ยินดีต้อนรับจอมยุทธ์หน้าใหม่แห่งวงการกาแฟ

2 ปีที่ผ่านมา พวกคุณคงผ่านความยากลำบากจากวิกฤตโรคระบาดมามาก บ้างออกจากงานเดิม บ้างเริ่มต้นงานใหม่ เดี๋ยวใช้ชีวิตนอกบ้าน เดี๋ยวกลับเข้าไปในบ้าน พฤติกรรมการบริโภคก็เปลี่ยนไวดั่งสายน้ำ เทคโนโลยีก็รุดหน้าจนตามแทบไม่ทัน คงไม่ต้องสาวความให้ยาวยืดไปกว่านี้ ว่ายุคสมัยนี้ปั่นป่วนมากเพียงไร

สำหรับผู้ท้าทาย นี่คือคัมภีร์ 15 ข้อโดยเหล่าตองอูแห่งวงการกาแฟ นำโดย กุ้ง-วรงค์ ชลานุชพงศ์ จาก NANA Coffee Roasters, เต้-วรัตต์ วิจิตรวาทการ จาก Roots และ ลี-อายุ จือปา จาก Akha Ama Coffee ที่ผนึกกำลังกันแนะนำให้พวกคุณเอาตัวรอดได้แบบมีกาแฟเป็นอาวุธ

ย้ำ นี่ไม่ใช่คัมภีร์ที่จะปลุกปั้นให้คุณเป็นหนึ่งในยุทธภพ แต่รับรองว่าจะหยัดยืนในยุทธจักรนี้ได้อย่างแข็งแกร่งไปอีกนาน

คัมภีร์ 15 ข้อต้องรู้ ก่อนเปิดร้านกาแฟใน พ.ศ. นี้แบบพร้อมรับทุกแรงกระแทก

กระบวนท่าที่ 1
ต้องรู้ว่าทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร

สิ่งที่สำคัญที่สุดอันดับแรก คือต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมคุณถึงอยากเปิดร้าน เพราะนอกจากตัวคุณเองจะเข้าใจแล้ว ยังทำให้ธุรกิจนี้ยืนระยะได้ยาว บางคนอาจอยากเปิดร้านเพราะความสนุก เป็นพื้นที่ต้อนรับเพื่อนฝูง แบ่งปันความชอบของตัวเอง บางคนอยากเปิดร้านเพื่อหารายได้ หล่อเลี้ยงชีวิต ใช้ความตั้งใจนี้เป็นเข็มทิศในการทำร้าน เพื่อให้ทำได้โดยไม่หลงทางไปเสียก่อน ซึ่งสำคัญมากในยามที่ต้องตัดสินใจ เช่น ควรเปิดร้านต่อไปไหม ควรย้ายที่ไหม หรือควรลงทุนเพิ่มเท่าไร การรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร จะช่วยหาคำตอบตอนยากลำบากหรือไม่แน่ใจได้

หากปราศจากเข็มทิศแล้ว อาจทำให้ตัวคุณเองท้อแท้ อยากจะเลิกกลางคัน ทั้งที่เริ่มต้นมาอย่างเปี่ยมไปด้วยความฝัน

คัมภีร์ 15 ข้อต้องรู้ ก่อนเปิดร้านกาแฟใน พ.ศ. นี้แบบพร้อมรับทุกแรงกระแทก

กระบวนท่าที่ 2
ทำให้อิ่มเอม ไม่ใช่แค่อิ่มรส

ลองเปลี่ยนมุมมองว่า กาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่มที่เอาไว้เสิร์ฟ แต่ทุกแก้วคือการนำเสนอความพิเศษที่มากกว่านั้น ไม่เพียงบอกว่ามีรสเปรี้ยว มีรสผลไม้ มีกลิ่นหอมยังไง แต่กาแฟแก้วนี้จะทำให้สัมผัสได้ถึงรสชาติของชีวิตคน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

โปรดอย่าลืมว่ากาแฟ 1 เมล็ดที่บาริสต้าบดชงให้ดื่ม ผ่านมือคนเบื้องหลังมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 คน ตั้งแต่คนแบกกาแฟลงมาจากยอดเขา จนถึงคนชงกาแฟให้เราดื่ม นั่นแปลว่าคุณค่าเหล่านี้ไม่ควรถูกมองข้าม หากทำให้ลูกค้าอิ่มเอมไปพร้อม ๆ กับอิ่มรสได้ เช่น ค้นพบว่ากาแฟแก้วนี้เป็นผลผลิตจากป่าที่มีความหลากหลาย ส่งเสริมให้ธรรมชาติยังคงอยู่และสร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่นไปพร้อมกัน กาแฟก็จะกลายเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการศึกษา หรือปัญหาสังคมในมิติอื่น ๆ ที่กว้างขึ้น

การคัดเลือกเมล็ดกาแฟที่ใช้เสิร์ฟในร้านให้มีจุดเด่นชัดเจนก็ส่วนหนึ่ง แต่กาแฟตัวเดียวอาจชงแล้วมีรสชาติเหมือนกันหมด คุณค่าและการนำเสนอ ณ เวลานั้นต่างหากที่จะทำให้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

กระบวนท่าที่ 3
มีแผนกิจการที่ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ได้

หลายคนที่ยังยึดติดกับความสำเร็จในอดีตหรือวิธีการเดิม ๆ อาจใช้ไม่ได้ในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน วันดีคืนดีจะมีวิกฤตโรคระบาดเกิดขึ้นก็เกิด หากปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ไม่ได้ นอกจากจะรับมือไม่ไหวแล้ว ยังทำให้มองไม่รอบด้าน การเรียนรู้สิ่งใหม่จะทำให้เราอยู่รอด โลกในวันพรุ่งนี้จะไม่มีทางกลับไปเหมือนก่อนโรคโควิด-19 ระบาดอีกแล้ว และใช่ว่าคัมภีร์ 15 ข้อนี้จะอยู่ยงคงกระพันตลอดไป

แน่นอนว่าการตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริงเพื่อก้าวไปให้ถึงเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเกิดความผิดพลาดก็ต้องหาวิธีแก้ไขปัญหา เช่นเดียวกับการเช็กกระแสตอบรับของลูกค้าอยู่เสมอว่าอะไรขายได้ ส่วนอะไรที่ขายไม่ดีก็ต้องกลับมาพิจารณาว่าเป็นเพราะอะไร และบางครั้งก็ต้องยอมปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาให้ดีขึ้น

คัมภีร์ 15 ข้อต้องรู้ ก่อนเปิดร้านกาแฟใน พ.ศ. นี้แบบพร้อมรับทุกแรงกระแทก

กระบวนท่าที่ 4
ชอบเรื่องกาแฟ

สำหรับคนที่อยากเป็นเจ้านายตัวเอง อยากเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟ สิ่งที่คุณไม่มีไม่ได้ คือ ‘ความชอบ’

ไม่ต้องถึงขนาดเป็นแฟนพันธุ์แท้ แต่คุณจะต้องสนใจกาแฟบ้าง ต้องดื่มให้เป็น และมีความรู้พกติดตัวไว้ระดับหนึ่ง เพื่อให้รู้ว่ารสชาติกาแฟวันนี้แปลกไปเพราะสาเหตุใด แบบไหนที่เรียกว่าเปรี้ยวอย่างมีคุณภาพ ควรตรวจเช็กและทำความสะอาดเครื่องมืออย่างถูกต้อง คิดเสียว่าอย่างน้อยเวลามีพนักงานใหม่เข้ามา คุณก็สอนให้เขาเป็นงานได้

ปัจจุบันวงการกาแฟพิเศษไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาก มาตรฐานของคุณภาพเมล็ดก็สูงขึ้นตาม และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วที่มากขึ้น ถ้าคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสาร หรือไม่มีใจรักจริง ก็อาจจะต้องทบทวนตัวเองใหม่อีกครั้ง

กระบวนท่าที่ 5
ชอบเรื่องคน

ข้อนี้อาจดูเหมือนไม่เข้าพวก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำร้านกาแฟคือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับคน

คุณต้องดีลกับลูกค้า คุณต้องดีลกับพนักงาน คุณต้องดีลกับ Suppliers ฯลฯ เยอะแยะไปหมด ต้องพร้อมอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก และเสียสละเพื่อดูแลคนอื่นอีกมากมาย โดยเฉพาะบุคลากรในทีมที่เข้ามาร้อยพ่อพันแม่ ทุกคนอาศัยการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน คุณพร้อมแค่ไหนที่จะใช้เวลาฝึกฝน ส่งมอบคุณค่าที่คุณต้องการให้กับพวกเขา เพราะไม่มีทางที่เจ้าของร้านจะควบคุมดูแลได้ทุกอย่าง

หากคุณชอบกาแฟ แต่ไม่ชอบเรื่องคนมากนัก การทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟก็ไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยการเปิดร้านเสมอไป คุณยังทำธุรกิจอุปกรณ์กาแฟ โรงคั่ว หรือเป็นนักรีวิวก็ย่อมได้

คัมภีร์ 15 ข้อต้องรู้ ก่อนเปิดร้านกาแฟใน พ.ศ. นี้แบบพร้อมรับทุกแรงกระแทก

กระบวนท่าที่ 6
ดูแลคนฉันมิตร

ถ้าเมล็ดกาแฟผ่านกระบวนการมาอย่างดี มันก็จะออกมาดี แต่มนุษย์เราตัดต่อพันธุกรรมเหมือนกาแฟไม่ได้ คุณภาพของงานบริการไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการบังคับจิตใจ

การฝึกฝนพนักงานไม่ยากถึงขนาดทำไม่ได้ เพียงแต่คุณต้องพยายามเลือกคนที่ดูสนใจในการเรียนรู้ก่อน อยากจะพัฒนาตัวเองมากแค่ไหน มองเห็นปัญหาที่เขากำลังเผชิญ วิเคราะห์ในมุมผู้ประกอบการว่าจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง แล้วสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มกำลัง สร้างมิตรภาพที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากโอกาสทางการตลาด แต่เกิดจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

สำคัญคืออย่ามองว่าลูกทีมเป็นแค่ลูกจ้าง เพราะแบรนด์ร้านกาแฟของคุณมีค่าเท่ากับความหลงใหลและความตั้งใจของพนักงานทุกคน ต้องยอมรับว่าประสบการณ์ของลูกค้าหลักพันหลักหมื่นที่จะเข้ามาอุดหนุนคุณในอนาคต ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าของร้านเพียงคนเดียว พนักงานจะแบ่งเบาภาระบนบ่าให้คุณ เป็นผู้สื่อสารในสิ่งที่คุณอยากพูด คอยสร้างบรรยากาศ คอยควบคุมสถานการณ์ในตอนที่คุณรับบทเป็นทุกคนในร้านไม่ได้ ไม่ว่าพนักงานคนนั้น ๆ จะอยู่กับคุณแบบพาร์ตไทม์หรือฟูลไทม์ แต่เชื่อว่าหากทุกคนได้เข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ แม้วันหนึ่งพวกเขาจะลาออกไป ก็ไปพร้อมกับมิตรภาพที่หาไม่ได้อีก สิ่งที่คุณทำได้คือเป็นเพื่อน พี่ น้อง กับพวกเขา

ไม่เพียงแค่หน้าร้านเท่านั้น แต่เกษตรกรต้นน้ำ คนกลางน้ำ ก็ต้องดูแลเป็นอย่างดี การรับซื้อกาแฟทุกครั้งจะไม่ใช่แค่การซื้อมาขายเพื่อทำกำไร แต่คุณเองก็เป็นผู้สื่อสารเรื่องราวของกาแฟเมล็ดนั้น ๆ ให้กับคนดื่มด้วยเช่นกัน เมื่อทุกคนไปด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง ปัญหาเรื่องการส่งกาแฟไม่ต่อเนื่องตลอดปีก็จะหมดไป

คัมภีร์ 15 ข้อต้องรู้ ก่อนเปิดร้านกาแฟใน พ.ศ. นี้แบบพร้อมรับทุกแรงกระแทก

กระบวนท่าที่ 7
ตอบแทนพนักงานอย่างเพียงพอ

วิธีเดียวที่จะทำให้งานบริการเป็นอาชีพที่มีศักดิ์ศรีและไม่ถูกด้อยค่าในสังคม คือการจ่ายเงินให้สอดคล้องกับความสามารถ ดูแลค่าใช้จ่าย มอบสวัสดิการที่ดี มีพื้นที่ให้พนักงานพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ

เพราะการทำร้านกาแฟเป็นงานบริการที่เหนื่อยมาก ใช้เวลา 8 – 12 ชั่วโมงต่อวัน และถ้าเลือกได้คุณก็คงอยากเปิดร้านทุกวันโดยไม่มีวันหยุด การชงกาแฟเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ใต้ผิวน้ำยังมีงานอีกมากมายที่พวกเขาต้องรับผิดชอบ เช่น ต้องเป็นคนดูแลสินค้า รับของ จัดของ สั่งของเอง ต้องทำความสะอาด ถูพื้น ล้างจาน เคลียร์บ่อดักไขมัน ฯลฯ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาหน้าร้าน รับมือกับลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลาย และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีให้ลูกค้าประทับใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยทักษะที่มากกว่าการทำกาแฟอร่อยเป็นแน่

กระบวนท่าที่ 8
ทำเลไม่ใช่ทุกอย่าง

เลือกโลเคชันที่ดีคงเป็นเรื่องที่ทุกคนคำนึงเป็นอันดับต้น ๆ ขอชวนกลับมาทำความเข้าใจใหม่ก่อนว่า ความหมายของคำว่าโลเคชันที่ดีคืออะไร ทำเลติดถนนใหญ่ มีที่จอดรถพร้อมบริการก็คงใช่ แต่ยังต้องเป็น ‘The Right Location for The Right Purpose’ สถานที่แห่งนี้เหมาะสมกับสิ่งที่คุณตั้งใจจะทำหรือเปล่า

โลเคชันมีผลดีในแง่ที่ทำให้คุณเข้าถึงส่วนแบ่งทางการตลาดได้ง่ายขึ้น เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น แต่โปรดจำไว้ว่า หนึ่ง โลเคชันที่ดีมาพร้อมต้นทุนที่สูงเสมอ สอง ต้นทุนที่สูงขึ้น ก็ทำให้ต้องแข่งกับตัวเองมากขึ้นเพื่อให้ร้านอยู่รอด และการที่ลูกค้ามาถ่ายรูปแค่ครั้งเดียวแล้วไม่วนกลับมาอีกนั้นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เมื่ออยู่ตรงหน้าบาร์ โลเคชันก็ไม่ใช่นัยสำคัญอีกต่อไป

ทุกวันนี้ จะสื่อสารกันด้วยทำเลดี ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ อาจไม่เพียงพอ ความนิยมเดลิเวอรี่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ทำให้ตลาดที่ใหญ่ที่สุดอยู่บนมือถือ คุณไม่รู้ว่าร้านที่สั่งอาหารไปตั้งอยู่ตรงไหนด้วยซ้ำ ฉะนั้น การยึดติดและหวังพึ่งพาทำเลดี ๆ เพียงอย่างเดียวก็คงจะเก่าไปแล้ว

รวม 15 ข้อควรรู้สำหรับ (ว่าที่) ผู้ประกอบการ ก่อนเปิดร้านกาแฟในยุคนี้ให้รอดและยั่งยืน

กระบวนท่าที่ 9
มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ความพิเศษเฉพาะตัวจำเป็นมากในยุคที่ร้านกาแฟมีแทบทุกหัวมุมถนน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงหน้าตาของร้านเสมอไป แต่อาจรวมไปถึงความตั้งใจของคนทำที่ยากจะเลียนแบบกันได้ และทำให้คุณแตกต่างจากทุกร้าน

ไม่ได้แปลว่าต้องพยายามสร้างสิ่งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้เลย แต่สำคัญคือคุณต้องเข้าใจว่าตัวเองคือใคร ถนัดอะไร หากทำมันอย่างจริงใจ ไม่เฮโลไปตามกระแสสังคมง่าย ๆ สักวันคุณจะเป็นมือหนึ่งของเรื่องนั้นที่ลูกค้านึกถึง ไม่จมหายไปพร้อมกับชานมไข่มุกหรือขนมเปี๊ยะลาวาที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเลย เพราะคุณไม่ได้ทำเพียงเพื่อเอาใจคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่กำลังสร้างคัลเจอร์ ใช้คาแรกเตอร์ของตัวเองให้ทุกคนจดจำ

คำเตือน จินตนาการของคุณจะต้องทำได้จริงและขายได้ ถ้ามัวไปอุปโลกน์กับสิ่งที่ล่องลอย ความผิดหวังจะทำให้คุณหมดกำลังใจในไม่ช้า

กระบวนท่าที่ 10
วินัยการเงินสำคัญมาก

บางคนมองว่ามีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย แต่ไม่จริงเสมอไปในยุคที่วิกฤตไหน ๆ ก็เกิดขึ้นได้ ควรจะต้องมีกองทุนเงินฉุกเฉินเตรียมพร้อมไว้ เช่น ช่วงโควิด-19 ที่ต้องปิดร้าน บางแห่งประคองกิจการและลูกทีมได้นานถึง 6 เดือนโดยปราศจากรายได้

เจ้าของกิจการควรรู้ตัวเลขที่แท้จริงของตัวเองทั้งหมด รู้ว่าสินค้าแต่ละชิ้นมีต้นทุนเท่าไร ได้กำไร-ขาดทุนเท่าไร ค่าใช้จ่ายที่เสียไปในแต่ละเดือนใช้กับอะไรบ้าง ต้องเก็บเป็นข้อมูลสถิติอย่างดี คำนวณยอดขายขั้นต่ำเพื่อไม่ให้ขาดทุนหรือคืนทุนได้ในเวลาที่ต้องการ และขอให้อย่าคิดเข้าข้างตัวเองมากนัก

นอกเหนือจากเรื่องตัวเลข สิ่งที่ลงทุนไปภายในร้านล้วนเสื่อมโทรมลงทุกวัน อาจต้องมองถึงการลงทุนที่ต่อยอดให้งอกงามได้ อย่างการสร้างโกดังเก็บกาแฟเป็นของตัวเองแทนการเช่า ไม่เพียงเป็นการขยายธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินอีกด้วย

กระบวนท่าที่ 11
พึ่งพาเทคโนโลยีบ้าง

ผู้ประกอบการในยุคนี้ควรคำนึงถึงเทคโนโลยีให้มาก ๆ และมากขึ้นทุกวัน เรื่องบุคลากรในร้านเอง ถ้ายังคงจ่ายในราคาที่ไม่สอดคล้องกับทักษะ ก็จะหาคนมาทำได้ยากขึ้น หรือต่อให้จ่ายถึง ก็จะมีคนอยากทำงานร้านกาแฟน้อยลงเรื่อย ๆ

ดังนั้น การสนใจเครื่องมือที่จะเข้ามาแบ่งเบาแรงงานคน จึงเป็นเรื่องดีที่ศึกษาไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะบุคลากรที่มีน้อยอยู่แล้วจะได้ไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไป ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน หรือทำนอกเหนือจากตำแหน่งงาน เช่น การเช็กสต็อก การสั่งของ ไปจนถึงการทำ Sales Analysis เองก็ดี จะช่วยให้พวกเขาได้โฟกัสกับสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างเต็มที่

ทุกคนควรเปิดใจ แต่จะเปิดใจมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าร้านของคุณมีจุดยืนประมาณไหน ประสบการณ์ที่คุณอยากจะให้ลูกค้าเป็นยังไง ท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนไปเร็วขนาดนี้ ถึงอย่างไรลูกค้าก็ต้องการวิธีที่จะรู้จักคุณ ติดต่อ สนับสนุน หรือมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับคุณ ที่สุดแล้วก็ต้องมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเข้ามา แบบที่ทุกร้านปฏิเสธไม่ได้

รวม 15 ข้อควรรู้สำหรับ (ว่าที่) ผู้ประกอบการ ก่อนเปิดร้านกาแฟในยุคนี้ให้รอดและยั่งยืน

กระบวนท่าที่ 12
อย่าย่ำอยู่กับที่

การรู้เท่าทันกระแสจะทำให้คุณไม่ตกเทรนด์ ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา ไม่หมกมุ่นอยู่กับอะไรเดิม ๆ ขณะเดียวกัน ลูกค้าก็จะเห็นแบรนด์ของคุณอยู่เสมอ ยิ่งมีเทคโนโลยีคอยอำนวยความสะดวก การเก็บข้อมูล Database ของร้านทั้งหมดจะช่วยให้คุณสามารถหยิบเอาไอเดียเดิมมาทำซ้ำ ทำต่อ หรือต่อยอดจากของเดิมให้ดียิ่งขึ้นไป

สิ่งที่ยากกว่าการสร้างร้าน คือการยืนระยะให้ได้ คุณต้องมีสินค้าที่อัปเดตอยู่เสมอ หรือมองว่าจะต้องทำยังไงกับวัฒนธรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปในอนาคต ถอดบทเรียนของบรรดาสินค้าปลุกกระแส แม้จะเป็นต่างหมวดหมู่ ต่างชนิด ก็ให้แนวทางที่ดีต่อการพัฒนาสินค้าได้ เช่น ควรทำอย่างไรให้กาแฟของคุณเป็นที่นิยมเทียบเท่าชานมไข่มุก

แม้จะเป็นร้านสโลว์บาร์ที่ชูโรงเรื่องความดั้งเดิม ก็นำเสนอรสชาติที่เปลี่ยนไปได้ สังเกตว่าเครื่องมือทำกาแฟก็หน้าตาคล้าย ๆ กันหมด แต่ทำไมลูกค้าถึงเลือกเข้าร้านแตกต่างกัน เพราะอรรถรสที่ได้จากการไปร้านกาแฟไม่ใช่แค่รสชาติ การบริการต้องยืดหยุ่นไปตามความพึงพอใจ และต้องรังสรรค์องค์ประกอบภายในร้านให้กลมกล่อมลงตัวเหมือนรสชาติของกาแฟ

มองอีกมุมว่า การทำแต่อะไรเดิม ๆ เครื่องมือเดิม ๆ โรงคั่วซ้ำ ๆ ก็อาจทำให้อารยธรรมการบริโภคหดตัวลงได้เช่นกัน เจ้าของร้านจึงต้องพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่มีคุณค่ามากขึ้น ตื่นเต้นมากขึ้น ประสบการณ์และองค์ความรู้ใหม่ ๆ ก็จะเกิดขึ้น เมื่อนั้น วงการกาแฟไทยก็จะขับเคลื่อนไปได้ไกลกว่าเดิม

รวม 15 ข้อควรรู้สำหรับ (ว่าที่) ผู้ประกอบการ ก่อนเปิดร้านกาแฟในยุคนี้ให้รอดและยั่งยืน
ภาพจาก : กรินทร์ มงคลพันธ์

กระบวนท่าที่ 13
สร้างแรงบันดาลใจให้กับโลก

มีผู้คนอีกมากมายที่อยากรู้ว่าสิ่งที่คุณทำจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เขาอาจจะไม่กล้าเหมือนคุณ ไม่มีความพร้อมเท่าคุณ แต่เขาอาจจะก้าวขึ้นมาทำในสิ่งที่เขาใฝ่ฝันแบบเดียวกับคุณได้สักวัน หมั่นสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในทีม และอย่าดูถูกตัวเองว่าทำไม่ได้เป็นอันขาด

ร้านกาแฟไม่ควรเป็นร้านที่มุ่งหวังเพียงกำไรเท่านั้น ต้องมีศักยภาพมากพอที่จะขับเคลื่อนอะไรบางอย่างในสังคม ขึ้นอยู่กับว่าคุณมองว่าตัวเองเปิดร้านกาแฟแค่เป็นอาชีพ หรือมองว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองโลก เพราะคุณก็ได้มอบสิ่งดี ๆ ให้แก่โลกนี้ ตั้งแต่สร้างอาชีพให้กับทุกคนในห่วงโซ่กาแฟ คงจะดีไม่น้อยถ้าคุณทำเช่นนี้ต่อไป

กระบวนท่าที่ 14
แพสชันอย่างเดียวอาจไม่พอ

หลายคนมีการเปิดร้านกาแฟเป็นความฝัน ด้วยใจรักในกาแฟเต็มเปี่ยม แต่เอาเข้าจริงแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าคุณจะอยู่กับกาแฟได้ทุกวันจริง ๆ หรือเปล่า หากธุรกิจกาแฟไม่ได้มอบแต่ความสุขให้คุณเพียงอย่างเดียว

แน่นอนว่าแรกเริ่ม คุณต้องอยู่กับกาแฟมากกว่าใครเพื่อน ชงด้วยตัวเองทุกแก้วอย่างตั้งใจ แต่ผ่านไปปีสองปีหรือเร็วกว่านั้น คุณคงต้องอยู่กับกาแฟในบทบาทที่นอกเหนือจากการเป็นคนชงด้วย จากชงกาแฟเองทุกวันก็เหลือเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง วันนั้นคุณจะยังมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ไหม

อาจฟังดูเศร้าสำหรับคนรักกาแฟ แต่หน้าที่ของคุณในฐานะเจ้าของร้าน คือการนำพาให้ธุรกิจเติบโตไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

รวม 15 ข้อควรรู้สำหรับ (ว่าที่) ผู้ประกอบการ ก่อนเปิดร้านกาแฟในยุคนี้ให้รอดและยั่งยืน

กระบวนท่าที่ 15
เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมรับแรงปะทะ

ตลาดร้านกาแฟในปัจจุบันขยายตัวอย่างมาก จนต้องยอมรับว่าเป็นทิศทางลมที่ไม่เข้าข้างผู้เล่นใหม่ ๆ เอาเสียเลย ต่อให้คุณสร้างอะไรที่แตกต่างและมีคุณค่ามากก็ตาม โดยเฉพาะในตัวเมืองหรือตามหัวเมืองใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าคุณจะต้านแรงลมไว้ไม่ไหว

ขอแค่รู้ ตั้งคำถามกับตัวเองก่อน ทบทวนตั้งแต่ข้อแรกว่าคุณทำสิ่งนี้ไปทำไม ทั้งเพื่อสานฝันให้เป็นจริง ทั้งการเป็นเจ้าของธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ คุณมีใจรักกาแฟมากพอที่จะคัดสรรสิ่งดี ๆ ตลอดเวลาไหม มีทุนทรัพย์มากแค่ไหน มีแรงโอบอุ้มทุกคนในร้านให้ก้าวหน้าไปพร้อมกันนานเท่าไร แล้วใช้เวลาศึกษาลงไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการชงกาแฟให้มีคุณค่า จนทำให้ลูกค้าดื่มแล้วเติบโตได้ในปรัชญาชีวิตของเขา มันเหนือชั้นกว่าการทำร้านกาแฟเสียอีก

สุดท้ายคือจิตใจของคุณพร้อมหรือเปล่า หัวใจของคุณแข็งแรงดีใช่ไหม ร้านกาแฟในฝันของคุณจะเต็มไปด้วยเรื่องวุ่น ๆ ทุกวัน ตั้งแต่ปัญหาจุกจิกเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงเรื่องใหญ่ที่ทำให้คุณต้องกลับมาถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าจะไปต่อดีหรือไม่

ถ้าคุณเตรียมตัวเตรียมใจมาพร้อม พยักหน้าตามทุกข้อที่อ่าน ตอบคำถามครบทั้งหมดจนสิ้นสงสัย

ก็ปิดหน้าคัมภีร์นี้ลงเสีย แล้วไปพิชิตให้จงได้!

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ใต้แสงแดดแผดจ้าที่สาดส่องลงมายังเมืองโพนโฮง เสียงกึงกังของเครื่องจักรสลับกับเสียงสอนสั่งของผู้มีอายุที่อึงอลมาจากโรงฝึกทั้งสี่หลัง ฟังดูคล้ายคำทักทาย “สะบายดี” ซึ่งคณาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์กำนัลแด่ผู้มาเยือน

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประเทศเพื่อนบ้านคนสนิทของพวกเราชาวไทยที่ปลูกเรือนอาศัยอยู่อีกฟากของแม่น้ำโขง

จะด้วยสำเนียงการพูดที่แปร่งหู หรือใด ๆ ก็ตามที่ฟ้องว่าคณะของเรายกขบวนข้ามโขงมาจากเมืองไทย ทั้งผู้เรียนและผู้สอนที่สถาบันการศึกษาวิชาชีพแห่งนี้ดูจะมีรอยยิ้มแจ่มใส เกินจะเชื่อได้ว่านั่นเป็นเพียงยิ้มมารยาทที่ปุถุชนพึงมีต่อกัน

ต้นเหตุของรอยยิ้มเหล่านั้นมีที่มาจากข้อความ 2 ภาษาบนผืนป้ายกลางวิทยาลัยนี้เอง

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

อาชีวะสึกสา

เมื่อสัก 50 ปีก่อนหน้านี้ การเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาของประเทศลาวจัดอยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าขัดสน ด้วยความที่เป็นประเทศขนาดเล็ก ประชากรเบาบาง ซ้ำยังไม่มีทางออกสู่ทะเล การจะนำเข้าเทคโนโลยี วัตถุอุปกรณ์ ตลอดจนวิทยาการความรู้ต่าง ๆ จากต่างประเทศจึงมีข้อจำกัดสูง

ท่านหนูพัน อุดสา อธิบดีกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการและกีฬาแห่ง สปป.ลาว กล่าวว่า โรงเรียนที่เปิดสอนด้านนี้ทั่วประเทศเคยมีน้อยจนนับได้ด้วยนิ้วมือข้างเดียว ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากความช่วยเหลือของต่างชาติ

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“ก่อนการตั้ง สปป.ลาว มีโรงเรียนอาชีวศึกษาแค่ 2 – 3 แห่ง เช่น โรงเรียนเทคนิคปากป่าสัก โรงเรียนลาว-เยอรมัน สะหวันนะเขต ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่ภายหลังประเทศชาติได้รับการปลดปล่อย ก่อตั้งเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางดี”

ค.ศ. 1975 ลาวเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตยเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ความสัมพันธ์กับบางประเทศมีอันต้องชะงักงันลง ขณะที่บางประเทศก็งอกเงยขึ้น ส่วนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างไทยนั้น ย่อมไม่มีวันตัดกันขาด

“สำหรับความร่วมมือก็มีหลายประเทศ เช่นราชอาณาจักรไทย มีการร่วมมือกับประเทศไทยตั้งแต่ ค.ศ. 1998 เป็นต้นมา ความร่วมมือขั้นแรกสุดเลยก็คือเป็นพันธมิตรในการพัฒนาโรงเรียนวิชาชีพโพนโฮงเพื่อพัฒนาให้เป็นโรงเรียนเทคนิควิชาชีพแขวงเวียงจันทน์”

โฮงเฮียนอาชีวะสึกสาโพนโฮง

ประเทศลาวแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 17 แขวง กับ 1 เขตนครหลวง คือนครหลวงเวียงจันทน์อันเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของประเทศ บริเวณที่ห้อมล้อมนครหลวงอยู่นั้นถูกจัดตั้งเป็นแขวงชื่อ ‘เวียงจันทน์’ เหมือนกัน แต่มีเมืองหลักคือเมืองโพนโฮง ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงไป 55 กิโลเมตร

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ค.ศ. 1988 แขวงเวียงจันทน์ก่อตั้ง ศูนย์อาชีวศึกษาโพนโฮง ขึ้นเพื่อใช้ฝึกอบรมการช่างแก่ทหารช่างตลอดจนนายช่างทั่วไป ก่อนจะโอนมาสังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในอีก 4 ปีให้หลัง พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น โรงเรียนการอาชีวศึกษาโพนโฮง

ท่านทองหล่อ วิไลทอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์คนปัจจุบัน พาเราย้อนรำลึกความหลังเมื่อครั้งยังเป็นโรงเรียน และตัวเขายังดำรงตำแหน่งเป็นเพียงรองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนั้นด้วยความภูมิใจในทุก ๆ ย่างก้าวที่ผ่านมา

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“เราได้โยกย้ายจากศูนย์อาชีวะมาเป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาโพนโฮง เลยย้ายมาตั้งอยู่ที่นี่ แล้วเผอิญว่า วัตถุอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ โครงสร้างต่าง ๆ ก็ไม่มี ทางรัฐบาลลาวจึงได้สมทบกับรัฐบาลไทยให้มายกระดับ มาปรับปรุงคุณภาพโรงเรียนนี้นับแต่ ค.ศ. 1998 เป็นต้นมา”

มิตรคนแรกที่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาโพนโฮงได้รู้จัก คือตัวแทนจากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) ในสังกัดกระทรวงการต่างประเทศของไทย

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“TICA มาซ่วยพวกเฮาหลาย” รอง ผอ. ในวันนั้น บอกด้วยภาษาลาวปนไทย พลางนำแขกจากดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงชมอุปกรณ์การเรียนที่ได้รับการตีตรากรมความร่วมมือระหว่างประเทศไว้ มีตั้งแต่โลโก้รุ่นเก่ายันรุ่นปัจจุบัน “เขาสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนให้เรามาตั้ง 20 กว่าปีแล้ว อย่างจักรเย็บผ้าพวกนี้ก็ 22 ปี เป็นบ่าวน้อย (หนุ่มน้อย) แล้วนะนี่”

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ในยุคที่วิทยาลัยยังมีสถานะเป็นโรงเรียนอยู่นั้น ท่านทองหล่อนับว่าเป็นความช่วยเหลือในระยะที่ 1 ธารน้ำใจที่ไหลข้ามโขงมาในคราวนั้นมีประจักษ์พยานเป็นโรงฝึก 4 หลัง ซึ่งใช้เป็นที่เล่าเรียนต่างสาขาวิชากัน

“โรงฝึกที่ 1 เป็นโรงฝึกปฏิบัติสร้างรถยนต์และกลจักรการเกษตร โรงที่ 2 ไว้ฝึกไฟฟ้า โรงที่ 3 ใช้ฝึกตัดเย็บเสื้อผ้า โรงที่ 4 เป็นโรงฝึกก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์”

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

ใช่เพียงความช่วยเหลือทางอาคารและอุปกรณ์การเรียน กรมความร่วมมือระหว่างประเทศของไทยยังส่งครูบาอาจารย์และนักวิชาการด้านการศึกษาไปปรับปรุงหลักสูตรให้โรงเรียนในทั้ง 5 สาขาที่เปิดสอน ไม่ว่าจะเป็นก่อสร้างเคหสถาน ตัดเย็บเสื้อผ้า ไฟฟ้า กสิกรรม หรือแม้แต่ปรุงแต่งอาหาร (คหกรรม)

“ปรับปรุงหลักสูตรสำเร็จไปแล้ว เราก็ได้รับการสนับสนุนวัตถุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องจักร ประกอบเข้าอยู่ในโครงสร้าง ให้มันถูกต้องตามสาขาดังกล่าวนี้ จากนั้นก็ยังได้ส่งครูไปยกระดับวิชาเฉพาะทาง เพื่อให้ครูมีระดับความรู้เพื่อจะเอามาสอนต่อ อันนี้เป็นความช่วยเหลือระยะที่ 1” ท่านผู้อำนวยการสรุปปิดท้าย ก่อนพาเราไปรู้จักกับความช่วยเหลือระยะที่ 2

วิทะยาไลเตกนิกแขวงเวียงจัน

“นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา โรงเรียนของเราได้ยกระดับเป็นวิทยาลัย”

ท่านทองหล่อซึ่งควบบทบาทผู้ประสานงานโครงการความร่วมมือลาว-ไทย มาตั้งแต่ต้น เล่าถึงหลักไมล์สำคัญที่ทำให้สถาบันในความดูแลของท่านต้องรับมือความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์ เมื่อน้ำใจไทยช่วยสร้างสถาบันอาชีวะชั้นนำให้ สปป.ลาว

“ตอนนั้นก็เผอิญว่าเราจะได้ปรับปรุงวิทยาลัยนี้ให้เป็นตัวแบบของอาชีวศึกษา โครงการร่วมมือทางด้านวิชาการลาว-ไทย เลยได้สืบต่อเป็นระยะที่ 2”

ระยะนี้โรงเรียนอาชีวศึกษาโพนโฮงซึ่งมีชื่อใหม่ว่า ‘วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์’ ยังได้เฝ้าฯ รับเสด็จเจ้าฟ้าหญิงผู้ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยอย่าง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“สมเด็จพระเทพฯ เสด็จมาเยี่ยมวิทยาลัยเรา และพระราชทานคอมพิวเตอร์ให้ 20 เครื่องในเบื้องต้น ท่านสนับสนุนเราเรื่องคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ตัวโครงการของสมเด็จพระเทพฯ ก็มีวิทยาลัยเทคนิคหนองคายเป็นผู้รับผิดชอบ ตอนหลังคอมพิวเตอร์ 20 เครื่องนั้นล้าสมัย ตกรุ่นไปแล้ว ท่านยังได้พระราชทานเพิ่มให้อีก 20 เครื่อง รวมแล้วเป็น 40 เครื่องที่พระราชทานมา”

เนื่องจากที่ตั้งวิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์เป็นเนินสูง อีกหนึ่งความขาดแคลนนอกเหนือจากอุปกรณ์การเรียนก็คือน้ำใช้ พระองค์ท่านจึงทรงแนะนำให้ TICA ช่วยให้ในวิทยาลัยมีน้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียนนักศึกษา เป็นที่มาของหอถังเก็บน้ำบาดาลที่ยืนเด่นอยู่ในวิทยาลัยทุกวันนี้

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“มีน้ำใช้เพียงพอแล้ว ท่านยังให้สืบต่อ ทำโครงการน้ำสะอาดให้เด็กได้ดื่มอีกด้วย” ท่านทองหล่อว่า

ปัจจุบัน วิทยาลัยเทคนิคแขวงเวียงจันทน์มีครูผู้สอนมากกว่า 160 คน ทำหน้าที่ถ่ายทอดวิชาความรู้แก่นักศึกษามากกว่า 2,000 คน เยาวชนลาวที่มีอายุราว 15 – 18 ปีเหล่านี้ เมื่อร่ำเรียนจบจากโพนโฮงไปแล้ว พวกเขาจะได้รับวุฒิชั้นกลาง (เทียบเท่า ปวช.) หรือชั้นสูง (เทียบเท่า ปวส.) เป็นฝีมือชนที่พร้อมสร้างอนาคตที่ดีให้กับตนเองและบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขาต่อไป

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“นักศึกษาพวกนี้จบไปแล้วก็ไปทำงานต่อในโรงงาน” ผอ.ทองหล่อ เล่าด้วยแววตาภาคภูมิ หลังจากแวะสนทนานักศึกษาสาวในชุดยูนิฟอร์มนุ่งซิ่นที่กำลังง่วนอยู่หน้าจักรเย็บผ้า “มีบางคนไปทำงานถึงเกาหลี ถึงญี่ปุ่น เขามาให้วิทยาลัยออกใบรับรองภาษาอังกฤษให้ก็มี”

นอกจากสาขาวิชาเรียนที่เราได้เห็นในโพนโฮงแล้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยยังกระซิบให้เราฟังอีกว่า ทุกวันนี้ทางวิทยาลัยได้ขยายวิทยาเขตเพิ่มอีกแห่งหนึ่งที่เมืองวังเวียง ที่นั่นมีไว้สอนสาขาวิชาการท่องเที่ยวอาหาร และการโรงแรม เพราะวังเวียงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ชาวไทยนิยมไปพักผ่อนหย่อนใจ

จากข้อมูลของท่านอธิบดีหนูพัน สถาบันอาชีวศึกษาใน สปป.ลาว ขณะนี้มีมากถึง 78 แห่ง ถ้านับเฉพาะของภาครัฐก็จะมีทั้งสิ้น 25 แห่ง กระจายอยู่แทบทุกแขวงในประเทศ มีอาจารย์มากกว่า 2,000 คน ส่วนนักศึกษาก็มีไม่ต่ำกว่า 20,000 คน

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

เป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่ความร่วมมือจากไทยช่วยให้ศูนย์อาชีวศึกษาเล็ก ๆ ที่เคยขาดแคลนทุกด้าน พัฒนามาเป็นหนึ่งในวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้นแบบให้สถาบันอื่นมาศึกษาดูงาน

“มาถึงปัจจุบันก็ถือว่าวิทยาลัยเราเป็นวิทยาลัยที่เป็นต้นแบบทางด้านทักษะฝีมือของอาชีวศึกษา เพราะว่าวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยเราก็เขียนแบบนั้น ในโครงการร่วมมือลาว-ไทย โดยเฉพาะวิทยาลัยเทคนิคแห่งเวียงจันทน์ของพวกเรา เป็นวิทยาลัยที่ได้รับการสนับสนุนครั้งแรกจากทุก ๆ วิทยาลัยทั่วประเทศ ฉะนั้นเมื่อผ่านการช่วยเหลือมา ก็ถือว่าการพัฒนาการเรียนการสอนนี่ก็ถือว่าดีขึ้น แล้วก็มีคุณภาพกว่าเก่า จากเดิมที่ไม่มี ก็ถือว่าดีขึ้น มีคุณภาพขึ้นกว่าเก่า ครบชุดทั้งอาคารสถานที่ นักเรียนนักศึกษามีความสนใจเข้ามาเรียนในวิทยาลัยของเราเยอะขึ้น พอเรียนจบไปแล้ว เขาก็จะมีความรู้ มีทักษะทางฝีมือ ไปประกอบสัมมาชีพในสถานประกอบการได้” ท่านทองหล่อบอกก่อนนำคนของท่านไปถ่ายรูปหมู่

คณะผู้บริหารวิทยาลัยพากันส่งยิ้มกว้างให้หน้ากล้อง เมื่อทั้งหมดประจำที่หน้าป้าย ‘โครงการความร่วมมือลาว-ไทย’ ซึ่งเขียนด้วยชุดอักษรของทั้งสองชาติเคียงคู่กัน

ความร่วมมือลาว-ไทย ผลักดันศูนย์อาชีวศึกษาที่เคยขาดแคลนจนกลายเป็นวิทยาลัยต้นแบบของประเทศลาว

“ราชอาณาจักรไทยและ TICA ให้การสนับสนุนพวกเราตลอดมา ทำให้มีสิ่งดี ๆ เยอะขึ้น วิทยาลัยเราก็ทำทุกอย่างให้เป็นต้นแบบวิทยาลัยที่มีคุณภาพ ก็ต้องอาศัยพี่น้องไทยมาช่วย เดี๋ยวนี้นักศึกษาก็เข้ามาเพิ่มเยอะมาก ที่มาเรียนไม่ได้มีอยู่แค่ในแขวงเวียงจันทน์ แต่มาจากทั่วประเทศ ห้องฝึกปฏิบัติต่าง ๆ ของเราก็ยังไม่มีเท่าที่ควร

“ตรงนี้คงมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อหาทางพัฒนากันต่อไป เพราะเราก็เหมือนพี่เหมือนน้อง พูดกันด้วยความเข้าใจ โดยเฉพาะวิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ ที่อยู่เลียบแม่น้ำโขง เป็นต้นว่าหนองคาย อุดรธานี พวกเราก็ได้ร่วมมือกันมาหมด” ผู้ประสานงานโครงการฝ่ายลาวทิ้งท้าย

แม้ สปป.ลาว จะสามารถยืดหยัดพัฒนาตนเองได้อย่างมั่นคงในปัจจุบัน แต่ความเป็นบ้านพี่เมืองน้องและสายสัมพันธ์ที่ผูกพันเชื่อมโยงมาแต่ก่อนเก่ากลับไปอาจตัดขาด เป็นความสบายใจและความเข้าใจที่สองฝั่งแม่น้ำโขงมีให้กันตลอดมาและตลอดไป ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จของการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

พลอยดาว ธีระเวช

ชอบถ่ายภาพอาหาร ชอบดูคนทำอาหาร ชอบซื้ออาหารแล้วบังคับให้คนอื่นทาน ชอบทำอาหารทั้งขนาดปกติและขนาดจิ๋ว ชอบชาเขียวและชอบเที่ยวตลาดอาหาร

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load