นึกย้อนไปตอนทริปแรกเริ่มขึ้น เนื่องจากตอนนั้นเราได้แต้มบุญจากคนทางบ้านเลยมีโอกาสไปเที่ยวยุโรปเป็นครั้งแรก พร้อมกล้องฟิล์มสภาพเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายคู่ใจ และพกฟิล์มที่ราคาแสนถูกที่สุดไป 2 ม้วน กะจะเก็บมู้ดฟิล์มช็อตเท่ๆ ให้ได้อย่างน้อยสัก 40 รูป

แพลนในทริปแรกของเรามีทั้งหมด 7 เมือง 3 ประเทศ ได้แก่ Munich และ Fussen ประเทศเยอรมนี Salzburg, Innsbruck และ Hallstatt ประเทศออสเตรีย Cesky Krumlov และ Prague สาธารณรัฐเช็ก เริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นปนน่าเบื่อกับการนั่งเครื่องบินยาวนานครั้งแรก ทั้งหลับแล้วหลับอีก ตื่นมาดูหนัง เล่นเกม และกินแล้วกินอีก วนอยู่แบบนี้สัก 2 – 3 รอบได้ พอถึงเราก็ได้เริ่มท่องเที่ยวชมเมืองต่างๆ ข้ามไปจากประเทศที่ 1 สู่ประเทศที่ 2 และสามตามที่แพลนกันไว้พร้อมเก็บภาพฟิล์มเล็กๆ น้อยๆ ตามสถานที่ต่างๆ 

อย่างที่เล่ามาข้างต้น ไอ้เจ้ากล้องฟิล์มตัวดีนางก็ได้แผลงฤทธิ์ออกมาระหว่างทริปด้วยอาการกระจกเงาค้าง ทำให้กลไกของตัวกล้องค้างเป็นช่วงๆ เราเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยแต่ก็ยังพยายามเก็บภาพให้ได้มากที่สุด จนจบทริป กลับไทยได้หลายเดือนกว่าจะได้เอาฟิล์มทั้งสองม้วนที่ถ่ายมาไปล้าง ปรากฏกว่าล้างได้รูปมาเพียง 1 ม้วน อีกหนึ่งม้วนเกิดอาการฟ็อกซ์หาสาเหตุไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ ซึมไปอยู่ 2 อาทิตย์แต่ก็ได้ภาพที่เหลือมาปลอบใจ 

สำหรับทริปนี้ถ้าถามว่าชอบเมืองไหนที่สุด คงต้องตอบว่าทุกเมืองที่ได้ไปเลยล่ะ เพราะเป็นครั้งแรกไง อาการมันเหมือนคนเพิ่งได้ออกมาจากป่าไปเจอเมืองอย่างไรอย่างนั้นเลย

  เวลาผ่านไปอีก 1 ปีวนกลับมาช่วงเวลาเดิมเช่นเคย เราได้บุญจากคนทางบ้านปาใส่อีกครั้ง แพลนที่ 2 มีทั้งหมด 8 เมือง 3 ประเทศ ได้แก่ Rome, Florence, Venice และ Milan ประเทศอิตาลี Luzern และ Engrlberg ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Dijon และ Paris ประเทศฝรั่งเศส

เริ่มท่องเที่ยวตามแพลนที่วางไว้เช่นเคย และแล้วระหว่างต้นทริปนั้นน้องน็อตยึดก้านขึ้นฟิล์มตัวจิ๋วก็หลุดกระเด็นหล่นหายไปในพริบตา ณ เวลานั้นชุลมุนไปด้วยคนเดินข้ามถนนจากทั่วสารทิศ บนถนนสายหนึ่งในเมือง Milan อะไหล่เริ่มหลุดออกมาทีละชิ้นๆ นางทำให้ฉันต้องหงุดหงิดอีกแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่อยากให้เสียอารมณ์ในการเก็บภาพในสถานที่ที่คิดว่าอาจจะไม่ได้มีโอกาสกลับมาอีก เรายังคงพยายามยกกล้องขึ้นมาถ่ายด้วยวิธีกดถ่ายหนึ่งครั้งแล้วหยิบอะไหล่ที่แยกชิ้นกันมาประกอบเพื่อขึ้นฟิล์มหนึ่งครั้ง ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนจบทริป นี่ล่ะนะพอเราตั้งใจทำอะไรมักจะมีอุปสรรคมาขวางกั้นเสมอ แต่ถ้าใจเราสู้ก็ฝ่าฟันมาจนได้ภาพที่พอใจเยอะกว่าทริปแรกเลยทีเดียว 

สำหรับทริปนี้ยกให้สวิตเซอร์แลนด์เป็นที่ 1 ในดวงใจ เป็นความฝันเล็กๆ ที่อยากมาเหยียบภูเขาน้ำแข็งของที่นี่ ชอบบรรยากาศที่มีแดดอุ่น แสงสวยท่ามกลางทัศนียภาพที่ธรรมชาติสรรสร้าง สลับกับที่อยู่อาศัยของผู้คนตรงเชิงเขาระหว่างทางขึ้น Mount Titlis ที่ Engelberg เรานั่งเหม่อมองออกไปข้างนอก เรียกได้ว่าหลงใหลคล้อยตามไปกับภาพที่เห็นเลย ด้วยความที่เราเป็นคนเหนือด้วยมั้ง ได้เสพแต่ภูเขาเขียวขจีมาตั้งแต่เด็กจนโต ทำให้รู้สึกเวลาได้เห็นภาพธรรมชาติแล้วจรรโลงใจมากกว่าภาพแสงสีของเมืองที่มีคนพลุกพล่าน

นี่ล่ะนะการได้ไปเที่ยวเมืองนอกที่เป็นความใฝ่ฝันน้อยๆ ของเด็กสถาปัตย์หลายๆ คน รวมถึงเราเองที่ได้ไปเห็นศิลปะ ตึกรามบ้านช่อง การวางผังเมือง และสถาปัตยกรรมเจ๋งๆ ที่เหนือกว่าภาพขาวดำในหนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะ และสถาปัตยกรรมตะวันตกที่เคยเรียนมา และขอขอบคุณบุญหล่นทับจากคนทางบ้านมา ณ ที่นี้ด้วย

Write on The Cloud

Photo Essay

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

Avatar

ภัทรนันท์ จันทร์หอม

เป็นสาวเชียงใหม่ จบสถาปัตย์ชุมชนแต่สนใจงาน Co-creation มากกว่างาน Design เพราะชอบเสพการได้สังเกตผู้คน แต่ไม่ชอบเจ๊าะแจ๊ะกับใครมากนัก ปัจจุบันหมกหมุ่นอยู่กับการคิดสูตรพุดดิ้งที่อร่อยจนโลกต้องจำ

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ยามบ่ายของวันหนึ่งที่แสงแดดแผดเผา จนคิดในใจว่าฤดูหนาวคงเป็นเพียงชื่อ ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงตอนบน มีอาคารโบราณทรงโคโลเนียล ลูกผสมระหว่างสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่ดูโดดเด่นและคลาสสิก สะท้อนถึงอิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตกในอดีต

เมื่อแสงแดดตกกระทบกับอาคารเหล่านี้ ยิ่งเห็นรายละเอียดอย่างหน้าต่างทรงโค้ง หรือบัวหัวเสาและผนังที่ทำให้ตัวอาคารดูนุ่มนวลและพิเศษกว่าตึกอื่น ๆ 

หลากหลายอาคารมีความน่าสนใจ อย่างเช่นโรงหนังขนาดมหึมาในถนนเมืองสะหวันนะเขต อย่างลาวจะเริน หรือ พูมสะหวัน ที่ดูโดดเด่นท่ามกลางอาคารโคโลเนียล เพราะเป็นอาคารทรง Art Deco ซึ่งดูดุดัน จริงจัง และทันสมัย แต่กลับดูไร้ชีวิตเพราะทรุดโทรมตามกาลเวลา 

เจ้าของร้านกาแฟผู้เกิดและเติบโตที่นี่เล่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า แต่เดิมย่านนี้เป็นถนนคนรวยซึ่งเจริญที่สุด แต่หลายสิ่งหลายอย่างล่มสลายลงจากเหตุการณ์การเมืองในอดีต

คริสต์ศาสนา คือปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อสถาปัตยกรรมและการใช้ชีวิตของผู้คน ซึ่งแพร่กระจายไปยังริมฝั่งแม่น้ำโขงตอนบน เช่นเดียวกับชุมชนคาทอลิกในตำบลท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนครที่ยังพบเห็นอาคารในลักษณะเดียวกัน 

ผนังก่ออิฐที่มีรอยสีซีดจางหรือรอยกะเทาะของปูนเปลือย คือความงดงามอันเป็นอมตะของสิ่งที่ไม่สมบูรณ์ เป็นสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ทั่วไปในเมืองนี้ และสักวันหนึ่ง หวังว่าอาคารร้างเหล่านี้จะได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาให้มีสีสันและชีวิตอีกครั้ง

Write on The Cloud

Photo Essay

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะส่งสมุดลิมิเต็ดอิดิชัน จาก ZEQUENZ แบรนด์สมุดสัญชาติไทย ทำมือ 100 % เปิดได้ 360 องศา ให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

Avatar

พัสกร ชุมศิลป์ศิริ

นักเรียนสถาปัตย์หน้าพระลาน รักการถ่ายภาพและท่องเที่ยว กำลังค้นหาแรงบันดาลใจ จึงอยากลองทำสิ่งใหม่ ๆ นอกจากการเขียนแบบ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load