19 มีนาคม 2565
3.07 K

ด้วยความที่เราไม่ชอบท่องเที่ยวในสถานที่ที่มีคนเยอะ บวกกับสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป เราจึงเลือกเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา นอกจากไม่ต้องไปแย่งกันเที่ยว แย่งกันกินแล้ว เรายังได้เห็นวิถีชีวิตแท้จริงของผู้คนในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เราเดินทางไปสัมผัส วิถีที่ไม่ได้ตระเตรียมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม

ในช่วงที่ผ่านมานี้ หลายคนคงได้ยินข่าวเรื่องจังหวัดเพชรบุรีได้รับการคัดเลือกเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (The UNESCO Creative Cities Network-UCCN) ประจำ พ.ศ. 2564 โดยจังหวัดเพชรบุรีเข้าร่วมเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Gastronomy) ทำให้เรานึกย้อนไปในอดีตของแดนพริบพรีแห่งนี้ ว่าเป็นจังหวัดที่มีชายฝั่งติดทะเล อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางไปพักผ่อนแบบเช้าไปเย็นกลับได้ อีกทั้งสุนทรภู่ กวีเอกชื่อดังของเมืองไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ยังเคยเดินทางและแต่งนิราศเล่าถึงวิถีชีวิตของผู้คน อาหาร และทรัพยากรธรรมชาติที่น่าสนใจ รวมถึงบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ที่กล่าวถึงเมนูอาหารขึ้นชื่อของชาวเมืองเพชร ให้คนรุ่นหลังอย่างเราได้ตามอ่านกัน 

ออกเดินทางสู่จังหวัดเพชรบุรีในมุมมองที่ต่างออกไป

วันนี้จังหวัดเพชรบุรีในมุมมองของเราเปลี่ยนไป เรามองเห็นถึงขุมทรัพย์ของวัตถุดิบด้านอาหาร ความประณีตด้านงานช่างฝีมือ และรสมือของผู้ปรุงอาหารที่มีการนำเสนออาหารท่ามกลางวัฒนธรรมอันหลากหลายในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มอญ จีน 

เราจึงออกเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรีในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม คือจะเดินทางตามเส้นทางความอร่อย เน้นชิมอาหารขึ้นชื่อที่รังสรรรค์ขึ้นผ่านรสมือชาวเพชร จากวัตถุดิบท้องถิ่นที่เป็นมรดกอันล้ำค่าของชาวเพชรบุรี เดินทางท่องเที่ยวผ่านเมนูอาหารตามรอยบทกวี และค้นหาขุมทรัพย์แหล่งวัตถุดิบต่าง ๆ

ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม
ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม

เราเดินทางมาถึงตัวเมืองเพชรบุรี ศูนย์กลางความอร่อย เดินทอดน่องตามถนนเพื่อเป็นการออกแรงเรียกน้ำย่อย ก่อนจะไปชิมของอร่อย เลี้ยวเข้าซอยชมงานศิลปะ สตรีทอาร์ตเมืองเพชร ทำให้การเดินเท้าในวันนี้ไม่น่าเบื่อเลย 

จังหวัดเพชรบุรีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองขนมหวาน 

มีทั้งขนมหม้อแกงขึ้นชื่อ น้ำตาลสดรสหวานชื่นใจ กาละแมเมล็ดหนึบหนับและกรุบของเมล็ดข้าว รวมถึงขนมไทยอีกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นรสหวานที่ได้จากน้ำตาลโตนด ซึ่งมีที่มาจากต้นตาล สัญลักษณ์แห่งเมืองเพชรบุรี เราไม่รอช้า มุ่งหน้าไปยังร้านขายขนมหวาน เพื่อลิ้มลองขนมหม้อแกงไข่สูตรโบราณเป็นเมนูแรกของวันนี้

ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม
ขนมหม้อแกงแม่สมาน ร้านขนมหวานเมืองเพชรเก่าแก่ ณ ตลาดเก่าริมแม่น้ำเพชรบุรี

หลังจากชิมขนมหวานเมืองเพชรพอหอมปากหอมคอ ขอต่อด้วยของคาวเมนูแปลกที่อาจเป็นของกินเล่นของคนทั่วไป แต่สำหรับคนที่นี่แล้วเป็นอาหารที่กินจริงจัง นั่นคือขนมจีนทอดมัน ตัวทอดมันปลารสชาติเข้มข้นหอมพริกแกง วางบนขนมจีนเส้นเหนียวนุ่ม ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษ ทานแล้วติดใจ จนต้องบอกคุณป้าว่าขอสั่งเพิ่มอีกจาน 

ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม
ขนมจีนทอดมันจานนี้ราคามิตรภาพ 20 บาท วัตถุดิบรสเลิศ ใส่ในบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก

จากร้านขนมจีนทอดมัน เราเดินต่อจนริมน้ำเพื่อจะชิมก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงเมืองเพชร ร้านเก่าแก่ย่านตลาดเก่าริมน้ำเพชรบุรี ทีเด็ดของน้ำซุปร้านนี้ คือ ใช้น้ำตาลโตนดเป็นส่วนผสม ทำให้รสชาติน้ำซุปหวานหอม ความพิเศษของก๋วยเตี๋ยวที่นี่คือต้องใส่ซอสพริก และทางร้านยังมีน้ำส้มสายชูพริกกะเหรี่ยงช่วยเพิ่มรสชาติให้ก๋วยเตี๋ยวด้วย

ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม

หลังจากชิมเมนูประเภทเส้นจนเริ่มอิ่มแล้ว แต่ลิสต์เมนูอาหารต้องชิมในย่านนี้ยังไม่หมด 

เราต้องตามชิมอีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้ คือ ข้าวแช่ชาววังเมืองเพชร มีเครื่องเคียงสูตรพิเศษจากตำรับโบราณที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ได้แก่ ลูกกะปิทอดก้อนกลม หัวไชโป๊ผัดหวาน และปลายี่สนผัดหวาน ทานคู่กับข้าวแช่เมล็ดข้าวเรียงสวยในน้ำลอยดอกมะลิเย็น ๆ ให้ความสดชื่นดับร้อนปิดท้ายในมื้อนี้

ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม
ข้าวแช่แม่อร ตลาดเก่าริมน้ำเพชรบุรี ราคาเพียง 20 บาท

เมื่อได้ชิมอาหารคาวหวานหลากรสชาติ ทำให้เรานึกอยากรู้ถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบหลักในอาหารแต่ละเมนูที่ได้ชิมวันนี้ ไม่รอช้า เราออกเดินทางตามรสชาติ ‘เมืองเพชร 3 รส’ ชื่อนี้ที่ใครหลายคนพูดถึงกัน

เริ่มต้นด้วย รสแรก คือ ‘รสหวาน’

เราหาข้อมูลและพบว่าแหล่งวัตถุดิบรสหวานของเมืองเพชรนั้นได้จากน้ำตาลโตนด จึงเดินทางไปสวนตลลุงถนอม อำเภอบ้านลาด ห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก ที่นี่มีสวนตาลที่มีต้นตาลเรียงรายเป็นแถว บรรยากาศร่มรื่น มีจุดถ่ายภาพที่สวยงาม มีการสาธิตการขึ้นต้นตาล การทำน้ำตาลโตนด การใช้ไม้ตาลต้านตึงเพื่อยืดเท้าและหลังเพื่อคลายเส้น นับเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาและอนุรักษ์ตาลโตนดที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด

ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม

นอกจากนี้ยังมีผลิตผลจากต้นตาล ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาลสด น้ำตาลโตนด ขนมตาล ลูกตาลสด ลูกตาลลอยแก้ว ไม้ตาลต้านตึง (ใช้สำหรับยืดเท้าคลายเส้น) ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้ออีกด้วย และความพิเศษของน้ำตาลสดที่นี่ เขาไม่ใส่สารกันบูด จึงต้องนำน้ำตาลสดที่ต้มแล้วมานึ่งอีกครั้งก่อนขาย เพื่อเป็นการยืดอายุน้ำตาลสดไว้

ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม

เมื่อเดินชมสวนเลือกซื้อสินค้ากันสักพัก เราก็นึกถึงอาหารและขนมเมืองเพชรที่มีผลิตผลจากตาลโตนดเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ขนมหม้อแกง ลอดช่องน้ำตาลข้น ข้าวเหนียวหน้าโตนด ลูกตาลเชื่อม ลูกตาลทอด หรือโตนดทอด ขนมทองพับ ขนมทองม้วน ขนมตาล ข้าวเกรียบหวาน ยำหัวโหนด แกงคั่วหัวตาล ก๋วยเตี๋ยวเมืองเพชร ต้มอิ๋ว ผัดหมี่ ฯลฯ

นั่นทำให้เรารู้ว่า ผลิตผลจากตาลโตนดเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบหลักในเมนูอร่อยมากมาย

“ทั่วประเทศเขตแคว้นแดนพริบพรี เหมือนจะชี้ไปไม่พ้นแต่ต้นตาล

ที่พวกทำน้ำโตนดประโยชน์ทรัพย์ มีดสำหรับเหน็บข้างอย่างทหาร”

(ข้อความตอนหนึ่งใน นิราศเมืองเพชร แต่งโดย : สุนทรโวหาร (ภู่))

เมื่อเราดูการสาธิตการขึ้นต้นตาลที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็นึกถึง นิราศเมืองเพชร โดยผู้แต่งกล่าวถึงการทำน้ำตาลโตนดของชาวเพชรบุรี (พริบพรี) ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี การขึ้นต้นตาลนั้น ผู้ที่ขึ้นไปจะเหน็บมีดไว้ด้านข้างลำตัว เดินไต่ขึ้นพะอง (ลำไม้ไผ่ที่ลิดแขนงเหลือไว้พอให้เท้าเหยียบได้ ใช้พาดขึ้นตาล) ที่พาดกับต้นตาล เพื่อไปเก็บน้ำตาลจากจาวตาลและผลตาลอย่างชำนาญ โดยวิธีนี้ยังคงปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน 

ตะลอนกินอาหาร 'เมืองเพชร 3 รส' ตามบทกวี หาที่มาของแหล่งวัตถุดิบรสหวาน เปรี้ยว เค็ม
หากใครอยากชมสวนตาล วิถีชีวิตคนเมืองเพชรกับต้นตาลโตนด มาดูได้ที่นี่นะ

ก่อนออกจากสวนตาลลุงถนอม เราแวะร้านกาแฟบ้านไร่ภูหวาน ร้านลับเล็ก ๆ แต่เด็ดที่เมนูเพื่อเติมพลังในช่วงบ่าย บรรยากาศร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย เมื่อเดินเข้าไปเราก็ได้สนทนากับบาริสต้า ผู้ครีเอตเมนูต่าง ๆ ขึ้นมาจากวัตถุดิบชั้นดีในสวนตาล เล่าเรื่องที่มาที่ไปของแต่ละเมนูด้วยความเป็นกันเอง พร้อมกับชวนเราทำ Signature Menu ของร้าน นั่นคือ Americano Palm Fruit with Syrup หรือ อเมริกาโน่น้ำตาลสด ท็อปปิ้งด้วยลูกตาลสดนั่นเอง

สถานีต่อไปที่เราจะแวะยังหนีไม่พ้นร้านอาหาร เพราะพี่บาริสต้าป้ายยาไว้ว่า ถ้าอยากทานแกงหัวตาล ยำใหญ่ ที่เป็นเมนูห้ามพลาดของเมืองเพชรแล้วล่ะก็ต้องแวะร้านนี้เลย เรามุ่งหน้าไปยังร้านครัวตาลโตนด ซึ่งอยู่ระหว่างทางออกจากสวนตาลลุงถนอม เมื่อถึงร้านเลยสั่งเมนูอาหารดั้งเดิมเมืองเพชร 3 เมนูที่พลาดไม่ได้อีกแล้ว

เที่ยววันธรรมดา ตามหาแหล่งวัตถุดิบ ลิ้มรสอาหารสร้างสรรค์ ตามรอยบทประพันธ์อันมีชื่อ ณ จังหวัดเพชรบุรี
แกงคั่วหัวตาลหมูย่าง หอมเครื่องแกง สมุนไพร ทีเด็ดคือเนื้อตาลอ่อน ทำให้แกงถ้วยนี้มีความกลมกล่อม ละมุนลิ้น
เที่ยววันธรรมดา ตามหาแหล่งวัตถุดิบ ลิ้มรสอาหารสร้างสรรค์ ตามรอยบทประพันธ์อันมีชื่อ ณ จังหวัดเพชรบุรี
ต้มส้มปลากระบอก เนื้อปลาสดหวาน เครื่องแน่น ซดแล้วสดชื่น 
เที่ยววันธรรมดา ตามหาแหล่งวัตถุดิบ ลิ้มรสอาหารสร้างสรรค์ ตามรอยบทประพันธ์อันมีชื่อ ณ จังหวัดเพชรบุรี
‘ยำใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา’

เมื่อพูดถึงอาหารประเภทยำ หากมาจังหวัดเพชรบุรี พลาดไม่ได้ที่ต้องลิ้มลองชิม ‘ยำใหญ่’ อาหารโบราณที่รวมวัตถุดิบกว่า 20 ชนิดเข้าด้วยกัน ทำให้เรานึกย้อนกลับไปตอนเรียนสมัย ม.ต้น ท่อง กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) สำหรับยำใหญ่เมืองเพชรนั้น จะมีวัตถุดิบเพิ่มเติมแตกต่างจากพื้นที่อื่นคือผักกาดลุ้ย (ผัดกาดขาวที่ไม่ห่อปลี) เป็นส่วนผสมในยำใหญ่ 

พูดได้เลยว่าเราอิ่มจริง ๆ ทั้งอาหารคาวและหวาน หลังจากเราได้ชิมยำใหญ่แล้ว นอกจากวัตถุดิบที่เยอะมาก ๆ รวมกันเป็นหนึ่งจานอร่อย ยังสัมผัสถึงรสเปรี้ยวและหอมมะนาว จึงสอบถามทางเจ้าของร้านและได้ข้อมูลว่า จังหวัดเพชรบุรีมีสายพันธุ์มะนาวเป็นของตัวเอง โดยรอบ ๆ ร้านก็มีสวนมะนาวสำหรับปรุงอาหารและขายด้วย

ตัดความหวานด้วย ‘รสเปรี้ยว’ จากมะนาวเพชรบุรี

ถ้าคนทั่วไปนึกถึงจังหวัดเพชรบุรี คงนึกถึงขนมหวานเป็นอันดับแรก แต่ใครจะคิดว่าจังหวัดนี้มีความหวานซ่อนรสเปรี้ยวจากสวนมะนาวเพชรบุรีที่ขึ้นชื่อเอาไว้ เราเดินทางตามหาสวนมะนาวที่อำเภอท่ายาง สองข้างทางของถนนที่เราเข้ามานี้มีแต่สวนมะนาว ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอีกหนึ่งชนิดของที่นี่เลยก็ว่าได้

เที่ยววันธรรมดา ตามหาแหล่งวัตถุดิบ ลิ้มรสอาหารสร้างสรรค์ ตามรอยบทประพันธ์อันมีชื่อ ณ จังหวัดเพชรบุรี
เที่ยววันธรรมดา ตามหาแหล่งวัตถุดิบ ลิ้มรสอาหารสร้างสรรค์ ตามรอยบทประพันธ์อันมีชื่อ ณ จังหวัดเพชรบุรี
มะนาวแป้นสายพันธุ์เพชรบุรี ลูกแป้นตามชื่อ กำลังถูกเก็บและคัดแยกโดยชาวสวนเพื่อนำไปขายต่อไป

มะนาวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของเพชรบุรี มีการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้คำนิยามบ่งบอกถึงลักษณะของมะนาวเพชรบุรีไว้ว่า ‘มะนาวพันธุ์เพชรบุรี หมายถึง มะนาวพันธุ์มะนาวแป้น พันธุ์มะนาวไข่ พันธุ์มะนาวหนัง ลักษณะผิวเปลือกบาง มี 8 – 12 กลีบ เนื้อสีเหลืองอ่อน รสเปรี้ยว กลิ่นหอมมะนาว’ ซึ่งผลิตในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี พบได้ในอำเภอท่ายาง บ้านลาด แก่งกระจาน และอำเภออื่น ๆ นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชมสวนมะนาว เรียนรู้วิธีการปลูก ดูแล รวมถึงการขยายพันธุ์ต้นมะนาวกับเจ้าของสวนมะนาวได้อย่างใกล้ชิด

ต่อด้วยรสที่สาม คือ ‘รสเค็ม’

เราเดินทางมาถึงรสสุดท้ายที่ควรบริโภคน้อย แต่อุดมไปด้วยประโยชน์ต่อร่างกายทั้งภายนอกและภายใน นั่นคือ ‘รสเค็ม’ จากเกลือสมุทร ที่นี่คือแหล่งผลิตเกลือสมุทรผืนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่อำเภอบ้านแหลม

เที่ยววันธรรมดา ตามหาแหล่งวัตถุดิบ ลิ้มรสอาหารสร้างสรรค์ ตามรอยบทประพันธ์อันมีชื่อ ณ จังหวัดเพชรบุรี
เที่ยววันธรรมดา ตามหาแหล่งวัตถุดิบ ลิ้มรสอาหารสร้างสรรค์ ตามรอยบทประพันธ์อันมีชื่อ ณ จังหวัดเพชรบุรี

นอกจากเกลือจะเป็นเครื่องปรุงรสอาหาร ยังใช้ถนอมอาหารและมีธาตุอาหารไอโอดีนที่จำเป็นต่อร่างกาย หลายคนอาจคิดว่าเกลือให้เพียงรสเค็ม แต่แท้จริงแล้วเกลือดึงรสหวานตามธรรมชาติจากวัตถุดิบต่าง ๆ ที่อยู่ในอาหารออกมาได้ ทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น เราจึงคลายข้อสงสัยและถึงบางอ้อว่า ทำไมแทบทุกเมนูต้องมีเกลือเป็นส่วนผสม

ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เราแวะสปาเกลือกังหันทอง เพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตามหาของอร่อยมาเต็มวัน พักเท้านั่งรับลมเย็น ๆ ริมนาเกลือด้วยการแช่เท้าด้วยน้ำดอกเกลืออุ่น ๆ ขัดผิวด้วยผลิตภัณฑ์จากเกลือกลิ่นดอกกล้วยไม้ให้ความสดชื่น และระหว่างที่นั่งพักอย่างเพลิดเพลิน พี่พนักงานที่นี่ให้ความรู้เราเกี่ยวกับเกลือ ทำให้รู้จักเกลือมากขึ้น นอกจากปรุงอาหารแล้ว ยังใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของงผลิตภัณฑ์สปาบำรุงผิวพรรณ

เที่ยววันธรรมดา ตามหาแหล่งวัตถุดิบ ลิ้มรสอาหารสร้างสรรค์ ตามรอยบทประพันธ์อันมีชื่อ ณ จังหวัดเพชรบุรี

เพราะเกลือเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมายที่มาพร้อมสรรพคุณน่ายกนิ้ว ได้แก่ แร่ธาตุบำรุงผิวในดอกเกลือ, แมกนีเซียม (Mg) เพิ่มความแข็งแกร่งให้เยื่อหุ้มเซลล์ โพแทสเซียม (K) ยับยั้งการเกิดสิว, โซเดียม (Na) เพิ่มความยืดหยุ่น, ซัลเฟอร์ (S) ช่วยในกระบวนการผลัดเซลล์ผิว, คลอไรด์ (Cl-) ควบคุมสมดุลน้ำ และแคลเซียม (Ca) ช่วยปกป้องความแห้งกร้านของผิว เกลือที่หลายคนอาจมองเห็นคุณค่าแค่ในเรื่องความเค็ม จึงกลายเป็นวัตถุดิบที่คงคุณประโยชน์จากความเค็ม ดังสุภาษิตไทยรักษาความดีดุจเกลือรักษาความเค็ม

เพชรบุรี ‘เมืองเพชร 3 รส’ รสชาติที่สะท้อนถึงทรัพยากรทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ภูมิปัญญา รากเหง้า วิถีชีวิต มรดกวัฒนธรรมที่ส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น ปรากฏสู่สายตาแก่ชาวไทยในปัจจุบัน เราว่าจังหวัดเพชรบุรีเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ควรค่าแก่การมาเยือน และลิ้มลองชิมรสชาติอย่างคนเพชรด้วยตัวคุณเอง

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ศิริพร อำไพลาภสุข

อาจารย์ประจำหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีความสนใจเรื่องการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และศิลปกรรมไทย และกลุ่มชาติพันธุ์

Travelogue

พื้นที่บรรจุประสบการณ์เดินทางทั่วมุมโลก

25 มิถุนายน 2565
1.37 K

The Cloud x Vespa

บรึ้น ๆ ! เสียงขบวนเวสป้าบึ่งเข้ามายังนครขอนแก่นเพื่อร่วมทริป Walk with The Cloud : บึ่งแก่นนคร ชมศิลปะและวัฒนธรรมในแดนอีสาน บ้างมาจากกรุงเทพฯ บ้างมาจากขอนแก่นบ้านเฮานี่แหละ วันนี้เป็นวันที่ฟ้าไร้แดดเหมาะกับการขี่รถตากลมสุด ๆ จากจุดรวมตัว เราจะบึ่งไปที่โฮงสินไซเป็นที่แรก

เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ในการขี่สกู๊ตเตอร์เที่ยวกับเพื่อนหน้าใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จัก

เชื่อว่าทั้งคนในและคนนอกก็คงตื่นเต้นไม่ต่างกัน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอสตาร์ทรถไปเบิ่งกันแน่จ้า

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ที่นี่โฮงสินไซ

จอดสกู๊ตเตอร์ที่ ‘โฮงสินไซ’ บ้านสวนกลางเมืองจังหวัดขอนแก่น โอบล้อมด้วยรั้วไม้ไผ่และมวลแมกไม้นานาพันธุ์ สองมือยังไม่ทันล้วงกระเป๋า พวกเราก็พบกับ ผศ.ดร.ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ ผู้ก่อตั้งโฮงสินไซ ที่ชวนน้อง ๆ เด็กพิเศษ มาเป็นวิทยากรพิเศษนำชมเรื่องราวของ สินไซ ด้วยกัน ที่นั่นมีเสียงจิ้งโกร่งต้อนรับพวกเราอย่างเนืองแน่น

เจ้าบ้านชวนเรานั่งล้อมวงสบาย ๆ บริเวณหน้าบ้าน แถมแจกจ่ายน้ำสมุนไพรเย็นชื่นใจดับกระหายให้คนละแก้ว (เติมได้ไม่อั้น) พร้อมขนมและผลไม้ตามฤดูกาล ก่อนจะเกริ่นแนะนำตัวและเล่าถึงวรรณคดีแบบกระชับ

สินไซ เป็นวรรณคดีของอุษาคเนย์ รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งคือ สังข์ศิลป์ชัย ท้องเรื่องไม่ได้ต่างจากวรรณคดีไทยส่วนใหญ่มากนัก แน่นอนว่า ‘สินไซ’ คือตัวเอกที่ต้องผ่านหลายเหตุการณ์ ต้องข้ามผ่าน 7 ย่านน้ำ 9 ด่านมหาภัย จนสุดท้ายก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง โดยท้าวกุดสะราดสละราชสมบัติให้สินไซปกครองต่ออย่างร่มเย็นเป็นสุข

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

อาจารย์ทรงวิทย์บอกว่า โฮงสินไซนี้มีที่มาจาก โฮง หมายถึง โรง ที่บรรจุเรื่องราวของวรรณคดีเรื่อง สินไซ เอาไว้ นอกจากฟังประวัติความเป็นมาและความตั้งใจของสถานที่แห่งนี้แล้ว พวกเรายังได้เดินดูของสะสมในตู้กระจกที่เก็บรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องนี้ประมาณ 140 – 150 รายการ ทั้งหมดเกี่ยวกับ สินไซ ในด้านต่าง ๆ ทั้งแง่รัฐศาสตร์-การเมือง งานวิจัยภาษาไทย-ลาว อีกทั้งยังมีผนังห้องประดับภาพเขียนสีน้ำเล่าเรื่อง สินไซ ซึ่งอาจารย์เป็นผู้วาด และมีมุมการต่อยอด-ประยุกต์ให้ร่วมสมัย เป็นหนังตะลุง เสื้อยืด ถ้วยกาแฟ ร่ม และของที่ระลึกต่าง ๆ

“วรรณคดีเป็นที่อยู่ของวัฒนธรรม” มหาสิลา วีระวงส์ นักปราชญ์คนสำคัญของลาวกล่าวไว้ คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะเมื่อมีวัฒนธรรมจึงเกิดงานศิลป์หลายอย่าง วรรณคดีก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของวัฒนธรรมนั้น ๆ ให้เห็นว่า วรรณคดีแต่ละยุคสมัย ผู้คนมีความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม พิธี ต่างกันหรือไม่ อย่างไร

โฮงสินไซเซอร์ไพรส์เราด้วยเสียงแคนกับหมอแคนรุ่นใหม่ ที่ผูกโยงกับ สินไซ และวัฒนธรรมอีสาน

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

“หมอลำจะไม่มีวันตาย เพราะปรับตัวง่าย พร้อมที่จะรับทุกสิ่งที่คิดว่าดีกว่า” เป็นคำกล่าวของ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ซึ่งหมอลำไม่ตายฉันใด หมอแคนก็ไม่ตายฉันนั้น เพราะ 2 สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน

ถ้าหมอลำ-หมอแคน ไม่ตายแล้ว สินไซ และวัฒนธรรมอีสานก็จะไม่มีวันหายไป เพราะเชื่อมโยงกับหมอลำอย่างขาดกันไม่ได้ ยิ่งมีหมอแคนใหม่ ๆ เกิดขึ้น ยิ่งทำให้วัฒนธรรมอีสานแข็งแรงมากขึ้นด้วย

นั่นแปลว่าพวกเราจะมีโอกาสบิดเวสป้ากลับมาม่วนที่นี่อีกแน่นอน!

โมเดิร์นในมอ

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

บึ่งมาต่อกันที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชมสถาปัตยกรรมโมเดิร์นที่ออกแบบโดย อมร ศรีวงศ์, สมคิด เพ็ญภาคกุล, เฉลิมชัย ห่อนาค และ สถาพร เกตกินทะ ที่ออกแบบให้เข้ากับบริบทแวดล้อมของมอดินแดง พัฒนาภาพลักษณ์ของอาคารในสมัยนั้นให้มีสไตล์โมเดิร์น ถือได้ว่าเป็นภาพลักษณ์ของการพัฒนา แสดงออกถึงความก้าวหน้าและทันสมัย

เจ้าถิ่นที่พาพวกเราทัวร์มอและชมสถาปัตยกรรม คือ รศ.ดร.นพดล ตั้งสกุล จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ศึกษาเกี่ยวกับตึกทั้งหมดร่วมกับอาจารย์หลายท่านในคณะ รวมถึงเปิดวิชาเลือกให้นักศึกษาสถาปัตยกรรมในคณะร่วมเก็บข้อมูลทำโมเดลออกมาเพื่ออนุรักษ์อาคารเหล่านี้ไว้ เกิดเป็นนิทรรศการ ‘อาคารสมัยใหม่ Modern Architecture’ กระซิบเลยว่า อาจารย์นพดลเล่าเรื่องสนุกมาก เพราะท่านเคยเป็นศิษย์เก่าที่นี่

อ้อ ลืมบอกว่าพวกเราเติมพลังให้เต็มพุงกันเรียบร้อยที่ร้านไก่ย่างปรีชา แถมจัดไอติมกะทิหวานมันคนละถ้วยสองถ้วย ไม่นานพวกเราก็ประจำที่ จับเวสป้าคู่ใจออกเดินทางอีกครั้ง ผ่านสะพานขาวด้วย บรรยากาศดีสุด ๆ

แดดร่มลมตก เรามาเริ่มกันที่ ‘ตึกกลม’ อาคารเรียนรวมของนักศึกษาปี 1 ที่เราเปิดประตูห้องไปทดลองนั่งเรียนเป็นนักศึกษา ก่อนเดินสำรวจโครงสร้างภายนอก พบว่าอาคารรุ่นคุณลุงสวยไม่แพ้อาคารฝั่งตะวันตกเลยทีเดียว

ส่วนภาพรวมการออกแบบ อาจารย์นพดลเล่าว่า มันบ่งบอกถึงแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก รองลงมาคือการใช้งานในภูมิอากาศแบบร้อนชื้น และตอบโจทย์ความงามภายนอกอาคาร จังหวะการออกแบบเปลือกอาคารเมื่อแสงแดดกระทบ ก็จะเกิดเฉดเงาที่แสดงถึงความงามของอาคารนั่นเอง

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง
ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ขยับออกมาอีกนิด มองเห็น ‘ตึกหลอด’ น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยรูปทรงหลอดทดลองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เดินไปหน่อยเป็น ‘ตึก SC01 ภาควิชาเคมี’ ตัวอาคารเป็นผนังคอนกรีต สะท้อนให้เห็นสัจจะของวัสดุ ที่ช่างฝีมือฉาบคอนกรีตผิวหยาบทิ้งไว้ ถ้าถอยหลังออกมาจะเห็นการเล่นเส้นเล็ก-ใหญ่บนตัวอาคาร เป็นกลิ่นอายสถาปัตยกรรมแบบ Le Corbusier ส่วนโถงโล่งใต้อาคารไม่มีเสาคานตรงกลาง แต่ดันอยู่ด้านข้าง ห่างกันถี่ ๆ เพื่อให้นักศึกษามีพื้นที่ทำกิจกรรมมากขึ้น เมื่อแหงนหน้ามองเพดาน จะเห็นโครงสร้างตาข่ายที่ตั้งใจออกแบบให้สอดคล้องกับพื้นที่ห้องแล็บบนอาคาร

ขี่ Vespa เที่ยวขอนแก่น เลาะมข.ไปดูตึกโมเดิร์น 50 ปี ฟังเสียงแคนที่โฮงสินไซในป่ากลางเมือง

ถัดจากตึกภาควิชาเคมีเพียงไม่กี่ก้าว มีอาคารทรงหลังคาคอนกรีตหล่อโค้งทรงเรขาคณิตครึ่งวงกลม หรือ ‘ห้องปฏิบัติการกลางเป่าแก้ว’ ออกแบบโครงสร้าง Hyperbolic Paraboloid ซึ่งไม่ใช่ของใหม่ หากแต่เป็นการออกแบบที่คิดค้นโดยสถาปนิกเมื่อ 50 ปีก่อน ที่สำคัญคือโชว์ประสิทธิภาพของคอนกรีตได้ดีเยี่ยม

คณะเกษตรศาสตร์ เป็นคณะเก่าแก่ที่สุดในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ‘ตึก AG 01’ เป็นตึกเรียนรวมตึกแรกของคณะ ออกแบบเพื่อเมืองร้อน สะท้อนความเป็นระบบอุตสาหกรรมเมื่อยุค 50 ปีก่อน แผงสีเขียวที่เด่นชัดนั้น ทำหน้าที่กันฝนและเป็นราวกันตกให้นักศึกษา ซึ่งสถาปนิกออกแบบได้ตรงตามโจทย์ของสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นทรอปิคัล

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มีตึกที่โดดเด่น 2 หลัง หนึ่ง คือ ‘ตึกโครงเหล็ก CB’ เป็นอาคารเรียนรวมและห้องซ้อมเชียร์ มองจากด้านนอกเป็นห้องสโลปบรรยายพร้อมอัฒจันทร์ โครงสร้างท่อเหล็กสีส้มทำหน้าที่ซัพพอร์ตโครงสร้างด้านใน ตัวอาคารไม่มีคานตรงกลาง แต่คานที่รับน้ำหนักเป็นหลักอยู่ริมนอกแทน และโครงเหล็กสีส้มจี๊ดถือเป็นสัญลักษณ์ของยุคโพสต์โมเดิร์นที่นำเหล็กมาใช้ในงานออกแบบเยอะขึ้น เพื่อเพิ่มลูกเล่น ลดความน่าเบื่อ

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย
บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

สอง คือ ‘ตึกของภาควิชาวิศวกรรมโยธา’ ที่นักศึกษามายืนดูโครงสร้างและเรียนกันจริง ๆ โดดเด่นตรงมีเสาซัพพอร์ตอยู่ริมสองข้าง การหิ้วโครงสร้างที่มีแรงกระทำในแนวดิ่งและแรงกระทำกลับคืนขึ้นไป คล้ายโครงสร้างการหิ้วของสะพาน เดินโฉบด้านในอีกนิด ไปดูบันไดแบบ Freestanding Structure ที่มีจุดบรรจบเพียง 2 จุด บริเวณชานพักไม่มีเสาเลยสักต้น! เป็นความเก๋าของนักออกแบบที่ผสานหลักวิศวกรรมได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ใหม่อีหลี – ม่วนอีหลี – มักอีหลี

น้ำมันลดไปไม่มาก ก็มาจบทริปกันที่ ‘ใหม่อีหลี’ แกลเลอรี่งานศิลปะข้างบึงแก่นนคร สถานที่ที่เราได้พักดื่มชา-กาแฟในคาเฟ่ และเดินชมงานศิลปะตั้งแต่หน้าประตูแกลเลอรี่ จนถึงด้านในที่ชวนเราไปสัมผัสวัฒนธรรมภาคอีสานผ่านงานศิลปะที่ คุณเอริค บุนนาค บูทซ์ ผู้ก่อตั้งที่นี่ขึ้นมา ถัดจากแกลเลอรี่ใหม่เอี่ยมของเชียงใหม่

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ตอนนี้กำลังจัดนิทรรศการ ‘A Minor History | ประวัติศาสตร์กระจ้อยร่อย’ โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ให้ได้ชมด้วย พวกเรานั่งลงบนเก้าอี้อย่างเงียบเชียบ ตัวหนังสือวิ่งขึ้นเป็นแนวตั้งคำต่อคำ เป็นการฉายโปรเจกเตอร์แบบสลับด้านให้มาฉายบนผ้าขาว จะอ่านออกได้ด้านเดียว ซึ่งคือด้านที่มีเก้าอี้ให้รับชม

นิทรรศการนี้น่าสนใจตรงที่เป็นการเล่าเรื่องของคนธรรมดาตัวเล็ก ๆ ฉีกกรอบประวัติศาสตร์แบบเดิม ที่มักเป็นเรื่องเล่าจากมุมมองผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียว

พระอาทิตย์เกือบลับขอบฟ้า พวกเราทั้ง 20 คนถ่ายภาพร่วมกัน ก่อนเอ่ยคำร่ำลาเพื่อเตรียมตัวกลับไปทำงานตามเดิม ขอนแก่นสำหรับใครบางคนในคาราวานเวสป้าวันนี้เป็นเมืองที่เขาเคยไม่รู้จัก แต่หากมีรถคู่ใจสักคัน เพื่อนรู้ใจสักคน รับรองว่าจะท่องเที่ยวเมืองนี้ได้สนุกเหมือนกับทริปนี้แน่ ๆ

ขอนแก่นและอีกหลายสถานที่กำลังรอให้คุณมาค้นพบเช่นเดียวกับเรา ไม่ต้องไปไหนไกล เริ่มจากสตาร์ทรถแล้วบึ่งไปเลาะโลด!

บึ่งเวสป้าเลาะแก่นนคร ชมศิลปะ-วัฒนธรรมแห่งเมืองขอนแก่น ตั้งแต่วรรณคดีสินไซ ตึกโมเดิร์นทรอปิคัล และศิลปะร่วมสมัย

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load