้ไทยเป็นวัตถุดิบ

Kad Kokoa เป็นผู้สนับสนุนและผู้จัดการทีม Bocuse d’Or ของไทย เพื่อไปแข่งขันในเวทีโลก และเห็นว่าทีมยังขาดสถานที่ในการโชว์ฝีมือให้คนได้รู้จักและเข้าถึงได้จริง ร้านนี้เลยเป็นเหมือนสนามเหย้าของทีมชาติไทยไปโดยปริยาย

การได้รับโจทย์เป็นวัตถุดิบเป็นเรื่องที่ต้องเจออยู่แล้วในการแข่งขัน ทีมครัวของที่นี่เต็มไปด้วยเชฟรุ่นใหม่ไฟแรง อัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และใช้วัตถุดิบอย่างโกโก้ไทยได้สนุก แถมเรายังได้ชิมอาหารที่พัฒนาจากเทคนิคเชฟสายแข่งขันจริง ๆ อีกด้วย

เมนูอาหารมากกว่าครึ่งหนึ่งจะมีส่วนผสมของโกโก้ไทย แทรกเข้าไปอยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งซอส ซุป หรือถึงขั้นนำมาดองผัก 

ออกมาเป็นเมนูอย่างสลัดที่ใช้แครอทเคลือบด้วยน้ำผึ้งท้องถิ่น กินกับเคล ใส่โกโก้นิบส์เพิ่มรสสัมผัสกรุบ ๆ ราดน้ำสลัดที่ได้กลิ่นหอมและรสเปรี้ยวหวานของเลมอน

จาน Barramundi ปลาเนื้อขาว เสิร์ฟคู่กับครีมซอสไวน์ขาว มีผักที่ดองด้วยน้ำส้มและน้ำโกโก้สด เพื่อให้ได้รสเปรี้ยวพิเศษ ตัดกับรสครีมมี่ของเนื้อปลาและครีมซอส ในจานมีพิวเรจากต้นกระเทียมและมันฝรั่ง และถั่วหวานมาเป็นเครื่องเคียงด้วย 

ตบท้ายด้วยของหวานจากช็อกโกแลตที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อย นอกจากช็อกโกแลตสอดไส้สีสวย เค้ก และขนมอบที่ทานคู่กับกาแฟ ยังมีขนมที่จัดจานอย่างสวยงามโดยฝีมือเชฟ อย่างทาร์ตช็อกโกแลต ด้านในเป็นบราวนี่ บีบโฟมครีมจากโกโก้นิบส์ ตกแต่งด้านบนด้วยตุอีล (Tuile) จากโกโก้นิบส์ และอัลมอนด์ จบด้วยไอศกรีมช็อกโกแลตซอร์เบต์จาก Kad Kokoa

แวะเวียนมาสัมผัสโกโก้ไทย ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตลอดวัน ตั้งแต่เช้าไปจนดึก เพราะหลังจากเปิดเต็มรูปแบบแล้ว ตอนช่วงค่ำจะปรับเปลี่ยนเป็นค็อกเทลบาร์ ไวน์ ซึ่งก็ยังคงคอนเซ็ปต์เอาโกโก้จากแหล่งปลูกต่าง ๆ มาครีเอตเป็นเครื่องดื่มสนุกได้อีก

ใครรักโกโก้หรือช็อกโกแลตเป็นชีวิตจิตใจ อยากชวนให้ลองมาชิมเมนูอร่อย และเมนูที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์โดยทีมเชฟฝีมือดีและไฟแรง 

อาจจะเป็นที่แรกก็ได้ที่ทำให้เห็นว่า โกโก้ไทยเป็นอะไรได้มากกว่าที่เราจะนึกถึง

31 Degrees by Kad Kokoa

ที่ตั้ง : 235 5 ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : 08.00 – 23.00 น. (หยุดวันจันทร์)

Facebook : 31 Degrees by Kad Kokoa 

Instagram : 31degrees.bkk

Writer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

11 มิถุนายน 2565
3.16 K

ชวนสัมผัสรูป รส กลิ่น เสียงจากธรรมชาติ ผ่านชาดอกไม้และพืชพันธุ์ท้องถิ่นไทยที่เบลนด์ด้วยความฝัน ความรัก และการทดลอง ท่ามกลางโบราณสถานอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมเก่าแก่หลายทศวรรษ

“ผมเชื่อว่าธรรมชาติไทยมีของดีอยู่เยอะมาก แต่ไม่ค่อยถูกหยิบมาใช้ และผมอยากทำร้านชาแห่งนี้ เพราะรู้สึกว่าเรามีตัวตนและเรื่องราว”

จักร์ เชิดสถิรกุล Project Manager โครงการเก๊าไม้ เอสเตท 1955 พูดถึงความน่าสนใจของนานาพืชพันธุ์ในประเทศไทยด้วยสีหน้าอมยิ้ม ขณะรินเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของสารพัดดอกไม้ท้องถิ่น เช่น ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูชาประจำร้าน ‘เตาชา’ (Tao Cha) โปรเจกต์ใหม่ของเก๊าไม้ เอสเตท 1955 

เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี

‘เตาชา’ นับเป็นสถาปัตยกรรมล่าสุดบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ ที่ได้รางวัลการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจาก UNESCO ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก สาขาการออกแบบใหม่ในบริบทมรดก (Awards For Cultural Heritage Conservation) ซึ่งคุณจักร์ตั้งใจปลุกปั้นร้านชาแห่งนี้ขึ้น หลังประสบความสำเร็จจากการสร้างเก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท ที่ดัดแปลงจากโรงบ่มยาสูบเก่าอันโดดเด่นด้วยต้นตีนตุ๊กแกเลื้อยพันล้อมรอบ และต้นไม้ใหญ่อายุราว 80 – 100 ปี 

“คุณพ่อและคุณแม่ของผมเรียนมาทางพืชสวน พวกท่านรักต้นไม้มาก อย่าว่าแต่ตัดต้นไม้ ใครจะมาตัดกิ่งยังไม่ได้เลย เราจึงพยายามรักษาสภาพต้นไม้ทุกต้นไว้ให้เหมือนเดิมที่สุด ไม่มีการตัดหรือทำลาย” คงไม่เป็นการพูดเกินไปหากเราบอกว่า เตาชาเป็นร้านชาที่มีวิวเขียวขจีที่สุดในเชียงใหม่ เพราะแวดล้อมด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่และหลากหลายกว่า 100 สายพันธุ์ แถมยังมีนกให้ส่องดูมากกว่า 50 สายพันธุ์ 

ส่วนการออกแบบร้านชาแห่งนี้ คุณจักร์ยังคงคอนเซ็ปต์เดียวกับร้านอาหารและคาเฟ่ คือการดัดแปลงโรงบ่มยาสูบโบราณอายุหลายทศวรรษ โครงสร้างหลักเป็นอิฐมอญและอิฐบล็อก พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ เผยวิวต้นไม้ให้เห็น ชม และชิลล์แบบเต็มตา แต่แตกต่างตรงที่ระดับพื้นของเตาชาถูกกดให้ลึกลงไปในพื้นดิน เพื่อเพิ่มสเปซตัวอาคารให้ดูสูงโปร่งและโล่งมากขึ้น 

เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี

รวมทั้งลงรายละเอียดการออกแบบในทุกส่วน ตั้งแต่โต๊ะที่เลือกใช้วัสดุสะท้อนให้เห็นภาพเพดานด้านบน ระเบียงปูนที่ใช้ไม้ไผ่สร้างลวดลาย ฝาท่อที่มีดีไซน์เฉพาะตัว ไปจนถึงแก้วน้ำชาที่ทำจากหินแกรนิต ไม่ส่งผ่านความร้อนออกมาด้านนอก ทำให้เราดื่มด่ำกับการดื่มชาได้เต็มที่   

ส่วนที่นับเป็นพระเอกก็คือ เหล่าเมนูชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เบลนด์ขึ้นจากความรักในการดื่มชาของคุณจักร์ที่ค่อย ๆ บ่มเพาะมาตั้งแต่วัยเด็กในครอบครัวเชื้อสายจีน ผสมผสานกับการทดลองใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติในท้องถิ่น และการเดินทางตามหาชาที่ดีจากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้แก่คนรักการดื่มชา 

เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี
เตาชา : ร้านชาในเก๊าไม้ล้านนาที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ข้าวไทย ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี

“ชาของเราไม่เหมือนที่อื่น เพราะสิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรกในการสร้างร้านชาแห่งนี้คือ เราพยายามใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีในพื้นที่เก๊าไม้ลานนา รีสอร์ท เช่น ดอกหอมหมื่นลี้ ดอกสารภี และเราซื้อบางอย่างที่ผลิตไม่เพียงพอจากคนในชุมชนสันป่าตอง หนึ่งในนั้นคือข้าว”

คุณจักร์มองว่าจุดเด่นของพืชพรรณไทยคือ ‘ข้าว’ เขาจึงพยายามหาทางเอาข้าวมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด และเลือกข้าวพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่สันป่าตองมาทดลอง ทดสอบ และพัฒนาผ่านกระบวนการต่าง ๆ จนได้เป็นเมนูชาข้าวที่มีกลิ่นหอมฟุ้งในแบบฉบับของตัวเอง 

“ถ้าญี่ปุ่นมีชาข้าวเก็นไม เราก็ต้องมีชาข้าวไทยบ้าง” 

ร้านชาเล็ก ๆ ในโรงบ่มยาสูบ 67 ปี จ.เชียงใหม่ ที่เบลนด์ชาเอง และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ

ส่วนมะเกี๋ยงหรือลูกหว้าของคนภาคกลาง ซึ่งปลูกกันมากในพื้นที่บริเวณนี้ ถูกนำมาดัดแปลงและครีเอตขึ้นใหม่เป็นไอศกรีมแบบซอฟต์เสิร์ฟ หรือถ้าไม่คุ้นเคยรสชาติเปรี้ยวนิด ๆ ของมะเกี๋ยง ก็ยังมีไอศกรีมรสขนุน กะทิ และเลม่อน ให้เลือกกินตามใจชอบ 

“เรายังพยายามใช้วัตถุดิบที่หาได้ภายในเชียงใหม่หรือเชียงราย แล้วนำมาจับคู่กับดอกไม้หรือผลไม้ในรีสอร์ตของเรา เช่น หม่อน เลม่อน เสาวรส แบล็กเบอร์รี”

ด้วยคอนเซ็ปต์นี้ เตาชาจึงกลายเป็นร้านชาที่เปิดให้ทุกคนได้ลิ้มลองรสชาติที่แท้จริงจากธรรมชาติ ผ่านเมนูชาอันหลากหลาย เช่น ชาดอกไม้รวม ชาดอกสารภี ชาขาวอัสสัม คิคุชะ ชาข้าวกล้องหอมมะลิสันป่าตอง ชาลูกหม่อนข้าวกล้องหอมมะลิ อัญชันชาเขียวเลม่อน ดอกหอมหมื่นลี้ชาเขียวออร์แกนิก ชาข้าวไรซ์เบอร์รี ฯลฯ

ร้านชาเล็ก ๆ ในโรงบ่มยาสูบ 67 ปี จ.เชียงใหม่ ที่เบลนด์ชาเอง และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ

“ดอกไม้บางชนิดอย่างดอกสารภี ไม่เป็นที่นิยมนำมาทำชา แต่ที่นี่เราปลูกเองและเก็บมาเบลนด์ กลายเป็นชาที่มีกลิ่นหอมมาก ดื่มแล้วสดชื่นชุ่มคอ”

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของชาและไอศกรีมของที่นีี่คือ คุณจักร์ตั้งใจให้ส่วนผสมจากธรรมชาติแผลงฤทธิ์รสชาติของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการปรุงแต่งใด ๆ หรือเจือส่วนผสมอื่น ๆ ชาข้าวของที่นี่จึงมีกลิ่นข้าวหอมนำ เช่นเดียวกับขนมที่เสิร์ฟแกล้มชาหรือไอศกรีมรสเลม่อนก็ให้รสชาติเปรี้ยวจี๊ด (แต่อร่อยและกลมกล่อม) เช่นกัน 

ร้านชาเล็ก ๆ ในโรงบ่มยาสูบ 67 ปี จ.เชียงใหม่ ที่เบลนด์ชาเอง และใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้ลิ้มรสชาติแท้จริงจากธรรมชาติ

“สโคนที่เสิร์ฟวันนี้ ด้านในเป็นกล้วยน้ำว้าจากสวนของเราเอง บางวันหรือบางฤดูอาจได้กินสโคนขนุน สโคนลูกหม่อน ถ้าช่วงนั้นที่สวนมีผลไม้อะไร เราก็จะนำมาใช้เป็นวัตถุดิบทำขนมหรือไอศกรีม ทุกอย่างคือการทดลอง และเราต้องมั่นใจว่ามีอะไรให้ลูกค้าทดลองได้ตลอด”

การหยิบของดีจากธรรมชาติมาปรับใช้แบบนี้ ทำให้หลายเมนูของร้านเตาชาปรับเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เพราะขึ้นอยู่กับฤดูกาลของวัตถุดิบด้วย 

นี่คือความพิเศษ ความสนุก และเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ที่ทุกคนจะได้จากร้านชาในพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้

เตาชา 

ที่ตั้ง : เก๊าไม้ล้านนา รีสอร์ท ถนนเชียงใหม่-ฮอด ตำบลสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 08.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 0 5348 1201

Writer

นันทรัตน์ สันติมณีรัตน์

นักเขียนฟรีแลนซ์ที่ชอบทดลองทำหลายอาชีพ

Photographer

ศรีภูมิ สาส่งเสริม

ช่างภาพเชียงใหม่ ชอบอยู่ในป่า มีเพื่อนเป็นช้าง และชาวเขาชาวดอย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load