23 พฤศจิกายน 2562

คอลัมน์ตอนที่แล้ว เราเล่าถึงวิธีเลือกซื้อและดูแลต้นไม้ให้อยู่รอด และสวยเหมือนตอนอยู่ที่ร้านกันไปแล้ว

ตอนนี้เราจะพูดถึงสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้ในการต้อนรับต้นไม้ใหม่เข้ามาปลูกในห้อง นั่นก็คือเรื่องกระถางต้นไม้

ต้นไม้ที่เราซื้อมาส่วนใหญ่จะมากับกระถางพลาสติกสีดำ ถ้าเอามาวางในบ้านเลยก็จะเจอปัญหาน้ำรั่วเลอะเทอะ ดูไม่สวยงามนัก ดังนั้นก่อนจะเอาต้นไม้ไปวางในตำแหน่งที่ชอบ เราต้องเริ่มต้นจัดการเรื่องกระถางกันก่อน

1. อย่าลืมจานรอง

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย หรือไม่ถนัดดูแลต้นไม้ และไม่ติดขัดถ้าจะเห็นกระถางพลาสติกสีดำวางอยู่บนชั้นในห้อง สิ่งเดียวที่คุณต้องทำก็คือวางกระถางลงบนจานรอง จะเป็นจานที่คุณซื้อจากร้านขายกระถางก็ได้ จานอะไรก็ได้ หรือจะวางกระถางต้นไม้หลายๆ กระถางในถาดเดียวกันก็ได้ หน้าที่ของจานรองคือรองรับน้ำเวลารดไม่ให้ไหลเลอะเทอะ เคล็ดลับก็คือไม่ควรใช้จานที่แบนหรือเล็กเกินไป เพราะรดน้ำนิดเดียวน้ำก็จะล้นแล้ว

2. วางกระถางดำลงในกระถางใบสวย

กระถางต้นไม้ยุคใหม่จำนวนมากออกแบบมาให้เราแค่วางต้นไม้ในกระถางสีดำลงไปเท่านั้นเป็นอันจบ ไม่ต้องถอดกระถางดำออก แล้วเอาลงปลูกในกระถางใหม่ ข้อดีคือเราสลับสับเปลี่ยนต้นไม้ได้ตลอด จะยกต้นไม้ออกไปผึ่งแดดผึ่งลมก็ง่าย แค่ยกกระถางดำออกไป ไม่ต้องยกไปทั้งกระถางใหญ่

3. ดูดีๆ ว่ากระถางใหม่มีรูไหม

เนื่องจากมันเป็นเพียงกระถางครอบ ไม่ใช่กระถางจริง จึงจะมีรูระบายน้ำก็ได้ ไม่มีก็ได้

ถ้ามีรูระบายน้ำ เราต้องหาจานรองป้องกันน้ำไหลเลอะเทอะ กระถางที่ออกแบบมาอย่างดีส่วนใหญ่จะมีจานรองมาด้วยกันแบบเข้าชุด แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะกระถางที่เป็นงานไม้หรืองานสานทั้งหลายไม่ค่อยทำจานรองมาด้วย จะเอาจานอะไรมาวางรองก็ดูไม่เข้า ทางแก้คือเอาจานรองไปวางด้านในกระถางแทน และต้องระวังไม่รดน้ำมากเกินไป เพราะถ้าน้ำล้นจากจานรองจะเลอะเทอะกระถางใบสวย ยิ่งเป็นตะกร้าสานก็อาจมีคราบเปื้อนตะกร้า รวมถึงมีเชื้อราตามมาได้

4. ถ้ากระถางใหม่ไม่มีรู ต้องระวังน้ำท่วมต้นไม้

ถ้ากระถางไม่มีรูก็หมายความว่า น้ำทั้งหมดที่รดลงไปจะแช่อยู่ในนั้น ไม่ระบายออกไปไหน การปล่อยให้รากต้นไม้แช่น้ำนานๆ ก็อาจจะเน่าได้

ถ้าเป็นกระถางขนาดเล็ก ควรรดน้ำน้อยๆ แต่ถ้าพลั้งมือรดเยอะไป ก็แค่ยกกระถางด้านในขึ้น แล้วเทน้ำในกระถางใบนอกทิ้ง แต่ถ้าเป็นกระถางที่มีขนาดใหญ่ เราควรป้องกันแต่เนิ่นๆ ด้วยการหาอะไรรองก้นกระถางก่อน เช่น อิฐมอญ อิฐมวลเบา หรือโฟม (ช่วยลดขยะได้ด้วย) แล้วค่อยวางกระถางดำลงบนวัสดุเหล่านี้ ข้อดีในแง่ความงามคือต้นไม้จะไม่สูงขึ้น ไม่จมหายไปในกระถาง และข้อดีในแง่การใช้งานคือน้ำจะไม่ท่วมราก แต่จะท่วมอยู่ใต้กระถางดำ ช่วยส่งความชื้นขึ้นมาให้ต้นไม้

5. เปลี่ยนกระถางให้ต้นไม้โต

ถ้าอยากให้ต้นไม้มีขนาดใหญ่ขึ้น เราต้องเปลี่ยนกระถางเพื่อให้รากมีพื้นที่ในการชอนไชมากขึ้น ยิ่งเราใช้วัสดุปลูก (อย่าเรียกสิ่งที่ใช้ปลูกต้นไม้ว่าดิน ต้องเรียกว่าวัสดุปลูก เพราะเราแทบไม่ใช้ดินกันแล้ว) ที่มีรูพรุน ไม่จับตัวเป็นก้อน รากต้นไม้ก็ยิ่งชอนไชง่าย ต้นไม้ก็โตเร็ว การปลูกต้นไม้ในห้องไม่ควรใช้ดิน (ไม่ต้องตกใจ เพราะต้นไม้ที่คุณซื้อมาส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ปลูกด้วยดิน) เพราะจะมีปัญหาเรื่องมดและแมลง

วัสดุปลูกยอดนิยมที่แนะนำคือกาบมะพร้าวสับ หินภูเขาไฟ พีทมอส สแฟกนัมมอส ถ่านหุงต้ม หรือจะบี้เม็ดโฟมใส่ลงไปด้วยก็ได้ กาบมะพร้าวสับอุ้มน้ำได้ดี ส่วนถ่านหุงต้มช่วยดูดซับของเสียและกลิ่นได้ แต่วัสดุปลูกเหล่านี้ไม่ค่อยมีแร่ธาตุ เราจึงต้องใส่ปุ๋ยช่วย

6. ปลูกต้นไม้ไม่ต้องใส่ปุ๋ยก็ได้

เราสามารถปลูกต้นไม้โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย เหมือนการปลูกต้นไม้แช่น้ำที่แค่เลี้ยงในน้ำเปล่าก็ยังโตเอาๆ แต่ถ้าอยากให้ต้นไม้ของเราเติบโตอย่างแข็งแรง มีสีสันของใบและลำต้นที่สดเข้ม ก็ควรใส่ปุ๋ยบำรุงบ้าง

7. ใส่ปุ๋ยมากไปก็ไม่ดี

ต้นไม้ที่ปลูกในห้องมีจังหวะชีวิตไม่เหมือนต้นไม้ที่ปลูกกลางแจ้ง มันต้องการน้ำน้อยกว่า ปุ๋ยก็เช่นกัน เราควรให้ปุ๋ยสำหรับต้นไม้ในห้องด้วยปริมาณที่น้อยกว่า และเว้นระยะเวลาห่างกว่า เช่นทุกๆ 3 – 4 เดือน ถ้าต้นไม้ในห้องได้รับปุ๋ยที่เข้มข้นไปก็อาจจะช็อกและตายได้ ถ้าจะใช้ปุ๋ยละลายเร็ว (ปุ๋ยเม็ดที่โดนน้ำแล้วละลายหายไปหมด) ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยเคมีต้องใส่ในปริมาณน้อยมาก ส่วนปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักนั้นไม่แนะนำ เพราะมีปัญหาทั้งเรื่องความเข้มข้น กลิ่น เชื้อโรค และแมลง

8. ใช้ปุ๋ยละลายช้า

ปุ๋ยที่เหมาะกับการปลูกต้นไม้ในห้องที่สุดจึงเป็นปุ๋ยละลายช้า (ปุ๋ยเม็ดแบบที่ 3 เดือนก็ยังละลายไม่หมด) ซึ่งเราคุ้นกันในชื่อออสโมโคท โดยจะคลุกไปกับดินตอนเปลี่ยนกระถางก็ได้ หรือจะโรยใส่ด้านบนก็ได้ เนื่องจากมันละลายช้ามาก ต้นไม้จึงค่อยๆ ได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง

9. กระถางดินเผาเย็นกว่ากระถางพลาสติก

กระถางพลาสติกเบากว่ากระถางเซรามิกหรือกระถางดินเผา จะวางบนชั้นหรือจะขนย้ายก็ทำได้สะดวก แต่ข้อดีของกระถางดินเผาคือเก็บความเย็นได้ดีกว่า ดินในกระถางเย็นกว่า รากของต้นไม้เลยเดินได้รอบต้น ดังนั้นต้นไม้ต้นไหนชอบอยู่แบบชื้นๆ เย็นๆ ใช้กระถางดินเผาจะเหมาะมาก แต่ถ้าเป็นต้นไม้พันธุ์ที่ชอบแห้งๆ แล้วอยากใช้กระถางดินเผาก็อย่ารดน้ำเยอะ และหลีกเลี่ยงวัสดุปลูกที่อุ้มน้ำ

10. อย่าเติมดินบนหน้าดิน

เวลาที่เราปลูกต้นไม้ไปสักพัก ดินจะย่อยสลายจนลดตัวลง คนจำนวนมากดูออกว่าได้เวลาเติมดินแล้ว แต่สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจผิดก็คือเราไม่ควรเทดินจำนวนมากลงไปด้านบน เพราะการถมดินลงที่โคนต้นอาจทำให้ต้นไม้หายใจไม่ออก (ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกในสนามก็เช่นกัน) วิธีที่ถูกต้องคือเราต้องรื้อต้นไม้ออกจากกระถาง แล้วผสมดินใส่เข้าไปใหม่บริเวณก้นกระถาง จะเติมดินที่ด้านบนด้วยก็ได้ แต่ไม่ควรใส่มากนัก

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographers

ธัชชา ศุภกิจเจริญ

นักเรียนกราฟิคดีไซน์ชื่อฟ้า ผู้ฝึกงานถ่ายภาพกับบริษัทก้อนเมฆ หลงรักกล้องฟิล์ม และออกเดินทางเพื่อสะสมเรื่องราวลงกลักฟิล์มม้วนใหม่เสมอๆ

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

Plant Planet

ชวนเดินทางเข้าสู่โลกของต้นไม้เพื่อทำความรู้จักพืชในฐานะเพื่อน

วงการไม้ดอกก็เหมือนกับไม้ประเภทอื่น ๆ คือมีการนำเข้าไม้พันธุ์ใหม่ ๆ จากต่างประเทศตลอดเวลา ซึ่งไม้นำเข้าในยุคหลัง ๆ นี้ค่อนข้างคัดสรรกันมาแล้วเป็นอย่างดีว่าจะเจริญเติบโตได้ดีในบ้านเรา นั่นก็หมายความว่า การจัดสวนด้วยไม้ดอกที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ

คอลัมน์ตอนนี้ เราจะพาไปรู้จักกับ 15 ไม้ดอกจากต่างประเทศพันธุ์ใหม่ ๆ รวมไปถึงพันธุ์ที่อาจจะอยู่มานานแล้ว แต่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก เป็นพันธุ์ที่ออกดอกดกตลอดทั้งปีและเลี้ยงง่าย โดยรวม ๆ คือต้องการแดดจัดและไม่ชอบน้ำแฉะ เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่หาซื้อไม่ง่าย บางชนิดจึงอาจจะไม่พบในท้องตลาด ถ้าใครตามหาต้นไหนไม่ได้ ก็ลองมาสอบถามได้ที่ Little Tree นะครับ

01

ชบาป่าญี่ปุ่น

Hibiscus lobatus

ชบาป่าญี่ปุ่น Hibiscus lobatus
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

ชบาป่าญี่ปุ่นเป็นไม้คลุมดินที่จะเลื้อยไปเรื่อย ๆ เลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะ ถ้าปลูกที่สูงก็จะย้อยลงมา ความน่ารักอยู่ที่ดอกซึ่งมีลักษณะบางเบาสีชมพูพาสเทล เวลาโดนลมจะพลิ้วไหวเหมือนเต้นระบำ

02

Vitex agnocastus

Vitex agnocastus
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

ต้นนี้คล้ายกับ คนทีเขมา (Vitex negundo) แต่ช่อดอกฟูกว่า เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ชอบแดดจัด ถ้าลงดินสูงได้ถึง 3 – 4 เมตร ต้นนี้ได้มาโดยบังเอิญ มีคนนำเข้ามาแล้วเขาขยายพันธุ์ไม่ได้ เลยเอามาให้ที่ Little Tree เลี้ยงในกระถางมาได้ 7 ปี พอเอาลงดิน ต้นก็โตและออกดอกเยอะมาก หลายคนลองเก็บเมล็ดไปเพาะก็ไม่ขึ้น จึงไม่มีขายในตลาด ในช่วงโควิดที่ผ่านมาลองตั้งใจเพาะ สุดท้ายก็สำเร็จ 

ต้นแม่ดอกเป็นสีม่วง แต่ต้นลูกที่ได้มามีทั้งดอกสีม่วง สีชมพู และสีขาว ตอนนี้ที่ Little Tree เลยมี 3 สีเลย เป็นต้นไม้ที่เอาไปจัดสวนให้ลูกค้าแล้วพอลงรูปในไอจี มีคนพิมพ์ถามมาเยอะมากว่าคือต้นอะไร

03

ราชาวดีออสเตรเลีย

Buddleja davidii ‘White Profusion’

ราชาวดีออสเตรเลีย Buddleja davidii 'White Profusion'
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

ราชาวดีออสเตรเลียมีช่อดอกใหญ่กว่าราชาวดีไทย แต่ไม่หอมเท่า เป็นไม้พุ่มที่สูงท่วมหัว สีที่เห็นกันบ่อย ๆ คือ สีม่วงเข้ม หรือที่เรียกว่าราชาวดีม่วง (Buddleja davidii) รวมไปถึงสีชมพูและม่วงอ่อน แต่สีขาวเป็นไม้ใหม่ที่ยังแทบไม่เห็นในตลาด นอกจากจะเลี้ยงง่ายไม่ต่างจากราชาวดีไทยแล้ว ดอกยังเป็นดอกไม้กินได้ ใช้จัดจานโรยหน้าอาหารได้ด้วย

04

คูลลิ่ง

Helichrysum italicum

คูลลิ่ง Helichrysum italicum
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

คูลลิ่งเป็นชื่อที่คนไทยเรียกกัน ชื่อภาษาอังกฤษคือ Curry Plant เพราะใบมีกลิ่นฉุนคล้ายผงกะหรี่ อีกชื่อที่เรียกกันคือ โรสแมรี่ขาว เพราะมีลำต้นและใบคล้ายโรสแมรี่มาก แต่ใบมีสีออกเทา ๆ ขาว ๆ ชอบแดดและไม่ชอบแฉะเหมือนโรสแมรี่ คูลลิ่งที่เข้ามาเมืองไทยรุ่นแรกค่อนข้างจะมีทรงพุ่มใบแน่น พอโดนฝนในบ้านเราเลยชื้นจนเป็นเชื้อรา จึงดูแลยาก แต่คูลลิ่งรุ่นใหม่ มีข้อใบที่โปร่งขึ้น จึงเลี้ยงง่ายกว่าเดิม เป็นไม้ที่นิยมใช้จัดสวน นอกจากจะมีสีใบที่สวยแล้ว ยังมีดอกสีเหลืองที่มีกลิ่นหอมด้วย

05

เสจรัสเซีย

Perovskia atriplicifolia

เสจรัสเซีย Perovskia atriplicifolia
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

เสจ (Sage) เป็นสมุนไพรฝรั่งที่มีสรรพคุณมากมาย และเสจหลายพันธุ์ก็มีดอกสวยเหมาะกับการนำมาปลูกประดับ เสจรัสเซียมีลักษณะคล้ายลาเวอร์เดอร์คือเป็นไม้พุ่มมีดอกสีม่วง ดูเผิน ๆ เหมือนเสจจะเป็นไม้เมืองหนาวที่ปลูกยากในเมืองไทย แต่ความเป็นจริงแล้วปลูกง่ายมาก ขึ้นในกรุงเทพฯ ได้สบาย ๆ เคล็ดลับคือต้องการแดดจัดและต้องหมั่นตัดแต่งอยู่เสมอ

06

บลูเสจ

Salvia azurea

บลูเสจ Salvia azurea
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

บลูเสจเป็นดอกไม้ที่เพิ่งเข้ามาในเมืองไทย จุดเด่นคือมีดอกสีฟ้า ซึ่งหายากมากในเมืองไทย

07

ซัลเวียบิ๊กบลู

Salvia longispicata x farinacea

ซัลเวียบิ๊กบลู Salvia longispicata x farinacea
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

เสจอีกตัวที่อยากแนะนำคือ ซัลเวียบิ๊กบลู ต่างจากซาลเวียอื่น ๆ ตรงที่มีช่อดอกใหญ่กว่า ดอกดกกว่า และสีไม่เข้มเสมอกันทั้งช่อ แต่สีออกเหลือบ ๆ มากกว่า เลี้ยงง่าย ถ้าตัดแต่งดี ๆ อยู่ได้ยาว ๆ 5 – 6 ปีสบาย

08

นีออนออสเตรเลีย

นีออนออสเตรเลีย
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

นีออนเป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงใหญ่ จุดเด่นอยู่ที่ใบสีสว่างออกเทา ๆ ขาว ๆ และออกดอกดก นีออนที่ขายกันในบ้านเรา บางคนก็เรียก Texas Sage ดอกมีสีม่วงสดและชมพูอมแดง ออกดอกทั้งปี แต่ต้นที่อยากแนะนำคือนีออนออสเตรเลียที่เพิ่งเข้ามาสู่ตลาดต้นไม้ในเมืองไทย ดอกดกกว่านีออนปกติและดอกมีสีม่วงอ่อน สวยแบบหวาน ๆ มากกว่า

09

พยับเมฆ

พยับเมฆ
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักต้นพยับหมอก (Plumbago auriculata) ซึ่งมีดอกสีฟ้า เป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย ออกดอกตลอด ชอบแดดจัด ไม่ชอบน้ำ ไม่ชอบแฉะ เหมาะจะปลูกในกระถางวางไว้ในที่สูง ๆ แต่ตัวที่น้อยคนจะรู้จัก และแทบไม่มีขายเลยก็คือ พยับเมฆ ซึ่งมีดอกสีฟ้าเทา เป็นโทนสีที่ซอฟต์ลงมาแตกต่างจากพยับเมฆ สวยแปลกตากว่าที่เราคุ้นเคยกัน พยับเมฆนี้ไม่ใช่ต้นพยับเมฆที่เป็นอีกชื่อหนึ่งของหญ้าหนวดแมว (Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.) แต่อย่างใด

10

พยับขาว

พยับขาว
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

นอกจากจะมีพยับเมฆ ที่เป็นพยับหมอกสีเทาแล้ว ก็ยังมีพยับเมฆที่เป็นสีขาวล้วน หรือที่เรียกว่า พยับขาวด้วย เป็นต้นไม้ที่หายากเช่นกัน ปลูกแล้วให้ความสวยเรียบแบบคลาสสิก แล้วก็ปลูกง่าย เคล็ดลับสำคัญคือ พอดอกโรยต้องหมั่นตัดแต่ง ต้นจะโตเร็วและออกดอกดก

11

ฟอร์เก็ตมีน็อตไต้หวัน

ฟอร์เก็ตมีน็อตไต้หวัน

ฟอร์เก็ตมีน็อตไต้หวันเป็นต้นไม้ที่อยู่ในตลาดต้นไม้บ้านเรามาสิบกว่าปีแล้ว แต่ช่วงหนึ่งหายไปจากท้องตลาด เพิ่งจะกลับมาช่วงนี้เอง จุดเด่นของฟอร์เก็ตมีน็อตไต้หวันคือมีดอกสีม่วง ฟอร์เก็ตมีน็อตเป็นไม้ล้มลุกที่มีตอ จึงอยู่ได้นาน จุดเด่นคือเป็นดอกไม้ที่ชูก้านเด่น ซึ่งมีดอกไม้น้อยชนิดมากที่มีฟอร์มของก้านดอกที่ชูและแข็งแรงแบบนี้ การดูแลก็ง่ายมาก ชอบแสงแดด และอยู่ในที่ชื้นแฉะได้ด้วย

12

แมคคาโดเนีย

แมคคาโดเนีย
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

แมคคาโดเนีย (Mecardonia) เป็นไม้คลุมดินที่เหมาะกับการปลูกเพื่อป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้น จะไต่ข้อไปเรื่อย ๆ มีดอกสีเหลืองขนาดเล็ก ดอกดก ออกดอกตลอดปี ปลูกง่ายกว่าเดซี่ ควรปลูกในกระถางหรือยกแปลง

13

เดซี่ออสเตรเลีย

เดซี่ออสเตรเลีย
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

เดซี่ออสเตรเลียเป็นไม้ที่อยู่ในบ้านเรามาพอสมควรแล้ว ถือเป็นไม้เลื้อยที่เลี้ยงง่ายกว่าเดซี่ทั่วไป ออกดอกสีขาวดกตลอดทั้งปี ถ้าเลี้ยงในกระถางแล้ววางไว้บนระเบียง ต้นจะย้อยยาวลงมาได้เป็นเมตรเลย

14

ยาร์โรว์ (Yarrow)

Achillea millefolium

ยาร์โรว์ (Yarrow) Achillea millefolium
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

ยาร์โรว์เป็นไม้ดอกที่คนยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก จุดเด่นคือช่อดอกที่ประกอบไปด้วยดอกเล็ก ๆ สีขาว เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่ายมาก ชอบแดดจัด และแทบไม่ต้องการการดูแล ไม่ชอบน้ำแฉะ แตกกอง่ายมาก

15

ดาวกระจายสีเหลืองอ่อน

ดาวกระจายสีเหลืองอ่อน
15 ดอกไม้แปลกน่าปลูก สวยเหมือนสวนเมืองนอก เลี้ยงง่าย มีดอกตลอดปี

ดาวกระจายที่เห็นทั่วไปมักเป็นสีเหลืองสด ขาว ชมพู ม่วง แต่การขยายพันธุ์ต้นไม้ด้วยเมล็ดนั้นมักให้พันธุ์ที่ไม่นิ่ง ต้นไม้หลายชนิดที่ Little Tree จริงมีลูกที่ให้ดอกที่มีสีสันแตกต่างออกไป รวมถึงดาวกระจายสีเหลืองอ่อนด้วย ด้วยความที่เป็นสีครีม มีความซอฟต์จึงดูพิเศษกว่าทั่วไป

Writer

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง

ปัจจุบันเป็นนักจัดสวน ในนาม little tree landscape เกิดและเติบโตมาในบ้านสวนริมน้ำท่าจีนมีพ่อเป็นนักสะสมต้นไม้ และมีแม่ชอบปลูกดอกไม้ ชีวิตจึงมีต้นทุนเรื่องต้นไม้มาแต่เด็ก สิบกว่าปีก่อนได้กลายเป็นนักจัดสวนโดยบังเอิญ และเป็นเรื่อยๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะได้ค้นพบแล้วว่างานจัดสวนให้โอกาสเราได้อยู่กับสิ่งที่เรารัก และเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุข

Photographer

วินัย สัตตะรุจาวงษ์

ผู้กำกับรายการและโฆษณาที่ช่วงนี้หันมาสนใจงานแนวสารคดี จึงเน้นทำงานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาคือ รายการ human ride และ เป็น อยู่ คือ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load