30 พฤศจิกายน 2562
9 K

ช่วงปลายปีเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที ใครเล็งจะบิดลัดฟ้าไปเที่ยวต่างประเทศ หรือเพื่อนต่างประเทศบินลัดฟ้ามาหาถึงประเทศไทย แล้วยังหาของฝากถูกกาย ถูกใจ ไม่มี ขอชวนพกสตางค์เต็มกระเป๋ามาจับจ่ายของขวัญของฝากบน ICONCRAFT ณ ICONSIAM บอกเลยว่าคัดสรรงานคราฟต์ดีไซน์เด็ดจากเหนือจรดใต้มาให้เลือกอย่างจุใจ

ชวนส่งต่อความเป็นไทยแต๊ๆ ผ่านสมุดฉีกเวอร์ชัน Pop-Culture ช็อกโกแลตรสชาติล้ำสมัยนำเทรนด์ ใครได้ลองชิมเป็นต้องอุทานว่า หรอยจังฮู้! และสารพันของฝากมากมาย ถ้าเงินในกระเป๋าเรียกร้องอยากออก ขอให้เลื่อนไปดู 10 แบรนด์ คัดมาแล้วโดยพลัน!

Boone’ Breeze

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย
Boone’ Breeze ของขวัญปีใหม่

ศาสตร์สมุนไพรไทยเจอกับสุคนธบำบัดแบบตะวันตกกลายเป็น Boone’ Breeze ผลิตภัณฑ์กลิ่นบำบัด แบรนด์ไทยแท้ชื่อน่ารัก จะอ่านว่า บุญ แบบภาษาไทยหรืออ่านว่า บูเน่ ที่แปลว่าให้พรในภาษาฝรั่งเศสก็ย่อมได้ ความหมายดีดันไปคล้องกับขั้นตอนการปรุงยาดม ยาหอม ที่ต้องนึกถึงสิ่งดี ตั้งจิตดี เพื่อให้การผลิตนั้นออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด

ผลิตภัณฑ์ของ Boone’ Breeze เน้นการบำบัดด้วยกลิ่นเพื่อบรรเทาอาการเครียด อาการซึมเศร้า ความวิตกกังวล พูดไปจะหาว่ายอ แต่ Aroma Herbal Stick ช่างเหมาะกับมวลมหามนุษย์ออฟฟิศเป็นอย่างยิ่ง แพคเกจจิ้งสีละมุน จะพกขึ้นมาสูด ดม หรือทากลางออฟฟิศก็ไม่เคอะเขิน ทางแบรนด์ยังมีสเปรย์อโรมากลิ่นสมุนไพรที่อเนกประสงค์มาก จะพรมบนร่างกาย ฉีดบนเครื่องนอน หรือฉีดในอากาศก็ช่วยผ่อนคลายได้เยี่ยมจนต้องบอกต่อ ดีงามขนาดนี้จะไม่เหมาได้อย่างไร

TNOP DESIGN

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย
TNOP DESIGN ของขวัญปีใหม่

TNOP DESIGN แหวกแนวสมุดฉีกพกพารุ่นคุณยายที่เราเห็นจนชินตา เป็นสมุดฉีกเวอร์ชัน Pop-Culture ชวนสะสม นักออกแบบขนวิถีชีวิตคนไทยสมัยใหม่มาอยู่บนหน้าปก เติมอารมณ์ขันเรียกรอยยิ้มด้วยภาพพิมพ์สีสันจี๊ดจ๊าด แถมด้วยข้อความสุดก๋ากั่นอย่าง ‘ส้มตำสาว เสียวซาบซ่า’ มาพร้อมสาวสยามแต่งกายวาบหวิว บ้างถือไม้เซลฟี่ บ้างตั้งท่าพร้อมเป็นสาวเกิร์ลกรุ๊ป สะท้อนมุมมองกรุงเทพฯ ยุคเก่ากับปัจจุบันได้ดีจนต้องคว้าติดมือไปฝากคนไกลบ้านสักเล่มสองเล่ม ดีไซน์นี้ได้รับรางวัล DEmark (Graphic Design) 2017 จากประเทศไทยด้วยนะ ขอการันตีว่าเจ๋งจริง

SIAMAYA Chocolate

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย

ขอผายมือชวนให้ลองลิ้มรสชาติความเป็นไทยผ่านช็อกโกแลตของ SIAMAYA Chocolate มีทั้งดาร์กช็อคโกแลตรสนมทุเรียน ช็อกโกแลตรสมะพร้าว ช็อกโกแลตรสพริก ถ้ายังธรรมดาไปเราขอแนะนำให้รู้จักดาร์กช็อกโกแลตรสต้มข่า ถึงเครื่องด้วยพริก ข่า ตะไคร้ และมะเขือเทศราชินีอบแห้ง หมัดเด็ดไม่ได้มีเพียงรสชาติ แต่ยังมัดใจขาช้อปด้วยเมล็ดโกโก้ออร์แกนิกคุณภาพดีจากจังหวัดเชียงใหม่ ซื้อไปฝากป่าวประกาศแขกบ้านแขกเมืองได้ว่าช็อกโกแลตบ้านเรามีดีไม่แพ้ใคร

Sor. LangSuan Benjarong 

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย

ชวนลงใต้ไปจับจองผลิตภัณต์ตกแต่งบ้านจากมรดกศิลปกรรมของช่างฝีมือโบราณอย่าง งานเบญจรงค์ลายน้ำทอง งานฝีมือชั้นสูง สมัยก่อนนิยมใช้กันในหมู่ราชสำนัก Sor. LangSuan Benjarong หยิบศิลปะผสานกับวิถีชีวิตร่วมสมัย ชวนช่างศิลป์ในชุมชนกว่า 10 คน สร้างสรรค์งานแบบไทยแท้ ทว่าซ่อนความทันสมัยวัยรุ่นชอบ อย่างเจ้าแมวเบญจรงค์ที่ใครเป็นทาสแมว บอกเลยต้องมี! ตกแต่งบ้านก็ได้ แถมรักษ์ไทยแบบเก๋ไก๋ ไร้ความเชย

Waranist

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย
Waranist ของขวัญปีใหม่

ของจิ๋วเลียนแบบของจริงจนต้องยกนิ้วบอกว่าแจ๋ว! Waranist แบรนด์ของที่ระลึกย่อส่วนสุดคราฟต์ เห็นแล้วชวนน้ำลายสอ เพราะมีอาหารไทยเสมือนจริงทั้งต้มยำกุ้ง ผัดไทยห่อไข่ ข้าวหมูแดง ฯลฯ มาให้เลือกสรรเป็นของฝากนักชิม

 แต่ที่อลังการงานสร้างและชอบมากคงเป็นรถเข็นส้มตำ เหมือนแม้กระทั่งความฝอยของเส้นมะละกอ ไหนจะปลาดุกย่างเนื้อแน่นหนังเกรียมก็ชวนปั้นข้าวเหนียวรอเหลือเกิน ขาดก็แต่แม่ครัวสวมผ้ากันเปื้อนยืนเรียกลูกค้าอยู่หลังรถของจิ๋วมีให้เลือกทั้งแมกเนตติดตู้เย็นและวางประดับเป็นของตกแต่ง ใครชอบแบบไหนจงสนองกิเลสด้วยการจับจ่ายเถิด

Caliiico

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย

ถ้ากำลังมองหาของขวัญ ของฝากที่บ่งบอกความเป็นไทยแลนด์ สไตล์อารมณ์ดี เราขอแนะนำโปสการ์ดแพค I LOVE THAILAND ของ Caliiico แบรนด์ลายเส้นสนุก ที่หยิกแก้มหยอกเอามุมน่ารักของคนไทยมาไว้บนแผ่นกระดาษ

ไหนจะภาพหญิงสาวซ้อนมอเตอร์ไซต์ที่เดาจากหน้าก็รู้ว่าเธอไม่ได้อยากรีบไปถึงจุดหมาย แต่พี่วินดันบิดเสียมิดไมล์ หรือภาพรถเมล์สาย 8 ในความทรงจำ ที่มีพี่คนขับห้าวเป้งพร้อมกระเป๋ารถเมล์คู่ใจนั่งประจำการ และสารพัดมุมมองของประเทศไทยที่ถูกถ่ายทอดผ่านลายเส้นและสีสบายตา เหมาะกับการเขียนข้อความส่งถึงคนไกลให้หายคิดถึงบ้าน หรือจะสะสมให้ครบเซทก็เข้าที อ้อ ไม่ได้มีแค่โปสการ์ดนะ แบรนด์ยังแปลงสายเส้นไปอยู่บนเสื้อและกระเป๋า น่าจับจองไม่แพ้กัน 

Thaniya

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย
Thaniya ของขวัญปีใหม่

เครื่องลายครามงานหัตถศิลป์เลื่องชื่อของประเทศไทย งดงามจนหลายบ้านเก็บเข้าตู้ เพราะไม่กล้าเอามาใช้งานแต่ Thaniya กล้าต่าง! ด้วยการนำเครื่องลายครามมาออกแบบอย่างร่วมสมัยตามปรัชญาของแบรนด์ Art x Craft x Contemporary x Oreintal x Elegance ทั้งลดทอนลายเดิม เพิ่มทรงเรขาคณิตให้จับใจคนชอบงานดีไซน์ แถมความเก๋ด้วยการบรรจุเทียนหอมลงไปในเครื่องลายครามด้วย ไม่เพียงใช้งานได้จริง แต่ยังคงคุณค่าหัตถศิลป์ไทยไว้อย่างเต็มเปี่ยม

The Missing Garden

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย

ถ้าหลงเสน่ห์ความดิบ ความเท่ของงานแกะสลักไม้ เราขอแนะนำให้คุณพาเจ้าตุ๊กตาไม้แกะสลักนั่งได้จาก The Missing Garden กลับบ้านด้วยกัน จะวางกลมกลืนกับสวนหย่อมหน้าบ้านก็เหมาะ จะวางบนโต๊ะทำงานให้เหล่าตุ๊กตาไม้เป็นกำลังใจก็น่ารักจนเพื่อนโต๊ะข้างเคียงต้องหาซื้อตามกันให้ควั่ก ขอแถมปากกาไม้แกะสลักด้ามเป็นสัตว์นานาชนิดให้อีกหนึ่งตัวเลือก บอกเลยคนรักเครื่องเขียนต้องชอบใจ เพราะน้องสัตว์หน้าตาเย้ายวนชวนควักกระเป๋าเพลินแน่นอน

Thai Benjarong

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย

แม้ใครจะบอกว่าความเป็นไทยอยู่ในชีวิตประจำวันไม่ได้ แต่ Thai Benjarong พิสูจน์แล้วว่าความเป็นไทยอยู่ร่วมกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยยุคปัจจุบันได้ ด้วยการออกแบบแก้วน้ำเก็บความร้อน (ปลอกซิลิโคน) เบญจรงค์ เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตของหนุ่มสาวสมัยใหม่ ซื้อแก้วใบเดียวแต่ได้ทั้งการอนุรักษ์และสนับสนุนภูมิปัญญาดั้งเดิมของบรรพบุรุษ 

มากไปกว่านั้นยังช่วยโลกของเราลดการใช้ขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวด้วยนะ ความพิเศษของแก้วเก็บความร้อนอยู่ตรงลวดลายจักรีตัดเส้นทอง ที่นักออกแบบประยุกต์ให้มองเห็นความงามของลวดลายเสมือนเดิมได้จากทุกมุมมอง

ใครไม่อยากเอาต์ จงหาแก้วเบญจรงค์มาไว้ในครอบครอง

Playworks

10 แบรนด์คราฟต์ ดีไซน์จ๊าบที่เหมาะเป็นของขวัญ ของฝาก จากประเทศไทย
Playworks ของขวัญปีใหม่

 Playworks แบรนด์ของฝากจากเชียงใหม่ มาพร้อมสโลแกน ‘ร้านขายของไปฝาก โดยไม่ต้องมีใครฝากซื้อ’

ดีไซน์ของแบรนด์เน้นวาดเส้นและงานปักผ้าเป็นลวดลาย มีทั้งเข็มกลัดใบหน้าสาวชาวเหนือ กระเป๋าอเนกประสงค์ ใส่เครื่องเขียนปากกาก็ได้ ใส่ของใช้กระจุกกระจิกยามออกเที่ยวต่างจังหวัดก็ดี กระเป๋าใส่เหรียญพิมพ์ลายดอกไม้ก็มีให้เลือก สติกเกอร์ล้านนามาดฮิปสเตอร์ยังนอนรอคนมาเป็นเจ้าของ สินค้าของแบรนด์เหมาะเป็นของฝากเพื่อนคนไทยและเพื่อนต่างชาติ ด้วยราคาย่อมเยา ดีไซน์ทันสมัยและกะทัดรัดใช้งานได้จริง เชื่อเลยว่าใครได้รับแฮปปี้ชัวร์

ขอชวนไปสนับสนุนผลงานของดีไซเนอร์และช่างฝีมือท้องถิ่นกันต่อได้ที่ ชั้น 4 และชั้น 5 โซน ICONCRAFT ที่ ICONSIAM ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2562 ถึง 12 มกราคม 2563 แถมยังมีโปรโมชันซื้อ 3 ชิ้น ลด 15% ซื้อ 4 ชิ้น ลด 20% ตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติม ณ จุดขาย สนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือ ติดตามแบรนด์งานคราฟต์พร้อมกิจกรรม Workshop สนุกๆ มากมายได้ที่นี่

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

For English Version,  Click Here

ในฐานะผู้สอนคนหนึ่ง ที่มีโอกาสได้พาผู้เรียนผ่านประสบการณ์การเรียนรู้มาบ้าง เราเชื่อเหลือเกินว่าหลักฐานความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการจัดการการศึกษา ต้องตรวจวัดจากการสะท้อนของผู้เรียน

หากแต่การศึกษาไทยในปัจจุบันนี้กลับมีการรับฟังเสียงของผู้เรียนน้อยเหลือเกิน และหลายครั้งที่แม้จะมีเสียงสะท้อนกลับมา เราที่เรียกตัวเองว่าเป็น ‘ผู้ใหญ่’ กลับไม่ใส่ใจกับความคิดเห็นของพวกเขาเท่าที่ควร ทั้งที่เราทุกคนต้องเคยได้ยินวลีติดหูที่ว่า เด็กคืออนาคตของชาติ

นั่นคือสาเหตุที่วงสนทนาวันนี้กับ King’s College International School Bangkok (King’s Bangkok) ถึงการจัดงาน King’s Bangkok Education Forum 2022  เวทีที่เชิญผู้นำทางความคิดจากหลากหลายวงการ มาส่งต่อประสบการณ์ของพวกเขาให้กับผู้ฟังที่เป็นนักเรียน ภายใต้ธีม Career. Life. Social Values. (อาชีพ ชีวิต และคุณค่าสู่สังคม) มีทั้ง ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สาคร สุขศรีวงศ์ ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ ร่วมด้วย คุณเบน-วิทวัส พันธ์พานิช ตัวแทนทีมงานของโรงเรียน รวมถึงนักเรียน Year 11 อย่าง น้องมาร์ตี้-ยศพัทธ์ ศรีธนสกุลชัย และ น้องแจ๊ปเปอร์-ชนุดม อิ้มพัฒน์ ที่นั่งล้อมวงลงข้างกันเพื่อบอกเล่าสิ่งที่พวกเขาได้เรียนรู้

ถอดบทเรียน King’s Bangkok Education Forum ที่จัดโดยนักเรียน เพื่อตั้งใจส่งต่อโอกาสการศึกษาให้กับนักเรียนอีกกลุ่มในสังคม
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

นักเรียนทั้งสองที่มาร่วมวงกับเรานั้นไม่ได้มาในฐานะผู้ฟัง แต่เป็นหนึ่งในผู้จัดงานที่มีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้นจนจบ ฟอรัมการศึกษานี้จึงเป็นงานที่จัดโดยนักเรียน เพื่อผู้ฟังที่เป็นนักเรียน และตั้งใจส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน ซึ่งเป็นทัศนะที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะตั้งแต่แนวคิด กระบวนการจัดงาน ไปจนถึงการคัดเลือกคนมาสื่อสารเกี่ยวกับงานนั้น สะท้อนให้เห็นถึงการรับฟังเสียงของเด็กมาโดยตลอดทาง

ขอชวนมาฟังไปพร้อมกันกับเรา ว่าผู้บริหารและสตาฟของ King’s Bangkok หว่านเมล็ดพันธุ์แบบใดให้เติบโตในใจผู้เรียนของพวกเขาไปแล้วบ้างในการจัดงานครั้งนี้

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Career

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

นิยามความสำเร็จแรก ๆ ในชีวิตของหลายคน คงหนีไม่พ้นความสำเร็จในหน้าที่การงาน

หากพิจารณาผลงานตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 30 ปีในวงการการศึกษาของ ศ.(พิเศษ) ดร.สาคร ก็น่าจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในใจของคนเป็นครู มีช่องว่างหนึ่งที่เขาอยากจะถมให้เต็ม

“ประเทศไทยเรามีบุคลากร หรือผู้นำทางความคิดที่มีศักยภาพอยู่มากมาย ทั้งในแง่วิชาการ การศึกษา หรือสายอาชีพ บางท่านทำงานอยู่ในองค์กรข้ามชาติ หลายท่านเป็นนักพูดที่สื่อสารกับสังคมอยู่แล้ว แต่กลับมีแค่คนที่เรียนจบมหาวิทยาลัย หรือทำงานแล้วเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้ฟังคนที่ประสบความสำเร็จพูด กลุ่มผู้ฟังที่เป็นนักเรียนกลับเข้าไม่ถึงโอกาสที่จะได้ฟัง นี่จึงเป็นเรื่องที่ผมอยากผลักดันตลอดมา” ศ.(พิเศษ) ดร.สาครรับหน้าที่เปิดบทสนทนาให้เราได้มองเห็นภาพรวม และที่มาของฟอรั่มการศึกษาในครั้งนี้

“การที่ผมได้สอนหนังสืออยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผมได้มีโอกาสทำ Mentoring Program เชื่อมคนที่ประสบความสำเร็จมาแบ่งปันความคิดกับผู้เรียนระดับอุดมศึกษาเป็นครั้งแรก จนได้รับรางวัล Innovation of the Year จาก Association to Advance Collegiate Schools of Business (AASCB) ประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นทำให้ผมเริ่มคิดว่า ทำไมนักเรียนจะมีโอกาสแบบนั้นบ้างไม่ได้”

และเมื่อจังหวะเวลาลงตัว อาจารย์กับทีมงานของ King’s Bangkok จึงไม่รอช้า ได้ชักชวนตัวแทนนักเรียนอย่างมาร์ตี้และกลุ่มเพื่อนมาจัดตั้งคณะกรรมการนักเรียนชุดเฉพาะกิจ เพื่อจัดฟอรั่มการศึกษาร่วมกัน และรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายตั๋ว โดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับนักเรียนมัธยมปลายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อเป็นทุนการศึกษา โดยมีข้อแม้ว่าเด็กๆ ของ King’s Bangkok จะต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดงานอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้นจนจบ

“งานอีเวนต์แบบนี้ไม่ได้ยากเกินความสามารถของสตาฟโรงเรียนที่จะจัดเองหรอกครับ” ผู้บริหารของโรงเรียนเล่า พลางยิ้มอย่างสบาย ๆ “แต่โรงเรียนของเราให้ความสำคัญกับปรัชญา 3 ข้อ ซึ่งยึดเป็นคุณค่าของโรงเรียนเลย นั่นก็คือ มารยาทที่งดงาม ความเมตตา และความใฝ่รู้สู่ปัญญา อีเวนต์นี้มีวัตถุประสงค์หลักคือเตรียมพร้อมนักเรียนมัธยมปลายที่สนใจเป็นการแนะแนวเส้นทางอาชีพ การทำงาน และการใช้ชีวิตในอนาคต และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำงานเรียนรู้การจัดงานไปพร้อมๆ กัน

“แต่ที่มากไปกว่านั้นคือโอกาสในการเรียนรู้คุณค่าเรื่องการมีเมตตา เราอยากสอนให้เด็ก ๆ ของเรามีเมตตาต่อตนเอง และต่อผู้อื่นในสังคมด้วย”

“แต่เรื่องแบบนี้เราสอนกันด้วยปาก ให้ท่องจำกันอย่างเดียวไม่ได้ใช่ไหมครับ” อาจารย์ถามกลับ “เด็ก ๆ ต้องซึมซับความรู้สึกนั้นด้วยใจ และสะท้อนความคิดให้ได้ด้วยตัวเองนั่นคือเหตุผลที่ฟอรั่มการศึกษาในครั้งนี้ถูกสร้างให้เป็นเหมือนสนามทดลอง ให้พวกเขาได้สัมผัสความเมตตาด้วยใจของตัวเอง”

“และที่สำคัญ เนื้อหาที่วิทยากรได้ถ่ายทอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอิคิไก หรือการใช้ชีวิตให้มีคุณค่าตามปรัชญาแบบญี่ปุ่น เรื่องการสร้างคุณค่าให้ชีวิตผ่านวัฒนธรรม เรื่องวิถีผู้นำในองค์กรระดับโลก ตลอดจนการเสวนาเคล็ดลับการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ได้ช่วยปูทางให้เด็กๆ ได้มีรากฐานที่สำคัญก่อนออกก้าวเดินในชีวิตการทำงานต่อไป”

มาร์ตี้นั้นถูกชวนเข้ามาเป็นคนแรก ก่อนที่เขาจะรับหน้าที่ออกตามหาเพื่อน ๆ ผู้ร่วมอุดมการณ์ จนได้ทีมงานทั้งหมด 21 คน หนึ่งในนั้นคือแจ๊ปเปอร์ ผู้ร่วมวงสนทนาอีกคนในวันนี้ ที่รับบทเป็นพิธีกรร่วมบทเวที ที่มีสปีกเกอร์มากประสบการณ์ให้รับมือพร้อมถึง 4 คน

โลกของเด็กนักเรียนYear 11 กำลังจะเปลี่ยนไป ผ่านกระบวนการทำงานแบบผู้ใหญ่ครั้งแรกในชีวิต

King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน
King’s Bangkok Education Forum เวทีเสวนาเรื่องอาชีพและอนาคต จัดโดยนักเรียนเพื่อนักเรียน

Life

“ตอนแรกผมแค่คิดว่าโอกาสที่จะได้ฟังบุคคลที่ผ่านการศึกษาระดับโลก อาทิ มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สแตนฟอร์ด ชิคาโก้ เยลล์ แล้วก็บุคคลที่ประสบความสำเร็จในเวทีระดับโลกจริง ๆ เป็นเรื่องยากมากสำหรับผมและเพื่อน ๆ ผมเลยคิดว่าอยากจะลองมามีส่วนร่วมดู จึงชวนเพื่อน ๆ มาด้วยกัน แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้รับผิดชอบและเรียนรู้มากขนาดนี้ครับ” มาร์ตี้กล่าวย้อนความรู้สึกแรกที่ได้ทราบว่าทางโรงเรียนจะมีโครงการนี้ 

“ในการประชุมครั้งแรก พวกเขานั่งกันตาแป๋วมากครับ” คุณเบน มหาบัณฑิตจากเคมบริดจ์และเป็น หนึ่งในทีมการตลาดของ King’s Bangkok ผู้รับหน้าที่ประสานงานกับคณะกรรมการนักเรียน เล่าติดตลก “สตาฟก็พยายามอธิบายให้เด็ก ๆ ฟังว่า การจัดอีเวนต์ในครั้งนี้มีประโยชน์อย่างไรกับตัวพวกเขาเองบ้าง แต่สิ่งที่จุดประกายไฟในตาของเด็ก ๆ มากที่สุดกลับเป็นตอนที่ผมอธิบายว่า สิ่งนี้จะมีประโยชน์กับคนอื่นอย่างไรบ้าง”

“เราพยายามจะวางแผนกันอย่างดี แล้วก็มีดร.สาครกับทีมการตลาดคอยสนับสนุนด้วย ผมก็เลยรู้สึกมั่นใจ” มาร์ตี้เล่าถึงความรู้สึกหลังจากเขาและเพื่อน ๆ เห็นประโยชน์ของการจัดงานครั้งนี้เมื่อได้รู้ว่าจะได้จัดงานอีเวนต์ใหญ่ “แต่แจ๊ปเปอร์นี่ตื่นเต้นมาก”

“แน่นอนสิ” แจ๊ปเปอร์โต้กลับอย่างออกรสชาติ “ผมจะได้เป็นพิธีกรบนเวทีเลยนะ ใครจะไม่ตื่นเต้นไหว แต่นี่เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับผมเลย แล้วนักเรียนทุกคนที่ได้เข้ามาเป็นทีมงานก็กลายเป็นต้นแบบให้กับรุ่นน้อง ๆ ไปด้วยเลยครับ อีเวนต์นี้มันมีพลังมาก”

การเข้ามามีส่วนร่วมกับการจัดงาน นั่นหมายถึงการตั้งเป้าหมายในการระดมทุน สร้างกลยุทธ์ในการขายบัตร การโปรโมทงาน ไปจนถึงการรันคิวงานในวันจริงด้วยตัวเอง

สำหรับผู้ใหญ่อย่างเราแล้ว อาจฟังดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่ลองนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปในครั้งแรกที่เราต้องจัดการงานที่มีคนจำนวนมากเข้ามาเกี่ยว อย่างงานกีฬาสี งานเลี้ยงรุ่น แล้วจินตนาการดูสิว่า นี่คือประสบการณ์ที่ใหญ่ขนาดไหนสำหรับเด็กมัธยมปลาย

“มันยากตั้งแต่เริ่มหาทีมงานแล้วครับ” มาร์ตี้เกริ่น “เราเริ่มกันที่การออกแบบโลโก้ งานอาร์ตต่าง ๆ ร่วมกับทีมการตลาดของโรงเรียน แต่การจะหาเวลามาทำงานด้วยกันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกผมมีเวลาว่างเฉพาะช่วงพักเที่ยงและหลังเลิกเรียน เราก็เลยมักประชุมกันระหว่างช่วงพักและทานข้าวเที่ยงกันไปด้วย”

“ผมชอบการประชุมช่วงพักเที่ยงนะ เวลาที่เราได้มานั่งล้อมวง ทานอาหารอร่อย ๆ และคุยงานไปด้วย สำหรับผมมันดีกว่าประชุมออนไลน์เยอะครับ เพราะมีอาหารอร่อยไง” แจ๊ปเปอร์เล่าต่อจากเพื่อนอย่างร่าเริง

“การขายบัตรก็ท้าทาย เราโพสต์คอนเทนต์ออนไลน์ด้วยเหมือนกันครับ วิทยากรที่เชิญมาก็ช่วยโปรโมตด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็คุณพ่อคุณแม่เรานี่แหละครับที่ช่วยกันโปรโมต ทั้งที่เราตั้งเป้าหมายในการระดมทุนกันเอง ว่าเราอยากสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนได้ถึง 7 คน ตอนแรกเราก็เลือกกันเพราะเลขสวยดี แต่เราทุกคนก็ดีใจมากที่เราทำได้เกินเป้าหมาย” 

แน่นอนว่าความยากไม่ได้จบแต่ช่วงวางแผน เมื่อถึงวันงานเอง ทั้งคนหน้าฉากอย่างแจ๊ปเปอร์ และคนหลังฉากอย่างมาร์ตี้ต่างก็ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันจนหัวหมุน

 “ภารกิจหลักของวันนี้คือการดูแลวิทยากรครับ” มาร์ตี้อธิบาย “แต่ในขณะที่ดูแลวิทยากรที่ให้เกียรติมาแชร์เรื่องราวกับเรา ผมก็ต้องดูแลทีมงานไปด้วยพร้อมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเอง และให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น”

แม้ว่างานนี้ไม่ใช่งานง่าย ใช้พลังตั้งแต่ต้นจนปลาย แต่พวกเขากลับพูดตรงกันว่า นี่แหละคือรสชาติของชีวิต

เพราะนอกเหนือจากเนื้อหาวิชาชีวิตที่วิทยากรทุกท่านมาแชร์ให้นักเรียนได้ฟังกันเป็นเรื่องที่เหมาะกับผู้ฟังที่เป็นนักเรียนโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการค้นหาความหมายของชีวิตด้วยหลักการอิคิไก การทำความเข้าใจชีวิตผ่านการเข้าใจความหลากหลายของวัฒนธรรม ไปจนถึงประสบการณ์จริงจากรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ ว่าแล้วเขาเหล่านั้นผ่านช่วงเวลาการเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัยมาอย่างไร ค้นหาตัวเองเจอได้อย่างไร ไปจนถึงหางานที่ใช่ได้อย่างไร นักเรียนอย่างพวกเขาก็ได้ฝึกออกแรงเปิดประตูบานแรกสู่ชีวิตผู้ใหญ่ ด้วยกระบวนการเบื้องหลังการจัดงานนั่นเอง

“การจัดอีเวนต์ครั้งนี้ทำให้เราได้ลิ้มรสชาติชีวิตผู้ใหญ่ครับ” แจ๊ปเปอร์ให้ความเห็นหลังจากนิ่งและตกผลึกความคิดได้ “เหมือนที่วิทยากรท่านหนึ่งของเราพูดบนเวทีว่า กำแพงที่กั้นระหว่างเขากับชีวิตจริงได้พังทลายลงในช่วงจังหวะที่เขาเพิ่งได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก นั่นเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าต้องเผชิญหน้ากับความจริง อารมณ์ประมาณนั้นเลย แต่เวทีนี้ก็ช่วยให้เรากลัวชีวิตจริงน้อยลงด้วยเหมือนกัน”

“เมื่อมองเผิน ๆ เราอาจเห็นว่าเป็ดลอยน้ำได้อย่างสบาย ๆ แต่ใต้น้ำเป็ดต้องออกแรง เตะเท้าอย่างหนักเพื่อให้ลอยบนน้ำได้” มาร์ตี้พูดถึงสิ่งที่วิทยากรท่านหนึ่งได้กล่าวเอาไว้ “สำหรับผม มันเหมือนกับว่าวิทยากรที่มาบรรยายทุกคนในวันนี้เป็นเป็ดตามนิยามนี้เลย เพราะภายใต้ความสำเร็จของทุกคนล้วนเป็นเรื่องราวของความมุ่งมั่น การทำงานหนัก และความไม่ยอมแพ้”

“ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เราได้เห็นทีมการตลาดของเราทำงานจริงอย่างใกล้ชิดด้วยครับ” แจ๊ปเปอร์เสริม “ตอนแรกผมก็สงสัยนะว่าพวกผู้ใหญ่ทำงานกันเยอะขนาดนี้ได้ยังไง แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว”

“เราจะหาโอกาสได้ทำงานจริงแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก ถ้าไม่ใช่โรงเรียนมอบให้ละครับ” มาร์ตี้พยักหน้าเห็นด้วย “ผมว่าทีมงานหลายคนเติบโตขึ้นจากกระบวนการทำงานนี้ ตอนแรกพวกเขาก็เก่งอยู่แล้ว แต่ก็พัฒนาขึ้นไปอีกได้”

“ถึงนายจะบ่นอยู่ตลอดว่าวิ่งทั้งงานจนขาพังไปหมดแล้วน่ะหรอ” แจ๊ปเปอร์แซวขึ้นมาได้จังหวะ เล่นเอาทั้งวงหัวเราะกันท้องแข็ง

Social Values

แม้ช่วงเวลาในการฟังมาร์ตี้และแจ๊ปเปอร์เล่าประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตของพวกเขานั้นจะแสนสั้น แต่เราก็ได้เห็นภาพสะท้อนการเติบโตทางความคิดของนักเรียนทั้ง 2 คนที่ขยับเข้าใกล้ความเป็นคนของสังคมมากขึ้นอีกนิด

การเติบโตที่เกิดขึ้นผ่านกระบวนการการเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ และห้อมล้อมไปด้วยการสนับสนุนของบุคลากรทางการศึกษาที่เฝ้ารอดูพวกเขาผลิดอกออกผล

และ ดร.สาครยังสะท้อนให้เรามองเห็นภาพใหญ่ต่อไป การจัดงานสำหรับคนกลุ่มเล็ก ๆ ในครั้งนี้มีบทบาทอย่างไรต่อระบบการศึกษาและภาพรวมของประเทศว่า

“หากเราถอยออกมามองภาพกว้าง เด็กกลุ่มนี้ของเราเป็นเด็กที่เรียกได้ว่าโชคดี เขามีศักยภาพที่จะทำอะไรมากมาย เราจึงต้องหว่านเมล็ดพันธุ์ทางความคิดในการสร้างคุณค่าให้กับสังคมให้เขามีโอกาสได้คิดเรื่องนี้ และวิทยากรที่มาพูดให้กับฟอรั่มนี้ต่างเป็นข้อพิสูจน์ที่มีชีวิตว่า เมื่อเรามอบอะไรให้ผู้อื่น เราก็จะได้สิ่งนั้นกลับมา”

เพราะการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องการเสริมพลังทางปัญญาเท่านั้น การเติมเต็มความเป็นมนุษย์ ให้ตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อสังคมคือเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน

“เราพยายามที่จะสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ด้วยกระบวนการเรียนรู้ เพื่อสร้างคนที่มองเห็นเป้าหมายที่ถูกต้อง ยึดถือคุณค่าที่เหมาะสม และนั่นคือสิ่งที่การศึกษาไทยควรจะมอบให้กับผู้เรียน ไม่ใช่แค่ความเป็นเลิศทางวิชาการ

“ปรัชญาการศึกษาของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นต้นแบบของโรงเรียน King’s Bangkok บอกกับเราว่านอกจากความเป็นเลิศทางวิชาการแล้วยังมีส่วนผสมอีก 2 อย่างที่สำคัญในการปั้นทรัพยากรมนุษย์ที่สร้างความเป็นคนอย่างสมบูรณ์ นั่นคือ ความใส่ใจอย่างครบถ้วนรอบด้านและหลักสูตรร่วมผสมอย่างดนตรี ศิลปะ กีฬา และอื่น ๆ ในขณะที่กิจกรรมเสริมจะช่วยสร้างสังคมและความชื่นชอบเฉพาะบุคคลให้ชัดเจน การการใส่ใจอย่างครบถ้วนรอบด้านจะประคองให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างมีความสุข และเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามอุปสรรค” อาจารย์นักบริหารกล่าวสรุปปิดท้าย

แต่แจ๊ปเปอร์ผู้พลังงานล้นก็อดไม่ได้ที่จะเติมต่อว่า

“ผมว่าเด็กหลายคนไม่รู้หรอกว่าคุณค่าทางสังคมสำคัญยังไง แต่หลังจากที่ได้ฟังประสบการณ์ของวิทยากรทุกท่านบนเวที ผมเข้าใจแล้วว่า ความสำเร็จไม่ใช่แค่เรื่องของการมีคนนับหน้าถือตา แต่เป็นเรื่องของการมอบบางอย่างคืนสู่ผู้อื่นด้วยเหมือนกัน”

บทสรุปจากปากของแจ๊ปเปอร์ทำให้เรารู้สึกว่า การเรียนแบบไม่เน้นจำ แต่ให้ลงมือทำ ได้ไปสะกิดใจใครบางคนให้เติบโตไปในทิศทางที่งดงามได้จริง ๆ

และการให้โอกาสเด็ก ๆ ได้พูด ทำ ส่งเสียง อย่างที่คุณครูและบุคลากรของ King’s Bangkok ได้ทดลองและมาแชร์ผลลัพธ์ให้เราเห็นผ่านบทสัมภาษณ์นี้ ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีไม่น้อยสำหรับผู้ใหญ่หรือแม้แต่ครูในประเทศ ที่จะเปิดใจรับฟัง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนของตนเองได้ลงมือ ล้มลุก และเรียนรู้จากความผิดพลาด

เพราะแม้ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร การเรียนรู้จากการลงมือทำที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการก็เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมให้เด็ก ๆ ขยับเข้าใกล้มหาวิทยาลัยในฝัน ชีวิตที่มีเป้าหมาย และความสำเร็จที่ไม่ใช่แค่การ ‘ได้’ แต่เป็นการ ‘ให้’ ด้วยเช่นกัน

Writer

Avatar

เกวลิน ศักดิ์สยามกุล

นักออกแบบ-สื่อสารเพื่อความยั่งยืน ที่อยากเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านชีวิต บทสนทนา และแบรนด์ยาสีฟันเม็ดเล็กๆ ของตัวเอง

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load