11 Nov 2017
4 PAGES
9 K

วันหนึ่งที่อากาศร่มครึ้มใกล้มีฝนโปรย ฉันก้าวไปบนสนามหญ้าเขียว รอบตัวคือกลุ่มบ้านดินหลังคาไม้ไผ่ทรงแปลกตาที่ตั้งอยู่อย่างอ่อนน้อมต่อธรรมชาติรอบข้าง เมื่อทอดสายตามองเข้าไปภายใน จะเห็นเด็กน้อยตัวจิ๋วกำลังตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือคาบบ่าย ขณะที่เมื่อละสายตาหันมามองใกล้ตัว ก็เห็นทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่อยู่นอกห้องเรียนกำลังเดินไปมา ย่ำพื้นดินพื้นหญ้าด้วยเท้าเปล่าเปลือย

รร ปัญญาเด่น

รร ปัญญาเด่น

นี่คือโรงเรียนปัญญาเด่น โรงเรียนนานาชาติที่บรรยากาศไม่เหมือนใครของเชียงใหม่

ทีมงานของโรงเรียนนำฉันเข้าไปในบ้านดินหลังหนึ่งซึ่งดูคล้ายเป็นห้องพักครู เพื่อพบกับ ยอดเพชร สุดสวาท ผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้

บางทีอาจควรแนะนำตัวเธอด้วยอีกตำแหน่ง นั่นคือผู้ก่อตั้งบริษัท ฟีโนมีนา จำกัด บริษัทผลิตโฆษณาฝีมือจัดที่เรารู้จักกันดี

ต้นกำเนิดโรงเรียนแห่งนี้เริ่มจากยอดเพชรมีความฝันที่อยากตั้งโรงเรียนของตัวเอง เพราะอยากลงมือปลูกฝังเด็กๆ ในสังคม แทนที่จะแค่บ่นสังคมโดยไม่ลงมือ บวกกับเธอย้ายถิ่นฐานมาเชียงใหม่ จึงอยากมองหาโรงเรียนที่ดีให้ลูก

รร ปัญญาเด่น

โรงเรียนในแบบที่ยอดเพชรคิดถึงและลงมือสร้าง คือโรงเรียนที่มีวิถีการสอนแบบ Value-based Learning หรือการหยิบหลักของศาสนาพุทธมาสอดแทรก เพื่อให้เด็กๆ ได้ค้นพบคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต เธอเชิญพระอาจารย์ชยสาโรเข้ามาเป็นที่ปรึกษา ช่วยย่อยหลักพุทธศาสนามาเป็น 12 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียน เช่น เมตตา และวิริยะ คุณลักษณะเหล่านี้จะปรากฏอยู่ในหลักสูตรด้วยรูปแบบให้เด็กเรียนรู้เอง ไม่ใช่ตั้งกฎบังคับ เช่น ให้เด็กๆ ทำโปรเจกต์และมาสรุปว่าได้ใช้คุณลักษณะไหนทำให้งานสำเร็จบ้าง ภายใต้ความเชื่อมั่นว่านี่คือสิ่งที่เด็กๆ ควรได้ซึมซับเพื่อเติบโตงดงาม

“ถ้าเด็กเข้าใจเรื่องอย่างวิริยะตั้งแต่ 4 – 5 ขวบ พอโตขึ้น เขาก็จะเข้าใจว่าทำไมถึงต้องพยายามผ่านพ้นอุปสรรค พอประสบความสำเร็จกับเรื่องยาก เด็กก็จะมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำ ต่อไปข้างหน้า เขาก็จะรู้สึกว่าเรื่องยากไม่น่ากลัวอีกต่อไป หรือเรื่องของเมตตาหรือการเสียสละ สิ่งที่ได้คือความสุขจากข้างใน เพราะฉะนั้น เด็กที่รู้จักให้ก็รู้จักความสุขที่เขาเรียกว่าเป็นความสุขแท้” ยอดเพชรยกตัวอย่าง

รร ปัญญาเด่น

รร ปัญญาเด่น

นอกจากเน้นเรื่องคุณค่าในชีวิต อีกสิ่งที่ปัญญาเด่นไม่ละเลยคือเรื่องวัฒนธรรมหรือถิ่นฐาน เพราะเด็กๆ ที่นี่หลายคนคือเด็กต่างชาติที่ย้ายข้ามประเทศมา หากให้พวกเขาเติบโตไปโดยไม่มีรากอันอับอุ่น รู้สึกว่ามีที่ที่เป็นบ้าน เด็กๆ เหล่านี้น่าจะเติบโตอย่างไม่มั่นคง  

และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้ 2 อย่างด้านบน คือความรักและอ่อนน้อมธรรมชาติ

รร ปัญญาเดน

เพราะตั้งใจจะสื่อสารสิ่งนี้ เราจึงได้เห็นโรงเรียนนี้ตั้งอยู่กลางพื้นที่ 14 ไร่ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ อีกทั้งมีสถาปัตยกรรมของโรงเรียนเป็นอาคารก่อสร้างจากดิน และอีกวัสดุหลักคือไม้ไผ่ซึ่งปลูกทดแทนได้ง่าย ยิ่งบวกเข้ากับดีไซน์โดดเด่นโดยสามีของยอดเพชร ผลที่ได้คือเหล่าอาคารที่ทั้งกรีนและสวยมากไปพร้อมกัน ตัวอย่างเช่นโรงยิมของโรงเรียนซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จล่าสุด ที่หลังคาเป็นโครงสร้างไม้ไผ่อลังการซึ่งได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของดอกบัว

โรงยิมไม่ไผ่ รร ปัญญาเด่น

โรงยิมไม่ไผ่ รร ปัญญาเด่น

“หลังคาของโรงเรียนเราเป็นไม้ไผ่ทั้งหมด ต้องตัดในเวลาที่เหมาะสมคืออายุอย่างน้อย 4 ปีขึ้นไป ในช่วงปลายฝนต้นหนาว มีการนำไปผ่านกรรมวิธีให้ไม่พังง่าย แล้วนำไปสานแบบกะเหรี่ยง ซับด้วยยางมะตอยตรงกลางและสำหรับอาคารใหม่จะรองด้วยกระดาษ” ยอดเพชรอธิบาย “คุณสมบัติหลักของไผ่คือมันโตเร็วและไม่ได้ทำร้ายป่า เพราะ 4 ปีมันก็โตแล้ว เท่ากับว่าตอนที่เราตัดมาแล้วปลูกไม้ไผ่รอบบริเวณ ก็เท่ากับทดแทนกับสิ่งที่เราไปตัดมาแล้ว เป็นการรักษาโลกร้อนอย่างหนึ่ง โรงเรียนเรามีประกาศนียบัตรรับรองเรื่อง Carbon Footprint จะเห็นว่าเราใช้พลังงานน้อยมาก”

โรงยิมไม้ไผ่ รร ปัญญาเด่น

โรงยิมไม้ไผ่

ไม่ใช่แค่ตัวสถาปัตยกรรม แต่วิถีในโรงเรียนนี้ก็ตั้งใจปล่อยให้เด็กเรียนรู้ เข้าใจธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่อย่างเต็มที่

“ที่จริงแล้ว สิ่งที่ทำให้เด็กพัฒนามากที่สุดคือการที่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และกฎของธรรมชาติเองก็มีความเป็นพุทธและอยู่ในทุกศาสนาด้วย เด็กที่นี่ก็เลยจะถอดรองเท้า พ่อแม่รวมถึงปู่ย่าตายายยุคปัจจุบัน พอลูกสาวคลอดลูกก็รีบปูพื้นเป็นปูนหมดเลย เพราะว่ากลัวว่าเดี๋ยวมดจะมากัดหลาน แต่การที่เด็กได้เดินเท้าเปล่า เหยียบหญ้าเหยียบดิน มันทำให้เค้าไม่กลัวและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ที่โรงเรียนนี้เคยจะมีกรมชลประทานมาตัดต้นไม้ โห เด็กๆ โกรธมาก เดินไปถามเขาว่าทำไมต้องตัดคะ แล้วก็เขียนจดหมายไปหากรมชลประทานเลย” ยอดเพชรเล่าเรื่องราวเด็กๆ ให้เราฟัง

รร ปัญญาเด่น

รร ปัญญาเด่น

ตอนนี้โรงเรียนปัญญาเด่นมีเด็กๆ ระดับอนุบาลและประถมศึกษาเป็นสมาชิกอยู่ราว 220 คน (ในอนาคตอาจมีระดับชั้นมัธยมศึกษาเพิ่ม) ยอดเพชรบอกว่าอยากให้ที่แห่งนี้ช่วยให้ ‘ผ้าขาว’ ผืนน้อยๆ กลายเป็นไม้ใหญ่ที่สง่างามในวันหน้า

“เราอยากให้ปัญญาเด่นช่วยพัฒนาเด็กให้โตไปอย่างมีคุณค่า คือให้เขามีความสุขกับตัวเองได้ แล้วก็ทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ซึ่งความสุขนั้นก็หมายถึงความสุขจากข้างใน เพราะถ้ามันมาจากตรงนั้น เราจะอยู่ตรงไหนก็ได้ มีเงินเท่าไรก็ได้ เพราะเรามีความสุขแล้ว” ผู้ก่อตั้งโรงเรียนปัญญาเด่นบอกหลักที่ยึดถือของโรงเรียนงดงามแห่งนี้

http://www.panyaden.ac.th/

หมายเหตุ: หลังการสัมภาษณ์ โรงเรียนปัญญาเด่นต้องเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ หากใครอยากช่วยสนับสนุนโรงเรียนแห่งนี้ให้กลับมาสมบูรณ์ เป็นพื้นที่หล่อหลอมเด็กๆ อีกครั้ง คลิกไปช่วยระดมทุนได้ที่นี่เลย

CONTRIBUTORS

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

อดีตนักศึกษาสถาปัตย์ที่หันเหเปลี่ยนอาชีพมาเป็นช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก และนักหัดเขียน โดยพึ่งมีหนังสือของตัวเองเล่มแรกชื่อ 'ราชาสถาน นิทานตื่นนอน'