23 พฤศจิกายน 2562
57 K

คอลัมน์ตอนที่แล้ว เราเล่าถึงวิธีเลือกซื้อและดูแลต้นไม้ให้อยู่รอด และสวยเหมือนตอนอยู่ที่ร้านกันไปแล้ว

ตอนนี้เราจะพูดถึงสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้ในการต้อนรับต้นไม้ใหม่เข้ามาปลูกในห้อง นั่นก็คือเรื่องกระถางต้นไม้

ต้นไม้ที่เราซื้อมาส่วนใหญ่จะมากับกระถางพลาสติกสีดำ ถ้าเอามาวางในบ้านเลยก็จะเจอปัญหาน้ำรั่วเลอะเทอะ ดูไม่สวยงามนัก ดังนั้นก่อนจะเอาต้นไม้ไปวางในตำแหน่งที่ชอบ เราต้องเริ่มต้นจัดการเรื่องกระถางกันก่อน

1. อย่าลืมจานรอง

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย หรือไม่ถนัดดูแลต้นไม้ และไม่ติดขัดถ้าจะเห็นกระถางพลาสติกสีดำวางอยู่บนชั้นในห้อง สิ่งเดียวที่คุณต้องทำก็คือวางกระถางลงบนจานรอง จะเป็นจานที่คุณซื้อจากร้านขายกระถางก็ได้ จานอะไรก็ได้ หรือจะวางกระถางต้นไม้หลายๆ กระถางในถาดเดียวกันก็ได้ หน้าที่ของจานรองคือรองรับน้ำเวลารดไม่ให้ไหลเลอะเทอะ เคล็ดลับก็คือไม่ควรใช้จานที่แบนหรือเล็กเกินไป เพราะรดน้ำนิดเดียวน้ำก็จะล้นแล้ว

2. วางกระถางดำลงในกระถางใบสวย

กระถางต้นไม้ยุคใหม่จำนวนมากออกแบบมาให้เราแค่วางต้นไม้ในกระถางสีดำลงไปเท่านั้นเป็นอันจบ ไม่ต้องถอดกระถางดำออก แล้วเอาลงปลูกในกระถางใหม่ ข้อดีคือเราสลับสับเปลี่ยนต้นไม้ได้ตลอด จะยกต้นไม้ออกไปผึ่งแดดผึ่งลมก็ง่าย แค่ยกกระถางดำออกไป ไม่ต้องยกไปทั้งกระถางใหญ่

3. ดูดีๆ ว่ากระถางใหม่มีรูไหม

เนื่องจากมันเป็นเพียงกระถางครอบ ไม่ใช่กระถางจริง จึงจะมีรูระบายน้ำก็ได้ ไม่มีก็ได้

ถ้ามีรูระบายน้ำ เราต้องหาจานรองป้องกันน้ำไหลเลอะเทอะ กระถางที่ออกแบบมาอย่างดีส่วนใหญ่จะมีจานรองมาด้วยกันแบบเข้าชุด แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะกระถางที่เป็นงานไม้หรืองานสานทั้งหลายไม่ค่อยทำจานรองมาด้วย จะเอาจานอะไรมาวางรองก็ดูไม่เข้า ทางแก้คือเอาจานรองไปวางด้านในกระถางแทน และต้องระวังไม่รดน้ำมากเกินไป เพราะถ้าน้ำล้นจากจานรองจะเลอะเทอะกระถางใบสวย ยิ่งเป็นตะกร้าสานก็อาจมีคราบเปื้อนตะกร้า รวมถึงมีเชื้อราตามมาได้

4. ถ้ากระถางใหม่ไม่มีรู ต้องระวังน้ำท่วมต้นไม้

ถ้ากระถางไม่มีรูก็หมายความว่า น้ำทั้งหมดที่รดลงไปจะแช่อยู่ในนั้น ไม่ระบายออกไปไหน การปล่อยให้รากต้นไม้แช่น้ำนานๆ ก็อาจจะเน่าได้

ถ้าเป็นกระถางขนาดเล็ก ควรรดน้ำน้อยๆ แต่ถ้าพลั้งมือรดเยอะไป ก็แค่ยกกระถางด้านในขึ้น แล้วเทน้ำในกระถางใบนอกทิ้ง แต่ถ้าเป็นกระถางที่มีขนาดใหญ่ เราควรป้องกันแต่เนิ่นๆ ด้วยการหาอะไรรองก้นกระถางก่อน เช่น อิฐมอญ อิฐมวลเบา หรือโฟม (ช่วยลดขยะได้ด้วย) แล้วค่อยวางกระถางดำลงบนวัสดุเหล่านี้ ข้อดีในแง่ความงามคือต้นไม้จะไม่สูงขึ้น ไม่จมหายไปในกระถาง และข้อดีในแง่การใช้งานคือน้ำจะไม่ท่วมราก แต่จะท่วมอยู่ใต้กระถางดำ ช่วยส่งความชื้นขึ้นมาให้ต้นไม้

5. เปลี่ยนกระถางให้ต้นไม้โต

ถ้าอยากให้ต้นไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น เราต้องเปลี่ยนกระถางเพื่อให้รากมีพื้นที่ในการชอนไชมากขึ้น ยิ่งเราใช้วัสดุปลูก (อย่าเรียกสิ่งที่ใช้ปลูกต้นไม้ว่าดิน ต้องเรียกว่าวัสดุปลูก เพราะเราแทบไม่ใช้ดินกันแล้ว) ที่มีรูพรุน ไม่จับตัวเป็นก้อน รากต้นไม้ก็ยิ่งชอนไชง่าย ต้นไม้ก็โตเร็ว การปลูกต้นไม้ในห้องไม่ควรใช้ดิน (ไม่ต้องตกใจ เพราะต้นไม้ที่คุณซื้อมาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ปลูกด้วยดิน) เพราะจะมีปัญหาเรื่องมดและแมลง

วัสดุปลูกยอดนิยมที่แนะนำคือกาบมะพร้าวสับ หินภูเขาไฟ พีทมอส สแฟกนัมมอส ถ่านหุงต้ม หรือจะบี้เม็ดโฟมใส่ลงไปด้วยก็ได้ กาบมะพร้าวสับอุ้มน้ำได้ดี ส่วนถ่านหุงต้มช่วยดูดซับของเสียและกลิ่นได้ แต่วัสดุปลูกเหล่านี้ไม่ค่อยมีแร่ธาตุ เราจึงต้องใส่ปุ๋ยช่วย

6. ปลูกต้นไม้ไม่ต้องใส่ปุ๋ยก็ได้

เราสามารถปลูกต้นไม้โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย เหมือนการปลูกต้นไม้แช่น้ำที่แค่เลี้ยงในน้ำเปล่าก็ยังโตเอาๆ แต่ถ้าอยากให้ต้นไม้ของเราเติบโตอย่างแข็งแรง มีสีสันของใบและลำต้นที่สดเข้ม ก็ควรใส่ปุ๋ยบำรุงบ้าง

7. ใส่ปุ๋ยมากไปก็ไม่ดี

ต้นไม้ที่ปลูกในห้องมีจังหวะชีวิตไม่เหมือนต้นไม้ที่ปลูกกลางแจ้ง มันต้องการน้ำน้อยกว่า ปุ๋ยก็เช่นกัน เราควรให้ปุ๋ยสำหรับต้นไม้ในห้องด้วยปริมาณที่น้อยกว่า และเว้นระยะเวลาห่างกว่า เช่นทุกๆ 3 – 4 เดือน ถ้าต้นไม้ในห้องได้รับปุ๋ยที่เข้มข้นไปก็อาจจะช็อกและตายได้ ถ้าจะใช้ปุ๋ยละลายเร็ว (ปุ๋ยเม็ดที่โดนน้ำแล้วละลายหายไปหมด) ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยเคมีต้องใส่ในปริมาณน้อยมาก ส่วนปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักนั้นไม่แนะนำ เพราะมีปัญหาทั้งเรื่องความเข้มข้น กลิ่น เชื้อโรค และแมลง

8. ใช้ปุ๋ยละลายช้า

ปุ๋ยที่เหมาะกับการปลูกต้นไม้ในห้องที่สุดจึงเป็นปุ๋ยละลายช้า (ปุ๋ยเม็ดแบบที่ 3 เดือนก็ยังละลายไม่หมด) ซึ่งเราคุ้นกันในชื่อออสโมโคท โดยจะคลุกไปกับดินตอนเปลี่ยนกระถางก็ได้ หรือจะโรยใส่ด้านบนก็ได้ เนื่องจากมันละลายช้ามาก ต้นไม้จึงค่อยๆ ได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง

9. กระถางดินเผาเย็นกว่ากระถางพลาสติก

กระถางพลาสติกเบากว่ากระถางเซรามิกหรือกระถางดินเผา จะวางบนชั้นหรือจะขนย้ายก็ทำได้สะดวก แต่ข้อดีของกระถางดินเผาคือเก็บความเย็นได้ดีกว่า ดินในกระถางเย็นกว่า รากของต้นไม้เลยเดินได้รอบต้น ดังนั้นต้นไม้ต้นไหนชอบอยู่แบบชื้นๆ เย็นๆ ใช้กระถางดินเผาจะเหมาะมาก แต่ถ้าเป็นต้นไม้พันธุ์ที่ชอบแห้งๆ แล้วอยากใช้กระถางดินเผาก็อย่ารดน้ำเยอะ และหลีกเลี่ยงวัสดุปลูกที่อุ้มน้ำ

10. อย่าเติมดินบนหน้าดิน

เวลาที่เราปลูกต้นไม้ไปสักพัก ดินจะย่อยสลายจนลดตัวลง คนจำนวนมากดูออกว่าได้เวลาเติมดินแล้ว แต่สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจผิดก็คือเราไม่ควรเทดินจำนวนมากลงไปด้านบน เพราะการถมดินลงที่โคนต้นอาจทำให้ต้นไม้หายใจไม่ออก (ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกในสนามก็เช่นกัน) วิธีที่ถูกต้องคือเราต้องรื้อต้นไม้ออกจากกระถาง แล้วผสมดินใส่เข้าไปใหม่บริเวณก้นกระถาง จะเติมดินที่ด้านบนด้วยก็ได้ แต่ไม่ควรใส่มากนัก

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographers

ธัชชา ศุภกิจเจริญ

นักเรียนกราฟิคดีไซน์ชื่อฟ้า ผู้ฝึกงานถ่ายภาพกับบริษัทก้อนเมฆ หลงรักกล้องฟิล์ม และออกเดินทางเพื่อสะสมเรื่องราวลงกลักฟิล์มม้วนใหม่เสมอๆ

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

16 มิถุนายน 2560
33 K

เวลาที่เรานึกถึงเรื่องราวในอดีต หลายครั้งเราก็เห็นต้นไม้ต้นนั้นต้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวนั้นด้วย บางทีก็เด่นชัดทั้งชนิด รูปทรง ตำแหน่งที่ปลูก กลิ่น สี หรือแม้แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณนั้น เลยไปถึงภาพความผูกพันระหว่างเรากับต้นไม้ในวัยเด็ก

บางครั้งกลิ่นดอกการเวกก็พาเรากลับไปบ้านคุณย่า เห็นภาพคุณย่านั่งตำหมากอยู่บนตั่งตัวใหญ่ กลัดกรวยใบตองหลวมๆ ใส่ดอกการเวกหอมๆ แจกหลานๆ ดอกกระจุ๋มกระจิ๋มของโฮย่าก็พาให้นึกถึงคุณย่าอีกเช่นกัน นึกถึงวันที่เราเล่นเอาดอกอ้อยควั่น (ตอนนั้นเราเรียกกันเช่นนั้น) เสียบเป็นตุ้มหูให้คุณย่า ต้นมะม่วงโบราณริมลำประโดง ต้นลิ้นจี่หลังบ้าน ต้นโกสนริมคลอง ล้วนมีเรื่องราว มีตัวละคร ให้นึกถึง จากวัยเด็กจนปัจจุบัน ความทรงจำของผมเต็มไปด้วยต้นไม้ แต่ละต้นล้วนมีเรื่องราวเชื่อมโยงกับบุคคลที่เดินเข้ามาในเส้นทางชีวิต

อาจเป็นเพราะโชคชะตาหรือชีวิตที่เติบโตมากับต้นไม้ ทำให้วันหนึ่งต้องกลายมาเป็นนักจัดสวนที่มีต้นไม้กลายเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของชีวิต เมื่อได้รับเกียรติจาก The Cloud ให้มาเล่าเรื่องต้นไม้ และถูกตั้งคำถามว่า พี่วิทย์อยากเล่าเรื่องไหนก่อน ผมจึงตอบไปว่า “ปลูกต้นไม้ในห้องทำงาน” เพราะผมกำลังสนุกกับการเล่นปลูกต้นไม้ในบ้าน ในห้องนอน ในห้องทำงาน และได้ทดลองกับห้องต่างๆ ของตนเองมาระยะหนึ่ง

ต้นไม้ โต๊ะทำงาน

ห้องทำงาน

สำหรับผม บ้านที่ไม่มีต้นไม้คือบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จ เป็นบ้านที่ไม่มีชีวิต และก็รู้สึกเช่นนั้นกับห้องต่างๆ ภายในบ้าน รวมทั้งห้องทำงาน ต้นไม้ในบ้านช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของวัสดุต่างๆ ในห้อง และช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้ห้องของเรา เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมอยากพูดถึงต้นไม้ในที่ทำงานหรือในห้องทำงาน เพราะผมรู้สึกว่า บรรยากาศในห้องทำงานบางครั้งก็เต็มไปด้วยความเร่งรีบและเคร่งเครียด ต้นไม้น่าจะมีส่วนลดบรรยากาศเเบบนั้นลง อีกนัยหนึ่งก็อาจช่วยบำบัดอาการเครียดอันเกิดจากการทำงานได้ และการสร้างบรรยากาศอันรื่นรมย์ให้เกิดขึ้นด้วยสีเขียวๆ ของต้นไม้ น่าจะช่วยส่งผลกับความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพในการทำงาน

ทีนี้เราคงต้องมาพูดกันเรื่องการเลือกต้นไม้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและมีหลายองค์ประกอบที่ต้องคำนึงถึง ชนิดของต้นไม้ ขนาด รูปทรง ภาชนะที่ใช้ เลยไปถึงการเข้าใจธรรมชาติของต้นไม้แต่ละต้น เพื่อให้การปลูกต้นไม้ของเราไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และเป็นภาระในเวลาต่อมา ต้นไม้แต่ละต้นมีคาแรกเตอร์ไม่เหมือนกัน บางต้นก็เป็นต้นไม้เท่ๆ บางต้นก็อ่อนหวาน บางต้นก็ดูแมนๆ บางต้นก็ให้อารมณ์ไทยๆ ฉะนั้น การเลือกชนิดของต้นไม้จึงมีความสำคัญพอๆ กับการเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งห้องให้ลงตัวกับสไตล์ที่เลือก

ต้นไม้มีให้เลือกหลากหลายชนิด ขนาด รูปทรง และสีสัน รวมทั้งภาชนะที่ใส่ เราต้องพิถีพิถันกับทุกรายละเอียดเพื่อให้เข้ากับห้องและเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างดีแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างระหว่างการเลือกต้นไม้กับการเลือกเฟอร์นิเจอร์คือ ต้นไม้ต้องการความเข้าใจ เราต้องเรียนรู้ ทำความรู้จักต้นไม้ของเราให้ดี และเมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของเขา ต้นไม้ก็จะเติบโต สวยงาม และให้ความรู้สึกดีๆ กับเรา

ต้นไม้ต้นหนึ่งที่ผมอยากพูดถึงคือ Fiddle-leaf Fig หรือที่คนไทยเรียก ไทรใบซอ ไทรใบยอ หรือ ไทยใบสัก เป็นพืชตระกูล Ficus (ไทร) เป็นต้นไม้เท่ๆ ที่เหมาะกับการนำมาจัดวางในห้องทำงาน ไทรใบซอดูแลไม่ยาก ไม่ต้องการแสงแดดจัด มีใบใหญ่สวยงาม ทำความสะอาดง่าย (ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดฝุ่นออกเพื่อให้ใบรับแสงแดดได้เต็มที่) บวกกับคุณสมบัติเรื่องการดูดสารพิษ จึงเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่คนเลือกหามาไว้ในบ้านหรือในที่ทำงาน

วิธีปลูก เราเลือกรองก้นกระถางด้วยหินภูเขาไฟหรืออิฐมอญทุบ หนาประมาณ 1 – 2 นิ้ว ซึ่งจะช่วยไม่ให้รากจมน้ำอยู่ตลอดเวลา หากไม่ทำเช่นนั้นเมื่อรดน้ำและเกิดน้ำขังในจานรองกระถางรากจะเน่าและส่งกลิ่นเหม็น และในระยะยาวดินจะแน่น อุดรูกระถาง น้ำไม่ระบายออก ดินจะแฉะเกิน

ห้องทำงาน ห้องทำงาน

ต้นไม้อีกต้นที่ผมอยากแนะนำคือ ต้นยางอินเดีย หรือ Indian Rubber มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย เป็นพืชตระกูล Ficus เช่นเดียวกับต้นไทรใบซอ ต้นยางอินเดียเป็นต้นไม้เลี้ยงง่าย โตเร็ว เป็นพืชที่คนนิยมนำมาใช้ตกแต่งภายในห้อง ภายในอาคาร เพราะไม่ต้องการแสงแดดมากนัก ใบหนาสีเข้มเป็นเงา และที่สำคัญ ได้รับการจัดลำดับว่าเป็นไม้ที่ช่วยทำความสะอาดอากาศในห้องได้ในระดับต้นๆ ยางอินเดียที่นิยมนำมาปลูกในบ้านหรือในอาคารมีหลายสายพันธุ์ ซึ่งมีความแตกต่างกันในเรื่องสีใบ บางต้นมีใบสีเขียวเข้มจนเกือบดำ บางต้นสีออกเเดงๆ บางต้นก็เป็นพันธ์ุด่าง มีทั้งด่างแดง ด่างเหลือง ด่างขาว

วิธีการดูแลต้นยางอินเดีย ยางอินเดียชอบน้ำ แต่ไม่ชอบแฉะ รดน้ำปริมาณมากและรอจนกว่าดินจะเริ่มแห้ง แล้วค่อยรดน้ำในครั้งต่อไป ระวังอย่าให้น้ำขัง คอยเทน้ำในจานรองทิ้งหลังรดน้ำ ดินที่เลือกใช้ควรเป็นดินร่วนซุย เพื่อช่วยให้ระบายน้ำได้ดี

ถึงแม้ต้นไทรใบซอและต้นยางอินเดียจะไม่ต้องการแสงแดดจัด ชอบชื้นแต่ไม่แฉะ แต่ธรรมชาติของต้นไม้ทุกต้นต้องการแสงธรรมชาติ เราไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่เป็นความเข้าใจธรรมชาติที่ต้องเรียนรู้ ปริมาณน้ำ ปริมาณแสงแดดที่ต้นไม้แต่ละต้นต้องการไม่มีสูตรตายตัว เพราะมีตัวแปรมากมายที่ทำให้ต้นไม้ของเราไม่เหมือนต้นไม้ของบ้านอื่น การเลือกวางต้นไม้ในส่วนที่ห้องได้รับแสงแดดที่ส่องเข้ามาจากช่องหน้าต่างหรือหลังคา การมีมุมเนอร์สเซอรี่เล็กๆ ไว้ฟื้นฟู และสลับสับเปลี่ยนต้นไม้มาจัดวางในบ้านก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งหากห้องทำงานของเราได้รับแสงน้อยเกินไป

ต้นไม้อื่นๆ ที่เราปลูกเลี้ยงเป็นไม้กระถางในห้องทำงานได้อีก คือลิ้นมังกร แคคตัส ฟิโลเดนดรอน สาวน้อยประแป้ง สับปะรดสี หรือไม้รากอากาศอย่างทิลแลนด์เซีย การเลือกใช้ต้นไม้แต่ละต้น เราควรคำนึงถึงคาแรกเตอร์ของต้นไม้ที่เลือก ที่เข้ากับสไตล์ของห้องทำงานของเรา

การให้เวลาทำความเข้าใจธรรมชาติของพวกเขาจะช่วยให้เราละเอียดลออกับชีวิตเล็กๆ ที่มอบแต่สิ่งดีๆ ให้เราเสมอ

Writer & Photographer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load