23 พฤศจิกายน 2562
58 K

คอลัมน์ตอนที่แล้ว เราเล่าถึงวิธีเลือกซื้อและดูแลต้นไม้ให้อยู่รอด และสวยเหมือนตอนอยู่ที่ร้านกันไปแล้ว

ตอนนี้เราจะพูดถึงสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้ในการต้อนรับต้นไม้ใหม่เข้ามาปลูกในห้อง นั่นก็คือเรื่องกระถางต้นไม้

ต้นไม้ที่เราซื้อมาส่วนใหญ่จะมากับกระถางพลาสติกสีดำ ถ้าเอามาวางในบ้านเลยก็จะเจอปัญหาน้ำรั่วเลอะเทอะ ดูไม่สวยงามนัก ดังนั้นก่อนจะเอาต้นไม้ไปวางในตำแหน่งที่ชอบ เราต้องเริ่มต้นจัดการเรื่องกระถางกันก่อน

1. อย่าลืมจานรอง

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย หรือไม่ถนัดดูแลต้นไม้ และไม่ติดขัดถ้าจะเห็นกระถางพลาสติกสีดำวางอยู่บนชั้นในห้อง สิ่งเดียวที่คุณต้องทำก็คือวางกระถางลงบนจานรอง จะเป็นจานที่คุณซื้อจากร้านขายกระถางก็ได้ จานอะไรก็ได้ หรือจะวางกระถางต้นไม้หลายๆ กระถางในถาดเดียวกันก็ได้ หน้าที่ของจานรองคือรองรับน้ำเวลารดไม่ให้ไหลเลอะเทอะ เคล็ดลับก็คือไม่ควรใช้จานที่แบนหรือเล็กเกินไป เพราะรดน้ำนิดเดียวน้ำก็จะล้นแล้ว

2. วางกระถางดำลงในกระถางใบสวย

กระถางต้นไม้ยุคใหม่จำนวนมากออกแบบมาให้เราแค่วางต้นไม้ในกระถางสีดำลงไปเท่านั้นเป็นอันจบ ไม่ต้องถอดกระถางดำออก แล้วเอาลงปลูกในกระถางใหม่ ข้อดีคือเราสลับสับเปลี่ยนต้นไม้ได้ตลอด จะยกต้นไม้ออกไปผึ่งแดดผึ่งลมก็ง่าย แค่ยกกระถางดำออกไป ไม่ต้องยกไปทั้งกระถางใหญ่

3. ดูดีๆ ว่ากระถางใหม่มีรูไหม

เนื่องจากมันเป็นเพียงกระถางครอบ ไม่ใช่กระถางจริง จึงจะมีรูระบายน้ำก็ได้ ไม่มีก็ได้

ถ้ามีรูระบายน้ำ เราต้องหาจานรองป้องกันน้ำไหลเลอะเทอะ กระถางที่ออกแบบมาอย่างดีส่วนใหญ่จะมีจานรองมาด้วยกันแบบเข้าชุด แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะกระถางที่เป็นงานไม้หรืองานสานทั้งหลายไม่ค่อยทำจานรองมาด้วย จะเอาจานอะไรมาวางรองก็ดูไม่เข้า ทางแก้คือเอาจานรองไปวางด้านในกระถางแทน และต้องระวังไม่รดน้ำมากเกินไป เพราะถ้าน้ำล้นจากจานรองจะเลอะเทอะกระถางใบสวย ยิ่งเป็นตะกร้าสานก็อาจมีคราบเปื้อนตะกร้า รวมถึงมีเชื้อราตามมาได้

4. ถ้ากระถางใหม่ไม่มีรู ต้องระวังน้ำท่วมต้นไม้

ถ้ากระถางไม่มีรูก็หมายความว่า น้ำทั้งหมดที่รดลงไปจะแช่อยู่ในนั้น ไม่ระบายออกไปไหน การปล่อยให้รากต้นไม้แช่น้ำนานๆ ก็อาจจะเน่าได้

ถ้าเป็นกระถางขนาดเล็ก ควรรดน้ำน้อยๆ แต่ถ้าพลั้งมือรดเยอะไป ก็แค่ยกกระถางด้านในขึ้น แล้วเทน้ำในกระถางใบนอกทิ้ง แต่ถ้าเป็นกระถางที่มีขนาดใหญ่ เราควรป้องกันแต่เนิ่นๆ ด้วยการหาอะไรรองก้นกระถางก่อน เช่น อิฐมอญ อิฐมวลเบา หรือโฟม (ช่วยลดขยะได้ด้วย) แล้วค่อยวางกระถางดำลงบนวัสดุเหล่านี้ ข้อดีในแง่ความงามคือต้นไม้จะไม่สูงขึ้น ไม่จมหายไปในกระถาง และข้อดีในแง่การใช้งานคือน้ำจะไม่ท่วมราก แต่จะท่วมอยู่ใต้กระถางดำ ช่วยส่งความชื้นขึ้นมาให้ต้นไม้

5. เปลี่ยนกระถางให้ต้นไม้โต

ถ้าอยากให้ต้นไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น เราต้องเปลี่ยนกระถางเพื่อให้รากมีพื้นที่ในการชอนไชมากขึ้น ยิ่งเราใช้วัสดุปลูก (อย่าเรียกสิ่งที่ใช้ปลูกต้นไม้ว่าดิน ต้องเรียกว่าวัสดุปลูก เพราะเราแทบไม่ใช้ดินกันแล้ว) ที่มีรูพรุน ไม่จับตัวเป็นก้อน รากต้นไม้ก็ยิ่งชอนไชง่าย ต้นไม้ก็โตเร็ว การปลูกต้นไม้ในห้องไม่ควรใช้ดิน (ไม่ต้องตกใจ เพราะต้นไม้ที่คุณซื้อมาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ปลูกด้วยดิน) เพราะจะมีปัญหาเรื่องมดและแมลง

วัสดุปลูกยอดนิยมที่แนะนำคือกาบมะพร้าวสับ หินภูเขาไฟ พีทมอส สแฟกนัมมอส ถ่านหุงต้ม หรือจะบี้เม็ดโฟมใส่ลงไปด้วยก็ได้ กาบมะพร้าวสับอุ้มน้ำได้ดี ส่วนถ่านหุงต้มช่วยดูดซับของเสียและกลิ่นได้ แต่วัสดุปลูกเหล่านี้ไม่ค่อยมีแร่ธาตุ เราจึงต้องใส่ปุ๋ยช่วย

6. ปลูกต้นไม้ไม่ต้องใส่ปุ๋ยก็ได้

เราสามารถปลูกต้นไม้โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย เหมือนการปลูกต้นไม้แช่น้ำที่แค่เลี้ยงในน้ำเปล่าก็ยังโตเอาๆ แต่ถ้าอยากให้ต้นไม้ของเราเติบโตอย่างแข็งแรง มีสีสันของใบและลำต้นที่สดเข้ม ก็ควรใส่ปุ๋ยบำรุงบ้าง

7. ใส่ปุ๋ยมากไปก็ไม่ดี

ต้นไม้ที่ปลูกในห้องมีจังหวะชีวิตไม่เหมือนต้นไม้ที่ปลูกกลางแจ้ง มันต้องการน้ำน้อยกว่า ปุ๋ยก็เช่นกัน เราควรให้ปุ๋ยสำหรับต้นไม้ในห้องด้วยปริมาณที่น้อยกว่า และเว้นระยะเวลาห่างกว่า เช่นทุกๆ 3 – 4 เดือน ถ้าต้นไม้ในห้องได้รับปุ๋ยที่เข้มข้นไปก็อาจจะช็อกและตายได้ ถ้าจะใช้ปุ๋ยละลายเร็ว (ปุ๋ยเม็ดที่โดนน้ำแล้วละลายหายไปหมด) ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยเคมีต้องใส่ในปริมาณน้อยมาก ส่วนปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักนั้นไม่แนะนำ เพราะมีปัญหาทั้งเรื่องความเข้มข้น กลิ่น เชื้อโรค และแมลง

8. ใช้ปุ๋ยละลายช้า

ปุ๋ยที่เหมาะกับการปลูกต้นไม้ในห้องที่สุดจึงเป็นปุ๋ยละลายช้า (ปุ๋ยเม็ดแบบที่ 3 เดือนก็ยังละลายไม่หมด) ซึ่งเราคุ้นกันในชื่อออสโมโคท โดยจะคลุกไปกับดินตอนเปลี่ยนกระถางก็ได้ หรือจะโรยใส่ด้านบนก็ได้ เนื่องจากมันละลายช้ามาก ต้นไม้จึงค่อยๆ ได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง

9. กระถางดินเผาเย็นกว่ากระถางพลาสติก

กระถางพลาสติกเบากว่ากระถางเซรามิกหรือกระถางดินเผา จะวางบนชั้นหรือจะขนย้ายก็ทำได้สะดวก แต่ข้อดีของกระถางดินเผาคือเก็บความเย็นได้ดีกว่า ดินในกระถางเย็นกว่า รากของต้นไม้เลยเดินได้รอบต้น ดังนั้นต้นไม้ต้นไหนชอบอยู่แบบชื้นๆ เย็นๆ ใช้กระถางดินเผาจะเหมาะมาก แต่ถ้าเป็นต้นไม้พันธุ์ที่ชอบแห้งๆ แล้วอยากใช้กระถางดินเผาก็อย่ารดน้ำเยอะ และหลีกเลี่ยงวัสดุปลูกที่อุ้มน้ำ

10. อย่าเติมดินบนหน้าดิน

เวลาที่เราปลูกต้นไม้ไปสักพัก ดินจะย่อยสลายจนลดตัวลง คนจำนวนมากดูออกว่าได้เวลาเติมดินแล้ว แต่สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจผิดก็คือเราไม่ควรเทดินจำนวนมากลงไปด้านบน เพราะการถมดินลงที่โคนต้นอาจทำให้ต้นไม้หายใจไม่ออก (ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกในสนามก็เช่นกัน) วิธีที่ถูกต้องคือเราต้องรื้อต้นไม้ออกจากกระถาง แล้วผสมดินใส่เข้าไปใหม่บริเวณก้นกระถาง จะเติมดินที่ด้านบนด้วยก็ได้ แต่ไม่ควรใส่มากนัก

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographers

ธัชชา ศุภกิจเจริญ

นักเรียนกราฟิคดีไซน์ชื่อฟ้า ผู้ฝึกงานถ่ายภาพกับบริษัทก้อนเมฆ หลงรักกล้องฟิล์ม และออกเดินทางเพื่อสะสมเรื่องราวลงกลักฟิล์มม้วนใหม่เสมอๆ

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

ช่วงที่สวยที่สุดของต้นไม้ คือวินาทีที่เรายื่นเงินให้คนขายแล้วหยิบมันออกมาจากร้าน

นักปลูกต้นไม้มือใหม่หลายคนเชื่อแบบนี้ เพราะต้นไม้ที่วางขายในร้านมันช่างสวยเตะตา ใบเขียวแข็งแรง ออกดอกสะพรั่งล้นกระถางจนนึกว่าเป็นช่อดอกไม้ เราเห็นแล้วก็จินตนาการไปว่าเดี๋ยวความงามนี้จะมาเฉิดฉายอยู่ในบ้านเรา ก็เลยควักเงินคว้าตัวมันกลับมา

แต่พอย้ายมาอยู่บ้านเรา มันก็เริ่มร่วงโรย ดอกหาย ใบเหี่ยว และค่อยๆ ขาดใจตายไปในที่สุด

เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้กันมาแล้วทั้งนั้น

ดังนั้น ถ้าอยากซื้อต้นไม้กลับมาปลูกในบ้าน ในห้อง หรือบนโต๊ะทำงาน แล้วให้มันยังคงความงามและชีวิตเอาไว้ เราขอแนะนำว่าอย่างนี้

วิธีดูแลต้นไม้

1. ต้นไม้ที่ปลูกในห้องจะไม่งามเท่าต้นไม้ที่ปลูกนอกห้อง

ความจริงข้อแรกที่ควรทราบคือ ต้นไม้ที่เอามาปลูกในที่ร่มอย่างในห้อง โดยเฉพาะในห้องแอร์ ยากมากที่จะสุขภาพดีและงดงามเท่าตอนปลูกแบบโดนแดดโดนลมด้านนอก ดังนั้น การที่เราซื้อต้นไม้ซึ่งโตมาในเรือนเพาะชำมาปลูกในห้อง มันย่อมไม่มีทางงามเท่าตอนอยู่ที่ร้าน ถ้าปลูกแล้วความสดชื่นของมันลดลงเล็กน้อย แต่ยังคงความเขียว ไม่ทิ้งใบ แตกใบใหม่ ก็ถือว่าโอเค แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มันเริ่มโรยราแล้วไร้ซึ่งการเจริญเติบโต ก็ได้เวลาที่เราต้องเข้าไปแก้ไข

2. หาข้อมูลต้นไม้ก่อนปลูก

ถ้าคุณทำการบ้านมาอย่างดีว่าอยากได้ต้นนั้นต้นนี้ สิ่งสำคัญที่ต้องศึกษาคือ มันต้องการแสงมากน้อยแค่ไหน อยู่ในแสงรำไรได้หรือไม่ เพราะต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการแสงแดด ต้นที่ต้องการแสงมากควรปลูกกลางแจ้ง แต่ถ้าเราเอาต้นที่ต้องการแสงมากอย่างกระบองเพชรมาอยู่ในห้องที่โดนแสงน้อย ยังไงก็ไม่รอด

วิธีดูแลต้นไม้
วิธีดูแลต้นไม้

3. รู้เท่าทัน Pinterest

หลายคนเลือกต้นไม้มาปลูกในห้องตามรูปใน Pinterest หรือ Instagram ซึ่งเน้นสไตล์ของต้นไม้ที่เข้ากับห้องเป็นหลัก เราขอแนะนำให้คุณดูเลยไปถึงตำแหน่งของต้นไม้ในรูป ดูว่าที่มันงามขนาดนั้นมันโดนแสงมากน้อยขนาดไหน แล้วจุดที่เราจะเอามาวางในห้องของเรามีแสงแบบนั้นไหม และสิ่งที่สำคัญที่สุดระดับที่ต้องใส่ดอกจันไว้ 3 ดอกก็คือ อย่าปักใจเชื่อภาพที่เราเห็นแบบหมดใจ เพราะหลายครั้งเขาก็แค่ยกมันมาตั้งตรงนั้นเพื่อถ่ายรูปเท่านั้นเอง การหาข้อมูลนิสัยใจคอของมันด้วยตัวเองจึงสำคัญที่สุด

4. ควรคุยกับพ่อค้าแม่ค้า แต่อย่าเชื่อทั้งหมด

เวลาเราเห็นต้นไม้ถูกใจในร้านขายต้นไม้ คำถามแรกที่ทุกคนมักจะถามคือ “ชื่อต้นอะไร” คำถามถัดมาที่ต้องถามให้รู้ก่อนซื้อก็คือ มันชอบแดด ชอบน้ำยังไง บ่อยครั้งที่คนขายมักจะตอบแบบกลางๆ เช่น ปลูกแดดได้ ปลูกรำไรได้ บางครั้งเขาก็ตอบตามความจริง แต่บางครั้งก็ไม่จริงเพราะเขาอยากขาย และหลายๆ ครั้งก็ไม่จริงเพราะเขาไม่ใช่คนปลูก เขาแค่ไปรับมาจากผู้เพาะต้นไม้แล้วเอามาขายเท่านั้นเอง คำตอบของเขาจึงมาจากประสบการณ์หรือความเข้าใจของเขา ดังนั้น เพื่อความชัวร์ เราควรถามเขาว่า เขาเพาะต้นนี้เองหรือเปล่า ถ้าใช่ เขาก็น่าจะเข้าใจนิสัยใจคอของมันจริงๆ แต่ไม่ว่าอย่างไร วิธีการที่ดีที่สุดคือหาข้อมูลจากหลายๆ แห่ง เช่นถามจากหลายๆ ร้าน ถ้าข้อมูลตรงกัน ก็น่าจะเชื่อได้

วิธีดูแลต้นไม้
วิธีดูแลต้นไม้

5. ไม้ดอกส่วนใหญ่ปลูกในห้องไม่ได้

ไม้ดอกเกือบทุกชนิดต้องการแสงมาก ดังนั้น ถ้าเอามาปลูกในห้องมันก็อาจจะไม่ออกดอก กลายร่างเป็นไม้ใบ หรือไม่ก็อาจจะตายได้ แต่ไม้ใบส่วนใหญ่อยู่ในห้องได้ แต่ก็ต้องเป็นจุดที่ไม่อยู่ห่างจากแสงธรรมชาติมากนัก ถ้าปล่อยมันไว้กับความสว่างจากหลอดไฟอย่างเดียวก็อาจจะไม่รอด (ยกเว้นเป็นไฟสำหรับปลูกต้นไม้)


6. ให้เวลาต้นไม้ปรับตัว

ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดและเติบโตมากับแสงแบบหนึ่ง (ส่วนใหญ่โตมาในโรงเพาะชำซึ่งได้รับแสงค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้แรงขนาดแสงกลางแจ้ง) เมื่อเราเอามันเข้ามาในบ้าน เราก็ควรวางให้โดนแสงในจุดที่ไม่หักดิบจนเกินไป ค่อยๆ ให้ต้นไม้ได้ปรับตัว โดยเฉพาะการเอาไปโดนแดดเต็มๆ ตามระเบียงหรือดาดฟ้า ก็อาจจะช็อกแดด ใบไหม้ได้ อย่างเฟิร์น เราเชื่อกันว่าต้องอยู่ในที่ร่ม แต่เฟิร์นอยู่กลางแดดได้ เพียงแต่ต้องรอให้เขาชินแล้วแตกใบใหม่ขึ้นมารับแดดกลางแจ้ง ส่วนต้นไม้ที่โดนแดดน้อยลงแบบไม่ทันได้ตั้งตัว มักจะทิ้งใบแล้วไม่ยอมแตกใบใหม่ แต่ถ้าแตกใบใหม่เมื่อไหร่ก็แปลว่ามันปรับตัวกับสภาพนั้นได้แล้ว

วิธีดูแลต้นไม้, บ้านและสวน
วิธีดูแลต้นไม้, บ้านและสวน

7. อย่าดูแลต้นไม้ในห้องเหมือนต้นไม้กลางแจ้ง

ต้นไม้กระถางที่อยู่ในห้องต้องการการดูแลแตกต่างจากต้นไม้กลางแจ้งโดยสิ้นเชิง เราพูดเรื่องแดดกันไปแล้ว ต่อไปคือเรื่องน้ำ ต้นไม้กระถางต้องการน้ำน้อยกว่าต้นไม้กลางแจ้ง เนื่องจากแดดและอุณหภูมิในห้องทำให้น้ำระเหยช้ากว่า ถ้ารดน้ำเท่ากับต้นไม้กลางแจ้งก็อาจจะเน่าได้ ดังนั้น เราต้องรดน้ำด้วยปริมาณและความถี่ที่น้อยลง ถ้าจะให้บอกจำนวนคงยาก เพราะขึ้นกับสภาพห้องและการดูดน้ำของต้นไม้ แต่หลักที่เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ ดินแห้งเมื่อไหร่ค่อยรดเมื่อนั้น ส่วนปุ๋ยก็ควรใช้ปุ๋ยละลายช้า (ตอนหน้าเราจะมาอธิบายเรื่องนี้กันต่อ) ให้ปุ๋ยในปริมาณที่น้อยกว่าต้นไม้กลางแจ้ง และให้ปุ๋ย 3 – 4 เดือนครั้งก็พอ

8. จับสัญญาณให้ได้ว่ามันไม่เหมือนเดิม

ถ้าหมั่นสังเกตต้นไม้สักหน่อย เราอาจจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของต้นไม้ ถ้าเราเห็นอาการบางอย่างแล้วปล่อยทิ้งไว้ ก็อาจจะนำมาซึ่งความป่วยไข้ และล้มตายในที่สุด เอาเป็นว่าถ้าใบเริ่มมีอาการผิดปกติ เราก็ควรต้องตรวจโรคพืชแบบง่าย ถ้าใบสลด ต้องเริ่มจากสังเกตสภาพดินว่าดินแห้งหรือแฉะไป ถ้าดินแห้งก็ลองรดน้ำแล้วรอดูว่าจะฟื้นไหม ถ้าดินแฉะก็เป็นได้ว่ารดน้ำมากไปจนทำให้รากเน่า ซึ่งถ้าโชคร้ายเจอเชื้อราลามจากรากเข้าต้นสู่ใบ ก็อาจตายได้ ดังนั้น ต้นไม้ที่อยู่ในห้อง ถ้ารดน้ำมากไปก็อันตรายมาก

10 วิธีดูแลต้นไม้ ในร่มให้อยู่รอดและสวยเหมือนตอนซื้อจากร้านสำหรับนักปลูกมือใหม่
วิธีดูแลต้นไม้, บ้านและสวน

9. ถ้าอาการไม่ดี อย่าเพิ่งทิ้ง

การปฐมพยาบาลต้นไม้ที่เริ่มเน่าเพราะดินแฉะหรือโดนเชื้อราทำได้หลายวิธี ง่ายๆ คือ เอาต้นไม้ขึ้นมาจากดิน ตัดรากเสียทิ้ง ล้างรากให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง แล้วปลูกอีกครั้งด้วยวัสดุปลูกใหม่ ถ้าปลูกด้วยดิน รดน้ำเยอะไปดินอาจจะจับเป็นก้อน หรือละลายเป็นเลน ลองเปลี่ยนมาปลูกด้วยกาบมะพร้าวสับ พีทมอส หรือสแฟกนัมมอส ใช้แทนดินได้เลย วัสดุพวกนี้มีความพรุนสูงมาก จะช่วยให้รากเดินเร็ว

10. ย้ายที่

ต้นไม้แต่ละชนิดต้องการปริมาณน้ำและแสงแดดไม่เท่ากัน ดังนั้นถ้าวางในมุมหนึ่งของห้องแล้วอาการไม่ดี ก็ลองขยับเปลี่ยนมุมให้โดนแสงมากขึ้น หรือเอาออกไปตั้งนอกห้องให้ได้รับแสงรับอากาศเต็มๆ จนแข็งแรงแล้วค่อยเอากลับเข้ามา ก็จะช่วยให้ต้นไม้อยู่กับเราได้นานขึ้น

10 วิธีดูแลต้นไม้ ในร่มให้อยู่รอดและสวยเหมือนตอนซื้อจากร้านสำหรับนักปลูกมือใหม่

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographers

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

ธัชชา ศุภกิจเจริญ

นักเรียนกราฟิคดีไซน์ชื่อฟ้า ผู้ฝึกงานถ่ายภาพกับบริษัทก้อนเมฆ หลงรักกล้องฟิล์ม และออกเดินทางเพื่อสะสมเรื่องราวลงกลักฟิล์มม้วนใหม่เสมอๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load