หัวใจจะวาย!

ค่ะ… วันนี้วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน

อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน

มองออกไปนอกหน้าต่าง ใบไม้กำลังผลัดใบ เปลี่ยนสี ร่วงหล่น อีกไม่นานก็จะเข้าฤดูกาลแห่งการพัก รักษาเยียวยา เพื่อเตรียมต้นให้พร้อมสำหรับการผลิใบ ก่อเกิดชีวิตใหม่ในฤดูใบไม้ผลิอีก 5 – 6 เดือนข้างหน้า

ช่างเหมาะเจาะเหลือเกินกับเหตุการณ์ในช่วงสัปดาห์อันแสนตื่นเต้นที่ผ่านมา

เมื่อวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน เป็นวันเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ และเป็นครั้งแรกที่อุ้มได้ใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งในฐานะอเมริกันชนคนหนึ่ง

เป็นประสบการณ์ตื่นเต้น อกสั่นขวัญแขวน ลุ้นกันแบบมือเย็นใจเต้นไม่เป็นระบบ เข้านอนไปโดยไม่รู้ว่าวันรุ่งขึ้นจะตื่นมาเจอกับอะไร และสุดท้ายประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ณ เวลาที่อุ้มพิมพ์บทความนี้อยู่ค่ะ

อุ้มอาศัยอยู่ที่เมืองพอร์ตแลนด์ ซึ่งอยู่ในรัฐออริิกอน ซึ่งเป็นรัฐที่ Vote by Mail ร้อยเปอร์เซ็นต์มาตั้งแต่ ค.ศ. 2000 (ทั้งอเมริกามีแค่ 5 รัฐ คือโคโลราโด ฮาวาย ออริกอน ยูทาห์ และวอชิงตัน) คือหลังจากเราไปลงทะเบียนเพื่อโหวตไว้ล่วงหน้า ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง ทางคณะกรรมการเลือกตั้งก็จะส่งใบลงคะแนนเสียงมาที่บ้าน

เราเอาปากกาดำฝนๆๆ คนที่เราจะเลือก ซึ่งไม่ได้มีแค่ประธานาธิบดี แต่มีผู้ว่าการ (Mayor) เมืองพอร์ตแลนด์ วุฒิสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทนแต่ละเขต City Commissioner (ไม่รู้เรียกเป็นไทยว่าอะไร) รวมทั้งยังมีมาตรา (Measures) ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแต่ละเมือง อย่างเช่นขึ้นภาษีบ้านพักอาศัยเพื่อเอาไปพัฒนาสวนสาธารณะ ขยายห้องสมุด เพิ่มงบโรงเรียน ตั้งหน่วยงานเอกชนเพื่อกำกับดูแลการทำงานของตำรวจ หรือขึ้นภาษีบุหรี่และอุปกรณ์ Vape (ขึ้นเยอะด้วยนะคะ ซองละ 2 เหรียญฯ แน่ะ)

อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน

เรียกว่าเลือกมันทุกอย่างที่จะต้องเลือกและเลือกได้ โดยที่นอกจากประชาชนจะติดตามข่าวสารบ้านเมือง ดูโคตรเหง้าศักราช ผลงานและทัศนคติของผู้สมัครแต่ละคนเป็นการบ้านทำกันมาเองแล้ว ยังมีคู่มือเลือกตั้งเล่มหนาปึ้กส่งมาให้ด้วย จะได้อ่านว่าแต่ละคนคือใคร มาตราไหนรายละเอียดเป็นยังไง เพราะการตัดสินใจเกิดขึ้นด้วยกระดาษกับปากกาบนโต๊ะกินข้าว ไม่ใช่ที่คูหาหย่อนบัตรเลือกตั้ง (เพราะที่ออริกอนไม่มี) หรืออย่างอุ้มคือลงคะแนนเสียงบนเคาน์เตอร์ในครัว เสร็จแล้วใส่ซอง เซ็นชื่อกำกับ หนีบไว้ที่ตู้หน้าบ้าน วันรุ่งขึ้นคุณบุรุษไปรษณีย์ก็มาเก็บไป

เป็นความรู้สึกที่แปลกๆ ดีค่ะ คือถึงแม้ในใจจะคิดว่าเออก็ง่ายๆ ดีนะ แต่ตอนเอาปากกาฝนลงไป ก็มีความตื่นเต้นเพราะรู้ว่านี่คือเรื่องใหญ่แบบจะเปลี่ยนชะตากรรมของประเทศ (ซึ่งจะมีผลต่อโลกด้วย)

แต่หน้าที่ของเราไม่ได้จบอยู่แค่นั้นค่ะ เพราะวันรุ่งขึ้นอุ้มก็ตามเข้าไปในเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบสถานะใบลงคะแนนเสียงของตัวเอง แล้วก็เห็นในระบบว่าเขาได้รับ Ballot ของอุ้มแล้ว และมันจะถูกนำไปนับคะแนน ทำให้หายห่วงไปได้เปลาะหนึ่ง

อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน

ตั้งแต่อุ้มได้เป็นพลเมืองของอเมริกาเมื่อเกือบ 5 ปีก่อน (แต่ก็ยังเป็นพลเมืองไทยอยู่ด้วยนะคะ เพราะอเมริกาและไทยอนุญาตให้ถือได้ทั้งสองสัญชาติพร้อมกัน) ความรับผิดชอบที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ เรียนรู้เรื่องระบบการเมืองและระบบเลือกตั้ง คือไม่ได้มีใครมาบังคับนะคะ เนิร์ดเอง คนอื่นไม่รู้เป็นเหมือนกันหรือเปล่า

อุ้มเข้ารับสาบานตนหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้รับเลือกแล้ว เพราะฉะนั้น จึงพลาดการโหวตครั้งนั้นไป แต่ไม่พลาดการใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การเมืองการปกครอง (หรืออันที่จริงต้องเรียกว่าไม่ปกครอง) ที่ล้มเหลวและสับสนที่สุด ตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ใครมาบอกว่านี่คือประธานาธิบดีที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา จะหลับตาพยักหน้า แล้วไม่เถียงเลยแม้แต่คำเดียว

อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน
อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน

ดังนั้น เมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดี ค.ศ. 2020 ใกล้เข้ามา อุ้มเลยเริ่มหาข้อมูลตั้งแต่ว่าใครจะมาลงสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตบ้าง แล้วก็สนใจ กมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) มาตั้งแต่ต้น (จริงๆ เจ้าตัวบอกให้ออกเสียงว่า คัมมาลา นะคะ แต่อุ้มเรียกกมลาอย่างที่เราคุ้นเคยก็แล้วกัน) หาหนังสือ The Truths We Hold ที่เขาเขียนมาอ่านจนค่อนข้างแน่ใจว่านี่คือคนที่มีประวัติการทำงานและความคิดสอดคล้องกับความเชื่อของเรา เริ่มบริจาคเงินสนับสนุนแคมเปญของเขา เอา Yard Sign มาปักหน้าบ้าน ตามดู Democratic Primary Debate ทุกครั้ง ได้ฟังผู้สมัครคนอื่นๆ ไปด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องมีอันอกหัก เพราะกมลาตัดสินใจจบแคมเปญ ถอนตัวไปก่อน

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อุ้มหยุดตามการเลือกตั้งต่อนะคะ (คือไม่ใช่แบบ ชิ คนที่ฉันเชียร์แพ้ไปแล้ว ฉันเลิกตาม) หลังจากที่พรรคเดโมแครตสรุปเสนอ โจ ไบเดน (Joe Biden) เป็นผู้สมัคร อุ้มก็พยายามหานโยบายอ่าน เพราะทีแรกไม่ได้ชอบลุงแกมากเป็นพิเศษ จนกระทั่งได้มาตามดู Democratic National Convention ทั้ง 4 วัน ถึงได้เข้าใจว่านี่คือคนชั้นกลางอย่างเราๆ ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการทำงานรับใช้ประเทศชาติมาเกือบ 5 ทศวรรษ มีความห่วงใยและแผนการที่ชัดเจนในประเด็นสำคัญ อย่างเช่น COVID-19 เศรษฐกิจ โลกร้อน สวัสดิการสังคม และเป็นคนที่ทุกคนรอบตัวพูดตรงกัน ว่ามีความรักในเพื่อนมนุษย์ ทำงานได้กับคนทุกฝ่าย และพูดจริงทำจริง คือพูดง่ายๆ คือเป็นคนดีไว้ใจได้นั่นเอง

ซึ่งต่างกันลิบลับกับประธานาธิบดีประสาทหลอน ที่อ้าปากทีไรต้องมีเรื่องโกหกหลอกลวงปนเปื้อนมาทำให้คนเดือดร้อนมันทุกที เพราะฉะนั้น การตัดสินใจจะเลือกโจ ไบเดน สำหรับอุ้ม ก็มีเหตุผลและมีความหวังต่ออนาคตที่ดีกว่า คือไม่ได้หลับหูหลับตาเลือกเพียงเพราะเป็น “ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ทรัมป์” อย่างที่เคยได้ยินหลายคนพูด

แล้วลุงโจแกยังมาเลือกกมลาเป็นคู่ชิงรองประธานาธิบดีอี๊ก! ป้ายหน้าบ้านก็เลยเปลี่ยนเป็นแบบนี้

อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน

อุ้มเองคงเหมือนประชาชนในเมืองใหญ่จำนวนมากของอเมริกา ที่อดทนข่มกลั้น พยายามทำความเข้าใจ (แต่สุดท้ายก็ยังไม่เข้าใจ) คนอีกครึ่งหนึ่งของอเมริกา (ที่ส่วนใหญ่อยู่ใน Rural Area) ที่ยังคงหลับหูหลับตาเชื่อทุกประโยคที่ทรัมป์พ่นออกมาทางสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกล่าวเท็จต่อระบบลงคะแนนเสียงล่วงหน้าทางไปรษณีย์ ที่เขาทำกันมาอย่างปลอดภัยตลอดหลายสิบปี ได้เห็นความพยายามเฮือกสุดท้ายที่จะลดงบประมาณของหน่วยงานไปรษณีย์อเมริกา การรีบแต่งตั้ง เอมี่ โคนีย์ แบร์เร็ต (Amy Coney Barrett) เพื่อสร้างคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในศาลฎีกา เพราะรู้ว่าคนที่สนับสนุนเดโมแครตนั้น มีแนวโน้มที่จะไม่เสี่ยงออกจากบ้านไปเลือกตั้งในสถานการณ์ COVID-19 ระบาดรุนแรงแบบนี้

แต่พฤติกรรมไร้ความรับผิดชอบแบบนั้นไม่ได้บรรลุผลอะไร และสุดท้ายก็กลับมาทำร้ายตัวทรัมป์และผู้สนับสนุนทั้งหลายในที่สุด

อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน

วันนี้ มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในอเมริกาสูงที่สุดในโลกติดต่อกันมาหลายวัน (วันละแสนกว่าราย) คือสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มมีการระบาด และ The Associated Press รายงานว่า 93 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้ออยู่ในเมืองที่เลือกโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งสิ้น

และการยุยงยืนยันให้ผู้สนับสนุนของตัวเองออกไปโหวตที่หน่วยเลือกตั้งเท่านั้น ห้ามโหวตทางไปรษณีย์ ก็ทำให้รายงานผลการเลือกตั้ง ค่อยๆ พลิกแดงเป็นน้ำเงินไปทีละรัฐสองรัฐ โดยมีโดนัลด์ ทรัมป์ และสมุนทั้งหลายออกมาฟาดหัวฟาดหางให้เห็นเป็นระยะ

ทีแรกอุ้มก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าเขานับคะแนนเสียงคนที่มาโหวตด้วยตัวเองก่อน แล้วค่อยนับคะแนนเสียงโหวตทางไปรษณีย์ทีหลัง คืนวันเลือกตั้ง เห็นแผนที่อเมริกาเป็นสีแดงเถือกไม่ต่างจาก ค.ศ. 2016 แล้ว อุ้มถึงกับกอดลูก นอนกุมมือสามีหลับไปด้วยความกลัวแบบจับขั้วหัวใจ

วันรุ่งขึ้นสะดุ้งตื่นขึ้นมาตอนตี 5 รีบคว้าโทรศัพท์มาเช็ก ค่อยเริ่มใจชื้นขึ้นมาบ้าง สีแดงเริ่มจางกลายเป็นสีฟ้าอ่อน CNN ก็วิเคราะห์อยู่นั่น ว่าไบเดนต้องพลิกรัฐไหนกลับมาเป็นสีน้ำเงินบ้างถึงจะชนะ ตลอดสองสามวัน บทสนทนาในบ้านและกับเพื่อนๆ นี่ไม่มีอะไรอย่างอื่นนอกไปจากผลเลือกตั้งเลยค่ะ คือถึงขั้นต้องบอกลูกว่า ช่วงนี้คุณแม่จะงงๆ หน่อยนะลูก แล้วจ้อง CNN ต่อไป ไม่เคยดูอะไรมาราธอน 3 วัน 4 คืนรวดแบบนี้มาก่อนเลย คือวันๆ เห็นหน้าผู้ประกาศมากกว่าสามี ตอนนี้ท่องได้แล้วว่าเมืองไหนอยู่ใน County ไหน ฮ่าๆ

อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน
อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน
อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน

แล้วสุดท้ายความเชื่อในความถูกต้องก็มีกำลังเหนือกว่า! เช้าวันเสาร์อุ้มตื่นขึ้นมาแบบยังไม่รู้ผลที่แน่นอน แต่พอตอนสายๆ ละสายตาจากจอ เดินไปเล่นกับลูกประเดี๋ยวเดียว แมสเสจในโทรศัพท์ก็ดังถี่ๆ มีแต่ข้อความว่า เราชนะแล้ว! ไบเดนได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป! กมลาคือผู้หญิง (และผู้หญิงผิวสี) คนแรกที่ได้รับเลือกในตำแหน่งสูงขนาดนั้น! และสถิติผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา!

อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน

คือโดนัลด์ ทรัมป์ เองก็ได้คะแนนเสียงสูงกว่าตอนที่ชนะคราวที่แล้วนะคะ แต่ว่า… คนที่เลือกไบเดน / กมลา ยิ่งมีมากกว่าเกือบ 5 ล้าน! คะแนนเสียงของไบเดนนั้นเห็นได้ชัดมากในแผนที่ว่ามาจากเมืองใหญ่ในแต่ละรัฐ และมีผลมากขนาด Flip (หรืออาจจะ Flip) รัฐที่เป็นฐานเสียงสำคัญของริพับลิกันในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว อย่างวิสคอนซิน มิชิแกน เพนซิลเวเนีย จอร์เจีย และอาจจะรวมถึงแอริโซนาด้วย

อินไซต์ของไทย-อเมริกันชนในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเปลี่ยนชะตากรรมสหรัฐฯ, การเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปี 2020, โจ ไบเดน

โล่งอกบอกไม่ถูกเลยค่ะ แถวบ้านอุ้มไม่ได้มีคนออกมาฉลองกัน แต่เห็นภาพคนในเมืองอื่นๆ ออกมารวมตัว โห่ร้องดีใจ เปิดแชมเปญ เต้นระบำกันก็รู้สึกเบิกบานไปด้วย ยิ่งได้ดู Victory Speech หรือสุนทรพจน์รับชัยชนะของกมลาและไบเดนเมื่อคืนวันเสาร์ ก็ยิ่งใจชื้นว่าจากนี้ ถึงแม้จะยังมีอุปสรรค มีความยากลำบากรออยู่ข้างหน้า แต่ว่าการเมืองและการบริหารประเทศจะอยู่ในมือของคนที่ตั้งใจและมีความสามารถที่จะมาทำงาน เสียงนกเสียงกาของผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมไม่ต่างจากเด็กอนุบาลยามงอแงไม่ได้ของเล่น เราก็หายใจลึกๆ แล้วปล่อยผ่าน มองไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมีความหวัง

เหมือนกับที่ เอลลา เบเกอร์ (Ella Baker) นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนคนสำคัญเคยพูดไว้ว่า “Give light and people will find the way.” จงมอบแสงสว่าง แล้วมวลชนจะพบหนทางไป

เรากำลังเดินตามแสงสว่างนั้นไปด้วยกันค่ะ

Writer & Photographer

Avatar

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

คุณ-ภาพ-ชี-วิต

อุ้ม-สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอท ชวนคิดอย่างคนพอร์ตแลนด์

ของเล่นอะไรที่มีผู้ใหญ่เล่นมากพอๆ กับเด็ก

ของเล่นอะไรที่มีความเป็นไปได้ในการเล่นมากที่สุดในโลก

ของเล่นอะไรที่มีคนนำไปต่อยอดทีไรก็ประสบความสำเร็จไปหมด ทั้งเกม หนัง สวนสนุก งานศิลปะ หนังสือ รายการโทรทัศน์ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ งานมหกรรม หรือแม้แต่ร้านแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนมือสองของของเล่นอมตะยี่ห้อนี้

ค่ะ… อุ้มกำลังพูดถึงตัวต่อพลาสติกชิ้นเหลี่ยมๆ เล็กๆ สีสันสดใสที่เรียกว่า ‘เลโก้’ (LEGO)

อุ้มไม่ได้โตขึ้นมาด้วยการเล่นเลโก้หรอกค่ะ บ้านอยู่ปากน้ำ ห้างอะไรก็ไม่มี ว่างก็เล่นหม้อข้าวหม้อแกง ตั้งเต หมากเก็บ ปีนต้นมะม่วงอะไรไปตามเรื่อง จนโตมามีลูก แล้วก็มาอยู่ที่อเมริกานี่แหละ ถึงได้มาเล่นเลโก้จริงจังและได้รู้ว่าคนที่นี่เขาโตมากับเลโก้ บ้านหนึ่งอย่างน้อยก็ต้องมีเลโก้เป็นลัง ทั้งที่ซื้อใหม่ให้ลูกหรือตกทอดมาจากพ่อแม่ ญาติโยม เพื่อนบ้าน รวมทั้งที่ได้มาเป็นของขวัญ คือถ้าจะไปงานวันเกิดแล้วนึกอะไรไม่ออก ซื้อเลโก้ไว้ยังไงก็รอดค่ะ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.lego.com
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.catawiki.com

แต่เชื่อไหมคะว่ากว่าจะกลายมาเป็นของเล่นยอดฮิตอายุเกือบศตวรรษ มียอดขายปีละหลายหมื่นล้านชิ้น (ทุกหนึ่งนาทีจะมีเลโก้ผลิตออกมามากกว่าหนึ่งแสนชิ้น!) เลโก้เริ่มต้นจากช่างไม้หนึ่งคน และโดนไฟเผาโรงงานวอดวายไป 3 หน คุณ-ภาพ-ชี-วิต ตอนนี้ มีเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับเลโก้มาเล่าให้ฟังค่ะ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.hotfootdesign.co.uk

เมื่อ ค.ศ.1891 โอเล เคิร์ก คริสเตียนเซน (Ole Kirk Christiansen) เกิดมาในครอบครัวยากจนในประเทศเดนมาร์ก เขาเรียนจนจบมัธยมปลาย แล้วไปฝึกงานเป็นช่างไม้อยู่ที่เยอรมันนาน 5 ปี ก่อนจะกลับเมืองบิลลุนด์ (Billund) บ้านเกิด แล้วซื้อโรงไม้เล็กๆ พร้อมกับแต่งงานจนมีลูกชาย 4 คน เคราะห์ร้ายภรรยามาเสียชีวิตตอนคลอดลูกคนสุดท้อง ทิ้งให้โอเลเป็นพ่อม่ายเลี้ยงลูกสี่เพียงลำพัง แต่ไม่เท่านั้น ค.ศ. 1924 ลูกชายคนที่ 2 กับ 3 จุดไฟเผาเศษไม้เล่นในโรงไม้ของพ่อ แต่ไฟกลับลุกลามเผาทั้งโรงงานและบ้านไปจนหมดสิ้น

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.history.com

แทนที่โอเลจะสิ้นหวัง เขากลับวางแผนสร้างทั้งบ้านและโรงงานใหม่ แล้วเริ่มต้นทำของใช้ในบ้านชิ้นเล็กๆ อย่างกระดานรีดผ้า บันได ม้าไม้นั่งรีดนมวัว และของเล่น โชคไม่เข้าข้าง เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ช่วงตกต่ำใน ค.ศ. 1930 โอเลถึงขั้นล้มละลาย แต่เขาไม่ถอดใจ กลับฮึดสู้เพราะมองเห็นว่าในบรรดาสิ่งที่ทำขายทั้งหมด ของเล่นไม้นั้นขายดีที่สุด เขาจึงตัดสินใจเลิกทำอย่างอื่น เน้นแต่ทำของเล่นไม้เบิร์ชทาสีใส่กล่องสวยงาม

แม้เริ่มแรกจะยังขายไม่ดี แต่ด้วยความสู้ไม่ถอยและกำลังเสริมของก็อดเฟร็ด (Godtfred) ลูกชายคนที่ 3 (คนเดียวกับที่จุดไฟเผาบ้านเมื่อตอนเด็ก) สุดท้ายคนก็เริ่มยอมรับในคุณภาพสินค้า ยอดขายและชื่อเสียงของโอเลเริ่มดีขึ้น ทำให้เขาตั้งปณิธาณตั้งแต่วันนั้นว่า ‘Only the best is worthy’ มีแต่ของดีที่สุดเท่านั้นที่คู่ควรกับการผลิตออกมาขาย

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.history.com

เมื่อธุรกิจเริ่มไปได้ดี โอเลก็มีไอเดียจะตั้งชื่อโรงงาน เขาให้ลูกน้องเสนอชื่อประกวด ใครชนะจะได้ไวน์บ่มเองขวดหนึ่งเป็นรางวัล รู้ไหมคะว่าใครได้ไวน์ขวดนั้นไป… คนจัดประกวดคือคุณโอเลนั่นเอง (โถ ลูกน้องเซ็งแย่) ชื่อที่เขาเลือกคือ ‘LEGO’ ซึ่งมาจากคำเดนิช legt godt ซึ่งแปลว่า ‘เล่นสนุก’ ของเล่นที่ขายดีสุดในตอนนั้นคือเป็ดติดล้อเอาไว้ลาก อ้าปากส่งเสียงก้าบๆ มีตราเลโก้ ซึ่งเดี๋ยวนี้กลายเป็นของสะสมหายากชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.brothers-brick.com

ชีวิตเหมือนจะดีอยู่แล้วเชียว แต่จักรวาลไม่ยอมให้คุณโอเลสุขสบายไปได้ง่ายๆ เลยส่งไฟมาเผาโรงงานเรียบวุธไปเป็นรอบที่ 2 แต่คราวนี้คุณโอเลแกมีวิชาอยู่กับตัว เลยลุกขึ้นได้เร็วกว่าเก่า สร้างโรงงานใหม่ใหญ่กว่าเดิมเสียอีก แล้วไปซื้อเครื่องฉีดพลาสติกเข้าแม่พิมพ์มาเป็นเครื่องแรกของเดนมาร์ก ทีแรกแกลองปั๊มตัวต่อแบบที่ไปเห็นจากของเล่นอังกฤษยี่ห้อ Kiddicraft ออกมาขาย 

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : gigazine.net
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.flickr.com/photos/ltdemartinet

แต่สิ่งที่มาทำให้เลโก้เริ่มขายดีระเบิดระเบ้อ ก็คือการที่คุณก็อดเฟร็ดไปงานแสดงของเล่นที่อังกฤษ แล้วได้ยินพ่อค้ารายหนึ่งบ่นว่าของเล่นที่มีอยู่ในตลาดตอนนั้น ไม่มีอะไรที่เป็น ‘System’ คือซื้อชุดใหม่แล้วเอามาเล่นต่อกับชุดเก่าได้เลย ทุกอย่างคนทำคิดวิธีการเล่นมาให้เบ็ดเสร็จ เล่นจบในตัวเองหมด

คุณก็อดเฟร็ดเลยได้ไอเดีย กลับมาเดนมาร์กแล้วออกชุดตัวต่อพลาสติกที่เป็นบ้าน ให้เด็กได้จินตนาการเล่นเอง นับเป็นเลโก้เซ็ตแรกที่ยังส่งผลมาถึงเลโก้จนถึงปัจจุบัน

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.inverso.pt
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.inverso.pt
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : brickfetish.com

ไม่แค่นั้นค่ะ คุณก็อดเฟร็ดสังเกตว่าลูกชายเล่นตัวต่อเลโก้แล้วบ่นว่าหลุดง่าย แกเลยไปนั่งคิดๆๆๆ จนได้แบบตัวต่อใหม่ที่มีรูกลวงด้านล่างเพื่อยึดปุ่มด้านบน แบบนี้ทำให้ตัวต่อยึดติดกันแน่น แต่ก็แกะง่ายด้วย ค.ศ. 1958 คุณก็อดเฟร็ดเลยจดสิทธิบัตรระบบ Stud-and-tube Coupling นี้ แล้วตั้งชื่อว่า Automatic Binding Lego Bricks เป็นที่มาว่าทำไมคนถึงเรียกตัวต่อเลโก้ว่า Bricks ไงล่ะคะ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.smithsonianmag.com

ได้ลิขสิทธิ์แล้วควรจะฉลอง แต่ปีเดียวกันนั้น คุณโอเลกลับมาจากไปด้วยอาการหัวใจวาย แถมปีต่อมา โรงงานฝั่งที่ยังผลิตของเล่นไม้ก็ถูกฟ้าผ่าไฟไหม้จนหมดสิ้น (ครอบครัวนี้มีอะไรกับไฟกันนะ) เป็นอันปิดฉากเลโก้ยุคแรกเริ่ม กลายมาเป็นเลโก้ยุคของคุณก็อดเฟร็ดที่ผลิตแต่ตัวต่อพลาสติกนับแต่นั้นมา

อุ้มเชื่อว่าคนที่เล่นเลโก้คงรู้สึกเหมือนกันว่า การเอา Bricks มาประกบกันแล้วมันติดหนึบเนี้ยบกริ๊บ ช่างเป็นความรู้สึกที่ฟินอย่างบอกไม่ถูก แล้วถ้าใครได้ดู Lego Movies คงนึกออกว่าคนต่อเลโก้นี่มี 2 จำพวก คือพวก Master Builder เนรมิตอะไรก็ได้ขึ้นมาจากกอง Bricks กับพวกต่อตามคู่มือ อุ้มนี่รักคู่มือหมดใจเลยค่ะ เพราะชีวิตมันยุ่งเหยิงมากพออยู่แล้ว การได้ต่อตามรูปไปเรื่อยๆ มันมีความสุขได้อย่างประหลาดจริงๆ (เคยฟังสัมภาษณ์ผู้กำกับ Southpark ก็พูดเหมือนกันเลย)

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.mentalfloss.com

อุ้มไปรู้มาว่า มีศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ชาวเดนมาร์กคนหนึ่ง ชื่อ โซเรน ไอเลอร์ (Soren Eilers) เขาพยายามคำนวณว่า เลโก้ 2 x 4 จำนวน 6 ชิ้น จะต่อกันได้กี่แบบ ได้ยินคำตอบแล้วอาจจะหงายท้องไปเลย… 915,104,765 แบบค่ะ! นี่ยังไม่นับว่าเลโก้มีทั้งหมด 2,350 แบบ 52 สี คือพูดง่ายๆ ว่า ความเป็นไปได้ในการต่อนั้นไม่จบไม่สิ้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่เลโก้กลายเป็นของเล่นที่ทุกคนยอมรับว่าส่งเสริมจินตนาการมากที่สุดในโลก

สิ่งที่คุณโอเลเองเพิ่งมารู้ภายหลังจากตั้งชื่อบริษัทแล้วก็คือ คำว่า legt godt นั้น ในภาษาละติน แปลว่า ‘ฉันประกอบ’ (I put together.) ด้วย ราวกับจะรู้ล่วงหน้าว่าต่อไป คนครึ่งโลกจะเอาตัวต่อที่เขาทำขึ้นมาประกอบต่อยอดเป็นอะไรได้อีกมหาศาลเกินกว่าที่เลโก้เองจะคาดคิดเสียอีก

มาดูกันไหมคะว่ามีอะไรที่เลโก้ไม่ได้คิด แต่มีคนทำ ทั้งน่าทึ่ง น่านิยม น่าชื่นชม และน่าปรบมือให้ในโลกนี้บ้าง

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.youtube.com

นาธาน ซาวายะ (Nathan Sawaya

อดีตทนายความที่กลายมาเป็นศิลปินเลโก้ที่อุ้มว่าดังและน่าสนใจที่สุด อุ้มเคยไปดูนิทรรศการเขาครั้งหนึ่ง โอ้โห ไม่รู้ทำได้ยังไงค่ะ แต่ละชิ้นใหญ่ยักษ์ ไม่มีแบบด้วย ต่อไปเรื่อยๆ จากภาพในหัว คือโลกนี้มีคนแบบนี้ไม่กี่คนค่ะบอกได้เลย

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ

อดัม รีด ทักเกอร์ (Adam Reed Tucker) 

สถาปนิกที่สร้างตึกจำลองจากเลโก้เล่นเอง (คือเล่นของเขานี่ก็ไม่ใช่เล่นๆ นะคะ) จนได้มาเป็นคนดีไซน์ Lego Architecture ทั้งหมด เข้าไปฟังสัมภาษณ์อดัมได้ที่นี่ค่ะ

เดวิด พาคาโน (David Pagano) 

คนนี้ทำ Lego Stopmotion เป็นเรื่องเป็นราวมายี่สิบกว่าปีแล้วค่ะ ช่องเขาชื่อ Paganomation สนุกมั่งไม่สนุกมั่ง แต่ดูแล้วขอก้มหัวให้ในความทำจริงทำจังต่อเนื่องมาตลอดสองทศวรรษ

Lego for the blind 

โครงการแปลวิธีต่อเลโก้เป็นคู่มือเสียงที่ชายหนุ่มตาบอด แมทธิว ชิฟริน (Matthew Shifrin) ทำขึ้นมาเองกับพี่เลี้ยงของเขา โดยหวังว่าจะช่วยให้คนตาบอดได้มีโอกาสต่อเลโก้โดยไม่ต้องพึ่งคนตาดี สิ่งที่น่ารักก็คือโครงการนี้ทำให้เลโก้เอาไปคิดต่อและหวังว่าจะออกคู่มือสำหรับคนตาบอดอย่างเป็นทางการได้ในไม่ช้านี้ เข้าไปฟังแมทธิวเล่าเรื่องของเขาได้ที่ Ted Talk เลยค่ะ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : thebrickblogger.com

Lego Build-In-The-Bag 

ต่อเลโก้แบบไม่แกะถุง! เออ เอากะเขาสิ มันฮิตมากด้วยนะคะ โดยเฉพาะตามงาน LEGO Convention ต้องมีแข่งต่อเลโก้แบบยังอยู่ในถุงพลาสติก ใครอยากลองดูเขาบอกว่าให้เลือกเซ็ตที่เป็นชิ้นเล็กๆ และชิ้นส่วนทั้งหมดอยู่ในถุงเดียว อุ้มยังไม่เคยลองแต่คิดว่าคงสนุกและอยากฉีกถุงให้รู้แล้วรู้รอดไปตั้งแต่ 5 นาทีแรก ฮ่าๆ

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.geekwire.com
ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : www.geekwire.com

Lego Masters 

รายการแข่งต่อเลโก้ที่สนุกมากๆๆๆ ทางช่อง FOX คนคิดรายการเก่งสุดๆ เลยค่ะ ธีมแต่ละครั้งก็อย่างเช่น ให้ต่อสวนสนุก ต่อซีนจากหนัง ต่อสะพานที่รับน้ำหนักได้มากที่สุด ต่อเรื่องจากนิทาน หรือต่ออะไรก็ได้แล้วให้พิธีกรเอาไม้เบสบอลฟาดให้แหลกละเอียด! ทีมรองแชมป์มาจากพอร์ตแลนด์ด้วย บ้านอุ้มเลยยิ่งอินเข้าไปใหญ่ ตอนนี้เข้าไปดูได้ฟรีแล้วด้วยค่ะ อย่าพลาดเลยเชียว

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : bricksandminifigs.com

Bricks & Minifigs 

ร้านขายเลโก้มือสองที่มี Bricks กองเป็นกระบะๆ ให้คนมาคุ้ยหาชิ้นที่ตัวเองขาดไป หรือจะมาซื้อ Bricks เอาไปเติมใส่กระบะที่บ้านก็จ่ายเงินตามขนาดกระปุกพลาสติก นอกจากนี้ยังมีเลโก้รุ่นสะสมเพียบเลย อุ้มแวะไปทีไรเห็นคนเต็มร้านทุกที มีทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ร้านเป็นแฟรนไชส์ด้วยนะคะ เผื่อใครสนใจอยากซื้อลิขสิทธิ์เอาไปเปิดที่เมืองไทยบ้าง

ชวนรู้จัก LEGO ของเล่นอมตะอายุเกือบร้อยปีที่เอาไปต่อยอดเป็นอะไรก็ประสบความสำเร็จ
ภาพ : time.com

สุดท้ายคือฝันที่เป็นจริงของทายาทรุ่นสาม เคลด์ คริสเตียนเซน (Kjeld Kristiansen) หลานของคุณโอเลเอง มันคือ Lego House หรือ ‘บ้าน’ ของเลโก้ที่ตั้งอยู่ตรงตำแหน่งของบ้านและโรงไม้หลังแรกของคุณโอเลที่เมืองบิลลุนด์ค่ะ ที่นี่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และทุกสิ่งทุกอย่างที่เลโก้พึงจะเป็น ออกแบบโดยสถาปนิกดาวรุ่ง บียาร์ก อิงเกลส์ (Bjarke Ingels) ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของเลโก้ด้วย 

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าจากวันแรกที่คุณโอเลเริ่มทำของเล่นเมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว วันนี้มันกลับกลายเป็นมากกว่าแค่ของเล่น แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่สร้างขึ้นจากสมองและสองมือของมนุษย์เรานี่เอง

Writer

Avatar

สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท

อดีตนักแสดงและพิธีกร จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย้ายมาเป็นพลเมืองพอร์ตแลนด์ ออริกอน ตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูกสองของน้องเมตตาและน้องอนีคา เธอยังสนุกกับงานเขียนและแปลหนังสือ รวมทั้งเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในเมืองนอกกระแสที่ชื่อพอร์ตแลนด์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load